facebook-icon Instagram-icon Line-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

องศาสีเทา (การพบกันอย่างเป็นทางการครั้งแรก)

ชื่อตอน : องศาสีเทา (การพบกันอย่างเป็นทางการครั้งแรก)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 33

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 15 พ.ค. 2564 15:58 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
องศาสีเทา (การพบกันอย่างเป็นทางการครั้งแรก)
แบบอักษร

"ฮ่าวววววว........" 

แดง หาวยาวพร้อมบิดขี้เกียจอย่างเบื่อหน่าย 

ทั้งแดง แชมป์ และเพื่อนในกลุ่มอีกสองคน นั่งรอใครบางคนอยู่ในห้องที่ถูกจัดขึ้นพิเศษ 

เพื่อเป็นห้องเรียนพิเศษ 

ต่างคน ต่างอยู่ในอาการที่บ่งบอกถึงความไม่อยากเข้าร่วมกิจกรรมครั้งนี้ 

เพราะแต่ละคนที่มา  

ล้วนแต่มาด้วยความไม่เต็มใจ 

 

"ง่วงแล้ววววอะะะะะะ!!!" 

แดง บ่นกระปอดกระแปด 

แม้เวลานั้น เป็นเพียงช่วงสายของวันก็ตาม 

และที่เบื่อหนักกว่านั้น 

เมื่อเค้ารู้ว่าตัวเองต้องเรียนหนังสือ 

 

คำว่า  

เรียนหนังสือ  

ไม่เคยอยู่ในสมองของ แดง มาก่อน 

ตั้งแต่จำความได้ 

 

โรงเรียน 

คืออะไร 

แดง เองก็ไม่เคยสนใจหรืออยากรู้ 

และไม่เคยรู้สึกอิจฉาใครหรือน้อยเนื้อต่ำใจ 

ที่ตัวของเค้าเองไม่มีโอกาสได้ถูกเรียกว่านักเรียน 

 

"แชมป์..แชมป์ เราแอบแวบหายไปกันมะ ไปตอนนี้ ไม่มีใครรู้หรอก!!!" 

 

"นายกล้าหรอ จำไม่ได้หรอ ครูบอกไว้ว่าไง??" 

แชมป์บอกกึ่งเตือนสติเพื่อนของเค้า 

และมันได้ผลชะงักนัก 

เพราะเมื่อ แดง นึกถึงคำพูดของครู ที่บอกกึ่งขู่พวกเค้าเอาไว้ตั้งแต่ต้นว่า 

 

...ถ้าครูจับได้ว่าใครแอบหนีเรียน จะถูกงดค่าขนมและข้าวเย็น... 

 

สำหรับคนอื่น อาจจะไม่ได้มองดูว่ามันน่ากลัวสักเท่าไหร่  

แต่คำขู่นี้สำหรับ แดง แล้ว 

มันได้ผลดียิ่งนัก 

เพราะเค้าเอง 

เรื่องกินคือเรื่องใหญ่ 

แถมการโดนตัดค่าขนม เท่ากับหมดหนทางซื้อของกินในทางอ้อม 

เค้าจึงต้องคิดให้หนัก 

ก่อนจะตัดสินใจทำอะไรลงไป 

 

"โหยยย!!!! ไม่อยากรง ไม่อยากเรียนอะไรนี่เลยอะ!!!! 

มันไม่แนววว!!!!!" 

คำพูดแปลกหู ที่แดงได้ยินจากรุ่นพี่ในศูนย์พูดกัน 

เค้าไม่รู้หรอกว่ามันแปลว่าอะไร 

รู้แต่ว่า 

มันเท่ห์ดีวะ!!!! 

 

"เอาน่า ลองดูก่อนก็ได้มั้ง 

นายเองก็ไม่เคยเรียน อาจจะชอบก็ได้" 

แชมป์ พยายามแนะนำให้เพื่อนของเค้าคล้อยตาม 

 

"ถ้าชอบ ปานนี้ เรากลายเป็นร๊อคเกอร์ร์ร์.....ไปแล้ววว" 

อีกครั้ง 

ที่แดงหยิบเอาคำพูดที่เค้าเคยแอบได้ยินมาพูด 

 

"คืออะไรวะ ร๊อคเกอร์????" 

แชมป์ ถามกลับด้วยความสงสัย 

 

"โหยยยย!!!! แค่นี้ ไม่รู้หรอ? 

มันเป็นคำภาษาปะกิด ที่หมายถึงหมอไงงง!!!!" 

แดง ยืดอกขึ้นพร้อมพูดสาธยายราวกับผู้รู้ 

 

"ฮ่าาาา.....ไอ้บ้า เค้าเรียกว่า ดอกเตอร์ ต่างหาก"  

แชมป์ ระเบิดเสียงหัวเราะออกมาอย่างถูกใจ 

ในขณะที่เพื่อนของเค้ากำลังทำหน้าเหวอ 

 

"อ้าวว!!!! หรอออออ!!! ดอกเตอร์หรอ???" 

 

"เอ่อ ดอกเตอร์!!!!" 

 

"เอ่อ นั้นแหละ!!!! คล้ายๆกัน" 

แดง ไหลไปเรื่อย ตามประสา 

 

ในระหว่างที่เค้าทั้งสองคน กำลังพูดคุยกันอย่างสนุก 

เสียงประตูห้องก็ดังขึ้น 

ทำให้บทสนทนาต้องหยุดลงกระทันหัน 

เด็กบางคนที่ฟุบนอนเล่นอยู่บนโต๊ะ ก็กระเด้งตัวขึ้นด้วยความตกใจ 

 

ครูและนักเรียนในชุดนักเรียนอีกคน 

เดินเข้ามาในห้องนั้น 

 

"ทุกคน ทักทายเพื่อนใหม่ที่จะมาเป็นคนช่วยสอนพวกเราหน่อยซิ!!" 

เสียงของครู แนะนำ เด็กชายในชุดนักเรียน 

หน้าตาและผิวพรรณของเด็กชายในชุดนักเรียนแลดูสะอาด สะอาน เรียบร้อย 

ผิดกับคนที่มานั่งรอเรียนอยู่ในห้อง  

ที่อยู่ในชุดเสื้อยืดสารพัดสี กางเกงขาสั้นสภาพมอมแมม 

 

มันช่างแลดูแตกต่างกัน ราวกับคนละโลก 

แม้จะเป็นเด็กชายในวัยเดียวกันก็ตาม 

 

"หวัดดี เราชื่อ โอวาท หรือเรียกเราว่า โอ ก็ได้นะ" 

เด็กนักเรียนที่จะมาเป็นผู้สอน  

เริ่มแนะนำตัวของเค้าเองก่อนพร้อมรอยยิ้ม 

เค้ามาในชุดนักเรียนเสื้อสีขาวสะอาดสะอ้าน กางเกงรีดจนเรียบ  

ทรงผมตัดสั้นเรียบร้อยรับกับใบหน้าใส  

เนื้อตัว ผิวพรรณ สะอาด สะอ้าน หมดจด 

 

"เอาละ!!! งั้น แนะนำตัวทีละคนนะ" 

ครู บอกให้เด็กๆที่ถูกจัดมาให้เรียน แนะนำตัว 

แต่ละคน ยังคงสนอก สนใจกับเพื่อนใหม่ของเค้าที่เพิ่งได้เจอ 

 

"เรา ชื่อ ไหม" 

เด็กหญิงขี้อาย เริ่มแนะนำตัวเป็นคนแรก 

ด้วยน้ำเสียงติดประหม่า ไม่มั่นใจ 

 

"เรา ชื่อ ดิน" 

เด็กชายตัวโต ที่สุดในกลุ่ม แนะนำชื่อของตัวเอง 

ดิน อยู่ที่ศูนย์แห่งนี้ มาตั้งแต่เกิด 

เพราะพ่อแม่ของเค้าทิ้งเค้าไว้ที่โรงพยาบาลตั้งแต่เค้าเกิด 

พอออกจากโรงพยาบาล  

โลกใบเดียวของ ดิน คือ ศูนย์แห่งนี้  

 

"เรา ชื่อ แดง" 

แดงแนะนำตัวด้วยเสียงดังฟังชัด ตามแบบฉบับของเค้า 

แม้เค้าจะเป็นเพียงเด็กชายตัวเล็กๆ 

แต่เค้าก็ไม่เคยกลัวใครในศูนย์แห่งนี้เช่นกัน 

 

"เรา ชื่อ แชมป์" 

แชมป์ แนะนำตัวของเค้าบ้าง 

แต่การแนะนำตัวของเค้า 

ทำให้ เด็กชายในชุดนักเรียน ร้องออกมาด้วยความดีใจ 

 

"อ้าว!!! นายนี่เอง เราได้เจอกันอีกแล้วนะ" 

โอ ร้องออกมาด้วยความดีใจ 

พร้อมกับสร้างความแปลกใจให้กับคนอื่นที่เหลือ รวมถึงครูที่พามาด้วย 

 

"อ้าว สองคนนี้ รู้จักกันด้วยหรอ??" 

 

"ครับ เราเคยเจอกันครั้งหนึ่งที่หน้าศูนย์ครับ" 

โอ อธิบายออกไป 

ในขณะที่ แชมป์ เอง ก็ไม่ได้พูดอะไร 

เพราะ โอ อธิบายไปแล้ว 

 

"งั้นก็ดีแล้ว ยังไงครูฝากด้วยนะ 

เดี๋ยวครูจะแวะเวียนมาดูเรื่อยๆ ถ้าอยากได้อะไร ก็บอกแล้วกัน" 

ครู ฝากฝังก่อนจะเดินออกไปจากห้องนั้น 

ทิ้งไว้เพียงเด็กๆ ทั้งห้าคน 

ที่ต่างคน ต่างสนใจ ในสิ่งที่แตกต่างกันตรงหน้า 

 

การพบกันครั้งแรกของเด็กๆทั้งห้าคน 

จึงเป็นแนวการ ถามตอบด้วยความอยากรู้ อยากเห็น ซะมากกว่า 

ผิดกับ แชมป์  

ที่เป็นฝ่ายฟังซะมากกว่า 

เค้าแทบจะไม่ได้พูดหรือถามอะไรออกไป 

หรือถ้าจะเรียกให้ถูก 

ก็ต้องเรียกว่า 

เค้าเองแทบไม่มีโอกาสถาม เพราะ 

เด็กๆคนอื่นๆรุมถามเด็กชายในชุดนักเรียน 

โดยเฉพาะไหมและแดง 

ที่ยิ่งคำถามเป็นชุด 

จน โอ เอง ตอบแทบไม่ทัน 

 

------ 

 

หลังจบชั่วโมงแรกของการสอนแล้ว 

เด็กชายในชุดนักเรียนก็เดินออกมาจากศูนย์ 

โดย นิช เดินมากระซิบคุยกับ โอ ด้วยความรู้สึกอึดอัดอย่างบอกไม่ถูก 

 

"เราไม่อยากมาสอนเลยวะ 

เสียเวลาชมัด!!!" 

นิช บ่นออกมาเบาๆ 

ส่วน โอ ก็มองมาที่ นิช ด้วยความสนใจ 

 

"ทำไมละ??" 

 

"สอนไปก็เท่านั้นแหละ ไม่เห็นจะสนใจอยากเรียนกันสักคน 

เหมือนโดนบังคับมาซะมากกว่า โคตรเสียเวลาเราเลย!!!!" 

นิช บ่นต่อ 

ในขณะที่ โอ แอบถอนหายใจออกเบาๆ 

กับคำบ่นนั้น 

อันที่จริงเค้าเองก็อยากจะบอกออกไปว่า 

ที่ นิช มา ก็เพราะอยากได้คะแนนพิเศษ  

ไม่ใช่หรอ แล้วจะมาบ่นทำไม 

แต่เค้าก็ไม่ได้พูดออกไปให้เสียน้ำใจ 

 

โอ เพียงหันมายิ้มอ่อนๆ แทนคำตอบ 

 

โอ ถามตัวเองว่า 

เค้าเองรู้สึกเสียดายเวลาหรือเปล่าที่ต้องมาสอนเพื่อนใหม่ในศูนย์แห่งนี้  

สำหรับเค้าแล้ว 

เค้าไม่รู้สึกอย่างนั้นเลย แม้แต่น้อย 

แม้จะเป็นการพบกันแค่ครั้งแรก 

แต่จากการที่เค้าได้พูดคุยกับทั้งสี่คน 

เค้าได้เห็นและได้ยินอะไรบางอย่างที่ทำให้เค้ารู้สึกทึ่งอยู่ในใจอยู่ไม่น้อย 

 

สิ่งหนึ่งที่เค้ารู้สึกได้เลยว่า 

แม้จะเป็นเด็กรุ่นราวคราวเดียวกัน 

แต่สิ่งที่ทุกคนมีแตกต่างกัน คือ  

โอกาสที่ได้รับ 

 

โอ เอง  

รู้สึกว่าเค้าเองโชคดี 

ที่เค้าเองมีบ้าน มีที่นอนอุ่น สะอาด  

มีครอบครัวที่อบอุ่น มีพ่อแม่และพี่ชาย 

มีอาหารอร่อยๆให้เลือกกินอย่างมากมาย 

มีโอกาสได้เรียนในโรงเรียนดีๆ 

 

ในขณะที่ 

เด็กบางคน 

ไม่เคยมีบ้าน มีที่ซุกหัวนอนเพียงใต้สะพานลอย 

ที่หนาวเย็นและเปียกชื้น 

 

เด็กบางคน 

ไม่เคยมีโอกาสได้พูดคำว่าพ่อหรือแม่เป็นคำแรกของชีวิต  

ด้วยซ้ำ 

 

เด็กบางคน 

ไม่มีอะไรให้เลือกกิน หรือเค้าแทบต้องอดมื้อ กินมื้อ  

เค้าจึงต้องกินทุกอย่างเพื่อให้อิ่ม 

โดยไม่ได้สนใจว่าจะอร่อยหรือไม่อร่อย 

 

เด็กบางคน  

ไม่มีโอกาสได้เรียน เพราะต้องต่อสู้ดิ้นรนเอาชีวิตของตัวเองให้รอดไปวันๆ 

ในสังคมอันโหดร้าย 

เค้าเหล่านั้นไม่เคยได้รับคำจำกัดความตัวเองหรือถูกเรียกว่า 

นักเรียน  

ด้วยซ้ำ 

 

มันช่างแตกต่างกันเสียเหลือเกินในสังคมทุกวันนี้ 

 

โอ เอง  

ไม่รู้ว่า เค้าควรจะรู้สึกดีหรือเปล่า 

ที่เค้าไม่ต้องตกอยู่ในสภาพแบบนั้น 

หรือ 

เค้าเองก็แอบสงสัยอยู่ไม่น้อยว่า 

ว่าเค้าเอง  

ถ้าเกิดเค้าตกอยู่ในสภาพแบบนั้น 

เค้าจะเอาตัวรอดได้ดีเหมือนกับเด็กๆที่ศูนย์แห่งนี้หรือเปล่า 

 

มันชวนให้เค้าคิดอะไรได้อย่างมากมาย 

 

"เฮ้ย!!! โอ เราถามจริง  

นายเรียนพิเศษตอนเย็นที่ไหนบ้างอะ แนะนำเราหน่อยดิ!!!" 

เสียงถามของ นิช 

ดึงสติของ โอ ให้กลับมาจากความคิดในภวังค์ 

 

"เราหรอ???" 

 

"เอ่อดิ!!! ก็ถามนายนั้นแหละ" 

นิช ย้ำอีกครั้ง 

 

"เราไม่ได้เรียนพิเศษหรอก 

ส่วนใหญ่ก็อ่านหนังสือเอาเอง  

ถ้าตรงไหนไม่เข้าใจ ก็ถามครูหรือพี่ของเรานะ" 

โอ อธิบายออกไปตามจริง 

 

"โหยยย!!! อย่ามาโม้หน่อยเลย ใครๆเค้าก็เรียนพิเศษกันทั้งนั้นแหละ 

นี่แม่เรายังจะจ้างครูมาสอนพิเศษแบบตัวต่อตัววันเสาร์ อาทิตย์เลย" 

นิช พูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่ โอ เอง ได้ฟังแล้ว 

ก็อธิบายไม่ถูกว่า 

นิช กำลังรู้สึกว่ามันดีหรือไม่ดี 

ทำแล้วมีความสุขหรือไม่มีความสุขกันแน่ 

 

เพราะเท่าที่เค้ารู้ 

ทุกเย็นหลังเลิกเรียน นิช ต้องไปเรียนพิเศษต่อจนถึงช่วงค่ำ 

นี่ถ้า วันเสาร์ อาทิตย์ ที่ใครๆก็เรียกกันว่า วันหยุด 

นิช ยังต้องเรียนพิเศษอีก ตามคำสั่งของแม่ 

ทำแบบนี้แล้ว 

มันคือวิถีของการใช้ชีวิตของเด็กวัยนี้อยู่อีกหรอ 

 

บางครั้ง โอ เอง 

ก็อยากจะถามออกไป ว่า 

....นิช  

นายเอง มีความสุขบ้างหรือเปล่า?? 

ที่ต้องใช้เวลาตลอดทั้งวันและทุกวัน เพื่อการเรียน 

เพื่อให้ได้เป็นที่หนึ่งเหนือใคร 

เพื่อให้ได้คะแนนเหนือใคร 

เพื่อให้ได้อนาคตที่ดี 

หรือเพื่อให้ได้อะไรก็ตามที่เค้าเองก็ยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่า 

มันจะเกิดขึ้นจริงบ้างไหมในอนาคต... 

 

 

คนเราเฝ้าแต่คาดหวังสิ่งที่ยังไม่เกิดขึ้นในอนาคต 

แต่กลับมองข้ามสิ่งที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน 

 

มองข้ามความเป็นจริงในปัจจุบัน 

เพื่อให้ได้มาซึ่งสิ่งที่ไม่แน่ ไม่นอน 

และไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะได้หรือเปล่า 

 

บางครั้งทุ่มทำลงไป 

เพียงเพราะทำไปตามที่ใครๆบอกว่ามันดี 

แต่ไม่เคยถามตัวเองเลยว่า 

อะไรคือสิ่งที่ดีหรือสิ่งที่เหมาะกับตัวเอง 

 

โอ แอบถอนหายใจออกเบาๆ 

มองดูเพื่อนของเค้า  

ด้วยแววตาที่อดสงสารไม่ได้ 

 

------ 

 

ความคิดเห็น