facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ฉลามซ่อนรัก 18 : เปิดไพ่ยืมมือ

ชื่อตอน : ฉลามซ่อนรัก 18 : เปิดไพ่ยืมมือ

คำค้น : ฉลามซ่อนรัก

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 940

ความคิดเห็น : 5

ปรับปรุงล่าสุด : 12 พ.ค. 2564 18:01 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ฉลามซ่อนรัก 18 : เปิดไพ่ยืมมือ
แบบอักษร

ฉลามซ่อนรัก 18 : เปิดไพ่ยืมมือ 

#ฉลามซ่อนรัก 

 

           ซีวานถึงกับชะงักเมื่อผมพูดแบบนั้น ดวงตาเราสบกันและผมพบความแปลกระคนไม่เข้าใจในดวงตาคู่นั้นที่มองผม ผมไม่ได้มีเจตนาจะหาเรื่อง แต่ผมสัมผัสได้ถึงจิตใจที่รุ่มร้อนกว่าปกติของพี่ชายผม ทุกคำพูดและแรงอารมณ์มันส่อถึงความรุนแรงแสนอันตรายที่น่าหวาดกลัว

 

           ซึ่งนั่นไม่ใช่นิสัยซีวาน

 

           “พี่ดูอันตรายขนาดนั้นเลยเหรอ ?” เขาเอ่ยถาม “พี่ไม่รู้ตัวเลยสักนิด”

 

           “พี่แค่ดูใจร้อนกว่าปกติน่ะครับ ผมคิดว่าเพราะสารที่พี่โดนเข้าไป” ผมตอบกลับ “ถ้าพี่ได้อาบน้ำล้างมันออกไปก็น่าจะช่วยได้ เผลอๆ มันจะทำให้พี่ใจเย็นลงด้วย”

 

           “พี่ทำให้นายกลัว ?”

 

           “ไม่ครับ ผมแค่เป็นห่วง”

 

           “…”

 

           “แค่ผมโดนทดลองคนเดียวก็แย่พอแล้ว ถ้าพี่โดนไปด้วยมันจะยิ่งแย่กว่า” ผมถอนหายใจใส่ “แต่ผมคิดว่าพี่แค่โดนเล็กๆน้อยๆจากฉลามสองหางที่คุยกัน เพราะงั้นไปอาบน้ำแล้วนอนพักซะ มันจะได้ดีขึ้น”

 

           “อาเห็นด้วยกับซีนนะ วันนี้เราเจอเรื่องหนักมาพอแล้ว” อาพูดพร้อมยันตัวลุกขึ้น ไม่วายประคองผมให้ยืนขึ้นข้างเขา “ไว้ค่อยคุยกันพรุ่งนี้ต่อเถอะ ยังพอมีเวลาให้เราตัดสินใจ”

 

           “หรือถ้าพี่ไม่สบายใจให้ผมไปนอนเป็นเพื่อนไหม”

 

           “พี่นอนคนเดียวจะดีกว่า” เขาว่ากลับไม่ได้จะกีดกัน แค่อยากป้องกันไม่ให้ผมเป็นอันตราย “โทษทีนะ พี่ไม่รู้ตัวเลยว่าพูดอะไรรุนแรงไป พี่แค่ไม่พอใจเมื่อคิดเรื่องเจมส์”

 

           “ผมรู้ครับพี่ ไม่มีใครโอเคหรอก” ผมยิ้มให้จากนั้นก็เดินไปดึงมือเขาให้ลุกขึ้น “แต่ตอนนี้เราต้องพักเติมพลังก่อน พอพรุ่งนี้พ่อกับแม่มาถึงเราค่อยคิดกันใหม่ ผมเชื่อว่าเราจะหาทางออกได้ และแผนของพี่มันก็น่าสนใจ”

 

           “แต่พี่ควรคิดถึงความสบายใจของนาย”

 

           “ผมยอมถ้ามันช่วยให้เรื่องนี้จบไว”

 

           “…”

 

           “แต่อย่างที่บอกไป รอพ่อแม่มาก่อนดีกว่า” ผมระบายยิ้มบางเป็นการให้กำลังใจเขา พลันยื่นหน้าไปหอมแก้มพี่ชายเป็นการเสริมทัพ ซีวานถอนหายใจ ผมรับรู้ได้ว่าเขาใจเย็นลงกว่าก่อนหน้านี้นัก แปลว่าสารนั่นมีผลกับเขาอย่างที่คาด

 

           รวมถึงกลิ่นที่เขาพูดให้ฟัง เราต้องหาต้นตอของปัญหาให้เจอ

 

           “พี่จะได้ไม่ต้องเครียดอยู่คนเดียวไง อิลเดนสันไม่ทิ้งกันนะครับ”

 

           “ปาร์คเกอร์คนนี้ด้วย” อายกมือขึ้นมาขัดพลางยิ้มขำ “เราเป็นครอบครัวเดียวกัน เราต้องซัพพอร์ตกันสิ”

 

           “พูดแบบนี้ค่อยรู้สึกอยากยกน้องชายให้หน่อย แต่ก็ต้องขึ้นอยู่กับพ่ออยู่ดี”

 

           “เฮ้”

 

           “นายขึ้นไปพักกับอาเถอะซีน แล้วตอนเช้าค่อยคุยกัน” ซีวานตัดบทพร้อมกับดันหลังผมให้เดินไปหาอา นั่นเป็นวิธีการกลบเกลื่อนในแบบของเขา “ฝากน้องด้วยนะครับ ผมจะขึ้นไปพักเหมือนกัน อีกห้องยังนอนได้ใช่ไหมครับ ?”

 

           “อาเตรียมห้องไว้เรียบร้อยแล้ว เข้านอนได้เลย”

 

           “ขอบคุณครับ” เขายกยิ้มบางทว่ากลับดูหล่อเหลาจนน่าหมั่นไส้ ซีวานยีหัวผมก่อนจะเป็นฝ่ายขอตัวเดินขึ้นชั้นสองไป ทิ้งให้ผมกับอามองตามแผ่นหลังกว้างใหญ่จนลับสายตาไปในที่สุด

 

           ไม่รู้ว่าคิดไปเองไหม ผมรู้สึกว่าพี่มีอะไรซ่อนอยู่

 

           ไม่แน่ว่าเขาอาจเจอเรื่องอื่นที่เราไม่รู้ แค่เลือกที่จะไม่บอกเท่านั้น

 

           “อาว่าพี่มีอะไรปิดบังเราหรือเปล่าครับ” ผมหันไปถามคนข้างๆ “ผมว่าพี่ดูแปลกๆ”

 

           “ทำไมคิดงั้นล่ะ ซีวานก็แค่เหนื่อยล่ะมั้ง”

 

           “ไม่รู้สิ ผมรู้สึกเหมือนพี่ซ่อนอะไรบางอย่าง”

 

           “คิดมากไปหรือเปล่า”

 

           “ผมพูดจริงนะครับ เหมือนเขากำลังคิดมาก”

 

           “เขาคงเป็นห่วงเราเรื่องเจมส์น่ะ”

 

           “หรือมากกว่านั้น”

 

           “หืม ?”

 

           “ผมว่าเขากำลังสับสนในตัวเอง” ผมครุ่นคิดอธิบายไม่ถูกเหมือนกันว่าทำไมถึงคิดอย่างนั้น จำก่อนหน้านี้ได้ไหมที่ผมบอกว่าพี่คล้ายกับกำลังตามหาอะไรบางอย่าง ตอนนั้นผมมองว่าเขาแค่อยากพักจากเรื่องงาน แต่ตอนนี้ผมรู้สึกว่ามันเกี่ยวข้องกับสิ่งที่เขาเจอมา

 

           ผมไม่รู้ว่าใต้ผืนทะเลนั่นเขาไปเจออะไรมาบ้าง

 

           แต่มันส่งผลกับซีวานมากกว่าที่คิด

 

           เสียดายที่อาไม่อยากให้ผมคิดมากอีก เขาดันผมขึ้นชั้นสองไปอาบน้ำเข้าห้องตามที่ตกลงกับซีวานไว้ พี่ชายผมเองก็ไม่ได้ออกมาพูดอะไร พอเข้าห้องได้เขาก็เงียบหายไปจนน่าหวั่น ส่วนผมก็มานอนกอดอาอยู่ในห้อง เฝ้าคิดถึงแผนการที่เขาพูดกัน

 

           ผมไม่แน่ใจว่ามันจะเวิร์คหรือเปล่า

 

           แต่ถ้ายืมมือแซคให้เป็นหมากก็มีสิทธิ์ผ่านไปได้ เห็นเขาเป็นคนเจ้าอารมณ์แบบนั้น ทว่าเนื้อในก็เป็นพวกฉลาดแกมโกงอย่างน่าหวั่นใจ เขาจะไม่ทำให้ถ้าเกิดเราไม่มีของแลกเปลี่ยนที่น่าสนใจมากพอ

 

           ซึ่งกับคนที่มีทุกอย่างอย่างแซค การหาข้อเสนอที่ถูกใจเป็นเรื่องยาก

 

           ถึงอย่างนั้นก็ใช่ว่าจะไม่มีทาง

 

           เพราะสิ่งที่เขาต้องการ...

 

           คือผมไง 

 

           ‘มันจะล่อนายไปตาย’ ใครบางคนพูดขึ้นในความฝัน เสียงคุ้นเคยราวกับฟังอยู่ทุกเช้าเย็น ‘ทันทีที่นายเข้าใกล้มัน มันจะกัดกินนาย’

 

           ‘คุณเป็นใคร ?’

 

           ‘ฉันช่วยนายได้’

 

           ‘นั่นใคร’

 

           ‘ให้ฉันเป็นนาย’

 

           ‘ไม่’

 

           ‘ให้ฉันเป็นนายซีน !!!!’ 

 

           “เฮือก !” ผมสะดุ้งตื่นทันที่ภาพความฝันเมื่อครู่ทำผมหวั่นจนใจสั่น ผมยกมือกุมอกเนื่องจากจู่ๆ มันก็เจ็บขึ้นมาอย่างประหลาด ราวกับว่าถูกฉีกร่างตอนที่นอนอยู่ ทว่าพอตรวจสอบกลับไม่เจอบาดแผล ตรงอกก็ไม่มีรอยแผลเป็นเช่นก่อนหน้านี้

 

           มีแค่ความรู้สึกที่ถูกย่ำยี

 

           ผมไม่รู้ว่าจะทนอยู่ในสภาพนี้ไปได้อีกนานแค่ไหน

 

           แล้วที่บอกว่าให้ฉันเป็นนายนั่นหมายความว่าไง ?

 

           มันจะมาแทนที่ผมใช่ไหม ?

 

           หรือมันจะเปลี่ยนผมเป็น...

 

หมับ !

 

           “อื้อ !”

 

           “ซีน ชู่ว” ผมเบิกตากว้างตอนที่ถูกปิดปากจากด้านหลัง ทว่าก็มีเสียงที่คุ้นเคยดังขึ้นมาพาให้เหลือบตาไปมองอาที่เป็นคนทำ เขาเอานิ้วชี้แนบปากตัวเองปรามผมไม่ให้ส่งเสียงดังทำเอาผมเลิกคิ้วใส่ “เงียบแล้วตามอามาตกลงไหม”

 

           “อาจะพาผมไปไหน ?”

 

           “ไปจากที่นี่ มันไม่ปลอดภัย”

 

           “อาหมายความว่าไง”

 

           “ได้ยินเสียงไหม”

 

           “หืม ?”

 

           “มีคนอื่นอยู่ในบ้านเรา” 

 

           ผมถลึงตาใส่ตกใจที่เขาพูดแบบนั้น พอเงียบแล้วฟังตามคำที่ว่าก็ได้ยินเสียงฝีเท้าจากชั้นล่างจริงๆ ยิ่งผมที่ประสาทสัมผัสดีอยู่แล้ว ก็รับรู้ได้ว่ามีมากกว่าหนึ่ง อาเอามือออกพาให้ผมสามารถสูดหายใจได้ลึกๆ

 

           ผมได้กลิ่นดินปืน

 

           “พวกมันมีปืนด้วย” ผมพึมพำ “และมีกันหลายคนมาก”

 

           “มันคงงัดเข้าบ้านมา อาได้ยินเสียงมันทำของแตกตอนหลับอยู่”

 

           “แล้วซีวานล่ะครับ พี่นอนหลับอยู่...”

 

           “เขาต้องรู้อยู่แล้ว” อาตอบกลับด้วยความมั่นใจ นั่นสินะ ถึงพี่จะนอนหลับลึกแค่ไหนก็ไม่มีทางที่เขาจะไม่รู้ตัวว่าอาณาเขตกำลังถูกรุกราน มือหนาจับมือผมแน่น อาเดินไปที่ตู้เสื้อผ้า ค่อยๆ เปิดตู้เซฟแล้วหยิบบางอย่างในนั้นออกมา

 

           ปืนลูกโม่ที่ถูกซ่อนไว้มานาน

 

           “อายิงปืนเป็นเหรอครับ ?”

 

           “ก็พอได้ ไว้ป้องกันตัว” เขาพูดพร้อมถือปืนไว้ข้างตัว “ตามอามา เราต้องหาทางออกจากบ้าน”

 

           “ข้างล่างคงมีพวกมันเต็มไปหมด ผมได้กลิ่นคนเยอะมากๆ” ผมเม้มปาก ประสาทสัมผัสผมทำงานได้ดีเมื่อตกอยู่ในอันตราย “และเหมือนกำลังมีคนขึ้นบันได”

 

           “งั้นเราต้องหนีทางหน้าต่างแทน” ไม่รอช้าอารีบเดินไปตรงหน้าต่างเพื่อเช็คว่าออกไปได้ไหม ทว่าเขาก็ต้องแอบข้างผ้าม่าน สีหน้าเคร่งเครียดบ่งบอกได้ดีว่าข้างนอกไม่ปลอดภัย “มีคนเฝ้าข้างนอกสามสี่คนเห็นจะได้”

 

           “ถ้าลงไปมันคงจับเราได้”

 

           “งั้นอาจะล่อให้ เรารีบหนีไป...”

 

บรื้น ! บรื้นน !!!

 

“เฮ้ย !”

 

           “ซีวาน...!” เสียงเร่งเครื่องดังขึ้นรั้งให้พวกเรามองออกไปนอกหน้าต่าง ภาพที่ผมเห็นคือซีวานที่อยู่บนรถอีกคันของอา กำลังเหยียบคันเร่งเรียกร้องความสนใจจากพวกคนร้ายให้ตื่นตระหนก เขาตวัดสายตามามองผม พยักหน้าเป็นการสื่อให้ผมรีบหนีไป

 

           ร่างสูงออกรถอย่างเร็ว ทิ้งเพียงรอยยางเบียดถนนไว้

 

           “มันหนีไปแล้ว รีบตามไป !”

 

           “จับมันให้ได้ อย่าให้รอดสักคนเดียว !”

 

           “หลบ !” อาดึงผมมาหลบเพื่อไม่ให้คนข้างนอกเห็น เสียงฝีเท้าดังเต็มไปหมด พวกมันรีบขึ้นรถไล่ตามซีวานไปติดๆ อาอาศัยจังหวะนั้นรีบพาผมออกจากห้องเพื่อที่เราจะหนี

 

แต่เหมือนโชคไม่ดี...

 

“เฮ้ย ! เป้าหมายอยู่ในบ้าน !”

 

“เวรแล้ว ! วิ่งเร็วซีน !” อาสบถพร้อมกระชากผมให้วิ่งออกทางด้านหลัง เขาปิดประตูกระแทกหน้าพวกมันอย่างจัง ใช้ด้ามปืนตบคนที่ตามมาและเตะอัดขาไป จากนั้นก็ดันผมขึ้นรถคันประจำแล้วรีบสตาร์ทรถขับออกไป

 

เป็นจังหวะเดียวกับที่พวกคนใจร้าย…

 

ปังๆๆ !

 

           “หมอบลงซีน !”

 

           “เหวอ !” อาดันผมให้หมอบลงป้องกันกระสุนเจาะเข้าหัว ส่วนเขาก็หลบเท่าที่ทำได้และเหยียบคันเร่งพุ่งเข้าใส่ไอ้พวกนั้น “อา !”

 

           “อย่ามอง !” อาตวาดผมไม่รู้ว่าสถานการณ์ด้านหน้าเป็นยังไงบ้าง รู้แค่ว่าพออาทำให้พวกมันแตกกระเจิงได้ อาก็รีบถอยหลังเลี้ยวรถออกถนนใหญ่ไป ถึงอย่างนั้นก็ใช่ว่าพวกเราจะรอดตาย ทันทีที่ไอ้พวกนั้นมันตั้งสติได้มันก็รีบขับรถไล่ตามเรา “เวร !”

 

บรื้นนน !

 

           “จับไว้ดีๆนะซีน” อาบอกตอนที่เหยียบคันเร่งจนมิด นี่เป็นครั้งแรกเลยที่เขาขับรถเร็วขนาดนี้ ซึ่งสถานการณ์มันก็บีบคั้นให้อยู่เฉยไม่ได้ “โทรหาแม่เรา บอกให้เขามารับที่ท่าเรืออาก็ได้ เดี๋ยวอาจะสลัดพวกมันให้หลุดแล้วไปส่งเราให้ปลอดภัย”

 

           “ไม่ใช่แค่ผมคนเดียวสิ เราต้องรอดด้วยกัน !” ผมตอบกลับหันขวับไปมองด้านหลังก็พบรถกระบะสีดำขับไล่เต็มไปหมด “บ้าจริง มันขนกันมาเท่าไหร่เนี่ย”

 

           “ไม่รู้สิ รู้ว่ามากพอที่มันจะไม่ปล่อยให้เรารอดชีวิต” อาเหยียบคันเร่งหนักขึ้นอีก “อาต้องสลัดมันทิ้งไม่งั้นมันจะตามเราไม่หยุด”

 

           “นี่มันมาล่าผมเหรอ มันถึงขนกันมาขนาดนี้”

 

           “อาไม่ยอมยกเราให้มันแน่ซีน”

 

           “อา”

 

           “ถ้ามันจะเอาตัวเราไป ก็ข้ามศพอาไปก่อน !” เขาพูดพร้อมเลี้ยวเข้าซอยลัด ซิกแซกลู่ทางไม่ให้อีกฝ่ายตามมาได้ จังหวะนั้นผมพยายามตั้งสติ รีบหยิบมือถือโทรหาแม่เพื่อบอกสถานการณ์ ทว่ามันเป็นจังหวะเดียวกับที่ซีวานโทรมา

 

Rrrr !

 

           “พี่ครับ !”

 

           [บอกให้อาตรงไปข้างหน้า ที่เหลือพี่รับช่วงต่อเอง]

 

           “หา ?!”

 

โครม !

 

           “เฮ้ย !” ผมอ้าปากค้างทันทีที่เห็นรถคันนึงพุ่งชนรถที่ตามไล่หลังเรา มันคือรถคันเดียวกับที่ซีวานขับออกไปก่อนหน้านี้ เขาขัดขวางไม่ให้พวกคนใจร้ายไล่ตามเราอีก นาทีนั้นอาเหยียบคันเร่งมิดกว่าเดิมจนหน้ารถเราเหินให้ผมหวั่นใจ “พี่ครับ อันตราย !”

 

           [พี่โทรหาแม่แล้ว เขารออยู่ที่ท่าเรือ]

 

           ซีวานตอบกลับ เสียงกระสุนปืนไล่หลังเรามาติดๆ

 

           [บอกอาพาเราไปที่ท่าเรือให้ได้ พี่จะตามไปทีหลัง]

 

           “แต่พี่ครับมันอันตรายมากเลยนะ !”

 

           [ดีกว่ามันเอาตัวเราไปอย่างที่หวัง]

 

           “ซีวาน !”

 

           [ไปหาแม่ซะซีน !]

 

           จบคำพูดนั้นเสียงเขาก็ถูกตัดขาด ผมหันขวับไปมองก็เห็นซีวานพยายามเบียดรถพวกนั้นให้กระแทกสิ่งรอบข้างจนตามเราไม่ได้ ด้วยความที่แถวนี้เป็นเมืองเล็กๆ ขับในซอยได้ไม่นานก็ออกสู่ถนนใหญ่ อาเลี้ยวไปเลี้ยวมาเนื่องจากมีรถบางคันที่หลุดรอดจากซีวานมาได้

 

           ซ้ำบางคันยังเทียบข้างเรา หันปืนมาเตรียมยิงใส่

 

           ติดแค่ว่าอาโนเอลมือไว

 

ปัง !

 

           ผมอ้าปากค้างกับภาพที่เห็น อายิงสวนไปก่อนที่มันจะได้ยิงใส่ พาให้กระสุนสีเงินทะลุหัวมันจนล้มใส่คนข้างกาย รถมันเลยเสียหลักอาเลยเบียดให้มันตกผาไปทำเอาผมตื่นตระหนกไปหมด มีรถอีกคันพยายามแซงเพื่อให้เราชน อาเลยเบียดมันครูดไปกับข้างทาง

 

           จากนั้นก็ยิงคนขับให้ตายคาพวงมาลัย ชนมันให้เสียหลักลงผาไปอีกคัน

 

           ผมไม่รู้เลยว่าอายิงปืนแม่นขนาดนี้ ทั้งที่ปกติเขาไม่เคยจับปืนเลยสักครั้ง สีหน้าเขาตอนนี้เต็มไปด้วยความจริงจัง เขาดูพร้อมทำลายทุกอย่างที่ขวางหน้า

 

           “ข้ามสะพานนี้ไปก็ถึงท่าเรือแล้วจิ๋ว แม่เราคงมารอแล้วล่ะ” เขาพูดเร็วมาก “เดี๋ยวอาจะส่งเราให้แม่ก่อนและจะขับล่อพวกที่ตามมา”

 

           “ไม่ได้นะครับอา ถ้ามันฆ่าอาขึ้นมาจะทำยังไง”

 

           “มันทำอะไรอาไม่ได้หรอก อาไวจะตาย” เขาหันมายิ้มให้ “และอาต้องกลับมาปกป้องเราอีก”

 

           “แต่ผมไม่อยากให้อาไปไหน ผมเป็นห่วง อาอย่ามาเสียสละแบบนี้”

 

           “ต้องทำสิจิ๋ว เพื่อต่อชีวิต”

 

           “อา...!”

 

           “และเพื่อปกป้องหัวใจดวงนี้”

 

“!!!”

 

“ถึงตายอาก็ยอม” 

 

           “ไม่ครับอา ห้ามตายเด็ดขาด !” ผมตวาดลั่น “อาจะมาคิดง่ายๆ แบบนี้ไม่ได้นะ เราสัญญาแล้วว่าจะอยู่ด้วยกัน !”

 

           “ถ้ามันจำเป็นก็ต้องทำนะซีน ความปลอดภัยของเราต้องมาก่อน”

 

           “ถ้าจะปลอดภัยก็ต้องปลอดภัยกันให้หมด ผมจะไม่ยอมเสียใครไปทั้งนั้น” ผมสวนกลับอย่างจริงจัง “โดยเฉพาะอา ถ้าไม่มีอาผมอยู่ไม่ได้หรอก เพราะงั้นอาต้องไปกับผมนะครับ”

 

           ผมจับมือเขาพลางขอร้องกัน ผมรู้ว่าอาแค่พูดไปก่อน มันอาจไม่มีอะไรก็ได้ แต่ผมไม่อยากให้เขาคิดว่าต้องเสียสละเท่านั้นจึงจะปลอดภัย เราร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมาขนาดนี้ จะให้ทิ้งกันไปได้ยังไงไม่มีทาง แน่นอนว่าอาลังเล เขาไม่อยากรับปากเพราะสถานการณ์นี้มันไม่มีอะไรแน่นอนสักอย่าง

 

           ถึงอย่างนั้นผมก็อ้อนวอนเขาด้วยสายตา

 

           “เราจะหนีไปด้วยกัน ชีวิตผมต้องมีอานะ”

 

           “อาก็เสียเราไปไม่ได้เหมือนกัน”

 

           “งั้นอยู่ปกป้องไปตลอดสิครับ ไม่ใช่เสียสละแล้วแยกจากกัน”

 

           “ซีน่อน”

 

           “ถ้าอยากให้ปลอดภัยก็ต้องอยู่ดูแลกัน อย่ามาทิ้งผมไปนะ ผมไม่ยอม” ผมว่าเสียงสั่นประจวบเหมาะที่รถด้านหลังเริ่มไล่เรามาอีกแล้ว นาทีนั้นผมคว้าปืนจากมืออา โผล่ออกไปนอกกระจกแล้วเล็ง จากนั้นก็เหนี่ยวไกยิงล้อมันจนระเบิดขึ้นมา

 

เอี๊ยดดด !

 

           เสียงล้อเสียดสีกับถนนก่อนที่รถคันนั้นจะพุ่งตกหน้าผาไป ผมกลับเข้ามาในรถ อวดให้อาเห็นว่าผมก็ปกป้องอาได้แม้ว่ามันจะเสี่ยงเกินไปก็ตาม แต่ก็ดีกว่าการให้เขามาปกป้องตลอด ถ้าเราอยากรอดเราต้องช่วยกัน

 

           “ผมเองก็จะปกป้องอาเหมือนกัน”

 

           “เรานี่มันดื้อด้านจริงๆ ทำไมเชื้อแม่เราต้องมาตื่นเอาตอนนี้ด้วยนะ”

 

           “บอกแล้วไงครับว่าผมจะไม่ปล่อยอา เราจูบกันแล้วนะ”

 

           “ซีน”

 

           “ผมไม่ปล่อยให้อาหนีผมไปหรอก” อาถอนหายใจเหนื่อยหน่ายเหมือนเขาหมดคำจะพูดกับผม เขาคิดว่าการเสียสละของเขาจะช่วยให้เรื่องมันจบ แต่ไม่หรอก มันไม่มีทางเป็นแบบนั้น กลับกันถ้าเขาเป็นอะไรไป มันก็ยิ่งง่ายขึ้นที่จะจับตัวผม

 

           คนพวกนั้นต้องการกำจัดทุกคนเพื่อให้เหลือแค่ผมคนเดียว

 

ปรี้นๆ !

 

           “ซีวาน !” ผมยิ้มร่าตอนเห็นพี่บีบแตรไล่หลังก่อนจะขับรถที่สภาพแย่มากมาเทียบข้างเรา นาทีนั้นผมถอนหายใจยาวกว่าที่อาทำ รู้สึกโล่งใจที่เห็นพี่ยังปลอดภัยอยู่ “ขอบคุณพระเจ้า พี่ยังอยู่”

 

           “บอกแล้วว่าจะตามมาทีหลัง” เขายกยิ้มให้ “นายกับอายังโอเคอยู่นะ”

 

           “โอเคครับพี่ อายิงปืนแม่นมาก” ผมชมให้เขาฟัง “แค่ข้ามสะพานนี้ไปก็เจอท่าเรือแล้วสินะ หวังว่าแม่คงมารอแล้ว”

 

           “พี่ก็หวังแบบนั้น ตอนนี้พวกมันน่าจะตามมาไม่ทันแล้ว” เขาว่าพร้อมมองผ่านกระจกหลัง “แต่กันพลาดพี่จะล่อไปอีกทางเพื่อให้นายกับอาไปหาแม่ได้ปลอดภัย แล้วค่อยลงทะเลว่ายไปหาที่เซฟเฮ้าส์”

 

           “ทำไมพี่ต้องพูดเหมือนอาด้วย อาก็ตั้งใจจะทำแบบนั้น”

 

           “งั้นพี่ต้องชิงลงมือก่อนเพื่อให้อาอยู่กับนายนานๆ”

 

           “พี่ครับ”

 

           “อย่าคิดใช้โอกาสนี้ทิ้งน้องชายผมสิครับอา ไม่ดีเลยนะ” เขาชะโงกหน้าคุยกับคนด้านข้างผมที่ไม่ได้ตอบกลับ อาทำแค่พ่นลมหายใจนิดหน่อยคล้ายเหนื่อยที่จะต้องพูดกัน “น้องชายผมรออามานาน ช่วยอยู่กับเขาให้นานกว่านี้หน่อย”

 

           “เราเองก็เสี่ยงไม่ต่างกันซีวาน เราควรอยู่ปกป้องน้อง”

 

           “ผมหนีลงทะเลได้ อย่างน้อยมันคงไม่กล้ากับผมตอนเป็นฉลาม” เขากระตุกยิ้มร้ายกาจ “แต่น้องมีแค่อาที่ปกป้องได้ในเวลานี้ เพราะงั้นดูแลชีวิตตัวเองหน่อยนะครับอา อย่าเพิ่งทิ้งซีนไปไหน”

 

           “อาไม่ทิ้งเขาหรอก อาแค่อยากปกป้องเขาให้ปลอด...”

 

           “อาครับระวัง !!!”

 

โครม !

 

           เสี้ยววินาทีที่เราคุยกันจู่ๆ ก็มีคนกระบะคันยักษ์โผล่มาชนอัดเราตอนถึงสะพานข้ามแม่น้ำ ความเร็วที่ส่งผ่านกระแทกเข้ากับประตูฝั่งคนขับ บีบอัดร่างอาให้ติดอยู่ตรงนั้น ส่งผ่านความเลวร้ายไปถึงรถของซีวานให้ร่างผมอัดเข้ากับประตูฝั่งเขา

 

           รถของเราร่วงลงผืนน้ำ ให้หยาดทะเลนับล้านโอบกอดพวกเราไว้ ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก เป็นเราด้วยที่ประมาทเกินไป

 

           ผมที่หายใจใต้น้ำได้พยายามฝืนร่างกายที่เจ็บหนักมาปลดเข็มขัดนิรภัย พร้อมกับช่วยอาที่หมดสติไป

 

           ที่หัวเขามีเลือดไหลเต็มไปหมด

 

           ‘อาครับ ! อา !’

 

           ผมส่งเสียงเรียกทว่าอาไม่ได้ยิน มือก็พยายามดึงเขาออกจากรถที่กำลังจมดิ่งลงสู่มหาสมุทร แรงกระแทกเมื่อกี้คงทำให้หัวอาฟาดกับพวงมาลัยอย่างแรง ซ้ำตัวก็ยังติดกับส่วนที่บีบอัดอีก ผมพยายามทุกทางที่จะช่วยอา ไม่ลืมประคองใบหน้าเขามารับอากาศจากปากผม

 

           อาหายใจใต้น้ำไม่ได้ ยิ่งอยู่ในน้ำนานเท่าไหร่อากาศยิ่งหมด แย่กว่าคือการที่เขาสลบ

 

           ‘ซิล ! ซิลช่วยเราที !’

 

กึด !

 

           ผมที่ส่งกระแสจิตหาพี่ชายที่ร่วงลงมาก่อน วิงวอนขอร้องให้เขาตั้งสติมาหา ซึ่งต้องขอบคุณที่เขากลายร่างเป็นฉลามพอดีเลยหลุดจากรถคันนั้นมา ทันทีที่ได้ยินเสียงผมเขาก็ใช้ฟันฉลามขนาดใหญ่กัดเข้าช่วงหน้ารถ กระชากอย่างแรงจนมันฉีกขาด

 

           ผมใช้จังหวะนั้นดึงอาออกมาเพื่อพาเขาขึ้นไปบนน้ำ ทุ่นแรงหน่อยก็จับครีบหลังซีวาน ให้เขาเป็นตัวส่งพาขึ้นไปบนผิวน้ำ

 

           แต่แล้วเรื่องที่แย่ก็เกิดขึ้นเมื่อเราขึ้นมาโกยอากาศ

 

ปังๆๆ !

 

           “กึด !”

 

           “หนีลงน้ำเร็ว !” ผมสั่งซีวานเสียงดังตอนที่กระสุนนับสิบพุ่งตรงมาหา เรากลับลงมาใต้น้ำอีกครั้งเพื่อไม่ให้โดนกระสุนที่ถูกยิงใส่ ซีวานโดนไปนิดหน่อย แต่ด้วยความที่เขาอยู่ในร่างฉลามเลยไม่เป็นอะไร ผิวหนังของเมกาโลดอนหนาพอที่จะกันกระสุนได้

 

           แต่ก็ใช่ว่าจะตลอดไปซะหน่อย

 

           “กรรจ์ !” พี่ชายผมขบกรามแน่นขณะที่พยายามพาผมหนีให้พ้นพวกคนใจร้าย เขาต้องพาผมขึ้นมาบนผิวน้ำเป็นบางอย่างเพื่อให้อาหายใจไม่เป็นอะไรไปก่อน ซึ่งแต่ละครั้งมันเสี่ยงมาก นอกจากจะมีคนที่ขับรถไล่ตามเราแล้ว ยังมีเฮลิคอปเตอร์สาดไฟไล่

 

           ผมได้ยินเสียงเรือกับเสียงเจ็ทสกีที่พาให้ซีวานต้องตวัดหางใส่

 

           เขาต้องเคลียร์ทางและระวังไม่ให้ผมโดนจับตัวไป

 

           แต่ด้วยความที่พะวงหลายทางทำให้สุดท้ายเขาถูกเรือชนอย่างแรงจนกลิ้งหงาย มือผมหลุดจากครีบเขาเปิดโอกาสให้คนร้ายยิงกระสุนใส่

 

ปึก !

 

           “โอ๊ย !” ผมร้องลั่นจนอากาศที่อยู่ในปากลอยหายเป็นฟองอากาศ เลือดสีสดไหลออกจากแขนขวา ทว่านั่นไม่ใช่กระสุนธรรมดาเพราะมันเป็นลูกดอกที่ฝังยาบางอย่างไว้ เพียงชั่วพริบตาภาพตรงหน้าเริ่มเบลอ ความมึนงงโจมตีเข้าใส่

 

           มือไม้ผมอ่อนแรง ไม่มีกำลังมากพอที่จะฉุดอาไว้

 

           ที่แย่กว่าคือซีวานก็เข้ามาช่วยผมไม่ได้

 

           ผมเห็นภาพเขาที่ถูกทำร้ายหลังพยายามจะเข้ามาช่วยผมให้รอดตาย

 

           พลันผมก็เห็นภาพของฉลามตัวใหญ่ บอกไม่ได้ว่าเป็นใคร รู้แค่ว่าเขาว่ายตรงดิ่งมาหาผม มองดูผมที่กำลังด่ำดิ่งสู่ห้วงทะเลอันกว้างใหญ่

 

แล้วพูดคำคำนึงที่ทำผมหวั่นใจ

 

‘ถึงเวลาแล้ว ซีน่อน’ 

 

เสียงเขาไม่คุ้นเลย

 

ตั้งแต่ตอนนี้เป็นต้นไปจะระทึกแล้วนะคะ จัดหนักจัดเต็มให้ถึงใจเพราะนี่แหละค่ะที่ดิชั้นเก็บงำมานาน ! 

เตือนก่อนว่าเรื่องนี้จะจบแบบค้างคาแน่ๆ เพื่อต่อยอดไปยังเรื่องของซีวาน  

เอลจะเริ่มเขียนหลังส่งเล่มเจ้าซีน่อนเสร็จนะคะ เพราะงั้นมาซื้อกันเยอะๆ เด้ออ  

*ฝากส่งฟีดแบ็ก #ฉลามซ่อนรัก ด้วยน้า เปิดพรีวันที่ 21 พค – 23 กค นาจา* 

LOADING 100 PER 

เปิดไพ่ยืมมือแผนนี้คิดมาแล้วว่าดีเท่าที่จะเป็นไปได้ 

เรื่องความรู้สึกมีตึงมีหย่อนเป็นเรื่องปกติทั่วไป 

แต่ปมอันตรายอยู่ใกล้ต้องจัดการก่อนรัดคอตีบ 

ใครบางคนกำลังเผชิญเรื่องไม่ดีและทางเดียวที่จะรู้เรื่องนี้ 

คือยืมมือคนไม่ดีเพื่อตลบหลังคนเลวไม่ให้ไหวตัวทัน 

แต่จงระวังทุกการตัดสินใจนะเพราะไม่ได้มีแค่เราที่วางแผนเป็น :) 

หวีดลงแท็กด้านล่างเมื่อพูดถึงความแซ่บของนิยายเรื่องนี้ 

#ฉลามซ่อนรัก 

Follow Me 

Twitter : ael_2543 

PAGE : Avery Pie 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว