ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 3 คำตอบ 100 เปอร์เซนต์

ชื่อตอน : บทที่ 3 คำตอบ 100 เปอร์เซนต์

คำค้น : รีณาวดี นารี

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 7.4k

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 11 มิ.ย. 2559 11:21 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 3 คำตอบ 100 เปอร์เซนต์
แบบอักษร

 

 

เรือยอร์ชสปอร์ตสีขาวกำลังแล่นไปกลางทะเลกว้างใหญ่ไพศาลในเวลายามบ่ายที่มีแสงแดดจัดจ้า ซึ่งที่แน่ ๆ ทอฝันรู้ว่ามันเลยเกาะบ้านเธอออกไปไกลทุกที ๆ โดยไม่มีทีท่าว่าคนขับจะแวะไปดูเอกสารสัญญาการก่อสร้างอาคารเรียนอย่างที่บอกไว้ในตอนแรกแม้แต่น้อย

“ผมอยากขับเรือเล่นก่อนเข้าไปในเกาะ” นี่เป็นคำบอกเล่าจากคิมหันต์เมื่อเหลือบแลมาเห็นใบหน้างามที่มีความสงสัยอยู่เคียงข้างเมื่อก่อนหน้านี้ จากนั้นเขาก็ตั้งหน้าตั้งตาขับเรือราวกับมันเป็นเต่าไม่ใช่เครื่องยนต์ราคายี่สิบกว่าล้านบาทเช่นนี้

และแล้ว... สามชั่วโมงต่อมา เขาก็จอดนิ่งสนิทอยู่กลางผืนน้ำและท้องฟ้าที่เริ่มมีสีหม่นมัว

จิตสำนึกของเธอกระซิบว่า เขากำลังเตะถ่วงเวลาสำคัญของเธอไปอีกเรื่อย ๆ แต่จะให้เธอละจากความหวังหนึ่งเดียวนี้นั้น...

ไม่มีทาง เธอจะไม่มีวันยอมให้เขาหลบเลี่ยงคำสัญญาปากเปล่าที่ให้ไว้กับเธอแน่นอน

“ฉันคิดว่า... เราควรรีบไปดูสัญญากันก่อนที่...” จะมืดค่ำ หายเข้าไปในลำคอ เพราะคนที่เธอตั้งใจพูดด้วยลุกเดินออกไปจากที่นั่งคนขับ ร่างล่ำสันด้วยเสื้อเชิ้ตฮาวายแขนสั้นไม่ติดกระดุมและสวมกางกางว่ายน้ำสีดำทรงสปอร์ตตัวเดียว กำลังสาวเท้าไปยังหัวเรือที่เป็นลานดาดฟ้า แถมที่นี่ยังมีเก้าอี้นอนชายหาดขนาดใหญ่วางไว้หนึ่งตัวด้วย

“คืนนี้ผมอยากตกหมึก”

หา! อะไรนะ

ก่อนหน้านั้นเขาบอกว่า ผมอยากขับเรือเล่นก่อนเข้าไปในเกาะ เธอยังคิดว่าเขาจะนำเรือสปีดโบ๊ทมาขับเหมือนที่เคยเห็นเขาขับยามเมื่อใช้ชีวิตคู่ด้วยกันอยู่ แต่ใครจะคาดคิดว่าเขาจะนำเรือยอร์ชสุดหรูและสุดหวงนักหนาพาเธอนั่งมาด้วยเช่นนี้

จะว่าไปนี่ก็เป็นครั้งแรกที่เธอได้ขึ้นมาเหยียบย่ำบนเรือสำราญลำนี้ เพราะตลอดมาเธอรู้จากอาภานุว่าเขามักนำเรือลำนี้ออกไปท่องเที่ยวกับเพื่อน ๆ แต่ส่วนใหญ่แล้วเขามักจะไปคนเดียวเสียมากกว่า

และตอนนี้ยังมีหน้ามาบอกว่า ผมอยากตกหมึก อีกนี่นะ และประโยคความอยากอย่างหลังของเขาก็ทำให้เธอหลุดจากความนิ่งเงียบก่อนหน้านั้นไปหมดสิ้น

ร่างเล็กลุกขึ้นเดินออกมาเผชิญหน้ากับคนเอาแต่ใจ หลังจากที่เธอนั่งนิ่งอยู่ที่เดิมเพื่อดื่มด่ำไปกับบรรยากาศกลางท้องนภามาหลายชั่วโมง “คุณล้อเล่นหรือเปล่าคะ...” เพราะการตกหมึกที่ว่านั่นหมายถึงเวลาหลังสี่-ห้าทุ่มไปแล้วนั่นเอง

ร่างที่สวมแว่นกันแดดอันใหญ่กำลังยืนพิงราวระเบียงหันมามองหญิงสาวที่เส้นผมสลวยปลิวไสวจากกระแสลมทะเล ริมฝีปากหยักสวยยกขึ้นนิดหนึ่งเมื่อมองเห็นเรือนร่างเล็กอรชรอ้อนแอ้นด้วยสภาพเสื้อผ้าลู่ลมติดตัว

เพียงเท่านี้... ปฏิกิริยาเคมีแบบเก่าก่อนก็ทำให้กายแกร่งร้อนรุ่มชะมัด

นานแค่ไหนแล้วนะที่เขาไม่ได้สนุกกับการตื่นเร้าของตัวเองเช่นนี้

“เปล่าล้อเล่น ... ไหน ๆ ก็ออกมากลางทะเลแล้ว ผมจึงอยากฉวยโอกาสไว้ก็แค่นั้น”

“แต่นี่ไม่ได้อยู่ในแผนที่คุณบอกฉันเมื่อตอนบ่ายนี่คะ” อันที่จริงอยากจะพูดว่าทุกอย่างไม่อยู่ในแผนเลยต่างหาก ดวงตาเรียวยาวมองใบหน้าที่มีรอยยิ้มบางเบาระบายไปทั่วนั้นแล้วอยากจะจับโยนลงไปเป็นอาหารปลาเสียให้รู้แล้วรู้รอด

“มันเป็นแผนที่วางไว้ในหัวอยู่แล้วล่ะ บังเอิญผมไม่ได้พูดมันออกมาเท่านั้นเอง” แถมยังยักไหล่เหมือนกับไม่แคร์ในสิ่งที่พูดสักนิด

ทอฝันพูดไม่ออกและก็คิดว่าคงจะไม่สีซอให้ควายแถวนี้ฟังแน่นอน เธอพยายามเก็บกด อดกลั้นด้วยการกำมือเล็กจิกเล็บเข้าไปในฝ่ามือตนเองจนเจ็บแปลบ อารมณ์เหมือนโกรธเคืองเป็นร้อยชาติกำลังตีขึ้นเป็นริ้ว ๆ ท่วมทั่วตัว แต่ต้องระงับอารมณ์ด้วยการหันไปมองท้องทะเลที่เธอรักมาชั่วชีวิตไว้มั่น เผื่อว่าจะได้ให้สายลมปะทะผิวหน้าบรรเทาอาการที่เป็นทุกอย่างที่มี เหมือนดังเช่นทุกครั้งที่เธอไม่สบายใจ ทะเลจะสามารถช่วยปัดเป่าและฟื้นพลังชีวิตให้แก่เธอเสมอ

และครั้งนี้เธอก็ให้มันช่วยเธออีกครั้ง

เมื่อเห็นอีกฝ่ายมีใบหน้างอง้ำแต่เงียบกริบ คิมหันต์จึงแอบผ่อนลมหายใจเชื่องช้า ก่อนจะพูดขึ้นมาว่า “ผมจะว่ายน้ำเล่นแถวนี้สักพัก ถ้าคุณอยากจะว่ายน้ำด้วยกันก็ลองไปหาชุดว่ายน้ำในตู้มาใส่สักชุดสิ” เมื่อยังเห็นหญิงสาวนิ่งเงียบ “ถ้าอย่างนั้นก็ทำตัวตามสบาย ลุงไสวเตรียมของกินให้เราในตู้เย็นไว้เยอะอยู่ ไปหาอะไรกินดับความเครียดซะมั่งสิ...” ลองยกรายชื่อที่เธอให้ความเคารพขึ้นมาเผื่อจะอารมณ์ดีขึ้น เนื่องจากลุงไสวเป็นคนดูแลท่าเรือของครอบครัวเขามานานหลายปี และก็รักใคร่เอ็นดูสาวน้อยคนนี้มานานนับสิบ ๆ ปี

“หรือ...ถ้าเบื่อบนนี้ก็ไปดูหนังฟังเพลง นอนเล่นข้างล่างก็ได้... หรือว่าอยากจะนอนเฝ้าผมตรงนี้...ผมก็ไม่ขัดข้อง” บุ้ยใบ้ไปยังเก้าอี้นอนชายหาดตัวใหญ่ แต่เมื่อได้รับความเงียบเป็นคำตอบ เขาจึงยักไหล่หนาจัดการถอดเสื้อแล้วโดดลงทะเล ดำผุดดำว่ายห่างจากเรือออกไป ทิ้งให้หญิงสาวอยู่กับความคับแค้นใจไว้เพียงลำพัง

 

พายุกำลังคึกคะนองด้วยความบ้าคลั่ง

เสียงฟ้าร้องดังต่อเนื่องยาวนาน ความมืดมิดถูกแทรกด้วยแสงสีขาวของฟ้าผ่าลงมาเป็นระยะ ๆ ลมทวีความเร็วแรงหอบแล้วหอบเล่านำพาอุณหภูมิที่ลดต่ำลงจนหนาวสั่นสะท้านไม่แพ้เรือยอร์ชที่โคลงเคลงไปมาระหว่างหน้าปากอ่าวเล็ก ๆ แห่งหนึ่งที่เหมาะสำหรับหลบพายุฝนในค่ำคืนนี้

มวลน้ำม้วนตัวอยู่ใต้ท้องเรือตามแรงพายุกล้า ห่าฝนเม็ดโตเทกระหน่ำลงมาเหนือเรือราวกับห่ากระสุนกระหน่ำในสงคราม มันทั้งหนักหน่วงและดังกลบเสียงทุกอย่างที่มีอยู่ในโลกใบนี้ไปจนหมดสิ้น

เมื่อตอนหัวค่ำทอฝันและคิมหันต์รับประทานอาหารที่ลุงไสวใส่มาให้ในตะกร้าสาน เสร็จแล้วชายหนุ่มก็ยังขลุกตัวอยู่ชั้นบน ส่วนเธอก็ลงมาอาบน้ำชำระร่างกายท่ามกลางอากาศอบอ้าว แล้วจึงถือโอกาสยึดครองชั้นล่างของเรือยอร์ชที่ตกแต่งด้วยโทนสีครีมอ่อนไล่ไปจนถึงสีน้ำตาลเข้ม ในนี้ได้แยกสัดส่วนห้องน้ำ ห้องอาหาร และส่วนของเตียงนอนใหญ่ที่มีเบาะนอนลายใบไม้สีน้ำตาลอ่อน แล้วก็มีขอบเป็นโซฟาโค้งยาวโอบรอบส่วนหัวเตียงด้วยสีน้ำตาลแก่ น่านอนเสียจนเธอขึ้นไปเอนกายแล้วเผลอหลับไป

แต่ก็ต้องตื่นขึ้นเมื่อรู้สึกถึงแรงกระเพื่อมเคลื่อนไหวรุนแรงของคลื่นลูกแล้วลูกเล่า และเมื่อเธอตะเกียกตะกายขึ้นไปชั้นบนจึงเห็นเงาตะคุ่มของคิมหันต์กำลังปล้ำสู้กับพวงมาลัยเพื่อบังคับเรือเข้าไปใกล้ฝั่ง

พระเจ้า! หลอดไฟที่อยู่ชั้นบนแตกละเอียดเกือบทั้งหมด

“เฮ้ คุณช่วยหยิบไฟฉายในนี้ส่องไปที่เข็มทิศหน่อย” พยักหน้าลงต่ำไปที่เก๊ะใส่อุปกรณ์ทางซ้ายมือทั้ง ๆ ที่ไม่ได้เงยหน้าขึ้นจากความเสี่ยงเป็นเสี่ยงตายสักนิด ซึ่งทอฝันก็รีบทำตามคำบอกกล่าวทันที หลังจากที่นั่งดูเขาขับเรือเมื่อตอนบ่ายเธอรู้ว่าเข็มทิศอยู่ตรงหน้าปัดเรือนั่นแหละ

ขณะที่ทั้งสองต่างทำหน้าที่ยืนอยู่หลังพวงมาลัยที่มีกระจกกั้นรอบทิศ น้ำทะเลและน้ำฝนก็ยังซ่านกระเซ็นเข้ามาทางช่องหน้าต่างในห้องโดยสารจนเปียกชื้นไปทั่ว

แต่แล้วคำว่า... มหาซวย ก็บังเกิดขึ้นที่นี่

ความเลวร้ายช่างมาอย่างประจวบเหมาะในเวลาเดียวกัน เมื่อหม้อไฟฟ้าสำรองในเรือเกิดระเบิดขึ้นพร้อม ๆ กับเสียงคำรามลั่นของท้องฟ้า ความมืดทะมึนเข้าสู่เรือลำหรูทันใด

ถึงแม้เรือจะทะยานขึ้นสูงและดิ่งลงมาตามคลื่นพายุแต่มือใหญ่โตของคิมหันต์หาได้หยุดเคลื่อนไหวไม่ เขายังคงประคับประครองนำพาเรือเข้าหาที่หลบภัยก่อนที่เรือจะพลิกคว่ำคะมำหงายกลายเป็นความหายนะอย่างแท้จริง

ตลอดเวลาทอฝันทำหน้าที่ของตัวเองไม่ให้ขาดตกบกพร่อง ถึงจะกลัวลนลานแทบตายแต่เธอจำต้องบีบบังคับไม่ให้กรีดเสียงร้องออกมา  ทั้ง ๆ ที่เนื้อตัวสั่นงันงกจนเหมือนมันจะแตกเป็นเสี่ยง ๆ พายุร้ายที่คร่าชีวิตชาวประมงหลาย ๆ คนแจ่มชัดอยู่ในมโนภาพไหล่บ่ามาไม่ขาดสาย

และแล้วเมื่อคิมหันต์นำเรือมาหยุดลงที่ช่องแคบระหว่างเกาะร้างแห่งหนึ่งได้สำเร็จอย่างทุลักทุเล ทั้งคู่ก็ยิ่งมีสภาพย่ำแย่ดูไม่จืด   

“ไม่ต้องตกใจ เราปลอดภัยแล้ว” เสียงทุ้มพึมพำชิดใกล้ พร้อมด้วยอ้อมแขนใหญ่อบอุ่นที่รั้งตัวเธอลงไปหลบภัยอยู่ชั้นล่างด้วยกัน  

คำว่าปลอดภัยท่ามกลางความโคลงเคลงของเรือทำให้ร่างบางที่เย็นเฉียบเพราะอากาศที่ลดฮวบอย่างรวดเร็วนั้นหนาวเหน็บไปถึงในทรวงของเธอเลยก็ว่าได้

แถม... อาการสั่นงันงกที่เกิดขึ้นไม่ใช่เพราะความกลัวเท่านั้น เพราะร่างกายที่เปียกโชกตั้งแต่เส้นผมจรดปลายเท้าต่างหากที่เป็นตัวเร่งอาการทั้งหมดได้ดีเป็นบ้า

ร่างกายแข็งชาแต่หัวเข่ากลับอ่อนยวบ ไร้ซึ่งเรี่ยวแรงกำลังยากที่จะควบคุมตัวเอง แม้กระทั่งชายหนุ่มจัดการถอดเสื้อผ้าของเธอออกหมดเกลี้ยง แล้วตวัดวงแขนโอบอุ้มร่างที่แข็งทื่อขึ้นไปวางไว้บนเตียงนอนและเดินไปหยิบผ้าห่มเนื้อบางเบาในตู้บิ้วท์อินใต้เตียงขึ้นมาห่มให้ก็ยังไม่สามารถหยุดอาการสั่นสะท้านของเธอได้เลย

การเคลื่อนไหวในความมืดเสมือนเคยชินกับพื้นที่ เพราะเพียงไม่กี่วินาที เธอก็ถูกช้อนศีรษะขึ้นบังคับให้จิบบรั่นดีที่ร้อนผ่าวเข้าสู่ลำคอด้วยอาการไอสำลักทีหนึ่ง

“อื้อ มะ ไม่เอา...” เปล่งเสียงพูดแผ่วเบาผสมกับเสียงฟันกระทบกันดังกึกกัก เป็นเพราะแรงดีกรีของแอลกอฮอล์ที่ไหลซ่านไปทั่วช่องท้อง ทำให้เธอรู้สึกตัวจากความช็อกเมื่อสักครู่นี้ทันที

“กินให้หมดแล้วมันจะดีขึ้น...” ผ้าเช็ดตัวผืนเล็กก็บรรจงเช็ดศีรษะเล็กให้แผ่วเบา “คุณอยู่ตรงนี้คนเดียวได้นะ ผมจะขึ้นไปผูกเรือกับโขดหินก่อน”

คำพูดของเขาทำให้เธอยันตัวขึ้นวางบนข้อศอก ถึงแม้ห้องนี้จะมืดสนิทแต่เธอก็ยังเห็นสภาพเปียกโชกของเขาจากแสงฟ้าแลบฟ้าผ่าที่ลอดเข้ามาตามม่านอยู่เป็นระยะ ๆ “คุณจะขึ้นไปข้างบนท่ามกลางพายุยักษ์อย่างนี้นี่นะ” ขนาดชั้นล่างเรือยังสั่นสะเทือนและอากาศเย็นจนขนลุกอย่างนี้ ชั้นบนที่มีคลื่นสูงม้วนขึ้นมากระแทกครั้งแล้วครั้งเล่าจะไม่อันตรายหลายสิบเท่าหรือ

“เราต้องผูกเรือก่อน ลำพังสมอมันรับพายุแบบนี้ไม่อยู่หรอก พยายามทำตัวให้อบอุ่นเข้าไว้ก็แล้วกัน เดี๋ยวผมกลับมา” พูดจบร่างหนาก็สาวเท้าขึ้นไปยังประตูเพื่อก้าวขึ้นบันไดไปชั้นบนด้วยความรวดเร็ว ไม่ทันได้ฟังเสียงแผ่วที่ตามมา

“ฉันจะรอคุณอยู่ที่นี่ค่ะ... คุณคิม”

ฉันจะรอคุณอยู่ที่นี่...

มันเป็นคำพูดที่จริงทีเดียว

เมื่อคืน... เธอนอนหลับไปเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์ที่เขาให้ดื่มกิน ถึงเธอจะพยายามถ่างตาอยู่ในความมืดแต่เมื่อเวลาผ่านไปได้สักพักหนึ่งเธอก็พ่ายแพ้แก่มัน

 

แต่เช้าวันใหม่... เธอกลับตื่นนอนในอ้อมกอดที่โอบรัดของอดีตสามี ร่างกายเปลือยเปล่าของทั้งคู่เบียดชิดกันและกันจนแทบอากาศก็ไม่สามารถเล็ดลอดผ่านไปได้ ความอบอุ่นตลอดทั้งคืนที่ได้รับที่แท้ก็เป็นเพราะไอร้อนจากเรือนกายของกันและกันหรือนี่

แถมความสยิวเยือกที่แล่นขึ้นในห้วงความฝันเกิดจากท่อนเหล็กกล้าที่ยืดผงาดเข้ามาแนบชิดบั้นท้ายกลมมน พร้อมฝ่ามือใหญ่ที่เกาะกุมทรวงอกอิ่มของเธออยู่นี่เอง

ดวงตาโตที่มีแววตระหนกขยายกว้างมองลอดม่านไปทางหน้าต่างที่เปิดแง้มให้ลมเข้า-ออก คลื่นลมและพายุร้ายพัดผ่านไปแล้ว เหลือแต่เม็ดฝนที่ยังคงตกโปรยปรายพร้อมกับความหนาวเหน็บที่แผ่ซ่านทั่วทุกชั้นบรรยากาศที่ขมุกขมัว

จากนั้นจึงพยายามยกแขนแกร่งออกจากกาย     แต่กลับได้รับแรงกดทับลงมาหนักหน่วง พร้อมใบหน้าที่ซุกแนบกับพวงผมสีน้ำตาลเข้ม

“อย่า... อย่าเพิ่งลุก... อากาศหนาวจะตายชัก”

เมื่อคืนกว่าจะคล้องเชือกยึดเข้ากับโขดหินได้เขาก็แทบตกเรือคอหักตายไปตั้งหลายหน แถมพอยึดได้แล้วเขาต้องลงไปผูกมัดเชื่อมโยงเชือกเข้ากับหินอีกก้อนเพื่อความปลอดภัยอีกชั้น ซึ่งก็ได้แผลจากหินบาดได้เลือดไปอีกหลายรอย

และกว่าทุกอย่างจะเสร็จสิ้น เขาก็ปวดร้าวระบมไปทั่วทั้งตัวเลยทีเดียว

“เออ...” ขยับไหล่เพื่อให้ออกจากแรงโอบรัด “ฉันคิดเราควรกลับก่อนที่พายุมันจะมาอีก...” คราวนี้ลองใช้มือเล็กยกแขนแกร่งขึ้นจากหน้าอกของเธออีกครั้ง แต่มันกลับเลื่อนลูบลงมาโอบรัดยังหน้าท้องแบนราบของเธอแทน

“ชูว์...” ใช่แต่เพียงแขนเท่านั้นที่โอบกอดเธอไว้ ขาแข็งแรงของเขาก็จัดการยกขึ้นมาโอบล็อคเรียวขาเธอไว้อย่างแน่นหนายิ่งกว่างูเหลือมรัดเหยื่อเสียอีก

“อุ้ย! คุณคิม... ปล่อยนะ ฉันอึดอัด อื้อ... ปล่อยสิ” ไหน ๆ ก็เสียเปรียบไปทั่วเรือนกายแล้ว เธอจึงถือโอกาสนี้ดิ้นรนเพื่อให้เป็นอิสระจากกายแกร่งของเขาเสียเลย

“โธ่เว้ย! หยุดดิ้นเสียทีได้ไหม ทำอย่างกับไม่เคยแก้ผ้านอนด้วยกันงั้นแหละ” ดุเสียงกร้าวด้วยความง่วงงุน คืนก่อนก็นอนไม่หลับ พอมาคืนนี้ก็สู้รบกับแรงพายุ และกว่าจะได้นอนก็ล่วงเข้าวันใหม่ แถมการนอนครั้งนี้เป็นการนอนหลับสนิทที่สุดในชีวิตเลยก็ว่าได้

ความนุ่มนิ่มจากผิวสาวนวลเนียนราวกับผิวเด็ก...

กลิ่นกายหอมสะอาดสดชื่น... กรุ่นกำจายโอบล้อมรอบชั้นบรรยากาศ...

ทุกอย่างรวมเป็นเธอมันยิ่งกว่าคำว่าสมบูรณ์แบบเสียอีก

“เอ๊ะ... นั่นมันเป็นอดีตไปแล้วไม่ใช่เหรอ...” ย้อนถามเสียงขุ่น

“และมันก็จะเป็นปัจจุบันด้วยจำไม่ได้หรือไง” คำตอบกลายเป็นคำถามส่งไปด้วยน้ำเสียงเบื่อหน่ายเสียเต็มประดา

“ปัจจุบันอะไรเล่า คุณยังไม่ทันช่วยเหลืออะไรโรงเรียนสักอย่าง...”

ขัดขึ้นกลางประโยคพร่ำเพื่อ “หนวกหูชะมัด” ทั้ง ๆ ที่ตอนนี้เขาเริ่มเสียศูนย์เข้าไปทุกที...ทุกที มือที่วางแหมะอยู่บนหน้าท้องของเธอกำลังขยับต่ำลงเข้าสู่พุ่มไหมนุ่มละมุน....

“อ๊าย... ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้นะคุณคิม ปล่อยฉันสิ!” ดิ้นพล่านแรงเสียจนศีรษะเล็กกระแทกเข้ากับปลายคางของชายหนุ่มอย่างจัง

“เบา ๆ เสียงหน่อยได้ไหม ตัวก็เล็กเสียจนไม่รู้ช่วงไหนเป็นเอวเป็นท้องนี่นะ มันก็ต้องจับผิด ๆ ถูก ๆ ไปบ้างเป็นธรรมดา”

“ปะ... ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้เลย” สองร่างปล้ำสู้กันภายใต้ผ้าห่มผืนบาง โดยฝ่ายหนึ่งก็ต้องการอิสรเสรี และอีกฝ่ายหนึ่งก็ฉุดรั้งไว้สุดใจขาดดิ้น “ฉะ... ฉันไม่หนาว ผ้าห่มผืนนี้ยกให้คุณไปห่มคนเดียวเลย...”

“พูดไม่รู้เรื่องหรือไง” ใช้เสียงดังเข้าข่มขู่ “ก็บอกตั้งแต่แรกแล้วว่าผมหนาว...ผมหนาวได้ยินมั้ย อยู่บนเกาะซะเปล่าไม่รู้เรื่องหรือไง ว่าหนาวแบบนี้มันต้องเนื้อห่มเนื้อถึงจะหายหนาวน่ะ” หยุดเพื่อชะโงกใบหน้าเข้ามาสบประสานดวงตาแตกตื่นของคนในอ้อมแขน “แล้วนี่เข้าใจคำว่ามันหนาวไหมฮะเด็กโง่ ถ้ามันมีผ้านวมผืนใหญ่อุ่น ๆ กว่านี้ผมก็ไม่กอดร่างเตี้ยมอต้ออย่างคุณหรอกน่า” เสียงแหบเน้นคำพูดดูถูกเหยียบหยามแนบใส่ใบหูเล็ก แต่แก่นกายชายกลับทะยานเข้าหาสะโพกอวบเต็มพิกัดจนคนที่สัมผัสถึงมันตัวแข็งทื่อเกร็งร่างต่อต้านสุดฤทธิ์

อี๊ คนบ้า เด็กโง่... ร่างเตี้ยมอต้อ...

แต่คนที่ปากว่าตาขยิบยังพูดต่อไปอีก “และไอ้น้องชายของผม... ที่มันเป็นอย่างนี้ก็เพราะว่ามันตื่นนอนเพราะเสียงแว๊ด ๆ ของคุณนี่แหละ ถามจริงหลังจากหย่ากันแล้วคุณกินนกหวีดเป็นอาหารหลักรึไง...” พอหญิงสาวอ้าปากจะพูดออกมาบ้าง “หุบปากเถอะน่า หรือว่า... อยากให้ผมช่วยปิดปากให้... ก็ไม่บอกจะได้ช่วยสงเคราะห์ให้ตั้งแต่แรก

“บ้า! พูดบ้า ๆ ฉัน...”

“ขืนพูดอีกคำเดียวผมจะพลิกตัวคุณมาหา...” ได้ผล คำพูดของเขาเหมือนกดสวิตซ์ปิดเสียงหวานทันใด

แม่เจ้า! เท่าที่เป็นอยู่นี้เธอก็กล้ำกลืนน้ำลายลงคอแทบไม่ได้ แล้วจะให้หันหน้าไปเผชิญกันสภาพเนื้อตัวล่อนจ้อน... ฆ่าเธอให้ตายเสียดีกว่าไหม

ทำไมเธอต้องมาตกในภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออกอย่างนี้ด้วยนะ

“ตื่นตอนนี้ก็ไม่รู้จะทำอะไร รอให้ฝนซากว่านี้อีกนิดค่อยตื่นมาคิดว่าจะทำอย่างไรต่อไปดีกว่าน่า”

จบคำพูดที่ไม่มีคำตอบให้ไปแล้วก็ซุกใบหน้าซบกับกลุ่มผมนุ่มของหญิงสาวพร้อมด้วยเสียงลมหายใจที่ดังครืดคราดอยู่บนศีรษะเล็ก

พระเจ้า น้องชายตัวดีของเขามันจะยอมหลับยอมนอนเหมือนที่เขาประกาศไปไหมนั่น เพราะตอนนี้มันแข็งขันแกร่งกร้าวเสียจนนำมาเป็นค้อนตอกตะปูหัวเรือได้เป็นสิบ ๆ ตัวเลยล่ะ

 

โหลดป๋าคิม+หนูทอฝันได้ที่เวปเมพในราคา 99 บาทเท่านั้นจ้าา....

ขอฝากซีรี่ย์ Red Roses มีทั้งหมด 3 เรื่องดังนี้จ้า.... และช่วงนี้มีโปรโมชั่นเรื่อง ทาสเสน่หา (ซีรี่ย์ Forever Love) ในราคา 69 บาท ตั้งแต่วันนี้ 15 มิถุนายน 2559 นี้....

อะโนมีรวมเล่มซีรี่ย์ Red Roses ราคาปก 239 บาท พิมพ์จำนวนจำกัดตามยอดจองร้านออนไลน์ หากท่านใดสนใจรูปเล่มสั่งซื้อกับร้านดังต่อไปนี้ได้เลย หนังสือออกจากโรงพิมพ์และบางร้านก็รับหนังสือไปเรียบร้อยแล้วจ้า....

1. ร้านพี่ขวัญ https://www.facebook.com/booksforfun.net
2. ร้านพี่เอ๋ https://www.facebook.com/profile.php?id=100002808495521
3. ร้านพี่จุ๋ม https://www.facebook.com/monta.sawangsuk
4. ร้านพี่หน่อย https://www.facebook.com/bestbooksmile.bestbooksmile
5. ร้านคุณพราว https://www.facebook.com/profile.php?id=100010489650855
6. ร้านพี่สุ https://www.facebook.com/booksyourlikeshop.morgana

7. ร้านคุณนุ้ย https://www.facebook.com/profile.php?id=100007095344645

 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว