ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

Chapter II : สู่เมืองลีโอ

ชื่อตอน : Chapter II : สู่เมืองลีโอ

คำค้น : xiii Zodiac แฟนตาซี กลายร่าง

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 270

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 25 พ.ย. 2559 15:32 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Chapter II : สู่เมืองลีโอ
แบบอักษร

บทที่ 2 สู่เมืองลีโอ

 


รามีเอลกลับเข้าห้องอีกครั้งหลังจากหายตัวไปสักพัก เครสเซน่าจัดการตัวเองเรียบร้อยแล้ว เธอกวาดอาหารบนรถเข็นซะเกลี้ยง อาบน้ำแต่งตัวใหม่ สวมชุดที่ให้มาเปลี่ยน พอรามีเอลเห็นเด็กสาวเนื้อตัวสะอาดสะอ้านก็ดูพอใจมากทีเดียว ส่วนเด็กสาวก็ยังไม่ลืมเร่งเร้าด้วยความร้อนใจ

 


“เธอไม่ลืมอะไรนะ?” รามีเอลสำรวจห้องเป็นครั้งสุดท้าย ส่วนเครสเซน่าอยู่ตรงประตูเรียบร้อยแล้ว เตรียมตัวจะพุ่งไปลีโอให้ได้เดี๋ยวนั้น

 


“ไม่มีแล้ว”

 


“แล้วนี่ล่ะ?” สาวสวยชูล็อกเกตสีเงินให้ดู เด็กสาวเพ่งมองแล้วถามกลับหน้าตาเฉย

 


“ทำไมเหรอ”

 


“...” รามีเอลเลิกคิ้วมองอยู่ครู่หนึ่ง “มันตกอยู่ข้างเธอตอนสลบ ไม่ใช่ของเธอ?” เสียงถามย้ำเพื่อความแน่ใจ “ขอโทษที งั้นฉันเก็บไว้เองแล้วกัน”

 


“เดี๋ยว!” เด็กสาวร้องห้ามไปโดยไม่ทันคิด

 


นัยน์ตาสีฟ้ามองสำรวจล็อกเกตในมือรามีเอลอย่างรวดเร็ว มันต้องแสงจันทร์แล้วสะท้อนความแวววาวออกมา ทั้งตัวสร้อยและล็อกเกตมีสีขาวประกายซึ่งเป็นลักษณะเบื้องต้นของเครื่องเงินแท้ ฝาล็อกเกตลงสลักด้วยลวดลายวิจิตรงดงามบางอย่างที่ทำให้รู้สึกคุ้นตาอย่างบอกไม่ถูก และ...มันขายได้ราคาแน่!

 


คิดได้ดังนั้นก็ส่งเสียงห้ามปรี่เดินข้ามห้องมาคว้าล็อกเกตอันมีค่าก่อนที่รามีเอลจะเก็บมันลงกระเป๋าไป “ของฉันเองๆ!”

 


ก็ถ้าล็อกเกตนี่มันไม่ใช่ของเธอ ไม่ใช่ของรามีเอล มันก็ไม่มีเจ้าของน่ะสิ ใครดีใครได้ล่ะงานนี้!

 


เธอคิดระหว่างโยนล็อกเกตขึ้นลงในมือเพื่อกะน้ำหนักของมัน และเพิ่งสังเกตว่ารามีเอลสวมถุงมือสีขาวเอาไว้ราวกับเป็นหนึ่งในเครื่องแบบของชนชั้นสูง

 


คิ้วเรียวของคู่สนทนาเลิกขึง “แล้วเมื่อกี้เธอบอกว่าไม่ใช่?”

 


“โอ้ย สงสัยสมองฉันยังมึนน่ะ” เครสเซน่านวดขมับพลางปั้นหน้าเคร่งเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ รามีเอลหน้าเสียไปเล็กน้อย เริ่มกังวลว่าหัวสมองเจ้าหล่อนจะกระทบกระเทือน แต่เธอก็ส่งยิ้มหวานอย่างเป็นมิตรหวังกลบเกลื่อน แล้วเปลี่ยนเป็นเร่งให้ออกเดินทางเร็วๆ โดยที่อีกคนตามอารมณ์ไม่ทัน

 


เด็กสาวผมทองนำทางออกจากห้อง แม้โถงทางเดินจะมืดสลัว มีตะเกียงให้ความสว่างเป็นระยะแต่ก็ปิดบังความโอ่อ่าหรูหราของบ้านหลังนี้ไม่ได้ รามีเอลเป็นลูกคุณหนูอย่างที่เธอคิดไว้ไม่มีผิด เครสเซน่ามองสำรวจรอบๆ ไม่ได้ตื่นเต้นกับของตั้งโชว์ราคาแพงเท่าไหร่นัก อย่างแจกันกระเบื้องเกลี้ยงเกลา หรือรูปภาพหายาก เพราะถ้าว่ากันตามจริงเธอเองก็เป็นเคยคุณหนูกับเขาเหมือนกัน ไอ้ที่โชว์ๆ กันอยู่ที่บ้านเธอก็มี แต่ลูกคุณหนูแสนสวยคนนั้นกำลังทำตัวหลบๆ ซ่อนๆ มองซ้ายขวาหน้าหลังอยู่ตลอดเวลาราวกับว่าเป็นโจรมายกเค้าบ้านเศรษฐีอย่างไรอย่างนั้น เห็นแล้วหงุดหงิดใจเธอก็เลยเร่งไปอีกที

 


“ป่านนี้คงหลับกันหมดแล้วน่า!”

 


“ท่านแม่น่ะหูตาไวมาก” รามีเอลเม้มปากด้วยความเครียด พึมพำกับตัวเองอย่างวิตกพร้อมเม็ดเหงื่อที่ผุดขึ้นตามไรผม “แล้วนี่...ฉันกำลังจะหนีออกจากบ้าน…”

 


นี่มันเด็กทำความผิดครั้งแรกชัดๆ

 


แต่จนแล้วจนรอดเด็กสาวผมทองก็พาเธอออกมาถึงสวนหลังบ้านจนได้ คุณหนูของบ้านพาเธอมุ่งเข้าไปในสวนวงกตที่สูงถึงแค่เอว และตรงใจกลางของวงกตมีรถฟักทองขนาดใหญ่จอดคอยอยู่ เครสเซน่ามองตาค้างกับรูปลักษณ์ของมันที่ราวกับหลุดออกมาจากเทพนิยายไม่มีผิดเพี้ยน เสียแต่ว่าสัตว์ที่ใช้เทียมรถนั้นไม่ใช่อาชารูปร่างงามสง่า ทว่าเป็นหงส์ดำหงส์ขาวท่าทางแข็งแรงสองตัว ส่วนคนขับเกวียนคือคนแคระร่างเล็กคนหนึ่ง

 


ประตูรถฟักทองเปิดอ้าเตรียมไว้ทำให้เห็นถึงความโอ่อ่าหรูหราภายใน ซึ่งดูจะใช้รับแขกมากกว่าเดินทางมากนัก

 


เครสเซน่ารีบกระโจนเข้านั่งข้างในด้วยดวงตาลุกวาว เธอปิดปากเงียบ มองสำรวจรอบรถราวกับลืมเรื่องสำคัญของตัวเองไปเสียสนิท รามีเอลเหลียวซ้ายแลขวา มองให้แน่ใจว่าไม่มีใครอยู่ใกล้ๆ ก็ก้าวขึ้นตามมาแล้วปิดประตู

 


หงส์ขาวหงส์ดำทั้งสองตัวกางปีกออกก่อนจะโผขึ้นสู่ท้องฟ้าอย่างรู้หน้าที่ รถม้าที่บินสูงขึ้นไปเหนือเมืองทำให้เครสเซน่าเห็นทัศนียภาพเบื้องนอกได้ เด็กสาวเกาะขอบหน้าต่างมองอย่างสนอกสนใจสภาพเมืองที่เธอไม่ทันได้สังเกตเมื่อตอนเดินทางเข้ามา เนื่องจากความหิวที่ตามหลอกหลอนเธอมาตั้งแต่เมื่อวันก่อน

 


ท้องฟ้ายามค่ำคืนประดับไปด้วยดวงดาวนับพันที่ส่องประกายระยิบระยับ และจันทร์เต็มดวงที่ทอแสงนวลบนผืนฟ้าสีกำมะหยี่ เพราะไร้เมฆบดบังคืนนี้จึงสว่างและมองเห็นสภาพของเมืองได้อย่างชัดเจน

 


เมืองเวอโกนั้นได้ชื่อว่าเป็นเมืองแห่งเทพนิยาย ไม่ว่าจะมองไปทางไหนเธอก็จะเห็นสัญลักษณ์ของเทพนิยายเต็มไปหมด ทั้งหอนาฬิการูปร่างเหมือนหอคอยหินตั้งตระหง่านอย่างโดดเดี่ยวเหมือนในเรื่องราพันเซล หรือจะเป็นรูปสลักสโนไวท์กับคนแคระทั้งเจ็ดที่ตั้งห่างออกไปทางตะวันออก รูปสลักของซินเดอเรล่าตั้งอยู่ทางทิศตะวันตก เจ้าหญิงนิทราตั้งอยู่ทางทิศเหนือ และเจ้าหญิงเงือกน้อยอยู่ทางทิศใต้ รูปสลักทั้งสี่ล้อมรอบหอนาฬิกาเมืองเอาไว้

 


เด็กสาวเห็นหอนาฬิกาชัดขึ้นเมื่อคนแคระบังคับหงส์ดำหงส์ขาวให้บินไปทางนั้น หน้าปัดนาฬิกามีเข็มสั้นเข็มยาวอย่างละสองเข็ม รอบหน้าปัดนาฬิกามีถึงสามแถว แถวแรกนั้นมีรูปสัญลักษณ์ของราศีทั้งสิบสองปรากฎอยู่ แถวที่สองถัดมาล้อมรอบด้วยตัวเลขตั้งแต่หนึ่งถึงสามสิบเอ็ด และแถวสุดท้ายเป็นตัวเลขหนึ่งถึงสิบสองตามปกติ เครสเซน่าเข้าใจได้มายากเมื่อว่าแถวข้างในสุดนั้นใช้บอกเวลา ซึ่งตอนนี้ก็ใกล้จะเที่ยงคืนอยู่แล้ว

 


รถฟักทองเลี้ยววนแถวนั้นราวกับจะให้เธอสังเกตมันนานๆ แต่เด็กสาวที่เกาะขอบหน้าต่างอยู่ก็เกือบจะตกลงไปเพราะแรงเลี้ยวของเหล่าหงส์ ถ้าไม่ใช่เพราะรามีเอลคว้าตัวไว้ได้

 


เครสเซน่าหอบใจหายพลางยกมือทาบอกอย่างตกใจ สบตากับผู้ช่วยเหลือก่อนจะเอ่ยคำขอบคุณ ในใจนึกตำหนิเจ้าคนแคระข้างนอกที่หักเลี้ยวกระทันหันจนทำให้เธอเกือบตาย แล้วหันไปมองหอนาฬิกาอีกครั้ง

 


“หอนาฬิกาของเวอโกไม่ได้มีไว้แค่บอกเวลาอย่างเดียว” เสียงหวานของรามีเอลอธิบายเมื่อเห็นท่าทางสนอกสนใจของเครสเซน่า เรียกความสนใจของเด็กสาวให้หันไป “เข็มสั้นเข็มยาวอีกคู่หนึ่งเป็นการบอกวันที่”

 


เธอมองไปยังเข็มอีกคู่ เข็มสั้นกำลังชี้ไปที่เลขสอง ย้ำเตือนว่าเวลาของเธอเหลือน้อยลงแค่ไหน เข็มยาวหยุดอยู่ที่รูปแพะทะเล สัญลักษณ์ของราศีมังกร เป็นเพียงเข็มเดียวที่จะไม่ขยับไปไหนจนกว่าจะเดือนใหม่จะมาเยือน

 


ในดินแดนแห่งนี้คืออาณาจักรโซดิแอค ปัจจุบันประกอบไปด้วยเมืองทั้งหมดสิบสองเมืองตามชื่อราศี อันได้แก่ เมืองเอเรียสแห่งราศีเมษ เมืองทอว์รัสแห่งราศีพฤษภ เมืองเจมิไนแห่งราศีเมถุน เมืองแคนเซอร์แห่งราศีกรกฎ เมืองลีโอแห่งราศีสิงห์ เมืองเวอโกแห่งราศีกันย์ เมืองลิบราแห่งราศีตุลย์ เมืองสกอร์ปิโอแห่งราศีพิจิก เมืองซาจิสทาเรียสแห่งราศีธนู เมืองคาปริคอร์นแห่งราศีมังกร เมืองอควาเรียสแห่งราศีกุมภ์ และเมืองไพส์ซีสแห่งราศีมีน

 


ตามที่ตำนานกล่าวกันไว้เป็นเสียงเดียวกันในหนังสือประวัติศาสตร์โซดิแอคคือ อาณาจักรแห่งนี้เกิดจากการสร้างสรรค์ของพระเจ้าตามดวงดาวที่เรียงตัวบนท้องฟ้า เมืองทั้งหลายตั้งอยู่รายล้อมทะเลอดามาสคล้ายวงล้อจักรราศีซึ่งล้อมรอบดวงอาทิตย์ในจักรวาล พระองค์ทรงสร้างมนุษย์ต้นแบบที่มีนิสัยแตกต่างกันสิบสองเผ่าพันธุ์ให้เป็นผู้ปกครองเมืองแต่ละเมือง มนุษย์ต้นแบบทั้งสิบสองนั้นถือเป็นสืบสายเลือดมาจากพระเจ้า มีอำนาจเวทมนตร์เหนือกว่ามนุษย์ทั่วไปจึงได้รับการยกย่องและเคารพกราบไว้จากผู้คนว่าเป็นเทพผู้ปกปักษ์อาณาจักรแห่งนี้เรื่อยมา และแม้เหล่าเทพนั้นจะจากลาแดนโลกไปนานแล้วก็ยังเลือกสรรเหล่านักรบประจำราศีมาทำหน้าที่แทน ชาวโซดิแอคจึงยังเคารพบูชาเทพทั้งสิบสององค์ไม่เปลี่ยนแปลง

 


แต่ทว่า...ยังมีอีกหนึ่งตำนานที่ใครก็ไม่อยากกล่าวถึง ถูกมองผ่านคล้ายกับว่าลบเลือนลางไปจากประวัติศาสตร์

 


รถฟักทองเอี้ยวตัวกะทันหันทำให้เครสเซน่ารีบเกาะขอบหน้าต่างเป็นหลักยึดด้วยความตกใจ

 


“เธอจะหลับก็ได้นะ” รามีเอลส่งเสียงมาจากฝั่งตรงข้ามด้วยแววตาหวังดี เครสเซน่าตัดสินใจปฏิเสธอย่างสุภาพ ว่าตัวเองนอนมากพอแล้ว ที่สำคัญ ตราบใดที่รถลอยฟ้านี่ยังไม่เหยียบพื้นเธอคงจะข่มตาหลับอย่างสบายใจไม่ได้ แต่การนั่งตากลมเงียบๆ กันสองคนคงไม่ใช่บรรยากาศที่ดีเท่าไหร่นัก

 


“ฉันเพิ่งเคยมาเวอโกครั้งแรก ที่นี่ปลูกดอกไม้สีเหลืองเต็มไปหมด”

 


“มันคือดอกราพันเซล เป็นดอกไม้ประจำเมือง” รามีเอลอธิบายอย่างกระตือรือร้น เหมือนคำถามของเธอจะไปกระตุ้นต่อมเจ้าบ้านที่ดีเข้า สาวสวยจึงอธิบายยาว “ดอกราพันเซลปลูกเรียงรายตั้งแต่ประตูเมืองเป็นการต้อนรับนักเดินทางและแขกบ้านแขกเมือง แต่ก็ยังมีดอกไม้สีอื่นอยู่เหมือนกัน เราปลูกรวมกันไว้ที่หอนาฬิกาเมือง ดอกไม้แต่ละสีจะทอดยาวออกไปยังรูปปั้นของเจ้าหญิงทั้งสี่ทิศ” อีกฝ่ายพูดพลางเขยิบมาชี้ชวนให้เธอดูทิวทัศน์ของเวอโกจากเบื้องบน “ถนนหลากสีเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ขึ้นชื่อของเมืองเลยนะ ถ้าอยู่นานอีกหน่อยเธอต้องชอบแน่เลย”

 


เครสเซน่ายักไหล่ “ฉันไม่ได้ชอบดอกไม้ ของกินก็ว่าไปอย่าง”

 


สาวงามคนเดียวในรถทำหน้าเหมือนเธอป่วยเป็นโรคร้ายแรงที่ต่อให้อัญเชิญเทพทั้งหมดมาก็รักษาไม่หาย “เธอนี่ไม่โรแมนติคเอาซะเลย”

 


“สารภาพมาเถอะว่าเมืองเธอขายดอกไม้เป็นสินค้าส่งออกน่ะ”

 


“ดอกไม้ที่ปลูกด้วยดินของเวอโกผลิดอกสวยที่สุดในโซดิแอคก็แล้วกัน” รามีเอลเอ่ยด้วยน้ำเสียงปกปิดความโอ้อวดและหงุดหงิดไว้ไม่มิด เรือนผมสีทองอร่ามที่ถูกผูกมัดเป็นหางม้าสะบัดไปมาขณะเจ้าหล่อนย้ายตัวเองกลับไปยังตำแหน่งเดิมเป็นการยุติการสนทนาระหว่างทั้งสอง

 


จ้ะ...ยัยลูกคุณหนู เครสเซน่าตอบในใจ เออ...แต่เธอก็เป็นลูกคุณหนูนี่หว่า

 


ทันใดนั้น เสียงกุกกักก็ดังขึ้นในรถขัดจังหวะความเงียบและเสียงด่าในใจ เครสเซน่ากับรามีเอลมองหน้ากันอย่างฉงนสงสัย

 


“เสียงอะไรน่ะ”

 


“ไม่รู้สิ” เจ้าของรถได้แต่ส่ายหน้า

 


พวกเธอหันซ้ายหันขวาเพื่อหาที่มาของเสียง เสียงนั้นดังขึ้นเป็นจังหวะ สักพักก็เงียบลงและดังขึ้นมาใหม่ เครสเซน่าตัวแข็งทื่อ หันไปมองรามีเอลอย่างตื่นตระหนกเมื่อรับรู้ว่าเสียงนั้นมาจากใต้ที่นั่งเธอเอง คล้ายกับว่ามีตัวอะไรสักอย่างพยายามจะพังเก้าอี้ออกมา เธอลุกพรวด แต่เพราะความไม่มั่นคงของรถทำให้เซถลาจนแทบจะไปนั่งตักรามีเอลที่อยู่ฝั่งตรงข้าม รามีเอลสะดุ้งตกใจพอกันจะเขยิบหนีแต่เครสเซน่าเกาะแขนอีกฝ่ายไว้แน่น

 


“เธอเอาตัวอะไรขึ้นมาบนรถน่ะ!!”

 


“ไม่มี...ไม่มีนะ!”

 


“งั้นมันอะไรเล่า!!”

 


“ไม่...ไม่รู้ หนูที่ไหนหรือเปล่า หรือแมลงสาบ ไม่สิ ต้องไม่ใช่...ฉันทำความสะอาดแล้วนี่” พูดแล้วรามีเอลก็หน้าซีดเผือดกว่าเดิม เครสเซน่าไม่มีเวลาสนใจแต่คำพูดของหญิงสาวผมทองทำให้เธอชักกังวล เพราะถ้าเป็นหนูหรือแมลงสาบมันจะต้องตัวใหญ่มากแน่ แบบนั้นมันสัตว์ประหลาดชัดๆ!!

 


เสียงตึงตังนั้นดังไม่หยุด เครสเซน่ามองแผ่นฝาใต้ที่นั่งซึ่งมีตัวอะไรสักอย่างพยายามกระแทกมันออกมา รามีเอลหันซ้ายหันขวาไม่เจอก็ทำหน้าคล้ายจะโดดลงจากรถฟักทอง ติดแต่ว่ามีเธอเกาะเอาไว้แน่นราวกับตุ๊กแก ไม่นานเจ้าสิ่งที่เธอตราหน้าว่าเป็น ‘สัตว์ประหลาด’ ก็พุ่งตัวออกมาจากใต้ที่นั่ง กระโดดร่างป้อมๆ ของมันเข้าหารามีเอลจนหลังชนกับพนักเก้าอี้อย่างรวดเร็ว ท่ามกลางความใจหายใจคว่ำของเด็กสาวทั้งสอง เครสเซน่าเกือบจะแหกปากกรี๊ดออกมาแล้ว

 


“เดซี่!!!” เสียงหวานร้องเรียกมันอย่างดีใจ ใบหน้ากลับมามีเลือดฝาด “ตามมาได้ยังไงกันเนี่ย”

 


นัยน์ตาสีฟ้าเพ่งมองเจ้าสัตว์หน้าขนที่ชื่อ ‘เดซี่’ อย่างพินิจ มันคือสุนัขหน้าตายับย่น ลำตัวปกคลุมไปด้วยขนสั้นสีน้ำตาลตลอดตัว ใบหูเล็กที่ปกติจะตกลงข้างหัวบัดนี้ตั้งขึ้น หางสั้นๆ กระดิกไปมาอย่างดีใจ ลิ้นสีม่วงเข้มแล่บออกมาพยายามจะเลียหน้ารามีเอลที่แม้จะดีใจก็ยังยกมันออกห่างตัว

 


“ไม่เอา ไม่ห้ามเลียหน้านะเดซี่” ส่งเสียงดุไปอย่างไม่จริงจังนัก ก่อนจะขยับยิ้ม “เก่งจังน้า ขึ้นมาโดยที่ฉันไม่รู้เรื่องเลย”

 


เครสเซน่ามองรามีเอลอุ้มสุนัขในมืออย่างทนุถนอม ก่อนเจ้าหล่อยจะเงยขึ้นมาสบมองราวกับรู้ว่าถูกจับจ้อง  เรียวปากคลี่ยิ้มมากขึ้น

 


“เจ้านี่ชื่อเดซี่ เป็นสัตว์เลี้ยงของฉันเอง”

 


“ให้ตายสิ ทำคนอื่นเสียขวัญหมด” เครสเซน่าพึมพำ

 


แล้วเด็กสาวก็ชะงักเมื่อรามีเอลยื่นสุนัขในมือเข้ามาใกล้จนเธอไม่ทันตั้งตัว เครสเซน่ามองเด็กสาวผมสีทองแว่บหนึ่ง เห็นท่าทีชักชวนไปทางเจ้าหมาน้อยตรงหน้านี่เด็กสาวก็เบือนสายตากลับมามองเจ้าหมาน้อย ก่อนจะเอื้อมมือไปลูบหัวอย่างเสียมิได้ตามมารยาท

 


“โฮ่ง!” เดซี่เห่าขึ้นทันใด เครสเซน่าสะดุ้งตกใจก่อนจะแยกเขี้ยว ทุกอย่างอยู่ในสายตาของเจ้าของสุนัขทั้งสิ้น

 


เจ้าหมาน้อยสะบัดขาหน้าไปยังใบหน้าของเครสเซน่า คล้ายอาการตบ

 


ไอ้หมาบ้านี่....

 


“เหมือนเดซี่จะชอบเธอ” ผู้ร่วมเดินทางพูดยิ้มๆ ระหว่างจับตามอง

 


คู่สนทนามองตาหมา ไม่เห็นร่องรอยความชอบในใบหน้าย่นๆ นอกจากรอยเขม่นที่ทำให้หน้ามันย่นมากขึ้น ถ้ารามีเอลไม่ได้มโนไปเอง เขาก็ต้องมีภาษาพิเศษเอาไว้พูดคุยกับเดซี่โดยเฉพาะถึงตีความเป็นแบบนั้นได้

 


“เหรอ...” เด็กสาวกัดฟันรับ ส่งยิ้มหวานหยดให้หมาก่อนจะตบหน้าผากมันหนักๆ สักทีคล้ายเอ็นดู แต่นัยน์ตาวาววับราวกับจะฆ่าเสียให้ได้

 


“หึๆ” คนมองหัวเราะลึกในลำคอ ก่อนจะอุ้มเดซี่กลับมาวางไว้ที่ตักแล้วเด็กสาวก็นั่งฮัมเพลงอย่างอารมณ์ดี มือทั้งสองหยอกล้อเล่นกับเจ้าเดซี่สัตว์เลี้ยงแสนรักของเจ้าหล่อนอย่างสนุกสนาน เครสเซน่าตัดสินใจหันไปสนใจทิวทัศน์ข้างนอกต่อด้วยความรำคาญ อารมณ์สุนทรีย์เมื่อซักครู่ปลิวหายไปกับสายลม

 


นานเท่าไหร่ไม่ทราบได้...ทิวทัศน์ที่รถฟักทองบินผ่านก็เปลี่ยนไป จากเบื้องล่างที่เต็มไปด้วยบ้านเรือนของผู้คนกลับบางตาลงเพราะอยู่นอกเขตเมือง จากที่เคยมีพุ่มไม้เตี้ยๆ และต้นไม้ที่สูงไม่มากนัก บัดนี้เข้าสู่เขตป่าไม้ซึ่งมีต้นไม้สูงขึ้น จึงทำให้รถฟักทองต้องบินสูงตาม

 


เครสเซน่าเหม่อมองก่อนจะเข้าสู่ห้วงนิทราไปในที่สุด

 

----------



เด็กสาวรู้สึกว่ารถฟักทองไม่ได้เคลื่อนที่ต่อก็เมื่อได้ยินเสียงใครสักคนเรียก

 


“เครสเซน่า...”

 


“อืม” ครางในลำคอพลางพลิกตัวหนีไปอีกด้าน คนปลุกมองแล้วถอนหายใจน้อยๆ

 


“เครสเซน่า ตื่นเถอะ”

 


เธอขมวดคิ้วทั้งที่หลับตา ขดตัวเข้ากับความอบอุ่นของผิวสัมผัสอ่อนนุ่มใต้ร่าง ผ้าห่มหายไป อาจเพราะเธอนอนดิ้น ช่างมันแล้วกัน “ขออีกสิบนาทีนะ”

 


“ถ้านานขนาดนั้นเธอไปสมัครไม่ทันแน่ เครสเซน่า ตื่น!” เสียงเดิมอันไม่คุ้นเคยสำทับ ตามมาด้วยประโยคแปลกๆ ที่ทำคนกำลังหลับเริ่มทบทวน

 


สมัคร....

 


สมัครอะไร...

 


“จะแปดโมง แปดนาที แปดวินาทีแล้วนะ”

 


แปดโมง แปดนาที แปดวินาที?

 


อ๋อ… สมัครลุ้นเงินล้านนั่นน่ะเหรอ...

 


“เฮ้ยยย!!!” คราวนี้ไม่ต้องให้เรียก คนถูกปลุกก็เบิกตาเต็มที่ สะดุ้งพรวดขึ้นมานั่งตรงชนิดที่นายทหารยังอายทันที ก่อนจะหันไปว๊ากคนข้างๆ “แล้วทำไมเธอไม่รีบ-- นายเป็นใครน่ะ!!”

 


“ใครล่ะ ฉันก็รามีเอลน่ะสิ”

 


“แต่นี่มัน…!!”

 


เครสเซน่าลุกพรวดอย่างแตกตื่น ไล่มองคนตรงหน้าตั้งแต่หัวจรดเท้า รามีเอล เรมีอา...สาวงามที่เดินทางมาด้วยกันกับเธอเมื่อคืนนี้หายไปแล้ว เหลือแต่เพียงเด็กสาวหนุ่มร่างสูงมาแทนที่ หน้าอกเรียบแบนบ่งบอกถึงลักษณะเฉพาะตัวของเพศชาย อีกทั้งเสียงทุ้มนุ่มที่อีกฝ่ายเปล่งออกมาจากปากทุกประโยคที่พูด สิ่งที่เธอเห็นว่าคลับคล้ายเด็กสาวเมื่อคืนมีเพียงเรือนผมสีทองยาวสยายรวบเป็นหางม้า และนัยน์ตาสีลาเวนเดอร์ที่กำลังจ้องมองมาขณะที่เธอจ้องกลับอย่างมีคำถามว่าเกิดอะไรขึ้นระหว่างเธอหลับ

 


“ไม่จริง!” เธอลืมเวลาไปสิ้น มัวแต่ตะลึงพรึงเพริดกับเรื่องประหลาดตรงหน้า เด็กสาวปรี่เข้าไปใกล้ร่างสูง จับใบหน้าคมคายของคนที่อ้างว่าชื่อรามีเอลพลิกซ้ายขวา สำรวจลูกกระเดือกใต้คางที่เด่นชัดจนแทบจะทิ่มตา ก่อนฝ่ามือตะปบลงกลางอกเรียบแบนจนอีกฝ่ายถึงกับสะดุ้ง ลูบไล้ไปมาเพื่อยืนยันกับตัวเองโดยไม่คิดขออนุญาตเจ้าตัวเลยแม้แต่น้อย

 


รามีเอลถอยกรูดออกมาก่อนจะโดนฝ่ามือซุกซนสำรวจไปมากกว่านั้นด้วยใบหน้าแดงจัด เครสเซน่าจ้องหน้าเขาอย่างพิศวง ไม่ได้รำลึกเลยแม้แต่น้อยว่าสิ่งที่ตัวเองทำห่างไกลคำว่ากุลสตรีไปมากนัก...อันที่จริงก็ห่างมาตั้งนาน ไม่สิ ตอนนี้คิดว่าหล่อนไม่มีเลย และไม่รู้จักคำนั้นด้วยซ้ำ เด็กหนุ่มได้แต่ยิ้มเจื่อนเมื่อก้มมองสภาพตนเอง แล้วหันไปอุ้มเจ้าหมาน้อยขึ้นมาหวังให้มันเป็นเกราะคุ้มกันเขา ยิ่งยืนยันว่าตัวเองคือรามีเอลคนเดียวกับเมื่อคืนนี้เข้าไปใหญ่

 


“อ่า...ไม่รู้ว่าควรจะพูดยังไงดีนะ แต่ฉันก็คือรามีเอลนั่นแหละ เนอะ เดซี่”

 


“โฮ่ง!” สุนัขหน้าย่นส่งเสียงตอบรับ ความจริงที่ได้รับเล่นเอาเครสเซน่ามึนงงไปชั่วขณะ สรุปคือ...ผู้หญิงที่อยู่ด้วยกันกับเธอเมื่อคืนนี้แท้จริงแล้วเป็นผู้ชายอย่างนั้นเหรอ!! ไม่ใชสิ! ตกลงคนตรงหน้าเธอมันเป็นเพศอะไรกันแน่มากกว่า!!

 


ผู้หญิงที่กลายร่างเป็นผู้ชาย

 


หรือผู้ชายที่กลายร่างเป็นผู้หญิง

 


จะบ้าเรอะ!! คนธรรมดาที่ไหนจะเปลี่ยนร่างได้ตามใจชอบ

 


“ว่าแต่...เครสเซน่า เธอไม่รีบลงไปสมัครทดสอบอะไรนั่นเหรอ”

 


คำถามของคนไม่ธรรมดาที่เธอด่าอยู่ในใจดังขึ้นมาเรียกสติ

 


“เฮ้ยยยย!!!” แหกปากเป็นรอบที่สาม ลืมเรื่องที่คิดอยู่เมื่อครู่ไปในทันใด “แล้วทำไมไม่ปลุกฉันให้เร็วกว่านี้เล่า!!”

 


คนถูกว่าส่ายหัวอย่างระอา ก่อนจะคว้าหมับเข้าที่ข้อมือของเด็กสาวแล้วจัดการลากลงมาจากรถ แล้วเขาจะได้หลุดพ้นจากเธอซะที

 


“เอ้า ไปเร็วเข้าสิ เดี๋ยวก็ไม่ทันหรอก”

 


ภาพเบื้องหน้าที่ปรากฏแก่สายตา คือกำแพงหินสีน้ำตาลแดงขนาดใหญ่ที่ตั้งตระหง่านล้อมรอบปราสาทหินสีเดียวกันไว้ เหนือประตูเหล็กขนาดยักษ์คือป้ายที่ถูกสลักด้วยอักษรเล่นหางสีทองว่า “Leo” และนี่ก็คือสิ่งยืนยันว่าตอนนี้เธออยู่ที่เมืองลีโอแล้วจริงๆ
อาจเป็นเพราะตัวเลขถึงหนึ่งล้านมันท์ที่เขียนไว้ในประกาศจึงทำให้ผู้คนหลั่งไหล มายังปราสาทลีโอนับร้อยนับพันคน มีทั้งพวกที่เป็นนักแสวงโชคโดยแท้จริง พวกที่ชอบความท้าทาย พวกอยากลองดี และรวมไปถึงพวกที่อยากได้เงิน...เหมือนกับเธอด้วย เครสเซน่ายืนมึนอยู่ท่ามกลางฝูงชนไม่รู้จะเอายังไงกับตัวเองดีในเมื่อคนสมัครเข้ารับการทดสอบช่างมากมายถึงเพียงนี้ แล้วเธอจะชนะได้อย่างไร?

 


"ตอนนี้เวลาแปดนาฬิกา แปดนาที หนึ่งวินาที อีกเจ็ดวินาทีประตูจะปิดแล้ว"

 


เสียงป่าวร้องของผู้คุมประตูดังขึ้นทำให้เด็กสาวสะดุ้งตื่นจากภวังค์ เป็นฝ่ายคว้าข้อมือของรามีเอลให้วิ่งตาม ท่ามกลางฝูงชนที่แตกฮือ เด็กสาวตระหนักดีกว่าเธอจะต้องวิ่งเข้าประตูให้ทันภายในเจ็ดวินาทีให้ได้ คิดได้ดังนั้นร่างเล็กจึงเริ่มเบียด แทรก คนอื่นๆ อย่างรวดเร็ว ด้วยความที่เป็นคนปราดเปรียวว่องไวอยู่แล้ว ไม่อย่างนั้นเธอคงไม่รอดจากการถูกจับเข้าซังเตเมื่อครั้งที่ไปปล้นเซฟตัวเอง ที่ธนาคารหลวง เด็กสาวสามารถดัน ผลัก เบียด แทรกคนอื่นได้อย่างไม่สะทกสะท้าน ขณะที่...คนถูกลากทั้งถูกผลักถูกดันไปนู่นมานี่จนแทบหายใจไม่ออก ถ้าไม่ติดที่ว่าแม่คุณกำข้อมือเขาซะแน่นล่ะก็ ให้ตายเขาก็ไม่มีวันเข้ามาในที่ที่ฝูงชนแออัดเป็นมดอย่างนี้

 


"อีกสามวินาที"

 


ประตูเหล็กยักษ์เข้ามาใกล้ทีละนิดๆ เด็กสาวเร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้น

 


สอง...

 


เสียงโวยวายของผู้คนดังระงมไปทั่ว แต่ทว่าเด็กสาวไม่คิดแม้แต่จะสนใจฟัง

 


หนึ่ง...

 


ประตูอยู่ห่างอีกไม่กี่ก้าวเท่านั้นถ้าไม่ติดว่ามีผู้คนเบียดอยู่ข้างหน้าล่ะก็...

 


ศูนย์...!

 


ประตูเหล็กที่เปิดอ้าไว้กำลังถูกมือที่มองไม่เห็นผลักปิดหากันทีละนิดๆ สมองของเครสเซน่าทำงานอย่างรวดเร็ว เริ่มคิดแผนการที่จะเข้าไปให้ทันก่อนประตูปิด คิดได้ดังนั้นนัยน์ตาสีฟ้าก็ทอประกายอย่างมุ่งมั่น ก่อนจะหันไปคว้าร่างเล็กๆ ในอ้อมกอดของรามีเอลแล้วจับโยนไปสุดแรงเกิดท่ามกลางเสียงร้องอย่างตกใจของผู้เป็นเจ้าของและความงุนงงของสุนัขเอง

 


ประตูกำลังจะปิด... และ...ตึ้ง!!!

 


ฝูงชนหยุดนิ่งราวกับถูกหยุดเวลา สายตาของทุกคนเงยหน้าและมองภาพๆ เดียวกัน

 


เบื้องหน้า...ภาพที่ทุกคนเห็นคือสัตว์หน้าขนหน้าตายับยู่ยี่ที่โผล่มาจากไหนไม่รู้กำลังถูกทำให้ค้างเติ่งอยู่กลางอากาศด้วยประตูทั้งสองด้านที่กำลังหนีบมันไว้ เจ้าหมาน้อยทำหน้างงอยู่ซักครู่ก็เปลี่ยนท่าทีเป็นจะร้องไห้ด้วยใบหน้าเหี่ยวๆ พับๆ ของมัน ภาพที่เล่นเอาผู้เฝ้ามองต้องพ่นหัวเราะออกมาไม่เป็นภาษาหลังจากอึ้งอยู่เป็นนาที

 


และเครสเซน่าก็ใช้โอกาสนั้นฝ่าฝูงชนเข้าไปหลังประตูอย่างรวดเร็ว... โดยมีรามีเอลที่รับสัตว์เลี้ยงสุดที่รักของตัวเองที่ไหลตกลงมาก่อนจะวิ่งตามเข้าไป

 

 

 

 

 

TBC




 

*เเก้ไขข้อมูล 25/11/2559

 

ความคิดเห็น