ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 37 คิดถึงหมดหัวใจ

ชื่อตอน : ตอนที่ 37 คิดถึงหมดหัวใจ

คำค้น : แต่งงาน, เย็นชา, ภรรยา, นิยายรัก, โรแมนติก, ดราม่า, แอบรัก, เมียจ้าง, พระเอกรวย, พระเอกซึน

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 537

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 19 พ.ค. 2564 17:29 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 37 คิดถึงหมดหัวใจ
แบบอักษร

ตะวันลุกขึ้นแล้วเดินไปทางประตูห้องผ่าตัด เขาไม่สนใจเลยว่าคนที่เหลือจะทำยังไง 

นารานั้นหลังจากตะลึงงันไปครู่หนึ่งก็พยายามร้องเรียกตะวัน แต่เขาก็ไม่หันกลับมา 

น้ำตาหลั่งไหลออกมาจากสองตา เธอไม่คิดว่ามันจะกลายเป็นแบบนี้ไปได้ 

ตะวันควรจะตอบรับและยินดีที่จะให้สัญญาเพื่อให้เธอสบายใจสิ  

คำพูดที่ไม่คาดคิดที่ออกมาจากปากของเขาทำเอานาราที่นอนอยู่บนเตียงผ่าตัดตะลึงงัน 

“ตะวัน” เธอกลั้นใจตะโกนเรียกเขาอีกครั้งและนั่นทำให้ตะวันหยุดนิ่ง เขาค่อยๆ หันกลับมามองเธอด้วยสีหน้าเย็นชา สีหน้าแบบที่เขาไม่เคยทำกับเธอมาก่อน 

สีหน้าที่ปะปนไปด้วยความเย็นชาและเจ็บปวดเหมือนคนที่ถูกบีบคั้นอย่างหนัก 

“ความอดทนของคน มันมีขีดจำกัด” ริมฝีปากของเขาบิดเบี้ยวบ่งบอกให้รู้ว่าไม่พอใจอย่างที่สุด  

“คุณบีบคั้นผมมากเกินไปนารา คุณเป็นคนฉลาด ฉลาดที่ใช้ความเมตตาและรู้สึกผิดมาบีบบังคับทุกคน แต่พอกันที ผมไม่อยากทนแล้ว” 

ตะวันค่อยๆ พูดมันออกมาช้าๆ แล้วสีหน้าของเขาก็เปลี่ยนเป็นนิ่งเฉย เขาดูไม่ทุกข์ไม่ร้อน แม้จะเห็นแขนของเธอที่พยายามยื่นออกไปหา 

เมื่อถึงที่สุดแล้ว เปลือกของนางฟ้าที่แสนดี ที่ดูบอบบางน่าทะนุถนอมได้แตกออก มันก็ทำให้เขาเห็นถึงความเอาแต่ใจและความเห็นแก่ตัวของเธอ 

ตะวันกัดกรามแล้วกำมือไว้แน่น ความเจ็บปวดและความสับสนทำให้หัวใจของเขารู้สึกปั่นป่วน มันไม่ง่ายเลยที่จะตัดรอนคนที่เคยช่วยชีวิตเขาไว้ แต่มันก็ไม่ง่ายที่จะบอกให้เขาทิ้งใครคนนั้น 

สุดท้ายเขาก็หันหลังกลับ แล้วเดินออกจากห้องไปโดยไม่หันกลับมามองเธออีกเลย..... 

ตะวันจากไปแล้ว เธอจะทำยังไงดี? 

ทุกคนในห้องผ่าตัดแม้แต่ศาสตราจารย์เองก็นิ่งไปหมด ไม่มีใครคิดว่าจะเกิดเหตุการณ์แบบนี้ ถ้าเป็นคนไข้ธรรมดาคงไม่กล้าทำเรื่องวุ่นวายแบบนี้แน่ 

เวลากระชั้นเข้ามาแล้ว ศาสตราจารย์กระแอมเพื่อเรียกสตินารา แล้วถามถึงการตัดสินใจครั้งสำคัญสำหรับชีวิตเธอ  

“คุณนารา...จะผ่าตัดไหมครับ?” 

นาราเม้มปากแล้วกำผ้าที่คลุมตัวของเธอไว้แน่น น้ำตาหยดเล็กๆ ไหลออกมาจากสองตา 

เขาทิ้งทางเลือกไว้ในมือเธอ ชีวิตของเธอนั้นอยู่ในมือของเธอเอง จะผ่าตัดหรือไม่ เธอก็ต้องเป็นคนเลือกเอง..... 

 

ด้านนอกห้องผ่าตัด แม่ของนาราเดินเข้ามาถามอย่างตื่นเต้น 

“เกิดอะไรขึ้น นารายอมผ่าหรือยังตะวัน?” 

“ไม่ทราบครับ ผมให้เขาตัดสินใจเอง” 

“ตะวัน...ทำไมถึงปล่อยให้เป็นแบบนี้ล่ะ เธอก็รู้ว่าเธอเป็นคนเดียวที่เกลี้ยกล่อมนาราได้ นารากลัวขนาดไหนเธอไม่รู้เหรอ เธอไม่อยากแต่งงานกับนาราเหรอ หรือว่าพอแต่งงานแล้วก็จะทิ้งนาราเลย?” 

แม่ของนาราหน้าซีดเผือด เธอเชื่อในสิ่งที่ลูกสาวบอกมาตลอดว่าตะวันแต่งงานแค่ในนาม แต่งเพื่อเอาใจครอบครัว นารายืนยันมาตลอดว่าความรักระหว่างเธอและตะวันยังคงเป็นไปด้วยดี นาราไม่เคยแพร่งพรายให้แม่รู้เลยว่าเธอวางแผนที่จะให้ผู้หญิงอื่นตั้งท้องแทน  

แต่นี่มันเกิดอะไร เขาเปลี่ยนไปภายในชั่วเสี้ยววินาทีได้อย่างไรกัน 

เธอเชื่อเสมอว่าแม้นาราจะโชคร้ายเรื่องสุขภาพ แต่ก็ยังโชคดีที่มี “รักแท้” อย่างตะวัน 

ท้ายที่สุดลูกสาวของเขาคือ "รักแท้" ของเขา 

“ตะวัน...ทำไมถึงใจร้ายแบบนี้ แค่ช่วยเกลี้ยกล่อมให้นาราผ่าตัดมันยากตรงไหน เธอเองก็เป็นคนที่อยากให้เขาทำมันมาโดยตลอดนี้ ที่ลูกฉันยอมเอาตัวเข้าไปเสี่ยงแบบนี้ก็เพราะใคร ไม่ใช่เพราะเธอเหรอ?” 

น้ำตาของคนเป็นแม่ไหลออกมาไม่หยุด มีเพียงลูกชายสองคนที่เฝ้าปลอบ ส่วนตะวันนั้นได้แต่ยืนนิ่งเพราะไม่สามารถบอกเหตุผลของตัวเองให้เธอรู้ได้ 

พฤตได้แต่รั้งแม่ไม่ให้เข้าไปหาตะวัน เขาพอจะเข้าใจว่าทำไมอีกฝ่ายถึงตัดสินใจแบบนี้ นารานั้นฉลาด แต่เป็นความฉลาดที่เห็นแก่ตัวอย่างร้ายกาจ 

“คุณน้าครับ....นาราเป็นผู้ใหญ่พอที่จะตัดสินใจได้ด้วยตัวเอง” นั่นคือคำอธิบายเดียวที่ตะวันพอจะให้เธอได้  

พฤตดึงแม่ที่กำลังร้องไห้มากอดไว้แนบอก ตลอดระยะเวลาหลายปี ความสงสารและเห็นใจที่แม่เขามีให้กับนารา มันเพิ่มพูนขึ้นจนบดบังไม่ให้เธอเห็นความจริงที่ว่า......จิตใจของคนเรานั้นผันแปรเปลี่ยนไปได้ตลอดเวลา และความเจ็บป่วยของนาราก็ไม่ควรจะเป็นภาระ หรือข้ออ้างที่เหนี่ยวรั้งตะวันไว้เพราะมันก็ไม่ยุติธรรมกับตะวันเช่นกัน.... 

“แม่คงจะเป็นห่วงมากจนควบคุมตัวเองไม่อยู่ ผมหวังว่าคุณจะเข้าใจนะครับ” พฤตพยายามออกตัวแทนแม่ เพราะเห็นว่าสิ่งที่เธอพูดไปมันไม่เหมาะสม ตะวันไม่ควรจะต้องมาแบกรับภาระนี้ 

“ไม่เป็นไรครับ ผมเข้าใจ”  

แม้ตะวันจะตอบแบบนั้น แต่เขาก็ยังเห็นแววขุ่นเคืองอยู่ภายในแววตาของตะวัน 

ในตอนนั้นเองที่ประตูห้องผ่าตัดเปิดออก แล้วหมอคนหนึ่งก็เดินออกมา 

“ศาสตราจารย์ให้ผมออกมาแจ้งว่าคนไข้ยินยอมที่จะผ่าตัดแล้ว ตอนนี้กำลังให้ยาสลบอยู่ การผ่าตัดกำลังจะเริ่มขึ้นแล้วครับ” 

“โถ...ลูก” เมื่อได้ยินว่าลูกยอมผ่าตัดแล้ว คนเป็นแม่ก็โล่งอก เธอซบหัวลงบนอกลูกชายคนโตแล้วกอดเขาไว้ 

ตะวันเพียงแค่พยักหน้ารับรู้แล้วเดินไปนั่งรอเงียบๆ 

ถ้าวันนี้นาราปฏิเสธการผ่าตัดเขาจะกลับบ้านทันที 

แต่ทว่า....... 

ในเมื่อเธอตัดสินใจเข้ารับการผ่าตัด เขาก็จะรอ รอให้เธอผ่าตัดเสร็จและพร้อมที่จะคุยกับเขา 

เมื่อคิดถึงตรงนี้เขาก็ต้องถอนหายใจออกมา เพราะดูเหมือนว่าเขาจะยังไม่ได้กลับบ้านอีกหลายวัน 

 

 

 

อีกด้านหนึ่งอัยย์ก็ได้รู้เสียทีว่าพอลอยากเจอเธอทำไม เมื่ออีกฝ่ายขอให้เธอไปหาในวันต่อมา 

พอลไม่ต้องการจะต่อสัญญาเพราะไม่แน่ใจเรื่องการเปลี่ยนตัวผู้บริหาร เธอต้องพยายามเกลี้ยกล่อมเขาว่าแม้จะเปลี่ยนผู้บริหาร แต่ว่าบริษัทก็จะยังคงดูแลเขาอย่างดีที่สุด เธอเสียเขาไปไม่ได้ พอลกำลังเป็นที่นิยม ข้อเสนอมากมายต่างถูกส่งเข้ามาให้เขา นั่นหมายความว่าเธอจะทำเงินจากเขาได้มากเลยทีเดียว 

“ถ้ามาทำอาหารให้ผมกินอาทิตย์หนึ่ง ผมจะยอมต่อสัญญา” เขาเงยหน้าจากชามก๋วยเตี๋ยวที่เธอเพิ่งทำให้  

แล้วยื่นข้อเสนอที่ทำให้อัยย์ต้องขมวดคิ้ว แต่ในที่สุดเธอก็ตอบตกลง มันไม่ได้ยากอะไรกับแค่ทำกับข้าวให้วันละมื้อ อาทิตย์เดียวแถมยังเป็นช่วงที่ตะวันไม่อยู่อีก เธอต้องคว้าโอกาสเอาไว้ 

“ตกลง”  

พอลไม่ได้ให้ความสนใจในตัวเธอหรือถามถึงเงินพิเศษที่บริษัทจะให้สำหรับการต่อสัญญา อย่างเดียวที่เขาสนใจคือ.......อาหาร 

อัยย์ต้องคอยเตือนตัวเองไว้ว่าเวลาของเธอเหลือน้อยแล้ว เธอต้องรีบตั้งหลักให้ได้เพราะเขาคนนั้นก็คงจะตัดขาดเธอทันทีที่ครบกำหนดหนึ่งปี 

“แล้วระหว่างนี้คุณจะเลือกบทที่จะเล่นต่อไปใช่ไหม?” 

“ใช่...ถ้าเจอบทที่ชอบผมก็จะเล่น แต่ตอนนี้ผมสนใจโปรเจกหนังของบริษัท Sunstar ของคุณซันน่ะ คุณรู้จักไหม? ผมสนใจโปรเจกที่เขากำลังจะทำมาก แต่ไม่มีโอกาสไปออดิชั่นเพราะเห็นว่าเขาจะคัดจากนักแสดงในสังกัดเขาก่อน” 

ซัน...ใช่แล้วเขาเป็นเพื่อนสนิทของตะวัน เธอเคยเจอกับเขาเมื่อวันงานเลี้ยง ถ้าเขาเป็นเจ้าของโปรเจกนี้ แล้วถ้าเธออาศัยสถานะภรรยาของตะวัน มันจะทำให้การคุยเรื่องงานนั้นง่ายขึ้นไหมนะ 

“เขาสนิทกับคนที่ฉันรู้จัก ฉันจะลองพยายามติดต่อเขาและถ้าทำได้ฉันจะขอโอกาสให้นายไปออดิชั่นนะ” 

“ถ้าได้ก็ดีสิ” 

ง่ายๆ แค่นั้นเอง พอลพยักหน้าแล้วก้มหน้าก้มตากินก๋วยเตี๋ยวต่อ 

แต่แล้วเขาก็นิ่วหน้ามองสิ่งที่อยู่ปลายตะเกียบ “ผมไม่ชอบกินถั่วงอก มันเหม็น” 

แม้จะทำหน้ามุ่ยแบบนี้ ใบหน้าของเขาก็ยังดูสวยน่ารัก ถ้าแฟนๆได้มาเห็นก็คงจะรีบตามใจเขา  

แต่เธอไม่ใช่แฟนคลับเขา “กินเข้าไปก่อน แล้วค่อยบ่น”  

พอลทำหน้าเบ้แล้วลองคีบถั่วงอกขึ้นมาดมก่อน หลังจากชั่งใจอยู่ครู่หนึ่ง เขาก็ตัดสินใจกินมันเข้าไป 

หลังจากเคี้ยวไปสองสามครั้งเขาก็เอียงคอ แล้วก้มหน้ามองถั่วงอกที่อยู่ในชาม 

อืม...ก็อร่อยดีนี่นา ไม่เหม็นเขียวเหมือนที่เขาเคยกิน 

เขาพยักหน้าเบาๆ แล้วก้มหน้าก้มตากินก๋วยเตี๋ยวจนหมด จากนั้นก็นั่งเอนหลังพิงเก้าอี้แล้วลูบหน้าท้องที่แบนเรียบไปมา เขาอิ่มมากแล้วก็พอใจมากเช่นกัน นานแล้วที่ไม่ได้กินอาหารทำเองที่บ้าน อาหารง่ายๆ แบบนี้กลับกลายเป็นเรื่องยากสำหรับเขาที่จะมีโอกาสได้กิน  

“พรุ่งนี้จะทำอะไรให้ผมกิน” ของที่เพิ่งกินเข้าไปยังไม่ย่อย เขาก็ถามถึงอาหารมื้อหน้าแล้ว ยิ้มออกมาเมื่อคิดได้ว่าพรุ่งนี้เขาก็จะได้กินกับข้าวที่บ้านอีก 

“ไม่รู้สิคะ...ตู้เย็นคุณไม่มีวัตถุดิบอะไรเลย” 

“งั้นเดี๋ยวผมสั่งของสดมา พรุ่งนี้คุณก็มาทำแล้วกัน”  

อัยย์ถอนหายใจแล้วพยักหน้ารับสภาพ ดาราหนุ่มทำราวกับว่าเธอเป็นแม่บ้านเดลิเวอรี่ แต่ก็ถือว่ายังโชคดีที่เขาไม่ได้ขอให้เธอทำอะไรที่ยากไปกว่านี้ เพราะถ้ามันหนักหนาและอาจจะส่งผลถึงสุขภาพของลูกในท้อง เธอก็คงจะไม่ทำ 

“ถ้าอย่างนั้นพรุ่งนี้ ฉันจะให้เขาเอาบทที่ถูกเสนอมาให้คุณ จะได้อ่านตอนที่ว่างๆ” 

“โอเค”  

อัยย์รีบลุกขึ้น เมื่อคุยเสร็จแล้วเธอก็ไม่อยากจะเสียเวลาอยู่ต่อ  

อัยย์หันไปมองหน้าผู้ชายที่เดินมาเปิดประตูให้เธอ เขาดูสดใสและเป็นมิตรมากกว่าเมื่อวาน ไม่น่าเชื่อว่าอาหารแค่จานเดียวจะทำให้คนเราเปลี่ยนไปได้ขนาดนี้ 

“อีกวันสองวันเอาสัญญาฉบับใหม่มาด้วยนะ ถ้าอ่านแล้วโอเค ผมจะเซนต์เลย” พูดจบพอลก็ปิดประตู ปล่อยให้อัยย์ยืนงงอยู่คนเดียว 

ง่ายๆ อย่างนี้เลย ดูเหมือนว่าชีวิตเธอช่วงนี้จะเจอแต่คนอารมณ์แปรปรวนสินะ  

แต่เอาเถอะ...ไม่ว่าพอลจะเป็นยังไง ถ้าเขายอมต่อสัญญาเธอก็จะได้ประโยชน์อยู่ดี 

อัยย์คุยโทรศัพท์สั่งงานกับผู้อำนวยการระหว่างเดินกลับบ้าน 

“รบกวนเอาบทที่ถูกเสนอมาให้พอล มาส่งที่บ้านเขาพรุ่งนี้ด้วยนะคะ แล้วก็ฝากติดต่อทนายเรื่องออกสัญญาฉบับใหม่ด้วย ขอให้ยึดสัญญาเดิมไว้ก่อน ถ้าพอลต้องการแก้ไข เราค่อยส่งให้ทนายแก้ไขเอกสารให้อีกที” 

อัยย์วางสายแล้วเดินมาถึงหน้าบ้านพอดี ตอนที่ตะวันโทรเข้า 

“อยู่ไหน?” สั้นๆ ห้วนๆ ไม่มีการทักทายหรืออารัมภบทก่อน 

“อยู่หน้าบ้านค่ะ” 

น้ำเสียงของตะวันเริ่มฉุนเฉียวเล็กน้อย “หน้าบ้านเหรอ?.....แต่เมื่อกี้ผมโทรเข้าบ้าน คุณอำภาบอกว่าคุณไม่อยู่บ้าน” 

“อัยย์ออกมาเดินเล่นค่ะ นี่เดินเพิ่งกลับมาถึงหน้าบ้านพอดี” 

เธอไม่กล้าบอกตะวันเรื่องที่ไปทำกับข้าวให้พอลเพราะรู้ว่าเขาจะต้องโมโหแน่ๆ ไว้รอให้เขากลับมาบ้านแล้วเธอค่อยๆ หาจังหวะเล่าให้เขาฟังดีกว่า 

“ถ้ากลับมาบ้านแล้วก็รีบไปกินไก่ดำตุ๋นเถอะ ผมให้คุณอำภาทำไว้ให้ ถ้ากินอะไรไม่ค่อยได้ก็ต้องทานอาหารบำรุงเยอะๆ”  

“ขอบคุณนะคะ” น้ำเสียงของอัยย์นั้นเต็มไปด้วยความสุข แค่ได้รู้ว่าเขาเป็นห่วง เธอก็รู้สึกดีจนแทบจะลอยได้แล้ว เมื่อนึกถึงตะวันก็พลอยให้เธอนึกถึงเพื่อนของเขาไปด้วย 

“อ้อ...ตะวันคะ อัยย์มีเรื่องจะถาม” 

“มีอะไร?” 

“คุณซันเพื่อนของคุณที่เราเจอในงานเลี้ยงวันนั้น เขาเป็นเจ้าของ.........” 

“ถามถึงเขาทำไม?”  

อัยย์พูดยังไม่ทันจบเขาก็ตัดบทเธอเสียแล้ว “คือโปรเจ็คใหม่ที่บริษัทของคุณซันเขากำลังทำอยู่ มีดาราในสังกัดอัยย์.......” 

“ไม่ต้องติดต่อ ไม่ต้องสนใจ มีงานอะไรก็ให้ผู้ช่วยติดต่อไป คุณห้ามติดต่อเขาเด็ดขาด” 

หรือถ้าจะให้พูดสั้นๆ ก็คือ เธอไม่มีสิทธิ์ติดต่อเพศตรงข้ามคนไหนทั้งนั้น นอกจากเขา ไม่เว้นแม้แต่เพื่อนสนิทอย่างซันเพราะแค่คิดว่าอัยย์ไปพูดคุยหรือยิ้มให้ผู้ชายคนอื่น เขาก็เกลียดมันแล้ว 

“แต่...” 

“ไม่มีแต่” น้ำเสียงเด็ดขาดเสียจนอัยย์ไม่กล้าพูดต่อ 

“คุณรู้ตัวไหมว่าคุณอยู่ในฐานะอะไร? ผมไม่ได้ขู่นะ แต่ถ้ากล้าไปติดต่อผู้ชายคนอื่นลับหลังผม รับรองถ้ากลับถึงบ้านเมื่อไหร่ คุณจะถูกทำโทษแน่นอน” 

เพราะมีชนักติดหลังทำให้อัยย์เริ่มกลัวจนพูดติดอ่าง “ฉัน...ฉันรู้ค่ะ” 

แค่ไม่ได้เจอเธอวันสองวัน ตะวันก็อารมณ์เสียแล้ว จากเดิมที่เป็นคนพูดน้อยอยู่แล้ว ตะวันก็เงียบจนแทบจะไม่มีใครกล้าเข้าใกล้ 

ทุกคนรอบตัวคิดว่ามันเป็นเพราะเขากังวลเรื่องของนาราที่ตอนนี้ยังคงไม่ฟื้น 

แต่ไม่มีใครรู้เลยว่าแท้จริงแล้วมันเป็นเพราะผู้หญิงอีกคนที่อยู่ไกลออกไปต่างหาก 

การต้องเข้านอนคนเดียวโดยที่ไม่มีร่างนุ่มนิ่มให้กอด  

การต้องตื่นนอนโดยที่ไม่เจอเธอนอนข้างๆ 

การที่ไม่สามารถเอื้อมมือไปหาเธอยามที่เขาต้องการได้ 

ทั้งหมดนี้ กลายเป็นความทรมานสำหรับตะวัน ความคิดถึงที่มีต่อเธอ มันทำให้เขาแทบจะเป็นบ้า 

ไม่คิดว่าเขาจะมีวันนี้ วันที่คิดถึงใครบางคนหมดหัวใจ 

ที่ผ่านมาเขาพยายามแล้ว พยายามที่จะผลักไสเธอออกไปจากหัวใจ ทุกครั้งที่รู้ว่าเผลอตัวเปิดใจให้ เขาก็ต้องรีบกันอัยย์ออกไปให้ห่าง  

แต่สุดท้ายก็ล้มเหลว แค่ได้ยินน้ำเสียงอ่อยๆ ของเธอ เขาก็อดใจอ่อนไม่ได้ 

ตะวันเปลี่ยนน้ำเสียงเป็นอ่อนโยน แล้วค่อยๆ บอกเหตุผลกับเธอ “ผมไม่ได้อยู่ข้างๆ ก็อยากให้คุณดูแลตัวเองให้ดี อย่าทำให้ผมเป็นห่วง เข้าใจไหม” 

พอน้ำเสียงเปลี่ยน อัยย์ก็ใจชื้นขึ้นจนเผลอยิ้มออกมา “คุณไม่ต้องห่วงนะคะ อัยย์จะดูแลตัวเองกับลูกให้ดี” 

ในเวลาที่ดูเหมือนว่าทั้งคู่จะปรับความเข้าใจกันได้แล้วก็มีบางอย่างแทรกเข้ามาอีกจนได้ 

ประตูที่อยู่ด้านหลังของตะวันเปิดออก แล้วแม่ของนาราก็ถามออกมา “ตะวันทานรังนกก่อน”  

เสียงอันอ่อนหวานของแม่นาราทำเอาคนที่อยู่ทางนี้กับคนที่อยู่ทางนั้นเงียบงันกันทั้งคู่ 

เมื่อลูกสาวผ่าตัดเสร็จแล้ว สภาพจิตใจของแม่นาราก็พลอยดีขึ้นจนกลับมาเป็นคุณน้าที่ใจดีกับตะวันเหมือนเก่า 

ตะวันหันไปใช้สายตาอันเย็นชามองหน้าเธอ กล้าดียังไงถึงเดินเข้ามาโดยไม่ขออนุญาตก่อน  

“เอาไว้ผมจะโทรหาคุณใหม่นะ” พูดจบเขาก็วางสาย ไม่มีแม้แต่คำอธิบายให้กับเธอ 

อัยย์ที่ตอนนี้รอยยิ้มหายไปจากใบหน้าแล้ว ยืนช็อกอยู่กับที่ มีผู้หญิงคนอื่นอยู่กับเขาสินะ... 

ผู้หญิงที่จะใกล้ชิดและสนิทมากพอที่จะทำอาหารให้เขา 

ทุกครั้งที่เผลอมีใจก็มีอะไรเข้ามาเตือนให้เจียมตัวตลอด  

 

อัยย์วางสายแล้วเดินเข้าไปในบ้านก็เจอกับคุณอำภาที่ยืนรออยู่แล้ว  

“เหนื่อยไหมคะ ถ้าเหนื่อยก็พักสักหน่อย แล้วค่อยทานไก่ตุ๋นที่คุณตะวันสั่งไว้ให้ทีหลัง” 

อัยย์ส่ายหน้าแล้วพยายามยิ้มให้ “ไม่เป็นไรค่ะ” เธอเดินไปนั่งที่โต๊ะอาหาร รอให้คุณอำภาเอาไก่ตุ๋นมาเสิร์ฟให้ 

ระหว่างนั่งทานอัยย์ก็เลียบๆ เคียงๆ ถามถึงเพื่อนของตะวันผ่านทางคุณอำภา 

“คุณอำภารู้จักคุณซันกับคุณลูน่าไหมคะ?” 

“รู้จักค่ะ ว่าแต่คุณอัยย์รู้จักพวกเธอได้ยังไงเหรอคะ” คุณอำภาเริ่มหวั่นใจเพราะรู้ดีว่าลูน่านั้นมองตะวันเหมือนชายในฝัน และมักจะแสดงท่าทีแย่ๆ ใส่ผู้หญิงทุกคนที่เข้าใกล้เขา 

“เราเจอกันที่งานเลี้ยงวันก่อนน่ะค่ะ คุณซันเธอมาแนะนำตัว ดูท่าทางพวกเธอน่าจะสนิทกับตะวันมากเลย” 

“ค่ะ...สนิทกันมาตั้งแต่เด็ก แต่นอกจากคุณซันแล้ว คุณตะวันก็ไม่ค่อยสนิทกับคนอื่นในครอบครัวนั้นนักนะคะ คุณลูน่านี้เป็นข้อยกเว้นเพราะเป็นน้องสาวเพื่อนที่คอยตะลอนๆ ตามพวกเธอตลอด” 

ดูเหมือนว่าความคิดที่จะติดต่อซันผ่านทางตะวันคงจะเป็นไปไม่ได้เสียแล้ว เห็นทีเธอคงต้องหาหนทางเอาเอง 

 

…………………………………………………….. 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว