email-icon facebook-icon Twitter-icon

สวัสดีค่าาาาาาาาาาาา ยินดีต้อนรับเข้าสู่หน้าเพจของแพรสีนิลนักเขียนมือใหม่ ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคะ ขอบคุณทุกแรงสนับสนุนค่ะ ❤️

ตอนที่ 5 อ้อมค้อม อ้อมโลก

ชื่อตอน : ตอนที่ 5 อ้อมค้อม อ้อมโลก

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 770

ความคิดเห็น : 6

ปรับปรุงล่าสุด : 24 พ.ค. 2564 15:47 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 5 อ้อมค้อม อ้อมโลก
แบบอักษร

ตอนที่ 5 อ้อมค้อม อ้อมโลก

สายตาละห้อยเหม่อมองรถมินิสีดำที่ถูกยกลอยขึ้นไปบนรถลากอีกคันด้วยความเป็นห่วงระคนความอาลัยอาวรณ์

เดี๋ยวแม่จะรีบไปรับหนูกลับมานะลูก~

แอมเอ่ยลาในใจพร้อมโบกไม้โบกมือให้ 'เจ้าเต่า' ลูกรักอย่างลืมตัว

ทั้งที่เป็นแค่การแยกจากกันแค่ชั่วคราว แต่ทำไมเธอถึงรู้สึกเหมือนกำลังส่งลูกน้อยที่ซนจนได้เรื่องไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลเลยแฮะ

"พรุ่งนี้ก็น่าจะซ่อมเสร็จแล้วล่ะครับ เจ้าเต่าไม่น่าเป็นอะไรมากหรอก"

เสียงทุ้มนุ่มและสัมผัสแผ่วเบาที่หัวไหล่ดึงให้แอมหันกลับมาของชายหนุ่มที่ยืนอยู่ข้างกาย พลันใบหน้าก็ร้อนวูบวาบ หลงลืมความกังวลเกี่ยวกับลูกสาวคันโปรดไปชั่วขณะ

เพียงแค่เผลอสบเข้ากับดวงตาสีน้ำตาลคู่สวย ภาพท่อนบนเปลือยเปล่าและความขาวกระแทกใจก็ผุดขึ้นมาในหัวอีกครั้งเป็นดอกเห็ดโอ๊ยยย ยัยบ้าเอ้ย! แกกลับเป็นคนหื่นกามแบบนี้ไปตั้งแต่เมื่อไหร่เนี้ย!

แอมตำหนิตัวเองในใจพลางสะบัดหน้าไปมา ไม่กล้าสบตากับอีกฝ่ายอีกด้วยกลัวจะนึกจินตนาการไปถึงอะไรต่อมิอะไรจนอาจออกอ่าวไทย แต่ทำไมหลับตาแล้วภาพพวกนั้นมันก็ไม่หายไปไหนอีกเนี้ย!

บรื้นนน~

"อ๊ะ! คุณ...คุณลุง เดี๋ยวค่ะ ไหนว่าจะรับหนู เฮ้ย! แคกแคก"

เสียงเร่งเครื่องของรถลากทำให้แอมสะดุ้ง หลุดออกจากห้วงภวังค์ของความคิด เธอลนลานชูมือแล้วโบกไปมา อ้าปากร้องเรียกหมายจะทวงคำสัญญาที่แอบไปติดต่อไว้ว่าจะขอติดรถไปลงในตัวเมือง

แต่นอกจากอีกฝ่ายจะไม่ได้ยินเธอสักคำแล้วยังพ่นควันดำ ๆ เข้าใส่ใบหน้าเป็นของแถมอีก ทำเอาเธอก้าวถอยหลังกรูด ไอโขลก ๆ จนหน้าดำหน้าแดง น้ำตารื้นไปหมด

อ้าวเฮ้ย! ทำไมไม่เหมือนที่คุยกันไว้ล่ะลุง! คิดแล้วก็มองค้อนปะหลักปะเหลือกไล่หลัง ครั้นจะโทรไปบอกให้คุณลุงหยุดรอ รถลากก็แล่นจากไปไกลจนเหลือแค่ไฟท้ายสีแดงเป็นจุดเล็ก ๆ

"นี่ก็ค่ำแล้ว คุณแอมพักที่ไหนครับเดี๋ยวผมไปส่ง"

"อ่า..."

แอมอ้ำอึ้งอึกอักอย่างไม่รู้จะบอกยังไงว่าตัวเธอยังไม่ได้กดจองที่พัก หนึ่งคือเพราะยังไม่รู้จุดหมายปลายทางที่แน่นอน สองคืออยากลองทำตามรีวิวของเพจชวนเที่ยวที่เห็นผ่านตาบ่อย ๆ ด้วยการลองเดินทางในวิถีแบ็คแพ็คเกอร์

"มาถึงขนาดนี้แล้ว คุณแอมยังไม่ไว้ใจผมอีกเหรอครับ"

พิธานเอ่ยถามเสียงอ่อน แสร้งก้มหน้าก้มตา ทำราวกับน้อยอกน้อยใจหญิงสาวแต่ยังให้อยู่ในระดับที่เหมือนไม่รู้ตัวว่าแสดงออกมาแบบนั้น

"เปล่านะคะ แอมไม่ได้คิดแบบนั้น คือแอม....แอม..."

สีหน้าสลดของชายหนุ่มทำเอาความรู้สึกผิดพุ่งพรวดขึ้นมาในใจ แอมเลิ่กลั่กปฏิเสธเสียงสูง อยากจะพูดอธิบายแต่พอนึกถึงเหตุผลที่คาอยู่ในลำคอ เธอก็กระดากอายเหลือเกิน

รอบหน้าฉันจะกลับไปเที่ยวแบบวิถีเลขาเหมือนเดิม ฮึ้ยยย! ย้ำเตือนตัวเองแล้วก็เงยหน้าขึ้นมาส่งยิ้มเจื่อนสนิทให้

"คือ....แอมยังไม่ได้จองที่พักค่ะ"

"งั้นไปพักกันผมไหมครับ"

"คะ?"

คำเชิญที่ชวนให้คิดไกลทำเอาหญิงสาวทำตาโต ทำหน้างุนงงว่าตัวเองฟังผิดหรือยังไง พิธานจึงเพิ่งรู้สึกตัวว่าคำพูดเมื่อครู่นั่นสุ่มเสี่ยงและไม่ชัดเจน

"ผมหมายถึงไปพักที่โรงแรมเดียวกันกับผมน่ะครับ แล้วเดี๋ยวพอที่ร้านโทรมาตาม พรุ่งนี้ผมจะได้พาคุณแอมไปรับเจ้าเต่าได้เลยไงครับ"

แอมนิ่งเงียบ หลุบตาลงมองกระเป๋าเดินทางในมือขณะใช้ความคิด ข้อเสนอที่เขาให้มานั้นน่าสนใจมาก แต่มันจะดีเหรอกับการขึ้นรถไปกับคนแปลกหน้า? พลันในใจก็มีอีกความคิดแย้งขึ้นมาว่า...

เขายอมนั่งหดขา อดทนรอเป็นเพื่อนเธอในรถคันเล็ก ๆ ที่จอดเสียอยู่ข้างทางอันแสนเปล่าเปลี่ยวทั้งที่เขาอาจจะมีธุระสำคัญขนาดนี้ แล้วถ้าเขาจะทำมิดีมิร้ายจริง ๆ เขาคงลากหล่อนเข้าป่าเข้าดงไปนานแล้ว นี่แสดงว่าเขาก็คงเป็นคนดีในระดับหนึ่งแหละ

แต่คนเรามันก็รู้หน้าไม่รู้ใจนะเว้ย จะตัดสินว่าเขาเป็นคนดีด้วยเรื่องแค่นี้มันก็จะไว้ใจคนง่ายเกินไปหรือเปล่า? แอมท้วงกลับไปในใจ

งั้นหล่อนมีทางเลือกอื่นเหรอ ขืนไปยืนโบกรถตอนค่ำ ๆ แบบนี้ ได้โดนรถสิบล้อสอยปลิวเข้าข้างทางก่อนจะเจอคนใจดีรับหล่อนขึ้นรถอีก แถมขึ้นไปแล้วหล่อนจะแน่ใจได้ยังไงว่าคนนั้นจะเป็นคนดี?

นั่นสิ...อันนี้ก็น่าคิด!

ใบหน้าหวานเริ่มเคร่งเครียดลงเรื่อย ๆ เพราะไม่ว่าเธอจะเลือกทางไหนก็ดูสุ่มเสี่ยงไปเสียหมด แววตาวูบไหวเต็มไปด้วยความสับสนชำเลืองมองสีหน้าสบาย ๆ ของชายตรงหน้าสลับกับรถยนต์คันหรูไปมา

เอาวะ! ขับรถราคาคันละสามสิบล้านแบบนี้ ต่อให้เป็นรถเช่าแม่งก็ต้องเป็นคนมีตังระดับหนึ่งแหละ คงไม่พาคนหน้าตาบ้าน ๆ อย่างเธอไปขายที่ชายแดนหรอก ปรามตัวเองให้เลิกคิดมากแล้วแอมก็เงยหน้าขึ้นมาส่งยิ้มให้ชายหนุ่ม

"อา...งั้นคงต้องรบกวนคุณพีทอีกครั้งนะคะ"

พิธานลอบถอนหายใจโล่งอกหลังยืนลุ้นกับคำตอบของหญิงสาวอยู่นานสองนาน

"ยินดีและเต็มใจมาก ๆ ครับ"

ริมฝีปากหนาหยักยกยิ้มกรุ้มกริ่ม อาศัยจังหวะที่เธอมัวแต่ขัดเขินจนไม่ทันระวัง ดึงเอากระเป๋าเดินทางใบหย่อมออกจากมือเรียวแล้วลากมันไปเก็บ ก่อนจะวิ่งอ้อมมาเปิดประตูให้เธอด้วยท่วงท่าธรรมชาติ

"ขะ...ขอบคุณค่ะ"

เสียงหวานอ้อมแอ้มกล่าวขอบคุณหลังขึ้นไปนั่งประจำที่เรียบร้อยแล้ว ความแดงระเรื่อที่ฉาบอยู่บนพวงแก้มสร้างความพึงพอใจให้พิธานจนอดคลี่ยิ้มออกมาไม่ได้

ดวงตาคมกริบเปล่งประกายฉายแววเปี่ยมหวัง ความมั่นใจและกำลังใจในการเดินหน้าจีบหญิงสาวพุ่งทะยานเพิ่มขึ้นอีกหลายส่วน

ถึงเธอจะปฏิเสธที่จะสานสัมพันธ์ในเชิงชู้สาว แต่อย่างน้อยตอนนี้เขาก็ทำให้เธอรู้สึกหวั่นไหวได้แล้ว ฉะนั้นหนทางที่เธอจะใจอ่อน ลองพิจารณาเขาใหม่อีกหนก็คงอยู่ไม่ไกลเกินเอื้อม

 

@สิบห้านาทีถัดมา

เพราะไม่อยากให้ระหว่างทางที่เหลือเต็มไปด้วยความอึดอัดและแข็งเกร็ง พิธานจึงเลือกเปิดเพลงสากลเคล้าคลอไปด้วย แววตาวาววับคอยลอบชำเลืองมองเสี้ยวหน้าของคนข้างกายโดยไม่ให้เธอรู้ตัวอยู่เป็นระยะ ๆ

ความอิดโรยที่สะท้อนออกมาจากใบหน้าสวยหวานทำเอาเขานึกเป็นห่วงจนอดเปิดปากพูดทำลายความเงียบสงบไม่ได้

"ถ้าคุณแอมเหนื่อยก็นอนพักก่อนได้นะครับ อีกสักสิบ..."

พูดไปสายตาคนขับก็เหลือบมองหน้าจอเนวิเตอร์ไปด้วย แต่จู่ ๆ เสียงทุ้มเงียบลงอย่างกะทันหัน เพ่งมองระยะทางที่ปรากฏแล้วยื่นมือไปกดเลือกเส้นทางใหม่พร้อมหันไปแจ้งเวลาตามที่คาดคะเนไว้

"เอ่อ อีกสักสามสิบนาทีก็น่าจะถึงครับ"

"อ้อ ไม่เป็นไรเลยค่ะ คุณพีทน่าจะไม่คุ้นทางเดี๋ยวแอมช่วยดูทางอีกแรงค่ะ"

"จะแค่ดูทางเฉย ๆ ไม่ช่วยบอกทางด้วยเหรอครับ"

พิธานกระเซ้าเย้าแหย่หวังใช้ความตลกขบขันทำลายกำแพงบาง ๆ ที่หญิงสาวยังคงสร้างมันขึ้นมาขวางกั้นการทำความรู้สึกระหว่างกัน และดูมันจะได้ผลดีเสียด้วยเมื่อคนข้าง ๆ ทำหน้าแปลกใจ ก่อนจะเปล่งเสียงหัวเราะออกมาเบา ๆ

"คุณพีทแน่ใจใช่ไหมคะว่าจะให้แอมช่วยบอกทาง"

แอมย้อนถามกลับด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะ ไม่ใช่ว่าจะปัดความรับผิดชอบหรืออะไร แต่เธอกลัวว่าถ้าให้เธอบอกจริง ๆ มันจะเป็นการยิ่งทำให้ระยะทางยืดออกไปเสียมากกว่าน่ะสิ

ถึงเธอจะทำงานเป็นเลขาและถนัดในด้านการจัดการ แต่ต้องขอออกตัวก่อนเลยว่า...

นอกจากความรู้เกี่ยวกับรถยนต์จะต่ำเตี่ยเรี่ยดินแล้ว เรื่องการขับรถเธอนี่คนคิดเนวิเกเตอร์ยังต้องร้องไห้โฮ เพราะต่อให้มีแอปช่วยนำทาง เธอก็ยังหลงทางอยู่เป็นประจำ!

ใจหนึ่งก็อยากจะโทษเจ้าแอปพิเคชันที่ชอบนำเธอไปในตรอกซอกซอยแปลกประหลาด จนครั้งหนึ่งเคยหลงเข้าไปจอดนิ่งอยู่กลางทุ่งนา แต่อีกใจก็หลอกตัวเองไม่ได้ว่าเธอห่วยแตกเรื่องดูทิศทางจริง ๆ

และนี่จึงเป็นสาเหตุว่าทำไมทุกครั้งที่ไปต้องออกไปทำงานนอกสถานที่ อาทิ ไปพบลูกค้าตามแถบชานเมืองหรือต่างจังหวัด เธอจึงพึ่งคนขับรถเสมอ

"โหววว พูดดักผมขนาดนี้ งั้นผมคงไม่กล้ารบกวนแล้วครับ คุณแอมนอนพักเถอะครับเดี๋ยวถึงโรงแรมเมื่อไหร่ผมจะปลุก"

ท่าทางผ่อนคลายของหญิงสาวทำให้พิธานกล้าที่จะพูดคุยหยอกล้อมากขึ้น เร่งสร้างความสนิทสนมเผื่อว่าในอนาคต เขาอาจจะได้เลื่อนขั้นเป็นมากกว่าคนรู้จัก และมีข้ออ้างมากพอที่จะติดต่อกับเธอหลังจากทริปนี้

"คิกคิก แอมก็แค่กลัวว่าเราจะถึงโรงแรมกันพรุ่งนี้เช้าน่ะค่ะ"

"ก็ได้นะครับผมไม่ติด ดีซะอีกจะได้อยู่ดูพระอาทิตย์ขึ้นด้วย"

แอมค้อนขวับ นี่เขาซื่อหรือไม่เข้าใจว่าเธอพูดประชดติดตลกเนี้ย

"แต่แอมติดค่ะ! มาค่ะ แอมช่วยดูแผนที่ให้"

แห้วใส่คนตลกหน้ามึนอย่างไม่จริงจังนัก เรียกเสียงหัวเราะขบขันให้ดังประสานกัน ก่อนที่เธอจะชะโงกใบหน้าเข้าไปใกล้หน้าจอ รวบรวมสติแล้วเพ่งมองลูกศรเล็ก ๆ ที่กำลังเคลื่อนที่ไปยังจุดหมายปลายทางที่ปักไว้

ถึงจะง่วงจนตาแทบลืมไม่ขึ้นอย่างที่เขาสังเกตเห็น แต่เธอเป็นแค่ผู้อาศัยที่ขอติดรถมาด้วย เพราะงั้นจะให้หลับทิ้งคนขับให้นั่งเหงาอยู่คนเดียวได้ยังไงล่ะ

"อืมมม ในแผนที่บอกแค่ว่าให้ขับตรงไปเรื่อย ๆ อีกประมาณแปดกิโลค่ะ โอ๊ะ มันพาเรามาทางเลียบชายหาดนี่คะ"

เสียงหวานอุทานดีอกดีใจก่อนย้ายตัวเองไปเกาะอยู่ที่กระจกด้านข้าง สีหน้าตื่นเต้น ใบหน้าประดับด้วยรอยยิ้มไม่จางยามมองเห็นท้องทะเลในตอนกลางคืนทำให้คนมองที่แอบเปลี่ยนเส้นทางโดยพลการพลอยยิ้มตามไปด้วย

คิดถูกจริง ๆ ที่กดเลือกใช้ทางอ้อมที่ไกลขึ้นอีกร่วมสิบกิโล เพราะนอกจากมันจะทำให้เขาได้มีเวลาอยู่กับเธอมากขึ้นแล้ว ยังทำให้เขาได้มีโอกาสเห็นรอยยิ้มสดใสนั่นอีก

เอ...ว่าแต่มันมีทางใหม่ที่อ้อมสักสี่สิบกิโลไหมนะ

 

 

*************

เดี๋ยว ๆ อิพี่ ถ้าจะอ้อมขนาดนั้นคงไม่ได้หลับได้นอนกันแล้วคืนนี้ 555555555

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว