facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ฉลามซ่อนรัก 20 : การทดลอง

ชื่อตอน : ฉลามซ่อนรัก 20 : การทดลอง

คำค้น : ฉลามซ่อนรัก

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 1k

ความคิดเห็น : 7

ปรับปรุงล่าสุด : 17 พ.ค. 2564 17:26 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ฉลามซ่อนรัก 20 : การทดลอง
แบบอักษร

ฉลามซ่อนรัก 20 : การทดลอง 

#ฉลามซ่อนรัก 

 

           “คุณบ้าไปแล้วเหรอ” ผมถามเสียงสั่น เบิกตากว้างหลังได้ยินข้อเสนอแสนทุเรศนั่นที่ผมไม่มีสิทธิ์เลือกด้วยซ้ำ “อาไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรด้วย คุณจะดึงเขามาเป็นตัวประกันแบบนี้ไม่ได้”

 

           “ทำได้สิ ถ้าเธอดื้อด้านไง” เขาแค่นหัวเราะใส่ “โนเอล ปาร์คเกอร์ก็เป็นหนึ่งในเหยื่อล่อชั้นเลิศที่ฉันเก็บไว้ และเท่าที่ฉันรู้ เธอกับเขาก็มีความสัมพันธ์ในเชิงรักใคร่ด้วยจริงไหม”

 

           “...”

 

           “นั่นยิ่งเหมาะที่จะใช้เป็นเรื่องต่อรอง เพราะการทดลองจะสมบูรณ์ได้ต้องใช้จุดอ่อนของผู้ทดลองมาร่วมด้วย” เขาเริ่มร่ายแผนการ “เขาจะช่วยให้เธอดึงยีนส์ของฉลามออกมาได้มากขึ้น เมื่อเธอรู้สึกโกรธหรืออยากปกป้องเขา”

 

           “อย่ายุ่งกับอานะ ปล่อยเขาไป ไม่เห็นเหรอว่าเขาบาดเจ็บน่ะ !”

 

           “เขาอยู่ได้นานพอที่การทดลองเราจะเห็นผลนะ หลานรัก”

 

           “!!!”

 

           “แต่ถ้าเธอดื้อด้านมาก...” เขาเว้นวรรคยาวก่อนที่ในจอทีวีจะปรากฏภาพของใครบางคนที่สวมชุดดำ คงจะเป็นคนของเจมส์ที่รอคำสั่ง เขาหยิบปืนขึ้นมาจากเอวแล้วจ่อเข้าที่ขมับอาพร้อมลั่นไก นาทีนั้นผมกรีดร้องสุดเสียง พยายามดิ้นให้หลุดจากการจับกุมของเจมส์เพื่อที่จะได้ไปช่วยให้อาปลอดภัย

 

           แต่ด้วยโซ่ที่ล่ามข้อมือผมไว้ พอหมอโทแวนกดปุ่มที่ผมไม่แน่ใจว่าอยู่ตรงไหน จากโซ่เส้นยาวมันก็ลดหายกลายเป็นโซ่ที่ไม่เหลือความยาวพอจะให้ขยับได้ มันตรึงมือผมไว้เหนือหัว ขาทั้งสองข้างก็ถูกอะไรไม่รู้มาล็อคไว้

 

           ผมรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นฉลามที่ถูกอวนจับได้ ดิ้นเท่าไหร่ก็ไม่หลุดสักที

 

           “ปล่อย ! ปล่อยผมนะ ! อย่ายุ่งกับอานะ !” ผมตะโกนลั่น ความหงุดหงิดปนหวาดหวั่นกำลังโจมตีผมอย่างหนัก ถึงอย่างนั้นผมก็ดิ้นจนที่ล็อคมือเริ่มครูดกับผิวหนัง สร้างความเจ็บช้ำปนแสบร้อนไม่ต่างจากโดนน้ำกรดลากใส่

 

           เจมส์สูดหายใจลึก ดวงตาแพรวพราวพลางเอื้อมมือมาจับข้อมือผมไว้

 

           “กลิ่นเลือดของเธอมันปลุกสัญชาตญาณฉลามรู้ไหม”

 

           “บอกว่าให้ปล่อยผมไง !”

 

           “ดูเหมือนเลือดเธอจะน่าสนใจกว่าที่คิด”

 

           “ปล่อย ! ปล่อย ! อึก...อ๊าก !!!” ผมกรีดร้องลั่นเมื่อกลางอกเจ็บหนักจนทนไม่ไหว จังหวะนั้นผมกำหมัดแน่นรับรู้ได้ว่าอสุรกายกำลังมา มันตื่นตัวแล้วหากแต่ตื่นด้วยความหวาดกลัวนัก แต่สิ่งที่ผมรับรู้ได้คือคราวนี้มันไม่ได้ตื่นขึ้นมาเพื่อแกล้งกัน

 

           ทว่าเป็นการตื่นขึ้นมาเพื่อปกป้องสิ่งที่ตัวเองรัก

 

           “ปล่อย ! ปล่อยสิวะ !” ผมสบถตวัดสายตาวาวโรจน์ไปมองคนด้านหน้า ริมฝีปากที่เคยหยักสวย ถูกแทนที่ด้วยขากรรไกรทรงอำนาจ ในหัวผมคิดแค่ว่าต้องฆ่าผู้ชายคนนี้ ต้องทำยังไงก็ได้ให้เขาตายและปลดปล่อยอาให้เป็นอิสระ “ปล่อยอาโนเอลไปซะ ไม่งั้นผมจะทำให้คุณเห็นว่าคุณพลาดแค่ไหน !”

 

           “เลือดฉลามมันร้อนสินะ ถึงกล้าท้าทาย”

 

           “กรรรจ์ !”

 

           “แต่ถึงจะดูเหมือนฉลามแค่ไหนก็เป็นได้แค่ตัวปลอม”

 

           “อึก ! อ๊ากกกก !!!” ผมกรีดร้องทุกการขยับมันเจ็บปวดแทบบ้า ทั้งที่อยากจะฆ่าเขาแต่ร่างกายกลับไม่เอื้ออำนวยเลยสักนิด ยิ่งอารมณ์รุนแรงเท่าไหร่ เรือนร่างผมก็ยิ่งคล้ายกับถูกฉีก ตรงอกเริ่มมีเลือดไหล ทุกคนเห็นได้ชัดเพราะเจมส์ฉีกเสื้อผมทิ้งไปแล้ว

 

           และแทนที่เขาจะช่วยผมอย่างที่ปากว่า เขากลับเอื้อมมือมาบีบปลายคางผม

 

           บังคับให้อ้าปากตรวจสอบฟันฉลามที่ปรากฏโดยมีหมอโทแวนเป็นคนจดรายละเอียด

 

           “ถูกกระตุ้นได้แค่นี้สินะ เหมือนกับตอนที่เราส่งคนไปปล่อยฟีโรโมนวันนั้น” ลุงหมอเป็นคนพูดขึ้นพร้อมกับจดที่เขาพูดลงกระดาษ “ตอนแรกเหมือนจะแค่เจ็บปวดตามร่างกายและไม่มีอะไรงอกออกมา แปลว่าฟีโรโมนนั่นช่วยกระตุ้นได้จริงๆ”

 

           “คงต้องเพิ่มโดสยามากกว่านี้เพื่อเร่งผล” คราวนี้เป็นเจมส์ที่ตอบกลับ “ถ้าฉีดเข้าเลือดโดยตรงคงเห็นผลเร็วกว่า”

 

           “ไม่ อึก ! อย่าทำนะ !”

 

           “เราจะช่วยให้เธอสมบูรณ์ไงล่ะ”

           

           “อึก ! อั๊ก !”

 

           “เธอจะได้มีกำลังมากพอที่จะปกป้องสิ่งสำคัญของตัวเอง” เจมส์ปล่อยมือจากคางผม เขาเหยียดยิ้มเมื่อเห็นผมหอบหนักทั้งที่ก่อนหน้านี้ยังแสดงท่าทีดุดันให้เขาเห็น “ส่วนโนเอล ปาร์คเกอร์ให้เก็บไว้ เปิดจอให้ซีน่อนเห็นเนี่ยแหละ เขาจะได้เชื่อฟัง”

 

           “อยะ...อึก ดึงอามาเกี่ยว ขอร้องล่ะ”

 

           “หืม...ขอร้องเหรอ แต่ทำไมดูเหมือนเป็นคำสั่ง”

 

           “อาไม่ควรมาเจ็บปวดเพราะผมนะ ถ้าคุณจะทำร้ายเขา ก็มาลงที่ผมสิ” ผมเค้นเสียงตอบกลับ ร่างกายเจ็บหนักจนอยากตายไปซะตอนนี้ “ได้โปรดเจมส์ ไม่สิ ปู่ครับ ขอร้องล่ะ ปล่อยเขาไปเถอะ”

 

           “ถึงกับยอมเรียกว่าปู่เลยเหรอ น่าสนใจหนิ”

 

           “แฮ่ก”

 

           “เธอคงรักผู้ชายคนนี้มากสินะ” เขาเลื่อนสายตาไปมองอาโนเอลที่ดูอ่อนแรงมาก “งั้นเอาเป็นรับข้อเสนอของฉันแล้วกันนะ ฉันจะปล่อยเขาไปถ้าเธอยอมให้ฉันทดลองจนกว่าจะเห็นผล”

 

           “ทำไมจะต้องฝืนใจกันด้วย ผมไม่ได้อยากเป็นฉลามแบบคุณสักหน่อย”

 

           “ฉันแค่อยากช่วยเธอเด็กน้อย” เขาลูบหัวผมทว่าผมกลับขืนตัวหนีแม้จะทำได้ยาก “การมีชีวิตแบบครึ่งๆ กลางๆ มันทรมานจะตาย ฉันเข้าใจเรื่องนี้ดี เพราะลูกชายอีกคนของฉันก็ต้องเจอเรื่องแบบนี้”

 

           “แล้วคุณไม่สงสารพ่อดายบ้างหรือไง” ผมถามเสียงสั่น “เขาเองก็เป็นลูกชายคุณนะ ไหนจะพ่อดีแลนอีก คุณทำแบบนี้ก็ไม่ต่างจากการหักหลังเขาเลยนะ”

 

           “ช่วยไม่ได้หนิ พวกมันดันเลือกทางผิดเองนี่น่า”

 

           “!!!”

 

           “ทั้งที่เรามีเลือดฉลามเข้มข้นขนาดนั้น แต่กลับไปสมสู่กับมนุษย์ร้ายกาจอย่างลูกชายของอีธาน อิลเดนสัน ผู้ชายคนนั้นมันปั่นหัวและหลอกใช้พวกเขา” ผมสัมผัสได้ถึงความแค้นที่อยู่ในใจมานานของเขา “โซล อิลเดนสันต้องรับผิดชอบที่พรากครอบครัวฉันไป”

 

           “พรากเหรอ เขาช่วยพ่อไว้ !” ผมตะโกนใส่ “ถ้าไม่มีเขา พ่อทั้งสองก็อาจจะตายไปแล้วก็ได้ !”

 

           “ตายเหรอ เมกาโลดอนมันไม่ตายง่ายขนาดนั้นหรอกนะ อย่างฉันนี่ไง”

 

           “ก็คุณมันเป็นปีศาจร้าย คุณหลอกว่าตัวเองตาย” ผมฝืนความเจ็บมาต่อปากต่อคำเขาให้หัวเสีย “คุณทำให้พ่อๆ ต้องเสียใจ ทำให้เพื่อนรักต้องมาตายแล้วยังมาโบ้ยความผิดให้แม่ผมอีก ทั้งที่คุณต่างหากที่เป็นคนผิด คุณทำลายครอบครัวเรา !”

 

           “แล้วที่พวกมันทำกับฉลามอย่างเราล่ะ ทำไมไม่คิดแบบนั้นบ้าง”

 

           “มันไม่...!”

 

           “มันจับเราไปทดลองต่างๆนานา ยิ่งอีธาน อิลเดนสันน่ะ ผู้ชายคนนั้นมันไม่ได้ดีอย่างที่เธอคิด” เขากดเสียงหนัก “มันเอาลูกฉันไปทดลองเพื่อให้กลายเป็นมนุษย์ มันไม่ได้ปกป้องเขาอย่างที่ฉันขอไว้ เพราะงั้นฉันถึงจะทำให้มันเห็นไงว่าเลือดฉลามมันไม่มีวันกลายเป็นเลือดโสโครกอย่างพวกมันได้”

 

           “แต่เราเป็นครอบครัว ทุกคนมีความสุขก่อนที่คุณจะทำลาย”

 

           “เธอยังเด็กและหัวอ่อนเกินไป เมื่อเธอกลายร่างเป็นฉลามเต็มตัว เธอจะเข้าใจในสิ่งที่ฉันบอก”

 

           “ไม่เลย ไม่ว่าเมื่อไหร่ผมก็ไม่เข้าใจสิ่งที่คุณบอก เพราะคุณมันเป็นปีศาจและจองหองกว่าใครบนโลก” เขาตวัดสายตาแข็งกร้าวมาสบ “คุณคิดว่าคุณสูงส่งทั้งที่ความจริงมันไม่ใช่ คุณก็แค่อยากทำลายคนที่คุณคิดว่าเขาผิด แต่คุณไม่ได้มองที่ตัวเองเลยว่าทำไมทุกอย่างมันถึงกลายเป็นแบบนี้”

 

           “เงียบซะ”

 

           “แม่ผมช่วยลูกชายคุณไว้ทั้งสองคน พวกเขารักกันและมีความสุขดี ส่วนคุณก็แค่คนแก่ที่ต้องการเรียกร้องความสนใจเท่านั้น ซึ่งสิ่งที่คุณทำมันผิด” ผมหอบหนัก “คุณบอกจะช่วยผม แต่คุณกลับทำร้ายผมและคนที่ผมรัก บังคับผมให้ทำในสิ่งที่ผมไม่อยากทำ”

 

           “แล้วเธอเลือกได้หรือไงกัน”

 

           “คุณมัน...!”

 

           “เอาผ้ามาให้เขาคาบไว้ซะ”

 

           “หา ?”

 

   “เราจะเริ่มการทดลองกัน เดี๋ยวนี้” 

 

           

           ภายในห้องที่มืดสนิท มีแค่ไฟดวงเดียวอยู่เหนือหัว โนเอลถูกจับมัดกับเก้าอี้พยายามฝืนทนกับพิษบาดแผลที่ถูกรักษาอย่างลวกๆ โดยใครบางคนที่จับตัวเขาไว้ เขาตื่นมาในห้องนี้สักพัก ไม่มีใครอยู่ที่นี่โดยเฉพาะฉลามจิ๋วที่คอยอยู่ข้างกาย

 

           ในตอนนั้นเขารู้ได้ทันทีว่าเกิดเรื่องร้ายและตัวเองพลาดท่าให้กับคนเลวที่พรากเอาของรักของเขาไป

 

           ซ้ำร้ายมันยังจับเขามาเป็นตัวประกันอีก เพราะถ้าไม่ทำแบบนี้ก็ไม่มีเหตุผลอื่นให้จับตัวเขาไว้ ร่างกายเขาสะบักสะบอม มีรอยช้ำมากมายที่คิดว่ามันคงซ้อมเขาช่วยที่เขาหลับไป

 

           ขนาดคนใกล้ตายมันยังทำร้ายได้

 

           เลวโดยกำเนิดจริงๆ

 

           [สารรูปดูไม่ได้เลยนะปาร์คเกอร์]

 

เสียงใครคนนึงดังขึ้นมาจากลำโพงที่ติดอยู่ ไม่มีแสงใดเล็ดลอดออกมาจากประตูที่ปิดไว้ ก่อนหน้านี้มีผู้ชายคนนึงเอาปืนมาจ่อหัวเขาแล้วก็ไป

 

มันคงสร้างสถานการณ์บังคับใคร ซึ่งเดาได้ทันทีว่าคงเป็นเด็กที่เขาคอยปกป้องจากเรื่องร้าย

 

ซีน่อน

 

ฉลามจิ๋วของเขาที่ไม่รู้ป่านนี้เป็นไงบ้าง

 

[คงเริ่มรู้สึกหมดอาลัยตายอยากแล้วจริงไหม]

 

           “...”

 

           [ฉันว่าฉันไม่ได้ให้คนตัดลิ้นนายนะ]

 

           “Fuck you Bitch” ผมก่นด่าตวัดสายตาไปทางกล้องตัวนึงที่ขึ้นไฟสีแดงแสดงถึงการบันทึกภาพ “แกเอาซีนไปไว้ที่ไหน”

 

           [น่าแปลกที่นายดูปรับตัวกับสถานการณ์ได้]

 

           “นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เราเจอกันหนิจริงไหม”

 

           [หึ]

 

           “ฉันจะพูดอีกครั้งคนรักของฉันอยู่ไหน เดม่อน” ร่างสูงกดเสียงต่ำ เขาไม่มีเวลามาตื่นตระหนกนัก เวลานี้ต้องหาทางไปช่วยจิ๋วให้ได้ เดาว่าซีวานคงรอดจากการจับกุม ไม่งั้นไอ้คนเลวนี้คงไม่มีเวลามาหาเรื่องเขา อีกทั้งเขาต้องรีบพาซีน่อนออกไปจากที่นี่ก่อนที่อิลเดนสันคนอื่นจะตามมา

 

           ไม่งั้นก็เท่ากับว่าพาทุกคนมาติดกับ การที่เดม่อนลักพาตัวพวกเขาทั้งสองมานั้นก็เพื่อต้องการล่อครอบครัวฉลามมาหา

 

           แย่กว่าคือตอนนี้ซีน่อนอาจถูกทำร้ายอยู่ก็ได้ จากที่เราคาดการณ์คือผู้ชายคนนี้ต้องการทดลองให้ร่างเล็กกลายร่างเป็นอสุรกาย ถึงจะอยู่ห่างกันมาก เขาก็รับรู้ได้ว่าจิ๋วของเขาตกอยู่ในอันตราย

 

           ไม่รู้ทำไมเขาถึงได้ยินเสียงร้องไห้และเสียงกรีดร้องจากในหัวใจ

 

           “แกทำอะไรเขา”

 

           [ซีน่อนกำลังรักษาอาการป่วยของเขาอยู่ เพราะงั้นนายไม่ต้องห่วง รออยู่ที่นี่จนกว่าทุกอย่างจะเรียบร้อยก็พอ]

 

           “แกไม่มีสิทธิ์แตะต้องเขา ปล่อยเขาไปซะ !”

 

           [นายพูดเหมือนที่เขาสั่งฉันเลยนะ เขาก็บอกให้ปล่อยนายไปเหมือนกัน]

 

           โนเอลกำหมัด

 

           [เสียดายที่การทดลองยังไม่เห็นผลลัพธ์ เขาคงต้องอยู่ที่นี่นานกว่าที่นายคิดไว้]

 

           “แกเป็นบ้าหรือไง ! เขาคือหลานชายแกนะ !”

 

           [หลานชายที่จะเป็นผลงานชิ้นโบว์แดงให้โลกนี้ได้เห็นความอัศจรรย์]

 

           “!!!”

 

           [และนายคือเครื่องต่อรองชั้นดีของฉัน เพราะงั้นอยู่เฉยๆ รอฟังข่าวดีก็พอ]

 

           “ฉันสาบานว่าถ้าออกไปได้ ฉันจะฆ่าแกก่อนที่คนอื่นจะได้ทำ”

 

           [ฉันชอบที่ตัวเองเป็นเป้าหมายของทุกคนอยู่แล้ว มันทำให้ฉันมีพลัง]

 

           ร่างสูงกัดฟันกรอดอย่างหนักจนเลือดซึมมุมปาก

 

           [แต่นายเป็นแค่มนุษย์ธรรมดาเท่านั้น เอาเป็นว่าอย่าเพิ่งตายก่อนจะได้เห็นผลงานของฉันแล้วกันนะ โนเอล ปาร์คเกอร์]

 

           “เดม่อน ! ไอ้สัตว์นรกเอ้ย !”

 

           [ฮ่าๆ]

 

           “Fuck !” โนเอลสบถดิ้นไปมาอยู่บนเก้าอี้ที่นั่ง เป็นภาพที่เรียกเสียงหัวเราะจากเดม่อนได้เป็นอย่างดีเพราะจุดประสงค์หลักของเขาคือการมาปั่นประสาทโนเอลเท่านั้น พอได้อย่างที่พอใจก็กดปิดเสียงแล้วหายไปจากหน้าจอที่มองกัน ทิ้งให้โนเอลหัวเสียพยายามหาทางรอดออกไปจากห้องบ้านี่ที่กักขังเขาไว้

 

           ด้านหลังเขาเป็นท้องทะเลที่มืดหม่น มีแค่แสงไฟจากศูนย์วิจัยบ้านี่เท่านั้นที่ให้ความสว่าง ชวนให้นึกถึงตอนมาที่อีดีเอสครั้งแรก เขาประทับใจศูนย์วิจัยของโซลมาก

 

           แต่กับของเดม่อนมันต่างกัน ผู้ชายคนนั้นแค่ของเลียนแบบ

 

           ถ้าถามว่าทำไมเขาถึงเรียกอีกฝ่ายว่าเดม่อนแทนที่จะเรียกว่าเจมส์...

 

           ก็ใช่ว่านี่คือครั้งแรกที่เจอกัน 

 

           เขาเคยเจอผู้ชายคนนี้ตอนที่ช่วยเซลีนจากการตามล่า หากแต่เป็นการเจอที่ไม่ได้ปะทะกันซึ่งหน้า แค่พบผ่านแล้วจากมาเท่านั้น อีกทั้งตลอดเวลาที่ผ่านมาเขาก็ตามหาข้อมูลของอีกฝ่ายมานานจนได้ไปเจอข้อมูลลับบางอย่าง

 

           ข้อมูลที่ ‘เซ็บ ปาร์คเกอร์’ เก็บไว้มานาน เขาเจอมันก่อนจะถูกไล่ล่า

 

           และได้ส่งมันให้กับเพื่อนรักที่สุดไปแล้ว

 

           “หวังว่าจะช่วยคุณได้นะโซล” เขาพึมพำถอนหายใจช้าๆ เพื่อตั้งสติ มือเขาถูกล็อคด้วยกุญแจมือ ที่ตัวก็มีเชือกรัดไว้ติดกับเก้าอี้เหมือนเจมส์ หรือ เดม่อนกลัวว่าเขาจะหลุดออกไปจากที่นี่ทั้งที่อีกฝ่ายก็เหยียดเขาว่าเป็นแค่มนุษย์ธรรมดาเท่านั้น

 

           แต่เดม่อนประมาทไป ถึงเป็นมนุษย์ก็ใช่ว่าจะไม่มีแผนเล่นกลับ

 

โนเอลลากสายตาไปมองเจ้าของนัยน์ตาสีฟ้าครามที่ยืนกอดอกอยู่ในมุมอับ จุดที่กล้องส่องไปไม่ถึงและแสงสว่างไม่อาจอาบไล้ได้

 

           ข้างๆ มีผู้ชายใส่สูทสีดำที่จ่อปืนใส่เขาก่อนหน้านี้นอนตาย

 

           “พร้อมออกไปโลดแล่นไหม”

 

           “คุณจะช่วยผมจริงๆใช่ไหม”

 

           “อือ”

 

           “คุณทำแบบนี้เพื่ออะไร”

 

           “ไม่มีความหมาย”

 

           “…”

 

           “ผมแค่ต้องการเป็นอิสระจากที่นี่” 

  

           น้ำเสียงทุ้มที่ฟังดูนุ่มนวลนั่นก้องอยู่ในหัวของโนเอลก่อนที่ไฟในห้องจะดับหมด ระบบเซนเซอร์ในห้องก็หยุดทำงานกะทันหัน ร่างสูงได้ยินเสียงฝีเท้ากับเสียงเหล็กกระทบกัน ไม่นานกุญแจข้อมือที่ล็อคเขาก็หลุดออกรวมถึงเชือกที่มัดเขาไว้ด้วย

 

           นอกจากนี้ปืนลูกโม่ที่เขาพกติดตัวก็ถูกโยนลงบนตัก ในนั้นมีกระสุนไม่มากแต่ก็พอป้องกันตัวได้

 

           เพียงชั่วพริบตาประตูที่ปิดสนิทก็ถูกเปิดออกอย่างง่ายดาย

 

           “ไป”

 

           “คุณ...”

 

           “ไปช่วยคนรักของคุณ” 

 

           

           ผมไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นหลังผมต่อต้านปู่ตัวเองไปแบบนั้น รู้แค่ว่าหมอโทแวนฉีดบางอย่างใส่ร่างผม นั่นทำให้ร่างกายผมร้อนรุ่ม ร้อนเสียจนนึกว่าโดนไฟเผา เขามัดผมแน่นขึ้นเพื่อไม่ให้ผมดิ้นตกเตียงมา แล้วก็ออกไปอยู่กันข้างนอก เฝ้ามองผมที่ดิ้นพล่านอยู่ข้างใน

 

           มันทรมาน ทรมานมากเกินจะทนไหว

 

           ผมเจ็บไปทั้งตัว ร้องไห้พร้อมกรีดร้องสุดเสียง ภาวนาให้เรื่องเลวร้ายนี้จบลงก่อนผมตาย

 

           ผมกลัวมาก กลัวสุดหัวใจ ผมกลัวว่าตัวเองจะไม่มีโอกาสได้เจอคนที่ผมรัก

 

           ไม่ใช่แค่อาเท่านั้น ผมหมายถึงพ่อแม่และพี่ชายของผม ยาที่เขาใช้เริ่มกล่อมประสาทผม บางทีก็กระตุ้นผมให้เผยฟันฉลาม ผมตบตีกับบางสิ่งในร่าง ไม่ทันรู้ตัวเลยว่าสลบไปตอนไหน อาจเป็นจังหวะสุดท้ายที่ผมกรีดร้องหนักมากเพราะมันเจ็บเหมือนจะตาย

 

           ผมหมดแรง จมดิ่งสู่ห้วงความฝัน ที่ซึ่งเห็นตัวเองอีกคนนั่งร้องไห้

 

           เขามองผม จับจ้องแต่ไม่ได้อยากฆ่าให้ตาย

 

           เขาแค่ยื่นมือมาให้ผมจับไว้

 

           ‘ฉันอยากช่วยนาย’

 

           ‘…’

 

           ‘ฉันอยากปกป้องนายจากคนเลวพวกนั้น’

 

           ‘แต่นายทำร้ายฉัน’

 

           ‘เพราะเขาจะทำร้ายเรา’

 

           ‘…’

 

           ‘เขาไม่ใช่คนสร้างฉัน’

 

           ‘…’

 

           ‘นายต่างหากที่สร้างฉันขึ้นมา ซีน’ 

 

           “ซีน ! ซีน ! ซีน !!” เสียงของใครบางคนดังขึ้นทำลายความฝัน มาพร้อมกับแรงเขย่าให้ผมปรือตามองอย่างเหนื่อยล้า ผมเจ็บไปทั้งตัวรู้สึกเพิ่งได้พักไม่ถึงสิบนาทีด้วยซ้ำ ร่างกายบางส่วนช้าหนึบราวกับถูกทับด้วยของหนัก คงเป็นเอฟเฟคจากการทดลองนั่น

 

           ผมถูกฉีดอะไรไม่รู้เข้าร่างอยู่หลายครั้ง แต่ละครั้งผลที่ออกมาไม่เท่ากัน

 

           และเข็มสุดท้ายทำผมหยุดหายใจไปชั่วขณะ ผมคิดว่าเป็นแบบนั้น ทว่าตอนนี้ผมกลับลืมตาและหายใจได้

 

           ซึ่งภาพที่ผมเห็นทำผมเบิกตากว้างอย่างตกใจ

 

           “ผมฝันอยู่ใช่ไหม...” ผมถามเสียงแผ่วพลางเอื้อมมือไปสัมผัสแก้มของคนที่ผมรักมากที่สุด เพิ่งเห็นว่าผมไม่ได้ถูกมัดมือมัดขาแล้ว แถมที่นี่ก็มืดมากเหลือเพียงไฟเล็กๆ ที่ไม่รู้ว่าส่องแสงมาจากไหน รู้แค่ว่ามันมากพอที่จะทำให้ผมเห็นว่าคนตรงหน้าคือใคร

 

           เขาคือคนที่ผมรักและภาวนาขอให้ได้มาเจอเขาอีกครั้งไม่ว่าจะต้องพบเจอกับอะไร

 

           นาทีนั้นอาจับมือผมไว้

 

           “นี่คือเรื่องจริง” เขาตอบ “อาอยู่นี่ อามาช่วยแล้วซีน”

 

           “ช่วยเหรอ...”

 

           “ใช่ เราจะออกไปจากที่นี่” เขาย้ำอีกที “อดทนหน่อยนะ อาจะพาเรากลับไปหาครอบครัว”

 

ฟึ่บ !

 

           ไม่รอให้ผมตอบกลับ เขาก็ช้อนตัวผมเข้าวงแขนแล้วพาออกไปจากห้องทดลองนี้ สติผมยังกลับมาไม่เต็มที่ รู้สึกประมวลผลช้าไปหมด ผมกำเสื้อตรงอกเขา เอนตัวพิงไหล่แกร่งขณะที่เขาพยายามวิ่ง ตลอดทางผมได้กลิ่นเลือด หากแต่ด้วยความมืดผมเลยไม่รู้ว่ากลิ่นมันมาจากไหน

 

           ที่แน่ๆ ตามตัวอาก็มีกลิ่นเลือดเหมือนกัน มันอาจจะมาจากบาดแผลของเขาก็ได้

 

           แต่ที่น่าแปลกคือการไม่มีใครมาขวางเราทั้งที่ก่อนหน้านี้ยังมีคนเต็มไปหมด ซ้ำยังมีไฟแดงส่งสัญญาณเตือนดังขึ้นตลอดเวลา ทว่ากลับไม่มีคนพลุกพล่านเลยสักที่ ผมจึงพยายามดึงสติกลับมาอย่างเต็มที่ สะบัดหัวไปหนึ่งที่แล้วกวาดตามองรอบด้าน

 

           พลันผมก็เบิกตากว้างเมื่อเห็นว่ารอบทางมีซากศพคนตายมากมาย

 

           บางคนไส้ทะลัก บางคนถูกยิงตาย

 

           บางคนหัวหาย บางคนก็...

 

ผัวะ !

 

           “อ็อกซ์ !”

 

           “อาครับ !” ผมร้องลั่นตอนอาเตะปากคนที่พยายามตะเกียดตะกายรอดชีวิต พอหันกลับไปดูก็จะพบว่าคนคนนั้นเหลือตัวแค่ครึ่งเดียวเท่านั้น ช่วงล่างของเขาหายไปราวกับถูกฉีกกระชาก “นี่มันอะไรกัน เกิดอะไรขึ้นที่นี่”

 

           “หลับตาไว้จิ๋ว จะได้ไม่เห็นภาพน่ากลัวพวกนี้”

 

           “ตอบผมสิ มันเกิดเรื่องบ้าอะไรครับอา” ผมถามเสียงสั่น กลิ่นเลือดรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ จนผมอยากขย้อนอะไรก็ตามที่อยู่ในท้องออกมา “ทำไมมีคนตายเต็มไปหมด พวกเขา...พวกเขาตัวขาด”

 

           “ไม่มีอะไรหรอก แค่ฝีมือ...ฉลาม”

 

           “ว่าไงนะ”

 

           “เพื่อนใหม่อา”

 

           “หา ?”

 

   “เอาเป็นว่าหลับตาไว้ซะ อาจะพาเราหนีเอง ไม่ต้องกลัว” 

           

 

เหลืออีก 10-12 ตอนก็จบแน้วค้าบ เตือนไว้ก่อนว่าจบค้างน้า ที่จบค้างคือเรื่องของเจมส์ค่า  

ส่วนเรื่องอื่นโดยเฉพาะความรักเขาตกลงปลงใจกันแน่นอน เพราะงั้นอย่าเพิ่งทิ้งกันไปรอเรื่องหน้า  

อยู่ด้วยกันก่อน 555555555  

ปมของเจมส์จะไปเจอกันอีกทีในเรื่องพี่ซีวานที่จะเขียนช่วงกลาง - ปลายสิงหาน้า หลังส่งเล่มยัยน่อนหมด  

เพราะงั้นมาซื้อกันเยอะๆน้า เก้าวันแรกลดราคาด้วยนะ ! 

*ฝากส่งฟีดแบ็ก #ฉลามซ่อนรัก ด้วยน้า เปิดพรีวันที่ 21 พค – 23 กค นาจา* 

LOADING 100 PER 

การทดลองที่เกริ่นไว้ได้ตัวทดลองชิ้นดีมาสนองแล้ว 

เกมกำลังขึ้นถึงขีดสุด นี่แหละสิ่งที่เก็บงำเอาไว้ 

ปมมากมายกำลังถูกกระตุกให้คลายแต่ระวังไว้หากกระตุกผิดเส้นไปจะยิ่งพันกัน 

นาทีนี้ต้องช่วยกันฝ่าฟัน อย่าได้หยองกับคนที่กลับมา 

ยังมีอะไรอีกมากที่ซ่อนไว้ใต้บาดาล จับตาดูให้ดีเปิดใจให้กว้าง 

เกมนี้สนุกนะถ้าเดินตัวหมากเป็น :) 

หวีดลงแท็กด้านล่างเมื่อพูดถึงความแซ่บของนิยายเรื่องนี้ 

#ฉลามซ่อนรัก 

Follow Me 

Twitter : ael_2543 

PAGE : Avery Pie 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว