email-icon Twitter-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

กุญแจแห่งโซโลมอน(3)

ชื่อตอน : กุญแจแห่งโซโลมอน(3)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 683

ความคิดเห็น : 9

ปรับปรุงล่าสุด : 25 พ.ค. 2564 00:17 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
กุญแจแห่งโซโลมอน(3)
แบบอักษร

ท่ามกลางทางเดินของอาคารรัฐบาลแห่งหนึ่งได้มีร่างของมนุษย์ที่ราวกับปีศาจแห่งเงาผู้มีรูปลักษณ์คลับคล้ายกับค้างคาวร่างมนุษย์กำลังไล่ฆ่า ไม่สิ เล่นกับปีศาจหลายตัวที่เขาพบอยู่ 

ตามทางเดินที่เขาก้าวเดินนั้นต่างมีร่างของเหล่าปีศาจที่พ่ายแพ้ให้แก่เขานั้นนอนสลายเป็นอณูเวทอยู่ตามริมทาง 

"ถึงจะไม่ได้แข็งแกร่งอะไรมากแต่ก็อัญเชิญได้ค่อนข้างมากเลยแฮะ" 

บรูซในร่างซิมไบโอตที่อิงมาจากชุดแบทแมนของเขานั้นพูดด้วยความแปลกใจหลังจัดการปีศาจอัญเชิญตัวที่สิบหกตั้งแต่เขาเดินเข้ามาในอาคาร 

สำหรับเขานั้นการอัญเชิญปีศาจเช่นนี้นับแสนนับล้านนั้นไม่ใช่เรื่องยากอะไรเพราะเขามีพลังงานสะสมในร่างกายมากมายที่ต่อให้ใช้ยังไงก็ใช้ไม่หมด 

เขานั้นทั้งดูดซับพลังจากเพชนแห่งกาลเวลามานับล้านๆก้อน มีอวาลอนคอยผลิตพลังเวทให้ตลอด นอกจากนี้เขานั้นยังสามารถนำพลังจากแหวนวิญญาณมาใช้ได้ด้วย 

แหวนวิญญาณของเขานั้นมีแหล่งพลังหลักคือมณีวิญญาณที่เป็นหนึ่งในมณีแห่งพลังทั้งหก มันมีพลังอันไร้สิ้นสุดจนเขานั้นสามารถใช้่มันเป็นแหล่งพลังงานอันไร้ที่สิ้นสุดได้ 

และตอนนี้มันนั้นถูกพลังจากแหวนแห่งอารมณ์ทั้งเจ็ด แหวนแห่งแบล็คแลนเทิร์น หมวกของด็อกเตอร์เฟทสะกดความอันตรายแห่งวิญญาณเอาไว้ 

จนตอนนี้นั้นพลังของมณีนั้นเสถียรจนเขาสามารถใช้ได้อย่างอิสระ ถึงแม้ทั้งพลังและจิตสำนึกของแต่ละสิ่งที่เขาใช้สะกดพลังของมณีนั้นแทบจะหายไปแล้วก็ตาม 

แต่เมื่อนำพวกมันมารวมกัน พวกมันก็สามารถใช้พลังอำนาจดั่งเดิมของพวกมันได้หนึ่งในสิบส่วนจากเดิม ที่สำคัญนอกจากหมวกแล้ว 

แหวนแห่งอารมณ์ทั้งเจ็ดนั้นมีขุมพลังที่ยิ่งใหญ่ที่สุดจากพลังแห่งอารมณ์ถึงมันจะอยู่ห่างจากแหล่งกำเนิดพลังของพวกมันมากจนแทบใช้พลังไม่ได้หรือแม้แต่เลือกผู้ใช้ที่เหมาะสมก็ตาม 

แต่ด้วยพลังของมณีวิญญาณที่ไม่ต่างจากทางเชื่อมผ่านไปยังปรโลกทำให้แหวนวิญญาณนั้นสามารถดึงอารมณ์ของวิญญาณมาใช้ได้อย่างอิสระ 

นั้นทำให้พลังของแหวนนั้นก็ยังทรงพลังเกือบจะครึ่งหนึ่งของพลังดั้งเดิมที่เขาเคยเห็นโดยใช้เพื่อนของเขาฮาล จอร์แดน(กรีนแลนเทิร์น)เป็นมาตราฐานแล้ว 

ส่วนพลังของแหวนแห่งความตายถูกทำให้ทรงพลังมากที่สุดเมื่อได้พบกับมณีวิญญาณที่ไม่ต่างกับญาติผู้ใหญ่ของมัน พลังของแหวนแห่งความตายนั้นแข็งแกร่งยิ่งกว่าที่เขาเคยเผชิญซะอีก 

ทุกซากศพที่ถูกมันใช้ปลุกชีพ จากเดิมที่มันจะมีความแข็งแกร่งเท่าเดิมเพียงแต่เพิมความคุ้มคลั่งไม่ต่างจากผีดิบไล่เผยแพร่ความตายแก่สรรพชีวิตแล้วนั้น 

ตอนนี้ซากศพที่ถูกมันปลุกขึ้นมาจะมีพลังที่แข็งแกร่งขึ้นกว่าเดิมอย่างมาก แถมยังมีสติปัญญาความนึกคิดไม่ต่างจากตอนยังมีชีวิต ไร้ซึ่งความคุ้มคลั่งมีเพียงความภัคดีที่มอบให้แก่เขาที่เป็นผู้ครอบครองแหวนอย่างหาที่สุดไม่ได้ 

"จากเท่าที่เราสัมผัสได้คร่าวก่อนจอมเวทในเมืองมีเพียงสิบคนเองนิ แถมยังไม่มีคนที่น่าจะเป็นจอมเวทระดับสูงอีก" 

บรูวขมวดคิ้วเล็กน้อยก่อนจะคิดถึงจำนวนจอมเวทในเมืองนี้ที่เขานั้นตรวจสอบล่าสุด จอมเวทที่มาเมืองนี้นั้นมีเพียงสิบคนแถมแต่ละคนมีพลังเวทเท่ากับมาตราฐานของจอมเวทระดับอาวุโสตามเกณฑ์ของสมาคมจอมเวท 

สมาคมจอมเวทนั้นคือองค์กรที่เปรียบดั่งผู้บริหารจัดการของเหล่าจอมเวททั่วโลกหลังผู้วิเศษนั้นต่างเลิกใช้กฎโบราณสมัยล่าแม่มด ตำแหน่งราชามนตราที่เขาครอบครองนั้นก็คือตำแหน่งสูงสุดในสมาคม 

ทำให้บรูซเองตอนได้รับตำแหน่งใหม่ๆนอกจากงานบริษัทแล้วเขายังต้องทำงานสมาคมด้วย โชคดีที่หลังเขาสร้างองค์กรก็อตแทมเขานั้นก็ได้ฝึกสอนคนสนิทของเขาในทุกศาสตร์ที่เขาสอนได้ 

ทำให้เขาสามารถเอางานสมาคมไปให้เหล่าบุคลากรระดับสูงของก็อตแท็มที่เขาแต่งตั้งขึ้นเองไปทำแทนได้ง่ายๆ แต่กลับเข้าเรื่องก่อน 

จอมเวทระดับอาวุโสนั้นคือระดับของจอมเวทมากประสบการณ์ที่อยู่เหนือจอมเวททั่วไปหรือเหล่านักเรียนจอมเวทจบใหม่จากสถาบันเวทมนตร์เท่านั้น เทียบไม่ได้เลยกับจอมเวทระดับสูงอันเป็นระดับของลูกศิษย์สาวทั้งสองของเขาในตอนนี้ 

โดยจอมเวทระดับอาวุโสนั้นแม้จะเรียนศาสตร์แห่งการอัญเชิญมาโดยตรงก็สามารถอัญเชิญปีศาจระดับตํ่าแบบที่เขาเจอมากสุดก็ได้แค่สามสิบตัวเท่านั้น 

ต่างจากจอมเวทระดับสูงที่สามารถอัญเชิญได้เป็นร้อย เพราะแต่ละคนนั้นมีสิ่งที่เรียกว่าพลังแห่งนามธรรมขึ้นมา พลังแห่งนามธรรมนั้นคือเส้นทางที่จอมเวทระดับสูงผู้นั้นต้องใช้เวลาทั้งชีวิตศึกษามัน 

โดยเมื่อพลังแห่งนามธรรมปรากฏมันจะอนุญาติให้จอมเวทนั้นเข้าร่วมกับสิ่งที่คล้ายเส้นทางอะไรบ้างอย่าง ยิ่งเข้าใกล้ได้เท่าไหร่เส้นทางนั้นก็จะมอบพลังให้จอมเวทผู้นั้นมากเท่านั้น 

นั้นทำให้ทันทีที่จอมเวทเข้าถึงพลังแห่งนามธรรมก็จะได้รับพลังระดับจอมเวทระดับสูงมาครองในทันที  

แต่ความจริงพลังแห่งนามธรรมนั้นมันไม่ได้ปรากฎกับจอมเวทระดับสูงทุกคนหรอก มันจะปรากฏกับเฉพาะจอมเวทที่มีความสามารถจริงๆเท่านั้น 

นั้นทำให้จอมเวทระดับสูงในปัจจุบันนั้นใช้เกณฑ์พลังเวทในการรับตำแหน่งเพียงอย่างเดียว จนเขาที่อ่านกฏโบราณสมัยก่อนนั้นต้องแปลกใจ 

เพราะเมื่อก่อนจอมเวทระดับสูงนั้นมีมากมายแถมยังครอบครองเส้นทางของตัวเองกันทุกคน เหตุใดปัจจุบันผู้ครอบครองพลังแห่งนามธรรมนั้นถึงน้อยถึงเพียงนี้ 

ขนาดในอนาคตนั้นแม้แต่เจ้าหนูสตีเฟ่นที่เป็นถึงเซอเซอร์เรอร์ซูพรีมก็ยังไม่ครอบครองเส้นทางใดๆเลยๆ เห็นทีในปัจจุบันตอนนี้นอกจากแอนเชี่ยนวันกับราชามนตราคนอื่นๆแล้วคงไม่มีใครครอบครองพลังแห่งนามธรรม 

โดยแอนเชี่ยนวันเท่าที่เขาสอบถามได้นั้นเธอจะเข้าถึงพลังแห่งเวลาจากการครอบครองนัยน์ตาแห่งอาร์กาโมโต้ ส่วนเขานั้นครอบครองนามธรรมที่แข็งแกร่งที่สุดแต่ก็เข้าใจได้ยากที่สุดเช่นกัน 

นามธรรมที่เขาต้องการจะศึกษานั้นก็คือทุกสรรพสิ่ง นามธรรมของเขานั้นคือเส้นทางที่ใหญ่ที่สุดเพราะมันได้รวบรวมเส้นทางทั้งหมดเอาไว้ 

เขานั้นได้รับพลังแห่งนามธรรมนี้จากการช่วยเหลือของระบบ ในเวลากว่าสิบปีนั้นไม่ใช่เขาทำแค่สร้างองค์กรหรือไปหาสมบัติวิเศษแต่ยังทำภารกิจมากมายจากระบบด้วย 

นั้นทำให้เขาครอบครองทั้งการ์ดความสามารถรวมถึงสมบัติและDLCอีกมากมายจากระบบเพียงแค่เขายังไม่ต้องการจะใช้พวกมัน และหนึ่งในสิ่งที่เขาได้มาก็คือการเข้าถึงนามธรรมแห่งสรรพสิ่ง 

แต่การเข้าถึงของเขานั้นแม้จะผ่านมาหลายปีเขาก็เข้าใจมันได้เพียงแค่เศษเสี้ยวธุลีจากทั้งหมดเท่านั้น โดยในความคิดของเขาหากเขาสามารถทำความเข้าใจนามธรรมนี้ได้จนถึงขีดสุดนั้นจะทำให้เขาสามารถเข้าถึงแก่นแท้แห่งเวทมนตร์ได้ 

ส่วนลูกศิษย์สาวทั้งสองของเขานั้นเขาก็ใช้แต้มมากมายเกือบทั้งหมดตอนนั้นมอบพลังแห่งนามธรรมให้พวกเธอ โดยเอ็มม่านั้นเขาได้มอบนามธรรมแห่งปัญญาให้ ส่วนจีนนั้นก็ได้รับนามธรรมแห่งเปลวเพลิง 

โดยตอนนี้สำหรับเขานั้นมาตราฐานจอมเวทนั้นตํ่าลงมากจากสมัยโบราณโชคดีที่จอมเวทระดับสูงยังเหนือชั้นกว่าจอมเวทระดับอาวุโสเท่าเดิมทำให้เขายังพอเดาระดับพลังของจอมเวทได้อยู่ 

ส่วนหนึ่งก็เพราะจอมเวทระดับสูงตอนนี้นั้นต่างมีแหล่งพลังเวทสำรองเป็นของตนเอง ไม่ก็ครอบครองสมบัติโบราณอันแสนวิเศษละน่ะ 

"พวกนั้นมีคนอยู่เบื้องหลังหรือเปล่าน่ะ" 

บรูซพูดหลังสัมผัสถึงกลิ่นอายแห่งนามธรรมได้จางๆ ดูทรงแล้วถ้าไม่มีจอมเวทระดับสูงหรือราชามนตรามอบสมบัติโบราณของเหล่าจอมเวทอัญเชิญให้ 

จอมเวทที่อัญเชิญปีศาจระดับตํ่าพวกนี้คงต้องเป็นจอมเวทที่น่ากลัวคนหนึ่งและพลังเวทที่เขาสัมผัสได้อาจเป็นแค่ของปลอมจากการถูกปกปิด 

ว่าแต่ในเมื่อจอมเวทคนนั้นมีพลังระดับนี้ทำไมถึงไม่สะกดจิตเอาสมบัติมาดื้อๆเลยล่ะ จะมาขโมยให้เสียเวลาทำไมแถมยังฆ่ายามรักษาความปลอดภัยไปแล้วด้วยหลายคน 

กับพวกโจรหรือสายลับธรรมดาเขาอาจทำความเข้าใจได้ว่าทำทำไม แต่กับจอมเวทแล้วเขาค่อนข้างสงสัยว่าจะทำให้เป็นเรื่องใหญ่ทำไม 

"เอาเถอะ แต่เท่าที่ดูปีศาจในชั้นนี้คงหมดแล้วใช่มั้ย หนึ่งในจอมเวทที่บุกมาครั้งนี้" 

แววตาของบรูซในหน้ากากของชุดซิมไบโอตจับจ้องไปยังหลังเสาๆหนึ่งด้วยความเย็นเยียมราวกับอสรพิษที่กำลังจ้องมองเหยื่ออย่างใจเย็น 

ตอนนั้นเองที่หลังเสาก็ได้ปรากฏร่างของมนุษย์เพศชายคนหนึ่ง แต่มันก็มีสิ่งผิดปกติเกี่ยวกับมนุษย์คนนี้ เพราะนัยน์ตาของชายคนนี้มันช่างว่างเปล่า 

การแต่งกายก็ไม่ต่างกับสายลับปกติที่เห็นตามหนังสายลับดูแล้วไม่เกี่ยวข้องกับจอมเวทเลย แต่ตามตัวของชายผู้นี้กลับปรากฏออร่าพลังเวทที่ขมุกขมัว ในมือถือคฑาเวทที่จำเป็นสำหรับเหล่าผู้ใช้เวทมือใหม่ 

"ฮืม? ถูกสิงสู่เหรอ? ไม่สิ ถูกควบคุมมากกว่าส่วนพลังเวทนี้คงได้มาจากการทำสัญญาปีศาจสินะ" 

บรูซพูดวิเคราะห์อย่างใจเย็นเมื่อเห็นร่างของอีกฝ่าย เท่าที่ดูชายคนนี้น่าจะเป็นสายลับที่เข้ามาในเมืองแต่คงโดนจอมเวทที่อยู่เบื้องหลังจับมาสะกดจิตให้ทำสัญญากับปีศาจเพื่อที่จะได้ลูกน้องมาใช้งาน 

และถ้าเป็นงั้นจริงจอมเวทที่เขากำลังเผชิญหน้าอยู่อาจจะน่ากลัวกว่าที่เขาคิด เพราะหากนี้เป็นฝีมือของจอมเวทคนเดียวละก็ การที่ทำให้คนธรรมดาเป็นจอมเวทระดับอาวุโสได้ภายในชั่วข้ามคืนนั้น 

จอมเวทที่เขาเจออยู่คงเป็นจอมเวทที่มีระดับไม่ต่างจากเขาที่เป็นราชามนตรามากนัก จอมเวทนอกสมาคมเหรอ? หรือว่าแค่จอมเวทชั่วร้ายธรรมดา? 

เขาได้แต่เก็บความสงสัยไว้ในใจก่อนจะปาแบทเมอร์แรงที่พกไว้ในเข็มขัดสารพัดประโยชน์ใส่ร่างของชายตรงหน้า 

เข็มขัดสารพัดประโยชน์นั้นคือเข็มขัดที่ถูกเขาสร้างขึ้นมันนั้นคืออุปกรณ์เวทที่ถูกเขียนอักขระรูนมิติเอาไว้ ภายในเข็มขัดนั้นเก็บอุปกรณ์มากมายที่จำเป็นต่อการทำงานของเขา 

ไม่ว่าจะอุปกรณ์ไฮเทคลํ้ายุคหรือจะอุปกรณ์เวทมนตร์นานาชนิด เรียกได้ว่าถ้าจำเป็นต่องานของเขานั้นแม้แต่ระเบิดนิวเคลียร์ที่ถูกเขาย่อส่วนไว้ใช้แทนระเบิดC4ก็อยู่ในเข็มขัดนี้ 

แบทเมอร์แรงที่ถูกเขาปาใส่ร่างของสายลับชายปริศนานั้นอยู่ๆมันก็ได้ถูกสะท้อนกลับมาด้วยกำแพงที่มองไม่เห็น 

ดูจากรูปการแล้วนี้น่าจะเป็นโล่เวทที่ถูกจัดเป็นเวทป้องกันขั้นพื้นฐานสินะ 

"เจ้า...เป็น..เหมือน.พวก..เรา..ทำไม..เจ้าถึง..ได้ดู..แปลก..ประหลาด" 

เสียงตํ่าไร้อารมณ์ความรู้สึกนั้นดังออกมาจากร่างของสายลับหนุ่ม แต่มันมีเรื่องแปลกประหลาดนั้นคือแทนที่จะมีเสียงเพียงเสียงเดียวแต่มันกลับมีเสียงที่แยกไม่ออกว่าเป็นชายหรือหญิงดังออกมาพร้อมกันด้วย 

ก่อนที่นัยน์ตาของสายลับหนุ่มนั้นจะเปล่งประกายสีแดงฉานด้วยความบ้าคลั่งราวกับสัตว์ร้ายที่ขาดสติ ตัวของสายลับหนุ่มนั้นได้ทิ้งคฑาในมือก่อนที่จะพุ่งมาหาเขา 

"บ้าคลั่งไปแล้วเหรอ? ฮืม?" 

ตอนนั้นเองสิ่งน่าประหลาดก็ได้เกิดขึ้นร่างของสายลับชายเผ่ามนุษย์ค่อยๆถูกย้อมไปด้วยเงาสีดำคล้ายซิมไบโอต แต่ก็ไม่ใช่มันดูเหมือนปีศาจเงาจากดินแดนแห่งความมืดเสียมากกว่าซิมไบโอต 

"นี้มันตัวบ้าอะไรกันเนี่ย" 

. 

. 

. 

+++ 

ขอถามอะไรนักอ่านทุกคนหน่อย(สำคัญมาก!!!) ไรท์คิดจะปรับสเกลเนื้อเรื่องของมาเวลเกี่ยวกับพวกโลกเหนือธรรมชาติและเทพเจ้ากับปีศาจและนรกให้สูงขึ้นอีก 

พร้อมกับเอาอนิเมะเรื่องอื่นๆที่เกี่ยวกับโลกเหนือธรรมชาติมายํารวมด้วย ไม่ทราบว่านักอ่านอยากอ่านไหม(ปล.ถ้าไม่ก็ไม่เป็นไร เพราะไรท์คิดเนื้อเรื่องแบบไม่ยำไม่ปรับเทาไว้แล้ว) 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว