email-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 80. เปลี่ยนไป

ชื่อตอน : ตอนที่ 80. เปลี่ยนไป

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย เกาหลี

คนเข้าชมทั้งหมด : 336

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 17 พ.ค. 2564 08:04 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 80. เปลี่ยนไป
แบบอักษร

ปึก!!

“หืม อะไรกัน?! เดินหมากแบบนี้ มีเรื่องกังวลใจอยู่อย่างนั้นหรือ?”

“.....!!”

หลังจากแม่ทัพหนุ่มแซฮุนมองการเดินหมากขององค์รัชทายาทที่ไม่แยบยลเท่าที่ควร บวกกับสีหน้าไม่สบอารมนั้น เขาเดาได้ทันทีว่าองค์รัชทายาทกำลังมีเรื่องที่คิดไม่ตกอยู่เป็นแน่

“พระชายาอียู ช่วงนี้เป็นอย่างไรบ้าง กระหม่อมไม่ได้พบกับพระนางเลยตั้งแต่พิธีอภิเษกสมรส”

“นางเปลี่ยนไป”

“หืมมม??”

แซฮุนเลิกคิ้วสงสัยพรางเงยหน้ามององค์รัชทายาทที่พูดด้วยใบหน้าคิดหนัก เปลี่ยนไปยังไงกันนะ?

“อะไรกัน? ร่วมหอกันไม่พอสามเดือน ก็เบาะแว้งกันแล้วหรือ?”

“แล้วเจ้าหละ ช่วงนี้วนเวียนอยู่ที่ตำหนักของข้า ทั้งที่เพิ่งแต่งงานกับท่านหมอยูมี เหตุฉะไหนไม่ยอมกลับไปอยู่ข้างๆนาง?”

“เฮือกกก!!! อ่าฮ่าๆๆๆๆ........”

“......”

แซฮุนขำแห้งๆ กับสิ่งที่องค์รัชทายาทพูดราวกับมันทิ่มแทงใจเขาจนทะลุออกข้างหลัง เสียงหัวเราะนั้นค่อยๆ แห้งลงจนทั้งห้องเงียบกริบ

“เฮ้ออออ”

“เฮ้ออออ”

ทั้งซอลมินและแซฮุนต่างก็ถอนหายใจยาวเหยียดก้มหน้าก้มตาพร้อมกันราวกับเข้าใจซึ่งกันและกัน

เพราะตนก็ถูกยูมีไล่ตะเพิดใส่ตลอดเวลาราวกับเข้าใกล้ไม่ได้ พักหลังมาตนทำอะไรก็กลายเป็นขวางหูขวางตาไปเสียทุกอย่าง

เป็นเหตุให้แซฮุนต้องเนรเทศตัวเองมาพักใจเล่นหมากกับซอลมินที่พระราชวังแห่งนี้แทน

“องค์รัชทายาท...”

ขันทีชองเดินเข้ามาพร้อมกับเรียกซอลมิลที่หน้าประตูห้อง สีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส

“ข้าต้องไปแล้ว”

“อ่าว องค์ชาย!!”

ร่างสูงในชุดสีน้ำเงินรีบลุกขึ้นจากเบาะรองนั่ง ไม่สนใจแม้ว่าแซฮุนจะเรียกตนทั้งที่ยังปรับทุกข์กันไม่เสร็จ

 

ศาลาดอกบัว.

“.....”

“.....”

ซอลมินนั่งอมยิ้มให้กับอียูที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับตนด้วยท่าทีสงบเสงี่ยม โดยมีโต๊ะอาหารมากหน้าหลายตาวางเรียงกันอยู่ เพราะหลายวันมานี้อียูไม่ยอมให้เขาร่วมหอด้วยเลย เผื่อว่าการทำตัวดีจะทำให้อียูใจดีกับเขาบ้าง

“เสวยได้เพคะ”

จีมินทำหน้าที่ซิมอาหารจนครบทุกจานก่อนจะก้มคำนับให้ทั้งสองคนแล้วเดินลงศาลาดอกบัวไปเงียบๆ

“ข้าคิดถึ....”

“เสวยเถอะเพคะ หม่อมฉันหิวจะแย่แล้ว”

“.....!”

ยังไม่ทันจะพูดจบ อียูก็หยิบตะเกียบคีบอาหารตรงหน้าเข้าปาก ซอลมินจึงทำได้แค่กระแอมในลำคอแก้เก้อแล้วตักอาหารกินบ้าง

“ช่วงนี้ องค์ชายยุ่งอยู่หรือเพคะ?”

“เหตุใดเจ้าจึงคิดเช่นนั้น?” วางช้อนลง

“หม่อมฉันได้ยินว่าท่านแม่ทัพแซฮุน พักอยู่กับองค์ชายที่พระตำหนักด้วย ทรงมีเรื่องอะไรหรือเพคะ?”

“เอ่ออ ไม่มีอะไรเป็นพิเศษหรอก”

“งั้นหรือเพคะ”

ทำไมอยู่ๆ นางก็ถามถึงแซฮุนขึ้นมาในขณะที่กินข้าว หรือว่าข้าจะทำให้นางรู้สึกเหงา แต่นางเองไม่ใช่หรือที่ไม่ยอมให้ข้าไปที่ตำหนักจันทร์เสี้ยว

เมื่อเห็นว่าอียูไม่ได้สนใจอะไรอีก ตนจึงตักอาหารยื่นไปป้อนให้กับอียูด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม

แป๊ะ!!!! เคร้งงง!!!

“เจ้าทำอะไรหนะ?!!”

“!!!...”

ในความหวังดี อียูกลับปัดมือของซอลมินทิ้ง ช้อนและอาหารตกระจายที่พื้นพร้อมกับทำหน้ารังเกียจ อียูก็มีท่าทางตกใจตนเองไม่ต่างกัน

ซอลมินถามถึงสิ่งที่อียูทำด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง ราวกับว่าครั้งนี้เขาไม่เข้าใจและกำลังบอกเป็นนัยๆ ว่าเขาเริ่มโกรธ

“หม่อมฉัน!!!..”

“ข้าทำอะไรผิดต่อเจ้างั้นหรือ?”

“....!”

“ไม่พอใจอะไรในตัวข้ากันแน่ ข้าไม่ฉลาดพอจะเอาใจเจ้าถูกนะพระชายา”

“ขออภัยเพคะ หม่อมฉันแค่...!”

“.....”

อียูมีท่าทีสำนึกผิดในสิ่งที่ตนทำเป็นอย่างมาก แต่ยังไม่ได้จะอธิบายอะไร สายตาก็เหลือบไปเห็นรอยแดงที่มือหนาเพราะถูกน้ำแกงร้อนๆ ในถ้วยหกลวกมือของซอลมิน

หมับ!!!

“จีมิน”

อียูรีบลุกขึ้นไปนั่งลงใกล้ๆ กับซอลมินพร้อมกับคว้ามือหนามาจับไว้สีหน้าร้อนรนพรางเรียกหานางในของตน แต่ถึงอย่างนั้นซอลมินก็ไม่ได้รู้สึกดีที่ได้รับการดูแลจากอียู เพราะยังคงคิดไม่ตกว่าช่วงนี้เกิดอะไรกับนางกันแน่

“เกิดอะไรขึ้นเพคะ?”

“ออกไป”

“.....!!”

“เพคะองค์ชาย!!”

ซอลมินพูดขึ้นตัดบทจีมินเสียงเรียบ ทำเอาอียูพูดอะไรไม่ออกก้มหน้าสำนึกผิดต่อสิ่งที่ตนทำลงไปอย่างเลี่ยงไม่ได้

“ข้าถามเจ้า ว่าเกิดอะไรขึ้น?”

“.....”

ซอลมินหันกลับมามองยังร่างบางที่ก้มหน้านิ่งไม่ยอมพูดอะไร เขาจึงต้องถอนหายใจเพื่อสงบสติอารมณ์ตนเองลงอย่างเหลืออด

“บอกข้าได้มั้ย ว่าทำไมเจ้าถึงเป็นเช่นนี้?”

“......!”

น้ำเสียงนั้นอ่อนโยนลงเพื่อให้ทุกอย่างผ่อนคลายมากขึ้น

มืออีกข้างของเขากำลังจะเอื้อมไปจับมือเล็กเพื่อให้นางสบายใจและไม่ต้องรู้สึกผิดขนาดนั้น แต่อียูกลับปล่อยมือที่กำลังแดงของเขาทิ้งแล้วถอยห่าง ไม่ยอมให้เขาแตะต้องตัว

ความอึมครึมเข้าครอบงำอีกครั้ง แต่คราวนี้ซอลมินไม่ยอมให้นางได้หนีไปไหนได้อีก ต้องมีอะไรที่นางปิดบังข้าเอาไว้แน่

ขวับ!! พรึบ!!

มือหนาคว้าข้อมือของอียูไว้ได้ก่อนที่นางจะลุกหนีไปอีก พร้อมกับดึงร่างเล็กเข้ามานั่งตักใช้สองแขนกอดล็อคนางเอาไว้แน่น

“ปล่อยหม่อมฉันนะเพคะ!!!”

“งั้นก็พูดมาว่าเพราะอะไร?”

“หม่อมฉันเหม็นนะเพคะ ปล่อยยย!!!!!”

อียูดิ้นกุกกักอยู่ในอ้อมแขนที่กลายเป็นกรงขังที่ไม่อาจหลีกหนีไปไหน ถ้านางไม่ยอมพูดอะไรที่ข้าสามารถฟังขึ้น ข้าก็จะไม่มีทางปล่อยเด็จขาด

“อะ ฮึก!!! องค์ชายยยยยย!!”

“ไม่มีทาง”

“ปะ ปล่อย อึก อวกกกกกกกกก!!!!”

“......!”

เสียงนั่น คืออะไรกัน?!! ร่างบางหยุดดิ้นลงก่อนจะก้มหน้าลงมุดแผงอกแข็งแรงเงียบๆ ไม่ขัดขืนอะไรอีก

“นี่เจ้า!!!”

“หม่อมฉันบอกให้ปล่อยยังไงเล่าเพคะ”

อียูเงยหน้าขึ้นพูดด้วยสายตาที่เหมือนกับจะร้องไห้ทำให้ร่างสูงเบิกตากว้างเมื่อเห็นว่านางอวกใส่เสื้อผ้าของตนเละเทะไปหมด

“เจ้าป่วยงั้นหรือ?!”

อวกกกกกกกกกกกกกก~~~!!!

“....”

นอกจากจะไม่ได้คำตอบ อียูกลับอวกแบบจัดเต็มซ้ำที่เดิม ซอลมินได้แต่ยกยิ้มที่มุมปากแห้งๆ พร้อมกับใช้มือลูบแผ่นหลังขออียูอย่างเก้ๆ กังๆ พรางเบี่ยงหน้าหนีไปทางอื่น

 

 

พระตำหนักจันทร์เสี้ยว.

หลังจากพาอียูกลับตำหนัก ตนจึงกลับไปเปลี่ยนฉลองตัวใหม่ก่อนจะรีบตรงไปยังตำหนักของอียูในทันทีด้วยความร้อนรน

หากนางป่วยก็น่าจะบอกกันเสียหน่อย ไม่คิดเลยว่าจะรักษาระยะห่างจากเขาขนาดนี้ เพราะกลัวว่าข้าจะป่วยไปด้วยงั้นหรือ

ครืดด~~

“....”

นางในที่ยืนอยู่หน้าประตูทำหน้าที่เปิดประตูให้องค์รัชทายาทได้เข้าไปยังด้านใน

ภายในห้องโถงใหญ่ อียูนอนอยู่บนฟูกด้วยใบหน้าซีดเซียว นางในสองคนคอยปรนนิบัติอยู่ไม่ห่าง ยังมีหลอหลวงที่เพิ่งจะมาถึงก่อนหน้าซอลมินไม่นานนั่งอยู่ด้านข้าง

“องค์รัชทายาท”

“พระชายาของข้า นางเป็นอย่างไรบ้าง?”

หมอหลวงกำลังจะลุกขึ้นโค้งคำนับ แต่ต้องหยุดไว้แค่นั้นเพราะซอลมินยกมือขึ้นห้ามและให้หมอหลวงได้ทำหน้าที่ต่อ

“องค์ชาย”

เมื่อเห็นว่าองค์ชายยืนมองอยู่ อียูพูดน้ำเสียงคล้ายคนจะเป็นลม ซอลมินไม่รีรอรีบเดินเข้าไปนั่งข้างๆ ในทันที

“ข้าอยู่นี่แล้วเจ้าเป็น...!!!”

“ออกไปห่างๆ เลยเพคะ!!!”

“....!”

ยังไม่ทันจะได้เอื้อมมือไปแตะต้องตัวนางแม้แต่ปลายเล็บ อียูก็ตะวาดเข้าให้จนหมอหลวงและนางในที่ลายล้อมอยู่พากันก้มหน้ามุดพื้นทำราวกับว่าไม่เห็นไม่รู้เรื่อง

“ข้าเป็นห่วงเจ้านะ พระชายา”

ซอลมินกระแอมในลำคอก่อนจะพูดลอดไรฟันอย่างเหลืออด เวลาแบบนี้ยังจะไล่ข้าอีก เห็นข้าเป็นอะไรกัน

“อึก....!”

“ข้า!! ข้าจะไปยืนตรงนั้น!”

อียูทำท่าจะอวกออกมาอีกรอบจนซอลมินต้องยอมทำตามที่นางบอกอย่างว่าง่าย เพราะกลัวว่าจะได้ทิ้งฉลองพระองค์อีกชุด

 

บรรยากาศภายในห้องโถงเป็นไปด้วยความสงบอีกครั้ง หมอหลวงใช้ผ้าสีขาววางลงบนข้อมือบางของอียูก่อนจะตรวจดูพระอาการใบหน้าเคร่งเครียด

“เฮ้ออออ!!”

เหมือนทุกอย่างจะได้บทสรุปเมื่อหลอหลวงถอนหายใจโล่งอกพร้อมกับเก็บอุปกรณ์ลงกล่องไม้ที่นำติดมาด้วยด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม

“ท่านหมอหลวง พระชายาเป็นอะไรหรือเจ้าคะ?”

นางในคนสนิทที่ชื่อจีมินถามหมอหลวงสีหน้ากังวล ไม่ต่างจากคนอื่นๆ

หมอหลวงกลับมานั่งตัวตรงพร้อมกับก้มคำนับให้แก่ซอลมิน

“กระหม่อมต้องขอแสดงความยินดีต่อทั้งสองพระองค์”

“หืม?!!”

“พระชายาทรงมีพระครรภ์พะยะค่ะ”

“....!!!!!”

ทุกคนในห้องต่างก็นิ่งอึ้งอ้าปากค้างกับสิ่งที่หมอหลวงแจ้งแก้ซอลมิล

“อาการที่พระชายาทรงเป็นอยู่ เป็นเพราะพระอาการแพ้ครรภ์ กระหม่อมจะนำโอสถมาถวายหลังจากนี้พะยะค่ะ”

“เจ้าว่า ยังไงนะ?!”

“พระชายาทรงมีพระครรภ์พะยะค่ะ”

“.....!!!!”

“ว้ายยยยยยย!!!!!!!

“ย้าาาฮุ้วววววววววว!!!!!!”

นางในคนสนิททั้งสองต่างก็กระโดดโลดเต้นด้วยความดีอกดีใจเกินกว่าคนที่ยืนนิ่งทำตัวไม่ถูกอย่างองค์รัชทายาทเสียอีก ส่วนอีอยู่นั่นนอกจากนางจะยิ้มออกมา แต่ก็ไม่ลืมที่จะยกมือห้ามไม่ให้ซอลมินเข้าไปใกล้มากว่านี้

“พระชายาข้า! ข้ากำลังจะเป็นพ่องั้นหรือ?!!”

“เพคะ หม่อมฉันก็ดีใจ แต่ได้โปรด องค์ชายกลับไปก่อนได้ไหมเพคะ”

“ได้!! ข้าจะไม่กวนใจเจ้า”

ซอลมินพูดพรางหันมองแสงแดดสีทองที่สาดส่องเข้ามาทางหน้าต่าง ใบหน้าเต็มไปด้วยความเพ้อฝัน ราวกับนี่คือข่าวที่ดีที่สุดในชีวิตของเขาแล้ว

ร่างสูงอมยิ้มร่าเริงราวกับสลับร่างกลายเป็นคนละคน วิ่งหน้าตั้งออกจากตำหนักตามที่ชายาของตัวเองร้องขอทันที

 

 

 

 

ความคิดเห็น