email-icon facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 1 เด็กใหม่

ชื่อตอน : ตอนที่ 1 เด็กใหม่

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 9.8k

ความคิดเห็น : 20

ปรับปรุงล่าสุด : 26 มิ.ย. 2564 19:18 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 1 เด็กใหม่
แบบอักษร

ตอนที่ 1

โดย แยมขนมปัง

 

 

 

ซ่า ซ่า

เสียงน้ำจากฝักบัวไหลลงกระทบพื้นดังก้องกังวานไปทั่วห้องน้ำ ด้วยเพราะเขาต้องการให้เสียงนั้นกลบเสียงสะอื้นไห้ของตัวเอง ร่างบางทรุดตัวลงนั่งกับพื้นกระเบื้องเอียงหัวซบผนังด้วยร่างกายที่สั่นระริกเพราะความตื่นกลัว ใบหน้าใสเปื้อนไปด้วยของเหลวที่หลั่งรินออกมาจากตาคู่สวยที่มักจะสดใสอยู่เสมอแต่ตอนนี้กลับเศร้าหมอง มือเรียวหยิบของที่วางอยู่ข้างกาย เขาจงใจหยิบมันเข้ามาในห้องน้ำ มีดปลายแหลมปรากฏอยู่ในมือเรียวเล็ก ร่างบางมองของมีคมในมือด้วยสายตาที่ว่างเปล่า ก่อนชำเลืองมองข้อมือขาวเนียนปราศจากสิ่งใดมาเติมแต้ม แต่อีกไม่กี่วินาทีก็คงจะมีร่องรอยบางอย่างปรากฏขึ้น

“ฮึ่ก ทะ...ทำไม ฮึ่ก ทำไมต้องทำร้ายกันขนาดนี้ด้วย ฮึ่ก ทำไม ฮึ่ก ฮื้อ” เขาพูดพร่ำเพ้อเจือเสียงสั่นเครือ ก่อนจะเลื่อนสายตามองมีดในมืออีกครั้ง “ถ้าเราตายไป ฮึ่ก เรื่องทุกอย่างมันจะจบ ฮึ่ก ใช่ไหม”

ร่างกายที่สั่นเทาพลันชะงักนิ่ง จิตใจของเขาดำดิ่งลึกยากที่จะดึงกลับมาคล้ายคนขาดสติสัมปชัญญะ สายตาเลื่อนลอยจับจ้องมีดปลายแหลมสลับกับข้อมือข้างซ้ายของตัวเอง

มันจะเจ็บไหมนะ...มันคงเจ็บสินะ...

แต่แค่แป๊บเดียวเท่านั้น เราก็จะไม่ต้องเจ็บปวดอีกต่อไป...

คำพูดคล้ายเสียงกระซิบจากก้นบึ้งสีเทาภายในจิตใจดังก้องอยู่ในหัวของเด็กหนุ่มที่ไม่เหลือจิตวิญญาณที่สามารถควบคุมตัวเองได้ เขาค่อย ๆ จรดปลายมีดที่แหลมดั่งปลายเข็มลงบนผิวเนื้อเนียนขาวตรงข้อมือ กดมันลงไปทีละนิด ทีละนิด ทีละนิด จนมีของเหลวสีสดซึมเอ่อออกมาเติมแต้มสีขาวของเนื้อผิว ใบหน้าสวยเชิดขึ้นมองเพดานที่ว่างเปล่าไม่ต่างจากเขาในตอนนี้ ตาเรียวรีปิดลงช้า ๆ น้ำตาหยดสุดท้ายปริ่มไหลออกมาจากหางตา

เขาขอจบทุกอย่างด้วยตัวเขาเอง เขาไม่อยากเจ็บปวด เขาไม่อยากโดนคนคนนั้นทรมานอีกแล้ว...

เขาจะจบทุกอย่างไว้เพียงแค่นี้...

แม่ครับ ฝันดีรักแม่นะ ลาก่อน...

ฉึก

.

.

.

#FHUNDEE

สามเดือนก่อนหน้านี้...

ฝันดีเอาของลงมาหมดหรือยังลูก” เสียงใสของหญิงวัยกลางคนที่สวยที่สุดสำหรับผมเอ่ยถามผมที่กำลังขนของลงจากรถ ด้วยเพราะวันนี้เป็นวันแรกที่เราสองคนแม่ลูกจะย้ายเข้ามาอยู่ในบ้านหลังใหม่

“กล่องสุดท้ายแล้วครับแม่” ผมพูดบอกผู้เป็นแม่พร้อมถือกล่องใบสุดท้ายลงมาจากรถและกำลังจะเดินตามแม่เข้าไปในบ้าน

ผมยืนนิ่งจ้องมองบ้านหลังใหม่ด้วยรอยยิ้มและได้แต่หวังว่า นี่จะเป็นการเริ่มต้นใหม่ที่ดีทั้งตัวผมและแม่ของผมเอง แม้ว่าตั้งแต่เกิดมาผมจะใช้ชีวิตอยู่ในกรุงเทพฯ มาโดยตลอด แต่การที่แม่ต้องย้ายที่ทำงานมาประจำสาขาที่ราชบุรีเลยทำให้เราต้องย้ายมาอยู่ที่นี่ ก็ไม่ใช่เรื่องที่ผมเป็นกังวลอะไรมากนัก อาจจะแอบคิดถึงเพื่อนเก่าอยู่บ้าง แต่มันก็ไม่ใช่เรื่องยากหากผมจะติดต่อกับพวกมัน สำหรับผมแล้ว ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนขอให้มีแม่อยู่ด้วย ผมก็ไม่หวั่นกลัวอะไรทั้งนั้น แม่สอนผมเสมอว่า หากเราเป็นคนคิดดีทำดี ไม่ว่าเราจะอยู่ที่ไหน ก็ต้องพาลพบแต่สิ่งดี ๆ เข้ามาในชีวิต

ครั้งนี้ก็เช่นกัน ผมเชื่ออย่างนั้น

พรึ่บ

แต่แล้วในจังหวะที่ผมกำลังจะเดินเข้าไปในรั้วบ้าน ลมที่พัดแรงกลับพัดฝากล่องในมือของผมจนมันเปิดออก เอกสารกระดาษงานมากมายของแม่ปลิวตามสายลมไปจนผมตกใจรีบวิ่งไล่จับกระดาษ เพราะเกรงว่านั่นจะเป็นเอกสารสำคัญ

หมับ

และในขณะที่ผมกำลังวุ่นกับการก้มเก็บกระดาษที่กระจัดกระจายเต็มพื้นหน้าบ้านลามไปถึงบ้านข้าง ๆ ก็มีมือของใครบางคนยื่นมือเข้ามาช่วยผมเก็บกระดาษที่อยู่บนพื้นจนสามารถเก็บได้ทั้งหมด ก่อนที่เขาจะส่งกระดาษที่ช่วยเก็บคืนให้ผม

“ขอบคุณมากนะครั…”

กึก

ตึกตึก ตึกตึก ตึกตึก

นี่มันเทวดางั้นเหรอ...

ความรู้สึกนี้มันคืออะไรกันนะ เพียงแค่ได้เห็นหน้าคนที่เข้ามาช่วยเหลือผม ก็ทำเอาผมถึงกับชะงักคำพูด เมื่อได้สบตาคู่คมที่มันช่างวาวเป็นประกายจนสะกดผมให้ค้างตรึง แม้คนตรงหน้าจะสวมใส่แว่นตาอยู่ แต่แว่นก็ไม่อาจบดบังดวงตาคู่สวยของชายร่างสูงได้เลย หัวใจของผมพลันเต้นตึกตักดังโครมครามอย่างห้ามไม่อยู่

หรือนี่อาจจะเป็น...

สิ่งดี ๆ ที่พระเจ้าส่งมาให้ผมตั้งแต่วันแรกที่ย้ายเข้ามาที่นี่กันนะ...

“น้อง!” เสียงละมุนเอ่ยเรียกผมให้กลับมาได้สติอีกครั้ง ผมจึงรีบกระแอมไอแก้เขิน

“เอ่อ ขะ…ขอบคุณมากนะครับที่ช่วยเก็บ” ผมพูดเสียงตะกุกตะกักพร้อมทั้งรับของที่ชายตรงหน้าส่งมาให้

“ไม่เป็นไร ว่าแต่นี่น้องย้ายเข้ามาอยู่ที่บ้านหลังนี้เหรอ”

“คะ…ครับ”

“งั้นเราก็เป็นเพื่อนบ้านกันน่ะสิ” ผมเลิกคิ้วขึ้น “นั่นบ้านพี่อยู่หลังนั้น” ชายร่างสูงพูดพลางชี้นิ้วไปทางบ้านหลังใหญ่ที่รั้วบ้านติดกับบ้านของผม ซึ่งนั่นก็ทำเอาผมตาโตแทบกลั้นยิ้มไม่อยู่ รู้สึกสบายใจอย่างบอกไม่ถูกที่มีเขาคนนี้เป็นเพื่อนบ้าน

“เอ่อ ครับ”

“แล้วนี่ชื่ออะไร พี่ชื่อท้องฟ้านะ” ผมชะงักกับชื่อที่ได้ยิน ท้องฟ้าชื่อที่ราวกับเป็นชื่อของผู้หญิง ทว่ามันกลับฟังดูเหมาะกับชายหนุ่มตรงหน้าที่แลดูอบอุ่นสดใสและน่ามอง คล้ายท้องฟ้าในยามเช้า “แล้วน้องชื่ออะไร”

“ผม…ชื่อฝันดีครับ” คนโตกว่าเลิกคิ้วขึ้น

“ชื่อแปลกดีนะ นี่พี่คิดว่าจะมีแค่พี่นะที่ชื่อแปลก…แต่ก็น่ารักดี

แต่ก็น่ารักดี

แต่ก็น่ารักดี

ประโยคง่าย ๆ แต่กลับดังก้องวนซ้ำอยู่ในหัวของผม หัวใจพองโตขึ้นกับน้ำเสียงและคำพูดแสนละมุนของพี่ท้องฟ้า

"ว่าแต่นี่เราเป็นน้องถูกปะ พอดีเห็นว่าตัวเล็ก พี่เลยคิดเอาเองว่าน่าจะเด็กกว่าพี่"

"ผมอายุ 17 ครับ"

"หืม เด็กกว่าพี่แค่ปีเดียวเอง ตอนแรกคิดว่าเป็นเด็กม.ต้นเสียอีก" ไม่แปลกที่พี่เขาจะคิดแบบนั้น เพราะด้วยรูปร่างสรีระของผมที่แลดูไม่ต่างจากเด็กประถมเลยด้วยซ้ำ จะทำยังไงได้ ก็ผมดันได้แม่มาเต็ม ๆ ทั้งตัวเล็กแถมยังหน้าหวานจนบางครั้งมีคนทักผิดคิดว่าผมเป็นเด็กผู้หญิงเลยล่ะ "แล้วนี่มีอะไรให้พี่ช่วยไหม"

"ไม่เป็นไรครับ นี่ก็กล่องสุดท้ายแล้ว"

"อืม มีอะไรให้ช่วยก็บอกได้เลยนะ หรือสงสัยอะไรก็มาถามได้ ยังไงก็เพื่อนบ้านกัน"

"ขอบคุณมากครับ"

ผมยืนคุยกับพี่ท้องฟ้าอีกเล็กน้อยก่อนที่พี่เขาจะขอตัวเดินกลับบ้านไป ผมมองตามแผ่นหลังของคนร่างสูงด้วยความรู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูกแบบที่ผมไม่เคยรู้สึกแบบนี้กับใครมาก่อน

เฮ้อ...

มาวันแรกก็ได้เจอคนดี ๆ แบบนี้แล้ว บางทีที่นี่อาจจะสร้างเรื่องราวที่ดีให้ชีวิตของผมก็ได้

---------------

หนึ่งอาทิตย์ต่อมา...

"เป็นอะไรลูก ตื่นเต้นเหรอ" แม่เอ่ยถามผมที่นั่งลุกลี้ลุกลนก้นไม่ติดเบาะอยู่ในรถ สองมือเล็กของผมถูเข้าหากันไปมา สายตายังคงทอดมองไปยังรั้วโรงเรียนตรงหน้าที่กำลังจะกลายเป็นโรงเรียนแห่งใหม่สำหรับผม

"ตื่นเต้นนิดหน่อยครับ ย้ายมาเข้าม.5 แบบนี้ ไม่รู้ฝันจะหาเพื่อนใหม่ได้หรือเปล่า" ผมพูดในสิ่งที่ผมเป็นกังวลอยู่ในตอนนี้ แถมยังรู้สึกตื่นเต้นมากด้วยที่ต้องย้ายมาเป็นเด็กใหม่ที่นี่

"ลูกชายแม่น่ารักจะตาย หาเพื่อนใหม่ได้สบายอยู่แล้ว" แม่พูดปลอบพลางลูบหัวผมอย่างแผ่วเบาเพื่อให้กำลังใจซึ่งผมเองก็รับรู้ได้

"ครับ งั้นฝันไปก่อนนะครับ"

"จ้ะ เดี๋ยวตอนเย็นแม่มารับนะ"

"ครับแม่ สวัสดีครับ" ผมไหว้แม่พร้อมพูดกล่าวลา ก่อนที่ท่านจะโน้มหน้าเข้ามาหอมแก้มของผมเฉกเช่นทุกครั้ง

หลังจากที่ผมลงจากรถ แม่ก็ขับรถออกไป ผมยืนมองตามรถของแม่ที่เคลื่อนขับห่างออกไปจนสุดสายตาของผม ก่อนที่ผมจะหมุนตัวหันไปมองรั้วโรงเรียนอีกครั้ง ผมกระชับมือจับสายสะพายกระเป๋าแน่น ยิ้มให้ตัวเองและหวังว่านี่จะเป็นการเริ่มต้นใหม่ที่ดีสำหรับผมเหมือนอย่างทุกครั้ง

ก็แค่โรงเรียนใหม่ ไม่มีอะไรน่ากลัวหรอก...

เอาล่ะ เข้าไปกันเถอะ ฝันดีสู้!!

ปึก!

"โอ๊ย!"

แต่แล้วผมที่กำลังจะก้าวเท้าเดินเข้าไปในรั้วโรงเรียนไม่ถึงก้าวก็ดันมีใครที่ไหนไม่รู้เดินมาชนตัวผมจนผมกระเด็น โชคดีที่ผมตั้งหลักยืนได้ ไม่งั้นป่านนี้ผมคงได้ล้มจูบพื้นหน้าโรงเรียนตั้งแต่วันแรกแล้ว

ผมหันมองคนที่เดินมาชนผมก็เป็นต้องชะงักเมื่อพบกับใบหน้าดุดันกับสายตาแข็งกร้าวที่จับจ้องตัวผม สายตาที่ทำเอาผมรู้สึกอึดอัดคล้ายมีรังสีทมิฬแผ่ซ่านออกมาจากร่างกายกำยำตรงหน้าที่สวมใส่ชุดยูนิฟอร์มโรงเรียนเดียวกันกับผม แต่ดูแล้วไม่ค่อยจะเรียบร้อยสักเท่าไหร่ ไหนจะชายหนุ่มอีกสามคนที่มากับเขา ซึ่งดูน่ากลัวไม่ต่างกัน

"ไม่คุ้นหน้าเลยนะ เด็กใหม่เหรอมึง" คนที่เอ่ยถามไม่ใช่ชายหนุ่มที่ชนผม แต่กลับเป็นผู้ชายอีกคนที่ตัดผมทรงสกินเฮด ซึ่งก็คงเป็นเพื่อนของคนที่ชนผม ทว่าสายตาของคนคนนี้กลับมองผมอย่างโลมเลีย ผมรู้สึกไม่ชอบสายตาแบบนี้เลย

"อะ...อืม"

"น่ารักวะ กูชื่อมอสนะ มึงชื่ออะไร"

"ฝันดี..."

ทุกคนพากันเลิกคิ้ว จะมีก็แต่ผู้ชายที่เดินชนผมยังคงมองผมนิ่ง ๆ

"ยังไม่ดึกเลย จะมาบอกฝันดีกูทำไมวะ" คนชื่อมอสพูด

"ไอ้โง่มอส มันหมายถึงมันชื่อฝันดี ไม่ใช่บอกฝันดีมึง" ผู้ชายหน้าคมผิวเข้มอีกคนเอ่ยขึ้น

"ไอ้บีกัน กูรู้แล้วเว้ย กูก็แกล้งพูดไปงั้นแหละ"

"ใครจะไปรู้ เผื่อมึงโง่จริง"

"นี่พวกมึงจะตีกันตั้งแต่วันเปิดเรียนเลยเหรอฮะ"

"เรื่องของพวกกูน่ะไอ้คูปอง"

"เอ้าไอ้มอส มึงจะไฝว้กับกูอีกคนใช่ปะ"

ทั้งสามคนเริ่มเถียงกันไปมาจนผมทำได้เพียงยืนนิ่ง ไม่รู้ว่าควรทำไงต่อ หรือผมควรตีเนียนเดินออกไปจากตรงนี้ดีนะ ใช่แล้ว ผมต้องออกไปให้ห่างจากคนที่ดูอันตรายพวกนี้ เมื่อคิดได้แบบนั้น ผมจึงคิดจะเดินเลี่ยงเข้าไปในโรงเรียนเพื่อหลีกหนีจากคนแปลกหน้า

หมับ!

"มึงจะไปไหน" แต่แล้วผมที่ทำได้เพียงหมุนตัวจะก้าวเดิน ก็ถูกมือแกร่งของชายที่เดินมาชนผมก่อนหน้านี้คว้าจับคอเสื้อนักเรียนของผมไว้จนตัวผมผละไปทางด้านหลังนิด ๆ

"คือ...คือเราจะเข้าไปในโรงเรียนน่ะ"

"มึงคิดจะหนีเหรอ มึงยังไม่ขอโทษกูเลยนะ"

ผมขมวดคิ้วอย่างไม่เข้าใจ

"จะให้เราขอโทษเรื่องอะไร"

"ก็เรื่องที่มึงมายืนเกะกะขวางทางกูไง"

ฮะ?

นี่ผมได้ยินอะไรผิดหรือเปล่า เขาต้องการให้ผมขอโทษเพราะผมยืนอยู่เฉย ๆ แล้วเขาก็เดินมาชนผมเองเนี่ยนะ อะไรของเขาเนี่ย

"ตะ...แต่นายเดินมาชนเราเองนะ ความจริง...นายต้องเป็นคนขอโทษเรา..." ผมพูดโดยที่ไม่กล้ามองผู้ชายตรงหน้าเต็มตานัก เพราะรู้สึกหวั่นกลัวอีกฝ่ายอย่างบอกไม่ถูก

"หึ อยากเจ็บตัวตั้งแต่มาเรียนวันแรกสินะ"

ใบหน้าคมกระตุกยิ้มมุมปาก พูดเสียงทุ้มต่ำอย่างน่ากลัว ดูเหมือนว่าสิ่งที่ผมพูดจะไม่ค่อยเข้าหูเขาสักเท่าไหร่ รับรู้ได้จากมือแกร่งที่ยังคงจับคอเสื้อนักเรียนของผมอยู่ตอนนี้มันกลับถูกกำแน่นขึ้นจนผมน้ำตาซึมเอ่อเพราะถูกคอเสื้อนักเรียนรัดคอแทบหายใจไม่ออก เลยต้องยกมือขึ้นมาจับมือหนาหมายจะแกะมือนี้ออกจากคอเสื้อผมแต่ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ตอนนี้ผมรู้สึกมึนงงว่าผมทำอะไรผิด ทำไมคนคนนี้ต้องมาหาเรื่องผมแบบนี้ทั้งที่เราไม่เคยรู้จักกันมาก่อน

"หยุดเลยนะทะเล!"

เสียงที่ผมค่อนข้างคุ้นหูดังขึ้นจนผมต้องหันไปมองตามเสียง เพียงแค่เห็นเจ้าของเสียงห้ามเมื่อครู่ ก็ทำเอาผมคลี่ยิ้มกว้างอย่างดีใจในทันที และไม่คิดไม่ฝันว่าจะได้เจอพี่เขาที่นี่

"ปล่อยมือเดี๋ยวนี้นะ" พี่ท้องฟ้าเอ่ยบอกชายหนุ่มที่ยังคงกำคอเสื้อนักเรียนผมแน่น และผมก็ได้แต่หวังว่าเขาจะทำตามที่พี่ท้องฟ้าบอก แต่ดูจากสายตาคู่คมที่หันมองพี่ท้องฟ้าอย่างดุดัน เขาคงไม่ยอมปล่อยผมง่าย ๆ

"มึงมาเสือกอะไรด้วยไอ้ท้องฟ้า"

"นี่มันโรงเรียนนะ ไม่ใช่ที่ที่แกจะมาหาเรื่องใครแบบนี้ก็ได้"

"กูจะหาเรื่องใคร หรือกูจะกระทืบไอ้เตี้ยนี่ยังไงมันก็เรื่องของกู" ผมตาเบิกโพลงเมื่อได้ยินคำที่ชายคนนี้เอ่ยออกมา กะ...กระทืบงั้นเหรอ คนที่ไม่รู้จักกันสามารถกระทืบกันได้ด้วยเหรอ ผะ...ผมไม่เห็นรู้เลย

"แกคงไม่อยากให้เรื่องนี่ถึงหูพ่อหรอกนะ" มือแกร่งปล่อยมือจากผมในทันที ซึ่งนั่นก็ทำให้ผมรีบโกนอากาศเข้าปอด หายใจหายคอสะดวกขึ้น แต่แล้วชายน่ากลัวกลับกระโจนเข้าไปกระชากคอเสื้อนักเรียนของพี่ท้องฟ้าแทน

"มึงคิดว่าเอาพ่อมาขู่แล้วกูจะกลัวเหรอ" ผู้ชายที่พี่ท้องฟ้าเรียกว่าทะเลมองพี่ท้องฟ้าด้วยสายตาวาวโรจน์จนผมที่เห็นยังรู้สึกกลัว และเป็นห่วงพี่ท้องฟ้า ทว่าพี่เขากลับนิ่งเฉยด้วยสีหน้าไร้ความรู้สึกใด ๆ แต่ผมก็แอบงุนงงบทสนทนาของชายหนุ่มทั้งสอง ที่ฟังดูคล้ายเหมือนว่าพวกเขาจะรู้จักกัน

"เล่นแม่งเลยไหมไอ้ทะเล" ผู้ชายที่ชื่อบีกันกำหมัดตั้งท่าจะกระโจนใส่พี่ท้องฟ้าอีกคนจนผมตกใจ

"ทำอะไรกันน่ะ!!" เสียงชายวัยกลางคนดังขึ้นมาจากในโรงเรียน พร้อมทั้งถือไม้เรียวยาวเดินตรงมาที่พวกเราซึ่งดูแล้วคงเป็นอาจารย์ฝ่ายปกครอง

"เฮ้ยไอ้ทะเล ปล่อยมันไปก่อนมึง" ผู้ชายหน้าตี๋ที่รู้สึกว่าพวกนั้นจะเรียกว่าคูปองเดินเข้ามาดึงคนชื่อทะเลออกไปจากพี่ท้องฟ้า ถึงแม้ว่าดูท่าร่างแกร่งจะไม่อยากปล่อยมือง่าย ๆ แต่สุดท้ายก็ต้องยอมเพราะอาจารย์กำลังเดินตรงเข้ามา

กลุ่มชายหนุ่มพากันเดินเลี่ยงออกไป ทว่าในจังหวะที่คนชื่อทะเลเดินผ่านผม มันทำให้ผมสบตาเข้ากับดวงตาแข็งกร้าวที่จ้องมองผมจนผมรู้สึกเสียวสันหลังวาบรีบหันหลบสายตาของอีกฝ่ายแทบไม่ทัน จนพวกเขาพากันวิ่งหนีเข้าไปในโรงเรียน

คนอะไรทำไมถึงได้น่ากลัวแบบนั้นนะ...

เฮ้อ...

ผมถอนหายใจอย่างโล่งอก เมื่อหลุดพ้นจากสถานการณ์น่ากลัวเมื่อครู่ นี่เป็นครั้งแรกที่ผมโดนหาเรื่อง เกิดมาไม่เคยคิดว่าต้องมาเจอกับเหตุการณ์แบบนี้ นี่หัวใจของผมยังเต้นแรงเพราะความหวั่นกลัวคนพวกนั้นอยู่เลย

"ฝันดีเป็นอะไรมากหรือเปล่า" พี่ท้องฟ้าเข้ามาเอ่ยถามผม

ผมสายหน้านิด ๆ

"แต่พี่ว่าน้องหน้าซีด ๆ นะ ไปห้องพยาบาลหน่อยไหม"

"ไม่เป็นไรครับ คือฝันแค่ตกใจน่ะ...คนพวกนั้น...น่ากลัว" ผมพูดเสียงสั่นนิด ๆ อาจจะมองเหมือนผมเป็นคนขี้กลัวและอ่อนแอ แต่ผมแค่ไม่คุ้นชินกับการใช้ความรุนแรงสักเท่าไหร่

"อืม เราไม่เป็นอะไรก็ดีแล้ว แล้วนี่เรียนโรงเรียนนี้เหมือนกันเหรอ บังเอิญจังเลย" ผมยกยิ้มขึ้นมาได้อีกครั้ง รู้สึกสบายใจอย่างบอกไม่ถูกเพียงแค่ได้เห็นรอยยิ้มอบอุ่นจากพี่ชายข้างบ้านที่ดูเหมือนว่าพี่เขาจะมาเป็นรุ่นพี่โรงเรียนใหม่ของผมด้วย

"ครับ นี่ฝันก็ย้ายมาเรียนวันแรกเหมือนกัน"

"อยู่ห้องไหนล่ะ เดี๋ยวพี่พาไป"

"เอ่อ...ฝันเกรงใจน่ะ"

"ไม่ต้องเกรงใจ อยู่ห้องไหน"

"ม.5/2 ครับ" เหมือนใบหน้าคมจะชะงักไปนิดที่รู้ว่าผมเรียนอยู่ห้องไหน

"...อื้ม ไป เดี๋ยวพี่พาไป"

ผมพยักหน้าตอบรับก่อนจะเดินตามพี่ท้องฟ้าเข้าไปในโรงเรียน ซึ่งระหว่างทางที่เดินเข้าไปนั้นผมแทบไม่ได้หันมองบรรยากาศในโรงเรียนแห่งใหม่เลยนอกจากแผ่นหลังกว้างของรุ่นพี่ที่เดินนำผมอยู่ ในสายตาของผม พี่ท้องฟ้าเป็นคนดีและอบอุ่นมากทั้งที่พึ่งรู้จักกันแต่ผมก็รับรู้ได้ มันทำให้ผมเบาใจไม่น้อยที่ได้มีเพื่อนบ้านอย่างพี่ท้องฟ้า แถมยังได้มาเรียนโรงเรียนเดียวกันแบบนี้อีก

แต่จะว่าไประหว่างที่ผมเดิน ทำไมผมถึงรู้สึกเหมือนผู้คนที่ผมเดินผ่านจะหันมาจับจ้องผมกันนะ หรือว่าผมจะคิดมากไปเอง คงไม่มีอะไรหรอก

"นี่ ห้องน้องอยู่นี่ เดี๋ยวอีกสิบห้านาทีออดเข้าแถวคงจะดัง" พี่ท้องฟ้าพูดบอกหลังจากพาผมมาส่งถึงห้องเรียน

"ขอบคุณมากนะครับ เอ่อ ว่าแต่พี่ท้องฟ้าเรียนอยู่ห้องไหนเหรอ"

"พี่อยู่ 6/1"

ผมพยักหน้าร้องอ๋อในลำคอ

"งั้นพี่ไปก่อนนะ"

"ครับ ขอบคุณอีกครั้งนะครับ" หลังจากที่ผมตอบรับพี่เขาก็เดินหันหลังไป แต่แล้วจู่ ๆ พี่ท้องฟ้าก็หันกลับมาหาผมเหมือนมีบางอย่างจะพูด

"พวกที่ฝันดีเจอหน้าโรงเรียนน่ะ น้องอย่าไปยุ่งกับพวกนั้นล่ะ เลี่ยงไม่คุยได้จะดีมาก" ถึงแม้พี่ท้องฟ้าจะไม่บอก ผมก็ไม่คิดจะยุ่งกับคนพวกนั้นอยู่แล้ว แม้ที่นี่จะไม่ใช่โรงเรียนที่ใหญ่โตเหมือนโรงเรียนเก่าของผมที่กรุงเทพฯ แต่มันก็ถือเป็นโรงเรียนประจำจังหวัดที่มีนักเรียนมากพอสมควร คงไม่มีโอกาสได้เจอกันบ่อยนักหรอก

"ครับ"

พี่ท้องฟ้าส่งยิ้มละมุนกลับมาให้ผมก่อนที่พี่เขาจะเดินออกไป ผมยังคงมองตามแผ่นหลังของรุ่นพี่ที่พออยู่ในชุดนักเรียนสีขาวกางเกงน้ำเงินไม่ต่างกับผม มันทำให้ผมรู้สึกว่าพี่เขาดูเท่มากต่างจากผมโดยสิ้นเชิง

"นี่ใช่เด็กใหม่ที่ย้ายมาวันนี้หรือเปล่าจ๊ะ" ครูผู้หญิงคนหนึ่งที่พึ่งเดินเข้ามาเอ่ยถามผม

"ใช่ครับ"

"โอเค งั้นเดี๋ยวตามครูไปที่ห้องพักครูก่อนนะ"

ผมพยักหน้ารับแล้วเดินตามไปอย่างว่าง่าย ระหว่างทางผมก็หันมองสำรวจไปรอบ ๆ โรงเรียนนี้ก็ไม่ต่างอะไรกับโรงเรียนมัธยมทั่วไป แต่อาจจะมีพื้นที่ไม่กว้างอาคารเรียนไม่เยอะเท่ากับโรงเรียนเก่าของผมที่อยู่กรุงเทพฯ

ผมเดินตามครูผู้หญิงมาจนถึงห้องพักครู ซึ่งผมก็ได้มารู้ว่าครูคนนี้ชื่อว่าครูบิว เป็นครูประจำชั้นของผม ผมแอบดีใจไม่น้อยที่มีครูประจำชั้นทั้งสวยและใจดีแบบนี้ เธอคุยรายละเอียดสอบถามนั่นนี่จนเลยเวลาเข้าแถว ผมเลยอดไปเข้าแถวในวันแรกเหมือนคนอื่น ๆ

"โอเค งั้นเดี๋ยวไปเข้าเรียนพร้อมครูเลยนะ นี่ก็ได้เวลาเลิกแถวพอดี"

ผมยิ้มรับแล้วเดินตามครูประจำชั้นกลับไปยังห้อง ม.5/2 เพื่อไปพบเพื่อนใหม่ของผมที่ห้องเรียน เล่นเอาผมตื่นเต้นฝ่ามือนี่แทบชื้นเหงื่อไปหมดจนมาถึงหน้าประตูห้องเรียน

"เอ่อ เขมนันท์" จู่ ๆ ครูบิวก็หันมาเรียกผมที่เดินตามหลังเธอมา โดยที่ยังไม่ได้เปิดประตูเข้าไปในห้องเรียน

"ครับครูบิว"

"เอ่อ คือครูอยากจะบอกเราไว้คร่าว ๆ ก่อนที่เราจะไปเจอเพื่อนใหม่น่ะ"

"บอกอะไรเหรอครับ"

"คือ...เด็กนักเรียนห้องนี้ส่วนใหญ่จะน่ารักและนิสัยดีมากเลย" ผมยกยิ้มรู้สึกใจชื้นเมื่อได้ยินที่ครูบิวเอ่ยบอก "แต่...มันก็จะมีกลุ่มเล็ก ๆ ในห้องที่ค่อนข้างจะ เอ่อ มีความเป็นตัวของตัวเองสูง ถ้าเธอเลี่ยงได้ ก็เลี่ยงพวกเขาหน่อยแล้วกันนะ" ถึงแม้ว่าผมจะไม่ค่อยเข้าใจที่ครูประจำชั้นพูดแต่ผมก็พยักหน้าตอบรับอย่างว่าง่าย ก่อนที่มือเรียวของเธอจะเลื่อนเปิดประตูห้อง ทำให้เสียงพูดคุยภายในห้องที่ดังก่อนหน้านี้เบาบางลงในทันที ทุกสายตาพลันหันมามองผมเป็นตาเดียวจนผมรู้สึกประหม่าอย่างบอกไม่ถูก

กึก

ไม่นะ...

ในจังหวะที่ผมกำลังยิ้มหันมองเพื่อน ๆ ในห้องก็เป็นต้องชะงักตัวแข็ง ใจหล่นยวบแทบไม่อยากเชื่อสายตาตัวเองว่าผมจะมาเจอกับกลุ่มอันธพาลที่หาเรื่องผมตรงหน้าโรงเรียน กลุ่มคนที่ผมคิดว่าจะไม่ได้เจอ แต่ตอนนี้พวกเขากลับมานั่งอยู่หลังห้องเรียน ห้องเดียวกับผม ซึ่งดูเหมือนว่าพวกเขาจะยังไม่ทันสังเกตเห็นผมเพราะมัวแต่พูดคุยกันอย่างไม่เกรงใจครูที่อยู่หน้าชั้นเรียน ส่วนคนที่ดูน่ากลัวที่สุดในกลุ่ม ตอนนี้กำลังนั่งเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่างอย่างไม่สนใจสิ่งรอบข้างเลย

"ทุกคนจ๊ะ เทอมนี้เรามีเพื่อนใหม่ย้ายมาจากกรุงเทพฯ ด้วยนะ...แนะนำตัวเลยจ้ะ " ครูประจำชั้นเอ่ยเปิดทางให้ ผมที่ยืนอยู่หน้าชั้นเรียน ทำให้ผมได้สติกลับมา ก่อนจะหันมองเพื่อนคนอื่น ๆ ที่กำลังจับจ้องมาที่ผมเช่นกัน

"สวัสดีทุกคน เราชื่อ...ฝันดีนะ" เพียงแค่ผมพูดชื่อตัวเองออกไป สายตาของคนกลุ่มนั้นก็หันมามองผมในทันทีไม่เว้นแม้แต่คนน่ากลัวที่ชื่อทะเล สายตาที่มองมาอย่างเย็นยะเยือกจนผมต้องเบนสายตาหนี "ระ...เราจะย้ายมาเรียนที่นี่ตั้งแต่วันนี้ เราขอฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะ"

"....." ภายในห้องเรียนตกอยู่ในความเงียบ ผมเลิกคิ้วขึ้นอย่างงุนงง ที่ทุกคนพากันมองผมราวกับตกตะลึงอะไร หรือว่าหน้าผมมีอะไรแปลก ๆ งั้นเหรอ

"น่ารักจังวะ"

หืม?

เหมือนผมจะได้ยินใครพูดอะไรแว่ว ๆ เลย แต่คงไม่มีอะไรหรอก

แปะ! แปะ! แปะ!

เสียงปรบมือจากนักเรียนในห้องดังขึ้นพร้อมกับรอยยิ้มต้อนรับที่ผมเห็นแล้วรู้สึกใจชื้นไม่น้อย ไม่เว้นแม้แต่ชายหนุ่มหลังห้องสามคนที่ปรบมืออย่างยียวนให้ผม จะมีก็แต่คนที่ชื่อทะเลนั่นแหละ ที่ตอนนี้เลิกสนใจผม แล้วหันกลับไปมองนอกหน้าต่างอีกแล้ว ผมคิดว่ากลุ่มที่ครูบิวเอ่ยเตือนผมก่อนหน้านี้ คงจะหมายถึงคนพวกนี้สินะ

"เดี๋ยวไปนั่งข้างจินณภาตรงนั้นนะ" ครูบิวชี้นิ้วไปทางโต๊ะของหญิงสาวคนหนึ่งที่ข้างกายของเธอยังมีที่ว่างเหลืออยู่ เธอยกมือขึ้นพร้อมส่งยิ้มจริงใจให้ผม ซึ่งผมก็ยิ้มตอบรับ ทว่าหลังโต๊ะที่กำลังจะกลายเป็นโต๊ะของผมกลับเป็นที่นั่งของผู้ชายผิวเข้มที่รู้สึกว่าจะชื่อบีกัน ส่วนหลังโต๊ะของหญิงสาวที่ส่งยิ้มให้ผม ก็ดันเป็นโต๊ะของคนที่ชื่อ...

ทะเล...

"ไปนั่งสิ เดี๋ยวจะเริ่มเรียนกันแล้ว" ครูบิวพูดบอกอีกครั้ง

"ครับ..."

ผมตอบรับอย่างหมดหนทาง แม้ใจจริงผมไม่อยากจะนั่งตรงนั้นเลย แต่ตอนนี้ภายในห้องก็ไม่เหลือที่ว่างอื่นแล้ว ผมไม่อยากจะดูเป็นคนเรื่องมากตั้งแต่วันแรกที่มาเรียน ผมจึงจำใจเดินเข้าไปนั่งลงตรงเก้าอี้ที่ว่างอยู่ โดยที่เลี่ยงมองชายหนุ่มน่ากลัวด้านหลัง

"ไงมึง บังเอิญจังนะ" ผมที่ไม่ทันจะได้นั่งเต็มก้น ผู้ชายที่ชื่อบีกันก็เอ่ยทักผมทันที

"เอ่อ...อืม"

"มีอาหารตาในห้องแบบนี้ ห้องค่อยน่าเรียนหน่อย" คนที่ชื่อมอส ซึ่งนั่งอยู่ถัดจากโต๊ะของบีกันพูดขึ้นอีกคน สายตาของคนคนนี้ที่มองผม มันทำให้ผมขนลุก ไม่ชอบที่เขามามองผมด้วยสายตากรุ้มกริ่มแบบนั้น

"พวกมึงก็ไปแกล้งมัน...มึงอย่าไปสนใจไอ้พวกนี้เลย" คนที่ดูเหมือนจะเป็นคนดีที่สุดในกลุ่มนี้แล้ว รู้สึกว่าจะชื่อคูปอง หันมาพูดกับผม ผมจึงพยักหน้ารับนิด ๆ แล้วคนพวกนั้นก็ไม่ได้พูดอะไรกับผมอีก ส่วนคนที่ดูเป็นหัวโจก แทบไม่ชายตามามองผมเลย นั่นก็ถือว่าเป็นเรื่องดีสำหรับผมมากแล้ว

/"เอ่อ แกรู้พวกนี้ด้วยเหรอ"/ หญิงสาวที่นั่งอยู่ข้างผม เอ่ยกระซิบถามผม

/"เปล่า"/ ผมรีบปฏิเสธ เธอก็พยักหน้าอย่างเข้าใจ

"สวัสดี ฉันชื่อจินนะ แกชื่อฝันดีใช่ปะ ชื่อโคตรแปลก แต่ก็เหมาะกับแกดี"

"อื้ม ยินดีที่ได้รู้จักนะจิน"

หากไม่นับพวกที่นั่งอยู่ด้านหลังผม นี่คงเป็นโชคดีของผมที่ได้มีเพื่อนใหม่อย่างจินในเวลาอันรวดเร็วแบบนี้ เราไม่ทันได้พูดอะไรกันต่อ ครูบิวก็เริ่มพานักเรียนเข้าสู่บทเรียนในคาบแรก

หลังจากเรียนเสร็จในคาบเช้า จิน หญิงสาวเพื่อนใหม่ป้ายแดงของผม เธอพาผมมายังโรงอาหารของโรงเรียนพร้อมกับเพื่อนในกลุ่มของเธอ

"เดี๋ยวฉันแนะนำให้รู้จักทุกคนนะ นี่มะนาว นี่โบว์ ส่วนนี่ยัยตุ๊กตา" จินแนะนำเพื่อนคนอื่นในกลุ่มของเธอให้ผมรู้จัก

"ยินดีที่ได้รู้จักทุกคนเลยนะ"

"ไหน ๆ ก็รู้จักกันแล้ว ฉันขอถามอะไรหน่อยสิ" มะนาวเอ่ยถามด้วยสีหน้าคล้ายอยากรู้เรื่องบางอย่าง

"อื้ม ได้สิ"

"เมื่อเช้าฉันเห็นแกเดินเข้าโรงเรียนมากับพี่ท้องฟ้าน่ะ รู้จักกันเหรอ"

"อื้ม พี่เขาเป็นเพื่อนบ้านเราน่ะ"

"จริงดิ กรี๊ดดด น่าอิจฉาอะ แบบนี้ก็ได้เห็นพี่ท้องฟ้าตอนใส่ชุดไปรเวททุกวันเลยดิ" มะนาวกรี๊ดกร๊าดขึ้นมาไม่ต่างกับเพื่อนผู้หญิงในกลุ่มที่ดูจะปลาบปลื้มพี่ท้องฟ้ามาก

"พวกเธอรู้จักพี่ท้องฟ้าด้วยเหรอ"

"โอ๊ย ในโรงเรียนนี้ไม่มีใครไม่รู้จักพี่เขาหรอก ออกจะทั้งหล่อ ทั้งเก่ง นิสัยดีเป็นถึงประธานนักเรียนขนาดนั้น ใครจะไม่รู้จักบ้าง" โบว์พูดบอก ซึ่งนั่นก็ทำให้ผมอมยิ้ม รู้สึกปลื้มพี่เขาเข้าไปอีก พี่ท้องฟ้าเป็นประธานนักเรียนเลยเหรอ

เท่จัง...

"เออ พี่เขาดีจริง ดีจนไม่อยากเชื่อเลยว่าจะเป็นพี่น้องกับไอ้ทะเล" ผมชะงัก ขมวดคิ้วในสิ่งที่ตุ๊กตาเพื่อนใหม่ของผมพึ่งจะพูดบอก

"ทะเล..."

"ก็ไอ้หน้าหล่อที่นั่งติดหน้าต่างท้ายห้อง หลังโต๊ะไอ้จินน่ะ ห้องเดียวกับพวกเราไง นั่นน่ะ มันชื่อทะเล เป็นน้องชายแท้ ๆ ของพี่ท้องฟ้าเลย แต่ต่างกันราวฟ้ากับนรก ที่จะเหมือนกันก็คงจะมีแต่ความหล่อนี่แหละ" โบว์พูดด้วยสีหน้าที่บ่งบอกว่าไม่ชอบทะเลเลย

ผมที่ได้ยินสิ่งที่เพื่อนใหม่เล่าก็ถึงกับนิ่งอึ้งแทบไม่อยากเชื่อในสิ่งที่เพื่อนบอก มันจะเป็นไปได้ไง ที่พี่ท้องฟ้าจะเป็นพี่น้องกับอันธพาลแบบทะเล ดูยังไงก็ไม่เห็นถึงความเป็นไปได้ แถมเมื่อเช้าทะเลเองก็ดูไม่มีความเคารพพี่ท้องฟ้าเลยสักนิด ออกจะดูไม่ชอบหน้ากันด้วยซ้ำ มันจะเป็นไปได้ยังไงนะ

ทำไมถึงได้แตกต่างกันขนาดนั้น...

"คนชื่อทะเลนี่...เขาเป็นคนยังไงเหรอ"

"นิสัยไม่ดี หัวรุนแรง เจ้าอารมณ์ ศูนย์รวมความร้ายกาจเลยล่ะ ก็แก๊งมันเป็นพวกอันธพาลคุมโรงเรียนน่ะสิ ต่อยตีรังแกคนอื่นไปทั่ว ถ้าใครไปขัดหูขัดตาพวกมันไม่รอดสักราย" โบว์พูดบอก

อึ่ก

ผมกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ หากใครไปขัดหูขัดตาไม่รอดสักรายงั้นเหรอ แล้วเรื่องเมื่อเช้านี่ถือว่าผมไปขัดหูขัดตาเขาหรือเปล่านะ คงไม่หรอกมั้ง ผมไม่ได้ทำอะไรสักหน่อย

"แต่ก็ไม่มีใครกล้าแตะต้องพวกมันหรอก แม้แต่พวกครู ๆ เพราะพวกมันเป็นลูกคนใหญ่คนโตทั้งนั้น" ตุ๊กตาพูดเสริมขึ้น

"จะว่าไงดีอะ คือโรงเรียนแถบเนี่ย มันแบ่งกลุ่มคนออกเป็นสองประเภทหลัก ๆ นั่นก็คือผู้ล่ากับผู้ถูกล่าเว้ย ซึ่งผู้ล่าที่อยู่บนจุดสูงสุดของห่วงโซ่อาหารก็คือพวกของทะเล และถ้าแกไม่อยากกลายไปเป็นเหยื่อให้พวกมันล่า ฉันแนะนำว่าให้แกทำตัวเป็นอากาศ ที่พวกพวกล่ารู้ว่ามีอยู่แต่ไม่คิดจะสนใจยังไงล่ะ" มะนาวพูดในสิ่งที่ผมไม่ค่อยจะเข้าใจนัก

"เอาง่าย ๆ เลยนะ คือแกอย่าไปยุ่งกับพวกนั้นแล้วกันฝันดี ให้ดีนะอย่าไปเดินเฉียดเลยจะดีมาก ถ้าไม่อยากมีปัญหา" จินพูดเตือนผมด้วยความหวังดี ซึ่งนี่ก็ถือเป็นรอบที่สามของวันแล้วที่มีคนเตือนผมว่าอย่าไปยุ่งกับคนเหล่านั้น นั่นแสดงว่าพวกนั้นคงน่ากลัวและอันตรายมากจริง ๆ

บรรยากาศในโรงอาหารครึกครื้นกันพอสมควร เหล่านักเรียนชายหญิงต่างทานข้าวกลางวันและพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน เหมือนกับผมที่ถึงแม้จะเป็นเด็กใหม่ แต่ก็สามารถเข้ากับทุกคนได้ดี อาจเป็นเพราะผมเป็นคนง่าย ๆ อัธยาศัยดี เข้ากับคนอื่นได้ง่าย เลยทำให้ผมไม่รู้สึกแปลกแยกจากคนที่นี่สักเท่าไหร่

"ห้องน้ำอยู่ทางไหนเหรอ" ผมเอ่ยถามขึ้นหลังจากที่ทานข้าวเสร็จ

"เดินตรงไปทางนั้นแล้วเลี้ยวขวา ห้องน้ำชายจะอยู่ซ้ายมือ" จินพูดบอกทาง "ให้ฉันไปเป็นเพื่อนไหม"

"ไม่เป็นไร พวกเธอขึ้นห้องเรียนกันก่อนเลย เดี๋ยวเราเข้าห้องน้ำเสร็จแล้วจะตามไป"

"อื้ม เอางั้นก็ได้ งั้นพวกฉันไปก่อนนะ"

ผมพยักหน้ารับ เหล่าเพื่อนใหม่ของผมก็พากันเดินออกไป ส่วนผมก็ลุกเดินไปตามทางที่จินบอก ไม่นานนักก็มาถึงห้องน้ำ

ตุบ!

พลั่ก!

"มึงยังจะปากดีอีกไหมฮะ!!"

ผั๊วะ!

ผมที่เดินเข้ามาในห้องน้ำชายก็ต้องชะงักกับภาพที่เห็น ผู้ชายคนหนึ่งในชุดนักเรียนไม่ต่างจากผมตอนนี้นั่งกองอยู่กับพื้นห้องน้ำ โดยมีผู้ชายอีกสามคนใช้ทั้งเท้าทั้งหมัดทำร้ายคนเบื้องล่างจนใบหน้าฟกช้ำเปื้อนไปด้วยเลือดซึ่งผู้ชายทั้งสามคนนั้นก็คือ มอส บีกันแล้วก็คูปอง โดยที่มีผู้ชายที่น่ากลัวที่สุดในกลุ่มยืนพิงขอบอ่างล้างมือดูเหตุการณ์ตรงหน้าด้วยสีหน้าเรียบนิ่งราวกับเห็นเป็นเรื่องปกติไปเสียแล้ว ผมที่เห็นท่าไม่ดีเลยจะถอยหลังเดินออกไปจากห้องน้ำ

"เฮ้ยมึงน่ะไอ้เด็กใหม่ใช่ไหม”

กึก

ผมไม่ทันได้หันหลังด้วยซ้ำ ก็โดนคนชื่อบีกันเอ่ยเรียกผมไว้เสียก่อน

"มาเข้าห้องน้ำไม่ใช่เหรอมึงน่ะ ก็เข้ามาสิ" ชายคนเดิมพูดขึ้นอีกครั้ง ทำเอาผมเหงื่อซึมขมับเพราะความตื่นกลัวคนเหล่านี้

"เอ่อ...คือเราไม่เข้าแล้ว ระ...เราไปก่อนนะ" ผมรีบพูดตัดบทตั้งท่าจะเดินออกไปจากที่นี่อีกครั้ง

"เดี๋ยว" แต่แล้วก็มีเสียงเรียกท้วงดังขึ้น ซึ่งครั้งนี้ไม่ใช่ใครที่ไหนแต่เป็นทะเล ชายหนุ่มที่ผมเกือบจะโดนเขากระทืบเมื่อเช้า "เข้ามานี่ซิ" น้ำเสียงเรียบเย็นแต่กลับฟังดูหนักแน่นไม่ต่างจากการพูดสั่งทำให้มือของผมสั่นไปหมด ผมกลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดเคือง ก่อนจะเดินเข้าไปอย่างว่าง่ายตามคำสั่งของชายน่ากลัวอย่างเลี่ยงไม่ได้ เพราะตัวผมเองก็ไม่อยากมีปัญหาตั้งแต่วันแรกที่มาเรียนแบบนี้

"มะ...มีอะไรเหรอ" ผมก้มหน้าถามพลางชำเลืองมองชายที่นั่งจมกองเลือด เพียงแวบเดียวเท่านั้น ผมก็เบนสายตามองไปทางอื่น เพราะนั่นมันยิ่งทำให้ผมรู้สึกกลัวคนพวกนี้ ตอนนี้ผมไม่ต่างอะไรกับลูกแกะที่เดินหลงเข้ามาในฝูงหมาป่าอย่างไรอย่างนั้น ส่วนทะเลที่เห็นตัวผมสั่นเทาด้วยเพราะกลัวเขา เหมือนจะยิ่งทำให้อีกฝ่ายชอบใจ

"พวกมึง พาไอ้เหี้ยนั่นออกไปกระทืบต่อข้างนอกไป แต่อย่าให้ใครเห็นนะ" ทะเลพูดบอก พวกเพื่อน ๆ ก็ทำตามโดยการลากชายที่หน้าเปื้อนเลือดออกไปข้างนอก

"ปะ...ปล่อยผมไปเถอะพี่ทะเล ผมจะไม่ทำแบบนั้นอีกแล้ว! นี่มึงช่วยกูหน่อย ช่วยด้วย!" ชายคนนั้นถูกร่างแกร่งทั้งสามคนลากออกไปจากห้องน้ำจนเสียงขอความช่วยเหลือเบาจางลง เหลือไว้เพียงความเงียบและความอึดอัดที่กำลังบีบรัดรอบกายผมในตอนนี้

"อยากช่วยมันไหม มันร้องขอให้มึงช่วยด้วยนะ" ทะเลถามขึ้น ผมไม่รู้ว่าตอนนี้เขามีสีหน้ายังไง เพราะผมกำลังก้มมองปลายเท้าของตัวเองอยู่

"อะ...เอ่อ ระ...เราว่าปล่อยเขาไปเถอะ เขาน่าจะเจ็บมากเลย ทำร้ายคะ...คนอื่นแบบนั้นมันไม่ดีนะ" ผมพูดออกไปเสียงสั่นไม่ต่างจากตัวผมในตอนนี้ ถึงแม้คำพูดของผมอาจจะทำให้อีกฝ่ายไม่พอใจ แต่ผมแค่พูดตามในสิ่งที่ผมคิดเท่านั้น

"หึหึ คำพูดโลกสวยดีนี่ มึงรู้ไหมว่าไม่มีใครกล้าพูดกับกูแบบนี้มาก่อนเลยนะ" ยิ่งทะเลพูดแบบนั้น ยิ่งทำให้ผมกลัวเข้าไปใหญ่

"อะ...เอ่อ...คือ..."

"มึงชื่ออะไร" ชายตรงหน้าเอ่ยถามผม ทั้งที่ผมเคยบอกชื่อของผมไปแล้วแท้ ๆ หรือเขาจะจำไม่ได้นะ

"ฝะ...ฝันดี"

ผมยังคงตอบโดยไม่มองหน้าของทะเล ชายหนุ่มไม่ได้พูดโต้ตอบอะไร แต่กลับเดินเข้าไปในห้องอาบน้ำที่อยู่ริมสุด ซึ่งคงเป็นห้องที่ไว้สำหรับให้พวกนักกีฬามาอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าในวันที่ซ้อมหนัก

ผมถอนหายใจเฮือกใหญ่อย่างโล่งอก ที่ทะเลเดินออกไปจากผม ตอนแรกผมก็หวั่นกลัวว่าจะกลายสภาพไปเป็นเหมือนชายที่นั่งจมกองเลือดเมื่อครู่ บางทีทะเลอาจจะมองผมเป็นอากาศเหมือนที่มะนาวบอกก็ได้ ผู้ล่าจะไม่ยุ่งกับพวกที่เป็นเหมือนอากาศนี่

ซ่า!

กึก...

"....." ผมชะงักตัวชาวูบเมื่อจู่ ๆ ร่างกายของผมก็เปียกโชกไปด้วยน้ำที่ไหลลงมาตั้งแต่หัวจรดปลายเท้าด้วยฝีมือของชายร่างแกร่งที่เดินหายเข้าไปในห้องอาบน้ำเพื่อที่จะตักน้ำในถังมาสาดใส่ผม ตอนนี้แทบไม่มีส่วนไหนของผมเลยที่ไม่เปียกน้ำ ผมยังคงนิ่งอึ้งด้วยความตกใจพูดอะไรไม่ออก ตั้งแต่เกิดมาผมไม่เคยโดนทำอะไรแบบนี้เลย ไม่เคยเลยสักครั้ง

"กูดูท่าไม่ใช่ฝันดีแล้วว่ะ นี่มันฝันเปียกชัด ๆ หึหึ" ทะเลยกยิ้มมุมปากมองผมที่ยืนสั่นระริกเพราะความหนาวปะปนไปกับความกลัว มองราวกับว่าผมเป็นแค่มดตัวเล็กที่เขากำลังเหยียบย่ำ "นี่สำหรับเรื่องเมื่อเช้าที่มึงมายืนเกะกะกู และนี่..."

ซ่า!

ของเหลวใสเย็นถูกราดรินลงมาบนหัวของผมอีกครั้ง

"กูฝากไปให้ไอ้ท้องฟ้าด้วยนะ มันอุตส่าห์ช่วยมึงนี่...กูไปก่อนล่ะ ขอให้มึงตัวแห้งทันเรียนคาบบ่ายแล้วกัน ไอ้ฝันเปียก" ร่างแกร่งพูดบอกแววตาฉายความสนุก เขากำลังจะเดินออกไป แต่จู่ ๆ ทะเลก็หันกลับมาหาผมที่ยังคงยืนค้างตรึงไม่ไหวติง "กูลืมแนะนำตัวน่ะ กูชื่อทะเล จำชื่อกูไว้ให้ขึ้นใจล่ะ"

จบประโยคทะเลก็เดินออกไป ทิ้งไว้เพียงตัวผมที่เปียกปอน เสื้อนักเรียนสีขาวแนบลู่ติดเนื้อ ผมของผมเองก็เช่นกัน ผมมองตามแผ่นหลังของคนใจร้ายที่เดินลับหายไป น้ำตาที่ซึมเอ่อเพราะความตกใจก็ค่อย ๆ รินไหลออกมา แววตาสั่นไหว หัวใจเต้นแรง ริมฝีปากสั่นระริกไม่ต่างจากร่างกาย

"ฮึ่ก..."

ผมไม่คิดไม่ฝันเลยว่าจะต้องมาเจอเรื่องแบบนี้และได้แต่นึกคิดว่าคนอย่างทะเลน่ะเหรอที่เป็นน้องชายแท้ ๆ ของผู้ชายแสนดีอย่างท้องฟ้า ผมได้แต่ภาวนาว่าขออย่าให้ทะเลมายุ่งวุ่นวายกับผมอีกเลย

เพราะผมเองก็จะไม่ไปเข้าใกล้ผู้ชายร้ายกาจคนนั้นอีกแน่นอน...

.

.

.

ตอนแรกมาปูเส้นเรื่องแบบเบา ๆ เอื่อย ๆ เรียกน้ำย่อยของทุกคนก่อนนะคะ ความหนักหน่วงจะเพิ่มระดับขึ้นไปเรื่อย ๆ

ฝากติดตามตอนต่อไปด้วยน้าาาา

หากมีคำผิดหรือชื่อตัวละครสลับกันรบกวนเมนต์บอกหน่อยนะคะ

1 คอมเมนต์ดีๆ = ร้อยกำลังใจ ❤️🍃

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว