email-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : 1. เคย์รักครู

คำค้น : เคย์รักครู

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 453

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 25 พ.ค. 2564 21:57 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
1. เคย์รักครู
แบบอักษร

ผมชื่อเคย์ ผิวขาว หน้าตี๋ นี่แหล่ะผม ตั้งแต่ที่ขึ้น ม.ปรายมา ตัวผมจากที่เตี้ยๆป้อมๆก็เริ่มสูงใหญ่ขึ้น หน้าตาจากที่ตี๋ๆก็ดูคมเข้มขึ้น จนมีสาวๆเข้ามาจีบกันเยอะแยะ ตอนนั้นผมก็ว่าผมฮอตนั่นแหล่ะ แต่ถึงอย่างนั้นผมก็ไม่มีแฟนนะ เพราะอะไรน่ะเหรอ? เพราะว่าผมเป็นคนขี้อายและพูดไม่เก่งยังไงล่ะ!

พอสาวๆเข้ามาจีบ ผมก็เอาแต่เขิน บิดไปบิดมา และก็ให้เบอร์ให้เฟซเขาไปเพียงเท่านั้น แต่พอเขาทักมา ผมกลับเขินจนไม่กล้าคุยซะงั้น.. อึม! ครับ! ส่งสติ๊กเกอร์! นี่แหละคือสิ่งที่ผมตอบกลับไป อาจจะเพราะเหตุนี้ล่ะมั้ง! สาวๆถึงได้เริ่มหายไปทีละคนๆ จนไม่มีเหลือเลยแม้แต่คนเดียว

“โห่ว! ไอ้เคย์..ไอ้โง่ สาวๆมาจีบตั้งเยอะตั้งแยะแต่มึงก็ไม่คุยกับเค้า ถ้าเป็นกูนะ...ฮรึ้ยยย!!!” นี่แหล่ะ! คือคำที่ผมมักจะได้ยินจากปากเพื่อนของผมอยู่เป็นประจำ มันบอกว่าผมหล่อแต่ไม่เป็นงาน ถ้าหน้าตามันหล่ออย่างผมนะ มันบอกว่ามันจะฟาดให้หมดทั้งโรงเรียนเลย

ฮ่าๆๆ! แต่ก็นะ ก็คนมันอายหนิ จะให้ทำยังไงล่ะ!

และแล้วเวลาก็ผ่านไป ผ่านไป จากม.4 ก็ไปม.5 จากม.5 ก็เป็นม.6 นี่แหล่ะที่ผมกังวล เพราะผมยังไม่รู้เลยว่าจบไปแล้วผมจะไปเรียนต่ออะไร

กระทั่งเปิดเรียนวันแรก เช้าๆเลย ผมเดินเข้าไปถามเพื่อนสนิท 4-5 คนที่นั่งอยู่ตรงโต๊ะม้าหินอ่อน

“เฮ้ย! พวกมึงจบม.6แล้วจะไปเรียนต่ออะไรวะ?”

และคำตอบที่ผมได้รับคือ ..ต่อครู! ต่อคณะนู้นคณะนี้ ไม่ซ้ำกันเลยสักคน แล้วก็ถึงทีพวกมันถามบ้าง

“แล้วมึงล่ะ จะเรียนต่อรัย?”

นี่เองที่ทำให้ผมเงียบกริบ และหน้าจ๋อยไปสักพัก ก่อนที่จะตอบออกมาแบบอายๆว่า “ไม่รู้ว่ะ!” สั้นๆ แต่ได้ใจความไหมล่ะ!.

แต่แล้ว นางฟ้าผู้ที่จุดประกายไฟในใจของผมให้ลุกโชนขึ้นก็ปรากฏตัว ในเช้าวันนั้นเอง ขณะที่เข้าแถวหน้าเสาธงตามปกติ พิธีกรก็ได้เชิญครูคนหนึ่งขึ้นมาแนะนำตัวเพื่อทำความรู้จักกับนักเรียน

“ซา..หวาด..ดีค่ะ น้าก..เรียน..ทุกโคน..”

หื้อ! ทันทีที่ได้ยินเสียง จากที่เอาแต่นั่งก้มหน้าอยู่ ผมก็เงยหน้าขึ้นไปมองทันที แล้วผมก็ต้องชะงักราวกับต้องมนต์สะกด เพราะเธอเป็นสาวหมวยผิวขาวอมเหลืองที่งดงามมากกก... มากจนไม่รู้จะอธิบายยังไง แต่เธอตรงสเปกผมทุกอย่างจริงๆ

ผมเพิ่งจะรู้ตัวเดี๋ยวนั้นเองว่าผมชอบสาวหมวย และขณะที่ผมกำลังตาค้างอยู่นั้นเอง เธอก็พูดขึ้น โฉ๊งเฉ๊งๆๆ!!! อะไรก็ไม่รู้ ผมแปลไม่ออก เพราะมันเป็นภาษาจีน

“เฮ้ย! นี่เธอเป็นคนจีนงั้นเหรอ?” ผมตื่นเต้นอยู่ในใจ โดยที่ตาและหูยังโฟกัสไปที่เธอตลอด

ใช่แล้ว! เธอเป็นคนจีน ชื่อว่าหลี่เจี๋ย มาจากคุณหมิง และที่เธอมาที่นี่ก็เพราะจะมาเป็นครูสอนภาษาจีนนั่นเอง ทำไมผมถึงรู้น่ะเหรอ! เพราะข้างๆเธอมีครูคนไทยซึ่งทำหน้าที่เป็นล่ามอยู่ยังไงล่ะ! และชั้นที่เธอจะต้องสอนนั้นก็คือ ม.6 ทุกห้องนั่นเอง

ผมรู้ในเดี๋ยวนั้นเลยว่า จบไปผมจะต้องเรียนจีนอย่างแน่นอน เอกอะไรก็ได้ที่มันเรียนแล้วพูดจีนได้อ่ะ! เพราะความฝันและจุดมุ่งหมายของผมก็คือ... ได้จีบเธอ และคุยกับเธอให้รู้เรื่องโดยไม่มีอุปสรรคนั่นเอง แต่ขั้นแรกผมก็คงจะต้องจัดการกับความเขินอายของตัวเองให้ได้ก่อนเนอะ! ว่ามั้ย?

และหลังจากนั้น ผมก็เห็นเธอบ่อยขึ้นๆ ไม่ว่าจะตอนเดินอยู่ในโรงเรียน กินข้าวที่โรงอาหาร หรือไม่เว้นแม้แต่ในร้านสะดวกซื้อที่อยู่ด้านนอก แต่รู้อะไรไหม? เธอมากับไอ้ล่ามนั่นตลอดเลย จนผมหลงคิดไปว่าเขาสองคนคงจะเป็นแฟนกัน

แต่ก็ยังโชคดีที่ไม่ใช่! เพราะภายหลังผมได้รู้ว่าที่เขาไปด้วยกันบ่อยๆนั้นก็เพราะ ครูหลี่เจี๋ยเพิ่งจะมาอยู่ที่ไทยใหม่ๆ ครูผู้ชายคนนั้นจึงต้องคอยดูแล และพาไปนุ่นมานี่นั่นเอง

เฮ้ออ!! ทำเอาใจหายหมด ก็นั่นสิเน้อะ! สาวจีนสวยๆแบบนี้จะไปชอบผู้ชายดำๆคล้ำๆแบบนั้นได้ยังไง ผมคงจะคิดมากไป  

และแล้ว! วันที่ผมรอคอยก็มาถึง เธอก้าวเท้าเข้าห้องเรียนมาอย่างช้าๆ ผมต้องแอบเหลือบมองเรียวขาของเธออย่างเลี่ยงไม่ได้ โหวว! มันขาวและเนียนมาก ไม่มีเส้นขนเลยสักเส้น เพียงแค่นั้นแหล่ะ! จากที่ผมเตรียมใจมาตั้งนานสองนานว่าจะไม่เขินหรือตื่นเต้น หัวใจมันกลับเต้นตึกตักๆราวกับจะหลุดออกมาให้ได้ซะอย่างงั้น!

ผมรีบเลื่อนสายตาหลบหนีในทันที ขืนปล่อยไว้มีหวังแย่แน่ บ้าเอ้ย! อุส่าแลกที่นั่งกับเพื่อนผู้หญิงเพื่อที่จะได้อยู่ใกล้ๆเธอแล้วแท้ๆ!

บางคนอาจจะสงสัย ว่าทำไมผมถึงต้องแลกที่นั่งกับผู้หญิงด้วย นั่นก็เพราะว่าตั้งแต่ไหนแต่ไรผมนั่งอยู่หลังห้องตลอดยังไงล่ะ! ฮ่าๆๆ คนนี้ผมรักจริงหวังแต่ง เพราะงั้นเลยต้องทำใจกล้าๆแล้วย้ายมานั่งหน้า เพื่อรักผมต้องเปลี่ยนแปลงตัวเองให้ได้ สู้โว้ยยย!!!

หลังจากนั้น เธอก็แนะนำตัวเองอีกครั้ง เพราะว่ามาสอนที่ห้องผมเป็นครั้งแรก

“ซา..หวัด..ดีค่ะ..ฉานชื่อ..หลี่เจี๋ยนะคะ..ทุ้กคนอาจจะหรูแล้วโน้ะ ว่าครูจามาสน..”

ผมฟังแค่นั้นแหล่ะ เพราะว่าผมเอาแต่นั่งจ้องหน้าเธอ ฮ่าๆๆ! นั่นแหน่ะ! จะชมผมว่าจัดการกับความเขินอายได้เร็วใช่ไหมล่ะ?.. แต่เปล่าเลย..มันเป็นเพราะผมเหม่อลอยจนเผลอไปทำตาหยาดเยิ้มให้เธอต่างหากล่ะ ฮ่าๆๆ!

แล้วรู้ไหมว่าหลังจากนั้นเป็นยังไง?

“น้ากเรียน...น้ากเรียนคะ!” เสียงนี้ดังอยู่รำไร แต่ผมก็ต้องสะดุ้งได้สติ เมื่อมีแรงเขย่าที่แขน

“หือ! ครับๆๆ” ผมพูดออกมาอย่างเพ้อเจ้อ ลนลาน และก็หันไปหันมา จนเพื่อนคนอื่นๆหัวเราะโครมกันทั้งห้อง ฮ่าๆๆ บ้าเอ้ย! ยิ่งคิดก็ยิ่งอาย.

แต่เมื่อผมหันมามองตรงๆก็พบว่าคนที่ปลุกผมจากการหลับใหลนั้นก็คือครูหลี่เจี๋ยนั่นเอง เธอนี่เอง ที่เป็นเจ้าหญิงมาถอนคำสาปให้ผมฟื้นขึ้นมาอีกครั้ง

แต่สติของผมก็เหมือนจะหลุดลอยไปอีกครั้ง เพราะผมได้มองใบหน้าของเธอชัดๆ มันใกล้มาก ใกล้มากจริงๆ ผิวหน้าของเธอเนียนกริบ ดวงตานี่กลมโตเป็นประกายราวกับดวงดาวที่ผมเคยจ้องมองบนท้องฟ้าไม่มีผิด

“เปน..อา.ราย..หมายคะ?” เธอถามย้ำอีกครั้งเมื่อเห็นว่าผมเริ่มโอเคแล้ว ถึงจะพูดไม่ค่อยชัด แต่ผมชอบสำเนียงของเธอจริงๆ มันดูน่ารักดี  

ผมตอบว่าไม่เป็นไร แล้วรีบเบี่ยงสายตาหลบ โลกของผมตอนนี้มันกลายเป็นสีชมพูไปแล้ว หัวใจของผมก็ด้วย ผมว่านี่แหล่ะ! แม่ของลูกไม่ผิดแน่! แต่เจ้าอาการเขินอายหัวใจเต้นตุบๆนี่แก้ยากแฮ่ะ!

เธอยิ้มให้ แล้วก็หันไปสอนต่อไป ส่วนผมก็นั่งมองเธออยู่อย่างนั้น แต่ก็ยังไม่กล้าสบตาหรอกนะ...อาย ฮ่าๆๆ พอเธอมองมาก็หลบตาตามเสต็ป ฮ่าๆๆ!!!

และแล้วคาบนี้ก็ได้จบลง เธอจึงเดินออกจากห้องไป ตอนนี้เองที่ผมได้สังเกตว่าครูผู้ชายตัวดำๆไม่ได้มาด้วย สงสัยเธอคงจะเริ่มชินกับสถานที่จนไม่ต้องการคนพาไปนุ่นมานี่แล้วล่ะมั้ง! เป็นแบบนั้นก็ดี ผมจะได้ไม่มีศัตรูหัวใจ

พอครูออกไปเท่านั้นแหล่ะ เพื่อนทั้งห้องก็แซวกันใหญ่เลย รู้ไหมว่ามันแซวผมว่าอะไร? เริ่มจากผู้หญิงก่อนเลย

“เคย์! ชอบครูหลี่เจี๋ยเหรอ?” คนถามแค่คนเดียวนะ แต่คนเสริมนี่โอ้โหว! ทั้งห้องอ่ะ! สามัคคีกันจังเรื่องแบบนี้อ่ะ! ใช่มั้ยเคย์ๆอยู่นั่นแหล่ะ!

ผมไม่ตอบ มันอายจนไม่รู้ว่าจะเอาหน้าไปซุกไว้ที่ไหนจริงๆ แต่ที่ผู้หญิงถามน่ะมันยังไม่เท่าไหร่ แต่ไอ้พวกผู้ชายนี่ดิ ตะโกนลั่นเลย

“เฮ้ย! ไอ้เคย์..มึงจะขึ้นครูเหรอวะ?” พวกมันไม่เว้นช่องไฟให้ผมได้ตอบด้วยซ้ำ หลังจากที่ถามจบพวกมันก็ตะโกนขึ้นทันทีเลย

“ไอ้เคย์จะขึ้นครูๆๆ”

โหวว!!! โตๆกันแล้วยังมาล้ออะไรเป็นเด็กๆไปได้ บ้าจริงๆเลย ไม่รู้หรือไงว่าเราเขินจนแทบจะกระโดดออกไปนอกหน้าต่างอยู่แล้วอ่ะ! ฮรึ้ยย!!! ยิ่งคิดยิ่งโมโห.

และแล้ว.. หลังจากนั้นพวกมันก็ล้อผมมาตลอด แต่ผมก็รู้แหล่ะ! ว่ามันก็แค่ล้อกันเล่นๆ สนุกๆขำๆ ซึ่งหลังๆมาผมก็ไม่ค่อยจะรู้สึกอะไรกับการล้อของพวกมันแล้วแหล่ะ กระทั่งวันหนึ่ง ขณะที่ผมและเพื่อนสนิท 4-5คนกำลังจะเดินเข้าไปกินข้าวที่โรงอาหารนั้นเอง สาวๆรุ่นน้องก็พูดแซวผมเสียงดัง หรือจะเรียกว่าตะโกนก็ได้

“พี่เคย์ๆ เพื่อนหนูชอบพี่”

แค่นั้นแหล่ะ ไอ้เจ้าเพื่อนบ้าของผมมันก็ตะโกนขึ้นอย่างพร้อมเพียงในทันที

“ไอ้เคย์มันไม่ชอบหรอกเด็กอ่ะ มันจะขึ้นครู”

โหวว!!! พวกบ้าเอ้ย! คนในโรงอาหารตั้งเยอะตั้งแยะมันพูดออกไปได้ยังไง ไม่เพียงแต่นักเรียนนะ ครู และป้าๆที่ขายอาหารอยู่ตรงนั้นก็ยังได้ยินเลย ผมล่ะหมดคำจะพูดกับพวกมันจริงๆ ให้ตายเถอะ! แล้วถามว่าผมทำอะไรได้ไหม? ฮึ! ไม่ได้เลยแม้แต่น้อย ได้แต่เดินก้มหน้าไปแบบอายๆ คงจะมีแค่สิ่งนี้ล่ะมั้งที่ผมถนัดที่สุด  

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว