facebook-icon

ขอบคุณนักอ่านที่รักทุกคน

ชื่อตอน : ตอนที่ 11

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.5k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 13 พ.ค. 2564 00:26 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 11
แบบอักษร

ตอนที่ 11

‘ทำงานวันแรกต้องวุ่นวายขนาดนี้ไหม’

ดาริกาบ่นพึมพำอยู่ในใจวันนี้เธอยุ่งจนหัวหมุน ยืนเฝ้าเครื่องถ่ายเอกสารตั้งแต่เช้าจนตอนนี้เวลาเที่ยงกว่ายังไม่ได้ก้าวขาไปไหนด้วยซ้ำ

“ยัยมนต์ ไปกินข้าวกันเถอะเที่ยงแล้วเนี่ย”

“แกไปกินก่อนเลยพลอย เดียวฉันตามไป”

เธอวางแผนงานของตัวเองอย่างละเอียดยิบเพื่อไม่ให้กระทบกับเวลาเลิกงาน เนื่องจากตอนนี้เธอมีเป้าหมายที่จะหางานเสริมทำเพิ่มอีกสักอย่างเงินเดือนจากงานประจำอย่างเดียวคงไม่พอใช้

เพราะเงินเดือนของเธอในตอนนี้ยังไม่ถึงครึ่งตอนเป็นเลขาของภาคินด้วยซ้ำ ตอนทำงานกับเขาเธอยอมรับว่าแทบไม่มีเวลากินข้าวกินปลาด้วยซ้ำไหนจะต้องจดรายงานการประชุม ต้องออกไปพบลูกค้า อีกทั้งยังต้องตรวจทานเอกสารต่างๆและอีกมายมายถ้าให้สาธยายวันนี้เธอคงพูดจนถึงเช้าของวันมะรืน

เอาเป็นว่างานเลขาในตอนนั้นมันเยอะมากจริงๆ แต่ทว่าเงินเดือนก็เยอะตามภาระหน้าที่ที่ต้องทำ เธอจึงยอมก้มหน้าก้มตาทำงานเป็นเลขาให้เขามาตั้งเกือบสามปี

“รีบๆ ตามมานะยัยมนต์เดี๋ยวฉันกับอีกัสไปรอที่ศูนย์อาหาร”

“เออ เดี๋ยวจะรีบตามไปฉันก็หิวจะแย่แล้ว”

เสียงดังโครกครากจากท้องกำลังร้องประท้วงร่างกายของเธอ คงถึงเวลาทำงานของระบบย่อยอาหารแล้วสินะกล้ามเนื้อกระเพาะถึงได้เริ่มหดตัวทำให้มีเสียงดังออกมา หรือพูดง่ายๆว่าเธอกำลังหิวนั่นเองและร่างกายก็คงต้องการสารอาหารเต็มทีแล้ว

‘รออีกนิดนะเจ้ากระเพาะที่น่ารัก งานใกล้จะเสร็จแล้ว’

 

หน้าห้องของประธานบริษัทร่างเล็กของรินลดาเดินวนไปมาด้วยความหิว เสียงรองเท้าส้นสูงที่กระทบลงพื้นดังพอทำให้คนที่อยู่ข้างในห้องได้ยิน

ภาคินเดาว่าคงเป็นเสียงเท้าของรินลดา เขาก้มมองนาฬิกานี่ก็เวลาเที่ยงกว่าหล่อนคงรอออกไปทานข้าวพร้อมกับเขา ภาคินจึงต้องวางปากกาแล้วเดินออกไปหาหล่อนที่รออยู่ข้างนอก

“เที่ยงแล้ว ไปกินข้าวกันเถอะริน” ใบหน้าหวานคลี่ยิ้ม ก่อนเดินไปหยิบกระเป๋าใบงามบนโต๊ะแล้วรีบวิ่งตามชายร่างสูงไปติดๆ ตั้งแต่รินลดาเข้ามาทำงานภาคินก็กลายเป็นคนกินข้าวตรงเวลา นั่นเป็นเพราะคาริสาที่มักพูดย้ำกับเขาทุกวันว่า

“อยู่บริษัทอย่าใช้งานรินจนลืมเวลากินข้าวล่ะ เธอยิ่งเป็นโรคกระเพาะอยู่” นั่นคือเหตุผลสำคัญที่เขาต้องดูแลรินลดาเป็นอย่างดี

ระหว่างที่ทุกคนสนอกสนใจอยู่กับเรื่องราวของตัวเองในช่วงเวลาของการพักผ่อน ทว่ายังมีหญิงสาวร่างเล็กที่วุ่นวายอยู่กับเครื่องถ่ายเอกสาร 

“เดี๋ยวรินไปรอผมที่รถก่อน เดี๋ยวผมตามไป” รินลดาพยักหน้าตอบพร้อมรอยยิ้ม ภาคินจึงเดินไปหาดาริกาที่วุ่นอยู่กับการทำงาน ก่อนกระแอมไอเมื่อเห็นว่าเธอยังไม่รู้ตัว

“บอส!” ด้วยความตกใจทำให้เอกสารในมือร่วงลงพื้นเกลื่อนกลาดไปหมด

“เห็นหน้าฉันต้องตกใจขนาดนั้นเลยเหรอ”

“โผล่มาเงียบๆ แบบนี้จะให้มนต์ดีใจเหรอคะ” เจ้าของใบหน้างามตอกกลับน้ำเสียงเข้มโทษฐานที่เขาทำให้เธอต้องตกใจ ก่อนจะก้มลงเก็บเอกสารบนพื้น

“ยังปากดีเหมือนเดิม ทำไมถึงไม่ยอมไปกินข้าวนี่เป็นเวลาพักไม่ใช่เวลาทำงาน”

“คงชินมั้งค่ะ ตอนเป็นเลขาบอสมนต์ก็ทำงานเลยเวลาตลอด”

“ไม่ต้องย้ำถึงความโหดร้ายของฉันขนาดนั้นก็ได้” ดาริกาเงยหน้ามองเจ้าของเสียงพูดประชดประชันแล้วรีบแก้ตัวทันที

“ปะ…เปล่านะคะมนต์ไม่ได้หมายความแบบนั้น”

เธออยากตบปากตัวเองให้เลือดกลบที่กล้าพูดแบบนั้นออกไป ฟังจากน้ำเสียงประชดประชันน้อยเนื้อต่ำใจของเขาแล้ว เขาคงต้องโกรธเธออยู่แน่ๆ

“จะยังไงก็ช่างเถอะ รีบเก็บเอกสารแล้วไปกินข้าวนี่เป็นคำสั่งจากฉัน”

“ห๊า…”

‘คำสั่งจากฉัน’ นี่เขากำลังเป็นห่วงเธออยู่ใช่ไหม?

“เป็นลมเป็นแล้งขึ้นมา เดี๋ยวบริษัทต้องเสียค่ารักษาให้อีก”

เพล้ง! ถ้าจะพูดแบบนี้เอาขี้ปาใส่หน้าเธอยังดีซะกว่า ดาริกาลอบถอนหายใจอุตส่าห์คิดไปไกลว่าเขาเป็นห่วงเป็นใยแต่ที่ไหนได้เขากลัวว่าบริษัทต้องมาเสียเงินเพราะเธอ แต่ก็ยังดีที่เขามีความเป็นคนหลงเหลืออยู่บ้างเมื่อเขาก้มลงช่วยเธอเก็บเอกสาร

“แผ่นที่อยู่หน้าบอสก็มี ทำไมไม่เก็บล่ะคะ”

“ฉันอยากเก็บแผ่นนี้ มีปัญหาอะไรไหม”

มันก็ต้องมีสิ…ในเมื่อเขาเลือกเก็บเอกสารแผ่นที่วางอยู่ข้างตัวเธอ ร่างเล็กจึงดูเหมือนถูกเขากอดเอาไว้หากมีใครเดินผ่านไปผ่านมาเห็นเข้า คงดูไม่งามสักเท่าไหร่

“ฉันช่วยเก็บก็ดีแค่ไหนแล้ว ขอบคุณสักคำยังไม่มี” เจ้าของใบหน้าหล่อพูดพร้อมกับเงยหน้าขึ้นมอง ปลายจมูกของเขาห่างจากหน้าเธอไม่ถึงหนึ่งคืบด้วยซ้ำ ลมหายใจอุ่นเป่ารดดวงหน้างามจนเธอรู้สึกร้อนผ่าวไปทั้งสองแก้ม

เขาคิดจะทำอะไรกันแน่

ทำไมจู่ๆเขาถึงโน้มหน้าเข้ามาใกล้จนปลายจมูกโด่งแตะเบาๆบนพวงแก้มที่แดงระเรื่อ สายตาคู่นั้นเลื่อนมองเรียวปากบางสีชมพูพีชก่อนจะกลืนน้ำลายจนเธอสังเกตุเห็นการเคลื่อนไหวของลูกกระเดือก

นี่เขากำลังอดทนต่อความรู้สึกของตัวเองอยู่ใช่ไหม

ดาริกากำมือแน่นขย้ำเอกสารในมือจนยับยู่ยี่ หัวใจของเธอเต้นรัวเร็วเมื่อเรียวปากหนาเคลื่อนเข้ามาใกล้เธอตัดสินใจหลับตาพริ้มปล่อยให้ทุกอย่างเป็นไปตามสถานการณ์ เหมือนในซีรีส์ที่เธอติดงอมแงมเวลาพระเอกต้องการจะจูบ พวกนางเอกก็หลับตารอทั้งนั้นแหละ

“หลับตาพริ้มขนาดนี้ รอให้ฉันจูบ?”

แล้วทุกอย่างก็ดิ่งวูบสู่ความเวิ้งว้างอันไกลโพ้น นี่คงเป็นความคิดของเธอฝ่ายเดียวอีกแล้วสินะดวงตากลมเบิกกว้างดาริกาเม้มริมฝีปากเข้าหากันตอนนี้เธอรู้สึกอายจนอยากแทรกแผ่นดินหนี

ร่างเล็กลุกขึ้นยืนแล้วรีบตั้งสติก่อนวิ่งออกไปทันที เธอวิ่งไปหลบตรงราวบันไดมือเล็กทุบหน้าอกของตัวเองเบาๆลมหายใจเหนื่อยหอบถูกพ่นออกมาราวกับว่าเพิ่งผ่านการวิ่งแข่งขันมาหมาดๆ

“ทำไมใจถึงเต้นแรงขนาดนี้ ทำไมถึงรู้สึกร้อนไปหมด”

เหมือนเธอเพิ่งค้นพบความรู้สึกของตัวเอง ตอนเธอเจอกับภาคินครั้งแรกเธอเด็กมากจนไม่รู้ด้วยซ้ำว่าความชอบหรือความรักคืออะไร 

เพิ่งได้มาค้นพบเมื่อกี้นี่เองว่า เวลาคนเราใจสั่นเพราะหลงรักใครสักคนความรู้สึกมันเป็นยังไง

“อย่าบอกนะว่าฉันชอบบอสจริงๆ...แกตั้งใจกลับมาทำให้เขาหวั่นไหวแต่ทำไมถึงเป็นแกที่หวั่นไหวซะเองยัยมนต์”

แล้วเสียงข้อความของพลอยประภาก็ทำให้เธอหลุดออกจากห้วงความคิดที่แสนสับสนวุ่นวาย

พลอยประภา : ตายคาเครื่องเอกสารแล้วรึไงยัยมนต์

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว