email-icon facebook-icon Twitter-icon

สวัสดีค่าาาาาาาาาาาา ยินดีต้อนรับเข้าสู่หน้าเพจของแพรสีนิลนักเขียนมือใหม่ ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคะ ขอบคุณทุกแรงสนับสนุนค่ะ ❤️

ตอนที่ 4 พระเอก (ขี่ม้า) ขาว

ชื่อตอน : ตอนที่ 4 พระเอก (ขี่ม้า) ขาว

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 1k

ความคิดเห็น : 7

ปรับปรุงล่าสุด : 24 พ.ค. 2564 12:23 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 4 พระเอก (ขี่ม้า) ขาว
แบบอักษร

ตอนที่ 4 พระเอก (ขี่ม้า) ขาว 

คิ้วหนาขมวดมุ่นแน่นเมื่อเหลือบไปเห็นเงาตะคุ่มของรถยนต์ที่เปิดไฟกะพริบฉุกเฉินจอดอยู่บริเวณไหล่ทางเบื้องหน้า ขณะกำลังขับรถมุ่งหน้าลงใต้ 

ความคุ้นตาของยี่ห้อรถที่ไม่ค่อยปรากฏให้พบเห็นบนท้องถนนของต่างจังหวัด​เท่าไหร่นักทำให้พิธานตบไฟเลี้ยว เบี่ยงซ้ายพร้อมชะลอความเร็วลงเพื่อมองให้แน่ใจว่าไม่ใช่อย่างที่นึกกังวล  

พลันใจแกร่งก็แทบร่วงไปอยู่ที่ตาตุ่มในตอนที่สายตามองเห็นป้ายทะเบียน แม้จะมีโอกาสได้อยู่กับหญิงสาวไม่นาน แต่เขาก็สามารถจำจดหลาย ๆ อย่างเกี่ยวกับเธอได้อย่างแม่นยำ 

รถยนต์คันหรูชะลอเข้าจอดต่อท้าย ก่อนที่พิธานจะวิ่งฝ่าสายฝนซึ่งเทกระหน่ำลงมาอย่างหนักหน่วงเข้าไปหาเจ้าของรถด้วยใจร้อนรน โดยไม่สนใจว่าตัวเองจะเปียกปอนเพียงใด 

ถึงภายนอกตัวรถจะไม่ได้รับความเสียหายอะไรมากมาย แต่นั่นก็ไม่อาจการันตีได้เลยว่าผู้โดยสารจะยังปลอดภัยดี ได้แต่หวังว่าเธอจะไม่เป็นอะไรมาก! 

พิธานโน้มใบหน้าเข้าไปเข้าหากระจก พยายามเพ่งมองทะลุเข้าไปด้านใน และทันทีที่สายตาปะทะเข้ากับเงาเลือนรางของคนที่ก้มฟุบอยู่กับพวงมาลัย เขาก็ตกใจจนเกือบหยุดหายใจ ระดมทุบกระจกพร้อมร้องเรียกอีกฝ่ายเสียงดังลั่น 

"คุณแอม! คุณแอมเป็นอะไรหรือเปล่าครับ คุณ! คุณได้ยินผมไหม คุณแอมครับ!" 

ไม่ว่าจะพยายามทุบและตะโกนดังแค่ไหน ภายในรถก็ยังไร้ความเคลื่อนไหวและตอบสนอง นั่นทำให้พิธานยิ่งเป็นห่วงจนแทบคลั่ง  

บ้าจริง! หรือว่าศีรษะของเธอจะได้รับการกระทบกระเทือนจนสลบ ถ้าเกิดเขาจะทุบกระจกบ้า ๆ นี่ทิ้งซะ มันจะกระเด็นไปโดนเธอหรือเปล่านะ!  

ความคิดที่จะหาวิธีเอาตัวหญิงสาวออกมาผุดขึ้นในหัวเป็นดอกเห็ด และทันใดนั้นเองดวงตาคมกริบก็เบิกกว้างขึ้น ในหนังที่เคยดูยังทำได้ ชีวิตจริงก็คงทำได้แหละมั้ง  

คิดแล้วพิธานก็ปลดกระดุม สลัดเสื้อเชิ้ตออกจากร่าง จากนั้นก็จัดการพันมันเข้ากับมือขวาของตัวเอง ทว่าในจังหวะที่กำลังง้างมือขึ้นสูง เสียงปลดล็อกประตูรถยนต์ก็ทำให้กำปั้นชะงักค้าง ลอยอยู่กลางอากาศ 

แกร่ก! 

พิธานลดมือลงพลางก้าวถอยหลังหลบให้พ้นรัศมี จ้องมองบานประตูที่กำลังถูกผลักให้เปิดออกช้า ๆ ตาเขม็งด้วยใจลุ้นระทึก  

กระทั่งใบหน้าเปื้อนน้ำตาของหญิงสาวที่นั่งอยู่หลังพวงมาลัยปรากฏสู่สายตา เขาก็ถลาพรวดเข้าไปหาเธออย่างรวดเร็ว 

"คุณแอม! เป็นอะไรหรือเปล่าครับ เจ็บตรงไหนไหม" 

น้ำเสียงและสายตาเป็นห่วงเป็นใยของชายหนุ่มส่งผลให้คนที่กำลังขวัญเสียปล่อยโฮออกมาอีกครั้งอย่างสุดกลั้น รู้สึกราวกับเพิ่งรอดพ้นจากความตาย หลังลอยคอเคว้งคว้างอยู่กลางมหาสมุทรมานาน 

ท่าทางสะอึกสะอื้นจนตัวโยนของหญิงสาวทำเอาอีกฝ่ายหน้าเสียร้อนรนกว่าเก่า เลิ่กลั่กประคองใบหน้าหวาน พลิกไปมาก่อนจะย้ายสายตาไปมองไล่ไปตามเนื้อตัวด้วยคิดว่าเธอได้รับบาดเจ็บ 

เฮ้อออ~  

หลังสำรวจอยู่นานสองนาน พิธานก็ถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก ผิวขาวนวลไม่มีรอยขีดข่วน ไม่มีส่วนไหนฟกช้ำดำเขียวหรือแตกหักอย่างที่นึกกลัว ส่วนที่ยังร้องไห้และตัวสั่นเทิ้มไม่หยุดคงเป็นเพราะกำลังตกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นสินะ 

"ฮึก กะ..กิ่งไม้ กิ่งไม้มันหล่น อะ...แอมหักหลบ ก็เลยไถลลงข้างทาง ยางระเบิดเลยค่ะ" 

เสียงหวานเจือด้วยเสียงสะอื้นพยายามเค้นเสียงเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นให้ฟังพลางใช้หลังมือปาดน้ำตาออกจากพวงแก้มไปด้วย ท่าทางคล้ายเด็กตัวเล็ก ๆ ที่ถูกรังแกไม่มีผิด 

ดวงตาสีน้ำตาลทอดมองหญิงสาวที่นั่งร้องไห้เป็นเต่าเผาแล้วอมยิ้มด้วยความเอ็นดู ยกมือขึ้นลูบศีรษะทุยเล็กอย่างปลอบประโลม ขณะที่อีกมือที่ถูกพันเป็นก้อนผ้า ตบเบา ๆ ที่หัวไหล่มนไปด้วย 

"ปลอดภัยแล้วนะครับ เดี๋ยวผมเรียกรถลากให้ ไม่ต้องกลัวนะ" 

แอมพยักหน้าหงึกหงัก เอนกายเข้าหาอ้อมกอดของชายหนุ่มตามแรงดึง ยิ่งได้รับการปลอบโยนที่แสนอบอุ่น ความรู้สึกหวาดกลัวที่อัดแน่นอยู่ด้านในก็ยิ่งพรั่งพรูออกมา 

กว่าจะสงบสติอารมณ์ได้ ทั้งแอมและพิธานต่างก็เปียกโชกไปแล้วทั้งตัว พลันร่างบางก็ชาวาบ ตัวแข็งทื่อเมื่อสายตาปะทะเข้ากับความขาวผุดผ่องของแผงอกแข็งแรงเป็นสิ่งแรกหลังสติสัมปชัญญะกลับคืนมาอย่างสมบูรณ์ 

ทำไมมันไม่มีเสื้อผ้า เดี๋ยวนะ! ความอุ่นของผิวที่เปียกชื้นนี้คืออะไร ของจริงงั้นเหรอ! คนที่คิดว่าตัวเองเกิดภาพหลอนทำตาโตตกใจ แต่นั่นคงไม่เท่ากับตอนที่เธอเงยขึ้นมาเจอกับสายตาอ่อนโยนคนที่กำลังจ้องเธออยู่ 

"ว๊ายยย" 

แอมหวีดร้องเสียงหลง เบิกตากว้างด้วยความตกใจพลางลนลานดันตัวออกจากอ้อมกอดอบอุ่น  

โอ๊ยยย ตาย ๆ ที่เอาหน้าแนบไปเมื่อกี้นั้น มันคือกล้ามหน้าอกของเขาหรอกเหรอ คิดแล้วก็หน้าร้อนผ่าว ความรู้สึกอับอายเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ  

แอมก้มหน้างุด ๆ กระดากอายเกินกว่าจะเงยหน้า ทว่าความขาววับ ๆ แวม ๆ ก็เอาแต่หลอกล่อ จนเธอเผลอเหล่ตามองอาหารตาจานเด็ดนี้อยู่หลายครั้งหลายหน 

"ไม่เจ็บตรงไหนใช่ไหมครับ" 

"คะ...คะ อ่อ ค่ะ แอมไม่เป็นอะไรค่ะ แค่ ... อา ตกใจนิดหน่อย" 

แอมยิ้มเจื่อน สบกับสายตาแพรวพราวของคนตรงหน้าแวบหนึ่งก็รีบก้มหน้าลงเหมือนเดิม แต่พอนึกขึ้นได้ว่าอีกฝ่ายกำลังยืนเปลือยท่อนบนท้าทายสายลมและสายฝน เธอก็รีบขยับกายปีนข้ามไปนั่งฝั่งข้างคนขับเพื่อหลีกทางให้ชายหนุ่มได้เข้ามาหลบฝนด้วยกัน  

"ขะ...ขอโทษค่ะ เชิญค่ะ ๆ" 

แอมอ้อมแอ้มขอโทษเสียงเบาหวิวพร้อมผายมือเชิญเชื้อ ถึงจะช้าไปสักหน่อยแต่ก็ยังดีกว่าปล่อยให้ผู้มีน้ำใจยืนตากฝนจนเป็นหวัด  

พิธานกลั้นยิ้มจนปวดแก้ม แกะเสื้อเชิ้ตที่พันรอบมือออก ตั้งท่าจะเหวี่ยงมันขึ้นสวมทว่าในวินาทีต่อมา มือหนาก็ชะงัก ลดลงมาอยู่ข้างตัวแล้วก้าวขึ้นไปนั่งแทนที่ทั้งที่ยังไม่สวมมัน 

จากนั้นทั้งสองก็เอาแต่นั่งเงียบ มีลอบชำเลืองกันและกันด้วยสายตาเขินอายบ้างหากแต่ไร้เสียงพูดคุย มีเพียงเสียงหยาดน้ำที่ตกกระทบหลังคารถดังประสานไปกับเสียงเพลงที่ถูกเปิดไว้เป็นเพื่อนร่วมทาง 

แอมผินใบหน้าออกไปทางหน้าต่าง กวาดสายตามองบรรยากาศ​รอบตัวแล้วลอบกลืนน้ำลายเอื้อก ด้วยสถานที่และสภาพอากาศทำให้ไม่ว่าจะมองไปทางไหนก็มีแต่ความมืดมิด จะมีแสงไฟสาดส่องมาบ้างในตอนที่รถยนต์วิ่งผ่าน  

หากต้องนั่งอยู่ตรงนี้คนเดียว เธอคงได้สติแตกแน่ ๆ โชคดีชะมัดที่เขาเป็นคนมาเจอเธอ คิดแล้วแอมก็หันกลับมาหาผู้ร่วมชะตากรรมอีกคนหมายจะกล่าวขอบคุณอย่างเป็นทางการ  

แต่เมื่อถูกความขาวกระแทกตา ใบหน้านวลก็เห่อร้อนจนแดงก่ำ ฟ้องถึงความเขินอายและความคิดบางอย่างของคนมองออกมาอย่างไม่รู้ตัว 

รู้หรอกว่าขาว แต่ก็ขึ้นมานั่งตั้งนานแล้วนี่ ทำไมเขายังไม่ยอมใส่เสื้ออีก?  

คิ้วเรียวขมวดมุ่นสงสัยแต่ก็ไม่กล้าทักท้วง พยายามดึงสายตากลับคืน ทว่าสุดท้ายก็อดลอบชำเลืองมองอาหารตาอีกไม่ได้ 

ขณะที่คนถูกแทะโลมทางสายตากลับกระหยิ่มยิ้มย่อง ยืดกายขึ้นเล็กน้อยอวดความแข็งแรงของกล้ามเนื้อที่เฝ้าดูแลและผ่านการออกกำลังกายมาอย่างดีด้วยความภาคภูมิใจ ปล่อยให้หญิงสาวมองต่ออีกครู่ใหญ่จึงค่อยอับเดตความคืบหน้าของบริการให้ฟัง 

"ผมเรียกรถลากมาแล้วนะครับ แต่อาจจะต้องรอนานหน่อย ทางนู้นบอกว่าฝนยังตกหนักจนมองไม่เห็นทางครับ" 

"อ้อ ค่ะ ขอบคุณค่ะ" 

แอมอ้อมแอ้มตอบเสียงแผ่วแล้วยกยิ้มบาง ๆ ดีใจที่จะได้พาน้องเต่าออกไปจาดตรงนี้สักที แต่เพียงครู่เดียวคิ้วเรียวก็ขมวดกลับเข้าหากัน เกิดเอะใจในอะไรบางอย่างขึ้นมา  

เขาเอาเวลาไหนไปเรียกรถลาก เธอยังไม่ได้ยินเขาคุยโทรศัพท์เลยสักหน มีก็แค่ก้มหน้าก้มตาพิมพ์ข้อความบ้างสองสามครั้ง  

สายตาเคลือบแคลง​ที่มองจ้องมาเป็นระยะ ๆ ทำเอาพิธานเริ่มร้อน ๆ หนาว ๆ แต่ยังแสร้งทำเป็นไม่รับรู้ หันมองฟ้ามองฝนไปเรื่อยเปื่อย 

เนื่องจากความรู้จักและไม่อาจตัดใจทำให้เขาตัดสินใจขับรถตามเธอมาตั้งแต่ออกจากปั๊ม แต่แล้วดันพลาดมาคลาดกับเธอตอนติดไฟแดงของสี่แยก กว่าจะเร่งเครื่องตามหาจนเจอได้ก็เกือบถอดใจ 

หรือว่าเธอจะรู้ทัน? แต่เธอก็ไม่เห็นถามอะไรนี่ คงไม่มีอะไรหรอก...มั้ง  

สายตาที่ยังจ้องไม่หยุดทำคนมีแผนชักเครียดว่าจะถูกหญิงสาวจับได้ เผลอออกอาการกระสับกระส่ายจนแทบนั่งไม่ติดเบาะขณะพยายามคิดหาเหตุผลมารองรับหากถูกซักถามขึ้นมา  

แอมหรี่ตามองคนตัวโตที่ขยับยุกยิกไปมาแล้วทำหน้าสงสัยว่าเขาเป็นอะไร แต่พอเหลือบไปเห็นหัวเข่าที่ตั้งชัน บดเบียดกันอยู่เธอก็ถึงบางอ้อ นั่งขดนานขนาดนี้ ป่านนี้คงเหน็บกินไปครึ่งตัวแล้วล่ะมั้งเนี้ย 

"อีกเดี๋ยวรถลากก็คงมาแล้ว คุณพีทกลับไปนั่งในรถตัวเองเถอะค่ะ มานั่งขดอยู่แบบนี้จะปวดขาเอา" 

ริมฝีปากบางคลี่ยิ้มบาง ๆ เป็นเชิงว่าเธอไม่เป็นอะไร อีกทั้งตอนนี้เสียงฝนก็ดูเบาบางลงจนแทบไม่ได้ยิน คงไม่ต้องรบกวนเวลาของเขาต่ออีก 

"ไม่เป็นไรครับ ผมอยากอยู่กับคุณแอม" 

อยากอยู่กับคุณแอม? ถ้าอยากอยู่ก็ให้อยู่ได้ค่ะ แต่รบกวนช่วยใส่เสื้อก่อนได้ไหม คนที่ถูกแผงอกขาว ๆ มอมเมาโอดครวญในใจ ใบหน้าร้อนผะผ่าวขึ้นมาทันที 

เอะ! หรือที่เขาไม่ยอมใส่เพราะว่ามันเปียก? เดี๋ยวจะเป็นปอดบวม คิดแล้วก็เหล่ตามอง อืมม ดูเหมือนตอนนี้ก็บวมอยู่นะ 

เก็บตกภาพความประทับใจ​อีกหลายชอต คนที่ใจเริ่มคิดอกุศล​ก็รู้สึกว่าควรจะพอเสียที ก่อนที่ใจบาง ๆ ดวงนี้จะเตลิดเปิดเปิง​ไปไกล  

"อา ค่ะ งั้นเดี๋ยวแอมไปหยิบเสื้อที่หลังรถให้นะคะ" 

"ขอบคุณครับ" 

ยัง! ยังจะมาส่งยิ้มให้กันอีก แอมบังคับริมฝีปากให้คลี่ยิ้มกลบเกลื่อนความประหม่า ก่อนกระวีกระวาดเปิดประตูลงจากรถ วิ่งอ้อมมาหยุดยืนพิงอยู่ที่กระโปรงหลัง  

รอยยิ้มบาง ๆ นั่นทำเอาใจดวงน้อยสั่นไหว ท้องน้อยก่อเกิดความรู้สึกวาบหวามอย่างประหลาด ทั้งที่ปกติแล้วมันจะเป็นแบบนี้เมื่อเข้าใกล้พี่อาร์มเท่านั้น แต่ว่าวันนี้ทำไมมันถึงได้.... 

"บ้าน่า! มันคงเหมือนตอนที่หล่อนกรี๊ดพระเอกเกาหลีในซีรี่ย์ไงยะนังแอม คิดมากกกกก" 

แอมพึมพำปลอบตัวเองพลางสะบัดหน้าแรง ๆ เรียกสติ แต่วินาทีต่อมาก็ถอนหายใจพรืด ยกมือขึ้นทาบหน้าอกด้านซ้ายแล้วทุบมันเบา ๆ  

ส่วนแกเนี้ยจะเต้นแรงอะไรหนักหนาฮะ เกิดมาแกไม่เคยเจอคนหล่อแล้วยังใจดีเหรอ ฮึ้ย! 

 

********** 

เหมือนจะมีคนโดนความขาว เอ้ย ความหล่อและใจดีตกเข้าให้แล้ว 555555 

สังเกตได้ว่าคนที่ใจบอบช้ำ หรือเพิ่งอกหักมาหมาด ๆ เวลาเจอคนเข้ามาเทคแคร์ดูแล มักจะมีปฏิกิริยาตอบกลับอยู่สองแบบใหญ่ ๆ คือ หวั่นไหว กับ ถอยหนี 

ว่าแต่....น้องแอมเป็นประเภทไหนค้าาาาาา คุคุ 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว