ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 40 ความรักใช่ไหมนะ

ชื่อตอน : ตอนที่ 40 ความรักใช่ไหมนะ

คำค้น : แต่งงาน, เย็นชา, ภรรยา, นิยายรัก, โรแมนติก, ดราม่า, แอบรัก, เมียจ้าง, พระเอกรวย, พระเอกซึน

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 444

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 22 พ.ค. 2564 17:27 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 40 ความรักใช่ไหมนะ
แบบอักษร

ตะวันย่างเท้าเข้าหา ทำเอาอัยย์ผวา แต่เขากลับเดินเข้ามาช่วยจัดแจงเสื้อผ้าเผ้าผมให้เธอ เสร็จแล้วเขาก็เดินไปเปิดประตูห้องแล้วเดินกลับมาอุ้มเธอขึ้น 

“อะ...อัยย์เดินเองได้ค่ะ” เธอพยายามขยับตัวออกจากอ้อมกอดของเขา แต่นอกจากจะไม่ตอบแล้ว ตะวันยังล็อกมือไว้แน่นกว่าเดิม แล้วอุ้มเธอเดินต่อ  

เขาอุ้มอัยย์เดินลงมาที่ชั้นล่างราวกับว่ากำลังอุ้มเด็กทารก  

ในเมื่อเขาไม่ยอมปล่อย เธอก็ทำได้แค่ก้มหน้าอยู่ในอ้อมแขนเขา 

เธอถูกอุ้มมาวางที่เก้าอี้ หลังจากนั้นตะวันก็ดันจานอาหารมาไว้ตรงหน้า  

“กิน” ห้วนๆ คำเดียว แต่ใครได้ยินก็คงกินไม่ลง  

ตะวันเดินไปนั่งตรงข้ามแล้วหยิบช้อนขึ้นมา แต่พอหันมาเห็นว่าเธอยังคงนิ่งอยู่ เขาก็ถามขึ้นมาเสียงดังจนเธอสะดุ้ง 

“ทำไมไม่กิน” 

“เปล่า..เปล่าค่ะ” อัยย์รีบหยิบช้อนขึ้นมา แล้วรีบตักอาหารเข้าปาก พอเริ่มได้กินเข้าไปเธอก็ถึงได้รู้ว่าตนนั้นหิวข้าวแค่ไหน เธอมัวแต่ตกใจที่ตะวันกลับมากะทันหันจนลืมความหิวไปเลย 

เธอเหนื่อยที่จะค้นหาคำตอบว่าเขาโมโหเธอเรื่องอะไร เพราะไม่ว่าจะขยับตัวไปทางไหน ตะวันก็โกรธเธอได้ทั้งนั้นแหละ... 

ทั้งคู่นั่งกินข้าวกันเงียบๆ ทันทีที่เห็นอัยย์รวบช้อน เขาก็ลุกขึ้นยืน แล้วเดินมาหาเธอ  

“กินเสร็จแล้วก็ขึ้นไปคุยกันข้างบน”  

ไม่รอให้อัยย์ตอบ ตะวันช้อนตัวเธอไว้ในอ้อมแขน แล้วเดินตรงไปที่ชั้นบน 

อัยย์นั้นอายสายตาของคุณอำภาและแม่บ้านที่ยืนอยู่ ต่างจากตะวันที่ไม่เห็นใครอยู่ในสายตา 

อัยย์เริ่มรู้สึกปลงและสิ้นหวัง ตะวันที่เธอเจอวันแรกกับตะวันที่เธอเห็นวันนี้ช่างแตกต่างและเข้าใจยากขึ้นทุกวัน เธอไม่รู้ว่าอะไรทำให้อารมณ์และความรู้สึกของเขานั้นเหวี่ยงไปมา  

ท่าทีแบบจะรักก็ไม่ใช่ จะเกลียดก็ไม่เชิง ทำให้เธอเหนื่อย  

เหนื่อยที่จะตามอารมณ์เขาให้ทัน เหนื่อยที่ใจเธอนั้น เอาแต่ไปผูกพันอยู่กับเขา 

“ฉันเดินได้นะคะ จะได้ออกกำลังกายไปด้วย” 

“ไม่ต้องห่วงหรอก เดี๋ยวคุณได้ออกกำลังกายแน่” คำตอบที่กำกวมของเขาทำเอาอัยย์หน้าแดง 

คุณอำภาได้แต่ยืนมองตามหลังคนทั้งคู่ เพราะรู้อยู่เต็มอกว่าตะวันไปที่ไหนมาทำให้เธอทั้งสงสารและเห็นใจอัยย์ แต่พอเห็นพวกเขาอยู่ด้วยกันแบบนี้ เธอก็ได้แต่ภาวนาขอให้ตะวันตัดสินใจได้เสียที 

หลังจากถูกวางลงบนเตียงอัยย์ก็ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก แต่ก็ต้องตกใจเพราะตะวันที่ยืนอยู่ปลายเตียง กำลังถอดเสื้อผ้าตัวเองออกทีละชิ้น ทีละชิ้น 

พริบตาเดียวเสื้อเชิ้ตสีขาวที่เขาใส่ก็ถูกถอดออกเผยให้เห็นแผงอกและหน้าท้องที่เต็มไปด้วยมัดกล้าม โดยไม่ละสายตาไปจากเธอ นิ้วเรียวของเขาก็เกี่ยวเข้าที่เข็มขัดแล้วถอดมันออก แล้วกางเกงของเขาก็ถูกโยนทิ้งไป 

หลังจากนั้นอัยย์ก็ไม่กล้ามองอีก แต่แม้จะเบือนหน้าหนี แต่หูของเธอก็ยังคงได้ยินเสียงผ้าที่ถูกโยนลงพื้น 

ทั้งหน้าและหูของอัยย์นั้นแดงไปหมด  

เขาเป็นอะไรของเขา เมื่อกี้ยังทำหน้าตาน่ากลัวใส่เธออยู่เลย แล้วจู่ๆ มาแก้ผ้าต่อหน้าเธอเนี่ยนะ  

อัยย์รู้สึกเหมือนจะเป็นบ้าเพราะอารมณ์ถูกกระชากไปมา สุดท้ายเธอก็ยกมือขึ้นปิดตาแล้วก้มหน้าลง 

ฟูกข้างๆ ตัวนั้นยวบลง แล้วเธอก็ตกอยู่ในอ้อมกอดของตะวัน แผ่นอกเปลือยเปล่าของเขาทาบอยู่กับแผ่นหลังของเธอ แขนทั้งสองข้างของตะวันนั้นกอดเธอไว้แน่น ความร้อนที่แผ่มาจากร่างกายเขาทำให้อัยย์ต้องห่อไหล่ 

ลมหายใจร้อนๆ ที่ซุกเข้ามาข้างลำคอทำให้เธอตัวสั่น ตะวันไม่ได้พูดอะไร แต่เอื้อมมาปลดเสื้อผ้าของเธอออก 

จากตอนแรกที่รู้สึกอายกลับกลายเป็นความโมโห เขาเห็นเธอเป็นอะไร ตุ๊กตาเหรอ..... เขาคาดหวังให้เธอยอมรับทุกอารมณ์ของเขาโดยไม่ปริปากเลยหรือยังไง  

ความโมโหและน้อยใจที่จู่โจมเข้ามาทำให้เธอน้ำตาคลอ ก่อนที่เสื้อผ้าจะถูกถอดออกจนหมด อัยย์ที่ตั้งสติได้แล้วก็ดันมือเขาออกเบาๆ  

“เดี๋ยวก่อนค่ะ เดี๋ยวก่อนค่ะตะวัน” 

ตอนแรกตะวันไม่ได้สนใจเสียงห้ามของเธอ แต่น้ำตาที่หยดลงบนแขนทำให้เขาตกใจ 

เขาทำให้เธอร้องไห้อย่างนั้นเหรอ?............ 

“ทำไม?” ทำไมเธอถึงร้องไห้ น้ำตาของอัยย์ทำเอาเขาตัวแข็งทื่อ “ทำไมถึงร้องไห้” 

อัยย์ก้มหน้าแค่เธอกะพริบตาเบาๆ น้ำตาก็ไหลออกมาแล้ว 

“อย่างน้อย....ก็บอกฉันหน่อยว่าที่คุณทำกับฉันแบบนี้ มันเพราะอะไร” 

“ไม่รู้จริงๆ เหรอว่าเพราะอะไร ไม่รู้จริงๆ เหรอว่าคุณทำอะไรลงไป ผมบอกแล้วใช่ไหม ว่าอย่าไปกับผู้ชายคนอื่น” 

อัยย์ตัวแข็งทื่อ เธอเงยหน้าที่เต็มไปด้วยน้ำตาขึ้นมาสบตาเขา ในหัวก็เริ่มคาดเดาว่าตะวันหมายถึงเรื่องที่เธอไปเจอซัน หรือเรื่องที่ไปทำอาหารให้พอลกันนะ 

น้ำตาของเธอทำเอาเขาใจอ่อนยวบ แต่เมื่อนึกถึงสิ่งที่ตัวเองเจอก็ทำให้ตะวันขบกรามแน่น ความโมโหที่เก็บกักเอาไว้ตั้งแต่เมื่อวาน ค่อยๆ ถูกปลดปล่อยออกมาผ่านเสียงทุ้มต่ำและน่ากลัว 

นาทีที่เห็นภาพอัยย์เดินยิ้มแย้มอยู่ข้างซัน มือของเพื่อนสนิทที่แตะเอวเธอเบาๆ ตะวันโมโหเสียจนเกือบปาโทรศัพท์ทิ้งและยิ่งโมโหมากขึ้นเพราะตัวเองนั้นอยู่ไกลเสียจนไม่สามารถไปหาเธอได้ทันทีอย่างที่ใจต้องการ 

“นี่เป็นการลงโทษ หลังจากนี้อย่าได้คิดที่จะไปเดินห้างกับผู้ชายคนอื่น”  

อัยย์เหมือนยกภูเขาออกจากอก เพราะในที่สุดเธอก็ได้รู้เสียทีว่าเป็นเรื่องอะไร และแอบโล่งใจเล็กน้อยที่ตะวันยังไม่รู้เรื่องพอล  

แต่ทำไมเขาต้องโกรธขนาดนี้ล่ะ นั้นเพื่อนสนิทเขานะ  

“คุณ...คงไม่ได้รีบกลับมาเพราะเรื่องนี้หรอกใช่ไหม” 

“แล้วคุณคิดว่าจะมีเรื่องอะไรทำให้ผมโกรธได้อีก” 

เธอมีความหมายมากขนาดนั้นเลยเหรอ จู่ๆ ข้างในหัวใจก็เหมือนมีผีเสื้อมากระพือปีก แต่ยังไม่ทันที่จะพูดอะไรออกไป ตะวันก็กดจูบลงบนริมฝีปากเธอ หัวใจที่หวั่นไหวเมื่อรู้ว่าเขารีบกลับมาเพราะเธอทำให้อัยย์เอื้อมมือไปแตะแก้มเขาเบาๆ 

ตะวันถอนจูบแล้วฝังหน้าลงบนหน้าอกของเธอ เขาจูบลงบนผิวบางและสูดกลิ่นหอมที่คิดถึงมาหลายวัน  

เขาเงยหน้าขึ้น...ดวงตาสีดำที่ลึกล้ำมองมาที่หน้าเธอ แววตาของเขาปะปนไปด้วยความสับสนและความรัก 

อัยย์รู้สึกเหมือนโลกหยุดหมุน ที่เธอเห็นมันใช่ความรักไหมนะ? 

แต่ก็เพียงแค่พริบตาดวงตาของเขาก็กลับไปเย็นชาเหมือนเดิม 

เขาจะรักเธอบ้างไหม สิ่งที่ทั้งคู่มีระหว่างกัน มันมีความหมายกับตะวันมากน้อยแค่ไหน เธอก็ไม่กล้าคาดเดา 

ตะวันจูบลงตรงกลางหว่างคิ้ว แล้วกระซิบเบาๆ “หยุดคิดได้แล้ว”  

หลังจากนั้นเขาก็จูบเธอ จูบที่แสนหวานและเรียกร้องความสนใจจากเธอ อุณหภูมิในห้องค่อยๆ สูงขึ้น เขาจูบผิวนิ่มนวลที่คอแล้วค่อยๆ ไล่ลงมาที่หน้าอกนุ่ม อัยย์เอนหลังลงบนเตียงปล่อยให้ร่างกายซึมซับทุกๆ การเคลื่อนไหวของมือและริมฝีปากของเขา 

หลังจากนั้นตะวันก็แทบไม่ต้องออกแรงถอดเสื้อผ้าของเธอเลย บราสีขาวถูกถอดออกเพื่อปลดปล่อยหน้าอกเต่งตึงทั้งสองข้างให้เป็นอิสระ ตะวันซุกหน้าลงไปเคล้าคลึงความนุ่มนวลที่เขาโหยหา เสียงครางเบาๆ จากลำคอบอกให้เธอรู้ว่าเขาพอใจกับมันมากแค่ไหน  

อัยย์แทรกมือลงไปบนกลุ่มผมสีดำนุ่มนวลของเขา การได้อยู่ด้วยกันเหมือนเป็นความฝัน ฝันที่เธอไม่อยากจะตื่น เธอโอบกอดตะวันไว้เพื่อยืนยันกับตัวเองว่าเขาอยู่กับเธอตรงนี้จริงๆ 

ตะวันแนบหน้าผากตัวเองเข้ากับหน้าผากเธอ แล้วมองลงไปที่ดวงตาสีอ่อน เขาอยากจะครอบครองและแสดงความเป็นเจ้าของเธอ  

เขาจูบที่ลำคอของเธอ เริ่มจากเบาๆ แล้วก็กัดบนผิวบางจนมีร่องรอยเกิดขึ้น 

“โอ๊ย...เจ็บ” อัยย์ร้องออกมาเบาๆ แล้วย่นคอหนี แต่ตะวันเอื้อมมือมาจับคางเธอไว้ แล้วกระซิบชิดริมฝีปาก 

“นี่เป็นการทำโทษ และจำเอาไว้ว่าคุณเป็นของผม” ตะวันจูบไปบนผิวนวลทั่วตัวเธอ อย่าว่าแต่กัดเลย เขาอยากจะกลืนเธอเข้าไปทั้งตัวถ้าทำได้ แต่ถ้าไม่เพราะลูกในท้อง เขาคงตักตวงจากเธอมากกว่านี้แล้ว 

ตะวันพลิกตัวนอนหงาย เขาดึงเธอเข้ามาจูบ มือหนึ่งจับมือของอัยย์ไว้ แล้วพามันไปพบกับร่างกายที่กำลังเรียกร้องการดูแลจากเธอ อัยย์เงยหน้ารับจูบของเขา แล้วเกาะกุมมันไว้ มือของเธอขยับไปมาเพื่อเร่งเร้าให้เขาได้พบกับการปลดปล่อย 

เขาส่งเสียงครางเบาๆ ราวกับถูกทรมาน อัยย์จูบเบาๆ ที่หน้าอกเขาและเร่งเร้าจังหวะที่มือเธอ ไม่รู้ว่าผ่านไปนานแค่ไหนกว่าที่ตะวันจะปลดปล่อยและถอนหายใจออกมาเบาๆ  

เขาประคองใบหน้าเธอไว้ในมือทั้งสองข้างแล้วจูบอย่างดื่มด่ำ ตะวันกอดเธอไว้แนบอก หลังจากนั้นไม่นานอัยย์ที่เหนื่อยล้าก็หลับไป 

ตะวันนอนมองใบหน้ายามหลับใหลของคนในอ้อมกอด ริมฝีปากที่เคยเย็นชาก็เผยให้เห็นรอยยิ้มบางๆ เขาจูบเบาๆ ที่หัวคิ้วและดวงตาของเธอ จูบของเขาในตอนนี้นั้นนุ่มนวลและอ่อนโยนกว่าที่เคยทำก่อนหน้านี้มากนัก 

ถ้าอัยย์ลืมตามาเห็นแววตาของเขาในตอนนี้ เธอก็คงจะไม่ต้องสงสัยอีกต่อไปว่าตะวันนั้น.........รักเธอหรือเปล่า 

ตะวันลุกขึ้นจากเตียง เขาเลี่ยงไปอาบน้ำที่ห้องทำงานเพราะไม่อยากให้เธอตื่น  

หลังจากอาบน้ำเสร็จแล้ว ตะวันที่อยู่ในชุดคลุมก็เดินออกมาจากห้องน้ำ แล้วเดินไปหยิบไวน์มารินใส่แก้ว แสงสว่างที่วาบขึ้นทำให้เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู  

ข้อความสั้นที่ถูกส่งมากระตุ้นให้เขาเดินไปนั่งที่โต๊ะทำงานแล้วเปิดคอมพิวเตอร์ ไม่นานพรินต์เตอร์ในห้องก็ส่งเสียงพร้อมกับพิมพ์เอกสารสองสามใบออกมา 

แค่ปรายตามองเอกสารที่พิมพ์ออกมา ตะวันก็ต้องถอนหายใจ เขาวางมันลงบนโต๊ะแล้วหยิบไวน์ขึ้นมาดื่ม ความร้อนของแอลกอฮอล์เพิ่มอุณหภูมิให้กับร่างกาย เขาเอนหลังพิงเก้าอี้แล้วเอื้อมมืออีกข้างไปหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรหาใครบางคน 

“ทำไมโทรมาเวลานี้ หรือแสงไฟในฮ่องกงมันทำให้นอนไม่หลับ” เห็นได้ชัดว่าแม้จะดึกแล้วแต่ซันก็ยังตื่นเต็มตา 

“ฉันกลับมาแล้ว” 

“กลัวมาเร็วจังนะ ฮ่าฮ่าฮ่า” เสียงหัวเราะอย่างมีความสุขของซันนั้นดังก้องหูเขา 

“ฉันว่าแล้ว ว่านายทนไม่ได้หรอก รู้แล้วใช่ไหมว่าผู้หญิงธรรมดาที่อยู่ในบ้านของนายดีกว่านางฟ้าที่อยู่ข้างนอกนั่น หลังจากผ่านมาหลายปีนายก็ตาสว่างแล้วสินะ” หางเสียงเต็มไปด้วยความประชดประชันจากเพื่อนสนิท 

พอได้รู้ว่าเพื่อนทนไม่ไหวจนต้องแล่นกลับมา ซันก็มีความสุขเสียจนแทบบินได้ 

เขาไม่เคยมองนาราเป็นนางฟ้านางสวรรค์มาตั้งแต่ไหนแต่ไร ไม่เหมือนตะวันกับลูน่าที่คิดว่าเธอนั้นช่างแสนดีและน่าทะนุถนอม แต่เป็นผู้หญิงที่ฉลาดและร้ายกาจไม่น้อยเลยทีเดียว 

เขาอยู่เคียงข้างตะวันมาหลายปี ทำไมเขาจะไม่รู้ว่าลึกๆ แล้วความรู้สึกที่เพื่อนมีต่อนารานั้นไม่ใช่ความรัก และนารานั้นไม่ใช่ผู้หญิงแบบที่ตะวันชอบ ไม่ใช่ทั้งรูปร่างหน้าตาแล้วก็นิสัย  

เริ่มต้นจากความรู้สึกขอบคุณเปลี่ยนเป็นความผูกพัน และตอนนี้ก็กลายเป็นความรับผิดชอบอันหนักหนาที่กดลงมาบนบ่าของตะวัน 

เพื่อนของเขาต้องรับผิดชอบที่ทำให้อีกฝ่ายวาดฝันถึงวันที่จะได้อยู่ด้วยกัน ต้องรับผิดชอบที่ไปตกปากรับคำแต่งงานทั้งๆ ที่ยังไม่รู้จักหัวใจตัวเองดีพอ  

แต่ตะวันเองก็คงจะนึกไม่ถึงว่าจะมีวันนี้ วันที่ใครบางคนเข้ามายึดครองพื้นที่ในหัวใจเขา 

“ที่ส่งรูปพวกนั้นมาให้ก็เพราะอยากให้ฉันรีบบินกลับมาเนี่ยเหรอ?” 

“ใช่” ซันยอมรับตามตรง  

“แต่ใครจะไปคิดว่ามันจะได้ผลดีขนาดนี้” น้ำเสียงล้อเลียนของเพื่อนทำเอาตะวันต้องเม้มปากแน่น  

“ใครจะไปคิดว่ารูปธรรมดาๆ แค่ไม่กี่ใบ มันจะกระตุ้นให้นายกลับมาได้จริง” 

“ฉันไม่ได้กลับมาเพราะรูปพวกนั้น” ตะวันกัดฟันตอบ เขาไม่ต้องการยอมรับว่าอัยย์มีอิทธิพลกับเขามากแค่ไหน 

“อ้อ.......เหรอ” ซันลากเสียง เห็นเพื่อนปากแข็งแบบนี้ เขาก็ยิ่งอยากแกล้ง “ถ้าอย่างนั้นครั้งหน้าฉันพาพี่สะใภ้ไปออกงานด้วยได้ใช่ไหม” 

ตะวันหน้าตึงในทันที มือกำก้านแก้วไว้แน่นจนแทบจะหักคามือ  

“กล้าเหรอ?” เสียงเย็นเยียบถามกลับไป 

แต่นอกจากซันจะไม่กลัวแล้วยังทำไม่รู้ไม่ชี้ใส่ “ทำไมจะไม่กล้าก็แค่ไปออกงานด้วยกัน ดีเสียอีกพี่สะใภ้จะได้รู้จักคนเยอะๆ เข้าใจไหม? รู้จักคนเยอะขึ้น ทั้งผู้หญิงแล้วก็........ผู้ชาย” 

“ผู้ชาย....อย่างงั้นเหรอ?”  

ซันยิ้มเพราะจับได้แล้วว่าเพื่อนของเขานั้นขี้หึงแค่ไหน ดูเหมือนว่าเขาจะประเมินตะวันต่ำเกินไป 

ไอ้หมอนี่มันหึงจนหน้ามืด ไม่สนว่าจะเป็นใครทั้งนั้น 

“ซัน” ตะวันเรียกเพื่อนด้วยเสียงเบาๆ แต่น่ากลัว “ฉันถือว่าเตือนแล้วนะ ต่อให้เป็นเพื่อนกันมานานแค่ไหน แต่ถ้ามีครั้งหน้าอีก ฉันจะไม่ปล่อยนายเอาไว้แน่” 

“ครับ...ครับ” นอกจากจะไม่กลัวแล้ว ซันกลับรู้สึกสนุกเสียอย่างนั้น 

นึกไม่ถึงเลยว่าจะมีวันนี้ วันที่มีตัวแปรสำคัญอย่างอัยย์เข้ามาในชีวิตของตะวัน.... 

 

…………………………………………………………. 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว