email-icon facebook-icon Twitter-icon Line-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ภูวาน้ำนิ่ง ss2 : ตอนที่ 3.2 : เซอร์ไพรส์กู เจอเซอร์ไพรส์กลับไปดิ

ชื่อตอน : ภูวาน้ำนิ่ง ss2 : ตอนที่ 3.2 : เซอร์ไพรส์กู เจอเซอร์ไพรส์กลับไปดิ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 383

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 15 พ.ค. 2564 00:27 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ภูวาน้ำนิ่ง ss2 : ตอนที่ 3.2 : เซอร์ไพรส์กู เจอเซอร์ไพรส์กลับไปดิ
แบบอักษร

 

“ไอ้ไมเมื่อไหร่ กูจะได้กลับห้องวะ” น้ำนิ่งเลื้อยตัวนอนไปกับม้านั่ง พลางถอดสายตามองไปยังไมโล ที่อยู่ห่างไกลจากเจ้าตัวไม่เท่าไหร่ เพราะหลังจากที่ไอ้ไมนัดรวมตัว ก็ไม่เห็นจะแจกแจงงานอะไรให้เลย นอกจากเอาแต่พูดคุยกับรุ่นน้องปีสองอย่างสนุกปาก

เขานี่เบื่อมาก

เบื่อโคตร

แทนที่จะเอาเวลาตรงนี้กลับไปรอเฮียที่ห้อง ฮือ คิดถึงเฮีย อยากเจอ อยากกอด

“เลิกทำหน้าตาบูดบึ้งได้ละไอ้น้ำ”

“ก็กูอยากกลับห้อง”

ไมโลยืนมองเพื่อนตนเองที่ตอนนี้เลื้อยไม่ต่างจากงู “มึงจะกลับไปทำไมก่อน กลับไปก็ใช่ว่าจะเจอพี่ภูวาเขาสักหน่อย คิดสิคิด”

ขึ้นเลย

มันขึ้นเลยแบบนี้

น้ำนิ่งดันตัวเองขึ้นมานั่งตรง จากนั้นจึงค่อย ๆ ตวัดสายตาขึ้นไปมอง

ไอ้ไมโล ไอ้คนสามหาว กล้ามาตอกย้ำเขาได้ยังไง

แค่นี้ก็เจ็บช้ำใจมากพอแล้วโว้ย

“กัดเก่งไอ้สัด ชาติที่แล้วเป็นหมารึไง กูรู้แล้วว่ากลับไปก็คงไม่เจอเฮีย แต่ขอร้องอย่าซ้ำเติม” น้ำนิ่งว่าด้วยทีท่าใบหน้าบึ้งตึง ทำเอาเพื่อนอย่างไมโลที่ยืนมองสถานการณ์ตรงหน้าหลุดขำออกมาไม่ได้

“โธ่ ๆ น่าสงสารจริง ๆ แค่พี่ภูวาไม่กลับห้อง ทำเอาหูหางเพื่อนกูตกขนาดนี้เลยเหรอวะ”

เพี้ย!

“ไม่ต้องมาลูบ” น้ำนิ่งปัดมือของไมโลที่ลูบหัวของน้ำนิ่งจนเกิดเสียง หึ ไมโลส่งเสียงออกมาอีกครั้ง ก่อนจะทำหน้าขรึมและจัดเสื้อผ้าของตัวเองให้เรียบร้อย เมื่อเห็นบรรดาน้องปีหนึ่งกำลังเดินเข้ามายังจุดรวมพลของคณะวิศวะ ไมโลกยืนเอามือไพร่หลังมองปีหนึ่งแต่ละคน เดินอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย แต่แล้วในความเป็นระเบียบก็มักจะมีคนผิดระเบียบเสมอ ในความซวยก็ยังมีความโชคดีที่วันนี้ไม่มีรับน้อง เนื่องจากมหาวิทยาลัยออกกฎในการรับน้องออกมาที่ทุกคณะต้องปฏิบัติตาม คือ ทุก ๆ วันพุธ ห้ามมีการรับน้อง และพอดีวันนี้เป็นวันพุธคนผิดระเบียบก็รอดไป ทว่าอย่าคิดว่าคนอย่างไมโลจะปล่อยผ่าน ไม่แน่นอน ถึงจะไม่ลงโทษ ก็ใช่ว่าจะไม่โดนด่า

“ปีหนึ่งรวม!!!!!” ไมโลตะโกนจนสุดเสียง ทำให้ปีหนึ่งที่กำลังเดินถอดน่องมองนั่นมองนี่สะดุ้งไปตาม ๆ กัน เมื่อเสียงเฮดว้ากดังขึ้น ปีหนึ่งทั้งหมดรีบวิ่งไปยังจุดที่เฮดว้ากยืนอยู่ให้เร็วที่สุด

“ห้า”

“สี่”

“มัวเดินชมวิวอะไรกันครับ วิ่ง!!”

“สาม”

“เร็ว ๆ ครับ!”

“สอง”

“หนึ่ง”

“ปีหนึ่งทั้งหมดทำความเคารพพี่ปี 3”

“สวัสดีครับ/สวัสดีค่ะ”

“วันนี้มีปีหนึ่งผิดระเบียบ อย่าคิดว่าผมไม่เห็น อย่าคิดว่าวันนี้ที่พวกผมนัดคุณมา เป็นวันที่ไม่มีรับน้องแล้วคุณจะผิดระเบียบยังไงก็ได้ โอเค ถ้าคุณจะผิดระเบียบตอนที่ไม่เข้ามาพบพวกผม ผมจะไม่ว่าไม่ด่าพวกคุณเลย เพราะมันคือเวลาส่วนตัวของพวกคุณ แต่นี่มันเป็นเวลาที่พวกผมนัดคุณมาแปลว่าคุณต้องถูกระเบียบ!!”

เสียงของเฮดว้ากดังลั่นไปทั้งลานกิจกรรม ทำให้ปีหนึ่งบางคนถึงกับสะดุ้งไปตาม ๆ กัน

“มาดหมาจริง ๆ มึงเนี่ยไอ้ไม” น้ำนิ่งนั่งมองเพื่อนสนิทที่เก๊กท่า ทำท่าทีเป็นขรึงขัง ทำเอาเด็กปีหนึ่งก้มหน้ามองเท้ากันเป็นแถว เห็นแล้วสงสาร อยากจะบอกกับพวกน้อง ๆ ว่า อย่าไปกลัวมัน มันแค่เห่า มันไม่กัดหรอก ถ้าถามว่าไอ้ไหมในตอนนี้นั้นน่ากลัวไหม สำหรับเขาก็คงต้องบอกเลยว่าไม่น่ากลัวเลยสักนิด อาจเป็นเพราะรู้จักกับมันมานาน ใบหน้าอย่างมันไม่ควรโหดด้วยซ้ำ ต้องใบหน้าอย่างพี่น้ำนิ่งผู้นี้สิ ถึงจะเหมาะสมกับคำว่าโหด

“เข้าใจไหมครับ!!!”

“ไอ้สัดมึงจะตะโกนดังเพื่อ” น้ำนิ่งสะดุ้งจนตัวโยนไม่ต่างจากบรรดาปีหนึ่ง

โถ่ ใจพี่น้ำนิ่ง ใจเย็น ๆ นะ 

“เข้าใจครับ/ค่ะ”

“ดี ถ้าอย่างนั้นไม่เป็นการเสียเวลา ผมจะแบ่งงานในส่วนที่พวกคุณต้องรับผิดชอบ ผู้ชายทั้งหมดไปทำงานแบกห่าม ส่วนผู้หญิงไปทำในส่วนวาดรูป ระบายสี ให้พวกคุณไปประจำในส่วนที่ผมแบ่งให้ จะมีรุ่นพี่ปีสองและปีสามเข้าไปสั่งงานพวกคุณ เข้าใจไหมครับ”

“เข้าใจค่ะ/เข้าใจครับ”

“แยกย้าย ปีสองปีสามรวมใต้ตึกอาคารหน่อย”

สิ้นเสียงไมโลปีสองและปีสามที่อยู่บริเวณนั้น ๆ ต่างเดินเข้าไปยังจุดรวมพล น้ำนิ่งที่เห็นบรรดาเพื่อนหรือรุ่นน้องเริ่มเดินไปรวมตัว เจ้าตัวจึงหยิบขนมหนึ่งหอที่กำลังกินกำไว้ในมืออย่างแน่นหนาและเดินไปรวมกับคนอื่น ๆ

“ให้ไว ให้ไว ไอ้น้ำเดินอืดอาดเป็นเต่าลยนะมึงแล้วขนมน่ะวางก่อนก็ได้ไหมไม่มีใครแย่งมึงหรอก” น้ำนิ่งชักสีหน้าใส่ไมที่พูดท้วงเขาขึ้นมาท่ามกลางสายตาของเพื่อนและรุ่นน้อง

“ชัก ชักสีหน้าเก่ง ตอนแรกว่าจะปล่อยกลับไว” คำว่าจะกลับไวทำให้น้ำนิ่งตาโตรีบวิ่งปรี่เข้าไปไม “แต่ตอนนี้ไม่ละ”

“แหมไมเพื่อนรัก” น้ำนิ่งประจบไมโลด้วยการบีบนวดไหล่ของไมสลับไปสลับมา

“หืม มีอะไรเหรอน้ำนิ่งเพื่อนรัก” ไมโลพูดด้วยสีหน้าไม่รู้ไม่ชี้หันกลับไปมองเพื่อน ๆ และน้อง ๆ ที่ต่างแยกตัวไปนั่งลงบนม้านั่ง

“เปล่าเลยจ้ะเพื่อน เพื่อนเชิญพูดได้เลย” ไมโลพยักหน้ารับและทิ้งตัวลงนั่งทำให้น้ำนิ่งย่อนก้นนั่งลงข้าง ๆ ไมและยังคงปรนนิบัติภักดีให้เพื่อนสนิทอย่างขมักเขม้น

“ไหนใครระบายสีเก่งบ้างครับ” ไมโลถามพลางมองดูบรรดาปีสองและปีสามที่ยกมือและจดจำเอาไว้ ก่อนจะหันมามองเพื่อนของเขาคนนี้ที่เอาแต่บีบนวด ๆ อยู่นั่น

“โอเค ถ้าอย่างนั้นคนที่ระบายสีแยกไปได้เลยครับ รวมถึงมึงด้วยไอ้น้ำ”

“หา น้ำนิ่งเลิกคิ้วขึ้น กูเหรอ แต่กูระบายสีไ…”

คำว่าไม่เป็นยังไม่ทันได้หลุดออกมาไมโลก็พูดแทรกขึ้น

“มึงระบายเป็น” พร้อมกับจ้องสะกดจิตน้ำนิ่ง เขามองตาไอ้ไมที่มองมาก็พอจะเข้าใจได้ในสิ่งที่แววตามันกำลังบอก

“เออ กูระบายสีเป็นสวยมากด้วย” น้ำนิ่งพูดจบรีบก้มหน้าลงพลันเบ้สีหน้า

หาเรื่องใส่ตัวมึงเนี่ย

แค่ระบายสีธรรมดายังระบายเหมือนฝีมืออนุบาลแล้วนี่จะให้ไประบายฉากมีหวังพังและพัง

หลังจากที่แบ่งงานเสร็จเรียบร้อยทุกคนต่างแยกย้ายไปในส่วนที่ตนเองรับผิดชอบ ยกเว้นน้ำนิ่งที่ยืนทำสีหนาเจื่อนต่อหน้าไมโล

“ไมมึงคิดว่ากูจะทำได้ไหมอะ” เขาถามมันด้วยน้ำเสียงแผ่ว ๆ ไม่มั่นใจในตนเองเลยจริง ๆ  ไมโลมองเพื่อนตัวเล็กและตบไหล่คนตรงหน้า

“มึงทำได้ กูเชื่อและพี่ภูวาก็เชื่อเหมือนกันว่ามึงทำได้” น้ำนิ่งช้อนสายตาขึ้นมองพยักหน้ารับ โอเค “กูจะไม่ทำให้เฮียผิดหวังที่มีเมียระบายสีไม่ได้”

“อ่าว แล้วกูล่ะ” ไมโลชี้เข้าหาตัวเองอย่างเหวอ ๆ

“แหม ก็รวมมึงด้วยไงเพื่อนรัก”

“หึ เออ ไปทำงานไป”

“เออ มึงระวังตัวด้วยอย่าแบกห่ามเกินกำลัง ตัวมึงก็เท่านี้” น้ำนิ่งทำท่าประกอบยกนิ้วโป้งและนิ้วชี้ขึ้นมาค่อย ๆ หุบมันเข้าหากันจนเหลือช่องระหว่างนิ้วนิดเดียวส่งกลับไปให้ไมโล

“กูตัวใหญ่อย่ามาหาว่า”

“จ้า จ้า จ้า ไปได้แล้วไป”

 

 

“เชน วันนี้ผมไม่มีตารางงานแล้วใช่ไหม” ภูวาถามเลขาขณะปลดเนกไทด์ที่คอออก เชนก้มมองตารางงานในมือและตอบกลับไป

“ครับ ไม่มีแล้วครับ”

“อืม โอเค วันนี้ผมจะไม่อยู่รวมถึงพรุ่งนี้ด้วย ฝากคุณดูแลทางนี้แทนผมที”

“เอ่อ คุณภูครับพรุ่งนี้มีประชุมกับบอร์ดบริหารเกี่ยวกับโปรเจคที่ได้รับมอบหมายไปให้ทำครับ”

“อย่างนั้นเหรอ” ภูวาขมวดคิ้วเงียบอย่างใช้ความคิด “ถ้าอย่างนั้นผมจะเข้าประชุมไม่ขาด แต่ตัวผมคงไม่ได้อยู่บริษัท คุณช่วยไปแจ้งบอร์ดบริหารท่านอื่น ๆ ด้วย ว่าเราจะประชุมออนไลน์

เชนมองหน้าเจ้านายด้วยสีหน้าลำบากใจ ภูวาเห็นดังนั้นจึงถามกลับไป

“มีปัญหา” ภูวาเลิกคิ้วจ้องไปยังเลขา เชนได้รับสายตานิ่ง ๆ ของภูวาพลันขนลุกและรู้สึกร้อน ๆ หนาว ๆ ขึ้นมา

“ไม่ครับ ไม่มีปัญหา ผมจะแจ้งบอร์ดบริหารว่าคุณภูวาติดงานข้างนอกแล้วกันนะครับ” พรู เชนหลบสายตาผ่อนลมหายหลบหลีกสายตาดุดันที่เจ้านายมอบใจ

“ขอบใจ ฉันขอตัวก่อน”

“ครับ” เชนก้มหัวทำความเคารพภูวา เจ้านายชำเลืองมองก่อน จะย้ายสายตาไปยังโทรศัพท์ในมือที่หยิบออกมาจากกระเป๋ากางเกง กดค้นหารายชื่อที่ทำการติดดาวให้ขึ้นเป็นรายการโปรดและโทรออกในทันที

รอสายไปได้ไม่นานปลายก็กดรับและกรอกอันเสียงสดใสตอบกลับมา

[ฮัลโหลเฮียคิดถึงงงงงง]

“หึ รู้แล้วว่าคิดถึงลากยาวขนาดนั้น” ภูวาว่าพลันเปิดประตูรถเข้าไปนั่ง “เฮียก็คิดถึงหนูเช่นกันครับ”

“คิดถึงกันจริง ทำไมไม่มาหากันบ้างเลย”

ให้เดาจากน้ำเสียงตอนนี้เมียเขาคงกำลังทำหน้ามุ่ย ๆ อยู่แน่เลย

“ก็เฮียฝากความคิดถึงติดปีกไปหาและไงครับ ได้รับไหมเอ่ย” คนเป็นสามียังไม่หยุดที่จะหยอกล้อเมียตนเองอย่างอารมณ์ดี ทว่าอารมณ์ของปลายสายนั้นไม่จะดีเอาซะเลย

[ไม่รู้ไม่ชี้ จะได้รับต่อเมื่อเจอตัวเฮียเป็น ๆ]

“ตอนนี้เฮียยังไม่ว่างเลยงานกองเท่าหัว เฮียเหนื่อยมากอยากกับไปกกหนูจะแย่อยู่แล้ว”

[เหนื่อยมากเลยเหรอครับ] น้ำเสียงบึ้งตึงในตอนแรกเปลี่ยนไปเป็นความห่วงใย “ให้ผมไปหาเฮียไหม ไปกอดแป๊บเดี๋ยวแล้วกลับก็ได้” ส้มเสียงอ้อนวอนของน้ำนิ่งภูวานั้นรู้สึกและสัมผัสได้ ภูวาคลี่ยิ้มบาง ๆ

อยากหอมหัววะ ทำไมน่ารักขนาดนี้

“ไม่เป็นไร แล้วหนูอยู่ไหนตอนนี้ทำไมเสียงดังขนาดนั้น” ภูวาเปลี่ยนเรื่องกลัวจะโดนน้องจับโกหกได้ก่อนจะได้ไปเซอร์ไพรส์กันพอดี

[อยู่ที่มหา’ลัยครับ ผมกำลังทาสีอยู่ เฮียรู้ไหม ไอ้ไมมันยัดเหยียดให้ผมไประบายสีด้วยทั้ง ๆ ที่ผมนั้นทำได้โคตรแย่แทนที่จะให้คนร่างบึกบึนอย่างผมไปแบกห่ามเหมือนมันยังดีกว่าอีก]

ภูวาเอนตัวพิงเบาะรถ ฟังน้ำนิ่งเล่าเรื่องมากมายที่เจอในวันนี้พลางหัวเราะคิกคากไปกับความน่ารักของเมีย นานแล้วเหมือนกันที่ไม่ได้มาใช้เวลาอยู่กับน้องแบบนี้ รู้ว่าน้องมันนอยด์ น้องมันน้อยใจ แต่แค่ไม่พูดออกมาเท่านั้น เพราะน้องก็เข้าใจว่าเขานั้นทำงานหนัก น้องเคยบอกให้เขาพักบ้างอย่าหักโหมหาเงินมากจนเกินไม่รู้จะหาไปทำไมเยอะแยะ คำพูดนี้มันเหมือนมีนัยยะแอบแฝงคือต้องการจะถามว่าเอาเงินไปทำอะไรมากกว่า เรื่องนี้อาจเป็นเพียงเรื่องเดียวที่เขาไม่เคยบอกน้องเลยคือ ที่ต้องหาเงินมากขนาดนี้ก็เป็นเพราะว่าอยากจะขอน้องแต่งงานและสร้างอนาคตไปกับน้อง ขอแค่น้องรออีกนิด อีกนิดเดียวเท่านั้น แล้วเขาจะลาเพลา ๆ งานลง ให้เวลากับน้องมากยิ่งขึ้น รอเฮียก่อนนะครับ

 

“เฮ้ย ๆ ไอ้เช แบกนี้ไปด้วย” เขายืนมองไมโลเพื่อนของน้ำนิ่งกำลังสั่งรุ่นน้องให้ยกไปหลังจากเดินมางมาถึงคณะวิศวกรรมศาสตร์ที่เคยร่ำเรียน ภูวามองภาพตรงหน้าสักพักก่อนจะหันไปเอาของกินที่แวะซื้อจากเซเว่นหน้ามอ.ก่อนเข้ามาหาน้องพร้อมทั้งล็อครถ สอดส่ายมองดูคนที่มารับหน้าที่เฮดว้ากทำงานอยู่ตรงนั้นอย่างนิ่ง ๆ เป็นตำแหน่งที่เมียเขานั้นยากได้มาก ทว่าเขาไม่ได้มอบให้ ไม่อยากให้ไปยืนเด่นจนเป็นจุดสนใจเดี๋ยวจะได้มีคนโดนลงโทษ

“ไม” ภูวาส่งเสียงเรียก ไมโลได้ยินเสียงอันคุ้นเคย จึงหันกลับไปหาตามเสียงนั้นก็เจอกับคนที่ไม่คาดคิดว่าจะมา พลันตาโตตกใจรีบปรี่ตัวเข้าไปหาพร้อมกับยกมือไหว้ “หวัดดีพี่ มาไงเนี่ย”

“ขับรถมา”

อืม ไม่น่าถามเลยกู

“ผมรู้แล้วว่าขับรถมา พี่มาหาไอ้น้ำมันใช่ไหม” ภูวาพยักหน้าตอบ “ดีแล้วพี่มาหามันบ้างก่อนที่มันจะลงแรงตาย เอาแต่บ่นคิดถึงพี่ทุกวัน บ่นจนผมหูชา แล้วล่าสุดบอกจะกลับไปรอพี่ที่ห้องกลัวพี่กลับมาแล้วไม่เจอ ไอ้น้ำมันคลั่งพี่มากเลยรู้ไหมเนี่ย”

ภูวาเลิกคิ้วขึ้นอย่างแปลกใจ ก็พอรู้ เมียพี่เป็นหนักขนาดนั้นเลยเหรอ ทำไมเมียพี่มันน่ารักขนาดนี้วะ

“ขออนุญาตอ้วกได้ไหมครับ” ไมโลกรอกตามองบนเหม็นมาก เหม็นความรัก

“อ้วกได้” หูตาของไมโลแพรวพราวขึ้นมากะทันหันเมื่อได้รับอนุญาต ทว่า… “แต่ช่วยกินมันกลับไปด้วย”

 ไม่อ้วกดีกว่า ไม่แล้วจ้า ใครจะกล้าไปอ้วกลงจ้องอย่างกับจะแกงขนาดนั้น ไมโลเกาแก้มหัวเราะแหะ ๆ อย่างมองหาตัวช่วยให้ผ่านไปจากการอาฆาตนี้

“เช ไอ้เช มานี่หน่อยโว้ย”   

“ครับพี่ไม” ภูวามองเด็กปีหนึ่งห้องป้ายวิ่งมาหาไมโลอย่างนิ่ง ๆ

“นี่พี่ภูวาศิษย์เก่าและเป็นอดีตเฮดว้ากด้วย สวัสดีพี่เขาซะ” เชมองสบสายตากับอดีตเฮดว้ากที่มองมา พลันนึกขึ้นได้ว่าคนนี้นี่แหละที่เป็นแฟนของพี่น้ำนิ่ง อันที่จริงก็ไม่ทราบว่าแฟนของพี่เขาคือใครจนไปตามสืบมาจนได้รู้ว่าคนที่มีหน้าตาอย่างคนตรงข้ามนี้ได้ชื่อว่าแฟน

“สวัสดีดีครับ”

“เออ”

“ไมพี่ไปหาเมียพี่ก่อนนะ”

“ครับพี่”

ขณะที่ภูวากำลังจะเดินผ่านไมโลและเช ก็ต้องหยุดฝีเท้าลง หันกลับไปมองไอ้เด็กปีหนึ่งที่ส่งสายตาแข็งกร้าวมองมา ไม่รู้ว่ามันมีอะไรกับเขารึเปล่า แต่สัญชาตญาณมันเตือนออกมาว่าไอ้เด็กนี่มันต้องมีอะไรแน่อน ตอนนี้ยังไม่ค่อยแน่ใจ ถ้าไม่มีก็ดีไป แต่ถ้ามีเดี๋ยวได้เห็นดีกัน

ไมโลเริ่มรู้สึกถึงบรรยากาศที่มันจะไม่ค่อยดี จึงดันเชให้ออกไปพ้นจากสายตาของภูวาและยกมือสวัสดีก่อนจะแยกตัวออกไปทำงาน

 

ภูวามองตามหลังของเชก่อนจะละสายตาออกมาและเดินไปหาน้ำนิ่งใต้ตึกคณะ นานแล้วเหมือนกันที่ไม่ได้มาเยือนอีกเลยตั้งแต่จบไป ถ้าไม่มีเมียอยู่ที่นี่ชาตินี้ก็คงจะไม่มา

“เฮ้ย ๆ อย่าลงสีนั้น”

“มึงเอาสีนี้ไป”

“ระวังเตะน้ำเดินดี ๆ “

ยังไม่ทันที่จะเดินเข้าไปเสียงโวกเวกโวยวายก็เล่นดังออกมาจนเขานั้นได้ยินชัดเจน ภูวาเดินเข้าไปใกล้มากขึ้นโดยใช้สายตามองหาน้ำนิ่ง แต่มันไม่ใช่เรื่องยากที่จะเจอ เพราะว่าในเมื่อตอนนี้เห็นเด็กตัวขาวนั่งกอดเข่ามองคนนู้นที คนนั้นที พอมีใครเรียกใช้ก็รีบวิ่งไปทำตามที่เขาบอกอย่างรวดเร็ว ภูวายืนยกยิ้มมองดูเมียตนเองที่กำลังหัวหมุนในการทำงาน น้อยครั้งที่เห็นท่าทีจริงจังและความเครียดปนความเหนื่อยล้าบนใบหน้านั่น ไม่รู้ว่าได้พักผ่อนบ้างรึเปล่า คงได้เวลาที่จะเข้าไปเซอร์ไพรส์แล้วมั้ง ภูวาก้มลงหหยิบนมเย็นของโปรดของน้ำนิ่งขึ้นมามองน้ำในมืออย่างยิ้ม ๆ เมื่อนุกถึงใบหน้ามีความสุขนั่นเวลาดื่ม

“พี่น้ำนิ่งน้ำครับ”

รอยยิ้มของภูวาหุบลงในทันที ขาที่กำลังจะเดินเข้าไปชะงักถอยกลับมาหนึ่งก้าวมองดูไอ้เด็กคนนั้นยื่นน้ำให้เมียของเขา

กูว่าแล้ว ว่ามึงต้องมีอะไร

หึ กูไม่คิดว่าความมีอะไรของมึงจะเป็นเมียกู!!!

ภูวาขบกรามเข้าหากันจนเกิดเป็นสันนูนมองภาพตรงหน้าด้วยใจที่คุกกรุ่นร้อนดั่งมีใครมาแผดเผามือทั้งสองข้างกำเข้าหากันจนเส้นเลือดขึ้นได้อย่างเด่นชัด

ไม่รู้เลยว่าน้ำในมือนี่เมียจะยังได้กินอยู่ไหม หรือมันจะไปอยู่บนหัวไอ้เด็กนั่นแทนเลือด

TalK : อย่างว่าอะเนาะเมียใคร ใครก็หวงเมียใครใครก็รัก แต่ภูวาลูกโปรดใจเย็น ๆ อย่างเชี่ยวไปเอาเลือดหัวเด็กนั่นเลยนะลูก แม่ไม่อยากขึ้นโรงขึ้นศาลนะครับ ฟังแม่นะเด็กดีของน้ำนิ่ง

 

 

ยังไม่ได้แก้คำผิดนะคะ ถ้าเจอขออภัยด้วยนะคะ

อาจจะมีบางช่วงที่ดูไม่สมูทไม่ลื่นไหล ขออภัยด้วยนะคะ

เข้ามาพูดคุยกัน ได้ที่เฟซบุ๊ก : นักเขียน หน้าใหม่ ได้นะคะ

สามารถเข้าไปเล่นแท็กทวิตเตอร์

โดยใช้ #ภูวาน้ำนิ่ง

ส่วนทวิตของไรท์ @Mousyy8893

ไปเล่นกันเยอะ ๆ น๊า

ช่วยคอมเมนต์และรีวิวเพื่อเป็นกำลังให้นักเขียนด้วยนะคะ

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว