ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

"ร้อนรักอันตราย" ตอนที่ 24 Just Play In The Jungle 2 (100%)

ชื่อตอน : "ร้อนรักอันตราย" ตอนที่ 24 Just Play In The Jungle 2 (100%)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 11.1k

ความคิดเห็น : 51

ปรับปรุงล่าสุด : 16 มิ.ย. 2559 10:38 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
"ร้อนรักอันตราย" ตอนที่ 24 Just Play In The Jungle 2 (100%)
แบบอักษร

 

 

Just Play In The Jungle 2

 

 

ร่างสูงคิดพลางหันหลังหนีหน้าขาวซะก่อนที่ตนจะลืมตัวจัดไปสักดอกสองดอกให้ตัวเบาอย่างอัดอั้นเพราะตั้งแต่เมื่อวานยังไม่ได้แตะลิ้นสักแอะ

 

แล้วเราคิดว่าพี่กำลังจะทำอะไร?”

 

พจน์ถามโดยที่ไม่หันไปมองด้านหลัง

 

ตาคมกำลังกวาดมองของสะสมหลายอย่างที่ตนจัดเรียงไว้เป็นตับ ก่อนจะตัดสินใจหยิบอันที่คิดว่าน่าจะง่ายและรวดเร็วในเวลาเร่งรีบแบบนี้

 

ร่างสูงที่เวลานี้มีกางเกงยีนส์เกาะสะโพกสอบไว้เพียงตัวเดียว เผยให้เห็นท่อนบนอันเปลือยเปล่า โชว์กล้ามแขนกล้ามอกขึ้นรูปเป็นมัดกล้ามสีแทนอย่างคนที่ออกแดดประจำและตอนนี้ก็พราวไปด้วยเหงื่อ

 

อีกทั้งซิกแพคที่กำลังเกร็งเป็นก้อนชัดเพราะกล้ามเนื้อช่วงแขนกำลังถูกใช้งานให้ง้างธนูรูปร่างแปลกตาออกจนสุดแขนแล้วปล่อย ง้างแล้วปล่อยง้างแล้วปล่อยอยู่อย่างนั้นอีกหลายครั้งเพื่อความแน่ใจ

 

เอาละ อันนี้น่าจะใช้ได้

 

ร่างสูงเดินไปเปิดประตูอีกด้านที่อยู่คนละฟากกับทางเข้าเมื่อครู่แล้วพยักหน้าเรียก

 

ไปไหนครับ?”

 

คนที่เอาแต่มองเมื่อครู่เพิ่งได้สติส่งเสียงถาม และยอมเดินเข้าไปใกล้บ้างอย่างสงสัย แต่พอเห็นทางออกเท่านั้นแหละร่างบางก็กลับหลังหัน กะจะวิ่งหนีเข้าห้อง

 

แต่..........

 

จะไปไหน?”

 

เหวออออ!!?”

 

ร่างบางลอยละลิ้วเพราะเอวถูกหิ้วมาตั้งไว้ตรงจุดเดิม หนำซ้ำมือนุ่มยังถูกกุมไว้แน่นและไม่ยอมปล่อยแม้ตะวันจะบิดข้อมือหนีเร่าๆ

 

แบบนี้ไม่เอานะ ผมเดินไม่ได้

 

พี่กำลังจะไปส่งอยู่นี่ไง

 

ไม่ไป! ไม่ไป! ไม่ไป!

 

เสียงสั่นๆบอกเร็วรัว ซ้ำยังหลับตาปี๋ นั่งแปะลงกอดเสาเอาไว้แน่นเป็นการบอกพจน์ว่าหัวเด็ดตีนขาดยังไงก็ไม่ยอมเดินไปตรงนั้นเด็ดขาด

 

ลานระเบียงหกเหลี่ยมทรงเดียวกับบ้านที่อยู่ระดับเดียวกันดูร่มรื่นและน่านั่งสบายตรงนั้นจะไม่มีปัญหาสำหรับตะวันเลยสักนิดถ้าไม่ต้องเดินข้ามสะพานเชือกไม้แขวนกว้างแค่วาเพื่อจะไปให้ถึงอีกฝั่ง

 

ความสูงด้านล่างดูน่าหวาดเสียวน้อยซะที่ไหน ถึงแม้จะมีน้ำมากมายรองรับไว้ข้างล่างก็เถอะ

 

แค่นี้ก็เหงื่อพลั๊กๆแล้ว

 

ร่างสูงทรุดลงชันเข่าก้มลงมองหน้าซีดที่กอดเสาไว้อย่างขำๆ

 

ไม่ต้องกลัวนะ ไปอยู่ตรงนั้นรอ พี่ลงไปแค่แป๊บเดียวเดี๋ยวจะขึ้นมา

 

ไม่เอา ผมไม่อยู่คนเดียว ให้ผมไปด้วยนะ

 

ถ้าจะไปด้วยก็ต้องปีนลงบันไดอีกรอบ จะเอาอย่างนั้นเหรอ?”

 

อย่างนั้นก็ได้ ทิ้งผมไว้ข้างล่างก็ได้ นะ! อย่าทิ้งผมไว้ที่นี่คนเดียวสิ” 

 

เฮ้อ! เด็กหนอเด็ก กลัวขนาดนั้นเลยเหรอ?” มือที่กำลังยีหัวทุยๆชะงักเมื่อหน้าหวานส่ายปฏิเสธพร้อมกับมือขาวยกขึ้นกำรอบข้อมือหนาไว้แน่น

 

แน่นจนพจน์รู้สึกถึงแรงสั่นของมือบาง

 

แค่ไม่ชอบ ไม่ชอบ จะให้ผมทำอะไรก็ได้ นะ! ขอแค่ไม่ให้ผมอยู่ที่นี่คนเดียวก็พอ

 

คนพูดพูดไปโดยไม่รู้เลยว่าน้ำที่กำลังหล่อหน่วยตาใสทำให้เจ้าของตาคมใจอ่อนยวบ

 

ได้ งั้นไป ตามติดพี่ไว้ล่ะ

 

ครับ

 

คราวนี้ยิ้มขอบคุณที่ออกมาจากก้นบึ้งจึงหวานสุดใจ

 

สะกิดให้ร่างสูงรีบคว้าธนูกับศรแล้วลุกขึ้น ส่วนมืออีกข้างก็ดึงมือขาวให้เดินตามไปยังชานประตูที่เพิ่งขึ้นมาเมื่อครู่อย่างรวดเร็วเพราะกลัวใจตนจะอยากทำอย่างอื่นขึ้นมาซะก่อน

 

ต้องทำยังไง?”

 

หือ?”

 

คำถามชวนสงสัยทำให้พจน์ชะงักขา

 

ต้องทำยังไงผมถึงจะหายกลัวความรู้สึกบ้าๆนี่?”

 

ตะวันทรุดลงนั่งเพราะขาเริ่มสั่น ทั้งยังรู้สึกรำคาญความอ่อนแอของตัวเองจนแทบกระอัก

 

ก็ไม่ต้องหาย

 

อะ อะไรนะ ทำไมล่ะ?”

 

“เพราะถ้าไม่มีความรู้สึกกลัวที่ว่านั่น เราก็จะไม่อยากพึ่งใคร แบบนั้นพี่ก็แย่สิ

 

แล้วมันจะดีได้ยังไงกันคนอ่อนแอแบบนี้

 

คิดมากน่า มนุษย์ก็อย่างนี้ทั้งนั้นละ ใครเขาเดินได้ตั้งแต่เกิดกันเล่า มันก็ต้องมีล้มมีกลัวกันก่อนทั้งนั้น พี่เองก็เป็น

 

มือหนาโยกหัวทุยอย่างเอ็นดู

 

ไม่งั้นคำว่า เข้มแข็ง กับ แข็งแกร่งจะไม่มีความหมายถ้าเราไม่เคยได้ลิ้มรสกับคำว่าอ่อนแอซะก่อน

 

งะ งั้นเหรอครับ ไม่รำคาญผมจริงๆนะ?”

 

แน่ใจเหรอที่ถามแบบนั้น ถ้ารำคาญพี่คงเตะโด่งเราตั้งแต่วันแรกที่มาถึงแล้วละมั้ง!

 

น้ำใสคลอหน่วยตาโตที่ทำท่าจะหยดอยู่เมื่อครู่ดูเหมือนจะเหือดแห้งไปทันที

 

ไป ถ้าอยากเก่งพี่ก็จะฝึกให้ ถ้าอยากหายกลัวก็ต้องเชื่อพี่มาเคี่ยวกันตั้งแต่วินาทีนี้เลย มือจับบันไดไว้

 

มือขาวทำตามที่เสียงทุ้มกำกับตลอดเวลาทั้งๆที่ยังหลับตาปี๋

 

เพราะความสูงที่พาเอาท้องใส้เริ่มปั่นป่วนอีกครั้งเนื่องจากลมมันพัดผ่านร่างกายที่กำลังลอยคว้างอยู่นี่จึงทำให้เท้าที่กำลังก้าวถอยหลังลงบันไดจึงค่อยๆถอยลงทีละขั้น ถึงจะมีร่างสูงกระหนาบคอยระวังด้านหลังไว้ตลอดเวลา แต่จะให้ตะวันหายกลัวในทันทีคงเป็นไปไม่ได้

 

เห็นไหม ไม่เห็นยาก ทีนี่ก็ลืมตาได้!

 

พรื๊บ!!...

 

ตาโตลืมขึ้นทันทีเพราะไม่ทันเบี่ยงหลบปากอุ่นที่จู่ๆก็กดลงหอมแก้มขาว และพอเสร็จธุระ(?)ร่างหนาจะพละไปทันที ทิ้งให้ตะวันใจหล่นวูบ ก่อนจะอ้าปากค้างกับความ ซื่อบื้อของตัวเองเมื่อเห็นพื้นอยู่ใต้ฝ่าเท้าเพราะเหลือบันไดอีกเพียงขั้นเดียว

 

กว่าขาจะหายสั่นร่างสูงเดินห่างไปไกลและกำลังค้นอะไรกุ๊กกั๊กในเป้ที่ปลดลงจากหลังอาปาเช่

 

เศษไม้เล็กๆที่หาได้ก็ถูกหยิบมากองรวมกันจากนั้นพจน์ก็จุดมันด้วยไฟแช็คที่เอาติดมาด้วย

 

จากนั้นร่างสูงจึงขยับไปใกล้ตลิ่งพลางก้มลงพลิกเลือกก้อนหินก้อนเหมาะๆมาสองสามก้อนจนคนยืนมองเริ่มรู้สึกตัว

 

ไร้ประโยชน์จังนะเรา! แรงน้อยไม่พอ ยังงอมืองอเท้ายืนมองเขาเฉย น่าอายจริงๆ

 

ให้ผมช่วยนะ

 

ไหวเหรอ? งั้นก็ช่วยยกหินก้อนนั้นมาที

 

ตะวันมองคนบอกที่กำลังถือหินที่เลือกไว้ในมือทั้งสองข้างพลางคิด ทำไมมันง่ายจัง?’

 

คิดแล้วก็อยากลองทำแบบนั้นบ้าง

 

แต่ก็..........

 

อ๊ะ!” 

 

อายเขาไหมล่ะ’ 

 

หน้าหวานค่อยๆชำเลืองไปข้างหลังพลางนึกภาวนาอย่าให้คนตัวหนาที่กำลังง่วนอยู่กับหินสองก้อนที่นำไปก่อนไม่ทันเห็นสภาพยักแย่ยักยันของตนเมื่อกี้

 

แต่คำภาวนาในใจกลับไม่เป็นผล เมื่อหันไปก็เห็นตาคมจ้องเขม็งอยู่ก่อนแล้ว

 

ตะวันจึงหันขวับกลับมาปล้ำหินเจ้ากรรมยกขึ้นมาอุ้มมาส่งให้จนไหล่เอียง

 

พจน์มองเหงื่อที่พราวไปทั้งขมับ

 

มันก้อนใหญ่!

 

พี่ก็ไม่ได้ว่าอะไร

 

ไม่ได้ว่าด้วยปาก แต่มองด้วยตาแบบนั้นหมายความว่ายังไงกันครับ?”

 

หือ?” พจน์เลิกคิ้ว 

 

ถ้ามองตาพี่ออกขนาดนั้น?.......”

 

เสียงที่ขาดหายแทนที่ด้วยตาคมที่ฉายแววเปลี่ยนไป ทำเอาคนที่บังอาจทำเก่งมองความหมายออกถึงกับเผลอกลืนน้ำลายอย่างฝืดคอ

 

จะไม่ให้ลมหายใจติดขัดได้ยังไงในเมื่อฝ่ายตรงข้ามไล่ตามองตั้งแต่ลำคอขาวไล่ตาลงเรื่อยๆ ...ช้าๆ... แบบจงใจให้รู้ว่ามอง

 

แล้วก็ทำตาปรอยเมื่อจำได้ว่าคือตำแหน่งยอดอกทั้งสองข้าง ก่อนจะทิ้งสายตาค้างไว้ตรงจุดสะดือและต่ำกว่านั้นจนเสียงหวานแห้วออกมาอย่างลืมตัว......

 

ไม่ใช่แบบนั้นซะหน่อย!ร่างบางทรุดลงนั่งก่อนที่ร่างกายจะไม่มีแรงทรงตัว

 

ปากบางอิ่มถูกขบไว้แน่นพลางหลบตาสีเข้มดุดันที่เปลือยความรู้สึกนั้น

 

เก่ง! เก่งมาก! มองตาพี่ออกจริงๆด้วย

 

 “แล้วนี่ก่อไฟทำไมเหรอครับ?”

 

ที่ถามเพราะอยากเบี่ยงเบนความสนใจหรอก เพราะไม่งั้นคนตัวหนาคงไม่จบเรื่องนี้ง่ายๆแน่

 

 “เราสองคนยังไม่มีอะไรตกถึงท้องมาหลายชั่วโมง เมื่อกี้รู้สึกเหมือนจะได้ยินเสียงพยาธิคราง เลยต้องหาอะไรเซ่นให้มันสงบซะก่อนที่จะมีคนโมโหหิวไปมากกว่านี้

 

เปล่านะ!

 

แต่พี่หิว...

 

พจน์ก้มลงถอดรองเท้าถุงเท้าวางไว้ข้างตัวแล้วพับขากางเกงเพื่อจะได้เคลื่อนไหวได้เงียบและคล่องตัวขึ้น ก่อนจะหยิบธนูมาง้างเช็คเพื่อความแน่ใจอีกหลายครั้ง

 

“ตอนนี้พี่หิวทั้งข้าว หิวทั้ง.......

 

เสียงทุ้มไม่ต่อให้จบ

 

แต่กิริยาที่ใช้ตากวาดมองคนตัวขาวตั้งแต่หัวจรดเท้าและเดินหนีขึ้นตลิ่งไป ทิ้งให้คนตีความเอาเองขมุบขมิบปากบ่นพลางย่นจมูกชอบพูดให้ทำหน้าไม่ถูกอยู่เรื่อยเลย

 

จากนั้นจึงวิ่งตามหลังไปบ้าง

 

มองๆแล้วตรงนี้น่าจะเป็นจุดที่ยืนสบายที่สุดแล้วละ เพราะต่างจากจุดอื่นโดยรอบตรงที่หินก้อนใหญ่ที่ยืนอยู่นี่คล้ายถูกตัดจากเครื่องจักรให้มีระดับเสมอกันเพื่อให้เดินได้ง่ายขึ้น

 

และถ้าสังเกตดีๆก็จะเห็นหินเรียงตัวคล้ายบันไดซ่อนไว้ข้างใต้เพื่อเวลาเดินลงน้ำไปจะได้ง่ายและไม่ลื่น

 

รอบๆคือต้นไม้ที่โอบล้อมไว้โดยรอบก็จริงแต่ตรงนี้กลับดูไม่รกสักนิด

 

ช่องตรงกลางคือบ่อน้ำและก็ช่างเหมาะเหม็งเพราะแสงยามบ่ายได้ส่องลงมากระทบผิวน้ำใสให้ระยิบระยับและกำลังไหลล้นตกกระทบหินข้างล่างดังซ่าๆคลอดเวลา

 

มองไปเห็นกองไฟที่เพิ่งก่อเอาไว้เมื่อครู่ และเปลวสีส้มของมันกำลังลุกโชนและเห็นกองถ่านแดงฉานข้างใต้

 

อาปาเช่เองก็เดินเล็มหญ้าอ่อนของโปรดกินเอร็ดอร่อย

 

ลมเบาๆก็ช่างพัดเย็นได้ใจ กลิ่นอายบรรยากาศที่ตะวันสามารถสูดเข้าได้จนฉ่ำปอด

 

มองขึ้นไปเห็นบ้านหกเหลี่ยมหลังเล็กกับระเบียงที่สร้างไว้ซะสูงลิบและพรางตาจนไม่คิดว่าจะมีสิ่งก่อสร้างแบบนั้นซ่อนอยู่ และถ้ามองจากด้านบนลงมาก็คงจะเห็นจุดนี้ชัดเช่นกัน

 

ร่างบางค่อยๆหมุนเท้าให้ตัวเองมองโดยรอบจนเกือบครบทุกองศา จนตาหวานมาสะดุดตรงจุดที่คิดว่าน่าจะตรึงสายตาที่สุดในเวลานี้

 

รูปหน้าด้านข้างช่างมีเสน่ห์  ทั้งจมูกโด่ง ทั้งปากทั้งคางรับกันไปหมด

 

ยิ่งเคราเขียวที่พึ่งขึ้นนั้นด้วยแล้ว ยิ่งทำให้ตะวันยกมือขึ้นลูบคางตัวเองบ้างอย่างเผลอๆ

 

เฮ้อ!!

 

ไม่เคยเลยซักครั้งที่จะต้องตื่นขึ้นมาโกนหนวดโกนเคราเหมือนอย่างคนตรงนั้น

 

คนที่กำลังทิ้งสายตาจ้องนิ่งไปยังผืนน้ำใส ร่างสูงยืนนิ่งไว้ไม่ไหวติงคล้ายกำลังรอเวลา ทำเอาคนแอบมองเผลอนิ่งตามโดยไม่รู้ตัว

 

แผ่นหลังหนาพราวไปด้วยเหงื่อที่เริ่มซึมออกมาจนเป็นเงา เน้นเนื้อแน่นๆมัดกล้ามสีแทนเด่นชัด ตั้งแต่ต้นคอที่ผมหนาเริ่มเลื้อยปรกลงเป็นรากไทร

 

สงสัยกลับไปนี่คงต้องจัดการเล็มให้ซะหน่อยแล้ว

 

ชั่วเวลาที่ร่างบางกำลังเพลินอยู่กับความคิดและการแอบมองใครคนนั้น

 

ใครคนที่เมื่อครู่ยืนนิ่งเป็นหุ่น

 

แต่ตอนนี้ร่างสูงกำลังง้างธนูออกจนสุดแขนแล้วเล็งปลายศรชี้ค้างเอาไว้ใกล้ผิวน้ำ

           

           เสี้ยววินาทีที่ตะวันกระพริบตา ศรในมือหนาก็ถูกปล่อยออกจากมือพุ่งลงน้ำได้ยินแค่เสียง  ฟุ๊ฟ!! 

 

ตาโตๆเบิกกว้าง .....ปากอิ่มอ้าค้างเพราะไม่คิดว่าตนจะได้เห็นภาพแบบนี้

 

แม้ไม่ได้ถามให้กระจ่างแต่ก็เพิ่งถึงบางอ้อเอาตอนนี้เองว่าธนูที่ร่างสูงหยิบติดมือมามีไว้ทำอะไร เพราะเส้นเอ็นที่ผูกติดไว้แต่แรกถูกมือหนาสาวเข้าหาฝั่งช้าๆก่อนที่ปลาช่อนตัวเท่าน่องยาวเลยศอกจะถูกมือหนายกขึ้นอวดตรงหน้า

 

อาหารของเรา กินปลาเผาแทนข้าวแล้วกันวันนี้

 

คะ ครับ ตัวมันใหญ่จัง

 

วันนี้พี่จัดการเองไม่ต้องห่วง

 

หน้าหวานกดลงหงึกๆอย่างเห็นด้วย ได้แต่มองคนตัวหนาที่เดินหยิบนั่นจับนี่ขยับตัวอย่างคล่องแคล่วจนในที่สุดปลาช่อนตัวใหญ่ก็ขึ้นตั้งบนไฟในเวลาอันรวดเร็ว

 

ทำไมพจน์ทำดูเหมือนจะง่ายไปซะทุกอย่าง เพราะถ้าจะให้ตนจัดการตะวันคิดว่าคงอีกนานกว่าจะได้กิน

 

เพราะทุกๆวัน

 

ทุกๆวันตั้งแต่ย่างเท้าเข้ามาอยู่ที่ไร่ปลายตะวันแห่งนี้

 

นอกจากงานเลขาที่ต้องติดต่อกับคุณธิดาโดยตรงแล้วสิ่งที่ตะวันทำเป็นกิจวัตรก็เห็นจะเป็นงานบ้านที่ต้องคอยดูแลทุกอย่างเองกับมือ

 

ซักผ้าแต่ซักเครื่อง

 

ล้างจานแต่ละทีก็มีไม่ถึงสิบใบและใช้เวลาไม่ถึงห้านาทีด้วยซ้ำ

 

ถูบ้านก็งานจิ๊บๆเพราะพจน์ให้ใช้เครื่องดูดฝุ่นแทนไม้กวาดมันจึงกลายเป็นเป็นเรื่องง่ายไปเลย

 

ไม่เคยเลยซักครั้งที่พจน์จะเข้ามายุ่งในครัวและปล่อยให้เป็นหน้าที่ของตนมาตลอด จนตะวันคิดว่าเรื่องอาหารพจน์คงไม่เป็น

 

แต่เปล่าเลย!

 

ทุกท่วงท่าที่ร่างสูงขยับอย่างชำนาญ บอกให้ตะวันรู้ว่า

 

ไม่ใช่ไม่เป็น แค่ไม่อยากทำตั่งหาก

 

เพราะนอกจากงานในไร่ที่ตะวันเห็นร่างสูงทุ่มเทให้อยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน พจน์ก็แค่ขี้เกียจหยิบจับอะไรหยุมหยิมเรื่องมากก็เท่านั้น

 

ไง? ตะลึงไปเลย วันนี้กินอย่างนี้ได้ใช่ไหม?”

 

กินได้

 

แล้วทำไมทำหน้าแบบนั้น สงสารเจ้านี่อยู่เหรอ?”

 

เจ้านี่ที่พจน์ว่ากำลังเริ่มส่งกลิ่นลอยมาเตะจมูกจนพยาธิเริ่มครวญครางอีกครั้ง เปลี่ยนจากความสงสารให้เป็นความหิวได้ในบัดดล

 

เปล่าครับ...คือ

 

ไม่ต้องรู้สึกผิดไปหรอก แค่วันนี้เราเป็นคนลงมือไม่ต่างอะไรกับเวลาที่เข้าร้านอาหารใหญ่ๆแล้วมีคนเอาใส่จานมาให้กิน

 

ไม่ใช่อย่างนั้นครับ ก็แค่....วันนี้รู้สึกแปลกๆเท่านั้นเอง

 

แปลกตรงไหน?...”

 

แปลกตรงที่ เอ่อ...วันนี้พี่ทำให้ผมกินไง

 

มานี่มา...

 

พจน์ตบเข่าตัวเองเรียกทำเอาตะวันสะดุ้งโหยง  

 

ปะ ไป...ทำไม?”

 

มาเถอะน่า

 

ก็บอกเหตุผลมาก่อนสิ” 

 

จะให้พี่ลุกไปหา หรือเราจะมาเอง?

 

เท่านั้นแหละคนหน้าบางก็เผลอย่นจมูก ลากขาไปหาคนหน้าหนาที่กำลังยิ้มกริ่มเพราะเอาชนะได้

 

มือบางถูกกระตุกจนร่างขาวนั่งแปะลงบนเข่าข้างหนึ่ง กำลังว่าจะลุกหนีเพราะได้ทำตามที่บอกแล้วแต่ก็ถูกเกี่ยวเอวบางไว้หมับ เลยได้แต่หันหน้าหนีตัวงอเป็นกุ้ง

 

อยู่เฉยๆ

 

โธ่...เห็นใจกันบ้างสิครับ แค่นี้ก็ทำหน้าไม่ถูกแล้ว

 

จะยากอะไร ก็ทำอย่างที่ทำทุกวันก็พอ

 

พูดง่าย แต่มันทำยากนะครับ

 

“ตะวัน....”

 

“ค ครับ!

 

เราสองคนสนิทกันขนาดนี้ยังจะเขินอะไรอีก...หือ?”

 

โอยยย!!!....อยากจะลงไปชักกับพื้น

 

จะไม่ให้เขินได้ยังไงเล่า

 

จู่ๆเสียงทุ้มที่ได้ยินทุกวันก็เปลี่ยนโหมดนุ่มกะทันหันเล่นเอาทำตัวไม่ถูก

 

แล้วไอ้หน้านี่ก็ขยันแดงจริงๆพับผ่า

 

มันแดงจนลามไปทั้งหน้าทั้งคอไม่พอ ยังแดงไปทั่วท้ายทอยจนส่งผลให้คนที่จับตามองอยู่แล้วยิ้มกริ่มกระชับแขนแน่นขึ้นแล้วแนบปากอุ่นทาบกัดเอายังกับจะกินแทนข้าว

 

“อ๊ะ....อ๊าา......ยะ...!

 

ปากอิ่มถูกขบไว้แน่น ไม่ได้ตั้งใจจะให้เสียงหลุดออกมาแบบนั้น แต่ปากอุ่นที่กำลังไชชอนด้านหลังกลับไม่ปราณีเลยสักนิด

 

“อยาก...กิน”

 

เสียงที่กำลังงึมงำทำให้ตะวันเหลือบตามองปลาที่กำลังปิ้งไว้บนถ่านแดง กำลังจะบอกว่า ปลาน่าจะใกล้สุกแล้ว แต่......

 

“อยากกินเราเข้าไปทั้งตัว!

 

หา?!

 

นึกว่าหิวข้าว!

 

คางมนที่เอาแต่หันหนีถูกยึดให้เชยขึ้นจนสองตาสบกันนิ่ง

 

ทำให้ปากอิ่มบางเผยอโดยไม่รู้ตัวและไม่รู้ด้วยว่ามันยั่วให้ริมฝีปากร้อนผ่าวตามเข้าคลอเคลียแล้วง้างเบาๆเพื่อแยกปากแดงที่หมายตาไห้อ้าออกจากกัน

 

ปลายลิ้นร้อนผ่าวไล้เบาๆไปทั่วรอยแย้มวาวๆอย่างอยากสัมผัสน้ำผึ้งหวานทั้งบนล่าง

 

ไหล่บางห่อสะท้านเมื่อฟันคมกัดแล้วปล่อย งับแล้วปล่อยจนเจ้าของปากอิ่มหลับตาปี๋เพราะความรู้สึกบางอย่างมันแล่นซ่านไปทั้งร่างทำเอาขาอ่อนยวบ ทิ้งน้ำหนักนั่งทับไปบนตักหนาอย่างห้ามตัวเองไว้ไม่ไหว

 

ลมหายใจอุ่นที่สูดเข้าออกกระทบกันช่างเย้ายวน และเรียกร้องให้ปลายลิ้นทั้งสองที่แตะกันเพียงบางเบาราวกับเชิญชวนให้ชิมและไล้เลียลิ้นอีกฝ่ายช้าๆ

 

ไม่หนักหน่วง...............

 

ไม่บดขยี้............

 

ไม่บังคับ..........

 

แต่สัมผัสที่ได้รับกลับซาบซ่านอารมณ์หวามยิ่งกว่าจูบครั้งไหน......

 

ถ้าไม่.........จ๊อกกกก!!!!

 

หมดกัน!

 

พจน์ชะงักตัวเองทันที เพราะไม่ได้ตั้งใจที่จะเดินหน้าอย่างเต็มลูกสูบตั้งแต่แรกอยู่แล้ว

 

ตาคมมองคนหน้าหวานที่เอาแต่มุดหนีอย่างอายจัดเพราะไม่ใช่ครั้งเดียวที่ท้องเจ้ากรรมดังขึ้นมาขัดจังหวะแบบนี้

 

“หึๆ! คงต้องหาอะไรให้กินก่อนใช่ไหม เพราะไม่งั้นคงต้องหยุดกลางคันอย่างนี้ทั้งคืน”

 

 เท่านั้นแหละตะวันก็ได้สติโดดลงจากตักพจน์ไปยืนห่างซะหลายวาอย่างเขินจัด ปล่อยให้ร่างสูงจัดการนำอาหารวางบนใบไม้ที่หาได้

 

ตอนนี้ลานบนหินริมน้ำจึงเป็นจุดดึงดูดให้คนหิวจัดขยับขาตัวเองเข้าไปนั่งบ้างเมื่อพจน์พยักหน้าเป็นสัญญาณว่ามากินได้แล้ว

 

ปลาตัวโตที่ข้างนอกเกรียมเกือบไหม้แต่เนื้อข้างในกลับฟูขาวยั่วน้ำลายนอนตัดกับสีใบไม้เขียวๆ

 

คนตัวหนาบิเนื้อปลาขึ้นมาเป่า ตาก็เหลือบมองอีกคนที่ทรุดนั่งลงฝั่งตรงกันข้ามก่อนจะแอบยิ้มเมื่อเห็นคนตัวเล็กแอบกลืนน้ำลาย

 

แต่ก่อนที่ตะวันจะได้ทันหยิบอาหารตรงหน้าขึ้นมากินบ้าง เนื้อปลาฟูๆในมือหนาก็ถูกยื่นเข้ามาจนจ่อปากบาง

 

“อ้ำ...”

 

ปากอิ่มอ้าออกทันทีที่ได้ยินเสียงทุ้มสั่งราวกับคำๆนี้มันมีมนต์ขลังให้เด็กน้อยตะวันอ้าปากรับทันทีอย่างลืมตัว

 

“อ๊ะ”

 

หน้าหวานก้มงุด พอนึกได้ก็อ้าปากรับมาเคี้ยวตุ้ยๆซะแล้ว

 

หือ.....อร่อย!

 

เนื้อปลาหวานๆแบบนี้ไม่ค่อยได้กินบ่อยนักเพราะส่วนมากจะซื้อเขากิน ความอร่อยมันจึงต่างกันจนไกลลิบชวนให้มือบางขยับไปบิเนื้อปลาตรงหน้าขึ้นมาเป่าบ้างอย่างติดใจ

 

แล้วกำลังจะเอาเข้าปากตัวเองอยู่แล้วเชียว บังเอิญว่าตาเหลือบเห็นคนตัวหนานั่งจ้องเขม็งมาซะก่อน

 

“ป้อนพี่บ้างสิ”

 

น่านนนน!!!

 

คิดไว้ผิดซะที่ไหน

 

ที่ป้อนเราก่อนนี่เพราะมีแผนสินะ! (ในใจตะวันค้อนส่งไปให้) อยากจะทำเป็นไม่สนใจอยู่หรอก แต่ก็ยอมยื่นเนื้อปลาในมือไปจ่อปากคนตัวสูงบ้างแต่โดยดี

 

แต่ครั้งนี้ผิดกับครั้งแรกอยู่หน่อยเดียว

 

หน่อยเดียวตรงที่พจน์ไม่ได้เพียงแค่อ้าปากรับ แต่กลับยืดข้อมือบางไว้แน่นแล้วงับเอาทั้งเนื้อปลาทั้งนิ้วขาวเข้าไปคำใหญ่แถมก่อนจะปล่อยยังดูดเลียนิ้วน้อยที่คาอยู่ในปากตนจนดังจ๊วบอย่างเสียดาย  

 

ไม่รู้ว่าพจน์เสียดายเนื้อปลาที่ติดอยู่หรือเพราะเสียดายนิ้วขาวๆที่ปล่อยไปก็ไม่อาจรู้ได้ ....ปล่อยให้คนที่ไม่รู้ว่าจะต้องวางหน้ายังไงตีความเอาเอง

 

เสียงน้ำตกบวกเสียงลมพัดใบไม้ดังซ่าๆตลอดเวลาจึงคล้ายดนตรีเพราะๆบรรเลงให้บรรยากาศตอนนี้ดียิ่งกว่าคำพูดไหน

 

สิ่งเดียวที่ดังคือก้อนเนื้อตรงอกด้านซ้ายที่โครมครามกระหน่ำรัวราวกับมันจะทะลุออกมานอกอก เมื่อกิริยาบิปลามาแล้วป้อนอีกฝ่ายของทั้งคู่เป็นคำตอบได้ยิ่งกว่าจะสรรหาคำอธิบายหรือคำพูดได

 

จนเมื่อ

 

 “อิ่มไหม?”

 

นั่นละคำแรกที่เสียงทุ้มเอ่ยถาม หลังจากที่ได้แต่จ้องกันไปป้อนกันมาจนปลาหมดตัว และคำตอบคือหน้าหวานกดรับหงึกๆ

 

อิ่มแปล้เลยละ ตะวันคิด...พลางมองตามมือครามที่รวบเอาใบไม้และเศษปลาที่เหลือไปทิ้งซะไกลเพื่อตัดปัญหามดหรือแมลงตัวเล็กที่จะเดินเข้ามาหาเพราะมันคงไม่น่าพิสมัยซักเท่าไหร่

 

พอหนังท้องตึงหนังตาก็ชักเริ่มมีปัญหา และสุภาษิตที่เขาว่ามายังใช้ได้ดีอยู่ทุกยุคทุกสมัย เพราะไม่ว่าใครก็ตามถ้าได้มานั่งตรงจุดนี้ก็คงเริ่มเคลิ้มกับลมเย็นๆและเพลงธรรมชาติรอบตัวเหมือนอย่างตะวันแน่ๆ

 

ในจังหวะที่กำลังเคลิ้มอยู่นั้น ก็มีอันต้องเหลือบตาไปมองข้างๆเพราะหูพลันได้ยินเสียงอะไรกุกกักสักอย่าง

 

แล้วสมองที่กำลังง่วงงุนก็มีอันต้องตื่นจนตาโตเบิกค้าง ทันทีที่หันมองข้างก็บรรจบกับจังหวะที่จู่ๆมือหนาได้ดันกางเกงยีนส์ของตัวเองลงแบบไม่อายผีสางเทวดา และต่อหน้าต่อตาคนที่กำลังนั่งแหงนหน้าอ้าปากค้างเพราะระยะห่างเพียงแค่วา ตาหวานที่เบิกโพลงจึงชนโครมกับภาพปฏิมากรรมล้ำค่าด้านข้างอันโดดเด่นจนตาพร่าเลยต้องหันหน้าหนีหลับตาปี๋อยู่นี่ไง

 

โอยพ่อแก้วแม่แก้ว ตาลลูกจะเป็นกุ้งยิงไหม

 

ตู๊มมมม!!!

 

ตาที่หลับค่อยๆหลี่มองเมื่อได้ยินเสียงน้ำกระจายและบางส่วนก็กระเด็นมาโดนตัวจนสะดุ้งโหยง

 

ตะวันสะบัดหัวแรงๆ สลัดให้ร่างเปลือยเปล่าที่ติดตาเมื่อครู่หายไป แต่จะให้ทำยังไงน้อ....ก็เมื่อครู่ที่หันไปน่ะเพราะไม่ทันคิดจริงๆว่าคนตัวหนาจะมีความกล้ามากมายมหาศาล และ.....ชัดเจน

 

ก็เล่นมายืนถอดผ้าข้างๆกัน พอหันไปก็เต็มตาเลยน่ะสิ

 

นี่ไงล่ะหลักฐาน! ทั้งกางเกงยีนส์กางเกงในกองแหมะไว้ด้วยกัน แล้วคนที่กำลังดำผุดดำว่ายอยู่ใต้น้ำนั้นจะเหลืออะไรติดกาย

 

ถ้าไม่ใช่....

 

“ลงมาอาบน้ำ ค่ำแล้วจะหนาว”

 

อะเจี๊ยกกกก!!!!!

 

“ลงมาอาบด้วยกันตอนนี้เลยเร็วเข้า....

 

เสียงทุ้มยังตะโกนมาอีก จากนั้นร่างสูงก็ว่ายห่างไปอีกทางจนอยู่คนละฝั่งไกลลิบ

 

ค่อยโล่งอก!

 

คนที่ยังมีเสื้อผ้าครบชุดหันมองซ้ายมองขวา และพอเห็นเป้ที่ร่างสูงหยิบมาวางไว้ให้แล้วจึงรีบถอดเสื้อผ้าบ้างแต่ก็ยังไม่วายมองซ้ายมองขวาอย่างระแวงอยู่ดี

 

รีบถอดแล้วก็รีบอาบให้มันเสร็จๆไปสิ!

 

ตะวันบอกตัวเองพลางเหลือบตามองอีกคน และพอเห็นว่าพจน์ยังอยู่อีกฝั่งจึงค่อยๆหย่อนตัวเองลงน้ำบ้าง โดยหารู้ไม่ว่าคนที่ตนกำลังระแวงและหันหลังให้อยู่นั้นกำลังนับหนึ่งจนเกือบจะถึงร้อยอยู่แล้ว เพื่อบังคับตัวเองไม่ให้เดินขึ้นจากน้ำเข้าไปดึงร่างบางที่กำลังถอดเสื้อผ้าให้ลงน้ำมาไวๆ

 

จ๋อม จ๋อม

 

แต่อย่างว่า ปล่อยตะวันลงน้ำก็เหมือนกับปล่อยปลาหายลงคลองละนะ

 

เพราะไม่ถึงนาทีร่างบางที่ทำท่าจะรีบๆอาบรีบๆขึ้นก็เปลี่ยนใจ ดำผุดดำว่ายโผไปตรงนั้นทีตรงนี้ทีโดยลืมไปว่าไม่ได้มีตนอยู่แค่ลำพังคนเดียว

 

ร่างบางคอยระแวงและเหลือบตามองตลอดเวลา พอเห็นร่างสูงอยู่ตรงไหนคนตัวเล็กก็โผหนีไปอีกฝั่งตรงข้ามทุกครั้งอย่างมีความสุขและไม่ทันคิดว่าวิธีนี้มันใช้ไม่ได้ผลกับคนที่รอจังหวะหาช่องโหว่อยู่แล้ว

 

หือ? คนที่กำลังเพลินเริ่มขมวดคิ้ว หายไปไหนแล้วล่ะ? มองซ้ายขวาหน้าหลัง น้ำใสขนาดนี้ถ้าอยู่ใต้น้ำก็ต้องเห็นสิ แต่ร่างสูงที่กำลังอาบน้ำอยู่อีกฝั่งได้อันตรธานหายไป ทิ้งไว้แต่ความว่างเปล่าที่ตะวันกำลังหมุนมองจนรอบแต่กลับไม่เจอใคร

 

ไม่มีเลย?

 

ชักระแวงและเริ่มเสียวสันหลังแปลกๆ

 

ไหนๆก็เล่นจนตัวจะเปื่อยอยู่แล้วรีบขึ้นดีกว่าไหม

 

ใช่! คนตัวบางพยักหน้า เออออกับตัวเองแล้วมองอาทิตย์ก็เริ่มโพล้เพล้เพราะแสงสีส้มของมันเริ่มชัดขึ้นบอกให้รู้ว่ามันกำลังจะลับขอบฟ้าในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้านี้แล้ว

 

คิดได้ดังนั้นร่างบางจึงรีบโผเข้าหาฝั่ง โดยลืมไปสนิทว่าเมื่อกี้ตนมองหาใครเพราะก่อนที่จะเอื้อมมือแตะตลิ่งซึ่งเหลือเป็นระยะทางไม่ถึงสองวาดี

 

จู่ๆคนตัวหนาก็โผล่พรวดขึ้นมาดักทางเล่นเอาตะวันเบนหัวเรือไม่ทันชนโครมกับร่างสูงที่ได้ทีกอดเอวบางที่กำลังจะเบี่ยงหนีไว้หมับราวกับรอจังหวะอยู่แล้ว

 

“คิดจะหนีพี่ไปไหน?”

 

“มะ ไม่ได้หนีนะ”

 

“โผไปทางนั้นทีทางนี้ทีหนีเห็นๆ

 

ยิ่งพจน์กระชับกอดยิ่งทำให้สองร่างลื่นๆแนบกันหนัก และบางอย่างที่พอดิ้นทีก็ทิ่มจึ๊กทีเล่นเอาตะวันตาเบิกโพลง

 

“ที่ปล่อยไว้จนถึงตอนนี้เพราะอยากให้เราเล่นน้ำให้เสร็จก่อน”

 

“ละ เล่นน้ำเสร็จก่อนแล้วทำไม?”

 

จึ๊ยย!! .....โง่แล้วไงตะวัน! ไปถามนำทางเขาทำม้ายยยย!?

 

“อ เอ่อ ชักจะหนาวแล้วละ....”

 

ที่บอกว่าหนาวน่ะเรื่องจริง แต่ยิ่งถีบตัวออกห่างไหงเนื้อตัวลื่นๆจึงกลับยิ่งแนบชิดและเสียดสีกันหนักขึ้นจนเลือดหนุ่มน้อยวิ่งซู่เล่นเอาร้อนวาบไปทั้งหน้า

 

ยังไงตอนนี้ขอขึ้นจากน้ำให้ได้ก่อนเป็นไง! ตะวันคิด แล้วตะกายน้ำเพื่อที่จะได้เข้าหาฝั่งที่อยู่แค่เอื้อม กำลังจะถึงอยู่แล้ว

 

อีกนิด อีกนิดเดียว!

 

หมับ!

 

“ตะวัน....”

 

เจ้าของชื่อถึงกับชะงัก สะท้านเยือกขึ้นทั้งตัวกับน้ำเสียงแฝงความหมาย ยิ่งเอวคอดอยู่ในมือหนาแล้ว....มีหรือว่าร่างสูงจะปล่อยให้ร่างขาวที่เกือบเปลือยเปล่าไปไหนไกล

 

จมูกโด่งของคนข้างหลังจึงกดฝังลาดไหล่นุ่ม ตอเคราแข็งกับปากหยักขบเม้มบ่าขาวซ้ำยังแทรกเสียงทุ้มกระซิบพร่าได้ยินเบาๆทำเอาคนฟังมือไม้อ่อน

“นะ!

 

คำขอสั้นๆ แต่ทำเอาคนฟังตาเบิกโพลง ....ตรง...ตรงนี้เลยเหรอ?

 

มือกร้านหมุนไหล่ให้ร่างบางหันมา ...สองมือหนาประคองลำคอขาว ดันคางมนขึ้นจนสบกับหน่วยตาใสที่กำลังไหวระริกเมื่อเห็นกรามเหลี่ยมขบกันแน่น เหตุเพราะคนตัวโตกำลังควบคุมอารมณ์ของตนที่กำลังพลุ่งพล่านจนแทบทะลุเพดานความอัดอั้น

 

ตาคมมองปากแดงฉ่ำน้ำตรงหน้าแล้วนึกหรือว่าพจน์จะทน

 

“อืมม!!...”

 

ไม่ว่าปฏิเสธหรือตอบรับ ตะวันก็หมดโอกาสนั้นไปในทันทีที่ปากหยักร้อนผ่าวก้มลงประกบ

 

มวลน้ำมากมายช่วยให้พจน์พยุงสะโพกเพรียวแล้วรั้งขาเรียวให้คาบเกี่ยวเอวสอบของตนได้ง่ายขึ้น แล้วสองแขนขาวจะไปไหนไกลถ้าไม่เกาะต้นคอหนาไว้เหตุเพราะสองปากอยู่ใกล้แค่ปลายลิ้นเกี่ยว

 

เพลานี้ไม่ต้องเล้าโลม เพียงแค่เปิดฉากไม่ถึงครึ่งนาทีดีพจน์คิดว่าตัวเองกำลังจะถึงขอบสวรรค์รำไร เพราะก้นขาวงอนที่ถูกมือตนอุ้มไว้อยู่ใกล้แค่ปลายป้านจ่อ

 

ปลายนิ้วแข็งๆแหวกหนีกางเกงในตัวน้อยเพื่อแซะช่องทางสีหวานที่ทั้งนุ่มหยุ่นดูดหนึบจนพจน์คำราม จัดการตรงนี้เลยดีไหม!

 

“อื๊อออ!!!

 

 ร่างเล็กบิดเร่าในอ้อมแขนสีแทน

 

หน้าหวานแหงนเริดจนท้ายทอยจุ่มน้ำเพราะแรงขยับยุกยิกจากนิ้วแข็งๆที่พยายามดึงดันยัดเข้าหาจีบพับนุ่มสีชมพูทำเอาเจ้าของช่องทางเสียววาบ

 

หน้าหวานซุกต้นคอหนา ทั้งแขนขาวทั้งขาเรียวไขว่คว้า แล้วข้อเท้าขาวที่ขัดไว้ด้านหลังก็เกร็งตัวหนีบสะโพกสอบแน่นขึ้นอย่างลืมตัว

 

อย่าเพิ่ง.....อ่า....พี่กำลังจะไม่ไหว

 

ในหัวพจน์ตอนนี้ก็กำลังตีกันยุ่ง เพราะจัดการร่างขาวตรงนี้ก็ได้ง่ายนิดเดียว กับสมองอีกซีกมันกลับค้านว่ามันไม่เหมือนกับตอนที่อยู่บนเตียงนะไอ้โง่!

 

มึงกระแทกแรงไม่ได้!

 

มึงจะบดจะบี้ก็ไม่ได้!

 

แถมจะต่อรอบสองมีหวังตะวันหนาวตาย!

 

พจน์เดือดดาลด่าตัวเองในใจ แต่กูไม่ทน!

 

มือหนายกจั๊กแร้จนร่างบางขยับขึ้นไปนั่งแหมะบนฝั่งที่ระดับมันก็ช่างพอดีได้ใจ พอกางเกงในตัวน้อยหลุดหาย หน้าคมก็ซบหาหน้าขาขาวที่ล่ออยู่ตรงหน้าพาลำเนื้ออ่อนปลายสีสดที่กำลังชี้ชันบอกอารมณ์หวามเข้าในจนขอบปากหยักที่อ้าครอบชนเนินเกลี้ยงขาวราวกับของเด็กตรงหน้า

 

“อ๊าาาาา!!!!.....”

 

ปากบางอ้าหวอ หน้าเหยเก ลำตัวบางสะดุ้งแอ่นก่อนจะงองุ้มจนหน้าหวานซุกซบกลุ่มผมหนาเปียกน้ำที่มือบางขยุมไว้จนเต็มกำ

 

สองขาเรียวเกร็งเพราะเสียวจนลืมตัวหนีบไว้กับต้นคอหนา เมื่อปากหยักร้ายกาจกับลิ้นร้อนชื้นกวาดวนทั้งดูดเลียปลายแดงป้านอย่างไม่ปราณีเนื้ออ่อนแม้สักนิด

 

 “อ๊ะ!....อ๊าา! …แฮ่ก!........แฮ่ก!.....อื๊ออออ!!!!....”

 

ตะวันปรือตาหน้าแดงก่ำ อยากขยับหนีแต่ขาไม่รักดีดันไม่มีแรง จึงทำได้แค่นั่งบิดก้นบนหินเย็นๆนี่

 

ถ้าเกิดใครเดินผ่านมาเห็นภาพตอนนี้คงคิดว่าร่างขาวที่กำลังเปลือยเปล่านั่งห้อยขาตัวบิดเร่าทำไม?

 

แต่ถ้ามามองใกล้ๆจะเห็นภาพน่าอายที่สุดในชีวิตตะวันที่กำลังมองจุดอ่อนไหวของตนผลุบเข้าผลุบออก ให้ปลายลิ้นร้อนชื้นกวาดเลียลำเนื้อสีสวยขึ้นลงทั้งซอกขาขาวซ้ายขวา เท่านั้นยังไม่พอริมฝีปากร้อนผ่าวยังดูดจ๊วบทีเดียวตุ้มเล็กน่ารักก็หายวับเข้าปากหยักจนตะวันสะดุ้งวาบแทบขาดใจ

 

“พ พอ อ่า ....อ๊ะ พอ....และ...แอว....อื๊อออ...”

 

จะขยับปากยังแทบไม่ไหว เสียงที่ออกมาจึงจับใจความแทบไม่ได้ น้ำใสเองก็เริ่มคลอหน่วยตาดำเพราะเจ้าของเสียงเสียวเสียดเกินรับไหว

 

ใจนึกอยากจะผลักอยากจะถีบคนตัวสูงที่กำลังใช้หน้าซบหน้าขาตนออกไป แต่ไหงมือบางกลับยึด ขาเรียวกลับหนีบเกี่ยวบ่าหนาไว้ตะวันไม่เข้าใจ

 

“อ๊าาา.....”

 

“อื๊ออออ!!.....”

 

จุ๊บบบ! .........จุ๊บบบ! ..........จ๊วบบบบ!!!..........ม๊วบบบ!!!

 

ใบหน้าเนียนแดงก่ำ ปากอิ่มเดี๋ยวอ้าหวอเดี๋ยวก็กัดเพื่อห้ามเสียงน่าอายไว้

 

แต่ก็ได้แค่ประเดี๋ยวเดียวเท่านั้น

 

ประเดี๋ยวเดียวเสียงครางหวานก็ดังออกมาคลอกับเสียงที่พจน์ดูดจุ๊บจั๊บครั้งแล้วครั้งเล่าเพราะร่างบางไม่อาจทานแรงเสียดเสียวที่เกินจะรับไหว

 

“อ๊ะ!...”

 

“ซี๊ดดดด!!!!”

 

เพียงไม่นานตาหวานก็หลับปี๋

 

ลำตัวบางงองุ้มก่อนจะบิดฮวบลงกอดหัวดำที่กำลังซบซุกอยู่กับหน้าตักบาง เมื่อลำเนื้ออ่อนปลายป้านแดงถูกปากหยักรุกเร้าจนทานความทรมานอันแสนหวานไว้ไม่ไหว ปล่อยน้ำสีขาวขุ่นจากปลายฉีดพุ่งเข้าโพลงปากหยักร้อนผ่าวที่ครอบไว้ไม่ยอมปล่อย

 

อ๊าาาาาา!!!!!!!...”

 

“อื๊อออออ!!!!....”

 

เรียวขาขาวตระตุกเกร็ง ไม่มีแม้แต่แรงขยับเขยื้อนเลื่อนมันออกห่างจากที่พาดบ่าหนา ปากอิ่มแดงที่พยายามกัดไว้เองก็ไม่อาจกักเก็บเสียงครางหวานที่เล็ดลอดผ่านออกมาราวกับทรมานเช่นกัน

 

จนเมื่อเห็นว่าร่างขาวยังสะท้านแต่มือบางกลับลดแรงกอดที่ศีรษะตนลง พจน์จึงค่อยๆถอนปากตัวเองออกแล้วเงยหน้า ให้ตาคมมองสบตาหวานที่ยังแดงก่ำหน่วยตาดำไหวระริกอย่างขัดเขิน

 

“อึก!

 

แล้วคนที่เพิ่งปลดปล่อยไปหยกๆถึงกับตาค้าง เมื่อเห็นว่าน้ำสีขุ่นที่ปากหยักดูดไปอมไว้พจน์กลับไม่ได้คายทิ้ง แต่กลืนลงคอให้เห็นต่อหน้าต่อตาจนตะวันเดือดร้อน

 

“กะ กลืนเข้าไปได้ยังไง!

 

เสียงหวานโวยลั่น คว้ากรามเหลี่ยมที่อยู่แค่เอื้อมไว้แน่นแล้วล้วงนิ้วขาวเข้าปากหยักหวังจะกวาดต้อนสิ่งที่พจน์เพิ่งกลืนเข้าไปหมาดๆออกมา

 

 “อย่ากลืนนะ คายออกมาสิ”

 

“ของหวานไง”

 

“ไม่เอานะ..คายเดี๋ยวนี้!

 

“ไม่เป็นไรหรอกน่า”

 

พจน์อมยิ้มน่าหมั่นไส้ถึงกับทำให้คนที่กำลังหน้าแดงพูดไม่ออก

 

แต่มือบางยังไม่ละความพยายามที่จะวักน้ำเข้าล้างไปทั่วปากอุ่นแถมนิ้วขาวยังควานไปทั่วโพลงปากนั้นหวังกวาดต้อนน้ำน่าอายของตนที่พจน์อมไว้ออกมา

 

คนตัวสูงยอมปล่อยให้ตะวันทำตามสบาย แต่มือครามกลับยกขึ้นโน้มคอขาวของคนที่นั่งสูงกว่าลงมาจนหน้าหวานก้มลงมาใกล้

 

พอตาสบตาก็เป็นอันรู้ความหมาย

 

ริมฝีปากร้อนผ่าวประกบแนบก่อนจะแทรกปลายลิ้นร้อนผ่าวเข้าเกี่ยวพันลิ้นนุ่มอย่างบอกความหมาย

 

“อืมมม!!!

 

คนที่เพิ่งปล่อยน้ำจนตัวเบาไปหมาดๆรู้ได้ทันทีว่าคนตัวสูงต้องการอะไร

 

 “ขึ้นข้างบนกันเถอะ”

 

ตะวันกระพริบตาปริบๆ

 

จริงๆแล้วพจน์ต้องเดินหน้าจนสุดแม็กซ์ไม่ใช่เหรอไง? แล้วมาชวนขึ้นข้างบนไปทั้งๆที่ตัวเองยังค้างเติ้งชี้โด่แบบนั้นทำเอาตะวันงง

 

แล้วพอมีแรงลุกได้เท่านั้นร่างบางจึงรีบไปหยิบผ้าขนหนูมาพันเอวตัวเอง ก่อนจะเดินนำหน้ามาก่อน แล้วก็ยืนคิดหนักแหงนคอตั้งบ่าอยู่นี่

 

ตะวันเริ่มหน้าซีด จะขึ้นบันไดไปเองโดยไม่รออีกคนข้างหลังตัวเองก็ปอดเกินไป เพราะอย่างนั้นมือบางจึงได้แต่เกาะมันเอาไว้นิ่งๆโดยไม่หันไปมองคนตัวสูงที่กำลังหยิบเป้ใส่หลังแล้วเดินตามมาบ้าง

 

แค่นี้ก็ทำหน้าไม่ถูก เขินจนพูดอะไรไม่ออก ที่โดนทำเมื่อกี้ก็สุดจะบรรยายออกมาได้....แล้วจะให้ตนเสริมหน้าหนาทำเป็นว่าไม่มีอะไร เรื่องแค่นี้จิ๊บๆ แล้วหันไปมองคนข้างหลังที่เอาผ้าขนหนูพันเอวไว้เหมือนกัน แต่ไอ้นั่นกลับชี้โด่ดันผ้าออกมาจนเป็นรูปเป็นร่างแบบนั้นนะเหรอ ทำไม่ได้หรอก ยังไงก็ไม่กล้า

 

หน้าหวานก้มลงมองตัวเอง เขินจนตัวแดงไม่พอ ยอดอกทั้งสองข้างยังตั้งแข็งเป็นไตจนแขนขาวต้องยกขึ้นกอดอกปิดไว้ไม่ให้คนข้างหลังเห็น

 

“หนาวเหรอ?”

 

“ครับ รีบเข้าเถอะ”

 

“ไปสิ”

 

ทั้งลมหายใจร้อนผะผ่าว ทั้งปากหยักอุ่นปนเคราแข็งเม้มไหล่ขาวเบาๆอย่างหมั่นเขี้ยว ทำเอาเจ้าของไหล่กัดปากอิ่มของตนอย่างเขินจัด แต่สิ่งที่ทำให้ร่างบางเผลอจ่ำเท้าขึ้นบันไดพรวดๆอย่างลืมกลัวเพราะอะไรบางอย่างจากด้านหลังที่พอตะวันขยับคนข้างหลังก็ขยับตามและไอ้แข็งๆข้างหลังมันก็จิ้มจึ๊กมาทีตรงบั้นเอวนี่ตั่งหากเล่นเอาหัวใจจะวาย

 

โอยยย!!!!

 

มือบางยกขึ้นกุมอกข้างซ้ายทันทีที่หลุดขึ้นมาถึงข้างบนได้ ใจดวงน้อยมันกระหน่ำรัวอย่างตื่นเต้นจนตะวันกลัวว่าเสียงของก้อนเนื้อนั้นจะหลุดออกจนคนใกล้ๆได้ยินเอา

 

ในขณะที่ร่างสูงวางเป้แล้วเดินไปหยุดตรงฝาอีกด้านแล้วจัดการดึงห่วงเหล็กที่ห้อยบนขื่อแรงๆ ไม่ทันไรเตียงขนาดหกฟุตที่แทรกไว้ก็โยกลงมาตั้งให้กลางห้อง ทันสมัยซะจนคนตัวบางตะลึงมอง เอาซ่อนไว้แบบนี้นี่เองเหรอ มิน่าล่ะ! ขึ้นมาเมื่อกี้ถึงไม่เห็น!

 

ร่างบางหมายจะเดินไปหาเป้ที่พจน์วางไว้เพื่อจะได้หยิบเสื้อออกมาใส่ซักที แต่แทนที่จะได้ทำอย่างใจคิดร่างบางกลับต้องชะงักเพราะเอวเล็กถูกแขนแกร่งเกี่ยวเข้าไปกอดไว้มั่นแล้วเสียงทุ้มกระซิบชิดติดริมหูบาง

 

“คิดจะให้พี่ค้างอยู่แบบนี้อีกนานไหมหือ?

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ความคิดเห็น