ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

+++ บทที่39 คนคูลเขาอวดกันแบบนี้ครับ +++

ชื่อตอน : +++ บทที่39 คนคูลเขาอวดกันแบบนี้ครับ +++

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.3k

ความคิดเห็น : 9

ปรับปรุงล่าสุด : 17 พ.ค. 2564 16:21 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
+++ บทที่39 คนคูลเขาอวดกันแบบนี้ครับ +++
แบบอักษร

 

 

บทที่39 

คนคูลเขาอวดกันแบบนี้ครับ 

สองวันถัดมาฮาแกนและดีแลนเดินทางกลับมาที่อวาลอนด้วยเครื่องโบอิ้งส่วนตัวของฮาแกน และในระหว่างที่ทั้งสองลงจากเครื่อง อัลฟ่าตัวใหญ่ก็ได้รับสายโทรเข้าโดยตรงจากหมอออสติน เท่าที่ดีแลนได้ยินแว่วๆ คือให้รีบพาเขาไปที่หน่วยพยาบาลเพื่อตรวจร่างกาย 

ในตอนนี้ทั้งสองคนจึงยื่นอยู่ด้านในห้องทำงานของอัลฟ่าในชุดกาวน์ ออสตินที่เห็นดีแลนรีบเชิญให้ร่างเล็กไปชั่งน้ำหนักวัดส่วนสูงและนอนรอบนเตียงตรวจ ดีแลนหันหน้าไปมองคู่ของตัวเองด้วยความสงสัย แต่เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายพยักหน้าให้เขาทำตาม คนตัวเล็กก็ไม่มีอะไรจะคัดค้านหรือถามต่อ 

  

“น้ำหนักลดลงไปสองกิโลกว่าๆ นะครับคุณดีแลน ช่วงนี้ไดเอทหรือครับ?” 

“เอ่อ พอดีพึ่งผ่านช่วงฮีทมาน่ะครับ...ก็เลย...” 

“อ๋อออ ถึงว่าล่ะครับ คุณฮาแกนมีออร่าเปล่งปลั่งเชียว เห็นว่ารายนั้นฤดูกาลรัทก็เปลี่ยน จะว่าไปรอยกัดสวยนะครับ” 

“หมอครับ...” 

  

ออสตินยังไงก็ยังเป็นออสตินไม่เปลี่ยน ดีแลนยกมือขึ้นปกปิดใบหน้าด้วยความเขินอาย ต่างกับฮาแกนที่นั่งฟังอยู่ใกล้ๆ กันนั้นยกมือขึ้นมากุมขมับและถอนหายใจ แต่เขาก็ไม่ได้พูดแก้ต่างอะไร เพราะสิ่งที่ออสตินพ่นออกมาแต่ละคำนั้นก็เรื่องจริงทั้งนั้น โดยเฉพาะรอยกัดที่เขา ‘จงใจ’ และ ‘บรรจงทำ’ ให้มันออกมาอยู่ในตำแหน่งที่สมบูรณ์ที่สุด 

  

“สรุปเรียกพวกกูมามึงมีอะไร?” 

“อ่า ที่เรียกมาวันนี้เพราะหมอมีความสงสัยและกังวลใจเล็กน้อย เกี่ยวกับฟีโรโมนควีนของคุณดีแลนน่ะครับ” 

“ฟีโรโมนควีนของผม?” 

“ใช่ครับ หมอคิดอาไว้แล้วว่าไปเอเดนคราวนี้คุณต้องถูกกัดแน่ๆ ซึ่งสิ่งที่จะตามมาในธรรมชาติของมิวเททอย่างเรา คือฟีโรโมนของโอเมก้าที่ถูกผูกพันธะแล้ว จะไม่มีผลกับอัลฟ่าคนอื่นที่ไม่ใช่คู่ของตัวเอง เพราะอย่างนั้นหมอเลยกังวลว่าฟีโรโมนควีนของคุณก็อาจจะไม่ได้ผลกับอัลฟ่าคนอื่นเช่นกัน” 

“ผมลืมเรื่องนี้ไปสนิทเลย” 

“เพราะงั้นผมเลยเรียกทั้งสองคนมาหาเพื่อทำการทดสอบเล็กๆ น้อยๆ น่ะครับ แต่ไม่ต้องกังวลนะคุณดีแลน มันอาจจะยังใช้ได้ ถึงแม้กลิ่นของคุณจะเริ่มจางลงไป แต่มันก็ยังหอมอยู่นะ” 

  

เพราะไม่คิดว่าจะได้ใช้มันบ่อยๆ ดีแลนจึงมองข้ามและไม่ได้สนใจเรื่องแบบนี้เลย การทดลองของออสตินในวันนี้จึงเป็นการทดสอบการใช้ฟีโรโมนควีนแบบง่ายๆ โดยขอยืมเหยื่อทดลองมาจากคุกในชั้นG5 เนื่องจากออสตินถูกฮาแกนสั่งห้ามไม่ให้ทำการทดลองกับตัวเองอย่างเด็ดขาด เล่นทำเอาอัลฟ่าในชุดกาวน์หูลู่หางตกเป็นหมาหง๋อยไปแวบหนึ่ง 

ทั้งสามคนพากันลงไปที่ชั้นG5 ซึ่งเป็นส่วนคุมขังนักโทษ ทันทีที่ลิฟต์เปิดออกบรรยากาศและความทรงจำที่ไม่ค่อยจะดีก็ไหลย้อนกลับเข้ามาในหัวของดีแลน ครั้งหนึ่งเขาเคยถูกคนตัวใหญ่เจ้าของกลิ่นวู้ดดี้พาตัวลงมา เพื่อบังคับให้เขายอมรับการตื่นของพลังตัวเอง ทว่าสุดท้ายก็จบลงที่เขาเกือบจะทนไม่ไหวและหัวใจหยุดเต้นไปสามรอบ 

  

“อึก...” 

  

ฮาแกนรับรู้ถึงความกังวลของดีแลนได้ในทันทีจากกลิ่นฟีโรโมนที่ปล่อยออกมา ครั้งนั้นเขายอมรับว่าทำไปเพราะความใจร้อนของตัวเอง จนเกือบที่จะเสียคนตัวเล็กไปหลายครั้ง ทว่าดีแลนก็อดทนและผ่านมันมาได้ เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ทำให้เขารู้สึกประทับใจในตัวของเด็กคนนี้ไม่น้อย 

  

“ไม่ต้องกลัวนะ” 

  

มือใหญ่กอบกุมมือเล็กๆ ของดีแลนเอาไว้แน่น ก่อนจะบีบกระชับให้คนตัวเล็กคลายความกลัวและความกังวล สัมผัสอบอุ่นที่ได้รับทำให้เจ้าหัวไชเท้าตัวน้อยรู้สึกดีขึ้นอย่างน่าประหลาด ออสตินหันกลับมาหาฮาแกนเช่นกันแล้วส่งสัญญาณให้อีกฝ่ายเป็นคนเลือกเหยื่อทดลองเอง เจ้าของนัยน์ตาสีอำพันพยักหน้าอย่างเข้าใจแล้วพาทุกคนเดินไปหยุดที่หน้าห้องขังห้องหนึ่ง 

ที่อีกฝั่งของกระจกคุมขัง อัลฟ่าตัวใหญ่อยู่ในชุดนักโทษสีส้มนั่งอยู่ที่มุมหนึ่งของห้อง เขาหันกลับมามองผู้มาเยือนทั้งสามคน ดวงตาที่ฉายแววอำมหิตจ้องมองทั้งสามค้างไว้ ฮาแกนยกมือขึ้นกดเปิดประตูห้องขังและก้าวเข้าไปด้านใน ดีแลนกับออสตินเดินตามคนตัวใหญ่เข้าไปทีหลัง แต่ทันใดนั้นเองร่างใหญ่ในชุดนักโทษก็พุ่งเข้ามาหาพวกเขา ฮาแกนรวบรวมแก่นพลังเอาไว้ที่ฝ่ามือ ทว่าเป้าหมายของมันไม่ใช่เขา 

  

พรึบ!!! 

  

จากการคำนวณของมันต้องอาศัยจังหวะชั่วพริบตา จับใครสักคนในสามคนนี้มาเป็นตัวประกัน เพื่อที่จะได้ทำการหลบหนี ไอ้อัลฟ่าตาสีอำพันนี่ตัดทิ้งไปได้เลยท่าทางมันเอาเรื่องอยู่ ส่วนไอ้โอเมก้าเตี้ยนี่ก็น่าจับตัวไม่น้อย แต่ปัญหาคือแม่งยืนอยู่ข้างๆ กันเลย ถ้าเขาพุ่งเข้าไปหาแน่นอนว่าต้องโดนไอ้อัลฟ่าข้างๆ อัดกระเด็นแน่ ทางเลือกสุดท้ายก็คือไอ้แห้งที่ทำท่าทางหลุกหลิกไม่เหมือนคนไม่เต็มบาทนั่นแหละ 

  

ผลัก!!! 

  

และในเสี้ยววินาทีถัดมา ร่างของมันก็ล้มทั้งยืนเมื่อโอเมก้าเตี้ยในความคิดของมันกลับตัวอย่างรวดเร็ว ฝ่ามือเล็กๆ นั้นฟาดเข้าที่กกหูชายร่างใหญ่อย่างแรงจนสมองมึนไปหมด ผู้คุมรีบวิ่งเข้าชาร์จตัวนักโทษไว้กับพื้นในทันที มันดิ้นไปมากับพื้นเพื่อขัดขืน แล้วก็ค่อยๆ หยุดลงเมื่อคนตัวเล็กที่มันดูแคลนเดินมาอยู่ตรงหน้า ดีแลนตั้งสมาธิและใช้ฟีโรโมนควีนทำให้อัลฟ่าร่างใหญ่ตรงหน้าสงบลง สะกดมันเอาไว้ด้วยความหอมหวานน่าทะนุถนอมจนยากจะปฏิเสธ 

  

“หยุดดิ้นได้แล้วครับ...ดีมากครับ ทีนี้นั่งอยู่เฉยๆ ก่อนนะ” 

“โอ้ว...คุณดีแลน...” 

  

ออสตินที่ตกใจจนเกือบจะเข่าอ่อนหันไปสวมกอดคนตัวเล็กเพื่อขอบคุณ การโจมตีเมื่อสักครู่นี้มันเกิดขึ้นเร็วมาก ถ้าหากคุณดีแลนไม่ช่วยขัดไว้ เห็นทีเขาอาจจะโดนนักโทษจับตัวไว้แน่นอน 

เหยื่อทดลองที่ได้มาวันนี้เป็นหนึ่งผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับพวกกบฏ ทว่าในตอนที่ฟีโรโมนควีนนั้นทำงานอยู่ ฮาแกนกลับไม่รับรู้ถึงมันเลย ดีแลนใช้ฟีโรโมนควีนในการรีดเอาข้อมูลทุกอย่างจากพวกมันมาได้อยู่มากโข ฮาแกนจึงเรียกประชุมหน่วยEMในทันที รอเพียงไม่นานก็ได้สัญญาณตอบจากไพธอนว่าทุกคนมาถึงแล้ว ส่วนออสตินก็ได้ข้อสรุปจากการทดลอง ว่าฟีโรโมนควีนของดีแลนนั้นยังคงใช้งานได้เหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง ทว่ามันไม่ได้ผลกับอัลฟ่าเจ้าของพันธะ 

ทั้งสองบอกลาออสตินและเดินไปที่ลิฟต์เพื่อขึ้นไปประชุมที่ชั้น9 ข้อมูลที่ดีแลนได้มาในวันนี้ถือว่าเป็นอะไรที่สำคัญมากๆ และอาจจะทำให้งานของหน่วยก้าวหน้าไปอีกหลายขั้น ในห้องประชุมทั้งอัลฟ่าและเบต้ามากมายนั่งกันอยู่เกลื่อนกลาดสะเปะสะปะ โต๊ะประชุมถูกดันจนชิดผนัง บรรยากาศเหมือนกลุ่มมาเฟียมากกว่าหน่วยทหาร 

ฮาแกนเปิดประตูห้องประชุมเข้ามาพร้อมกับดีแลน ทำให้ทุกคนที่นั่งอยู่ด้านในลุกขึ้นยืนและก้มหัวให้ ดีแลนที่ยังคงตื่นเต้นกับการเริ่มงานวันแรกมองสำรวจไปรอบๆ ห้อง ทุกคนในห้องนี้มีบรรยากาศที่ดูเหมือนจะอันตราย ยิ่งกับพวกที่เป็นอัลฟ่าแล้วดีแลนสัมผัสได้ถึงแรงกดดันรุนแรงจากพวกเขา โดยเฉพาะพวกที่ถือดาบที่มีพู่ผูกสีดำ 

ทว่าบรรยากาศดุดันรอบๆ ห้องก็เหมือนจะมีอยู่กลุ่มหนึ่งที่บรรยากาศเบาบางกว่าคนอื่น ทั้งกลุ่มนั้นมีกันทั้งหมดสี่คน และดีแลนนั้นรู้จักพวกเขาทั้งหมดทุกคน เอมิเลีย อีริค ฉิงหลง เรเชล ทั้งสี่คนนั่งจ๋องอยู่กลางห้อง เหมือนกลุ่มลูกแกะที่อยู่ท่ามกลางฝูงหมาป่า ดีแลนสังเกตเห็นว่ามือของเรเชลแอบสั่นน้อยๆ เบต้าสาวตัวเล็กที่สั่นกับแรงกดดันหันมาเจอกับดีแลนเข้าก็แทบจะโผเข้ามากอด 

  

“คะ...คุณดีแลน...” 

“ทุกคน ทำไมถึงมาอยู่ที่นี่?” 

  

โอเมก้าตัวเล็กเดินฝ่าฝูงอัลฟ่าและเบต้าเข้าไปหาเพื่อนๆ เท่าที่เขาจับใจความจากเรเชลได้คือเมื่อวันก่อนมีอีเมลตอบกลับจากกองทัพเข้ามาที่วอชของทุกคน เป็นอีเมลยืนยันการจ้างงานจากแนวหน้า พอพวกเขาเซ็นยอมรับและประทับลายนิ้วมือ ก็มีเมลอีกฉบับส่งมาบอกให้รอคำสั่ง 

และเมื่อประมาณครึ่งชั่วโมงที่แล้ว ก็มีจดหมายเรียกรวมพลที่นี่ พอพวกเขามาถึงก็เจอกับพวกทหารที่เหลือแล้ว ตอนแรกคิดว่ามาผิดที่แต่พอเจอพวกเพื่อนๆ ในกลุ่มเลยคิดว่าไม่ผิดแน่ๆ ดีแลนหันกลับไปมองที่อัลฟ่าเจ้าของดวงตาสีอำพันซึ่งยักคิ้วให้เขาหนึ่งข้าง ฮาแกนนั่งลงที่โซฟาตัวใหญ่ตรงหน้าห้อง และส่งสัญญาณให้ไพธอนเริ่มพูดได้ 

  

“ในเมื่อทุกคนมากันครบแล้ว ก็จะเริ่มการประชุม ห้าหน่อตรงกลางห้องนั่นคือเด็กใหม่ในหน่วยเรา มีอะไรก็ช่วยแนะนำมันด้วย รับทราบ?” 

“ทราบ!!!” 

“ส่วนพวกเด็กใหม่ ยินดีต้อนรับสู่หน่วย Enigma หวังว่าพวกมึงจะทนมือทนตีนและมีชีวิตรอดไปจนจบภารกิจ” 

  

แก๊งหัวไชเท้าที่ฟังจบก็แทบจะลมจับ โดยเฉพาะฉิงหลงที่ตอนนี้ทำหน้าเหมือนจะเรอเปรี้ยว พวกเขาสมัครเข้าร่วมแนวหน้าก็จริง แต่ก็ไม่คิดว่าจะถูกพันเอกฮาแกนดึงตัวมาร่วมหน่วยเช่นนี้ 

ในส่วนทางฝั่งของฮาแกนทางกองทัพส่งเอกสารของคนที่สมัครเข้ามาอยู่แนวหน้าให้เขาเลือกคน เพราะหน่วยEMไม่รับสมาชิกเพิ่มมาสองปีแล้วในตอนแรกว่าจะปัดตกไปเพราะเป็นเรื่องไม่จำเป็นที่จะต้องรับคนใหม่เข้าหน่วย แต่พอเห็นโปรไฟล์ของนักเรียนเตรียมทหารที่สมัครเข้ามาแนวหน้าทั้งหมดห้าคนรวมดีแลนแล้ว เขาก็กดยืนยันเลือกตัวเข้าทำงานอย่างไม่ลังเล 

ตอนแรกก็รู้สึกแปลกใจที่เพื่อนของเจ้าก้อนขนมนี่ตัดสินใจมาอยู่แนวหน้า แต่ว่าไหนๆ ก็มากันครบทีมแล้ว เลยดึงทุกคนมาเข้าหน่วยเสียเลย ที่จริงก็คืออยากให้มีคนคอยดูแลคู่ของเขา และทั้งกลุ่มนี้เคยฟอร์ทีมทำภารกิจกันแล้วการปรับตัวน่าจะง่ายกว่า 

  

“วิสตาร์กางบาเรียด้วย การประชุมในวันนี้มีข้อมูลสำคัญ จะให้ถูกดักฟังไม่ได้เด็ดขาด” 

“รับทราบค่ะคุณไพธอน” 

  

อัลฟ่าหญิงที่มีพลังพิเศษคนนั้นพาตัวเองไปใกล้กับประตูห้องประชุมแล้วยกมือจับที่ประตู คนอื่นๆ ในห้องจะรับรู้ถึงบาเรียได้เพียงแค่กลิ่นหอมๆ แต่สำหรับดีแลนที่มีพลังในการมองเห็น เขาสามารถเห็นถึงออร่าสีม่วงเข้มที่แผ่ปกคลุมทั้งห้องจนมิดก่อนที่มันจะค่อยๆ เลือนหายไป นี่สินะพลังของอัลฟ่าคนที่พันเอกฮาแกนเคยพูดถึงเมื่อตอนพาเขามาที่ฐานครั้งแรก 

  

“เรื่องที่จะต้องการงานให้ทุกคนทราบก่อนการประชุมวางแผนคือ ทางหน่วยสอดแนมพบหลักฐานการมีตัวตนของสมาชิกระดับสูงในกลุ่มกบฏ ซึ่งในตอนนี้กำลังเคลื่อนไหวทำอะไรบางอย่าง อยู่ในโรงงานเถื่อนกลางป่าที่ประเทศวัลฮัลลา” 

“รายงานต่อ” 

  

ไพธอนพยักหน้าและเริ่มกล่าวรายงานต่อไป คดีที่อัลฟ่าหัวกะทิของกองทัพถูกเล่นงาน ลักพาตัว รวมถึงลอบสังหารทุกคนคงทราบแล้ว ยกเว้นพวกเด็กใหม่ รายล่าสุดที่ถูกเล่นงานคืออัลฟ่าที่มีพลังพิเศษชื่อ โจฮาน แกสตอน ถูกลักพาตัวระหว่างทำภารกิจตรวจสอบพื้นที่ในประเทศวัลฮัลลา 

ดูเหมือนว่าผู้ที่ลงมือก่อคดีลักพาตัวในครั้งนี้จะเป็นหนึ่งในหัวหน้าระดับสูงของกลุ่มกบฏ ทำให้ทางกองทัพได้ภาพถ่ายซึ่งมองเห็นตัวผู้ก่อการร้ายระดับสูงคนนี้ได้แบบรางๆ ทว่าก็เห็นหน้าไม่ชัดเจนมากพอจะระบุตัวตน แต่ก็ยืนยันได้ว่าเป็นคนเดียวกับที่ก่อเหตุคาร์บอมหน้าร้านอาหารในเมืองเมื่อสองปีก่อน 

  

“จากการแกะรอยโดยหน่วยสอดแนมของทางเรา โจฮานถูกพาตัวไปที่โรงงานเถื่อนกลางป่าในประเทศวัลฮัลลาครับท่าน” 

“ขออนุญาตครับ” 

  

ทุกสายตาในห้องหันไปมองที่โอเมก้าตัวเล็กเป็นทางเดียว ดีแลนยกมือขึ้นเพื่อขอพูดในส่วนของข้อมูลที่เขาพึ่งได้มาในวันนี้เช่นกัน ระหว่างที่เดินทางมาห้องประชุมพันเอกฮาแกนบอกว่าถ้าหาโอกาสพูดได้ก็ให้รีบยกมือ ข้อมูลที่ได้มาวันนี้เป็นผลงานของเขาล้วนๆ เพราะฉะนั้นถ้าอยากให้พวกรุ่นพี่ในหน่วยให้ความเชื่อใจ ก็ต้องออกหน้าด้วยตัวเองไม่ใช่พึ่งพันเอกฮาแกน 

  

“เชิญ” 

“จากการสอบสวนหนึ่งในผู้ต้องหาที่ทางเราจับมาได้ โรงงานตรงนั้นเรียกว่าเป็นโกดังในการผลิตและเก็บสินค้าของพวกมัน ซึ่งมีทั้งยาเสพติดและการค้าเนื้อสด พวกมันบอกว่าหัวหน้าต้องการเพิ่มกำลังผลิต มีความเป็นไปได้ว่าโรงงานนั้นอาจเป็นหนึ่งฐานสำคัญของพวกกบฏ ครับท่าน” 

“ขออนุญาตครับ สิ่งที่เด็กใหม่พูดก็อาจมีความเป็นไปได้ แต่ทางเราไม่มีหลักฐานอะไรมารองรับคำพูดของเด็กคนนี้เลย พวกเราทำงานเสี่ยงตาย หาข้อมูลและแหล่งกบดานของพวกมันมาหลายปี แต่เด็กคนนี้ดันมาเจอเอาง่ายๆ แบบนี้มันไม่น่าสงสัยหรือครับ” 

  

เสียงพูดคุยดังระงมไปทั่วห้อง ก็จริงอยู่ว่าที่ผ่านมาหน่วยEMทำงานเสี่ยงตายกันมากแค่ไหน กว่าจะได้ข้อมูลมาสักอย่างไม่ใช่เรื่องง่ายเลย เพราะทางฝั่งพวกกบฏ เองก็ระวังตัวแจ และหาคนมาเป็นตัวตายตัวแทนของสมาชิกระดับสูงเพื่อหลอกล่อพวกเขาอยู่เรื่อยๆ 

ดีแลนปิดปากเงียบหันหน้าไปมองคนที่สามารถยืนยันในสิ่งที่เขาพูดได้ว่าเป็นความจริง ซึ่งคนคนนั้นขยับตัวลุกขึ้นจากโซฟาที่ด้านหน้าห้องและก้าวเดินมาหาเขา เสียงพูดคุยในห้องค่อยๆ เงียบลงพอดีกับที่ฮาแกนเดินมาหยุดตรงหน้าของดีแลน 

  

“ตอนที่ทำการสอบสวนกูอยู่ตรงนั้นด้วยและในฐานะ ‘คู่’ กูยืนยันได้ว่าที่เด็กคนนี้พูดออกมาเป็นความจริง” 

  

หลังจากที่อัลฟ่าจ่าฝูงพูดจบทั้งห้องก็เกิดสภาวะเดดแอร์อยู่ราวๆ สองนาที ในเมื่อหัวหน้าพูดยืนยันขนาดนี้ทั้งหน่วยจึงไม่มีใครคิดคัดค้านหรือสงสัยอะไรอีก ฮาแกนหันกลับไปทางไพธอนให้ฉายโฮโลแกรมเพื่อคุยเรื่องแผนการบุก ร่างสูงเดินกลับไปที่ด้านหน้าห้องและไม่วายจูงมือคนตัวเล็กไปด้วย 

จ่าฝูงอัลฟ่าทวนข้อมูลทั้งหมดอีกครั้งแล้วเริ่มอธิบายแผนการ รวมถึงการจัดรูปขบวนของหน่วยให้ทุกคนฟังอย่างละเอียด ครั้งนี้หน่วย EM จะแบ่งออกเป็นทั้งหมดสามทีมได้แก่ ทีมแกะรอยและสอดแนม ทีมบุก และทีมสนับสนุน ทีมแกะรอยจะแฝงตัวเข้าใกล้กับพื้นที่เป้าหมายก่อน เพื่อสืบข้อมูลและยืนยันตำแหน่งของตัวประกันว่ายังมีชีวิตอยู่หรือไม่ รวมถึงระบุตัวตนของหัวหน้าระดับสูง ที่อาจจะกำลังทำอะไรสักอย่างอยู่ในโรงงานนั้น 

หลังจากที่ทีมแกะรอยและสอดแนมทำการให้สัญญาณยืนยันการบุก ทีมบุกจะเข้ายึดและทำลายฐาน รวมถึงจับเป็นหัวหน้าระดับสูงของกลุ่มกบฏ ตามเป้าหมายเดิมของภารกิจหลัก รวมถึงส่งตัวประกันและเหยื่อการค้าเนื้อสดให้กับหน่วยสนับสนุนรับช่วงดูแลต่อ 

  

“ร้อยเอกไพธอนนำกลุ่มเบต้า รับผิดชอบทีมแกะรอยและสอดแนม” 

“ทราบ!” 

“ทีมบุกกูจะนำเอง ตัวหลักคือดีแลนกับวิสตาร์ สองคนนี้คอยประสานงานกันตลอด และให้สัญญาณทันทีเมื่อมีอะไรผิดปกติ” 

“ทราบครับ / ทราบค่ะ” 

“ส่วนคนที่เหลือรายละเอียดการแบ่งทีมจะส่งให้ในวอชอีก5นาที รับทราบ?” 

“ทราบ!!!” 

  

ดีแลนลอบมองอัลฟ่าตัวใหญ่ด้านข้าง พันเอกฮาแกนตอนทำงานนั้นดูขึงขังและเป็นผู้นำมาก มากเสียจนตัวเองรู้สึกภูมิใจสุดๆ ที่มีโอกาสได้ยืนเคียงข้างพันเอกตรงนี้ ยิ่งตอนที่พันเอกก้าวเข้ามาและยื่นยันคำพูดของเขากับทุกคนมันโคตรจะเท่ 

ทว่าใครเล่าจะล่วงรู้ความคิดจริงๆ ของฮาแกน อัลฟ่าเจ้าของนัยน์ตาสีอำพันลอบมองคนตัวเล็กด้านข้าง ที่เขาพูดยืนยันให้ส่วนหนึ่งเป็นเพราะเรื่องหลักฐานที่ไอ้ตัวเล็กนี้รีดออกมาได้ ทว่าอีกส่วนเล็กๆ ซึ่งแอบแฝงมากับเรื่องงานนั้นก็คือ เขาแค่ต้องการที่จะอวดดีแลนกับสมาชิกหน่วยก็เท่านั้น 

  

ถูกต้องแล้ว 

  

ฮาแกนแค่ต้องการอวด ‘เมีย’ เท่านั้นเอง 

  

  

ติดตามข่าวสาร อัปเดตข้อมูลเข้าไปพูดคุยเม้ามอย หอยสังข์ ทวงนิยายกันได้ที่ 

ทวิตเตอร์ #โอเมก้าตาบอด 

TALK with Poydswat. 

สวัสดีค่ะรีทเดอร์ที่น่ารักทุกท่าน 

คนคูลๆเขาอวดกันแบบนี้ล่ะค่ะ พึ่งบอร์นกันคนสวนเขาก็จะขี้เห่อนิดหน่อย (หรอ?) ขอบคุณเหล่าแม่ๆที่ร่วมด้วยช่วยกันปั้นแทค #โอเมก้าตาบอด ในทวิตเตอร์ด้วยนะคะ ไรท์จะบอกว่าเห็นทุกคนและอ่านทุกข้อความน้า 

 

 

 !!! Pre-Order !!! 

วันที่ 22/03/2021 ถึง 31/05/2021 

  

ตัวอย่างหนังสือ 1 ชุดพร้อมของแถม 

 

รายละเอียดเยอะหน่อยนึง แต่เพื่อความเข้าใจตรงกันค่ะ

 

เวอร์ชั่นรูปเล่ม 

หนึ่งเซ็ตจะประกอบไปด้วยนิยายสองเล่ม ได้แก่เล่มหลักและเล่ม Special

- จำนวนหน้าของเล่มหลักหลังจากจัดหน้าแล้วจะอยู่ที่ 520-540 หน้า (รวมภาพประกอบเวอร์ชั่นฮืดฮาดไม่เซ็นเซอร์ 4 ภาพ)

- เล่ม Special จะประกอบไปด้วยตอนพิเศษทั้งหมด 8 ตอน และภาคสปินออฟ1ภาค

 

รายชื่อตอนพิเศษ 

1. One day of PYTHON (ลงให้อ่านฟรีในเว็บ)

2. ฮาแกน เลิร์ช 24 ชั่วโมงหลังได้เจอคู่แห่งโชคชะตา

3. ดีแลน เลิร์ช 24 ชั่วโมงก่อนฮันนีมูน

4. พ่ออยากมีหลาน (เหตุการณ์ก่อนคืนวันคริสต์มาสที่พี่หายไปทั้งวัน)

5. Special Christmas (ลงให้อ่านในเว็บด้วยแบบติดเหรียญ)

6. การหัดทำรังครั้งแรกของเจ้าหัวไชเท้า

7. เบบี้หัวไชเท้าถือกำเนิดแล้ว

8. คุณพ่อขี้หวง

9. spin-off เมื่อฮาแกนและดีแลนเป็นนักเรียนเตรียมทหารรุ่นเดียวกัน

 

รายละเอียดรูปเล่ม 

กระดาษ : ถนอมสายตา 75 แกรม พิมพ์4สีหนึ่งหน้า

หากมีรายการพรีออเดอร์ถึง100ชุดขึ้นไป หน้าปกจะปั๊มทองที่โลโก้ หากยอดสั่งจองเยอะ ของแถมก็จะงอกตามเรื่อยๆค่ะ 

****แถมที่คั่นไดคัททุกเล่มเฉพาะรอบพรีออเดอร์เท่านั้น****

ราคา : 690 รวมส่งพัสดุด่วนพิเศษ EMS 

*สั่งมากกว่า1ชุด จะได้รับส่วนลดค่าจัดส่ง 50% อย่างไรหากต้องการเยอะ ทักมาคุยกันก่อนค่ะ

 

การโอนเงิน  

ระยะเวลาการโอน 22/03/2021 - 31/05/2021

 

สามารถโอนเงินค่าหนังสือได้ที่บัญชี 

- สามารถสั่งซื้อโดยการโอนเงินตามจำนวนชุดที่ต้องการสั่งซื้อได้เลยและเก็บสลิปโอนเอาไว้ด้วย (ห้ามทิ้งสลิป) 

- สามารถแจ้งโอน กรอกชื่อ ที่อยู่ เบอร์โทร และแนบสลิป ได้ที่ทวิตเตอร์ @PoydswatWriter 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว