ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : D.O.7

คำค้น : #รักโรแมนติค #นิยายรัก #รักเร่าร้อน #นิยายอีโรติค

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 14.5k

ความคิดเห็น : 6

ปรับปรุงล่าสุด : 03 มิ.ย. 2564 19:53 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 100
× 0
× 0
แชร์ :
D.O.7
แบบอักษร

D.O.7 

บ้านอนันต์ภิวัตน์ 

“ทำงานเป็นไงบ้างลูก” เกศมณีเอ่ยถามภาคินขณะทานข้าวเย็น 

“ก็ดีครับคุณแม่” เสียงเข้มเอ่ย 

“แล้วนายโอเคกับนับดาวรึเปล่า” วาคิมเอ่ยถามน้องชายขณะตักผัดผักให้แพรนิต 

“โอเอครับ” ร่างสูงชะงักเล็กน้อยเมื่อวาคิมเอ่ยถึงเลขาของเขา แต่ก็เอ่ยตอบออกไป 

“น้องนับคนที่เป็นผู้ช่วยเลขาของคุณคิมน่ะเหรอคะ”  แพรนิตเอ่ยถามสามีตัวเอง 

“อืม คนนั้นแหละ” วาคิมตอบไป 

“หนูแพรรู้จักด้วยเหรอลูก” เกศมณีเอ่ยถามสะใภ้ 

“เคยเจอสองสามครั้งตอนไปหาคุณคิมที่บริษัทน่ะค่ะ” 

“อ๋อ อย่างนี้นี่เอง”  

“แต่ก็ไม่ได้สนิทมาก ถือว่าเป็นคนนิสัยน่ารักคนหนึ่งเลยนะคะ” แพรนิตเอ่ยชมนับดาว จากที่ได้ทำความรู้จักนั้นนับดาวถือว่าเป็นคนที่มีนิสัยน่ารักมากเลยทีเดียว 

“แต่ก็คงต้องดูต่อไปก่อนแหละครับ ตอนแรกก็ตั้งใจทำงานกันอย่างนี้แหละ” เสียงเข้มเอ่ยดุดันเมื่อหัวข้อสนทนาคือนับดาว 

“แต่ฉันเห็นแกจ้องเขาตาไม่กระพริบเลยนะ” วาคิมเอ่ยแซวน้องชาย เพราะเขานั้นเห็นว่าภาคินจ้องนับดาวอย่างไม่ปกปิดเลย 

“อย่าเป็นสมภารกินไก่วัดล่ะคิน” แพรนิตเอ่ยแซว ไม่แปลกหรอกถ้าภาคินถูกใจนับดาวฝ่ายนั้นสวยน้อยซะที่ไหนล่ะ 

“แม่ไม่ยอมหรอกนะ จะคบใครก็ต้องผ่านแม่ก่อน” เกศมณีเอ่ยบอกลูกชาย  

“ไม่เอาหน่าคุณเกศ ลูกมันก็โตแล้ว เมียมันก็ให้มันหาเอง”  ภาคภูมิเอ่ยปรามภรรยา 

“แต่นั่นก็ลูกสะใภ้ฉันนะ” เกศมณีบอก 

“พอๆเลยครับ ตอนนี้ผมโสดและยังไม่มีใครครับ แล้วอีกอย่างนะครับ เมียผม ผมขอหาเองนะครับคุณแม่” ภาคินเอ่ยห้าม 

“แต่ถ้าไม่ถูกใจแม่ ก็ต้องเลิกนะ” 

“หึๆ” ภาคินหัวเราะในแกร่งเบาๆ ไม่ยอมเอ่ยตกลง 

  

ร่างบางของนับดาวที่ทานข้าวเย็นเพียงลำพังเสร็จก็ปลีกตัวขึ้นมาบนห้องนอนทันที มือเล็กหยิบผ้าเช็ดตัวเดินเข้าไปอาบน้ำ มือบางที่ถอดเสื้อออกก็ต้องหยุดชะงัก แก้มนวลแดงระเรื่อ เมื่อร่างของเธอที่สะท้อนกระจกออกมานั้น ตรงแถวเนินอกมีแต่รอยที่ภาคินทำไว้ หัวใจดวงเล็กก็เต้นแรงขึ้นมาเสียดื้อๆ เมื่อย้อนนึกถึงเหตุการณ์เมื่อตอนกลางวัน เขาทำแบบนั้นไปทำไมกันนะ หรือเขาคิดว่าเธอง่ายจะรังแกยังไงก็ได้ เธอเดาใจภาคินไม่ออกเลยจริงๆ 

เมื่อพยายามไม่คิดถึงเรื่องที่เกิดขึ้นแล้วร่างบางก็อาบน้ำแต่งตัวแล้วเข้านอนทันทีเพื่อเตรียมสู้กับสิ่งที่จะเกิดขึ้นในวันพรุ่งนี้อีก 

 

หนึ่งอาทิตย์ต่อมา 

“นับอย่าลืมเอาเงินให้น้องด้วยล่ะ” นพดลเอ่ยบอกนับดาวในช่วงเช้าก่อนที่หญิงสาวจะออกไปทำงาน 

“แต่นับพึ่งให้ฟ้าไปเมื่อวันก่อนเองนะคะพ่อ” เสียงหวานเอ่ยท้วง  

ไม่ใช่เพียงค่าใช้จ่ายภายในบ้านที่นับดาวต้องเป็นคนออก ยังรวมไปถึงค่าใช้จ่ายของพรฟ้าที่นพดลขอให้เธอจ่ายให้น้องด้วย ให้เห็นแก่ความเป็นพี่เป็นน้องกัน ทั้งที่พรฟ้าไม่เคยเห็นเธอเป็นพี่เลยด้วยซ้ำ 

“ก็ช่วงนี้ค่ากิจกรรมมันเยอะไง แกจะไม่ให้ฉันเหรอ” พรฟ้าเอ่ย  

“แกนี่มันเนรคุณจริงๆ” พรทิพย์ต่อว่านับดาว 

“แต่นับไม่มีแล้วจริงๆนะคะ” ทำไมนับดาวจะไม่รู้ว่าพรฟ้านั้นเอาเงินไปถลุงเล่น ทั้งที่ฐานะทางบ้านก็ไม่ค่อยมี เงินที่นับดาวได้จากการทำงานนั้นเดือนชนเดือน ไม่พอให้มีเก็บหรอก 

“ฉันไม่เชื่อแกหรอก” พรทิพย์พูดพร้อมกระชากกระเป๋าทำงานของนับดาวมาแล้วรื้อค้นทันที  

“น้าทิพย์อย่าทำแบบนี้สิคะ” เสียงหวานเอ่ยห้ามแล้วพยายามดึงกระเป๋าตัวเองกลับมา 

“ไหนบอกไม่มี นี่ไง”  

“ไม่นะคะ” นับดาวเอ่ยเสียงหลงเมื่อพรทิพย์หยิบแบงค์พันใบสุดท้ายของเธอไปซะแล้ว 

“ทีหลังอย่าคิดโกหก ไม่งั้นแกเจอดีแน่” พรทิพย์เอ่ยบอกพร้อมยื่นแบงค์พันให้พรฟ้าแล้วโยนกระเป๋าคืนให้นับดาวอย่างไม่ใยดี  

มือบางปาดน้ำตาที่ซึมออกมาอย่างเงียบๆ ใบหน้าหวานที่เปื้อนด้วยน้ำตาเงยหน้าขึ้นมาเพื่อขอความเห็นใจจากคนเป็นพ่อ หัวใจดวงเล็กยิ่งเจ็บเข้าไปอีกเมื่อคนเป็นพ่อแท้ๆของเธอนั้นกลับเดินไปพร้อมกับสองแม่ลูกนั้นตั้งนานแล้ว  

นับดาวปาดน้ำตาที่ไหลรินออกลวกๆ แล้วเก็บเศษเหรียญที่กระจายตามพื้นมาเก็บไว้ในกระเป๋าสตางค์ใบเก่า ที่มีแค่แบงค์ร้อยใบเดียว เอาวะอย่างน้อยก็เหลือตั้งร้อยกว่าบาท นับดาวคิดในแง่ดี รีบเก็บของเข้ากระเป๋าแล้วรีบไปทำงานทันที 

 

เอ็นพีวี กรุ๊ป 

“เอ้า นับทำไมตาแดงๆล่ะ” นารีเอ่ยทักขณะที่หญิงสาวเดินผ่านเธอ 

“สวัสดีค่ะพี่นารี พอดีฝุ่นเข้าตานิดหน่อยน่ะค่ะ” นับดาวปดออกไป 

“อ่าวเหรอ ไปล้างตาหน่อยมั้ย” นารีเอ่ยด้วยความเป็นห่วง 

“ไม่เป็นไรค่ะ นับเริ่มรู้สึกดีขึ้นแล้ว” 

“อ่อ เป็นไงบ้างทำงานกับคุณภาคิน” 

“ก็ดีค่ะ” ถ้าไม่นับเรื่องวันนั้นนะ นับดาวเอ่ยต่อในใจ 

“ดีแล้วจ๊ะ สู้ๆตั้งใจทำงาน” 

“พี่นารีเองก็สู้ๆนะคะ” เสียงหวานเอ่ยอย่างสดใส 

“จร้า” 

 

เมื่อแยกจากนารีแล้วนับดาวก็เดินไปยังโต๊ะทำงานของเธอทันที นี่ก็ผ่านมาหนึ่งอาทิตย์แล้วที่เธอทำงานกับภาคิน นอกจากวันนั้นแล้วชายหนุ่มก็ไม่เคยแตะต้องเธออีกเลย เธอรู้สึกได้ว่าภาคินไม่ค่อยชอบเธอนัก ร่างสูงจะพูดกับเธอเฉพาะเรื่องงานเท่านั้นตลอดหนึ่งอาทิตย์ที่ผ่านมา เขาจะเมินและไม่สนใจเธอ แต่ก็ดีแล้วแหละที่เขาไม่สนใจเธอเพราะเธอก็อึดอัดเหมือนกันเวลาอยู่กับเขาแค่สองคน  

ภาคินตั้งใจทำงานมาก จนเธอก็แทบไม่เชื่อสายตาเมื่อได้เห็นอีกมุมของเขา ตอนที่ภาคินตั้งใจจดจ่อกับงานตรงหน้า มันทำให้เขามีเสน่ห์ไปอีกแบบ ใจเธอก็พลันเต้นแรงไปด้วย 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว