facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

6. สาเหตุที่บอสไม่ยิ้ม 50%

ชื่อตอน : 6. สาเหตุที่บอสไม่ยิ้ม 50%

คำค้น : ยิ้ม

หมวดหมู่ : นิยาย ตลก,คอมเมดี้

คนเข้าชมทั้งหมด : 166

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 27 พ.ค. 2564 21:58 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
6. สาเหตุที่บอสไม่ยิ้ม 50%
แบบอักษร

บทที่ 6 

สาเหตุที่บอสไม่ยิ้ม 

  

  

วายุตกใจตื่นเมื่อสัมผัสได้ถึงแรงสั่นสะเทือนฉับพลันของเตียงนุ่ม

เขางัวเงียลืมตาขึ้นมาก็พบว่าคนที่เมื่อคืนนอนข้าง ๆ กัน ตอนนี้กำลังมีสีหน้าผวา ถดกายไปชิดขอบเตียง มือขยำผ้าห่มแน่นอยู่ตรงอกที่เกือบเปลือยเปล่า

วายุซึ่งอยู่ในสภาพเปลือยท่อนบนใต้ผ้าห่มกลับยิ้มหวานและเรียก

“พี่อิง”

คนถูกเรียกหน้าซีดปากสั่นก้มลงมองตัวเองใต้ผ้าห่มด้วยสีหน้าตื่นตระหนกสุดขีด

เจ้าของเตียงส่งสายตาเจ้าเล่ห์

“ตกใจทำไมครับ? ”

คราวนี้วายุใช้คำลงท้ายว่า ‘ครับ’ ซึ่งน้อยครั้งที่เขาจะใช้แบบนี้ แต่นั่นก็กลมกลืนกันดีกับท่าทีมีเลศนัย

“จำไม่ได้เหรอครับ เมื่อคืนเกิดอะไรขึ้น”

ริมฝีปากอิ่มสวยเหมือนเยลลี่กระตุกยิ้มสวย

แต่เฉินเฉียวอิงอ้าปากหวอจนเห็นฟันกระต่าย วายุก็เกือบจะกลั้นหัวเราะไม่อยู่

ที่แท้บอสใหญ่มีฟันกระต่าย...

เกือบจะแซวออกไปแล้ว แต่พอเห็นดวงตาคู่สวยของคนพี่กระพริบถี่ ๆ เหมือนจะร้องไห้เมื่อก้มลงมองตนเองที่อยู่ในสภาพเกือบเปลือยท่อนบนโดยมีเสื้อเชิ้ตที่ถูกปลดกระดุมออกทั้งแถว

บอสทำท่าเหมือนพยายามนึกถึงเหตุการณ์อย่างสับสน หน้าแดงไปถึงหูถึงคอ

พี่อิงทำท่าเหมือนถูกพรากพรหมจรรย์ยังไงยังงั้น

ไม่แกล้งละ...

“พี่อิง” วายุเรียก

เรียกแบบนี้แล้วคล่องปากกว่าเยอะ ถึงจะรู้ว่าที่จริงแล้วบอสใหญ่อยากให้ชิดชญาเป็นคนเรียกคำนี้มากกว่า แต่ไม่เป็นไรหรอก

ฮวงเรียกก่อนแล้วกัน...

เฉินเฉียวอิงหันมามองอย่างระแวง

“ผมไม่ได้ทำอะไรพี่หรอกน่า เมื่อคืนพี่เมามาก ผมเลยพามาที่นี่ ห้องผมเอง”

คนเป็นบอสกระพริบตาปริบ ๆ

วายุย้ำอีกที

“ไม่ได้ทำอะไรจริง ๆ พี่ดู ผมไม่ได้ถอดกางเกงพี่ซะหน่อย”

ว่าแล้วเฉินเฉียวอิงก้มลงมองท่อนล่างตัวเองในผ้าห่มจึงพบว่ากางเกงสแล็คตัวเมื่อคืนยังอยู่ในสภาพดีรัดเข็มขัดไว้เรียบร้อยเช่นเดิม ก็ถอนหายใจ

“ผมก็ไม่ได้เปลือยนะ”

วายุเปิดผ้าห่มให้อีกฝ่ายเห็นว่าท่อนล่างเขาสวมกางเกงขาสั้น แต่มี ‘บางสิ่ง’ ที่อาจดูไม่สุภาพเล็กน้อย เจ้าตัวเลยรีบปิดผ้าห่มก่อนจะหัวเราะแหะ ๆ แล้วกล่าว

“อุ้ย! โทษที! คือผมไม่ชอบใส่กางเกงในนอน นี่เกรงใจแล้วนะ ปกติแก้ผ้านอน”

บอสใหญ่สะบัดหน้าหนีแทบไม่ทัน

โถ...พี่อิง เคยเสียตัวรึเปล่าเนี่ย

วายุเดินไปหยิบเสื้อคลุมอาบน้ำสีขาวมาคลุมกายก่อนจะเปิดตู้เสื้อผ้าหยิบแปงสีฟันและผ้าเช็ดตัวพร้อมกับเสื้อผ้าหนึ่งชุดแล้วไปยื่นตรงหน้าเฉินเฉียวอิง

“พี่อิงอาบน้ำในห้องนี้ เดี๋ยวผมไปอาบข้างนอก ของทุกอย่างในห้องน้ำใช้ได้ตามสบาย”

ว่าแล้วก็เดินตัวปลิวออกไป

เฉินเฉียวอิงนั่งนิ่งอยู่ครู่ใหญ่ นึกยังไงก็นึกไม่ออกว่าเขามาอยู่ที่นี่ได้ยังไง หัวสมองมึนตื้อไปหมด

แต่ตอนนี้อาบน้ำก่อนดีที่สุด

ในห้องน้ำมีสบู่ แชมพู ครีมอาบน้ำ และเครื่องประทินผิวตั้งแต่หัวจรดเท้าเรียงรายอยู่ประมาณล้านแปดชนิด!

เฉินเฉียวอิงก็เป็นคนใช้เครื่องประทินผิวเหมือนผู้ชายยุคใหม่ที่ดูแลตัวเอง แต่เขาก็ไม่ได้มีเยอะขนาดนี้

นี่มันห้องน้ำหรือร้านดิวตี้ฟรีกันแน่!

ชายหนุ่มสลัดความสนใจทิ้งไปก่อนจะปล่อยให้น้ำอุ่นจากฝักบัวราดรดตั้งแต่หัวจรดเท้า

อย่างไรก็ขอตั้งสติก่อน

พอออกจากห้องน้ำก็ได้อึ้งอีกรอบที่เห็นเจ้าของห้องซึ่งสวมเสื้อผ้าเรียบร้อยแล้วกำลังนั่งเขียนคิ้วอยู่หน้ากระจก ดูเหมือนใบหน้าจะลงรองพื้นแบบฉ่ำวาวเอาไว้แล้ว

และเมื่อสังเกตบนโต๊ะเครื่องแป้งจะได้เห็นลิปสติกหลากสีเรียงรายอยู่ด้วย

ถ้าไม่เห็นกับตาเฉินเฉียวอิงคงนึกว่าเจ้าหนุ่มนี่เป็นเพลย์บอยที่ชอบพาสาว ๆ มานอนด้วย แต่พอได้เห็นอย่างนี้ก็เชื่อได้ว่าวายุเป็นคนใช้เครื่องสำอางเหล่านี้เองทั้งหมด

“พี่อิงไม่ต้องตกใจนะครับ เดี๋ยวก็ชินกับฮวงไปเอง”

วายุยิ้มหวานบอกคนพี่ที่กำลังยืนอึ้ง

“รถฉันอยู่ไหน? ”

นั่นคือคำแรกที่เฉินเฉียวอิงพูดในวันนี้

“รถพี่ยังอยู่ที่โรงแรมนั่น เมื่อคืนพี่เมามาก ขับไม่ไหวหรอก เดี๋ยวผมขับกลับไปส่งพี่เอารถ แต่เดี๋ยวกินอาหารเช้าก่อน เมื่อคืนผมต้มซุปแก้เมาเอาไว้ให้แล้ว อุ่นหน่อยก็กินได้เลย”

ซุปแก้เมาที่ว่าคือซุปถั่วงอกรสชาติเผ็ดร้อนแบบเกาหลี

วายุตักเสิร์ฟให้คนพี่และตนเองคนละถ้วย

“ผมเรียนแฟชั่นดีไซน์จากเกาหลี อยู่ที่โน่นเกือบห้าปี อาหารเกาหลีทำเป็นเกือบทุกอย่าง เวลาไอ้อึนยูเพื่อนผมมาหาก็ให้มันซื้อเครื่องปรุงเกาหลีมาให้ ไอ้ซุปเนี่ยผมทำกินประจำ ถั่วงอกก็มีไว้ตลอด คือผมเมาบ่อยน่ะ ฮ่าๆๆ”

หนุ่มหน้าสวยเล่าอย่างอารมณ์ดีก่อนจะนั่งลงซดน้ำซุปพลางมองหน้าคนพี่ที่ตอนนี้ไม่ได้เซ็ตผมเหมือนที่เคยเห็น

ผมธรรมชาติปรกลงมาเป็นหน้าม้าเข้ากับดวงหน้าอ่อนใส แม้ตาจะดูโรย ๆ จากอาการเมา แต่พอคุณบอสสวมเสื้อยืดแขนยาวสีเหลืองอ่อนกับกางเกงยีนส์ตัวโคร่งของวายุกลับดูกลมกลืนอย่างไม่น่าเชื่อ เห็นลุคนี้แล้วอดทึ่งไม่ได้

เขาเท้าคางจ้องหน้าคนพี่อยู่นานก่อนจะถาม

“พี่อิง เห็นเจ๊เฟิร์นบอกว่าพี่อายุสามสิบ...จริงเหรอ? ”

“อือม์”

“โกงอายุปะเนี่ย บอกอายุเท่าผมยังเชื่อเลย”

“.....”

“แล้วเมื่อคืนทำไมต้องดื่มเยอะขนาดนั้น? ”

“.....”

“ไม่ถามก็ได้”

วายุยอมแพ้ในความเงียบของอีกฝ่าย

“ขอบใจนะ” เฉินเฉียวอิงกล่าว

“ฮะ? ” วายุตั้งตัวไม่ทันเมื่อจู่ ๆ คนพี่พูดขึ้นมาอย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย

“ขอบใจที่ช่วยพามาที่นี่”

“อ้อ...ไม่เป็นไรฮะ ยังไงวันหลังถ้าอยากดื่มล่ะก็ชวนผมได้นะ ไปเมาคนเดียวมันอันตราย”

“เมื่อคืนฉันทำอะไร? ”

“ไม่ได้ทำครับ แค่เมาแล้วขับรถไม่ได้”

เรื่องไรจะบอกว่าเรียกชื่ออิเจ๊

อยากเรียกก็ไปเรียกกันเองสิ จะจีบกันต้องให้ฮวงช่วยทุกขั้นตอนรึไง อีกอย่าง...

อิเจ๊เฟิร์นก็ดูไม่ได้มีทีท่าจะชอบพี่อิงซะด้วย ขืนให้อิเจ๊รู้ มีหวังมันจะยิ่งไม่กล้าเข้าใกล้บอส

ดังนั้นฮวงสรุปแล้ว...

จะจีบทั้งทีต้องมีสติ ถ้าเมาแล้วจีบอาจถูกอิเจ๊ถีบกลับมาได้

บอสก็บอสเถอะ...

อิเจ๊ถ้ามันไม่ดุเหมือนหมา ป่านนี้คงมีผัวไปนานแล้ว

บอสยังไม่รู้ฤทธิ์ ดันไปชอบมันได้

วายุหันไปเห็นคนพี่ยังทำหน้ากังวลจึงบอก

“เรื่องเมื่อคืนนี้ผมไม่บอกอิเจ๊เฟิร์นหรอกน่า เรารู้กันสองคนเนอะ อ้อ...มีไอ้อึนยูอีกคนนึง รู้สามคนนะ”

“อื้อม์...น่าสนใจหลายตัว”

หนุ่มใหญ่วัยสี่สิบกว่ามองดูเครื่องประดับในโชว์รูมอย่างสนใจ

เฉินเฉียวอิงและชิดชญาเดินพาหนุ่มใหญ่ซึ่งเป็นผู้กำกับภาพยนตร์ชื่อดังเดินดูเครื่องประดับ

‘ปกป้อง’ เป็นผู้กำกับภาพยนตร์ที่ขณะนี้กำลังมีโครงการจะถ่ายทำภาพยนตร์แนวสืบสวนสอบสวนที่ต้องใช้เพชรประกอบฉาก ได้ตกลงใจจะขอสปอนเซอร์จากเจินเป่ากรุ๊ป หลังจากที่ได้เห็นตัวอย่างเครื่องประดับในงานจิวเวลรี่แฟร์ซึ่งเพิ่งเสร็จสิ้นไปเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว วันนี้เขากับผู้ช่วยอีกสองคนจึงตามมาดูที่นี่ซึ่งบอสใหญ่กับล่ามก็พาทัวร์รอบอาณาจักรแล้ว

“เครื่องประดับของคุณค่อนข้างตรงสเปคผมนะ เอาไว้ผมจะให้ฝ่ายเครื่องแต่งกายมาดูอีกที เพราะเขาทำหน้าที่นี้ อ้อ...แล้วอีกอย่าง ถ้าคุณสามารถออกแบบเครื่องประดับสำหรับภาพยนตร์ของผมได้สักเซ็ตจะดีมาก ผมอยากให้มันเป็นไฮไลท์ของเรื่อง แต่ตอนนี้บทยังไม่เสร็จเลยยังบอกไม่ได้ว่าจะให้ออกมารูปแบบไหน”

“ยังไงเอาไว้ค่อยคุยกันก็ได้ครับ ถ้ามีอะไรเพิ่มเติมก็แจ้งมาทางคุณเฟิร์นได้เลย เดี๋ยวเธอจะเป็นคนประสานงานเอง” เฉินเฉียวอิงกล่าว

ปกป้องและผู้ช่วยกลับไปแล้วโดยมีเฉินเฉียวอิงและชิดชญาเดินไปส่งถึงรถ ก่อนจะเดินกลับมาเพื่อเข้าออฟฟิศ ระหว่างทางมีกรุ๊ปทัวร์ที่เพิ่งมาลงเดินเข้ามาในอาณาจักรกันเป็นขบวน และมีสาวนางหนึ่งในขบวนนั้นปรี่เข้ามาหาเฉินเฉียวอิง

“รุ่นพี่! รุ่นพี่เฉินเฉียวอิงใช่ไหมคะ? ”

เธอร้องทักอย่างดีใจ

บอสใหญ่มีสีหน้างงเล็กน้อยแต่ก็ดูเหมือนกำลังทำท่านึก ทว่าไม่ต้องนึกนานฝ่ายนั้นก็แนะนำตัวเองทันที

“พี่ไม่รู้จักฉันหรอกค่ะ แต่ทุกคนในโรงเรียนรู้จักพี่กันหมด ฉันเป็นรุ่นน้องพี่ที่โรงเรียนมัธยมปลายที่ปักกิ่งค่ะ ฉันชื่อเฝิงซินนะคะ”

“อ้อ” เฉินเฉียวอิงพยักหน้าช้า ๆ

ในขณะที่ชิดชญาหูผึ่งตั้งแต่ได้ยินคำว่า ‘ทุกคนในโรงเรียนรู้จักพี่กันหมด’

ส่วนเฝิงซินหันไปเรียกชายหนุ่มที่เดินจูงเด็กหญิงอายุประมาณห้าขวบเข้ามา

“เธอ ๆ นี่ไงรุ่นพี่ในตำนานที่ฉันเคยเล่าให้ฟังน่ะ รุ่นพี่คะ นี่สามีฉันเองมาทัวร์ด้วยกันค่ะ”

คนเป็นสามีทักทายบอสใหญ่อย่างเป็นกันเอง ในขณะที่บอสค้อมศีรษะกลับอย่างสุภาพ

ส่วนเฝิงซินหันไปเรียกเด็กน้อย

“มาเร็วลูก มาทักทายคุณลุงก่อน”

ชิดชญาเกือบหลุดหัวเราะเมื่อได้ยินเฝิงซินให้เด็กน้อยเรียกเฉินเฉียวอิงเป็น ‘คุณลุง’

ส่วน ‘คุณลุง’ ก็ทำหน้าไม่ถูกไปเลยทีเดียว

“รุ่นพี่มาทำงานที่นี่เหรอคะ? ”

“อือม์”

“นั่นสิ เพิ่งนึกได้ว่าพี่ก็เป็นทายาทเจินเป่า ยังหล่อเหมือนเดิมนะคะ จะว่าไปดูหล่อกว่าเดิมอีก แล้วเดี๋ยวนี้ยังเล่นกีตาร์อยู่ไหมคะ? ”

เล่นกีตาร์! บอสเล่นกีตาร์!

เซอร์ไพรส์ใหญ่เว้ยเฮ้ย! ชิดชญาเอะอะในใจ

“ก็...นาน ๆ ที” รุ่นพี่ตอบอ้อมแอ้ม

“แล้วแต่งงานรึยังคะ? ”

ชิดชญาซึ่งคลุกคลีกับคนจีนมานานรู้ว่าคำถามนี้เป็นคำถามที่ธรรมดามาก แทบจะเรียกได้ว่าเป็นคำทักทายเลยทีเดียว แต่ดูท่าบอสของเธอจะมีอาการกระอักกระอ่วนแถมหน้าแดงอย่างเห็นได้ชัด แม้จะรักษาท่าทีให้สงบนิ่งก็ตาม

“ยัง” เขาตอบเสียงเบา

“แล้วพ่อแม่ไม่เร่งเหรอคะ หล่อแถมยังโปรไฟล์ดีอย่างพี่น่าจะมีแต่คนชอบ ทำไมอยู่เป็นโสดมาได้ถึงป่านนี้”

“เธอ! ” คนเป็นสามีดึงแขนเตือนเมื่อเห็นภรรยาเริ่มปากมาก “คุณเขาโปรไฟล์ระดับนี้ เขาก็ต้องเลือกผู้หญิงหน่อยล่ะ”

“แต่อย่างรุ่นพี่น่าจะมีผู้หญิงมาให้เลือกเป็นขบวนอยู่แล้ว เลือกนานแต่งงานช้าเดี๋ยวมีลูกไม่ทันใช้นะคะ”

ชิดชญาเห็นบอสของเธอหน้าแดงกว่าเดิม สงสัยจะเป็นหัวข้อจี้ใจดำ

“เออ เรื่องของเขาน่า เราไปเดินดูของกันเถอะ” สามีพยายามลากภรรยาออกไปเมื่อเห็นคนเป็นรุ่นพี่ทำท่าเหมือนอยากล่องหนไปเสียเดี๋ยวนั้น

“ฉันยังคุยกับรุ่นพี่ไม่เสร็จเลย”

“ไปได้แล้ว เดี๋ยวก็หมดเวลาดูของพอดี ผมไปก่อนนะครับ” ประโยคท้ายหันมากล่าวกับบอสและล่ามสาว

เฉินเฉียวอิงถอนหายใจเฮือกใหญ่

ชิดชญากลั้นหัวเราะเมื่อนึกถึงบอสถูกเรียกว่า ‘คุณลุง’

ชายหนุ่มหันมาทำตาดุใส่ก่อนจะเดินออกไป

ชิดชญาเดินตามต้อย ๆ ก่อนจะขออนุญาตไปซื้อกาแฟ ปล่อยให้บอสขึ้นห้องทำงานไปคนเดียว

หญิงสาวไปซื้อกาแฟที่โรงอาหารก่อนจะเดินผ่านทางโชว์รูมเครื่องประดับเพื่อขึ้นลิฟต์เข้าออฟฟิศ แล้วก็พบกับเฝิงซินอีก ฝ่ายนั้นเรียกชิดชญาอย่างดีใจ

“คุณ! ” กวักมือเรียกอีกด้วย

“มีอะไรให้ช่วยรึเปล่าคะ? ” ชิดชญาถามอย่างมีไมตรี

“คุณทำงานกับรุ่นพี่เหรอคะ? ทำมานานรึยัง? ”

ถามสองคำถาม ตอบข้อหลังละกัน

“ทำมาปีกว่าแล้วค่ะ แต่บอสเพิ่งมาประจำได้ไม่กี่เดือนนะคะ ก่อนหน้านี้พี่ชายเขาเป็นคนบริหารค่ะ”

เฝิงซินเหลียวซ้ายแลขวาเห็นสามีจูงลุกเดินเล่นอยู่ไกล ๆ จึงหันมาเม้าท์ต่อ

“แล้วเขาเคยยิ้มหรือหัวเราะบ้างไหมคะ? ”

“ไม่เคยเห็นเขายิ้มค่ะ”

“เฮ้อ...ยังยิ้มยากอยู่อีกเหรอเนี่ย”” เฝิงซินทำท่าเหมือนรู้สึกผิด

“มีอะไรเหรอคะ? ” 

 

***************************** 

อย่านะพี่อิง อย่าหลุดยิ้มเชียว เดี๋ยวโลกถล่มนะค้าาาา 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว