ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 38 เจ้าเล่ห์และซับซ้อน

ชื่อตอน : ตอนที่ 38 เจ้าเล่ห์และซับซ้อน

คำค้น : แต่งงาน, เย็นชา, ภรรยา, นิยายรัก, โรแมนติก, ดราม่า, แอบรัก, เมียจ้าง, พระเอกรวย, พระเอกซึน

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 478

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 20 พ.ค. 2564 17:24 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 38 เจ้าเล่ห์และซับซ้อน
แบบอักษร

ดูเหมือนโชคจะเข้าข้างอัยย์อยู่บ้าง เมื่อมีคนส่งข่าวมาบอกว่าวันพรุ่งนี้ซันจะไปงานเลี้ยงเปิดตัวสินค้า  

เธอรีบแต่งตัวแล้วขับรถออกจากบ้านโดยอาศัยจังหวะที่คุณอำภาเผลอ ขืนให้เธอรู้ก่อนคงไม่ได้ออกกันพอดี 

เรื่องแก้ตัวเอาไว้ทีหลังเพราะถ้าเธอไม่รีบทำตอนนี้ รอจนตะวันกลับมาก็คงจะไม่ได้ทำอะไรเลย...... 

อัยย์อยู่ในชุดเดรสสีม่วงอ่อนคู่กับรองเท้าผ้าใบสีขาวเพื่อความสะดวกและความปลอดภัยของลูกในท้อง เธอจอดรถแล้วเดินตรงเข้าไปในห้าง ว่าแต่งานเปิดตัวนี่เขาจัดตรงไหนนะ? ชั้นล่างหรือเปล่านะ? 

อัยย์ค่อนข้างสับสนเพราะเพียงแค่รู้ข้อมูลคร่าวๆ มาจากผู้อำนวยการ เธอไม่ได้รับบัตรเชิญด้วยซ้ำ 

“พี่สะใภ้” เหมือนโชคเข้าข้าง ระหว่างที่อัยย์กำลังกวาดสายตาไปทั่ว ผู้ชายที่เธอต้องการเจอก็เป็นฝ่ายเดินเข้ามาทักเธอเอง 

“มาทำอะไรที่นี่ครับ?” 

“มาหาคุณค่ะ” คำตอบของเธอทำเอาเขาต้องเอียงคอมอง “เรื่องงานน่ะค่ะ อัยย์ขอคุยด้วยได้ไหมคะ”  

 

ร้านอาหารฝรั่งเศส  

ทั้งคู่นั่งอยู่ตรงข้ามกันในห้องส่วนตัว ซันนั่งไขว่ห้างแกว่งแก้วไวน์ที่อยู่ในมือเบาๆ อัยย์ไม่ได้แตะต้องไวน์ที่วางอยู่ตรงหน้า แต่ก็ไม่ได้ปริปากบอกเขาว่าเธอกำลังท้องอยู่ หลังจากได้ฟังสาเหตุที่เธอมาพบเขาแล้ว ริมฝีปากของซันก็โค้งขึ้นเผยให้เห็นรอยยิ้มขี้เล่น  

“ก่อนอื่นนะครับ พี่สะใภ้ต้องเลิกเรียกผมว่าคุณซัน เรียกซันเฉยๆ เถอะครับ เราไม่ใช่คนอื่นคนไกลกัน” 

ท่าทีเป็นมิตรของเขาทำให้เธอรู้สึกโล่งใจ แต่รอยยิ้มของเขากลับทำให้เธอรู้สึกไม่สบายใจ แม้จะเป็นเพื่อนกับตะวันแต่เมื่อได้มาอยู่ด้วยกันสองต่อสองแล้ว เธอกลับรู้สึกว่าเขาเป็นคนที่อันตราย ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าตะวันเลย  

ซันกับตะวัน พระอาทิตย์สองดวงมาอยู่ด้วยกัน คนที่กล้าต่อกรกับสองคนนี้คงไม่พ้นถูกเผาเป็นจุนแน่นอน 

“ว่าไงครับ เรียกผมว่าซันเฉยๆ ได้ไหม” หลังจากย้ำอีกครั้งเขาก็รอให้เธอตอบรับ แต่อัยย์ก็ยังคงลังเลอยู่ 

“ถ้าคุณยังทำตัวห่างเหินแบบนี้ ผมไปดีกว่า” ซันลุกขึ้นแล้วทำท่าจะออกจากห้องไป  

“เดี๋ยวค่ะ” อัยย์ร้องห้ามไว้แล้วก็ได้เห็นเขาหันมายิ้มเจ้าเล่ห์ให้ “ยอมเรียกว่าซันแล้วใช่ไหมครับ” 

“ค่ะ.........ซัน” อัยย์พยักหน้าเบาๆ แล้วก็บอกกับตัวเองว่าเธอคงต้องระวังตัวให้มากเพราะแม้จะเรียกเธอว่าพี่สะใภ้แต่การกระทำของเขาก็ไม่ต่างอะไรกับการข่มขู่เธอเลย แตกต่างจากตะวันที่หากต้องการอะไรแล้วก็จะสั่งออกมาอย่างตรงไปตรงมา แต่ซันนั้นเจ้าเล่ห์และซับซ้อนกว่า 

เมื่อได้ดั่งใจแล้ว เขาก็เดินกลับมานั่งโต๊ะและกลับไปตอบเรื่องที่เธอร้องขอ 

“เรื่องโปรเจกหนังที่คุณอยากให้พอลออดิชั่น ผม......” 

“พี่ซัน..........” ยังไม่ทันได้คุยกันเป็นเรื่องเป็นราวลูน่าก็เปิดประตูเข้ามาขัดจังหวะเสียก่อน 

ลูน่าถลึงตามองมาจนอัยย์กลัวว่าลูกตาเธอจะหลุดออกจากเบ้า  

“ทำไมยัยนี่มานั่งกับพี่ได้ล่ะ” ปากพูดกับพี่ชายแต่สายตายังคงมองอัยย์หัวจรดเท้า 

“สวัสดีค่ะ คุณลูน่าสบายดีนะคะ?” อัยย์ทำเหมือนไม่รับรู้ว่าอีกฝ่ายรังเกียจและเริ่มทักทายอย่างสุภาพ 

ลูน่าเบ้ปากใส่แล้วมองเธอด้วยหางตา “ฉันสบายดีแน่ล่ะ” ลูน่าหยุดพูดไปชั่วครู่เหมือนนึกอะไรได้ ความสดใสของอัยย์ทำให้เธอรู้สึกอยากจะทำให้รอยยิ้มนั้นหายไปจากใบหน้านั้น แล้วยิ้มเจ้าเล่ห์ที่ทำให้เธอดูคล้ายพี่ชาย  

“แต่เธอ.............ยังสบายดีอยู่เหรอ?”  

คำถามที่แฝงความนัยย์ทำเอาอัยย์เริ่มสงสัย แต่ก็ทำได้แค่นั่งนิ่ง 

ท่าทางไม่รู้เรื่องรู้ราวของอัยย์ยิ่งกระตุ้นให้ลูน่าพูดมันออกมา “พี่ตะวันไปฮ่องกงไม่ใช่เหรอ?” 

“อ๋อค่ะ” ตะวันไปต่างประเทศแล้วยังไงล่ะ? มีอะไรทำไมไม่พูดมาเสียที มัวดึงเช็งอยู่ได้   

“มีอะไรหรือเปล่าคะ?” 

ซันไม่ห้ามน้องสาวแต่คอยจับตาดูสีหน้าของอัยย์อยู่ตลอด 

“ก็....” ลูน่าเม้มปากแล้วก็เงียบไป ใจหนึ่งเธออยากจะบอกให้อัยย์รู้เรื่องของนารา อยากจะเห็นว่าผู้หญิงคนนี้จะร้องไห้คร่ำครวญหรือเสียใจแค่ไหนที่ได้รู้ว่าตะวันมีคนที่เขารักมากอยู่แล้ว แต่พอเห็นดวงตาสีจางที่มองมาอย่างใสซื่อ คำพูดเหล่านั้นก็ติดอยู่ในลำคอเพราะตัวเธอเองก็หลงรักตะวันมาตั้งแต่เด็ก แต่ก็เห็นมาโดยตลอดว่าเขารักและเป็นห่วงนาราเพียงใด ความรู้สึกของคนอกหักนั้นเธอเข้าใจดี  

“ก็..ไม่มีอะไรหรอก ฉันแค่เบื่อที่เห็นหน้าเธอ” สุดท้ายลูน่าก็ตัดสินใจไม่พูดมันออกมา เธอหันไปมองหน้าพี่ชายที่อมยิ้มมองอยู่ “พี่ก็คุยกับแม่นี่ไปแล้วกัน” ลูน่ารีบเดินหนีออกจากห้องไป 

เธอไม่อยากพูดมันออกจากปากตัวเอง เดี๋ยวสักวันยัยนี่ก็คงจะได้รู้เองนั่นล่ะ...... 

เพราะถูกขัดจังหวะทำให้อัยย์ไม่ได้ฟังคำตอบจากซันเสียที เธอร้อนใจอยากจะรีบคุยรีบกลับเพราะยิ่งออกมานานเท่าไหร่ ยิ่งเสี่ยงที่จะถูกตะวันสงสัยมากเท่านั้น 

“คุณซัน” 

“คุณ......” 

“ขอโทษค่ะ........ซันเรื่องที่พูดค้างไว้เมื่อกี้ ตกลงว่าให้พอลไปออดิชั่นด้วยได้ไหมคะ” 

“เรื่องนั้นผมต้องขอโทษด้วยนะครับ นักแสดงถูกวางตัวไว้หมดแล้ว เหลืออีกแค่สองสามตัว แต่ก็เป็นบทของผู้หญิง แต่ถ้าโอกาสหน้าพอลอยากจะออดิชั่นโปรเจกของบริษัทผมอีก พี่สะใภ้ก็บอกผมได้นะ ผมจะจัดการให้เอง” 

“ขอบคุณค่ะ” 

ถึงจะผิดหวังแต่อย่างน้อยเธอก็ได้คำตอบที่ชัดเจนไปให้พอล  

คุยเสร็จแล้วเธอก็อยากจะรีบหนีกลับบ้าน แต่ซันยืนยันให้เธอแวะเข้าไปดูงานที่จัดด้านล่างเป็นเพื่อน อัยย์ก็ได้แต่ปล่อยเลยตามเลย 

การเดินคู่มากับซันที่มีคนรู้จักมากมาย พลอยทำให้อัยย์ตกเป็นเป้าสายตาไปด้วย แต่ผู้คนในงานนั้นเยอะแยะเสียจนเธอตาลาย จนไม่สังเกตว่ามีคนที่เธอรู้จักอยู่ในงาน 

แคทเพื่อนเก่าที่ขยันอัพอินสตาแกรมจนมีคนติดตามมากมายผันตัวมาเป็นอินฟลูเอนเซอร์หน้าใหม่ก็มางานนี้ด้วย อาศัยเงินที่ได้จากอรรถมาอัปเกรดชีวิตจนมีของหรูๆ มาถ่ายอวดแฟนคลับ 

ส่วนลูน่าก็ยืนมองอยู่ด้านหลัง เธอไม่อยากเข้าไปใกล้ ไม่ให้ใครรู้ว่าพวกเขารู้จักหรือเกี่ยวข้องกัน แล้วยังกลัวว่าถ้านารามาเห็นทีหลังแล้วจะรู้สึกเสียใจ คนเดียวในโลกที่เธอจะยอมรับให้แต่งงานกับตะวันได้ก็คือนาราเท่านั้น.... 

 

“นั่นใครน่ะ?”  

แคทหันไปมองตามที่เพื่อนสะกิด แต่คนก็เยอะเสียจนเธอไม่รู้จะโฟกัสที่ตรงไหน 

“หมายถึงใคร?” 

“ชุดสีม่วงอ่อน คนที่มากับคุณซันไง สวยดีนะ ดาราใหม่หรือเปล่า” 

“อ๋อ........ไม่ใช่ดาราใหม่ที่ไหนหรอก คนธรรมดานี่ล่ะฉันรู้จักดีเลย”  

“ใครเหรอ?” 

ไม่ใช่แค่คนข้างๆ แคทที่หูผึ่ง ลูน่าที่ยืนอยู่ข้างหลังก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าผู้หญิงคนนี้รู้จักอัยย์ได้ยังไง 

“เคยเป็นแอร์ที่เดียวกับฉัน เมื่อก่อนก็สนิทกันดี แต่นางมีชู้จนถูกผัวถีบหัวส่ง” 

แอร์เหรอ?........นี่เป็นครั้งแรกที่ลูน่าได้รู้ประวัติของอัยย์ 

“เฮ้ย...จริงเหรอ แล้วนางมาโผล่อะไรตรงนี้ล่ะ” 

“ใครจะไปรู้ยัยนี่จับผู้ชายเก่งจะตาย เลิกกับผัวเก่าปุ๊บก็ได้ผัวใหม่เลยจ้า” 

ลูน่ายืนนิ่ง....ยิ่งได้ฟังเธอก็ยิ่งมั่นใจในสัญชาตญาณของตัวเอง อัยย์ไม่ดีพอที่จะแต่งงานกับตะวัน  

“แล้วอีท่าไหน แม่นี่ถึงมาเดินกับคุณซันได้” 

“ใครจะไปรู้ล่ะ ตานี่ก็ใช่ว่าประวัติดี ดาราที่อยู่ในสังกัดอาจถูกเคลมจนหมดแล้วก็ได้” 

พอได้ยินคนสบประมาทพี่ชายลูน่าก็เริ่มกำหมัด แต่เพราะยังอยากรู้ต่อเลยทนนิ่งเอาไว้ 

“แต่เค้าสวยนะ” 

แคทเบ้ปากแล้วมองไปที่อดีตเพื่อนสนิท 

“ก็สวยสิ ไม่อย่างนั้นจะจับผู้ชายได้เหรอผัวใหม่ที่ยัยนี่จับได้ก็คงเป็นพวกคนรวยโง่ๆ ที่ไม่รู้เรื่องรู้ราว” 

ตอนนั้นเองอัยย์ที่เดินอยู่เกิดสะดุดขาตัวเอง แต่โชคดีที่ซันช่วยประคองทำให้เธอไม่ล้มลงไป  

ทันทีที่ยืนได้มั่นคงเธอก็รีบถอยออกจากอ้อมแขนของเขา “ขอบคุณค่ะ”  

เมื่อเห็นว่าอัยย์หลบสายตา ซันก็แหย่เธอเบาๆ “อย่าเผลอหลงรักผมนะ ไม่อย่างนั้นตะวันคงตามมาฆ่าผมแน่” 

แค่ได้ยินคำว่าตะวันก็ทำเอาอัยย์กระตุก เธอไม่อยากคิดถึงสีหน้าตะวัน ตอนที่รู้ว่าเธอขัดคำสั่งของเขา 

อัยย์ปั้นหน้ายิ้มแล้วพยายามมองหาทางปลีกตัวกลับ ยิ่งอยู่กับเขานานเท่าไหร่ เธอยิ่งอึดอัดมากขึ้น 

แคทที่ยืนมองอยู่ก็ใส่ไฟเพิ่มทันที “นั่นไง...เห็นไหมมันเริ่มอ่อยเขาละ ผู้ชายก็โง่ หื่นไม่ดูตาม้าตาเรือ ขนาดผัวเก่ายังถูกยัยนี่ผลาญไปเป็นสิบล้าน แล้วโง่ๆ อย่างตานี่จะโดนไปอีกเท่าไหร่” 

ลูน่าขยับเข้าไปใกล้แล้วสะกิดหลังแคทเบาๆ เธอฟังมานานพอแล้ว นานเกินไปด้วยซ้ำเพราะถึงไม่ว่าชีวิตส่วนตัวของอัยย์จะไม่ได้ดีเด่อะไร แต่สิ่งที่ผู้หญิงคนนี้พูดก็ยังถือว่าหยาบคายแล้วยิ่งมาพาลถึงพี่ชายกับพี่ตะวันของเธอ ต้องถูกจัดการ 

“อะไร?” แคทที่ตัวสูงราวกับนางแบบหันไปมองผู้หญิงน่าตาน่ารักที่ยืนอยู่ข้างหลัง 

“พูดถึงใคร?” 

“แล้วเธอเกี่ยวอะไรด้วย?” 

“เธอก็คงไม่เกี่ยวเหมือนกันล่ะ นินทาเขาฉอดๆ รู้จักเขาดีเหรอ ผู้ชายคนนั้นเป็นแบบไหนยังไง เธอรู้จักเหรอถึงเอาเขามาพูดแบบนั้นน่ะ?” 

เพราะคนตรงหน้าตัวเล็กกว่าทำให้แคทไม่กลัว เธอถอนหายใจยืนกอดอกแล้วมองลูน่าหัวจรดเท้า 

“แล้วเธอเสือกอะไรด้วย” 

“เสือกเหรอ...ก็คงเสือกน้อยกว่าเธอละมั้ง ที่มายืนนินทาคนที่ไม่รู้จักได้เป็นวรรคเป็นเวร”  

เสียงของทั้งสองคนเริ่มดังขึ้นจนหลายคนหันมามอง เพื่อนที่ยืนข้างแคทพยายามสะกิดให้เธอหยุด แต่ดูเหมือนว่าทั้งแคทและลูน่าจะไม่สนใจ  

“แกว่าใคร” 

“ว่าแกแหละ อียักษ์” 

แคทโกรธจนปากระเป๋าในมือลงพื้นแล้วกระชากแขนลูน่า ความได้เปรียบทางสรีระทำให้ลูน่าเซตามแรงดึง แต่ถึงจะตัวเล็กกว่าแต่ลูน่าก็ไม่ยอมคนเธอกระชากแขนเสื้อแคทจนขาด หลังจากนั้นทั้งคู่ก็ตะลุมบอนกันจนทุกคนหันไปมอง ผมของทั้งคู่ที่เคยถูกจัดทรงเป็นอย่างดี ตอนนี้กระจัดกระจายใบทั่วใบหน้า ชุดเดรสคอปาดของแคทก็ถูกดึงจนหย่อนเผยให้เห็นช่วงอกของเธอ แขนเสื้อของลูน่าก็ขาดติดมือแคทไป 

กว่าซันจะเห็นว่าเป็นน้องสาวตัวเอง ทั้งแคทและลูน่าก็ถูกรปภ.ลากออกไปแล้ว เขารีบเดินตามไปช่วยน้องสาวปล่อยอัยย์ยืนมองอยู่ห่างๆ  

อัยย์ไม่คิดว่าจะได้เห็นแคทที่นี่ ตั้งแต่เห็นธาตุแท้ของคนที่เคยเรียกว่าเพื่อน เธอไม่ได้ติดต่อหรือตามข่าวของแคทอีก พอเห็นหน้าแคทแล้วเธอก็เริ่มหวาดระแวงว่าพี่สาวอดีตสามีจะมาโผล่แถวนี้อีก แอบขัดคำสั่งตะวันมาเจอซันก็แย่พอแล้ว ถ้าเกิดมีเรื่องมีราวจนลูกเป็นอันตรายอีก ตะวันคงจะฆ่าเธอแน่ๆ 

“ปล่อย...ฉันบอกให้ปล่อย ฉันเป็นแขกในงานนะ ที่ต้องจับคือยัยนี่ต่างหาก มาจากไหนก็ไม่รู้” แคทชี้หน้าไปยังลูน่าที่กระเซอะกระเซิงพอกัน 

“แกไม่รู้ไม่ได้หมายความว่าคนอื่นเขาจะไม่รู้ไปด้วย แกรู้ไหมว่าพี่ฉันเป็นใคร” ลูน่าหันไปมองหน้าสตาฟของงานที่วิ่งมาดูเหตุการณ์  

“ลากยัยนี่ออกไปเลย แล้วหลังจากนี้อย่าให้มันโผล่เข้ามาในงานที่เกี่ยวกับบริษัทเราอีกนะ”  

คราวนี้ไม่ใช่แค่รปภ.แล้ว ยังมีสตาฟของงานเข้าไปช่วย แต่ก็ไม่ได้ทำให้พวกเขาสงบเพราะทั้งแคทและลูน่ายังไม่มีใครยอมใคร จนสุดท้ายทั้งคู่ก็ถูกพาไปที่สถานีตำรวจ ซันต้องตามไปช่วยน้องสาวที่สถานีตำรวจ ส่วนอัยย์ก็อาศัยจังหวะนี้หนีกลับบ้าน  

 

“นึกยังไงถึงไปตีกับคนในห้างนะเรา” ซันที่เดินลงมาจากโรงพักหันไปบ่นน้องสาว กว่าเขาจะเคลียร์เรื่องยุ่งยากทั้งหมดก็เสียเวลาไปชั่วโมงแล้ว 

“ก็บอกแล้วไงว่ามันปากเสีย อยากจะทำมากกว่านี้ด้วยซ้ำ” 

“งั้นก็ไม่ต้องให้พี่ช่วยแล้วสิ” 

ลูน่าหันไปค้อนพี่ชาย แล้วเปลี่ยนมาบ่นเขาแทน “พี่ซันนั่นแหล่ะ มัวแต่ไปดูแลเมียชาวบ้าน ปล่อยให้น้องถูกชาวบ้านตีได้ไง พี่ชอบยัยนั่นนักเหรอ?” 

ซันยิ้มที่มุมปากแล้วมองตาน้องสาวนิ่งๆ “พี่เคยพูดเหรอ ว่าชอบผู้หญิงคนนั้น” 

“อ้าว...แล้วไปนั่งกับคุยกับเขา ชวนเขามาเดินในงานด้วยกันทำไม?” 

คราวนี้ซันยิ้มกว้างขึ้น แววสนุกปรากฏขึ้นในดวงตา “ไม่คิดว่ามันจะสนุกเหรอ?” 

“สนุกอะไร” ลูน่าขมวดคิ้วใส่พี่ชาย คิดยังไงเธอก็คิดไม่ออกว่าสิ่งที่เขาทำมันน่าสนุกตรงไหน 

ซันลูบผมน้องสาวเบาๆ แล้วเผยรอยยิ้มอันร้ายกาจออกมาให้เห็น เป็นรอยยิ้มแบบที่ถ้าอัยย์ได้เห็นก็คงจะกลัวเขามากกว่าเดิม 

“พี่ไม่ได้ดูแลเพราะชอบเธอ แต่เพราะว่า........พี่อยากจะรู้ว่าถ้าตะวันที่อยู่ฮ่องกงเห็นรูปเมียตัวเองมาเดินอยู่กับพี่ เขาจะทำยังไง” 

ลูน่าอ้าปากค้างแล้วจ้องพี่ชายอย่างหงุดหงิด “พี่เป็นคนแบบนี้ได้ยังไง?...พี่ตะวันเป็นเพื่อนพี่นะ”  

“ก็ไม่ได้บอกว่าไม่ใช่นี่” 

“พี่ไม่รู้เหรอว่าตอนนี้พี่ตะวันกำลังทำอะไรอยู่ กว่าพี่นาราเขาจะได้หัวใจที่เหมาะสม มันยากลำบากแค่ไหน พี่ไม่รู้เหรอ? พี่ทำแบบนี้ไปเพื่ออะไร คิดเหรอว่าเขาจะทิ้งพี่นาราแล้วแล่นกลับมาหาแม่นี่” 

“หึ..หึ” ซันหัวเราะเบาๆ แล้วโยกหัวน้องสาวเล่น แววตาหยั่งลึกยากที่จะคาดเดา “แน่ใจเหรอ...พนันกันไหม?” 

ตะวันมีอะไรหรือใครอยู่ในใจ ทำไมเพื่อนสนิทอย่างเขาจะดูไม่ออก.............. 

 

…………………………………………………………... 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว