ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ตอนที่ 33 หึง

คำค้น : แต่งงาน, เย็นชา, ภรรยา, นิยายรัก, โรแมนติก, ดราม่า, แอบรัก, เมียจ้าง, พระเอกรวย, พระเอกซึน

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 609

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 15 พ.ค. 2564 17:41 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 33 หึง
แบบอักษร

เมื่อตะวันไม่เหลือบแลมา ใบหน้าของเธอก็ชาไปหมด นับดาวหันไปมองรอบๆ ก็เห็นแต่สายตาที่มองมาด้วยความเวทนา มันทำเอาเธอต้องกลั้นหายใจ 

เป็นไปได้ยังไง...ทำไมเขาถึงมองข้ามเธอไปได้? 

ดาราอย่างเธอที่ได้รับความชื่นชมเรื่องความสวยกับรูปร่างสุดเพอร์เฟกต์และความเก่ง...ในเรื่องบางอย่างที่ตะวันก็เคยสัมผัสมาแล้ว ทำไมเขาถึงมองข้ามเธอไปได้  

ทันใดนั้นผู้หญิงที่อยู่ในอ้อมแขนตะวันก็ดึงดูดสายตาของเธอ ดวงตาของเธอกวาดขึ้นลงแล้วพิจารณาอัยย์หัวจรดเท้า แม้จะไม่อยากยอมรับแต่ผู้หญิงที่ตะวันพามาก็ถือว่าสวยไม่น้อย 

 

ซันที่ยังคงยืนดื่มไวน์อยู่ยิ้มบางๆ เมื่อเห็นตะวันเดินเข้ามาในงาน แววตาของเขาฉายแววขี้เล่นขึ้นมาทันที 

“ดูเหมือนว่ารสนิยมของตะวันจะดีขึ้นเยอะเลย” 

ลูน่าหันขวับไปมองพี่ชาย “ดีตรงไหน? ก็งั้นๆ แหละ ดูจืดชืดไม่มีอะไรน่าสนใจสักนิด” 

ซันยิ้มแต่ไม่ได้พูดอะไรออกมาเพราะต่อให้บอกไป ลูน่าก็คงไม่เข้าใจ รูปลักษณ์ภายนอกไม่ใช่สิ่งสำคัญที่สุด สำหรับผู้ชายในการเลือกใครสักคนมาอยู่เคียงข้าง และต่อให้เจอผู้หญิงที่มีพร้อมทุกอย่างแต่สิ่งที่สำคัญมากกว่าก็คือหัวใจ.... 

ดูท่า....คืนนี้คงจะมีอะไรสนุกๆ ให้เขาดูแน่นอน 

ซันจิบไวน์แล้วมองไปยังเพื่อนของเขาที่อยู่ท่ามกลางผู้คน เขาไม่รู้จริงๆว่าตะวันยังคงฝังใจกับคนที่เป็นอดีต หรือหันมามอบหัวใจสาวสวยที่อยู่เคียงข้างเขาแทน.... 

 

แขกมากหน้าหลายตาอยากจะเข้ามาทักทายตะวันและหลายคนก็อยากรู้ว่าผู้หญิงที่อยู่เคียงข้างเขาตอนนี้คือใคร 

แต่อัยย์ไม่ใช่คนช่างพูดอยู่แล้ว เธอเพียงแค่ยิ้มทักทายและแนะนำชื่อของตัวเองเวลาที่มีใครสักคนถามขึ้นมา 

เท้าที่อยู่ในส้นสูงมาพักใหญ่เริ่มรู้สึกเมื่อย ตั้งแต่รู้ตัวว่าท้องเธอก็เลิกใส่รองเท้าส้นสูงไปเลยและผู้คนมากมายที่ยืนรวมกัน กลิ่นน้ำหอมที่อบอวนอยู่ในอากาศทำให้เธอรู้สึกหายใจลำบาก เมื่อทนไม่ไหวอีกต่อไปเธอก็สะกิดตะวันเบา  

เท่านั้นเองความสนใจทั้งหมดของเขาก็หันมาที่เธอ ตะวันก้มหน้าเข้ามากระซิบข้างหู 

“มีอะไรหรือเปล่า?” 

“อัยย์ปวดเท้าแล้วก็เวียนหัวนิดหน่อยค่ะ ขอตัวไปนั่งก่อนนะคะ” 

“เดี๋ยวผมพาไป” 

“ไม่เป็นไรค่ะ คุณคุยกับคนอื่นต่อเถอะ อัยย์ไปเองได้” พูดจบเธอก็พยายามเดินแยกออกมาแต่ถูกตะวันดึงแขนเอาไว้ 

“ผมจะพาคุณไปเอง ไม่ต้องรีบนะ” อัยย์มองไปด้านหลังของเขา แขกในชุดหรูหราต่างจ้องมองมาด้วยความสนใจ พวกเขาอาจจะเป็นเพื่อนหรือคู่ค้าทางธุรกิจที่ดูกระตือรือร้นที่จะพูดคุยกับตะวัน เธอรู้สึกเกรงใจถ้าจะต้องเป็นสาเหตุให้ตะวันทิ้งพวกเขาไป  

เธอกำลังจะยกมือขึ้นปฏิเสธแต่ทันใดนั้นตะวันก็ช้อนร่างเธอขึ้นมา เขาอุ้มเธอไว้อย่างง่ายดาย ไม่ใช่แค่อัยย์ที่ตกใจแต่คนที่ยืนมองอยู่ก็ดูจะตกใจเล็กน้อย  

“ตะวันคะ...คนเยอะปล่อยอัยย์เถอะ” เธอคว้าปกเสื้อสูทของเขาไว้ แล้วมองไปที่แขกคนอื่นอย่างกังวล แต่หลังจากหายแปลกใจแล้ว แขกเหล่านั้นก็หันมายิ้มแย้มเห็นดีเห็นงามไปกับทุกการกระทำของเขา 

ตะวันไม่สนใจเสียงประท้วงของเธอ เขากอดอัยย์เอาไว้แล้วก้าวออกมาช้าๆ ใบหน้าของอัยย์เริ่มแดงด้วยความอาย แขนทั้งสองข้างของเธอโอบรอบคอเขาไว้และซุกหน้าไว้กับอกเขา 

ตะวันหัวเราะออกมาเบาๆ เมื่อเห็นปฏิกิริยาของอัยย์ ดูเหมือนเขาจะเริ่มสนุกกับการแกล้งเธอ  

ท่าทางใส่ใจและดูแลของตะวันนี้ทำให้ทุกคนเริ่มรู้ถึงความสำคัญของอัยย์มากขึ้น ผู้หญิงคนนี้ต่างหากคือคนที่พวกเขาไม่ควรมองข้าม 

คีตารีบเดินหาสามีที่ออกมาต้อนรับแขกจนไม่ทันได้เห็นภาพเด็ดๆ 

“ทำอะไรอยู่คุณ?” 

“เพื่อนผมกำลังมาก็เลยรีบเดินมารอต้อนรับไง” คีตาขมวดคิ้วให้กับความไม่ได้เรื่องของสามี “อยากให้เขามางานแทบตาย พอเขามาแทนที่จะเกาะติดไว้ ดันออกมายืนตรงนี้เนี่ยนะ?” 

“ผมกะว่าจะมาแป๊บเดียว มันเกิดอะไรขึ้นเหรอ?” ก้อนทองหันไปมองยังจุดที่ตะวันเคยยืนอยู่ แต่ก็ไม่เห็นเขาแล้ว 

“คุณตะวันหายไปไหนแล้วล่ะ?”  

คีตาจิ๊ปากใส่สามี “ผู้หญิงที่เขาพามาด้วยเวียนหัว เขาเลยพาออกไป ดูท่าจะแม่ดารานั่นจะตกกระป๋องไปแล้วล่ะ” 

ก้อนทองหน้าเสีย เขารู้สึกว่าตัวเองพลาดที่ไม่ได้ให้ความสำคัญกับผู้หญิงที่ตะวันพามา แค่เห็นว่าเป็นผู้หญิงสวยๆ คนหนึ่ง เขาน่าจะเฉลียวใจว่าตะวันไม่เคยควงใครออกหน้าออกตา  

“เราจะทำยังกันดี?”  

“ทำยังไงล่ะก็แค่เปลี่ยนขั้ว คุณก็อย่าไปทำตัวสนิทสนมกับนับดาวอีกเพราะแฟนใหม่ของตะวันอาจจะไม่พอใจ ส่วนเรื่องตีสนิทกับเธอ เดี๋ยวฉันจัดการเอง”  

แต่ก้อนทองส่ายหน้า “ไม่ได้ ผู้หญิงคนนั้นเป็นใครมาจากไหนก็ไม่รู้ อาจจะถูกทิ้งในวันสองวันก็ได้ แทนที่จะเปลี่ยนขั้ว เราก็ตีสนิทไว้ทั้งสองคนนั่นแหละ สุดท้ายตะวันเลือกคนไหน เราก็ยังมีเส้นสายอยู่ดี” 

คีตาพยักหน้า ที่สามีเธอพูดมาก็มีเหตุผล แต่เธอก็ยังแอบลังเลนิดๆ ว่าควรจะเลือกเป็นพวกกับใคร.... 

 

ด้านของตะวันพาอัยย์เข้าไปในห้องนั่งเล่นที่ว่างเปล่า เขานั่งลงที่โซฟาแต่ยังคงกอดเธอไว้บนตัก 

พอได้ออกห่างจากกลุ่มคนแล้ว เธอก็หายใจหายคอได้สะดวกขึ้น 

ทันใดนั้นก็มีเสียงของผู้หญิงคนหนึ่งดังอยู่หน้าประตู “พี่ซัน มาทางนี้พี่ตะวันอยู่ห้องนี้” 

พอได้ยินว่ามีคนอื่นกำลังจะเข้ามาในห้อง อัยย์ก็พยายามขยับตัวลงจากตักเขา แต่นอกจากจะไม่ปล่อยแล้ว ตะวันกลับกอดเธอไว้แน่นกว่าเก่า 

“อย่าขยับ” สายตาข่มขู่ของเขาบอกให้รู้ว่าถ้าเธอไม่เชื่อฟัง ตะวันอาจจะทำอะไรแปลกๆ เพื่อเป็นการลงโทษเธอ 

อัยย์ได้แต่ก้มหน้าแล้วปล่อยให้คนที่เดินเข้ามาในห้องเห็นภาพเธอนั่งอยู่บนตักเขา 

“พี่ตะวันลูน่ามาแล้ว” ลูน่าเปิดประตูแล้วยิ้มกว้าง แต่เธอก็ต้องหุบยิ้มแล้วทำหน้าคว่ำทันทีที่เห็นว่าบนตักของตะวันนั้นมีเธอนั่งอยู่ 

อัยย์หลบสายตาที่มองมา มันน่าอายที่ต้องให้คนอื่นมาเห็นภาพแบบนี้ แต่ก็ทำอะไรไม่ได้แล้ว 

“เก้าอี้ก็เยอะแยะทำไมต้องนั่งตักกันด้วย นั่งเองไม่เป็นเหรอ?” 

ลูน่าที่เห็นเหมือนตะวันเป็นฮีโร่ เป็นเจ้าชายในฝัน ถ้าเธอไม่ได้เป็นเจ้าสาวของเขาก็ต้องเป็นผู้หญิงที่คู่ควรที่ไม่ใช่ผู้หญิงคนนี้ 

“อย่าหยาบคายกับพี่สะใภ้” เสียงผู้ชายที่เดินตามหลังลูน่าเข้ามาทำให้อัยย์สงสัยว่าเขาเป็นใคร 

ลูน่าหันไปมองผู้ชายที่ตัวสูงพอๆ กับสามีเธอ ทั้งคู่มีหน้าตาละม้ายคล้ายกัน “ใครพี่สะใภ้ ลูน่ายังไม่ยอมรับหรอกนะ”  

ซันเมินน้องสาวแล้วเดินมานั่งเก้าอี้ใกล้ๆ กับพวกเขา 

“สวัสดีครับ ผมชื่อซันเป็นเพื่อนสนิทของตะวัน ส่วนเด็กปากเสียนั่นชื่อลูน่าเป็นน้องสาวผมเอง” ซันส่งยิ้มแล้วยื่นมือออกมาทักทาย  

อัยย์คุ้นหน้าคุ้นตาของซันมาบ้างเพราะเคยเห็นเขาออกทีวีกับดาราในสังกัด ซันดูเป็นคนร่าเริงและเป็นมิตร นึกไม่ถึงว่าเขาจะเป็นเพื่อนกับตะวัน... 

ไม่ต่างจากน้องสาวที่หน้าตาดี ซันก็รูปหล่อไม่น้อยเลย ไม่แปลกใจที่จะเป็นขวัญใจสาวๆ จนติดอันดับชายในฝันที่ถูกจัดอันดับโดยนิตยสารชื่อดัง  

ถึงจะอยู่ในท่าทีประหลาดแต่อัยย์ก็ยื่นมือไปจับมือเขา “ยินดีที่ได้รู้จักค่ะคุณซัน ไอรีณเรียกอัยย์ก็ได้” เธอพยายามส่งยิ้มให้เขาเพราะคิดว่าควรจะญาติดีกับเพื่อนสนิทสามีไว้ แต่ก็ไม่รู้ว่าจะมีประโยชน์หรือเปล่าเพราะเขาจะเป็นสามีเธอแค่หนึ่งปีเท่านั้น 

“เรียกผมซันเฉยก็ได้ครับ ยังไงพวกเราก็เป็นคนกันเองอยู่แล้ว” ซันเอนตัวพิงพนักเก้าอี้อย่างสบายๆ บ่งบอกว่าคุ้นเคยและสบายใจกับตะวันเป็นอย่างดี 

ตรงข้ามกับน้องสาวที่เป็นปฏิปักษ์กับเธออย่างเห็นได้ชัด ซันดูจะเป็นมิตรและยอมรับเธอในฐานะภรรยาของเพื่อนได้อย่างง่ายดาย  

จู่ๆ อัยย์ก็รู้สึกเจ็บแปลบที่สะโพก เมื่อมองลงไปก็เห็นว่าตะวันแอบหยิกสะโพกเธอ  

“เลิกสบตาเขาได้แล้ว” เสียงกระซิบเตือนดังอยู่ข้างหู  

“อะไรนะคะ?” อัยย์ไม่เข้าใจว่าทำไมเขาถึงพูดแบบนั้น เมื่อเงยหน้าไปก็เจอเข้ากับดวงตาสีดำที่ดูเย็นชา  

เขาอารมณ์เสียอย่างนั้นเหรอ? 

แต่เธอแค่พยายามทำดีกับเพื่อนเขาเท่านั้นนะ............. 

สมองของอัยย์เหมือนถูกช็อตเธอพยายามคิดหาทางที่จะทำให้เขารู้สึกดีขึ้น แต่คิดเท่าไหร่ก็คิดไม่ออก 

อัยย์กำลังจะพูดอะไรบางอย่างเพื่อทำให้บรรยากาศผ่อนคลาย ทันใดนั้นเสียงหัวเราะก็ดังมาจากด้านหลังเขา 

“ฮ่า...ฮ่า...ฮ่า นี่หึงที่เธอพูดกับฉันเหรอ นายนี่มันสุดยอดจริงๆ ตะวัน” เสียงหัวเราะของซันทำให้บรรยากาศดีขึ้น ตะวันเลิกคิ้วแล้วทำเมินคำพูดของเพื่อน เขาขยับอ้อมกอดแล้วชี้มือไปที่ประตู 

“ออกไปได้แล้วทั้งพี่ทั้งน้อง คนจะพักผ่อน” 

“พี่ตะวันเพิ่งได้เจอหน้ากันก็ไล่แล้วเหรอ?” ลูน่าเผลอเสียงดังใส่ แต่พอหันไปเจอตะวันทำตาดุใส่เธอก็เงียบทันที 

ต่างจากน้องสาว ซันลุกขึ้นแล้วเดินออกไปหยุดที่หน้าห้อง “ไว้นัดเจอกันอีกทีแล้วกัน”  

ลูน่าที่หน้าหงอเดินกระแทกเท้าตามพี่ชายออกไป  

อัยย์ขยับตัวจะบอกลาแต่ถูกตะวันกอดไว้แน่น แถมยังเอามือมาบังตาเธอไว้อีกต่างหาก 

พอสองคนพี่น้องลับตาไปเขาก็รีบออกคำสั่งทันที “วันหลังห้ามคุยกับซันอีก” 

อัยย์หันไปมองหน้าเขา “แต่เขาเป็นเพื่อนคุณไม่ใช่เหรอคะ”  

“ก็ใช่...แต่ถ้าคุณจะพูดกับเขาต้องขออนุญาตผมก่อน” 

อัยย์คิดแค่ว่ามันเป็นเพราะความเผด็จการในตัวเขา ไม่ได้คิดเลยว่าจะเป็นเพราะความหึงหวง มันจะเป็นไปได้เหรอที่คนอย่างเขาจะรักและหวงแหนเธอ  

อัยย์กลัวว่าจะมีใครเข้ามาเห็นภาพเธอนั่งบนตักเขาอีกจึงพยายามหาทางให้หลุดพ้นจากสถานการณ์นี้ 

“อัยย์ขอไปเข้าห้องน้ำนะคะ”  

ตะวันจ้องหน้าเธออยู่สักพักเหมือนจะตรวจสอบให้แน่ใจว่าเธออยากจะเข้าห้องน้ำจริงๆ หรือแค่หาข้ออ้าง แต่สุดท้ายก็พยักหน้าอนุญาตให้เธอไปได้ 

อัยย์รีบลุกขึ้นแล้วเดินออกมาเข้าห้องน้ำที่อยู่ไม่ไกล แต่เพราะอยู่ในชุดราตรีที่รุ่มร่ามทำให้การเข้าห้องน้ำไม่ใช่เรื่องง่ายเลยกว่าเธอจะเข้าห้องน้ำเสร็จก็ใช้เวลานานมากแล้ว 

พอออกจากห้องน้ำมาเธอก็เจอเข้ากับคีตา ภรรยาเจ้าภาพที่เข้ามาชวนคุยแต่จะเรียกว่าชวนคุยก็คงไม่ถูกเพราะส่วนใหญ่แล้วคีตาเป็นฝ่ายพูด ส่วนเธอก็ได้แต่ฟังอย่างเดียว 

เธอเอาแต่อวดความงดงามและประวัติอันยิ่งใหญ่ของสถานที่โดยไม่สนใจเลยว่าคนฟังอยากจะรู้หรือเปล่า และยิ่งคีตาพูดนานเท่าไหร่ อัยย์ยิ่งกระวนกระวายมากเท่านั้น จู่ๆ เธอก็รู้สึกสังหรณ์ใจอย่างประหลาด พยายามจะขอปลีกตัวออกมา แต่ว่าอีกฝ่ายก็รั้งเธอไว้ไม่ยอมปล่อย มิหนำซ้ำยังพยายามลากเธอไปดูการตกแต่งของโรงแรมอีก สุดท้ายเธอต้องแกล้งทำท่าจะเป็นลมอีกรอบ คีตาถึงได้ยอมปล่อยเธอมา 

ทันทีที่อัยย์คล้อยหลังไป คนที่อยู่ในชุดพนักงานโรงแรมก็เดินเข้ามากระซิบกับคีตา 

“เรียบร้อยแล้วค่ะ” 

“เห็นกับตาไหมว่า เขาดื่มเข้าไป?” 

“ไม่เห็นว่าดื่มค่ะ แต่เขาอยู่ในนั้นคนเดียวไม่น่าจะพลาดนะคะ” 

“แล้วนับดาวล่ะ?” 

“ส่งเข้าไปในห้องนั้นแล้วค่ะ” 

คีตายิ้ม ตอนแรกเธอก็คิดจะทำตามที่สามีบอก แต่พอโทรไปคุยกับคุณอมรรัตน์แล้วก็ได้รู้ว่าผู้หญิงที่มากับตะวันไม่ได้ดีเด่อะไร เธอควรจะสนับสนุนนับดาวมากกว่า ความหูเบาบวกกับความเชื่อใจทำให้เธอตัดสินใจทำบางอย่างลงไป เธอทำมันลงไปโดยไม่ได้ฉุกใจคิดสักนิดว่าแท้จริงแล้วตะวันจะเลือกใคร มันก็ไม่ใช่เรื่องของเธอ..... 

เมื่อนึกถึงภาพของอัยย์ที่รีบกลับไปหาตะวัน เธอก็อยากจะรีบไปตรวจสอบว่าแผนการของเธอเป็นไปด้วยดีหรือไม่ ถ้าทุกอย่างสำเร็จไปได้ด้วยดี แน่นอนว่านับดาวจะต้องสำนึกในบุญคุณของเธอแน่ที่ช่วยผลักดันให้เธอไปถึงดวงดาว... 

“คุณคีตาคะ” พนักงานคนเดิมเดินทำหน้าเครียดกลับมาหาคุณคีตา 

“มีอะไร?” 

“มีแขกในงานหลายคนเดินขึ้นไปที่ชั้นบนน่ะค่ะ” 

“ตายละ...เดี๋ยวจะมีคนเข้าไปในห้องนั้นหรือเปล่า?” 

“คีย์การ์ดอยู่นี่ค่ะ คงไม่มีใครเข้าไปได้แน่นอน” 

“แต่ฉันก็ยังไม่ไว้ใจ เอาอย่างนี้ฉันขึ้นไปเฝ้าไว้เองเลยดีกว่า” 

คีตารีบเดินขึ้นไปที่ชั้นสอง ที่ที่เธอจัดฉากทุกอย่างไว้หมดแล้ว 

อัยย์รีบเดินกลับไปหาตะวัน แต่เมื่อไปถึงห้องกลับไม่เห็นแม้แต่เงาของเขา 

ตะวันไม่อยู่............ 

เธอคิดว่าเขาคงจะไปห้องน้ำจึงตั้งใจจะนั่งรอในห้อง แต่กลับมีพนักงานโรงแรมเดินเข้ามาเชิญไปที่ชั้นบน 

พอขึ้นบันไดไปเธอถึงเพิ่งเฉลียวใจว่าตะวันไม่น่าจะให้คนอื่นมาตามเธอแบบนี้ แล้วเธอก็เริ่มสังเกตว่ามีแขกหลายคนขึ้นมาอยู่ที่ชั้นนี้ อาจจะเป็นเพราะต้องการมาชมการตกแต่งแบบโบราณ  

ไม่น่าจะใช่แล้วล่ะ............. 

อัยย์เปลี่ยนความคิดเมื่อเห็นว่ามีหลายคนมุงอยู่หน้าห้องพักห้องหนึ่ง เธอได้ยินจากตะวันว่างานวันนี้เป็นการปิดโรงแรมเลี้ยง ดังนั้นจึงไม่มีแขกเข้าพัก  

เมื่อสังเกตสีหน้าท่าทางของคนที่มุงกันอยู่ก็ทำให้เธอเริ่มไม่มั่นใจว่าควรยืนอยู่ตรงนี้ไหม พวกเขาดูตื่นเต้นและพูดคุยกันอย่างออกรส ราวกับว่ามีบางอย่างที่น่าสนใจอยู่หลังประตูบานนั้น อัยย์เตรียมจะหันหลังเพื่อเดินกลับไปรอตะวันที่ห้องเดิม แต่แล้วก็มีเสียงใครบางคนเรียกชื่อเธอจากด้านหลัง 

“คุณอัยย์ อย่าเพิ่งไปค่ะ” คีตานั่นเอง เธอรีบเดินเข้ามาลากแขนอัยย์ฝ่ากลุ่มคนที่ยืนออกันอยู่ แล้วพาเธอไปหยุดที่หน้าห้องนั้น 

คราวนี้สายตาทุกคู่ก็จับจ้องมาที่เธอ ราวกับว่ารอคอยอะไรบางอย่าง 

“รถไฟชนกัน สนุกแน่” 

“จะมีการแหกอกกันเกิดขึ้นไหม” 

“พาคนนี้มา...แต่อยู่กับอีกคนในห้องนั้นน่ะเหรอ” 

เสียงซุบซิบและคาดเดาลอยมาเข้าหู แม้ว่าเธอจะไม่อยากคิดว่ามันเกี่ยวข้องกับตัวเอง แต่สีหน้าท่าทางของคีตาที่มองมาก็ทำเอาอัยย์เสียความมั่นใจ 

ตะวันอยู่ในนั้นเหรอ?.......... 

เขาอยู่กับใคร?............ 

ราวกับรอจังหวะอยู่แล้ว เสียงครวญครางของชายหญิงในห้องก็ลอยมาเข้าหู 

“คุณตะวันกับนับดาวอยู่ด้วยกันในห้องนั้น” เสียงคาดเดาที่ดังมาจากด้านหลัง เรียกเสียงฮือฮาจากทุกคนที่อยู่ตรงนั้น เมื่ออัยย์หันหลังกลับไปก็เห็นว่าผู้คนยืนเบียดเสียดกันราวกับว่าแขกทุกคนในงานมาอยู่ที่นี่กันหมด 

คีตาเขย่าแขนอัยย์รัวๆ “เอาไงคะคุณเปิดเข้าไปดูเลยไหม?” 

“อะไรนะคะ?” คำเสนอแนะของเธอทำเอาอัยย์ตกใจ ไม่ว่าใครจะอยู่ในห้องนั้น เธอก็ไม่คิดว่าเธอควรจะเข้าไปแทรก 

คีตายังคงพยายามยุให้เธอเปิดประตูเข้าไปดู แต่อัยย์ไม่ต้องการทำตาม  

“โอ้ว...........” 

เสียงร้องโหยหวนของผู้หญิงที่ดังออกมาทำเอาอัยย์ตกใจจนหน้าแดง ผู้หญิงหลายคนที่ยืนอยู่ตรงนั้นต่างร้องวี๊ดว๊ายชอบใจ  

มันยิ่งทำให้อัยย์รู้สึกอับอาย คนพวกนี้บอกว่าตัวเองเป็นผู้ดี แต่ก็ชอบยุ่งเรื่องของชาวบ้าน ไม่ต่างจากคนทั่วไป 

อีกครั้งที่มีเสียงผู้ชายดังลอดออกมา เสียงนั้นดังครวญครางเหมือนสัตว์ที่บาดเจ็บ 

เมื่อได้ยินแล้วอัยย์ก็ขมวดคิ้วแล้วก้าวขาถอยหลัง แม้สถานการณ์จะบีบคั้นเสียจนเธอแทบไม่ทันได้ตั้งตัวแต่ เธอก็คิดว่าไม่ใช่ 

ไม่ใช่ตะวัน................... 

อยู่กันมาป่านนี้ ทำไมเธอจะจำเสียงของตะวันไม่ได้  

อัยย์ตั้งท่าจะเดินหนีออกมา แต่คีตาจับแขนเธอไว้แล้วยัดคีย์การ์ดใส่มือเธอ 

“เอาเลยค่ะคุณ เปิดดูให้รู้กันไป” 

อัยย์ส่ายหน้าแล้วพยายามคืนคีย์การ์ดให้เธอไป “ไม่ค่ะ..อัยย์ไม่.....” พูดยังไม่ทันขาดคำคีตาก็ดึงมือของอัยย์ที่มีคีย์การ์ดไปแตะที่ล็อก 

“คลิก” 

เสียงล็อกที่คลายออกดังชัดเจน แต่ดูเหมือนว่าคนที่อยู่ด้านในจะหมกมุ่นเสียจนไม่สนใจว่าเกิดอะไรขึ้นด้านนอก 

อัยย์ก้าวขาถอยหลัง แต่ถูกคีตาดึงไว้ “ไปค่ะ คุณไม่ต้องกลัว” พูดแล้วเจ้าตัวก็ดึงประตูเปิดอ้าซ่าเสียจนทุกคนที่ยืนอยู่ด้านนอกมองเข้าไปภายในห้องนั้นได้ 

อัยย์เบือนหน้าหนีแล้วหลับตา ถึงแม้ว่าเธอจะบอกตัวเองว่าคนในห้องไม่ใช่ตะวันแน่ๆ แต่ความอยากรู้อยากเห็นทำให้อัยย์ตัดสินใจลืมตามอง 

จู่ๆ ฝ่ามือใหญ่ก็ปิดลงมาที่ตาเธอ ใครบางคนกอดอัยย์จากด้านหลัง เขาวางคางไว้บนกระหม่อมของเธอแบบที่ชอบทำ แขนอีกข้างโอบรอบเอวของอัยย์ไว้ เกิดแรงกระเพื่อมจากหน้าอกที่อยู่ชิดแผ่นหลังยามที่เขาเปล่งเสียงออกมา 

“คุณไม่ได้รับอนุญาตให้มองผู้ชายคนอื่น” 

ตะวัน.................... 

 

……………………………………………………………... 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว