facebook-icon Twitter-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : Let me be yours : Part 11 [50%]

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.2k

ความคิดเห็น : 6

ปรับปรุงล่าสุด : 20 พ.ค. 2564 22:44 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Let me be yours : Part 11 [50%]
แบบอักษร

Let me be yours 11 

 

โยลันดากลับมาพร้อมอาหารมื้อเย็นสำเร็จรูปเต็มสองมือ หอบหิ้วถุงพะรุงพะรังวางลงบนโต๊ะในห้องครัวเสร็จพอดีกับที่ลูกชายตัวแสบโผล่หน้าเข้ามา ด้านหลังมีร่างสูงคุ้นตาเดินตามมาด้วยอีกคน ภาพนี้แทบจะเป็นภาพคุ้นตาประจำวันของบ้านเธอไปแล้ว ตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ที่โจเซฟไม่ได้มาที่นี่เพราะคำเชิญของเธอแต่เป็นเพราะนาธาน ทว่าครั้งนี้แปลกหน่อยตรงที่ได้เห็นเขาช่วงเย็นไม่ใช่ช่วงเช้า 

"อ้าวโจเซฟ อยู่นี่ด้วยเหรอ" 

"สวัสดีครับ" 

โยลันดายิ้มรับคำทักทาย "สวัสดีจ้ะ เมื่อกี้ฉันเพิ่งเจอหนุ่มหล่อเพื่อนเธอ เขาให้สลัดของว่างกับลาซานญ่าฉันมาเยอะเลย เห็นบอกว่าทดลองฝีมือพ่อครัวแล้วของเหลือเยอะแบ่งกันไม่หมด ฉันเลยได้รับส่วนแบ่งมาด้วย อยู่กินด้วยกันก่อนสิ" 

"ทอมเหรอครับ" 

"น่าจะใช่เขานะจ๊ะ" 

ถ้าโยลันดาเจอทอมที่บาร์ก็แสดงว่าเขาจัดการแขกไม่ได้รับเชิญที่ร้านสักเรียบร้อยแล้ว หากฝั่งนั้นยอมเลิกรากลับไปง่ายๆ ก็คงดี 

โจเซฟช่วยโยลันดาจัดอาหารที่ยังร้อนอยู่ใส่จานโดยมีเด็กแสบเตรียมข้าวของจัดโต๊ะอาหาร ไม่นานกลิ่นหอมฉุยยั่วน้ำลายก็ลอยกรุ่นไปทั่วครัว เด็กแสบแอบหยิบเฟรนช์ฟายส์เข้าปากไปหลายชิ้นเพราะความหิว 

"ดูท่าจะไปได้ดีเลยนะ" โยลันดาเอ่ยปากชม 

"หวังว่าอย่างนั้นครับ อีกสองวันร้านจะเปิดแล้ว ผมมาชวนคุณไปงานเปิดร้านด้วยกัน" 

"จ้ะ ทอมเพื่อนเธอบอกฉันแล้วล่ะ แถมฉันยังปฏิเสธหนุ่มหล่อไม่ได้ด้วยสิ ก็เลยตอบตกลงไปแล้วล่ะจ้ะ" 

"แม่" 

นาธานปรามคุณแม่ยังสวยของเขาเสียงเข้ม โยลันดาครองความโสดมาตลอดตั้งแต่สามีของเธอจากไป นาธานไม่เคยเห็นแม่มองหาคนรักคนใหม่อีกเลยทั้งที่เขาไม่เคยห้าม เพราะอย่างไรแล้วเธอก็คือผู้หญิงคนเดียวที่เขารักมากที่สุด ความสุขของเธอก็คือความสุขของเขาเหมือนกัน แต่เรื่องเต๊าะลูกค้าหนุ่มๆ ในร้านนี่ละก็....ไม่เคยขาดเชียว 

เธอเพียงหัวเราะเสียงใส นำทุกคนนั่งลงรับประทานอาหารเย็นด้วยกัน 

"หลังจากนาทสอบเสร็จแล้ว ผมจะขอตัวเขาไปช่วยงานที่ร้านนะครับ" โจเซฟเอ่ยปากขึ้นในระหว่างมื้ออาหาร ดวงตาอ่อนแสงมองไปทางเจ้าเม่นน้อยที่กำลังใช้ส้อมตักลาซานญ่าคำใหญ่เข้าปาก ชีสยืดเสียจนตวัดเลอะ เขาต้องหักห้ามใจอยู่หลายวินาทีไม่ยื่นมือไปเช็ดคราบซอสมะเขือเทศตรงมุมปากให้ หันไปหยิบกระดาษทิชชูยัดใส่มือเจ้าตัวแสบแทน 

มีหรือที่การกระทำเล็กๆ น้อยๆ นั้นจะพลาดไปจากสายตาโยลันดา เธอเพียงแย้มรอยยิ้มบาง "แหม เลือกใช้คำได้ดีเลยนะจ๊ะ" ทำไมเธอจะไม่รู้ว่าคนรบเร้าอยากไปทำงานที่นั่นจริงๆ คือใคร "แต่ได้ยินแบบนี้ก็เบาใจแล้วล่ะว่า ถ้าเจ้าเด็กดื้อนี่ก่อปัญหาจะมีคนคอยกำราบดูแล" 

"ผมไม่ใช่คนชอบสร้างปัญหาสักหน่อย" เจ้าตัวแสบที่กำลังถูกพูดถึงเอ่ยประท้วง ยกกระดาษทิชชูในมือขึ้นมาเช็ดปากหน้ายุ่ง ทำไมรู้สึกเหมือนสองคนนี้เข้าขากันดีเหลือเกินนะ 

"ก็คอยดูไปแล้วกัน" 

 

ควรรู้ไว้ว่า ไม่สร้างปัญหาไม่มีอยู่ในพจนานุกรมของนาธาน 

งานรับประกาศนียบัตรจบการศึกษาผ่านพ้นไปแล้ว เริ่มต้นเข้าสู่ช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของวัยว้าวุ่นกำหนดเส้นทางดำเนินชีวิตของตัวเอง เดือนหน้าแรนดี้จะเดินทางไปเข้าแค้มป์อะไรสักอย่างของวิทยาลัยชุมชนในสาขาที่เขาเลือกเรียนต่อ ซึ่งนาธานไม่ได้สนใจรับรู้เพราะนั่นเท่ากับเขาจะย้ายไปจากที่นี่เร็วขึ้น 

สำหรับเขามันไม่ใช่ข่าวดี 

นี่จึงเป็นเหตุผลที่หมู่นี้นาธานมีเพื่อนใหม่มากหน้าหลายตาเป็นพิเศษ ทำเอาโจเซฟไม่ค่อยพอใจนัก เพราะเพื่อนใหม่ของเด็กแสบล้วนเป็นคนคุ้นหน้าจากทะเลสาบทั้งสิ้น แม้ยาเสพติดอันตรายจะถูกกวาดล้างไปเป็นส่วนมากแล้วก็ตาม แต่เขาไม่ชอบใจอยู่ดีที่นาธานไปคลุกคลีกับคนกลุ่มนั้นบ่อยๆ 

ดีหน่อยตรงที่นาธานเริ่มฝึกงานที่บาร์มาได้อาทิตย์กว่าแล้ว การทำงานแบ่งเป็นสองกะคือกลางวันกับกลางคืน พนักงานในร้านผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันไป ช่วงแรกโจเซฟอยากให้นาธานทำงานแค่ช่วงเวลากลางวันเท่านั้นเพราะบาร์ปิดตีสอง กว่าจะเก็บร้านกลับบ้านได้ก็เกือบฟ้าสางในอีกไม่กี่ชั่วโมงแล้ว แต่เพราะช่วงที่บาร์คึกคักและมีลูกค้ามากที่สุดคือช่วงหัวค่ำ เด็กแสบที่ชื่นชอบการพบปะผู้คนจึงรบเร้าขอลองงานกะกลางคืนดูบ้าง ผลได้ที่ก็คือ.... 

งานในครัว!  

โจเซฟบอกให้เขาเริ่มต้นจากงานในครัว! 

แต่โจเซฟไม่ได้บอกว่างานในครัวคือการถูพื้น ทิ้งขยะ เช็ดจาน ทำความสะอาดอะไรก็ตามที่สกปรก โอเคล่ะว่าที่ร้านมีเครื่องล้างจานด้วยแต่อะไรเล็กๆ น้อยๆ นาธานเป็นผู้รับผิดชอบทั้งหมด ไหนจะต้องเตรียมของช่วยพ่อครัวหลักของครัวอีก และเพราะเป็นกะกลางคืนต้องอยู่ไปจนถึงปิดร้าน ทุกสิ่งทุกอย่างจึงต้องเก็บกวาดให้หมดจดเพื่อกะกลางวันจะได้เริ่มงานใหม่ได้ในวันถัดไป ทีตอนเปิดร้านไม่เห็นเหนื่อยอย่างนี้เลย! 

นี่มันแรงงานทาส! นี่มันโรงงานนรก!!  

โครม!  

นาธานโยนถุงขยะใบสุดท้ายลงถังด้วยใบหน้าบูดบึ้ง ใครจะรู้ว่าโจเซฟไม่ยอมให้เขาเยี่ยมหน้าออกมาดูความรื่นเริงภายในร้านสักวินาที แถมเวลาเลิกงานยังเป็นเวลาที่เขาควรได้นอนอยู่บนเตียงอุ่นๆ ไม่ใช่มาเดินข้างถนนในคืนที่อากาศกลับมาติดลบอีกครั้งอย่างนี้ เพิ่งจะเข้าฤดูใบไม้ผลิไม่นานอากาศจึงยังแปรปรวนไม่หาย ขาเขาสั่นไปหมดแล้วเพราะยืนมาหลายชั่วโมง 

"นาธาน" 

เจ้าของชื่อหันหลังมองตามเสียงเรียกก็ต้องขมวดคิ้วเมื่อพบครูซยืนสองมือล้วงกระเป๋าส่งยิ้มมาให้อยู่ไม่ไกล "ทำอะไรน่ะ เพิ่งเลิกงานเหรอ" 

คนถูกถามถอนหายใจเฮือก "เหลือเก็บโต๊ะก็จะได้เลิกงานเฮ็งซวยนี่จริงๆ สักที วันนี้ฉันหัวหมุนเดินไปเดินมาในครัวแคบๆ ทั้งคืน นายล่ะมาทำอะไรแถวนี้ นี่ไม่ใช่เวลามาเดินเล่นหรอกมั้ง" บนทางเท้าแทบไม่เห็นคนเดินแล้วด้วยซ้ำ นักเที่ยวเองก็ทยอยกลับบ้านไปหมดแล้ว 

ครูซเพียงยักไหล่ กวาดตามองไปรอบๆ ก่อนจะหันมาส่งยิ้มให้ด้วยท่าทีผ่อนคลาย "ฉันมาทำธุระแถวนี้ก็เลยแวะมาดูเฉยๆ เห็นคนล่ำลือกันว่าบาร์เปิดใหม่น่าสนใจดี" 

"คราวหน้าก็แวะมาตอนที่ร้านยังเปิดสิ จะได้รู้ว่าน่าสนใจจริงหรือเปล่า มาตอนนี้ก็เห็นแค่เศษอาหารเหลือๆ ที่ฉันเอามาทิ้งเท่านั้นแหละ" 

ครูซหัวเราะน้ำเสียงขุ่นขึ้งของนาธานเบาๆ ท่าทางไม่ยี่หระกับคำพูดกระทบกระเทียบ "ทำไมวันนี้หัวร้อนจัง ไหนบอกว่าเป็นคนอยากมาทำงานที่นี่เองไง" 

"เหนื่อยจะตายอยู่แล้ว ไม่รู้ทำไมไม่ยอมให้ทำงานสบายๆ หน้าบาร์สักที คงคิดจะทรมานฉันให้เลิกอยากทำงานกะกลางคืนน่ะสิ" ทำไมนาธานจะไม่รู้ว่าโจเซฟต้องการอะไร หมอนั่นอยากให้เขาทำงานช่วงเวลากลางวันมากกว่าถึงได้หาเรื่องใช้เขาจนหัวหมุน แต่คิดว่าเขาจะยอมแพ้ง่ายๆ แค่นี้หรือไง ไม่มีทางเสียหรอก 

"ทำงานกะกลางคืนก็ดีแล้วนี่ กลางวันจะได้แวะไปหาพวกฉันบ้าง" 

"ตอนกลางวันหลับเหมือนตาย จะให้เอาเวลาที่ไหนไปหา" 

คนอายุมากกว่ายิ้มกริ่มเดินสองมือล้วงกระเป๋าสืบเท้าเข้ามาใกล้อีกนิด มือข้างหนึ่งยื่นมาตรงหน้าโดยไม่พูดอะไรและยัดบางอย่างใส่มือนาธาน พลางจับรวบฝ่ามือเขาให้กำมันไว้แน่น นาธานขมวดคิ้วมองการกระทำของอีกฝ่ายด้วยความไม่เข้าใจเจตนาแฝง พยายามอ่านความหมายในดวงตาสีอ่อนของครูซ 

"หมู่นี้เห็นนายไม่ค่อยแวะไปหาก็เลยเอาของมาเติมให้" 

"ของ? " 

"อืม มันทำให้หายเหนื่อย แถมกระปรี้กระเปร่ากระชุ่มกระชวย ไม่มีหรอกอารมณ์เสียอย่างที่นายเป็นอยู่ตอนนี้ คิดว่าน่าจะช่วยได้นะ" 

ดวงตากลมหรี่ลง ขบคิดถึงคุณสมบัติว่ามันพอจะเป็นอะไรได้บ้าง แต่ส่วนใหญ่มันก็ออกฤทธิ์ในทิศทางเดียวกันหมด อีกอย่างของที่ครูซหาได้ระยะนี้ก็คงไม่พ้นกัญชา แต่ที่น่าสงสัยยิ่งกว่าคือทำไมต้องเอามาให้ถึงที่แถมยังในเวลาแบบนี้ ทว่าคาดเดาไปก็เท่านั้นเพราะมันเสียเวลาเปล่า ไม่สู้ถามให้รู้เรื่องไปเลย 

"มันคืออะไร" 

ครูซยิ้มเจ้าเล่ห์ เคลื่อนตัวเข้ามาใกล้อีกนิดและกระซิบตอบเสียงเบา ยิ่งทวีคูณความไม่น่าไว้วางใจ "....โค้ก" 

โค้ก?!  

ด้วยอุปาทานทำเอาราวกับของในกำมือร้อนวาบขึ้นมาได้อย่างน่าอัศจรรย์ หากไม่ฝืนกำมันไว้แน่นขึ้นนาธานคงจะปล่อยมันทิ้งลงบนพื้นไปแล้ว 

นี่ไม่ใช่คำตอบที่นาธานคาดคิดว่าจะได้ยิน ของแบบนี้.... 

หากฟังผิวเผินคนทั่วไปอาจคิดว่าไม่มีอะไร แต่โค้กในที่นี้ไม่ใช่เครื่องดื่มโคคาโคล่า เพราะสิ่งที่อีกฝ่ายยื่นมาไม่ใช่ขวดแก้วหรือกระป๋อง แต่เป็นซองพลาสติกขนาดเล็กที่อัดแน่นไว้ด้วยผงละเอียดสีขาว โค้กเป็นศัพท์สแลงใช้เรียกสารเสพติดราคาแพงที่รู้จักกันทั่วไปในนามว่าโคเคน แต่ของอันตรายแบบนี้ดีแลนกวาดล้างไปหมดแล้วไม่ใช่หรือ ทำไมยังตกมาถึงมือเขาได้อีก 

ดวงตาสีเข้มเหลือบขึ้นมองคนที่ยืนอยู่ในระยะประชิดด้วยสายตาระแวดระวัง "นายได้ของแบบนี้มาจากไหน" 

"ไม่ต้องรู้หรอก รู้แค่ว่ามันมีไม่เยอะและหายากมากก็พอ ถ้านายอยากได้อีกก็แค่มาหาฉันที่ทะเลสาบ" 

"หายากขนาดนั้นทำไมถึงให้ฉันฟรีๆ " 

อีกฝ่ายเพียงยักไหล่เหมือนไม่ใช่เรื่องใหญ่โตอะไร "ฉันนึกว่าหมู่นี้เราสนิทกันมากขึ้นแล้วซะอีก อย่าคิดมากเลยน่า นี่มันก็แค่ของทดลองเล่น ฉันแบ่งออกมาให้นายในปริมาณที่น้อยมากๆ คิดเป็นเงินไม่เท่าไหร่หรอก ทำเหมือนกับว่าฉันไม่เคยแบ่งของเล่นสนุกๆ ให้พวกนายอย่างนั้นแหละ แต่แน่นอนว่าถ้าติดใจขึ้นมาครั้งหน้าไม่ฟรีแล้วนะ" 

ถึงอย่างนั้นนาธานก็ยังไม่กลิ่นความไม่ชอบมาพากลอยู่ดี แม้ที่ผ่านมาครูซจะแบ่งกัญชาให้เขากับแรนดี้โดยไม่เคยคิดเงินสักเซ็นต์ก็เถอะ แต่ตอนนี้นาธานไม่ใช่คนเดียวกับเมื่อก่อนแล้ว 

"ไม่กลัวฉันบอกโจเซฟหรือไง" 

ครูซส่ายใบหน้าน้อยๆ เอื้อนเอ่ยเชื่องช้าราวกับกำลังกล่าวถ้อยคำพยากรณ์ "นายไม่บอกหรอก" 

นาธานยังคงไม่เข้าใจ "ทำไมถึงคิดว่าฉันจะไม่บอก" 

ดวงตาสีอ่อนมองมาราวกับเครื่องเอกซเรย์ที่สามารถอ่านนาธานได้ทะลุปรุโปร่ง นั่นทำให้เขาหวั่นใจ "นายรักสนุก ชอบความท้าทาย นาธานที่ฉันรู้จักไม่ยอมตกอยู่ใต้คำสั่งใครง่ายๆ หรอก ของแค่นี้ก็ต้องให้คนอื่นมาคอยบงการชีวิตด้วยหรือไง ชีวิตอิสระที่นายวาดฝันมันจะเป็นไปได้ยังไงถ้ามีบ่วงคอยรัดคออยู่อย่างนี้ ฉันไม่ได้บอกว่าการมีคนรักไม่ใช่เรื่องดี แต่ทุกคนก็ควรมีพื้นที่ส่วนตัวของตัวเองบ้าง นายคิดเอาแล้วกันว่าอยากทำลายพื้นที่สนุกสนานเล็กๆ น้อยๆ ของนายทิ้งหรือเปล่า ขึ้นอยู่กับนายแล้ว" 

คนฟังขมวดคิ้วยุ่งคิดตามคำพูดที่เหมือนมีดปลายแหลมเสียดแทงเข้ามากลางใจ ปฏิเสธไม่ได้ว่านาธานเคยเป็นเช่นนั้นจริงๆ ทว่าในตอนนั้นเองที่เสียงเข้มงวดจวนเจียนจะกลายเป็นการตะโกนดังขึ้น "นาท! " 

เด็กแสบสะดุ้งน้อยๆ หันมองไปตามเสียงเรียกที่ส่งผลต่อเขาโดยอัตโนมัติ เห็นโจเซฟยืนอยู่ตรงนั้นด้วยสีหน้าท่าทางขึงขัง รู้ได้ทันทีว่าเขากำลังโกรธแล้ว "มัวทำอะไรอยู่ ทำไมไม่กลับเข้ามาสักที" 

"ไปแล้วๆ " นาธานตะโกนตอบกลับไป ก่อนจะหันมาสบตากับครูซในเสี้ยววินาทีสุดท้าย ตอนนั้นเองที่ซองพลาสติกเล็กๆ ถูกยัดลงในกระเป๋ากางเกงยีนของตัวเองในจังหวะที่คิดว่าเป็นมุมอับสายตาของโจเซฟ 

....เขาจะเก็บมันไว้ก่อนแล้วค่อยตัดสินใจ 

เจ้าเม่นแคระวิ่งเหยาะๆ เดินตามหลังโจเซฟเข้ามาในบาร์ เก้าอี้ถูกจัดเก็บเรียบร้อยทั้งหมด พื้นสะอาดบ่งบอกว่าในระยะเวลาที่เขาไม่อยู่คนอื่นทำแทนไปหมดแล้ว ทั้งในครัวและหลังเค้าน์เตอร์บาร์ปิดไฟแล้วเช่นกัน ไร้วี่แววพนักงานคนอื่น นี่เขายืนคุยกับครูซนานขนาดนั้นเลยหรือไงนะ 

"กลับกันหมดแล้วเหรอ" 

"หมอนั่นมาทำอะไร" แทนที่จะตอบ โจเซฟกลับหันมาเผชิญหน้าด้วยคำถามแทน เจ้าตัวแสบจึงทิ้งตัวนั่งหมิ่นๆ ลงบนขอบโต๊ะใกล้ๆ อธิบายหน้าซื่อ 

"เห็นบอกว่ามาทำธุระแถวนี้พอดีก็เลยแวะมา คิดว่าบาร์ยังเปิดอยู่" 

"แค่นั้น? " 

"แค่นั้นแหละ" 

"แล้วอะไรอยู่ในกระเป๋ากางเกง" 

เจ้าตัวดีถึงกับสะดุ้งวาบในใจ ไกลขนาดนั้นก็ยังเห็นอีก! นี่โจเซฟหรือว่ากล้องส่องทางไกลปลอมตัวมากันแน่ คิดว่าแอบจนแนบเนียนแล้วแท้ๆ ประมาทผู้ชายคนนี้คือเรื่องโง่เง่าชัดๆ 

นาธานแสร้งทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ ล้วงมือหยิบของในกระเป๋ากางเกงออกมายื่นให้อีกฝ่ายดู "หมากฝรั่ง" 

ให้ตายสิ ดีจริงๆ ที่แอบจิ๊กเพื่อนร่วมงานมาชิ้นหนึ่ง เขายื่นหมากฝรั่งชิ้นเล็กส่งให้อีกฝ่ายดู โจเซฟเพียงปรายตามองก่อนจะก้าวเข้ามาใกล้ขึ้น กระทั่งเท้าแขนสองข้างลงกับโต๊ะกักเม่นน้อยไว้ตรงกลาง ตาคมดุมองจ้องมาราวกับจะทะลุเข้าไปในหัวสมองของเขาอย่างไรอย่างนั้น และโดยไม่ทันตั้งตัวมือใหญ่สองข้างก็ล้วงเข้ามาในกระเป๋ากางเกงของนาธานเสียเอง 

บ้าเอ๊ย 

ขอบคุณสวรรค์!!  

ขอบคุณสวรรค์ที่ดลบันดาลให้ตัวเองรอบคอบขนาดนี้! 

เพราะในกระเป๋ากางเกงยีนทั้งสองข้างว่างเปล่า โจเซฟไม่พบอะไรที่มันควรจะอยู่ในนั้น เพราะนาธานแอบโยนมันใส่กระถางลูกอมตรงทางเข้าร้านไปก่อนแล้ว! ทั้งที่ในใจกำลังเต้นกระหน่ำระรัว ใบหน้ากลับไม่เผยพิรุธ 

เจ้าตัวดีกอดอกเบะปากคว่ำ แสดงละครแสร้งทำเป็นน้อยใจ "ทำไม คำพูดฉันมันไม่น่าเชื่อถือเลยใช่ไหม ถึงได้สอบสวนกันเหมือนเป็นนักโทษขนาดนี้" 

โจเซฟชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะพรั่งพรูลมหายใจยาวเหยียด คิ้วขมวดแน่นคลายตัวออกสีหน้าผ่อนคลายลง "ไม่ใช่ไม่เชื่อ แต่หมอนั่นมันไม่น่าไว้ใจ แล้วทำไมต้องเป็นมันที่อยู่กับนายสองต่อสองทุกที" 

“ก็แค่เรื่องบังเอิญ” เจ้าเม่นแคระเล่นดีเสียจนอยากมอบรางวัลออสการ์ให้ตัวเอง 

สองมือใหญ่เคลื่อนขึ้นบีบนวดเอวบางเบาๆ เป็นการไถ่โทษ เขาคงระแวงมากเกินไปจริงๆ เด็กแสบขยันทำงานหัวปั่นมาทั้งคืนเพราะเขาตั้งใจแกล้งขนาดนี้ แม้จะบ่นไม่ขาดปากแต่ก็ยอมทำตามทุกอย่างทั้งที่บ่นอยู่นั่นละ 

"ทีนี้จะเลิกทำงานกะดึกได้หรือยัง" 

"ยัง! " 

โจเซฟเลิกคิ้วประหลาดใจ เด็กแสบอดทนได้มากกว่าที่คิดแฮะ "ไม่เหนื่อยเหรอ" 

"เหนื่อยสิ ใครว่าไม่เหนื่อย นายก็ยอมให้ฉันออกมาทำงานหน้าบาร์บ้างสิ" 

คราวนี้โจเซฟผละห่างออกไป ยื่นกุญแจรถให้นาธานและหันไปตรวจตราความเรียบร้อยภายในร้านอีกครั้ง "ยังไม่ถึงเวลา นายไปรอที่รถก่อน ฉันจะเดินดูในครัวอีกทีแล้วจะตามออกไป" 

เด็กแสบหน้าบึ้งมองแผ่นหลังกว้างลับหายไปด้านหลัง กระแทกเท้าตึงตังออกไปรอในรถตามคำบอก ในตอนที่เขาเดินออกผ่านทางเข้าร้าน ....ของที่ไม่ควรอยู่ในกระถางลูกอมก็อันตรธานหายไป 

 

 

 

50% 

>>>> 

มาแล้วค่า แง หายไปหลายวันมากเลย ต้องขอโทษด้วยนะคะ 

พักหลังมานี้รู้สึกมึนๆ อึนๆ มากเลยค่ะ แรงบันดาลใจหายเกลี้ยง 

พยายามเค้นแล้วก็รู้สึกว่าแต่งออกมาได้ไม่ค่อยดีเลย 

ก็เลยหายไปพักสมองซะหลายวัน แหะๆ 

ช่วงนี้อาจจะแหกกฎ 3 วันไปบ้าง ขอโทษที่ให้รอนะคะ 

ว่าแต่เจ้าเม่นแคระหาเรื่องอีกแล้วใช่ไหมเนี่ย 

โดนจับได้ถูกฟาดแน่ๆ เลย 

ปล.ขอบคุณสำหรับคอมเม้นและกำลังใจจากทุกคนนะคะ นิลต้องการมันจริงๆ  

รัก. 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว