facebook-icon

ขอบคุณนักอ่านที่รักทุกคน

ชื่อตอน : ตอนที่ 24

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.9k

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 27 พ.ค. 2564 23:44 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 24
แบบอักษร

ตอนที่ 24 

“ปล่อยมือลูกน้องผม ผมจะดูแลเธอเอง” มาวินพูดขึ้นเสียงห้วน สีหน้าแฝงไปด้วยความเย็นยะเยือก

จบประโยคนั้นดาริการู้สึกถึงความอึดอัดที่แล่นเข้าเกาะกุมหัวใจ เธอรีบอธิบายก่อนที่ภาคินจะเข้าใจผิดไปใหญ่เพราะคำพูดของมาวินทำให้เขาโกรธ

เธอรับรู้ได้เมื่อสบสายตาคมเข้มที่เอาแต่จ้องมองอีกฝ่ายราวกับเป็นศัตรู 

“ปล่อยมือมนต์ได้แล้ว ทั้งคู่เลย!” ดาริกาถอนหายใจเบาๆ ก้มมองข้อมือของตัวเองที่แดงช้ำเพราะแรงบีบอันหนักหน่วงจากพวกเขา

“เจ็บมากไหมมนต์ วินขอโทษนะ”

ไม่รู้ทำไมเธอถึงรู้สึกไม่พอใจคำพูดของมาวินแม้สิ่งที่เขาพูดออกมาแสดงถึงความเป็นห่วงที่มีต่อเธอ แต่ใบหน้าเรียบเฉยของอีกคนที่ยืนอยู่บริเวณนั้นกลับทำให้ดาริการู้สึกวุ่นวายใจ

ใช่! เธอกลัวว่าเขาจะเข้าใจผิด

เข้าใจผิดเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับมาวิน การที่มาวินออกโรงปกป้องเธอแบบนี้แสดงว่ามาวินชอบเธออยู่ไม่น้อยซึ่งภาคินก็น่าจะดูออก

“วินมนต์ขอคุยด้วยหน่อยนะ”

ดาริกาบอกพร้อมรอยยิ้มแม้ข้างในรู้สึกอัดอั้นตันใจเต็มที เธอเคยพูดเรื่องนี้กับมาวินอย่างชัดเจนว่าความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับเขาไม่สามารถเปลี่ยนจากคำว่าเพื่อนไปเป็นอย่างอื่นได้

เหตุผลเพียงเพราะเธอไม่ได้รักเขา

มาวินพยักหน้าหงึกๆ นัยน์ตาสีดำเข้มเจือลงเมื่อเห็นใบหน้าหวานไร้ความรู้สึกของอีกฝ่ายวาววับขึ้น มาวินเดาว่าดาริกาคงไม่พอใจกับคำพูดที่เหนือความคาดหมายของเขา

เธอคงไม่คิดว่าเขาจะพูดแบบนี้ต่อหน้าคนที่ชื่อ ‘ภาคิน’ ซึ่งเป็นคนที่เธอแคร์

“บอสค่ะมนต์ขอคุยกับวินสักครู่ได้ไหม ตามลำพัง”

ภาคินขมวดคิ้วหนาเข้าหากันไม่นึกไม่ฝันว่าดาริกาจะพูดประโยคนี้ออกมาต่อหน้าอีกฝ่าย เขาเพิ่งช่วยเธอไปด้วยซ้ำเพราะเป็นห่วงเธอจนแทบบ้า 

แต่ก็ไม่คิด…ว่าเธอจะตอบแทนด้วยการผลักไสไล่ส่ง

“แล้วแต่เธอเถอะน้ำมนต์อยากทำอะไรก็ทำ ถ้ามันทำให้เธอสบายใจ” น้ำเสียงเข้มฟังดูเยือกเย็นผิดปกติ คำขอของดาริกาทำให้เขาไม่พอใจ

เธอรู้ดี!

เมื่อเห็นดังนั้นร่างเล็กจึงไม่อยู่เฉย เดินไปจับต้นแขนของอีกฝ่ายพลางเขย่าเบาๆแล้วช้อนตาสวยขึ้นมองใบหน้าหล่อที่ดูหงุดหงิดเต็มที

“อย่าเพิ่งกลับนะคะ วันนี้มนต์อยากให้บอสไปส่งรอมนต์ก่อนนะ” ภาคินกระแอมไอรู้สึกตำหนิตัวเองเมื่ออยู่ๆก็ดันอารมณ์ดีขึ้นมาง่ายๆแค่เพราะใบหน้าหวานและน้ำเสียงออดอ้อนของใครบางคน

ดูก็รู้ว่าดาริกามีอิทธิพลกับเขามากขนาดไหน ไม่ต้องสืบก็รู้ว่าใครใหญ่

อันที่จริงดาริการู้ดีว่าภาคินไม่พอใจในสิ่งที่เธอทำ แต่เธอเพียงอยากพูดกับมาวินให้ชัดเจนเธอไม่อยากให้ความสัมพันธ์ของคำว่าเพื่อนต้องจบลงเพราะเรื่องนี้ 

 

“รอนานไหมคะ” เจ้าของเสียงหวานพูดพร้อมกับชะเง้อหน้ามองคนร่างสูงที่อยู่ในรถ เธอเปิดประตูรถออกแล้วเข้าไปนั่งข้างๆคนขับ

ดาริกาคลี่ยิ้มเพราะภาคินเอาแต่ทำหน้ามุ่ยราวกับเด็กน้อยถูกขัดใจ ภายในรถจึงเงียบกริบเสมือนว่าทั้งคู่นั่งกันอยู่ในป่าช้า หากเธอไม่เป็นคนพูดก่อนคงได้นั่งตบยุงอย่างนี้ไปจนถึงตอนเช้าแน่ๆ

“หัวก็ไม่ล้านสักหน่อยนี่นร่า ทำไมถึงขี้น้อยใจแบบนี้”

“ฉันไม่ได้น้อยใจ”

“ถ้าไม่น้อยใจแล้วเป็นอะไรล่ะคะ ทำไมถึงนั่งเงียบไม่พูดไม่จากับมนต์สักคำไม่อยากรู้เหรอว่ามนต์คุยอะไรกับวินบ้าง แต่ถ้าบอสไม่อยากรู้ก็ช่างมันเถอะค่ะ”

เธอพูดน้ำเสียงแง่งอนแต่ได้ผลเมื่อประโยคนั้นทำให้สีหน้าของภาคินเปลี่ยน ร่างสูงขยับตัวเล็กน้อยก่อนที่เรียวปากอิ่มค่อยๆขยับแล้วเอ่ยถามเธอว่า

“ถ้าเธออยากเล่าก็เล่ามาเถอะ ฉันเป็นคนฟังให้ก็ได้” ดาริกากระตุกยิ้มมุมปากอย่างพอใจ คำว่าปากไม่ตรงกับใจใช้ได้กับเขาภาคินเป็นคนปากแข็งตั้งแต่ตอนไหนเธอไม่อาจรู้ได้

แต่ทุกครั้งที่มีผู้ชายเข้ามาเกี่ยวข้องกับเธอ เขาก็กลายเป็นคนปากแข็งไปโดยปริยายไม่รู้ว่ากลัวตัวเองเสียฟอร์มหรือกลัวเสียหน้ากันแน่

“มนต์ไม่เล่าดีกว่าค่ะ กลัวบอสจะรำคาญบอสคงไม่ได้อยากฟังเท่าไหร่” เธอพูดพลางเอื้อมมือไปหยิบสายคาดเบลท์

“ฉันอยากฟัง ฉันอยากฟังใจจะขาดแล้ว” ไหล่บางถูกคว้าให้หันไปหา ภาคินจ้องหน้าเธอด้วยความอยากรู้อยากเห็นนัยน์ตาสีนิลเข้มส่องประกายวาววับจนดาริการู้สึกเอ็นดูท่าทางของเขาในตอนนี้ซะเหลือเกิน

คนปากแข็งเมื่อกี้หายไปตอนไหนก็ไม่รู้

“มนต์บอกวินว่า…ความสัมพันธ์ระหว่างมนต์กับวินเป็นได้แค่เพื่อนคงพัฒนาไปเป็นอย่างอื่นไม่ได้แล้ว เพราะมนต์มีคนที่มนต์ชอบอยู่แล้วค่ะ”

ไม่คิดไม่ฝันว่าคำพูดของดาริกาจะทำให้ภาคินยิ้มกว้างจนปากแทบฉีกถึงหู คำพูดประโยคสั้นๆ แต่ความหมายของมันลึกซึ้งจนความตงิดใจที่มีต่อดาริกาและมาวินหายไปจนหมด

เพราะเธอเป็นคนชัดเจนต่อความรู้สึกของตัวเอง

“บอสยิ้มทำไมค่ะ มนต์ไม่ได้บอกว่าคนที่มนต์ชอบเป็นบอสสักหน่อย”

“ถึงเธอไม่พูด แต่สายตามันฟ้องรู้ตัวไหม” ให้ตายเถอะ! เขาไม่เพียงแค่พูดแต่กลับส่งสายตาหวานหยดย้อยมาให้

ดาริกากรีดร้องอยู่ในใจ ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเธอหลงเคลิบเคลิ้มไปกับคำพูดของเขาขนาดไหนร่างเล็กนั่งยุกยิกอย่างคนเก้อเขิน มือไม้วางสะเปะสะปะไปทั่วทำตัวไม่ถูกว่าจะอยู่อย่างไรดี

เธอทำได้เพียงพูดประโยคปัญญาอ่อนออกไปซึ่งตอนในตอนนั้นเธอคิดคำพูดอย่างอื่นไม่ได้จริงๆ

“เอ่อ...ดึกมากแล้วพลอยคงจะรออยู่ รีบไปกันเถอะค่ะเดี๋ยวยัยพลอยจะเป็นห่วง”

ทว่า...พูดไม่ทันขาดคำเสียงมือถือของดาริกาก็ดังขึ้น และสายปลายทางก็เป็นใครไปไม่ได้นอกจากพลอยประภา เพื่อนคนนี้ตายยากจริงๆ พูดถึงปุ๊บหล่อนก็โทรเข้ามาทันที

[‘ยัยมนต์แกอยู่ไหนแล้วเนี่ย เมื่อไหร่จะกลับห้องรู้ไหมว่าฉันเป็นห่วง’]

เสียงแหลมของพลอยประภาที่ดังผ่านมือถือออกมาทำเอาเยื่อแก้วหูของดาริกาแทบแตก โชคดีที่หล่อนดึงมือถือออกจากหูได้ทัน ไม่อย่างนั้นหูคงชาไปถึงแกนสมองแน่ๆ

‘แกจะตะโกนเสียงดังทำไม ฉันกำลังจะกลับแล้ว’

[‘เออรีบกลับมาเลยจะได้เตรียมตัวเก็บเสื้อผ้าไปอยู่กับบอสไง…โอ๊ยตื่นเต้นแทนแกชะมัดเลย’]

‘หุบปากไปเลยไอ้เพื่อนบ้า’

ดาริกากัดฟันพูดน้ำเสียงเข้มแต่แผ่วเบา กลัวว่าภาคินจะได้ยินบทสนทนาระหว่างเธอกับเพื่อนที่กำลังพูดพาดพิงถึงเขาอยู่ แล้วเวลาก็ช่างเป็นใจซะเหลือเกินเพื่อนของเธอดันพูดเรื่องนี้ตอนที่เขาอยู่กับเธอซะด้วยสิถ้าเกิดเขาได้ยินขึ้นมา

คงได้รู้กันพอดีว่าเธออยากไปอยู่กับเขาจนตัวสั่น

“บอสจะทำอะไรคะ” เสียงหวานอุทานด้วยความตกใจ เนื่องจากมือถือที่อยู่ในมือถูกคนข้างๆแย่งเอาไป

‘คืนนี้เพื่อนคุณต้องไปนอนกับผม เพราะเธอทำให้ผมเจ็บตัว’

[‘คะ…คุณเป็นใคร ทำไมถึง…’]

‘ผมเป็นเจ้านายของคุณไง คุณพลอย’

[‘บอสเหรอคะ’]

‘คุณคงไม่ว่าอะไร แล้วอย่าลืมเก็บเสื้อผ้าให้เธอด้วยล่ะพรุ่งนี้เธอคงไม่มีแรงกลับไปเก็บด้วยตัวเองหรอก รบกวนคุณพลอยด้วยนะครับ’

ดาริกาหันมองค้อนอีกฝ่ายตาแทบถลน ‘ไม่มีแรง’ คำพูดของเขาหมายถึงอะไรกันแน่เขาพูดออกมาแบบนี้พลอยประภาคงคิดไปถึงไหนต่อไหน โชคยังดีที่กัสจังไม่นั่งอยู่ข้างๆไม่อย่างนั้นหล่อนคงคิดเตลิดไปไกลจนกู่ไม่กลับแน่นอน

ดาริการู้จักคนเป็นเพื่อนดี

“อีกัส!...อีกัส...ตอนนี้ยัยมนต์อยู่กับบอสเมื่อกี้บอสบอกว่ายัยมนต์จะไปค้างกับเขาให้ฉันช่วยเก็บเสื้อผ้าให้ยัยมนต์ เพราะพรุ่งนี้มันคงไม่มีแรงมาเก็บด้วยตัวเองบอสหมายความว่ายังไงวะแก”

“กรี๊ด อย่าบอกนะว่าคืนนี้บอสกับยัยมนต์จะ…จะ...ว๊ายฉันไม่อยากจะพูดออกมาเลยมันกระดากปาก”

จบแล้ว! ทุกอย่างจบลงแล้วในตอนนี้ ดาริกาอยากกรีดร้องออกมาจนสุดเสียง ในที่สุดทั้งกัสจังและพลอยประภาก็คิดเตลิดเปิดเปิงไปไกลอย่างที่เธอพูดเอาไว้ไม่มีผิด

“เป็นเพราะบอสคนเดียว”

“โอ๊ย…มนต์ครับผมเจ็บ อยู่ๆก็เจ็บแผลขึ้นมาจะใจร้ายทิ้งให้ผมกลับห้องคนเดียวเหรอ ผมเจ็บตัวเพราะคุณนะน้ำมนต์”

ภาคินทำหน้าย่นราวกับเจ็บปวดเกินจะทน มือหนาเลื่อนไปจับไหล่ที่โดนน้ำร้อนสาดพลางทำหน้าออดอ้อนอีกฝ่ายเว้าวอนให้เธอยอมไปค้างที่คอนโดของเขาในคืนนี้

“ก็ได้ค่ะ มนต์ไปค้างห้องบอสก็ได้แต่บอสต้องสัญญานะว่าแค่ทำแผลเท่านั้น”

“กลับกันดีกว่า”

“บอส! สัญญากับมนต์ก่อนสิคะ”

“เบาแอร์สักหน่อยแล้วกัน ดึกๆแบบนี้อากาศหนาวจัง”

“คนเจ้าเล่ห์”

****** 

บอสเจ้าเล่ห์แบบนี้ คิดทำมิดีมิร้ายลูกน้องหรือเปล่าค่ะ ^^ 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว