facebook-icon

ผลงานเรื่องแรก คิมเมจงเจริญ

ตอนที่ 35 : ดอกบานชื่นสีแดงและเสื้อกันหนาวสีขาวสลับดำ

ชื่อตอน : ตอนที่ 35 : ดอกบานชื่นสีแดงและเสื้อกันหนาวสีขาวสลับดำ

คำค้น : คิมหันต์, เมษา, นิยายวาย, นิยายy, lastlove, รักสุดท้ายนายบ้านนอก

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 18.1k

ความคิดเห็น : 109

ปรับปรุงล่าสุด : 12 มิ.ย. 2559 00:35 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 35 : ดอกบานชื่นสีแดงและเสื้อกันหนาวสีขาวสลับดำ
แบบอักษร

                “คนรู้จัก คนรู้จัก…”

                นั่งพูดกับตัวเอง คิมหันต์ตัดสินใจลุกขึ้นยืนหวังจะเข้าไปคุยให้รู้เรื่อง หลังจากคำพูดที่เมษาเอ่ยออกมานั้นมันเป็นเพียงบทสนทนาสุดท้ายสำหรับค่ำคืนที่ผ่านมา ท่ามกลางบรรยากาศยามเที่ยง พี่น้องในวัยเด็กสองคนต่างหยอกล้อและช่วยกันรดน้ำต้นไม้ ดูแล้วความสัมพันธ์ของเขามันชักจะผลิบานมากกว่าดอกบานชื่นเสียอีก หยุดยืนอยู่ตรงหน้าไม่ได้มาอย่างเป็นมิตรเพราะร่างสูงใช้สายตาปรายมองกวินด้วยความเย้ยหยั่น

                เมษา เรามีเรื่องต้องคุยกัน

                “ไม่เห็นรึไงว่าพี่เมษากับฉันกำลังทำอะไร คนกรุงเทพนี่มารยาทแย่จริงๆ

                “ไม่ได้ยินรึไงว่าฉันไม่ได้ต้องการคุยกับแก...เสร่อ

                “ไม่ว่าง ค่อยคุยวันหลัง

                เมษาตัดบทสนทนาด้วยการก้มหน้าก้มตาพรวนดินให้ตนไม้ตรงหน้า ดอกบานชื่นสีแดงเป็นสิ่งที่คิมหันต์ชื่นชอบที่สุด แต่มันกลับกลายเป็นดอกไม้ที่คิมหันต์เกลียดที่สุดไปแล้วตอนนี้ มันได้ถูกลดเลื่อนสถานะจากดอกไม้ดอกโปรดลงเป็นสิ่งที่มีหนามคอยเอาไว้ทิ่มแทงจิตใจจนยากที่จะทำใจให้รัก ไม่ต่างจากเขาซึ่งจากคนรักกลับกลายเป็นคนรู้จักเพียงชั่วข้ามคืนเพราะกวินเด็กเมื่อวานซืนที่พึงเข้ามาอาศัยอยู่ด้วยได้เพียงหนึ่งคืนและหนึ่งวันเท่านั้น

                ไอ้ดอกไม้พวกนี้มันสำคัญมากใช่มั้ย

                “…………./………….”

                ไม่มีคำตอบรับ เพราะทั้งสองยังคงใส่ปุ๋ยพรวนดินให้กับดอกบานชื่นโดยไม่สนใจเขาเพียงนิด จังหวะที่เมษากำลังเอื้อมมือหยิบช่อต่อไปเพื่อปักมันลงกระถาง คิมหันต์ถอดรองเท้าออก เขาเดินเข้าใกล้ใช้เท้าข้างขวาเหยียบช่อดอกไม้ไว้ ไม่พอยังขยี้มันกับพื้นซ้ำๆเสียจนกลีบดอกหลุดล่วงช่อช้ำกิ่งหักไปหมด

                “ฉั้นคิดว่ามันคงจะสวยกว่าถ้ากองไว้บนดิน ดอกไม้ไม่มีราคาปลูกให้ตายยังไงก็ไม่สวยขึ้นมาหรอก ต่อให้ใส่กระถางหินอ่อนยังพาให้หมองไปด้วย

                “นายทำอะไรของนายเนี่ยคิมหันต์!!!”

                “โชคดีที่เบนนาซิสไนกี้ไม่สกปรก ถึงจะเป็นแค่รองเท้าแตะธรรมดาๆแต่ถ้าเปื้อนดินขึ้นมาละก็เสียดายแย่เลยเนอะ

                เช็ดคราบดินที่ฝ่าเท้าลงบนกองช่อดอกไม้ก่อนกลับไปสวมเบนนาซิสไนกี้รองเท้าแตะราคาแพงเหยียบพันสีดำสนิท

หมดแล้วเรื่องราวที่ต้องการสะสาง ความรู้สึกและคำพูดของเมษาที่ค้างคา คิมหันต์ไม่ต้องการฟังและทำความเข้าใจกับมันอีกต่อไปในเมื่อโดนผลักใสเสียจนแทบกลายเป็นอากาศ ไม่แปลกและไม่ใช่เรื่องยากที่คิมหันต์จะกลับไปเป็นเพียงคนรู้จักดั่งเดิมเหมือนที่เขาทั้งสองรู้จักกันแต่แรก

                เห้ย!!!ไอ้!!!”

                กวินลุกขึ้นเตรียมเหวี่ยงแขนส่งหมัดเข้าหน้าคิมหันต์ เมษาเห็นอย่างนั้นรีบคว้าตัวผู้เป็นน้องไว้ถึงจะรั้งแรงแทบไม่ไหวแต่ก็พยายามห้ามปรามที่สุดเท่าที่ทำได้

                วินอย่า!!! ย อย่าไปยุ่งเลยเดี๋ยวจะเจ็บตัวเอา

                เบะปากยักไหล่หมั่นไส้ คิมหันต์ชายตามองมือเมษาที่เคยโอบกอดและสัมผัสตามร่างกายอย่างคุ้นเคย ซึ่งมันกำลังใช้เหนี่ยวดึงกอดเอวกวินด้วยความเป็นห่วงไม่ให้เข้ามามีเรื่องด้วยเกรงว่าจะเจ็บตัว ทนไม่ไหวจนต้องจิ๊ปากเดินกลับหลังหันด้วยความหัวเสีย แต่เหมือนความผิดหวังและความเสียใจนั้นมันจะมีมากกว่า ในเมื่อที่ตรงนี้มันไม่ใช่ที่ที่เขาควรอยู่ เพราะดูแล้วคงไม่มีที่ว่างสำหรับผู้ชายที่ชื่อคิมหันต์

                ไม่นานนักรถคันหรูอย่าง BMW M5 ได้มุ่งสู่ตัวห้าง คิมหันต์ทิ้งตัวนั่งลงบนโซฟาหน้าลานกว้างชั้นบนสุดซึ่งเป็นชั้นโรงหนัง ผู้คนมากมายไม่ว่าจะเป็นเด็กวัยรุ่นหรือวัยเรียนต่างเดินจูงมือกันมาเป็นคู่รัก ต่างกับเขาตอนนี้ที่มีเพียงรูปถ่ายของเมษาถูกตั้งล็อคไว้เป็นภาพหน้าจอสมาร์ทโฟนพอให้หายคิดถึง แต่มันก็ไม่เท่ากับน้ำเสียงที่เคยได้ยิน

                คงมีเพียงเพื่อนที่พอจะเป็นที่รองรับอารมณ์ของเขาในตอนนี้ได้ ไลน์กลุ่มเป็นตัวกลางในการส่งผ่านความรู้สึกเมื่อคิมหันต์กดส่งข้อความหาผู้เป็นเพื่อน ทันใดนั้นมีผู้อ่านหนึ่งคนและสิระเองก็ตอบกลับมาอย่างรวดเร็ว

                คิมหันต์ : ที่กรุงเทพเป็นไงบ้าง

                สิระ : ร้อนโคตรพ่อโคตรแม่ร้อน

                คิมหันต์ : คิดถึง อยากกลับไปหา ทะเลาะกับเมษาว่ะ แต่ไม่รู้ว่าทะเลาะอะไร เอ็งสองคนเคยเป็นกันป่ะ

                สิระ : อ้าว เรื่องไร ไม่เคยๆ วสันต์ของเค้าว่านอนสอนง่ายดี

                วสันต์ : ไหนเล่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

                คิมหันต์ : เมื่อคืนก็นอนเล่นกันอยู่ในห้องดีๆ ไอ้กวินแม่งก็ขอย้ายมาอยู่ด้วย พอมันเข้ามาก็ทะเลาะกันเลย คือไม่ได้เถียงหรืออะไรนะ ข้าก็ยังไม่ได้ทำอะไร แต่เมษาบอกกับไอ้วินว่าข้าเป็นแค่คนรู้จัก รู้สึกไม่ดีว่ะ เป็นเอ็งน้อยใจป่ะถ้าแฟนบอกคนอื่นว่าเราเป็นแบบนี้

                วสันต์ : ไอ้กวินนี่ใครวะ ละแม่งย้ายมาไม บ้านไม่มีอยู่หรอ หรืออะไร ย้ายมาแล้วมาทำเพื่อนกูกับเมียทะเลาะกัน มีรูปป่ะ

                คิมหันต์ : ไม่มีๆ น้องผู้ชายที่รู้จักกับเมษาตอนเด็กๆ มันบอกว่าแม่ย้ายบ้านเลยขอมาอยู่ด้วยซักพัก

                สิระ : ไหงพูดแบบนั้น

                คิมหันต์ : ไม่รู้เหมือนกัน ตอนนี้ออกมาห้างไม่อยากอยู่บ้าน

                วสันต์ : คุยกับไอ้สิไปก่อน ขอทำกับข้าวให้แม่งแดกแป๊ป

                คิมหันต์ : อยู่ด้วยกันแงะวันนี้

                สิระ : ให้เสือกับเจ๊เต๋าดูงานให้เลยมานอนค้างบ้านมัน ไม่สบายด้วยไง

                คิมหันต์ : กินข้าวกินยา

                สิระ : ว่าแต่ข้าคิดนะ ลองคุยกันให้รู้เรื่อง ลองถาม อยากรู้ก็ต้องถาม อย่าใช้อารมณ์ คุยกันทีละเรื่อง แฟนเอ็งหัวไม่ดื้อหรอกคุยง่ายจะตาย ทำมาใจเสาะ

                คิมหันต์ : แค่เมื่อกลางวันยังไม่พูดกับข้าเลยคือลองคุยแล้ว แต่เมษาไม่สนใจเลยเว่ย บอกว่ายุ่งอยู่ค่อยคุยทีหลังแล้วก็ปลูกต้นไม้กับไอ้วินต่อ ละนี่โมโหมากด้วยเลยเหยียบดอกไม้ที่จะปูกไปกำนึง แม่งหงุดหงิด อยากถอนออกให้หมด

                สิระ : โอ๋ๆ อารมณ์รุนแรงจริงเพื่อนเรา เดี๋ยวว่างๆจะไปช่วยถอน ฮ่าๆ แต่ว่าเป็นไปไม่ได้ที่เมษาจะไม่สนใจเอ็ง เป็นไปไม่ได้ว่ะ คงมีอะไรซักอย่างแต่ข้าก็ไม่รู้ลองไปคุยกันดู เอ็งน่าจะรู้จักแฟนตัวเองดีที่สุดมีไรก็โทรมาอยากกลับก็บอกจะไปรับ ลองหาของน่ารักๆไปง้อ บางทีคงงอนเรื่องที่เราคิดไม่ถึง ฮ่าๆๆไอ้วสันต์เป็นบ่อย

                สิ้นสุดบทสนทนาคิมหันต์ยิ้มออกกับตัวเอง เขาลุกขึ้นยืนปัดเนื้อปัดตัวกระชับคอเสื้อแจ๊กเก็ตตัวที่สวมใส่ มั่นใจแล้วตอนนี้ว่ายังไงก็ต้องคุยกันให้รู้เรื่อง บางทีอาจจะเป็นเขาที่ผิดไปเองโดยไม่รู้ตัวจนทำให้เมษามีท่าทีแปลกๆออกมา พอจะรู้จักร้านขนมหวานอยู่บ้างน่าจะใช้มันเป็นตัวช่วยด้วยในการง้อคนรักหวังให้กลับมาเป็นเหมือนเดิมเหมือนที่เคยเป็น

                ในที่สุดก็มาหยุดอยู่หน้าร้านเค้ก คิมหันต์ยืนก้มเลือกชิ้นหั่นสามเหลี่ยมจากตู้กระจกพรางยิ้มกับตัวเอง แค่นึกถึงใบหน้าหวานที่เคยมีความสุขเวลาดื่มด่ำกับรสชาดหอมหวานก็พอให้เข้ามีความสุขและยิ้มออกมาได้บ้าง สตอร์เบอร์รี่เป็นเมนูโปรดสำหรับเมษา แน่นอนว่ามันมีรสอมหวานซ่อนเปรี้ยวที่ต้องมาคู่กับหน้าอัลมอลคาราเมลหวานมันกลมกล่อมของโปรดของคิมหันต์ซึ่งผสมผสานเข้ากันได้ดี

                เค๊กนมสดสตอเบอร์รี่บราวนี่สองชิ้นครับ แล้วก็อัลมอลคาราเมลด้วย เครปเค๊กอีกหนึ่งเป็นซอสสตอร์เบอร์รี่เหมือนกัน เพิ่มท๊อปปิ้งเป็นวิปครีมกับเชอร์รี่

                “ทานนี่กลับบ้านคะ

                “กลับบ้านครับ

                “ห้าร้อยยี่สิบเจ็ดบาทค่ะ

                19.16 .

                BMW M5 จอดนิ่งสนิทอยู่หน้าบ้าน คิมหันต์ก้าวขาลงจากตัวรถและปิดประตู ทันใดนั้นเจ้าน้ำตาลก็วิ่งกรูมาหากระโดดเข้าใส่งับชายเสื้อส่งเสียงครางร้องหงิงในลำคอให้ได้ยินด้วยความดีใจ มันสั่นหางไปมาบ้างเดินล้อมหน้าล้อมหลังหวังคอเค้กในมือบ้างซักชิ้นสองชิ้นก็ยังดี

                ฮ่าๆ ไม่เอาน่า นี่ของพี่แก เข้าใจมั้ย

                น้ำตาล Said.

                ขอชิ้นนึงๆๆ นะเพื่อนนะ แฮ่กๆ กลิ่นนมหอมมากเลย ขอนะๆๆ

                คราวหลังจะซื้อมาฝาก โอเค้ อย่าดื้อ นั่งลง นั่ง นั่งรอหน้าบ้านก่อน อย่าเดินขึ้นบ้านรู้ป่าว เพราะเท้าแกมีแต่ฝุ่น

                ลูบหัวเจ้าเพื่อนซี้สี่ขาแล้วชี้นิ้วสั่งให้นั่งลง น้ำตาลหางตกทำตามอย่างว่าง่าย นั่งลงรอหน้าบ้านกระดิกหูเอียงไปทางซ้ายและขวาสลับกันเพื่อรอฟังว่าคิมหันต์และเมษาจะคุยอะไรกันหลังจากร่างสูงออกไปข้างนอกมา หรือพอจะมีใครกินเค้กเหลือแล้วโยนมาให้บ้างซักครึ่งชิ้นก็ยังดี

                ทันทีที่เดินเข้าตัวบ้าน แทนที่จะเห็นเมษานอนดูโปรแกรมหนังสยองขวัญภาคดึกตามที่คิดไว้ แต่หน้าทีวีกลับไม่มีใครนอกจากเสียงหัวเราะคิกคักจากคนสองคนภายในห้องนอนซึ่งมันไม่ไกลนัก สองเท้าก้าวไวทำใจให้ดีพยายามรับยิ้มทุกอย่างไม่ว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นและมีใครเข้ามาแทรกก็ตาม คิมหันต์ชูถุงบรรจุกล่องเค้กขึ้นยิ้มกับมันก่อนเปิดประตูห้องและเดินเข้าไป

                ซื้อเค้กมา……….”

                พูดไม่ทันจบประโยค คิมหันต์หยุดยืนอยู่กับที่ ดวงตาคู่เฉี่ยวเบิกกว้างค้างไม่กระพริบ ยากที่จะสั่งไม่ให้ใจเต้นรัว เสื้อกันหนาวสีขาวสลับดำที่เมษาถักให้เป็นของขวัญวันเกิดมันเป็นสิ่งเขารักและหวงแหนเป็นที่สุด กวินได้สวมใส่มันอยู่เขาหมุนตัวไปมาหน้ากระจกโดยมีเมษายืนมองยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อยู่ข้างๆ

                “ถอดมันออกซะ

                “ถอด? ทำไมต้องถอด

                “เพราะนั่นมันเสื้อฉัน

                “ใครสน พี่เมษาให้ผมแล้ว คิดว่าเหมาะมั้ยล่ะ เสียดายตัวใหญ่ไปหน่อย

                กวินตอบยักไหล่ใส่หน้าตาเฉย ไม่พอยังเดินเข้ามาหาคิมหันต์พับชายเสื้อให้ดูแสดงให้เห็นว่าเขาเป็นเจ้าของมันแล้วเต็มตัว ร่างสูงโมโหจัดกัดฟันแน่นดึงคอเสื้อกวินแล้วกระชากเข้าหาก่อนง้างมือขึ้นเตรียมซัดหมัดลงหน้า แต่ไม่ทันเมื่อเมษาไวกว่าวิ่งเข้ามาผลักเขาออกพร้อมโอบกอดผู้เป็นน้องไว้

                อย่ามาทำหยาบคายในบ้านของผม!!!”

                ตวาดหนักอย่างไม่เคยทำมาก่อน เมษาเม้มปากแน่นคิ้วขมวดแทบชนกัน ทั้งสรรพนามที่แรกแทนตัวด้วยคำว่า ผม สถานะถูกลดเลื่อนไม่พอ คำพูดและการกระทำมันชักจะห่างเหินกันไปใหญ่ คิมหันต์สะบัดหัวหันหน้าหนีโยนกล่องเค้กทิ้งลงพื้น ยืนสูดลมหายใจเข้าสุดปอดท้าวเอวข่มอารมณ์ไม่ให้เรื่องมันแย่กว่าเก่า แต่กวินอ่านเกมส์ออกเขาตั้งใจทำให้เรื่องมันแย่ด้วยการใช้คำพูดเย้าแหย่อารมณ์คิมหันต์

                เขาหวงเสื้อตัวนี้มากเลยหรอพี่ แต่วินชอบนะ ไม่คืนได้มั้ย

                “อื้ม พี่ให้ ไม่ต้องคืนหรอก

                “อยากได้ก็เอาไป รำคาญ

                คิมหันต์ตัดบทถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่าย มันทำให้กวินพอใจไม่น้อยที่ได้เข้ามาทำให้ชีวิตคู่ของทั้งสองปั่นป่วนไม่เป็นท่าทั้งที่ยังไม่ได้ทำอะไร แค่อาศัยปมและความบังเอิญของเมษาเป็นตัวนำพาให้เรื่องมันแย่โดยไม่ต้องลงแรงมากนัก ต่อมาก็แค่แกล้งก้มหน้าพูดเสียงสั่นหลับตาลงมันเป็นเพียงบทบาทการแสดงละครของกวินเท่านั้น

                “พี่เมษา กับผู้ชายคนนี้ตกลงเป็นอะไรกันครับทำไมทั้งสองต้องมีทีท่าแปลกๆตั้งแต่ผมมาอยู่ด้วย ถึงไม่รู้ว่าเมื่อก่อนสองคนเป็นยังไง แต่คนที่ไม่ผิดใจกันคงคุยกันได้ปกติและเข้ากันได้ดีกว่านี้

                พี่สองคนไม่ได้เป็นอะไรกัน ใช่มั้ยคิมหันต์

                เมษาตอบกลับทันทีโดยไม่ต้องคิด แววตาไร้ซึ่งเยื่อใยที่มีต่อคิมหันต์ คนตัวเล็กยืนจ้องหน้าร่างสูงที่ตอนนี้พยายามฝืนกลั้นความรู้สึกและความเสียใจเอาไว้ไม่ให้เห็นโดยมีกวินยืนมองอยู่ดูว่าจะตอบกลับไปอย่างไร อ่อนแอทันทีเพราะความรักที่มีให้มันสู้น้องชายที่ย้ายมาอยู่ด้วยไม่ได้แม้แต่น้อย คงเป็นครั้งแรกที่ต้องฝืนกระทำในสิ่งที่มันตรงข้ามกับหัวใจและสถานภาพของคนรัก

                ใช่ พวกเราไม่ได้เป็นอะไรกัน

                ทันทีที่พูดจบด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง ภายในห้องเงียบสนิทมีเพียงเสียงสายลมพัดผ่านหน้าต่างจนเส้นผมของคิมหันต์ปลิวไหวไปตามลม แต่เหมือนใจมันจะหลุดลอยตามไปด้วยอย่างไรอย่างนั้น เขายืนหันหน้าไปทางอื่นไม่สบตาเมษาแม้แต่น้อยเพียงเพื่อต้องการเก็บความรู้สึกที่มีอยู่ สองมือล้วงกระเป๋ากางเกงทิ้งน้ำหนักไปที่ขาข้างขวาทำอะไรไม่ถูกนอกจากตัดสินใจปลีกตัวออกจากห้อง

                อย่าลืมเค้ก…..”

                เมษาเดินตามมาด้านหลังยื่นถุงขนมเค้กให้ คิมหันต์หันมารับมันไว้ เขาสัมผัสเบาๆลงบนฝ่ามืองของคนตัวเล็ก เมษาส่งยิ้มตาหยีแต่นัยน์ตานั้นเศร้าหมองคลอน้ำตาอย่างเห็นได้ชัดคล้ายจะร้องไห้ เหมือนเวลาหยุดหมุนใบไม้หยุดไหว ลมหยุดพัดและเวลาหยุดเดิน คิมหันต์อยากคว้ากอดคนตัวเล็กให้นานที่สุดแต่เขาทำได้แค่สัมผัสและบีบฝ่ามือนั้นเบาๆก่อนค่อยๆคลายออกพร้อมตอบส่งยิ้มให้

                “ขอบคุณ……”

                “ไม่เป็นไร

                ร่างสูงเดินออกจากห้องปล่อยให้เมษามองแผ่นหลังกว้างที่เคยกอด คงจะดีไม่น้อยถ้าได้นอนกอดกันใต้ผืนผ้าห่มตากลมเย็นๆและไอน้ำค้างในตอนเช้า ได้ดุคนรักอย่างคิมหันต์ที่งอแงไม่ยอมตื่นแถมยังชอบทำตัวลามกลวนลามแต่เช้าตรู่ ได้นอนซบกันจนสายทั้งคู่จนน้ำตาลเข้ามาปลุก คงเป็นไปได้ยากเพราะคิมหันต์ไม่ได้ออกไปตัวเปล่า เขาอุ้มหอบเอาผ้าห่มและหมอนออกไปนอนข้างนอกด้วยแล้วสำหรับคืนนี้

                ปูที่นอนหน้าทีวี เรียกน้ำตาลให้เข้ามาหากางกล่องขนมเค้กแล้วยื่นให้ แทนที่มันจะจัดการกินซะไม่ให้เหลือ หมาน้อยใช้จมูกดมแล้วเดินมาข้างๆนอนหมอบเกยคางลงบนตักคิมหันต์ เหลือบตามองส่งเสียงครางในลำคอส่อตาเศร้า

                “งื้ดดดดๆ……. หงิงๆ….. ”

                น้ำตาล Said.

                ทะเลาะกับพี่เมษาหรอ ไม่เป็นไรนะเพื่อนรัก คืนนี้ฉันจะนอนกับนายเอง เค้กไม่อร่อยเลย ไม่อยากกินแล้ว

                วันนี้ขนมไม่อร่อยเลยเนอะ ฮ่าๆ

                “เจ้านายแกเคยเป็นแบบนี้มาก่อนรึเปล่าฉันเดาใจคนไม่เก่งด้วยสิ อยู่ดีๆเราก็ไม่ได้เป็นอะไรกัน ทั้งที่ยังไม่เลิกกัน ตลกเนอะ

                อะไรที่ทำให้ความสัมพันธ์ของทั้งสองเหินห่างแตกหักเป็นเสี่ยงๆ อะไรคือปมของเมษาที่กวินใช้เป็นเครื่องมือ และอะไรคือเรื่องบังเอิญที่เป็นตัวช่วยทำให้ทั้งสองยากที่จะกลับมาเป็นดั่งเหมือนเดิม

 

 

 1 โหวต 1 ถูกใจ 1 Comment เป็นกำลังใจให้ผู้เขียนได้เยอะเลย http://cdn-tunwalai.obapi.io/files/emotions/Cartoon00021.gif

 

ยิ่งแต่งยิ่งสงสารคิมหันต์ ช่วยเป็นกำลังใจให้พระเอกของเราด้วย

 

อะไรที่ทำให้เมษาเปลี่ยนไป ติดตามจนจบจ้า

 

อะไรเป็นปม อะไรบังเอิญทิ้งปริศนาไว้ให้แก้เล่นๆ

 http://cdn-tunwalai.obapi.io/files/emotions/Cartoon000211.gif

 

2016-06-10

 

 

                

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว