facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : 3. หอมตรึงใจ 100%

คำค้น : หอม

หมวดหมู่ : นิยาย ตลก,คอมเมดี้

คนเข้าชมทั้งหมด : 203

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 13 พ.ค. 2564 23:54 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
3. หอมตรึงใจ 100%
แบบอักษร

“จริงนะป๊า ตั้งแต่อยู่มาเกือบเดือนเนี่ย บอสไม่เคยยิ้มเลย”

ชิดชญาเม้าท์ให้บิดาฟัง

“เขาอาจจะขี้อายก็ได้มั้ง”

ทวีศักดิ์กล่าวขณะนั่งกดเครื่องคิดเลขอยู่ที่โต๊ะ

ร้านขายของชำที่ขายของแห้งสำหรับทำอาหาร รวมไปถึงเครื่องยาจีนทั้งหลายสำหรับปรุงอาหารและต้มยา มีลูกค้ามากมายทุกวัน ตั้งแต่นักท่องเที่ยวไปจนถึงโรงแรมใหญ่ที่มาสั่งของเอาไปทำอาหาร ของแห้งที่นี่หลายอย่างสั่งตรงจากเมืองจีน เพราะสมุนไพรบางอย่างไม่มีในไทย

อย่างไรก็ตามหากต้องการสมุนไพรจีนเพื่อการรักษาโรคจริงจัง ก็แค่เดินถัดไปอีกร้านก็จะมีนายเพ้งซึ่งเป็นหมอจีนที่ได้ใบรับรองถูกต้องด้านแพทย์แผนจีนและการฝังเข็มคอยให้คำแนะนำที่ถูกต้อง

“อยู่มาเกือบเดือนแล้วจะอายอะไร จะคุยด้วยแต่ละทีนี่ยังกับดอกพิกุลจะร่วงจากปาก อยู่ด้วยแล้วน่าเบื่อจะตาย เหมือนอยู่กับแวมไพร์เลยอะ น่าจะให้อากงฝังเข็มจี้จุดหัวเราะให้บอสบ้างนะเนี่ย”

“ดูหนังจีนมากไปแล้ว มันมีที่ไหนฝังเข็มจี้จุดหัวเราะ” ลินดาว่า

“ไม่งั้นก็เห็ดหัวเราะก็ได้ มีไหม? ”

“มีในหนังจีน” ทวีศักดิ์ไม่รู้จะทำความเข้าใจท่าไหนกับความคิดของลูกสาวดี ช่างประหลาดพิสดารนัก

ชิดชญาหน้ามุ่ย

“มาม้า” เธอเรียก

“อะไร? ”

“วันหลังมาม้าสั่งกัญชาอบแห้งมาขายบ้างสิ เฟิร์นจะได้เอาให้บอสกิน เห็นบอสชอบชงชา ทีนี้ถ้าเจอกัญชาจะต้องหัวเราะทั้งวันแน่เลย”

ลินดามองลูกสาวแบบทั้งเอือมทั้งขำ

“แกไปให้อากงแมะสักหน่อยไหม ท่าทางชีพจรจะรวนรึเปล่าเนี่ย คิดอะไรแผลง ๆ ”

“สวัสดีค่ะคุณฮวง ไม่เจอกันตั้งนาน ช่วงนี้ไม่เห็นมาส่งคุณเฟิร์นเลย”

พนักงานสาวหน้าเคาน์เตอร์เพชรแห่งอาณาจักรจิวเวลรี่ทักทายวายุที่วันนี้พาแทอึนยูมาด้วย

“ฮวงงานยุ่งน่ะฮะ วันนี้ว่างเลยพาเพื่อนมาดูของสวย ๆ ซะหน่อย”

ว่าแล้วก็ทำตาวิบวับใส่พนักงานสาวอย่างมีนัย

ฝ่ายสาวยิ้มเขินก่อนจะทำหน้าที่

“วันนี้คุณฮวงอยากได้อะไรล่ะคะ ของที่นี่สวยทุกอย่าง”

“นั่นน่ะสิ สวยทั้งของ สวยทั้งคน” พ่อหนุ่มยิ้มหวานยิ่งกว่าน้ำตาลมะพร้าวทั้งสวน

ก่อนจะโน้มกายลงมองที่ตู้กระจกใสที่เต็มไปด้วยเครื่องประดับหลากหลายส่องประกายแสบตา ผมสีน้ำตาลอ่อนสลวยซอยสไลด์ปรกต้นคอ ผมด้านหน้านั้นยาวลงมาเกือบถึงปลายคางจนดูเหมือนผมบ๊อบ

วายุเอาผมทัดหูข้างซ้ายที่สวมต่างหูรูปดอกไม้ประดับนิลสีดำสนิทตัดกับผิวขาวจั๊วะของเขา

ชายหนุ่มชี้ชวนให้เพื่อนเลือกเครื่องประดับด้วยกัน

“เพื่อนเป็นคนเกาหลีเหรอคะคุณฮวง”

“ใช่ครับคุณกิ๊บ นี่แทอึนยูบิวตี้กูรูของเกาหลี คุณกิ๊บสามารถติดตามผลงานของอึนยูได้ในช่องยูทูปนะครับ” วายุโปรโมตให้เสร็จสรรพ

ในขณะที่แทอึนยูรู้ว่าเพื่อนกำลังอวยจึงยิ้มหวานไม่แพ้กัน

“มิน่าล่ะว่าหน้าคุ้น ๆ งั้นกิ๊บขอเซลฟี่กับคุณอึนยูได้ไหมคะ”

สาวกิ๊บกำลังจะก้มลงไปหยิบมือถือแล้วก็ถูกเพื่อนพนักงานสะกิดแรง ๆ

“ไอ้กิ๊บ! บอสมา! ”

เวลานี้เหลือบอสแค่คนเดียว เฉินจวิ้นเชากลับปักกิ่งไปแล้ว นาทีนี้เหลือแค่บอสอิง

ดูเหมือนว่าบอสอิงจะเหมือนสิ่งศักดิ์สิทธิ์หรือสิ่งเหนือธรรมชาติสำหรับทุกคน เพราะพอได้ยินว่าเขามาเท่านั้น ความสงบเรียบร้อยก็เกิดขึ้นได้ในพริบตา

ทั้งที่จริงเขาก็ไม่ได้เดินมาทางนี้สักหน่อย แค่เดินผ่านอยู่ไกล ๆ เท่านั้น

วายุพลันส่งสายตาไปมองบอสอิงอย่างสนใจ เมื่อสายตานิ่ง ๆ ของฝ่ายนั้นปะทะมา วายุก็ยกมือโบกหยอย ๆ ให้

เฉินเฉียวอิงเห็น แต่ไม่มีปฏิกิริยาตอบกลับ เพียงแต่เดินผ่านไปเหมือนสายลมเท่านั้น

วายุรู้ว่าฝ่ายนั้นไม่พูดอะไรมากกว่าคำว่า ‘อือม์’

ตั้งแต่เหตุการณ์รถชนวันนั้น วายุคุยทางแชตกับเฉินเฉียวอิงคุยถึงความคืบหน้าในการซ่อมรถของตน ซึ่งความจริงก็ไม่ได้จำเป็นต้องมารายงานอะไรหรอก

แค่อยากรู้ว่าบอสหน้านิ่งของอิเจ๊จะเป็นยังไง เลยหาเรื่องคุยด้วยเท่านั้นเอง

แต่ไม่มีอะไรตอบกลับมามากกว่าคำว่า ‘อือม์’

อย่างไรก็ตามวายุไม่เคยถือสา กลับเห็นว่าน่าสนุกดีออก

“สวัสดีครับบอส” วายุร้องทักพร้อมกับยกมือไหว้

ทำเอาพนักงานสาวทั้งสองคนสะดุ้งสุดตัว

วายุยกมือปิดปากหัวเราะจนตาหยี เมื่อแกล้งสองสาวสำเร็จ

บอสมาซะที่ไหนกัน เดินเข้าไปข้างในโน่นแล้ว สงสัยจะไปบำเพ็ญเพียรปิดวาจา

“คุณฮวงน่ะ” สองสาวโอดครวญ

“คุณกิ๊บกับคุณหมิงทำไมต้องกลัวบอสขนาดนั้นด้วยล่ะครับ เขาร้ายกาจมากเลยเหรอ? ”

“มันก็ไม่เชิงอะค่ะ” หมิงอธิบาย “มันอารมณ์แบบ...เหมือนแกเป็นเซียนน่ะ จะว่าดุก็ไม่ใช่ ที่จริงแกใจดีนะคะ แต่แกไม่ยิ้ม หน้านิ่ง ๆ ขรึม ๆ แล้วก็หล่อเกินไป จนเหมือนไม่ใช่มนุษย์อย่างเรา ๆ เวลาเข้าใกล้แล้วรู้สึกประหม่าอย่างบอกไม่ถูก”

นางคนนี้ก็พูดซะวายุนึกภาพเวลาจะเข้าเฝ้าบอสทั้งทีต้องคลานเข่าก้มหน้าไปหา

ไม่หรอก...อิเจ๊มันไม่เห็นต้องทำแบบนั้น

แม่นางหมิงคนนี้ก็พูดเวอร์ไป

“ไม่เป็นไรเนอะ ฮวงไม่แกล้งละ เลือกของต่อดีกว่า อยากดูต่างหูสักคู่”

“ได้สิคะคุณฮวงอยากได้แบบไหน จริง ๆ เราก็เพิ่งมีคอลเล็กชั่นใหม่เข้ามานะคะ” กิ๊บกุลีกุจอเปิดการขาย

“มีแบบที่สองข้างไม่เหมือนกันไหมครับ ฮวงล่ะเบื่อต้องซื้อต่างหูเป็นคู่ ทั้งที่ใส่แค่ข้างเดียว” ชายหนุ่มบ่น

“แหม...คุณฮวงล่ะก็ ต่างหูมันก็ต้องเป็นคู่สิคะ ถ้าคุณฮวงอยากใส่ข้างเดียว งั้นซื้อไปแบ่งกับคุณอึนยูก็ได้นี่คะ”

“โอ้ย...ไม่เอาหรอก เดี๋ยวคนก็หาว่าฮวงเป็นเมียมัน เอ...รึว่า ฮวงจะเป็นผัวมันดี ฮ่าๆๆๆ ”

เสียงเคาะโต๊ะเบา ๆ สามที

ปลุกให้ชิดชญาที่กำลังสัปหงกอยู่หน้าจอคอมต้องตื่นขึ้นมาทั้งที่ยาดมยังคาอยู่ในรูจมูก

“อุ้ย! บอส”

หญิงสาวหัวเราะแหะ ๆ เมื่อเห็นผู้บังคับบัญชามายืนหน้านิ่งอยู่ข้างโต๊ะทำงาน เธอยังทันเห็นสายตาประหลาดใจของเขาที่จับจ้องมายังยาดมในมือ

ชายหนุ่มพยักพเยิดให้เธอไปหาเขาที่ห้องทำงาน

ชิดชญาเริ่มจะชินกับโทรจิตของเขาแล้ว จึงเข้าใจสัญญาณที่เขาส่งมาและรีบเดินตามไปทันที โดยมีเกาซิ่งเข้าไปด้วย

ตอนนี้เธอไม่ได้นั่งโต๊ะรวมกับพนักงานคนอื่นแล้ว แต่ย้ายมานั่งกับเกาซิ่งที่หน้าห้องบอสแทน

“คุณเกาซิ่งบอกว่าพรุ่งนี้ผมต้องพบหุ้นส่วนที่มาจากเชียงใหม่ ผมกลัวจะเรียกชื่อเขาไม่ถูก”

“เขาชื่อคุณนภัทรค่ะ”

“ผมให้คุณสองคนจัดการเรื่องต้อนรับคุณนภัทรแล้วกัน พรุ่งนี้เราต้องไปด้วยกัน เตรียมตัวด้วยล่ะ”

คุณนภัทรเป็นหนุ่มวัยสามสิบห้าปีที่ชิดชญาและเกาซิ่งคุ้นเคยดี ดังนั้นจึงไม่มีปัญหาเรื่องการทำความรู้จัก แต่หญิงสาวไม่เคยมาต้อนรับเขาโดยตรง ปกติแล้วบอสจวิ้นซึ่งพูดภาษาไทยได้จะพาเกาซิ่งติดสอยห้อยตามไปด้วยมากกว่า ไม่มีความจำเป็นต้องอาศัยชิดชญาแต่อย่างใด เธอเพียงเคยเห็นนภัทรเมื่อเขามาเยี่ยมชมที่โชว์รูมเท่านั้น

ครั้งนี้เขามาเพื่อทำความรู้จักกับบอสใหม่ โดยพาผู้ช่วยส่วนตัวเป็นชายวัยสามสิบกว่ามาด้วยอีกสองคน ชิดชญากับเกาซิ่งช่วยกันเลือกร้านอาหารกึ่งผับริมน้ำเป็นที่รับรอง

นภทัรเอ่ยปากชมเฉินเฉียวอิงไม่หยุด

“เห็นหน้าเด็ก ๆ อย่างนี้ คุณอิงเป็นคนมีวิสัยทัศน์มากเลยนะครับ”

ชิดชญาแปลให้เฉินเฉียวอิงเสร็จสรรพทันใจ

“ผมเพิ่งมาใหม่ ยังไงต้องขอคำชี้แนะด้วยครับ” คนเป็นบอสกล่าวอย่างถ่อมตน

“คุณอิงพูดเกินไปแล้ว” นภัทรหัวเราะก่อนจะหันไปคุยกับชิดชญา

“คุณเฟิร์นก็เก่งมากเลยนะครับ ผมว่าคนเรียนภาษาจีนได้นี่ต้องฉลาดมาก ๆ เพราะภาษาจีนเป็นภาษาที่ยากนะครับ”

“ที่บ้านเฟิร์นรุ่นหลาน ๆ โดนบังคับเรียนทุกคนแหละค่ะ ส่วนผู้ใหญ่พูดได้แต่แต้จิ๋ว ส่วนจีนกลางกับอักษรแค่รู้แบบงู ๆ ปลา ๆ มีแต่อากงที่เก่งกว่าใครเพราะเป็นหมอแมะค่ะ”

“จริงหรือครับคุณเฟิร์น ผมกำลังอยากหาหมอจีนอยู่พอดี”

“คุณนภัทรเป็นอะไรคะ? ”

“นอนไม่หลับครับ บางทีก็หลับไม่สนิท หาหมอที่ไหนก็ไม่หาย ให้ยามากินเป็นกำ ๆ ก็ไม่ได้ผล”

“คุณนภัทรอย่าทานยาเยอะนะคะ มันจะไปสะสมที่ไต ให้อากงเฟิร์นตรวจดูดีกว่าค่ะ บางทีต้องปรับธาตุข้างในนะคะ กินยาฝรั่งก็แก้แค่อาการได้ชั่วคราวค่ะ ถ้าเลิกกินยาก็จะกลับมาเป็นใหม่ เอาอย่างนี้ไหมคะเดี๋ยวเฟิร์นส่งที่อยู่กับเบอร์โทรอากงให้ ร้านหาไม่ยากหรอกค่ะ”

“ดีจังเลยครับ ถ้างั้นขอบคุณมากเลย คุณเฟิร์นส่งมาทางแชตนะครับ แต่ถ้าไม่รบกวนจนเกินไป ถ้าว่างวันไหนช่วยพาไปก็ดีนะครับ ผมก็อยากไปหาอะไรกินแถวเยาวราชอยู่เหมือนกัน”

“ฮัลโหลเจ๊ ไม่ได้เจอกันตั้งนาน”

วายุกล่าวทักทายพี่สาว

คำว่า ‘ไม่ได้เจอตั้งนาน’ ในความหมายของวายุคือประมาณสองสัปดาห์

ก็เขาเองนั่นแหละที่ไม่ว่าง

ส่วนอิเจ๊น่ะ ทำงานตามเวลาพนักงาน และหยุดเหมือนชาวบ้านทั่วไป ถ้าไม่ไปไหนก็กลับมาหมกอยู่ป๊าม้านี่และ

ชิดชญาเดินเข้ามาในร้านยาของอากงพร้อมกับชายหนุ่มหน้าตาดีที่วายุมองปราดเดียวก็สรุปว่า...

หล่อแบบโอป้ารุ่นใหญ่...

แต่งตัวด้วยเสื้อยืดแขนยาวรัดรูปกับกางเกงยีนส์แบรนด์กลาง ๆ ไม่หรู แต่ดูดี

“อากงล่ะ?” คนเป็นพี่ถาม

“อยู่ข้างใน เห็นว่าเจ๊นัดไว้เหรอ? ”

“อือม์...พาคุณนภัทรหุ้นส่วนที่บริษัทมาให้อากงแมะซะหน่อย คุณนภัทรคะ นี่ฮวง น้องชายเฟิร์นเองค่ะ”

ประโยคท้ายหญิงสาวแนะนำ

วายุไหว้ชดช้อยสวยงาม

“หวัดดีฮะ เชิญข้างในเลยฮะ”

วายุผายมือพร้อมกับเดินนำผ่านมู่ลี่สีแดงเข้าไปด้านในซึ่งเป็นสถานที่สำหรับตรวจ สักครู่จึงกลับออกมาเพื่อปล่อยให้อากงทำหน้าที่ต่อ

สองพี่น้องยืนเฝ้าด้านหน้าอันเป็นที่สำหรับขายสมุนไพรจีนซึ่งพวกเขาทั้งคู่คุ้นเคยกับกลิ่นยาเหล่านี้มาตั้งแต่เด็ก

ยาสมุนไพรสั่งตรงจากแผ่นดินใหญ่เก็บไว้ในลิ้นชักเรียงรายไปตลอดแนวฝาผนัง

ส่วนนายเพ้งอากงของทั้งคู่เป็นหมอจีนแผนโบราณที่มีความสามารถในการจับชีพจรหรือที่เรียกว่า ‘แมะ’ และยังเชี่ยวชาญด้านการฝังเข็มอีกด้วย แต่คนที่จะมารักษาต้องนัดไว้ เพราะเขาจะรับรักษาเฉพาะวันจันทร์ พุธ และเสาร์อาทิตย์เท่านั้น

“เป็นไรมา? ” วายุบุ้ยปากไปด้านในถามถึงนภัทร

“เขาบอกนอนไม่หลับ”

“มีเมียยัง? ”

“จะไปรู้เหรอ ใครจะไปถาม”

“เวลาเจอหน้า ‘ผู้’ สิ่งที่ควรรู้คือ ‘มีเมียรึยัง’ เข้าใจปะ”

“ฉันไม่ได้จ้องจะผสมพันธุ์นะยะ”

“แล้วรู้ได้ไงว่า ‘ผู้’ ไม่จ้องแก”

“ฉันไม่รู้หรอก ฉันไม่ได้บ้าผู้ชาย” ชิดชญาเหน็บแนมน้องชาย

“บ้ามั่งก็ได้นะ จะได้ไม่ขึ้นคาน หัดสังเกตผู้ชายบ้างได้ไหมเนี่ย แล้วพาหุ้นส่วนมาแบบนี้บอสไม่มาด้วยเหรอ”

“วันนี้วันหยุด แล้วคุณนภัทรก็นัดฉันเป็นการส่วนตัว เรื่องเจ็บป่วยก็ของใครของมัน บอสไม่เกี่ยวด้วยซะหน่อย จะให้เขามานั่งเฝ้าหุ้นส่วนหาหมอเนี่ยนะ”

“เออ...ก็จริง” วายุยักไหล่ แล้วก็ถอนใจ

ชิดชญาขมวดคิ้วถาม

“เป็นไร?”

“อดดมกลิ่น เดวิ ดอฟฟ์ ของคุณบอสเลย”

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว