facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ตอนที่ 8 [II]

คำค้น : ทราฟชาม

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 4.1k

ความคิดเห็น : 18

ปรับปรุงล่าสุด : 09 มิ.ย. 2559 17:52 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 8 [II]
แบบอักษร

 

 

 

 

 

ตอนที่ 8

 

 

 

“เป็นไร” ไอ้ฟิกจับแขนผมพร้อมถามด้วยน้ำเสียงเป็นห่วง ผมละสายตาจากไอ้อาร์ก่อนจะหันไปตอบเพื่อน

“เปล่า ไปนั่งกันเหอะ”

“มาๆ” ไอ้ปอนพูดยิ้มๆก่อนจะดึงแขนผมให้ไปนั่งที่โต๊ะ ดีหน่อยที่นั่งไกลจากเด็กนั่นพอสมควร เห็นหน้ามันแล้วกินอะไรไม่ลงจริงๆ เรานั่งลงที่โต๊ะเสร็จก็หยิบเมนูขึ้นมาสั่งอาหาร 

“แปลกๆเนาะมึงว่าป่ะ ปกติเสี่ยต้องมานั่งกินข้าวด้วย” ไอ้ฟิกพูดพร้อมมองหน้าผมด้วนสายตาล้อๆ ผมแยกเขี้ยวใส่มันทันที 

“มึงจะพูดให้กูคิดถึงเขาทำไม เออนี่กูมีอะไรจะบอก” ผมพูดเมื่อนึกขึ้นได้แต่ก็ถูกไอ้พัดขัด 

“ใจเย็น สั่งอาหารก่อน”

“ลืมๆ”  ผมตอบยิ้มๆ เราหันไปสั่งอาหารกันก่อนจะรับเครื่องดื่มมาจากพนักงาน แค่นั้นผมก็เริ่มเล่าเรื่องที่เสี่ยจะไปทำงานที่อังกฤษให้เพื่อนฟังแต่ผมไม่ได้เล่าถึงพี่กันต์กับไอ้อาร์ให้เพื่อนฟังหรอก

“ก็ดีแล้วนี่ เสี่ยกลับมาก็ไปฮันนีมูนกันยาวเลย” ไอ้ปอนพูดพร้อมทำหน้าเพ้อฝันเหมือนอยากจะมีแต่ได้ข่าวมันเที่ยวบ่อยสุดแล้วกับพี่พิ้งค์น่ะ

“กูก็เห็นด้วย แค่เดือนเดียวไม่นานหรอก” ไอ้พัดเสริมทัพให้กำลังใจผม ผมหันไปมองไอ้ฟิกมันก็เลิกคิ้วมองหน้าผมยิ้มๆ

“ไม่เห็นมีไรเสียหาย มึงแค่อดทนให้ได้ก็พอ แต่บางทีนะเสี่ยเขาอาจจะทนไม่ไหวหนีมาหามึงก็ได้”

“จริงอ่ะ” ผมถามไอ้ฟิกกลับทันที แต่ก็ต้องหน้าหงอย

“เสี่ยเขาจริงจังกับงานโคตรๆเว้ย ถ้าทำงานคือทำงานเรื่องอื่นไม่เกี่ยว” ผมพูดเสียงจริงจัง 

“มึงก็ลืมเรื่องที่เสี่ยจะนอกใจไปได้เลย” 

“มึงพูดถูกแฮะ” ผมพึมพำเสียงเบากับคำพูดของไอ้ฟิก มันนี่ยังคมไม่มีตกจริงๆ 

“ไม่มีใครรู้จักเสี่ยเขาดีไปกว่ามึงแล้วชาม มึงกลัวอะไร” ไอ้ปอนพูดขึ้นมาอีก เจอคำถามนี้ผมก็เข้าใจนะที่มันพูดแต่มันก็ยังมีอะไรบางอย่างคาใจผมอยู่

“กลัวมีคนมาอ่อยน่ะสิ” ผมพูดไปตามความจริง พวกไอ้ปอนทำหน้างงกันทันที แต่พวกมันยังไม่มีใครถามอะไรร่างเล็กๆของไอ้อาร์ก็มาหยุดยืนอยู่ข้างโต๊ะเรา

กึก

เราทุกคนเงยหน้ามองมันกับบอดี้การ์ดอีกสองคน 

“สวัสดีครับ” ไอ้อาร์พูดพร้อมฉีกยิ้มกว้าง มันก็ดูสวย ดูหล่อ แบบร้ายๆถ้าใครไม่รู้จักนิสัยก็คงหลงชอบมันแน่ๆ 

“นั่นไงพูดถึงก็มาพอดี” ผมหันไปพูดพึมพำกับไอ้ฟิกที่นั่งด้านข้าง พวกไอ้ฟิกยิ่งทำหน้างง

“นั่นใครวะ” ไอ้ฟิกกระซิบผมกลับ ผมไม่สนใจก่อนจะหันไปหาไอ้อาร์อีกครั้ง

“หวัดดี”  ผมพูดเสียงปกติไม่อยากแสดงอาการมากนัก

“แล้วทราฟล่ะครับ” ไอ้อาร์ถามพร้อมมองไปรอบๆ ดีหน่อยที่มันลงท้ายด้วยครับให้พอลื่นหู แต่นั่นผัว เอ้ย! สามีผมนะเว้ยย ถามหาทำไมมิทราบ

“ไม่มา ทำไม” ผมถามเสียงเข้ม จ้องหน้ามันเขม็ง

“อยู่บริษัทสินะ งั้นผมขอตัวเลยดีกว่า” ไอ้อาร์ไม่ทุกข์ร้อนอะไรเลยกับน้ำเสียงและสีหน้าผม มันพูดเสร็จก็หมุนตัวเดินออกไป

“ไอ้....” ผมด่ามันไม่ออกได้แต่ขบกรามด้วยความหมั่นไส้ ทำท่าจะลุกเดินตามมันแต่ไอ้ฟิกก็จับแขนผมไว้ 

“โนวๆๆๆๆ” ไอ้ปอนพูดห้ามก่อนจะดึงแขนผมอีกข้างไปจับไว้ พอผมฮึดฮัดหันไปมองพวกมันก็เจอกับเครื่องหมายคำถามเต็มไปหมด

“เออๆ กูจะเล่าล่ะ” ผมพูดไอ้ปอนกับไอ้ฟิกถึงได้ปล่อยแขน ผมคงเข้าใจผิดไปเองที่พวกมันจะห้ามไม่ให้ผมลุกไปหาเรื่องเด็กนั่น แต่ที่พวกมันดึงผมไว้กลัวผมหนีแล้วพวกมันจะไม่รู้เรื่องต่างหาก!

เลว! 

ผมเล่าเรื่องพี่กันต์ก่อนอันดับแรกเพราะพี่กันต์คือเจ้าของบริษัทที่เสี่ยจะไปร่วมงานด้วยตามด้วยไอ้อาร์ที่เป็นแค่น้องชายเอาแต่ใจเป็นโรงประสาท(?)ทำท่าเหมือนจะคอยขัดแข้งขัดขาผมอยู่ตลอดโดยการเข้าหาเสี่ยเขา ผมก็เดาไม่ผิดหรอกมันก็คงจะรู้สึกไม่ชอบผมเหมือนที่ผมไม่ชอบมัน

“กูว่างานนี้เสี่ยเจอศึกแน่อ่ะ” ไอ้ปอนพูดเสียงเครียดยิ่งทำให้ผมคิดมาก

“ยังไง ?” ผมถามพวกไอ้ฟิกเองก็รอฟัง

“หึ ก็เด็กมันดูท่าจะไม่จบไปนู่นคงจะคอยอ่อยเสี่ยมึงแน่ แล้วก็จะทำให้มึงเข้าใจผิดเหมือนในละครไงล่ะ” ไอ้ปอนพูดเสียงเข้มสีหน้ามันดูจริงจังมากๆ ผมหันไปมองหน้ากับไอ้ฟิกด้วยความตกใจ

“น้ำเน่าได้อีก” ไอ้พัดพูดเสียงเอือม 

“ใช่มั้ย เพราะฉะนั้นมึงห้ามระแวงเสี่ยเขา มึงต้องหนักแน่น!” ไอ้ปอนพูดขึ้นมาอีก ผมทำหน้าเหลอหลา

“กูจะทำได้หรอวะ เจอมันทีไรอารมณ์กูขึ้นง่ายมาก” ผมบอกไปตามตรงเพราะมันเป็นแบบนั้นจริงๆ แค่เห็นไอ้อาร์ผมก็รู้สึกโกรธแล้ว มันไม่ถูกชะตาจริงๆนิสัยเสียไม่เคารพคนอื่นแบบนั้นใครเจอครั้งแรกก็ต้องหงุดหงิด

“มึงต้องหาสายสืบไปคอยจับดูแล้วล่ะ” ไอ้ปอนพูดพร้อมทำหน้าครุ่นคิด ผมเครียดขึ้นมาทันที

“เสี่ยเขาโกรธกูขึ้นมาจะทำไง!” ผมพูดเสียงเข้ม เพราะถ้าเสี่ยรู้เสี่ยต้องหาว่าผมไม่ไว้ใจเขาแน่ๆ เสี่ยเขาโกรธแล้วหายยากจะตายไม่เหมือนผมโกรธแล้วโดนง้อนิดหน่อยก็หาย 

“ก็อย่าให้เสี่ยเขารู้สิ” ไอ้ปอนพูดด้วยน้ำเสียงขัดใจ ผมนิ่งไปนิดก่อนจะตกลงรับคำมัน

“อ่า....กูจะเก็บไปคิดดู” ผมตอบ พอดีกับที่อาหารทยอยมาเสริฟ งั้นผมไปปรึกษาพี่ริโซ่ดีกว่าเผื่อเขาจะช่วยอะไรได้...

เราเปลี่ยนมาคุยเรื่องที่ไอ้ปอนไปเที่ยวกับพี่พิ้งค์มาจนทานอาหารหมดก็แยกย้ายกันกลับไอ้ฟิกมาส่งผมที่โรงพยาบาลเสี่ยก็โทรเข้ามาพอดี ผมลาเพื่อนก่อนจะกดรับสายเสี่ย

“ครับ”

(“อยู่ไหน”)

“โรงพยาบาลครับ แล้วเสี่ยล่ะ”

(“กลับมาเข้างานแล้วเพิ่งทานข้าวเสร็จ ใครมาส่ง”)

“ไอ้ฟิกเหมือนเดิมแหละ เออเสี่ยไอ้อาร์มันได้ไปหาเสี่ยมั้ย” ผมถามในสิ่งที่คาใจทันที

(“อืม มา”) 

อือหือ....ให้มันได้แบบนี้สิ

“แล้วมันไปทำไร ผมเจอมันที่ร้านอาหารเนี่ยมันบอกว่าจะไปหาเสี่ย”

(“มาหาพี่ชายมัน กลับไปแล้วล่ะ”)

“เฮ้อ โล่งอกไปที. ผมถึงห้องล่ะ” ผมยิ้มออกมาได้ก่อนจะคุยเรื่องอื่นกับเสี่ยสักพักก็ตัดสาย เสี่ยบอกจะมารับผมตอนเย็นเหมือนทุกวันจนเลิกงานผมก็ออกมายืนรอเสี่ยเขาที่หน้าประตูทางเข้าโรงพยาบาลวันนี้พี่สยามไม่ได้เข้าเวรเหมือนจะไปเที่ยวกับครอบครัวเขา ยืนรอไม่นานรถยนต์คุ้นตาก็ขับเข้ามาจอดเทียบผมก็เปิดประตูขึ้นไปนั่ง เสี่ยก็ออกรถตรงไปยังร้านอาหารเหมือนทุกวัน

“พวกไอ้ปอนกลับมาแล้วนะวันนี้มันมาเซอร์ไพรส์ผมด้วย” ผมพูดบอก เสี่ยน้อยก็พยักหน้ารับ ผมจ้องหน้าเสี่ยเขานิดๆก่อนจะรีบหันกลับไปมองด้านหน้าเมื่อเสี่ยหันมามองผมกลับ

“เป็นอะไร หืม” เสี่ยถามผมเสียงนุ่ม ผมก็เคลิ้มแหละแต่ก็ยังติดใจเรื่องที่จะหาสายสืบคอยตามเสี่ยเขาอยู่

“ก็เสี่ยเงียบ ไม่ตอบผม” ผมโวยวายกลบเกลื่อน เสี่ยน้อยหลุดหัวเราะออกมาเล็กน้อย

“พี่รู้นานแล้วว่าพิ้งค์กับปอนกลับมา”

“หมายความว่าผมไม่รู้อยู่คนเดียว!” ผมพูดเสียงตกใจ เพราะเรื่องนี้ผมกลายเป็นควายไปเลย

“คงจะเป็นแบบนั้น”  เสี่ยตอบยิ้มๆ ก่อนจะปลดเนคไทตัวเองออกผมยิ้มแป้นออกมานิดๆก่อนจะเอื้อมมือไปปลดให้เสี่ยเขา

“วันนี้อ่ะ ไอ้อาร์มันไปรบกวนเสี่ยเปล่า” ผมถามเสี่ยเสียงเบาคล้ายเป่าหูหน่อยๆ(?) 

“ก็แค่เข้ามาคุยด้วยตอนนั้นมีไอ้กันต์นั่นอยู่ด้วยเลยได้นั่งคุยกัน” เสี่ยพูดด้วยน้ำเสียงปกติไม่ได้สงสัยอะไรผมเพราะกำลังมองทางอยู่ ผมถอดเนคไทให้เสี่ยเสร็จแต่ก็ยังเกาะไหล่เสี่ยเขาไว้อยู่

“แล้วคุยไรกันอ่ะ...” ผมถามต่อ

“ถามแบบนี้หมายความว่าไง” เสี่ยไม่ตอบแต่กลับเหล่สายตามามองหน้าผมที่กำลังมองหน้าเสี่ยอยู่เหมือนกัน

“เปล๊า ผมไม่ได้ระแวงเลยว่ามันจะอ่อยเสี่ย” ผมพูดเสียงสูง จงใจให้รู้กันไปเลย!(?) 

“ครับๆ โคตรไม่ระแวงเลย” เสี่ยน้อยพูดขำๆ ผมฮึดฮัดแต่ก็ไม่ได้ถามอะไรต่อผมเอนตัวนั่งพิงเบาะตัวเองดีๆก่อนจะหันไปหรี่สายตามองหน้าเสี่ยอีกครั้ง

“ถ้าผมรู้ว่ามันมาอ่อยเสี่ย ผมไม่ไว้หน้าพี่กันต์แน่ๆ” ผมพูดเสียงเหี้ยม จริงจังสุดๆ นี่แค่คิดว่าจะมีคนมานั่งออเซาะเสี่ยเขาหน้าผมก็ร้อนผ่าวๆไปหมดแล้ว

“มันไม่มีอะไร คิดมากวะ” เสี่ยพูดเสียงเครียด ก่อนจะยกมือขึ้นมายีหัวผมให้หายโกรธ ผมมองหน้าเสี่ยเขม็งเล็กน้อย

“ขึ้นวงขึ้นวะซะด้วย” ไม่รู้อะไรดลใจให้ผมวกไปเรื่องคำพูดแต่มันขัดใจจริงๆ 

“ก็มันไม่มีอะไรจริงๆ ที่แน่ๆพี่ไม่ยุ่งกับมันหรอก” เสี่ยยังอธิบายออกมาต่อไม่สนใจอารมณ์ที่กำลังปะทุของผม

“เสี่ยไม่ยุ่งแต่มันยุ่งผมก็ไม่เอาไว้ทั้งสองคนเลยเหมือนกัน! อย่าลืมไปล่ะว่าตอนที่เสี่ยกับยัยตี้นั่น อย่าลืม” ผมพูดกันไว้ เหตุการณ์นั้นเป็นเหตุการณ์เดียวเลยที่เสี่ยเขากะล่อน สงสัยจะหลาบจำหลังจากนั้นก็ไม่ไปยุ่งกับใครมีใครเข้ามาเสี่ยก็ไม่สนใจ

“ไม่ลืมหรอก นี่เมียหรือมาเฟียเนี่ย” เสี่ยพูดขำๆ แต่สายตาที่หันมามองหน้าผมเขาทำจริง ผมถึงได้คลายอารมณ์หงุดหงิดลงบ้าง

“มาเฟีย” ผมตอบกลับไปด้วยความภูมิใจ เล่นมาเล่นกลับไม่โกง

“หึหึ เลิกพูดถึงมันเถอะเสียบรรยากาศหมด เดี๋ยววันนี้จะชดเชยให้ที่ไม่ได้พาไปทานข้าวกลางวัน” เสี่ยน้อยพูดพร้อมหรี่ตามองหน้าผมด้วยสายตาวิบวับ ผมรู้สึกหน้าร้อนวูบวาบแปลกๆ

“จะเซอร์ไพรส์อะไรผมหรอ” ผมถามกลับด้วยความไม่เข้าใจแต่ไม่อยากนึกอะไรมากเท่าไหร่

“ก็ไม่มีอะไรมากหรอกแค่จะเพิ่มให้สักรอบสองรอบ” เสี่ยพูดด้วยน้ำเสียงเจ้าเล่ห์ที่ไม่ได้ยินนาน 

“ระ. รอบอะไรอ่ะ”  ผมถามเสียงตะกุกตะกัก ตอนนี้ผมขนลุกไปหมดแล้วยิ่งเห็นสีหน้าท่าทางเสี่ยเขาผมยิ่งเขิน

“หึ”  ไม่ต้องมาหึ ผมรู้แล้ว วกกลับมาเรื่องบนเตียงตลอดเวลาที่ผมอารมณ์เสีย

“หื่นตลอดดดดด” ผมลากเสียงว่าเสี่ยเขาไม่จริงจังอะไรมากก่อนจะอมยิ้มไว้

“เอาจริงนะ”  เสี่ยยังไม่เลิกเล่น ผมถอนหายใจออกมาเล็กน้อย

“เดี๋ยวผมขอดูงานก่อนล่ะกัน” ผมตอบเล่นๆกลับไปแต่ดูท่าเสี่ยเขาจะเอาจริง

“โอเค” เสี่ยน้อยตอบกลับมาสั้นๆ ก็พาผมเปลี่ยนเรื่องคุย 

เราเลือกร้านอาหารทานกันข้างนอกดีหน่อยที่วันนี้ไม่มีใครเข้ามาขัดถึงไลน์เสี่ยเขาจะเข้าบ่อยเกินไปก็เถอะ จนกระทั่งทานอาหารกันเสร็จเราก็กลับห้องผมหยิบโทรศัพท์ที่กำลังสั่นอยู่ของตัวเองออกมา. ผมยิ้มกว้างทันทีเมื่อเห็นเป็นเบอร์แทน

(“ว่าไง”) เสียงเล็กๆดังขึ้นมา ผมแอบมองไปทางประตูห้องน้ำหลายครั้งก่อนจะตัดสินใจออกไปคุยห้องรับแขก

“แทนรู้รึยังว่าเสี่ยทราฟจะไปทำงานที่อังกฤษ”

(“อ๋อ คนแถวนี้บอกแล้วล่ะ ทำไมหรอ อ่ะๆจะให้จับตาดูล่ะสิ เห้อ...อะไรกันไม่ไว้ใจคนรักรึไงนะ”) ผมยังไม่ได้พูดอะไรแทนก็พูดออกมาเป็นชุด ผมกรอกตาให้กับความแก่แดดของเด็กนี่ รุ่นเดียวกับไอ้น็อตแม่งเป็นแบบนี้หมดแน่ๆ (?)

“ใช่แล้ว จะทำให้รึเปล่าล่ะพี่ไม่เคยขออะไรแทนเลยนะ” ผมพูดเสียงอ่อน ได้ยินเสียงถอนหายใจจากทางนั้นเล็กน้อย

(“งั้นรอพี่ริชกลับมาก่อนเดี๋ยวจะโทรกลับไป เพราะผมเองก็เรียนหนังสือจะให้ไปจับตาดูแฟนพี่ไม่ได้หรอก”)

“โอเค แล้วอย่าลืมโทรมานะ” ผมพูดยิ้มๆก่อนจะรีบกดตัดสายจากแทนพอดีกับที่เสี่ยตะโกนเรียกผมเข้าไปหาในห้องนอนผมรีบเข้าไปยิ้มประจบเสี่ยเขาทันที

“ทำอะไร” ร่างสูงพูดเสียงเรียบ ผมเม้นปากนิดๆก่อนจะตอบกลับไป

“คุยกับไอ้ฟิก” 

ผมขอโทษนะเสี่ยที่ต้องโกหก แต่มันจำเป็นนี่นา...เสี่ยน้อยหรี่ตามองหน้าผมแต่ก็ไม่ได้พูดอะไร

“ไปอาบน้ำสิมีอะไรจะคุยด้วย”

“โอเคครับ” ผมตอบรับเสี่ยยิ้มๆก่อนจะรีบเข้าไปอาบน้ำบ้าง พออาบน้ำเสร็จก็เห็นเสี่ยเขายังอยู่ในเสื้อคลุมอาบน้ำหน้าผมร้อนวูบขึ้นมาทันที พร้อมรบเชียวนะครับ

“มานั่งนี่จะเช็ดผมให้” เสี่ยน้อยบอกผมพร้อมตบพื้นที่ว่างระหว่างขาเสี่ยเขาที่อ้ารออยู่ ผมรีบวิ่งไปนั่งให้เสี่ยเขาเช็ดผมให้ที่ข้างเตียง 

“เสี่ยมีอะไรจะพูดอ่ะ” ผมทวงเสี่ย ก่อนจะหลับตาเคลิ้มเพราะถูกเล่นหัวอยู่ 

“เดี๋ยวมะรืนนี้บ้านเราก็เสร็จแล้วล่ะ เราก็จะย้ายออกจากที่นี่ พี่จะไม่ขายคอนโดแต่จะเปิดให้คนอื่นเช่าแทน ชามคิดว่าไง” เสี่ยพูดเสียงเรียบปกติ ผมคิดตามเขา เร็วเหมือนกันแฮะแป๊บเดียวผมก็จะได้มีบ้านอยู่เป็นหลักเป็นแหล่งซักที

“อือ เอาแบบนั้นก็ได้ แต่แอบใจหายนะเนี่ยอยู่ที่นี่มาตั้งนานแล้ว” ผมพูดตามที่ตัวเองรู้สึก เสี่ยน้อยยิ้มหัวเราะในลำคอเบาๆก่อนจะเช็ดผมให้ผมเร็วๆ

“สักวันก็ต้องย้ายออกอยู่ดีล่ะน่า” ร่างสูงตอบกลับมา ผมเอี้ยวหน้าไปมองหน้าเสี่ยที่นั่งช้อนอยู่ด้านหลังเสี่ยเขาก็กำลังมองผมอยู่เช่นกัน

“ครับๆ ผมเข้าใจแล้ว ตื่นเต้นจังจะได้เข้าไปอยู่บ้านใหม่”  ผมพูดยิ้มๆ เสี่ยน้อยทำหน้าเหมือนโล่งใจที่ผมไม่งอแง ทำใจยากนิดหน่อยเหมือนกันเพราะอยู่คอนโดนี้มานานแถมมีอะไรหลายๆอย่างเกิดขึ้นเยอะแยะเต็มไปหมด

“งั้นเรามาทิ้งความทรงจำไว้ที่นี่กันดีกว่า” เสี่ยพูดยิ้มๆละมือจากหัวผมพร้อมโยนผ้าเช็ดผมทิ้ง ผมอึ้งแต่ก็อึ้งได้ไม่นานเมื่อใบหน้าหล่อก้มลงมากดจูบลงบนซอกคอผม

“สะ เสี่ย” ผมเรียกร่างสูงเสียงสั่น มือหนายกขึ้นมาลูบไล้ไปทั่วหน้าอกผมเสื้อคลุมอาบน้ำหลุดออกไปอย่างง่ายดาย ริมฝีปากเสี่ยก็กดจูบลงบนหลังคอไล่ลงไปตามแผ่นหลังผมจนผมขนลุกเกรียวไปหมด

“อืมมมม” ผมครางเสียงแผ่วเมื่อถูกนิ้วเรียวลากไล้ผ่านยอดอกจนเสียววูบวาบไปทั่วท้องน้อย 

“หันหน้ามา” เสี่ยน้อยพูดเสียงพร่าผมลุกขึ้นยืนหมุนตัวตัวเองก่อนจะขึ้นนั่งทับตักเสี่ยเขา มือหนายกขึ้นมากดต้นคอผมให้ลงไปรับจูบ

“อืมมม อือออ” ผมครางในลำคออย่างสุขสมเมื่อถูกลิ้นร้อนตวัดปลายลิ้นหยอกเย้าที่ปลายลิ้นผมจนร่างกายผมสั่นไหวเล็กน้อยเพราะความซ่าน ผมลากมือเลื่อนลงถอดเสื้อคลุมอาบน้ำให้เสี่ยเขาปากก็จูบตอบร่างสูงไปด้วย

“อืมมมมม” เสี่ยน้อยครางเสียงต่ำเมื่อผมใช้นิ้วบดขยี้ยอดอกเสี่ยเขาไม่แรงมากนัก เราจูบกันอยู่นานจนร่างกายเปลือยเปล่าด้วยกันทั้งคู่เสี่ยน้อยผละริมฝีปากที่เจ่อนิดๆออกก่อนจะก้มลงดูดเม้นสร้างรอยไว้ทั่วลำคอผม ก่อนจะเลื่อนต่ำลงช้าๆ ผมทำได้แค่ครางกับขยุ้มเส้นผมเสี่ยเขาเท่านั้น

“อ้ะ...อื้อออ” ผมครางเสียงกระเส่าทันที ยอดอกถูกลิ้นร้อนของเสี่ยตวัดชิมอย่างรวดเร็วและระรัว. สลับทั้งสองข้างอยู่แบบนั้นเหมือนเสี่ยเขาจะไม่พอสักที ผมเลื่อนสายตาช่ำปรือของตัวเองมองใบหน้าเสี่ยที่กำลังเลียยอดอกผมอยู่ผมหน้าร้อนฉ่าเพราะเสี่ยเขาช้อนสายตาคมมองผมอยู่เช่นกัน 

“ขยับพร้อมกัน”  เสี่ยน้อยพูดเสียงพร่าจนผมรู้สึกอายนิดหน่อย มือหนากุมมือผมให้รวบแกนกายเสี่ยเขากับของผมเองติดกันผมขยับมืออย่างรู้งาน ความเสียดสีสร้างความเสียวได้เป็นอย่างดี

“อ้ะ อืมมมม อืออออ” ผมครางเสียงดังเมื่อใกล้จะปลดปล่อยเต็มที ผมเร่งมือให้ตัวเองจนร่างกายกระตุกปลดปล่อยน้ำรักสีขุ่นเลอะมือตัวเองและแกนกายเสี่ยเขา

“ขอเข้าไปนะ ไม่ไหวแล้ว” 

“อะ อือ” ผมตอบเสี่ยเสียงเบา อายก็อายแต่ก็ยอมอยู่ดี เสี่ยน้อยกดจูบผมอีกครั้งก่อนจะพลิกตัวผมให้นอนราบไปกับเตียงไม่นานร่างสูงก็ทาบทับลงมา ริมฝีปากเสี่ยกดจูบไปทั่วร่างกายผมไม่หยุด ผมสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อรับรู้ถึงความเย็นชื้นของเจลหล่อลื่นที่กำลังถูกละเลิงลงบนช่องทางด้านหลังของผมอยู่ 

สวบ

“อื้อออออ” ผมครางยาวเมื่อนิ้วเรียวสอดเข้ามาแบบไม่บอกไม่กล่าว เสี่ยน้อยจูบปากผมอีกครั้งเพื่อเบี่ยงความสนใจจนผมผ่อนคลายร่างสูงถึงได้ขยับนิ้วเข้าออกระรัว ผมเสียวสะท้านไปทั่วร่างยามที่นิ้วเรียวสัมผัสกับพนังด้านในช่องทาง ผมเกือบจะปลดปล่อยออกมาอีกแต่เสี่ยน้อยก็ขยับนิ้วออกแต่ถูกแทนที่ด้วยของที่ใหญ่กว่านิ้วมาก

“อืมมมม. เข้าไปแล้วนะ” เสี่ยน้อยครางต่ำตอนที่รูดรั้งแกนกายให้ตัวเองพร้อมกดส่วนหัวเข้ามาในช่องทางรักที่กำลังเต้นตุบๆเหมือนต้องการให้เสี่ยเขาเข้ามาเติมเต็ม

สวบ!

“อ่าาาาาา” เสี่ยน้อยครางเสียงพร่าเมื่อสอดแกนกายเข้ามาจนมิด ผมได้แต่นิ่วหน้ากับเม้นปากเพราะจุกมากๆ

“จะขยับแล้วนะ”

“อะอืม” ผมตอบรับเสี่ยก่อนจะกำผ้าปูที่นอนไว้แน่น ร่างสูงขยับช้าๆเนิบๆก่อนจะเร่งจังหวะเร็วขึ้น ร่างกายผมโยกคลอนตามจังหวะกระแทกที่ถูกส่งมาอย่างน่ากลัว

“อ้ะ อ้ะ อื้อ!  ซี๊ดดด เสี่ยมันเสียว อื้อออ” ผมครางกระเส่าจนเจ็บคอนิดๆแต่เสี่ยกลับเร่งสะโพกเร็วขึ้น  กดเน้นย้ำเข้ามาด้านในจนผมดิ้นพล่านด้วยความเสียว

พั่บพั่บพั่บ

เสียงเนื้อกระทบเนื้อยังดังต่อเนื่อง ผมส่ายหน้าไปมาด้วยความเสียวจนจะหุบขาหลายรอบแต่เสี่ยก็จับออก เสี่ยเขาอึดอยู่แล้วยังเร่งสะโพกไม่หยุด

“ซี๊ดดดดดด อ่าาาาา ชาม แน่นสุดๆ” เสี่ยน้อยครางเสียงพร่าจนหน้าผมร้อนไปหมด เอวผมถูกเสี่ยจับไว้แน่นก่อนที่ตัวผมจะถูกกระแทกกระทั้นจนร่างกายขยับขึ้นลงเร็วระรัวตามจังหวะเสี่ยเขา

“อ้ะ! เสี่ย ผมไม่ไหวแล้ว อื้อออออ” ผมครางเสียงดังก่อนจะกระตุกปลดปล่อยเลอะหน้าท้องตัวเองเสี่ยน้อยหยุดขยับก่อนจะรูดรั้งแกนกายให้ผม ผมนอนหอบอยู่ได้ไม่นานก็ถูกจับคว่ำคุกเข่ากับเตียง ทั้งๆที่แกนกายเสี่ยยังเชื่อมประสานกับช่องทางผมอยู่ 

สวบ สวบ สวบ

“อื้อออ อ่าา เสี่ยมัน...อื้อ” ผมพูดเสียงกระท่อนกระแท่น เมื่อร่างสูงขยับเข้าออกช้าๆเนิบนาบจนผมแทบขาดใจ

“เสียวใช่มั้ย” เสี่ยน้อยถามเสียงหื่นจนได้ยินชัด เอวผมถูกจับให้ตั้งฉากกับเตียงมากขึ้นผมรีบใช้แขนยันตัวเองไว้ตอนนี้แทบจะหมดแรงอยู่แล้ว 

“จุกมากกว่าแต่ก็ อ้ะ เสียวด้วย”  ผมนิ่วหน้าด้วยความเสียวพูดออกไปแทบจะฟังไม่รู้เรื่อง

“หึหึ” เสี่ยน้อยหัวเราะแค่นั้นก็จับเอวผมไว้แน่นพร้อมเร่งจังหวะเร็วขึ้น ผมร้องครางแทบขาดใจกว่าเสี่ยเขาจะปลดปล่อยออกมา เสียงเนื้อกระทบเนื้อยังดังขึ้นไม่หยุดจนผมต้องเลื่อนมือไปช่วยตัวเองเพราะรู้สึกขึ้นมาอีกแล้ว

“อ่าาา ซี๊ดดดด” เสียงครางเสี่ยดังขึ้นพร้อมกับแรงกระแทกที่เพิ่มขึ้นทำให้ผมรู้ว่าเขาจะปลดปล่อยออกมาแล้ว ผมนิ่วหน้าทันทีเมื่อร่างสูงกระแทกเข้ามาสองสามครั้งความอุ่นวาบที่ช่องทางด้านหลังเกิดขึ้นเสี่ยน้อยปลดปล่อยออกมาแค่นั้นไม่รอให้เวลาผ่านไปนานเขาก็เริ่มบทรักใหม่อีกครั้ง กว่าจะเสร็จก็ปาไปสี่รอบแต่ผมเสร็จไปกี่รอบก็ไม่รู้ ผมรีบหยิบโทรศัพท์มาดูตารางงานตัวเองก็นึกโล่งใจที่พรุ่งนี้มีเวรบ่าย 

คลืด....คลืด...คลืด...

“อือออ” ผมครางในลำคอด้วยความขัดใจเพิ่งจะได้นอนไม่กี่ชั่วโมง พอผมลืมตาขึ้นมาก็เจอเสี่ยที่หลับอยู่ผมเอื้อมมือไปหยิบโทรศัพท์เสี่ยเขามาดูก็เห็นไลน์เข้ามาแต่ชื่อไลน์ไม่คุ้น ผมเปิดเข้าไปอ่านโดยไม่ขอก่อนจะกำโทรศัพท์เสี่ยไว้แน่นเมื่อรู้ว่าเป็นใคร

...ไอ้เด็กอาร์นั่น!!! 

มันไปได้ไลน์เสี่ยมาจากไหนแถมทักมาบอกอรุณสวัสดิ์ ถามอีกว่าตื่นรึยังอย่างกับเป็นแฟนกัน!แล้วยังมีข้อความของเมื่อวานที่เสี่ยไม่ได้ตอบกลับด้วย 

...นึกสงสัยแล้วเชียวว่าใครไลน์มา...

 ผมกดอ่านแล้วไม่ตอบวางโทรศัพท์เสี่ยเขาไว้ที่เดิมไม่ได้ทำอะไรทั้งนั้นพยายามใจเย็นที่สุด เพราะเสี่ยบอกไม่มีอะไรก็คือไม่มีอะไร...

พรึบ

ผมนอนต่อไม่ลงเลยลุกจากเตียงปล่อยให้เสี่ยเขานอนไปก่อน ผมอาบน้ำแต่งตัวเสร็จออกมาก็เจอเสี่ยกำลังงัวเงียลุกขึ้นจากที่นอนโดยที่ใส่แค่กางเกงนอนตัวเดียว

“เสี่ย”

ผมเรียกร่างสูงเสียงเบา เสี่ยน้อยได้ยินก็หันมาเลิกคิ้วสูงถามผม

“เสี่ยให้ไลน์ไอ้อาร์ไปรึเปล่า” ผมถามเสี่ยอย่างจับผิด เสี่ยน้อยยกมือลูบหน้าตัวเองอย่างเหนื่อยใจ

“เปล่า” เสียงทุ้มตอบกลับมา ผมกัดปากตัวเองเล็กน้อย

“แต่มันทักเสี่ยมา ไปดูดิ” ผมพูดพร้อมพยักพเยิดหน้าไปทางโทรศัพท์เสี่ยบนหัวเตียง เสี่ยน้อยเดินไปหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดดูก่อนจะขมวดคิ้วเล็กน้อย

“สงสัยมันไปหามาเองพี่ไม่เคยให้มัน” เสี่ยพูดเสียงเรียบแต่คิ้วขมวด ผมยังระแวงไม่เลิกมันอดไม่ได้จริงๆ

“จริงนะ” ผมถาม เสี่ยน้อยเงยหน้าจากโทรศัพท์จ้องหน้าผมด้วยสีหน้าดุดันทันทีจนผมผงะตกใจ

“มึงยังไม่เลิกระแวงกูอีกหรอไอ้ชาม”

“!!!” ผมอ้าปากเหวอเมื่อร่างสูงเหมือนฟิวส์ขาดพูดคำหยาบที่ผมขอมาหลายเดือนแล้วเขาทำได้แต่วันนี้เหมือนเสี่ยเขาจะไม่ทน 

“กูจะพูดดีกับมึงก็ต่อเมื่อมึงหนักแน่นกว่านี้ อย่าให้กูกลับไปโหดนะ เดี๋ยวจะโดนไม่ใช่น้อย” เสี่ยน้อยพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังเขามองผมออกทะลุปรุโปร่ง สีหน้าเขาไม่ล้อเล่นเลยสักนิด ผมเริ่มรู้สึกร้อนๆหนาวๆแปลกๆ ...กลัว...คำนี้เต็มหัวผมไปหมด

“คะ แค่ถามเอง” ผมพูดเสียงสั่นเพราะยังตั้งหลักไม่ทัน

“มันหลายรอบแล้ว เอาเป็นว่านี่กฎใหม่ห้ามมึงขัดเพราะมันคือความสบายใจของกูด้วย” เสี่ยน้อยยังพูดเสียงจริงจังไม่เปลี่ยน สีหน้านิ่งๆของเขาบ่งบอกอารมณ์ได้ดี

“ความสบายใจเสี่ยคืออะไรวะ อยากพูดกูมึงรึไง” ผมถามเพราะไม่เข้าใจ เสี่ยน้อยยกมือลูบหน้าตัวเองอีกครั้งก่อนจะมองหน้าผมดุดันขึ้นจนผมสะดุ้ง

“ไม่ใช่ กูอยากให้มึงมองกู ฟังกูว่าที่กูพูดคือความจริง กูเป็นยังไงมึงก็รู้ กูจะสบายใจมากถ้ามึงใจเย็นและหนักแน่นกว่านี้ กูจะกลับไปพูดดีเหมือนเดิมก็ต่อเมื่อมึงไว้ใจกูแล้ว”  เสี่ยน้อยพูดเสียงเข้มทิ้งท้ายก่อนจะหุนหันเข้าไปในห้องน้ำ 

“เสี่ย!” ผมเรียกร่างสูงเสียงดังแต่เขาก็ไม่ตอบผมทรุดตัวลงปลายเตียงทันที

สิ่งที่ผมรู้ตอนนี้คือเรื่องให้คนตามสืบนี่ยกเลิกได้เลยเพราะเสี่ยเขากลับมาโหดใส่ผมอีกแล้ว! แล้วคิดว่าผมจะขัดเขาได้มั้ยล่ะ ก็ไม่น่ะสิ...ตลอดเวลาเสี่ยเขายอมผมมาโดยตลอดเลยนะ นี่คงไม่ใช่จุดเปลี่ยนชีวิตคู่ของเราหรอกนะ....

“ทำยังไงดี” ผมพึมพำอยู่กับตัวเอง รู้สึกผิดขึ้นมาเต็มอกที่ไปแสดงท่าทีไม่ไว้ใจเสี่ยเขาขนาดนั้น 

 

 

*******

ยังมีเวลางุ้งงิ้งกันอีกเยอะะะะะ อดใจรอหน่อยน๊าาาา

 

 

TBC. 

ความคิดเห็น