ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : D.O.8

คำค้น : #รักโรแมนติค #นิยายรัก #รักเร่าร้อน #นิยายอีโรติค

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 12.9k

ความคิดเห็น : 5

ปรับปรุงล่าสุด : 03 มิ.ย. 2564 19:54 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
D.O.8
แบบอักษร

D.O.8 

ก๊อก ก๊อก ก๊อก  

“เข้ามา” เสียงเข้มเอ่ยบอกเมื่อประตูห้องทำงานของเขาถูกเคาะ 

“ตอนเที่ยงคุณภาคินมีนัดทานข้าวกับคุณกิตติ แล้วคุยงานกันต่อค่ะ” เสียงหวานเอ่ยบอกตารางงานของภาคินในวันนี้ 

“อืม แค่นี้ใช่มั้ย”   

ภาคินเอ่ยถาม พร้อมเงยหน้าขึ้นมองนับดาว ร่างบางรีบหลบตาลงทันทีเมื่อสบกับตาคม 

“ค่ะ” เสียงหวานเอ่ยอุบอิบ 

“อืม” เสียงเข้มเอ่ยแค่นั้นแล้วก้มทำงานที่ค้างต่อ 

เมื่อเห็นว่าภาคินไม่ต้องการอะไรแล้วร่างบางจึงก้าวออกจากห้องไปด้วยใจที่เต้นไม่เป็นจังหวะ 

 

11.00 น. 

“เธอไปเองได้ใช่มั้ย เพราะฉันไม่อยากให้คนอื่นนั่งรถของฉัน” ภาคินเอ่ยบอกนับดาวด้วยใบหน้าเรียบนิ่ง เขาไม่ชอบให้คนอื่นนั่งรถของเขา เฉพาะคนสำคัญเท่านั้นที่จะนั่งได้ 

“เอ่อ ได้ค่ะ ดิฉันไปเองได้ค่ะ” เสียงหวานเอ่ยบอก เธอเองก็ไม่ได้หวังว่าภาคินจะให้เธอนั่งรถไปกับเขาอยู่แล้ว อีกอย่างร้านที่นัดไว้ก็ไม่ไกลนักเธอก็พอจะไปเองได้ 

“ดี อย่าช้าล่ะ” ภาคินเอ่ยแค่นั้นแล้วก็ก้าวเดินไปกดลิฟต์ทันที เรื่องที่เกิดในวันนั้นถือว่าเขาพลาดอย่างใหญ่หลวง พลาดที่ไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ คิดแล้วหงุดหงิดตัวเองไม่หายเกือบเสียท่าให้ผู้หญิงแบบนั้นแล้วมั้ยล่ะ 

เมื่อลิฟต์เคลื่อนลงมายังชั้นล่างเท้ายาวก็ก้าวไปยังรถหรูที่พนักงานนำมาจอดเตรียมรอเขาไว้ มือหนาเปิดประตูเขาประจำที่คนขับแล้วขับออกไปทันที 

 

นับดาวรีบเรียกแท็กซี่เพื่อไปยังที่นัดหมาย เมื่อมาถึงยังร้านอาหารเท้าบางรีบก้าวด้วยความรีบเร่ง มือบางก็ถือเอกสารไว้แน่นอย่างกลัวมันตก เมื่อมาถึงโต๊ะที่จองไว้ก็พบว่าร่างสูงของภาคินนั้นมาถึงก่อนอยู่แล้ว  

ร่างสูงที่นั่งหันหน้ามาทางเธอจ้องร่างบางนิ่ง นับดาวเกรงขึ้นมาทันทีไม่รู้จะวางตัวยังไง เธอค่อยๆนั่งลงบนเก้าอี้ข้างภาคินด้วยความระมัดระวัง 

“ขอโทษทีครับ มากันนานรึยังครับ” ยังไม่ทันที่นับดาวจะเอ่ยคำขอโทษที่มาช้า กิตติคนที่ภาคินจะมาคุยงานด้วยก็มาซะก่อน 

“พึ่งมาได้ไม่นานหรอกครับ เชิญคุณกิตตินั่งก่อนครับ”  ภาคินเอ่ยบอกชายวัยกลางคนที่มีรูปร่างท้วม 

“ครับ ไม่ทราบว่าคุณคือคุณภาคินใช่มั้ยครับ” กิตติเอ่ยถาม 

“ครับ” 

“ไม่คิดว่าตัวจริงจะหล่อขนาดนี้นะครับ” กิตติเอ่ยชมภาคินที่ยังหนุ่มแถมยังหน้าตาดีอีกต่างหาก 

“ไม่ขนาดนั้นหรอกครับ” ภาคินเอ่ยบอก 

“ฮ่าๆ ถ่อมตัวจริงคนหนุ่มสมัยนี้ นี่คุณนิภาเลขาผมเองครับ” 

“สวัสดีค่ะคุณภาคิน” นิภาเอ่ยทักอนาคตนักธุรกิจหนุ่มไฟแรง 

“ครับ ส่วนนี่นับดาวเลขาผมครับ” ภาคินเอ่ยแนะนำ 

“สวัสดีค่ะ” เสียงหวานเอ่ยทัก พร้อมยิ้มให้กิตติและนิภา 

“เลขาคุณนี่สวยจังเลยนะครับ” กิตติเอ่ยชมนับดาว สายตามองนับดาวด้วยความสนใจอย่างไม่คิดปิดบัง 

“ไม่ทราบว่ายังโสดอยู่มั้ยครับ” กิตติเอ่ยถามนับดาว แสดงอาการสนใจอย่างไม่ปกปิด 

“เอ่ออ........” 

“ผมว่าเราทานข้าวกันดีกว่าครับ” ภาคินเอ่ยเสียงดุดันตัดบทสนทนา ขบกรามแน่นเมื่อมองออกว่ากิตติสนใจเลขาของเขา 

“ฮ่าๆ ครับผมก็เริ่มหิวแล้วเหมือนกัน” 

 

เมื่ออาหารมาเสิร์ฟทุกคนก็ลงมือทานมื้อเที่ยงกัน นับดาวทานได้ไม่มากนักเมื่อรู้สึกได้ว่ากิตติพยายามแทะโลมเธอทางสายตา ร่างบางก้มหน้างุดทานข้าวไปอย่างเงียบด้วยความอึดอัด 

เมื่อนับดาวหันไปมองภาคินก็พบว่าชายหนุ่มมองเธออยู่ก่อนแล้ว ตาคมจ้องเธอเหมือนไม่พอใจอะไรบางอย่าง แต่เธอก็ไม่สามารถอ่านใจเขาออกได้ 

เมื่อผ่านไปหลายชั่วโมงการทานอาหารและการเจรจาทางธุรกิจจบลงด้วยดี นับดาวเผลอถอนหายใจด้วยความโล่งอกทันที ที่ไม่ต้องทนสายตาเจ้าชู้ของกิตติอีก  

“ไว้คราวหน้านัดทานข้าวกันอีกนะครับ” กิตติเอ่ยบอกพร้อมจ้องร่างนุ่มนิ่มของนับดาว 

“ครับ ถ้ามีโอกาส” ภาคินเอ่ย มือหนากำหมัดไว้แน่น นี่คงจะไปอ่อยกิตติไว้ซิท่า ภาคินคิดโทษนับดาว 

“หวังว่าจะได้ทานข้าวด้วยกันอีกนะครับคุณนับดาว”  กิตติหันมาบอกนับดาว 

“เอ่อ...ค่ะ” เสียงหวานตอบตกลงอย่างเลี่ยงไม่ได้ 

 

เมื่อกิตติเดินออกไปแล้วร่างบางจึงหันมามองคนข้างๆ ที่เหมือนจะหงุดหงิดเพราะสีหน้าของเขานั้นมันบ่งบอกได้อย่างชัดเจนว่าเจ้าตัวกำลังไม่พอใจอะไรบางอย่าง ซึ่งนับดาวเองก็ไม่สามารถรู้ได้ 

“ฉันจะกลับเลย ไม่เข้าบริษัทแล้ว” เสียงเข้มเอ่ยบอกพร้อมจ้องนับดาวด้วยความหงุดหงิด เขาก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมถึงไม่พอใจที่กิตติสนใจนับดาวขนาดนั้นด้วย  

“ค่ะ” เสียงหวานตอบรับ 

“…..” 

“…..” 

“เอ่อคุณภาคินคะ” 

“มีอะไร” เสียงเข้มเอ่ยถาม เขาจะก้าวออกไปแล้วแต่เสียงเล็กที่เรียกเขาไว้ทำให้ต้องหันกลับมา 

“เอ่อ....คือว่า คือ” 

“จะเอ่ออีกนานมั้ย” ภาคินดุร่างบาง 

“คือว่าฉัน เอ่อ ขอยืมเงินคุณสักหนึ่งพันได้มั้ยคะ”   

นับดาวกลั้นใจเอ่ยออกไป เงินที่มีร้อยกว่าบาทเมื่อตอนเช้ามันหมดไปแล้วกับค่าแท็กซี่ขามา ขากลับเธอเองก็ไม่มีเงินแล้วนะซิ กว่าจะคิดขึ้นได้ทางเดียวคือยืมเงินภาคินไปก่อน 

“หึ หึ นึกว่าอะไรไม่ต้องทำเป็นมายืมก็ได้นะ ถ้าอยากได้ก็ขอกันตรงๆเลย” 

ภาคินยิ้มเหยียด คงเผยธาตุแท้ออกมาแล้วล่ะซิ มือหนาจึงหยิบแบงค์พันสิบใบแล้วยื่นให้นับดาว 

 “เอ่อ ฉันยืมแค่หนึ่งพันค่ะ พอดีไม่มีค่ารถกลับ”  

“ข้ออ้างน่ะสิ”  

“คุณคงเข้าใจผิดแล้วล่ะค่ะ ดิฉันไม่มีค่ารถกลับจริงๆ แต่ถ้าคุณไม่สะดวกจะให้ยืมก็ไม่เป็นไรค่ะ” เสียงหวานเอ่ยพร้อมหันหลังก้าวออกมาทันที  

“อ๊ะ” ร่างบางร้องเสียงหลงเมื่ออยู่ดีๆแขนเธอก็ถูกกระชากจากร่างสูง 

“เอาไปอย่าเล่นตัว”  

นับดาวก้มลงมองธนบัตรสีเทากว่าสิบใบที่ภาคินเอามายัดไว้ในมือเธอก่อนที่เขาจะเดินออกไปทันที ตากลมมองแผ่นหลังกว้างที่เดินไปด้วยความไม่เข้าใจ อะไรของเขากัน ไม่พอใจอะไรเธอนักหนา จะยืมก็โกรธ พอไม่ยืมแล้วก็เหวี่ยงอีก 

เมื่อตั้งสติได้นับดาวก็เดินไปเรียกแท็กซี่ทันที เนื่องจากสายนี้ไม่มีรถเมล์ผ่าน พรุ่งนี้คงต้องนำเงินไปคืนเขาให้ครบ เธอหาที่พึ่งไม่ได้เลยต้องกลั้นใจขอความช่วยเหลือจากเขา แต่ดูเหมือนว่าภาคินจะเข้าใจเจตนาของเธอผิดไปแล้ว แต่ช่างมันเถอะ เพราะเธอเองก็ชินแล้วกับการถูกมองในแง่ร้าย 

 

 

************************ 

ฝากกดไลค์ กดติดตามไรท์ด้วยนะคะ ฝากนักเขียนตัวน้อยๆคนนี้ไว้ในอ้อมอกอ้อมใจนักอ่านทุกคนหน่อยนะคะ 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว