ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ตอนที่ 43.1

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 541

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 02 มิ.ย. 2564 23:23 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 43.1
แบบอักษร

 

 

 

หลังจากที่พ่านพ้นเหตุการณ์ก่อนหน้านี้มาได้พวกเซนจึงได้พากันเดินออกมาจากโรงเรียนซึ่งพ้วงติดหญิงสาวอีกสองคนมาด้วย พวกเธอนั้นได้ขอบคุณทัตซึยะและสุดท้ายก็ได้ขอเดินกลับด้วยจนถึงสถานีรถไฟ

 

เซนไม่ได้เกี่ยงอะไรในเรื่องนี้ กลับกันเขากลับรู้สึกว่าดีด้วยซ้ำไปที่ได้เดินกลับด้วยกันกับเพื่อนหลายๆคนถึงจะพึ่งรู้จักกันก็ตาม ระหว่างทางทุกคนเองก็ได้คุยกันถึงเรื่องต่างๆจนไปถึงเรื่องที่ทัตสึยะเป็นผู้ปรับแต่ง CAD ให้มิยูกิ

 

ชิบะ ทัตสึยะ หากจะหาผู้ที่มีความสามารถเพรียบพร้อมไปเกือบทุกอย่างแบบชายผู้นี้นั้นคงหายาก แม้แต่เรื่อง CAD เองทัตสึยะก็ไม่ได้ด้อยไปกว่าใคร หนำซ้ำยังเก่งเกินคนธรรมดาทั่วไปหลายขุม

 

เซนเองแต่ก่อนถึงจะถูกเรียกว่าอัจฉริยะ แต่เขานั้นก็ไม่ได้มีความสามารถเท่าทัตสึยะ ถึงมันจะเป็นเรื่องก่อนที่เขาจะได้รับระบบมาก็เถอะ แต่ก็อดไม่ได้ที่จะเอาไปเปรียบเทียบอยู่ดี

 

ถ้าเขาไม่มีของต่างๆและเวลามากมายให้ศึกษาตั้งนานหลายปีและสุดยอด AI อย่างโรเซียละก็ พวกโปรเจคต่างๆที่แสนสุดยอดเขาคงจะทำเสร็จช้ากว่าเดิมหลายเท่า

 

‘ไออาการแบบนี้ ครั้งแรกเลยแหะที่คิดว่าตัวเองด้อยกว่าคนอื่น’

 

ได้แต่คิดพลางยิ้มบางๆที่มุมปาก

 

.

 

 

.

 

 

.

 

 

วันที่ 5 เดือนเมษายน ปี2095 1เดือนต่อมา

 

เซนเองก็ยังคงทำกิจวัตรประจำวันเช่นเดิม แต่คราวนี้ได้เกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดเกิดขึ้นระหว่างที่เขานั้นกำลังฝึกต่อสู้อยู่กับ ISM 0.1 ในขณะที่เซนกำลังรุกเจ้าหุ่นซามูไรสีแดงสดอยู่นั้น

 

พลังบางส่วนของเขาก็พลันกลับมาคืนในปริมาณหนึ่งทำให้แขนของ ISM 0.1 ถึงกับหลุดออกจากร่างทั้งที่ทุกส่วนภายนอกถูกลงอักขระรูนเพื่อเสริมความคงทนและรับแรงกระแทกไว้แล้ว

 

ส่วนหนึ่งคงเพราะเขานั้นลงอักขระไปแค่ในระดับที่เขานั้นพอทำได้ในก่อนหน้านี้ พลังมานาของเขามันยังไม่ทรงพลังพอที่จะทำให้มันสมบูรณ์แบบเหมือนของตัวต้นแบบที่ต่อให้เขาสู้กับมันสุดความสามารถทางด้านกายภาพคงเอาไม่ลง

 

ท้ายที่สุด

 

“ลงอักขระในส่วนข้อต่อไปจนถึงสายไฟควบคุมให้มีความทนทานมากขึ้น ซ่อมส่วนที่แตกเล็กน้อยในส่วนของตัวหุ่น ก่อนที่จะ เสร็จสิ้น”

 

อาจจะฟังดูสบายๆ แต่ความเป็นจริงนั้นเซนต้องใช้สมาธิเป็นอย่างมากเพื่อที่จะไม่ให้ผิดพลาด หุ่นตัวนี้นั้นมันเปราะบางมากในส่วนของอุปกรณ์ภายใน เพราะเขานั้นไม่มีเวลามากพอที่จะลงอักขระรูนหรืออักษรรูนให้กับทุกๆชิ้นส่วนของหุ่นตัวนี้

 

เพราะงั้นถ้าหากไม่ระวังคงต้องซ่อมอีกยาว ทั้งที่มันค่อนข้างเปราะบางแต่ที่มันไม่ได้รับผลกระทบจากการฝึกเลยเป็นเพราะอักษรรูนที่ช่วยให้การรับเรื่องกระแทกเป็นเรื่องง่าย

 

แต่ในระดับพลังของเขาตอนนี้ คงต้องมีเปลี่ยนแปลง..

 

การที่เซนจะพัฒนาเสริมให้หุ่นนั้นแข็งแกร่งขึ้นมันก็ไม่ได้ยากหรอก แต่ว่ามันค่อยข้างจะต้องใช้เวลา เพราะงั้นเขาจึงได้ทำการเปิดช่องเก็บของมิติเพื่อที่จะเอาบางอย่างออกมา

 

“เราพร้อมที่จะใช้เจ้านี้ฝึกแล้วหรือยังนะ..”

 

ในมือของเขานั้นคือกล่องสี่เหลี่ยมอันมีลวดลายสีทองรูปนกอีกาตัดกับสีดำของส่วนอื่นๆที่ไม่ใช่ลวดลาย มันคืออาวุธกล่อง ไม่ซิ มันคือสัตว์กล่องที่เขาเป็นคนสร้างขึ้นมา

 

ส่วนตัวที่อยู่ด้านในนั้นก็คือ ไคริกี้ แต่ที่สำคัญกว่านั้นมันยังถูกทำให้แกร่งยิ่งขึ้นในขั้นตอนการสร้างกล่องที่มีทั้งการใช้เวทย์รวมถึงพลังไฟดับเครื่องชนจนกระทั่งเกิดการวิวัฒนาการขึ้นไปอีกระดับจากเดิมมาก

 

แหวนในมือเริ่มส่องแสง ก่อนที่ไฟธาตุนภาอันบริสุทธิ์จะลุกโชนขึ้นอย่างบ้าคลั่ง เซนพยายามควบคุมให้มันอยู่ในสภาพที่สมบูรณ์กว่านี้ เพราะหากมันแปรปรวนและบ้าคลั่งเกินไปมันจะไม่สามารถเรียกออกมาได้

 

พรึ่บบบ!! พรึ่บบบ!! พรึ่บบบ!!!!!!

 

ก่อนที่จะ

 

“ออกมาไคริกี้!”

 

แต๊กก!!!!

 

กล่องถูกเปิดออก ก่อนที่ร่างของโปเกม่อนนักสู้ตัวใหญ่ล่ำจะปรากฏออกมา ปกติแล้วไคริกี้นั้นจะมีเพียง 4 แขน แต่ว่าในตอนนี้ ไคริดี้ตรงหน้าของเซนนั้นมีถึง 6 แขน พร้อมกับหลายๆสิ่งที่ดูแตกต่างไปจากเดิม

 

 

 

ฮึ่มมม!!!

 

เสียงกระหึ่มลมหายใจของมันดังขึ้นพร้อมดวงตาที่ค่อยๆเปิดออก เซนค่อยๆยิ้มขึ้นมาบางๆ ก่อนที่จะทำท่ากวักมือเรียก

 

“เอาละไคริกี้...”

 

ไม่อาจจะแน่ใจว่าร่างกายเพียวๆจะสามารถทำอะไรมันได้หรือเปล่า แต่ถ้าไม่ลองก็ไม่อาจจะรู้ได้ ขีดจำกัดของเขาที่มากขึ้น จะสามารถสู้เจ้านี่ได้หรือเปล่านะ?

 

มาสู้กัน!

 

 

ทั้งสองพุ่งตัวเข้าหากัน พร้อมกับกำปั้นที่กะจะต่อยแลกหมัดกันในหมัดแรก แต่ด้วยความลืมตัว เซนนั้นจึงได้ต่อยไปด้วยหมัดที่ที่ห่อหุ่มเวทย์เท่านั้นมิหนำซ้ำ ยังลืมไปว่าเจ้าไคริกี้มีถึง 6 แขน!

 

ทำให้

 

ตู้มมมมมม!!!!??!

 

ร่างของเซนกระเด็นปลิวไปด้านหลัง! หลังจากที่พยามยามแลกหมักแต่ไคริกี้กลับใช้แขนถึง 3 ข้างในการต่อยส่วนกลับมา ข้างบนสุดของแขนต่อยเข้าที่ใบหน้า ตรงกลางนั้นก็ต่อยเพื่อแลกหมัด ส่วนล่างสุดก็ต่อยเข้าที่สีข้างอย่างจัง

 

เรียกได้ว่ารับเดเมจไปเต็มๆ!

 

ร่างของเซนนั้นแน่นิ่งไปซักพัก ก่อนจะค่อยๆกลับมาขยับ ใบหน้าของเขามีชอยแดงของกำปั้น พร้อมกับมุมปากที่มีเลือดไหลรินเป็นทางยาว

 

ก่อนที่เขาจะแสยะยิ้มขึ้นมา

 

“ฮึฮึฮึ! ฮ่าฮ่าฮ่า! ฮ่ะฮ่ะฮ่ะฮ่ะ!!!”

 

เซนหัวเราะขึ้นมิต่างจากคนโรคจิต ก่อนที่จะค่อยๆลุกขึ้นยืนอย่างยากลำบาก

 

“ชั้นประมาทมากเกินไปซินะ แต่คราวนี้แหละถึงตาชั้นบ้าง!!!”

 

ฟู้มมมมมมมมม!!!!?!

 

คลื่นพลังถูกปล่อยออกมาพร้อมกับถูกบีบแน่นเข้าไปในร่างกาย เจ้าสัตว์กล่องแต่ละตัวนั้นถูกเขาสร้างขึ้นมาเพื่อให้มีความสามารถเหลือล้นถึงขนานที่เรียกได้ว่าโคตรแข็งแกร่ง

 

ลืมคิดในเรื่องนี้ไปซะสนิท แต่ว่าต่อจากนี้แหละคือของจริง! เซนอันตรธานหายไปก่อนจะปรากฏตัวอีกทีที่ด้านบนของเจ้าไคริกี้พร้อมตัวที่กำลังม้วนเตะเต็มแรง

 

แต่ว่ามีหรือที่มันจะยอมโดนง่ายๆ

 

พรึ่บบ!!!?พรึ่บ!!พรึ่บ!!!!

 

ไฟธาตุทั้ง 6 ถูกห่อหุ่มที่มือทั้ง 6 ของไคริกี้ ก่อนที่มันจะหันกลับมาส่วนกลับอย่างรวดเร็วด้วยกำปั้นอันใหญ่โต! ลมหายใจของมันปล่อยไฟธาตุนภาออกมาอย่างน่าเกรงขาม!

 

และหลังจากนั้น เซนก็ได้ลืมไปแล้วว่าตนนั้นจะต้องไปโรงเรียน...

 

.

 

 

.

 

 

.

 

วันต่อมา วันที่ 6 เดือนเมษายน ปี2095

 

“อุ๊บ! ฮ่าๆๆๆ! นี่นายไปทำอะไรมาเนี้ยเซน เห็นหยุดไป 1 วันนี่ไปโรงพยาบาลมาหรอ ฮ่าๆๆ!”

 

ทันทีที่เอริกะเห็นใบหน้าของเซนที่มีที่ปิดแผลปิดตาข้างซ้ายเอาไว้พร้อมตรงริมฝีปากที่มีที่ปิดแผลชิ้นเล็กติดอยู่เช่นกันเธอก็ได้หัวเราะขึ้นมาอย่างอดไม่ได้ ต่างจากมิซึกิที่รู้สึกเป็นห่วงเขาจนต้องวิ่งวนไปรอบๆร่างของเขาเพื่อดูแผลอย่างร้อนรน

 

ก่อนจะถูกเซนหยุดเอาไว้โดยการจับไปที่บ่าของเธอเบาๆ

 

“เงียบนายัยบ้า”

 

อดไม่ได้ที่จะพูดออกไป พึ่งเปิดเรียนได้เดือนแรกวันที่สองเขาก็ขาดเรียนซะแล้ว แค่นี้เขาก็กลุ้มใจอยู่แล้วแต่ดันมาเจอยัยบ้านี่หัวเราะใส่อีกยิ่งน่าปวดหัว คงจะมีก็แต่มิซึกินี่แหละที่พอจะห่วงเพื่อนร่วมชั้นอย่างเขา

 

“ส่วนมิซึกิก็เลิกวิ่งไปมารอบตัวชั้นได้แล้วละ แค่แผลจากการฝึกน่ะไม่มีอะไรมากหรอก”

 

เซนพูดพร้อมปล่อยมือออกจากบ่าของมิซึกิ เขาค่อยๆแกะที่ปิดแผลออกให้เห็นว่ามีรอยแผลแค่เล็กๆน้อยๆเท่านั้น เป็นเพราะไปโดนไฟธาตุพิรุณเข้าทำให้ถูกระงับการฟื้นฟูเข้าให้

 

สุดท้ายแผลจึงยังไม่หายดีเท่าไหร่นัก แต่มันก็ทำให้เขารู้ว่าไคริกี้มีความสามารถในการใช้ธาตุพิรุณเป็นอย่างมาก เพราะปกติมันจะเพียงระงับการเคลื่อนไหวของศัตรูเท่านั้น

 

และต่อให้เก่งกาจมากขนาดไหนก็ทำได้เพียงระงับการทำงานของร่างกายให้เป็นอัมพาตเท่านั้น

 

“แต่ว่าแต่ก็ยังมีแผลอยู่เลยนี่คะ- อุ๊บ!”

 

มิซากิพยายามแย้งจนลืมอายตามนิสัยของเธอจนถูกเซนเอามืออุดปาก เพราะเธอดูถ้าจะห่วงเกินไปทั้งที่เป็นแค่รอยทะลอกๆเท่านั้นเอง

 

“ชู~ เงียบๆหน่อยซิ แค่นี้เอง อีกเดี๋ยวรอยก็คงหายแล้วละนามิซึกิ”

 

มิซึกิพยักหน้ารับอย่างไรช้าๆเมื่อพึ่งนึกได้ว่าเธอนั้นเสียงดังเกินไปแล้ว แล้วอีกอย่างตอนนี้

 

เธอและเขาช่างอยู่ใกล้กันเหลือเกิน..

 

“ใช่ๆมิซึกิ อีกอย่างคนกวนๆอย่างเจ้าบ้าน่าจะโดนมากกว่านี้ด้วยซ้ำ ฮ่าๆๆ”

 

เซนได้แต่ถอนหายใจออกมาก่อนจะละออกจากมิซึกิและเดินไปหาเอริกะเพื่อที่จะแก้แค้นในความกวนไม่เลิกของเธอ เอริกะเริ่มหุบยิ้ม ก่อนที่เธอจะทำหน้าตาแหย่ๆและเริ่มเดินถอยหลังไป

 

“เออ น..นี่นายคิดจะทำอะไรน่ะ อย่าคิดว่าคนอย่างฉันจะไม่สู้คนนะ ย..อย่าเข้ามานะ”

 

เซนที่เห็นจึงได้ยิ้มขึ้นที่มุมปากอย่างชั่วร้าย ก่อนที่จะกระโจนตัวไปล็อกเอวเธอเอาไว้และทำการจี้เอวเธออย่างต่อเนื่องด้วยเทคนิคลับ จี้เอวพิฆาต!!!

 

“ย..อย่านะะะะ!!?! อ๊าาาาา!!!!! หยุดนะเจ้าบ้าาา!!”

 

เอริกะหลุดเสียงหลงออกมา สร้างความอับอายเป็นอย่างมาก แต่สำหรับเซน เขานั้นกลับยิ้มขึ้นมาอย่างสะใจ ชอบกวนมากนักก็ต้องเจอแบบนี้แหละ!

 

“นี่ เบาๆเสียงหน่อยซิเอริกะ เดียวคนอื่นจะมองเธอแปลกๆเอาได้นะ~”

 

เซนกระซิบที่ข้างหูอย่างกวนประสาทก่อนจะเป่าลมใส่หูของเธอเบาๆเพื่อแกล้งเธอต่อไป เอริกะหน้าแดงและเริ่มทนไม่ไหว พยายามฟืนดิ้นรนให้หลุด แต่ไม่ว่าจะพยายามขนาดนั้นก็ไม่มีทีท่าว่าจะหลุดเลยซักนิด!

 

“หยุดได้แล้วละค่ะเซน เดี๋ยวเอริกะก็ช็อคหรอก”

 

เป็นมิยูกิที่พึ่งมาถึงได้พูดขึ้นมา เธอมาพร้อมกับทัตสึยะ ท่าทางของเธอดูค่อนข้างจะเรียบร้อยกว่าที่เขาพอนึกออก ปกติมิยูกินั้นเป็นบราค่อนและหลงรักพี่ชายหรือทัตสึยะเอามากๆ

 

แต่ 1 เดือนที่พ่านมานี้ เขาไม่เคยเห็นเธอมีท่าทีแบบนั้นเลย ไม่ต่างจากพี่น้องทั่วไปที่สนิทกันเท่านั้น เซนหยุดมือก่อนขยี้หัวของเอริกะจนยุ่งและปล่อยตัวของเธอให้หลุดออกไป

 

“งั้นเรื่องคราวนี้จะปล่อยไปแล้วกัน~”

 

เซนยังคงมีท่าทีที่เล่น แต่ดูเหมือนว่ารอบนี้เอริกะจะโกรธจริงๆเข้าให้แล้ว เธอไม่พูดตอบอะไรใครก่อนจะเดินแยกไปจากตรงนั้นอย่างเงียบๆจนสุดท้ายก็หายไปจากสายตาทุกคน

 

‘นี่ชั้น... เล่นแรงไปหรือเปล่านะ...’

 

“เออเดี๋ยวชั้นมานะทุกคน”

 

พูดจบก็รีบเดินตามเอริกะไป ปกติเขากับเธอก็หยอกล้อกันแบบนี้ออกจะบ่อย แต่เธอไม่เคยเป็นแบบนี้เลย คราวนี้เป็นอะไรของเธอกันนะ

 

เนื่องด้วยช่วงนี้เป็นช่วงสัปดาห์การเลือกชมรมทำให้มีเหล่านักเรียนรุนพี่มากมายต่างออกมาเพื่อที่จะดึงตัวเหล่าปี 1 เพื่อที่จะเข้าชมรมของตนเอง

 

เซนเดินหาอยู่นานแต่ก็ไม่เจอว่าเธอนั้นไปอยู่ที่ไหน สุดท้ายจึงได้ตัดสินใจเดินผ่ากลางตัดพวกเต็นของชมรมต่างๆอย่างเลี่ยงไม่ได้เพื่อที่จะหาตัวของเอริกะ

 

และในที่สุด..

 

“อยู่นั่นเองซินะ..”

 

เขาก็พบเธอจนได้ เอริกะนั้นถูกห้อมล้อมโดยเหล่าสมาชิกชมรมต่างไปมากมาย ส่วนเหตุผลก็คงเป็นเพราะต้องการดึงตัวของเธอเข้าชมรวมเป็นแน่ แต่ละคนต่างชุดกระชากเธอไปมาซะจนถ้าเป็นเขาคงมีเจ็บตัวกันบ้างแหละ

 

การกระทำแบบนี้เพียงเพื่อจะดึงตัวเข้าชมรม นี่หรอสีสันของโรงเรียนมัธยมปลายที่เขาไม่เคยได้สัมผัส รู้สึกโชคดีจริงๆที่เขานั้นไม่เคยเจออะไรแบบนี้

 

แต่ตอนนี้

 

“เออ.. ขอโทษนะครับ ขอทางหน่อยจะได้หรือเปล่า”

 

เขาคงต้องรีบพาเอริกะออกมาจากสถานการณ์นี้ซะก่อน ก่อนหน้านี้เธอยิ่งอารมณ์ไม่ดีอยู่ด้วย เขากลัวว่าเธอจะเผลอปรี๊ดแตกได้

 

เซนได้เดินไปพร้อมใช้พลังจิตผลักทุกคนให้ค่อยๆออกห่างจากตัวเอริกะเบาๆ ก่อนที่เขาจะเดินพ่านตรงไปยังตัวของเอริกะ

 

“เอาละยัยตัวแสบ รู้มั้ยต่อจากนี้ต้องทำอะไร”

 

“ซ..เซน”

 

“ใช่ซะที่ไหน สิ่งที่เธอควรทำคือ.... วิ่งงงง!!”

 

เซนจับมือบางของเธอก่อนจะพาวิ่งหนีออกจากตรงนั้นอย่างรวดเร็ว! ทำเอาไอท่าทีค่อยๆเดินมาหาตอนแรกนั้นพลันปลิวหายไปกับสายลม! แล้วแบบนี้จะเดินเฉยทำเป็นเท่ไปเพื่ออะไรฮ้ะ!!!

 

‘ถ้าจะวิ่ง! ก็บอกกันตั้งแต่แรกซิย่ะ!!’

 

 

.

 

.

 

.

 

.

 

 

.

 

🐈🐈🐈🐈🐈

 

 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว