ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 29 รู้สึกโกรธ

ชื่อตอน : ตอนที่ 29 รู้สึกโกรธ

คำค้น : แต่งงาน, เย็นชา, ภรรยา, นิยายรัก, โรแมนติก, ดราม่า, แอบรัก, เมียจ้าง, พระเอกรวย, พระเอกซึน

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 542

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 11 พ.ค. 2564 17:45 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 29 รู้สึกโกรธ
แบบอักษร

ท่าทางอ่อนแอของอัยย์ทำให้ใจของเขาอ่อนยวบ ใจที่แข็งกระด้างมานานหลายปีเริ่มหลอมเหลวเหมือนน้ำตาเทียน 

อัยย์ยันตัวขึ้นจากชักโครก สิ่งที่ตะวันไม่เห็นก่อนหน้านี้ก็คือเธอนั้นขาสั่นเสียจนยืนที่อ่างล้างหน้าไม่ไหวต้องทรุดตัวลงไปกอดชักโครกไว้ ทุกอย่างที่เจอในวันนี้มันช่างสาหัสสากันจริงๆ 

ตะวันพยายามจะช่วยประคองเธอออกจากห้องน้ำแต่ถูกอัยย์ปฏิเสธ “ฉันเดินได้ค่ะ ไม่เป็นไร”  

“ผมกลัวคุณจะล้ม” น้ำเสียงอ่อนโยนเสียจนเธอเกือบจะเผลอซึ้งใจ แต่ต้องเตือนตัวเองไว้ ถ้าไม่อยากเจ็บอีก 

เธอมัวแต่ลังเลจนรู้ตัวอีกที เธอก็ไปอยู่ในอ้อมแขนเขาแล้ว 

ตะวันพาเธอกลับไปที่เตียง จัดหมอนให้พิงแล้วยังห่มผ้าให้อีกด้วย เขานั่งลงบนเตียงและหันหน้าเข้าหาเธอ  

ตะวันจับมือของเธอเอาไว้แล้วนวดมันเบาๆ “อัยย์” น้ำเสียงอ่อนโยนที่ไม่เคยได้ยินทำให้เธอหวั่นไหว 

 “เรามาคุยกันเถอะ” จากหวั่นไหวกลายเป็นหวาดกลัว แต่เธอก็หนีไม่ได้อยู่แล้ว 

อัยย์พยักหน้าเบาๆ แล้วบอกตัวเองให้ตั้งสติ เธอไม่ควรเผลอคิดไปว่าพวกเขาเป็นสามีภรรยากันจริงๆ ระหว่างพวกเขานั้นเป็นเหมือนนายจ้างกับลูกจ้าง ไม่ว่าเขาจะพูดเรื่องอะไร เธอควรตั้งรับอย่างมีเหตุผล อย่าใช้อารมณ์หรือหัวใจ เขาไม่ได้เป็นสามีเธอ............ 

อัยย์คาดว่าเขาคงจะพูดย้ำให้เธอเข้าใจสถานะของตัวเองและเข้าใจว่าเขาจะไปที่ไหนกับใครนั้น ไม่ใช่เรื่องของเธอ  

อย่าไปรักเขา...อยู่ให้ครบปี รับเงินแล้วก็จากไปเสีย ถึงจะบอกตัวเองอย่างนั้นแต่มันก็ยากเหลือเกินเพราะในท้องเธอก็ยังมีเลือดเนื้อเชื้อไขของทั้งคู่อยู่ 

“คือ...เมื่อคืน” ตะวันพูดช้าๆ ช้ามากราวกับว่าต้องใคร่ครวญและคำนวณในทุกๆ คำที่พูด 

สีหน้าของเขาทำให้อัยย์ต้องเม้มริมฝีปากและในตอนนั้นเอง ที่เธอรู้สึกว่าเขาคงจะลำบากใจที่จะพูดกับเธอที่กำลังท้องอยู่ ท่าทางซีดเซียวและดูเหมือนต้องการคนดูแลตลอดเวลาคงจะทำให้เขาอึดอัด เพราะสิ่งที่เธอกับตะวันตกลงกันไว้เมื่อแรกเริ่มนั้น ไม่ได้รวมถึงการดูแลแบบสามีภรรยาจริงๆ  

“เรื่องที่เกิดขึ้นมันไม่มีอะไรเลยค่ะ คุณไม่ต้องกังวลหรือกดดัน ฉันไม่ได้อยากก้าวก่ายเรื่องส่วนตัวของคุณ คุณมีสิทธิ์จะไปที่ไหนกับใครก็ได้ทั้งนั้น ฉันไม่มีสิทธิ์ที่จะไปถาม ฉันรู้ดี” อัยย์พยายามยิ้มให้เขาเพื่อจะยืนยันว่าเธอคิดอย่างนั้นจริงๆ 

“ที่วันนี้มันวุ่นวายแบบนี้อาจจะเป็นเพราะฮอร์โมนของคนท้องทำให้ฉันอ่อนไหวจนขาดสติ แต่คุณไม่ต้องกังวลนะคะ หลังจากนี้ฉันจะพยายามควบคุมและดูแลตัวเอง ไม่ไปวุ่นวายกับคุณอีก” 

อัยย์รีบพูดออกมารวดเดียวจนแทบหายใจไม่ทันและยังพยายามส่งยิ้มเพื่อเป็นการยืนยัน 

ตะวันมองผู้หญิงตรงหน้านิ่งๆ เธอบอกว่าจะไม่ก้าวก่ายวุ่นวาย จะทำตามหน้าที่ของตัวเองเท่านั้น 

ตั้งแต่เมื่อไหร่กันนะที่เธอมีสติและเชื่อฟังขนาดนี้ เขาควรจะดีใจใช่ไหม 

แต่ทำไมเขาถึงรู้สึกโกรธกันนะ?................... 

อัยย์หวังว่าสิ่งที่เธอพูดไปจะทำให้ตะวันพอใจ แต่เขากลับนิ่งเฉยและลุกขึ้นออกจากห้องนอนไปโดยไม่พูดอะไรสักคำ 

จะไปไหนคะ? 

อัยย์อยากจะถามคำนั้นแต่พอนึกได้ว่าตัวเองเอ่ยปากไปแล้วว่าจะไม่ก้าวก่าย เธอก็ตัดสินใจไม่ถามออกไป ได้แต่นั่งมองเขาจากไป.... 

ตะวันดูเหมือนจะโกรธแต่เธอก็ไม่แน่ใจว่าเขาโกรธเธอเรื่องอะไร นี่คือสิ่งที่เขาต้องการไม่ใช่เหรอ? 

อารมณ์และความคิดของตะวันนั้นคาดเดาได้ยากเหลือเกิน อัยย์พยายามสลัดความกังวลออกไปแล้วกลับไปนอนต่อ  

 

วันรุ่งขึ้น 

อัยย์ที่ตื่นแล้วเดินลงไปที่ชั้นล่าง ตะวันไม่อยู่ มีแต่คุณอำภาที่หันมายิ้มให้ 

“ตื่นแล้วเหรอค่ะ กำลังจะไปตามมาทานข้าวพอดี วันนี้ฉันลองทำข้าวต้มกุ๊ยให้ ทานกับผักกาดดองน่าจะพอทานได้นะคะ” 

“ขอบคุณค่ะ” แค่กวาดตามองอาหารท้องของเธอก็ร้องแล้ว อัยย์เดินไปนั่งแล้วก็เห็นว่ามีนอกจากอาหารแล้ว ยังมีโบร์ชัววางอยู่บนโต๊ะด้วย 

“อ๋อ...คุณตะวันบอกว่าให้คุณเลือกอันที่ชอบแล้วเธอจะให้เขามาส่งทีหลังน่ะค่ะ” 

อัยย์หยิบขึ้นมาเปิดดู โบร์ชัวที่เธอหยิบมานั้นเป็นรายละเอียดของรถหรูหลากหลายรุ่น 

อัยย์ขมวดคิ้วแล้วหันไปมองคุณอำภา “เลือกรถพวกนี้น่ะเหรอคะ?” 

“ใช่ค่ะ แต่ดูเหมือนว่าไม่ได้มีแค่รถนะคะ มีอย่างอื่นด้วย คุณก็ลองเลือกดูนะคะ” 

อัยย์หยิบโบร์ชัวที่เหลือมาเปิดดู ก็พบว่านอกจากรถแล้วยังมีเครื่องประดับ คอนโด เสื้อผ้า แต่เธอกลับวางพวกมันไว้เหมือนเดิมแล้วหันไปทานอาหารเช้าแทน 

พอเห็นว่าเธอดูไม่ค่อยสนใจ คุณอำภาก็พยายามจะพูดให้อัยย์รู้สึกดีขึ้น “คุณตะวันเธอคงจะเป็นห่วงคุณมากจริงๆ นะคะ เมื่อวานพอกลับมาถึงก็ขึ้นไปดูคุณเลย สายน้ำเกลือที่หมอเสียบให้ เธอก็เป็นคนถอดให้เอง คุณตะวันไม่เคยดูแลใครแบบนี้เลยนะคะ” 

อัยย์อยากจะดีใจแต่เธอก็ไม่กล้าเพราะไม่รู้ว่าห่วงเธอหรือห่วงลูก แต่น่าจะเป็นอย่างหลังเสียมากกว่า 

“ไว้ค่อยดูทีหลังแล้วกันนะคะ อัยย์ขอทานข้าวก่อนดีกว่า” 

อัยย์ค่อยๆ กินข้าวต้มเข้าไปทีละนิดเพราะกลัวว่าจะแพ้อีก แต่หลังจากกินไปได้สองสามคำแล้วพบว่า ไม่เหม็นและไม่คลื่นไส้ทำให้เธอเริ่มกินเยอะขึ้น ท้องที่ว่างเปล่าตั้งแต่เมื่อวานเริ่มได้รับการเติมเต็มทำให้เธอรู้สึกมีแรงมากขึ้น 

“นี่เป็นยาบำรุงที่คุณหมอจัดให้ ทานข้าวเสร็จแล้วคุณก็ทานยาตามได้เลยนะคะ” 

“ตะวันไปทำงานแล้วเหรอคะ?” 

“ค่ะ ไปก่อนคุณจะลงมาแป๊บเดียวเอง จะให้โทรหาเธอไหมคะ?” 

อัยย์รีบโบกมือส่ายหัว เธอจะกล้าไปรบกวนเขาได้ยังไง “ไม่ต้องค่ะ อัยย์แค่ถามเฉยๆ” 

คุณอำภาได้แต่แอบเป็นกังวลกับความสัมพันธ์ของทั้งคู่ ท่าทีของตะวันนั้นห่วงใยภรรยาอย่างเห็นได้ชัด แต่ทำไมถึงทิ้งให้อัยย์รอเก้อ เรื่องนี้แม้แต่ตัวเธอเองก็ไม่เข้าใจความคิดของเขาเช่นกัน 

ตลอดทั้งวันอัยย์ทำได้แค่พักผ่อนโดยมีคุณอำภาเฝ้าดูแลไม่ห่าง  

“จะให้โทรถามคุณตะวันไหมคะ ว่าจะกลับมากี่โมง?” 

“ไม่ต้องค่ะ คุณตะวันคงจะงานยุ่ง ไม่อยากรบกวนเธอ เดี๋ยวหลังมื้อเย็นอัยย์จะขึ้นไปพักเลย” 

คุณอภาอยากจะโทรใจแทบขาดแต่ก็ทำอะไรไม่ได้เพราะ อัยย์ยืนยันอย่างหนักแน่น  

 

ใกล้เลิกงานแล้ว เกริกที่พอรู้เรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อวานอยู่บ้าง ลองถามหยั่งเชิงเจ้านาย 

“คุณตะวันจะตรงกลับบ้านเลยไหมครับ” 

ตะวันนิ่งไปครู่หนึ่งแล้วก็ส่ายหน้า “ไม่...จะนัดไปกินข้าวกับเพื่อน จองร้านอาหารอิตาเลี่ยนที่โรงแรม Supreme ให้ด้วย”  

เกริกพยักหน้ารับแล้วเดินตรงไปที่ประตู 

“เดี๋ยวก่อน”  

“ครับคุณตะวัน” 

“เปิดห้องไว้ด้วย เผื่อฉันจะนอนที่นั่น” 

เกริกไม่กล้าถามอะไรมากไปกว่านี้ ได้แต่เดินออกไปทำตามคำสั่งของเจ้านายแต่ในใจกำลังสับสนว่าควรจะโทรหาคุณอำภาดีหรือไม่... 

ถึงจะรู้ว่าความสัมพันธ์ระหว่างเจ้านายกับภรรยานั้นเป็นไปตามสัญญา แต่เขาก็สัมผัสได้ว่าตั้งแต่มีอัยย์เข้ามาในชีวิต อารมณ์ของตะวันที่เคยเย็นชาเหมือนภูเขาน้ำแข็งกลายเป็นคนแปรปรวน เวลาสุขก็สุขเหลือเกิน เวลาโกรธก็น่ากลัวเสียจนไม่กล้าถามหาสาเหตุ 

แล้วที่ยากที่สุดก็คือเขาไม่สามารถเอาเรื่องนี้ไปปรึกษากับใครได้ การรักษาความลับให้เจ้านายนั้นแทบจะเป็นหน้าที่หลักของเขา 

ตลอดทางขณะที่กำลังมุ่งหน้าไปโรงแรม เกริกมัวแต่หมกมุ่นอยู่กับความคิดของตัวเองจนไม่ทันได้สังเกตกว่า มือของตะวันนั้นจับโทรศัพท์ตลอดเวลาและมักจะยกขึ้นมามองบ่อยๆ ราวกับรอสายของใครบางคนอยู่ 

แต่ก็ไม่มีใครโทรหาเขา นั่นทำให้สีหน้าของตะวันตอนลงรถนั้นทั้งบูดบึ้งและเย็นชา 

ตั้งแต่ออกจากที่ทำงานไปทานอาหารจนกระทั่งไปต่อที่บาร์และกลับมาพักยังห้องที่เปิดไว้ โทรศัพท์ที่สายตาของตะวันมักจะหันไปมองบ่อยๆ ก็ไม่มีสายเรียกเข้าเลยแม้แต่ครั้งเดียว 

 

ที่บ้าน 

“คุณอยากให้อำภาโทรหาคุณตะวันไหมคะ?” คุณอำภาที่เอานมอุ่นๆ มาให้ทานก่อนนอน ดูจะกังวลกับการที่ตะวันยังไม่กลับบ้านมากกว่าเธอที่เป็นภรรยาของเขาเสียอีก  

อัยย์ที่ตั้งใจแล้วว่าจะตั้งสติและไม่เผลอก้าวก่ายเรื่องของเขาอีก รีบส่ายหน้า “เดี๋ยวเสร็จงานเธอก็คงจะกลับเองล่ะค่ะ อัยย์ง่วงแล้วขอตัวนอนดีกว่า” 

คุณอำภาเดินออกจากห้องแล้วถอนหายใจ ตั้งแต่ก่อนอาหารเย็นจนถึงตอนนี้ ไม่ว่าจะถามหรือเกลี้ยกล่อมกี่ครั้ง อัยย์ก็ยังยืนยันคำเดิมจนเธอต้องเป็นฝ่ายยอมแพ้แทน 

เธออยากจะให้ทั้งคู่ผูกพันและใส่ใจกันมากกว่า จะได้ไม่ต้องมีใครมาเสียใจภายหลังอีก..... 

 

ในห้องสวีทที่อยู่บนชั้นสูงสุดของโรงแรม Supreme ตะวันยืนถือแก้วไวน์อยู่ข้างหน้าต่างสูง กระจกใสบานใหญ่ แสงไฟยามค่ำคืนของเมืองใหญ่ส่องสว่างอยู่ใต้เท้าของเขา  

แสงไฟสลัวภายในห้องเพิ่มความลึกลับให้กับใบหน้าเรียบเฉยของเขา ยากที่จะเข้าใจว่าสิ่งใดที่อยู่ในหัวใจหรือความคิดของตะวัน 

เสียงโทรศัพท์ที่สั่นเรียกความสนใจจากเขา สายตาของตะวันสั่นไหวเล็กน้อย เมื่อเห็นว่าเป็นเบอร์ของที่บ้านโทรมา 

“ว่าไง?” 

“คุณตะวัน” แววผิดหวังฉายวาบบนดวงตาเขาเมื่อได้ยินเสียงของคุณอำภา 

“อืม” เสียงตอบรับสั้นๆ ของตะวันนั้นฟังดูเหงานิดๆ 

“คุณตะวันจะกลับบ้านกี่โมงคะ นี่มันก็ดึกแล้ว ทิ้งให้คุณอัยย์อยู่คนเดียวไม่ดีนะคะ” 

หัวใจของตะวันเต้นเร็วขึ้นเล็กน้อยเพราะถ้าไม่มีเรื่องผิดปรกติ คุณอำภาจะไม่มีวันเอ่ยปากถามเวลากลับบ้านของเขา 

เขากำโทรศัพท์ให้แน่นขึ้น แล้วถามกลับไป “มีอะไรหรือเปล่า เขารอผมอยู่เหรอ?” 

“เอ่อ...ใช่ค่ะ” เหมือนมีน้ำเย็นมาราดที่หัว เขารู้ได้ทันทีว่าคุณอำภาโกหก  

“ถ้าอยากกลับเมื่อไหร่ผมกลับเอง” 

สีหน้าของตะวันเปลี่ยนเป็นเฉยชา เขาเบือนสายตามองออกไปนอกหน้าต่างแล้วหัวเราะเบาๆ ในลำคอ 

เขากำลังหวังอะไรอยู่นะ? 

หวังว่าเธอจะบอกว่าอยากให้เขารีบกลับไปหาอย่างนั้นเหรอ? 

ก็เธอบอกชัดแล้วไงว่าจะทำตามหน้าที่ ในสัญญาไม่ได้ระบุไว้ว่าเธอ........ต้องรักเขา 

โลกทั้งใบอยู่ใต้เท้าเขา มันเริ่มสั่นคลอนและแตกร้าว ตะวันถอนหายใจเบาๆ แล้วยกไวน์ขึ้นจิบ  

พอกันทีเขาไม่ควรปล่อยให้ผู้หญิงคนเดียวมาปั่นหัว เขาควรจะกลับไปเป็นตะวันคนเดิมที่สามารถควบคุมทุกอย่างไว้ในกำมือ 

ตะวันหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาแล้วกดโทรออก 

 

วันรุ่งขึ้น 

อัยย์ตื่นแต่เช้ากว่าทุกวัน เมื่อหันไปมองทั่วๆ ก็พบว่าบนเตียงมีเธอเพียงคนเดียว ตะวันคงจะกลับมาดึกแล้วไปนอนที่ห้องอื่นหรืออาจจะไม่กลับมาก็ได้ 

วันนี้เธอมีนัดตรวจครรภ์กับหมอ อัยย์รีบแต่งตัวแล้วลงไปที่ชั้นล่าง ทันทีที่ย่างเท้าลงไปถึง เธอก็รู้สึกได้ว่าบรรยากาศที่ชั้นล่างดูอึมครึมและอึดอัดแปลกๆ  

“ทำไมวันนี้ลงมาเร็วจังคะ?” คุณอำภาถามราวกับว่าเธอทำอะไรผิดไป 

“อาจจะเพราะเมื่อคืนเข้านอนเร็วมั้งคะ แล้วมีนัดกับหมอด้วย” อัยย์ก้าวเท้าเข้าไปใกล้โต๊ะอาหารแล้วกวาดสายตามองแม่บ้านที่กำลังช่วยคุณอำภาจัดโต๊ะ 

น่าแปลก...แม่บ้านที่ทำงานอยู่รอบๆ ต่างเลี่ยงที่จะสบตาเธอ ส่วนคุณอำภานั้นก็ทำตัวเหมือนปรกติ แต่ดูฝืนจนเห็นได้ชัด 

อัยย์เดินไปยืนริมหน้าต่างแล้วมองออกไปยังโรงรถที่จอดรถของตะวันนั้นว่างเปล่า แสดงว่าเขายังไม่กลับบ้าน และนั่นคงเป็นสาเหตุที่ทำให้คุณอำภามีท่าทีลำบากใจเช่นนี้ 

ชีวิตช่วงเช้าดำเนินไปเหมือนทุกวัน แต่เธอรู้สึกได้ว่ามีบางอย่างเปลี่ยนไป แต่ก็ไม่แน่ใจว่าอะไร 

ใช่แล้ว.... 

หนังสือพิมพ์หลายฉบับที่เคยวางอยู่บนโต๊ะอาหารทุกเช้า มันเป็นสิ่งที่เธอเห็นจนชินตา ดูเหมือนเป็นธรรมเนียมของบ้านนี้ที่จะวางหนังสือพิมพ์ไว้ให้ แม้ว่าจะอยู่ในยุคที่เราสามารถเช็กข่าวได้จากมือถือแล้ว 

แต่วันนี้มันหายไป ถึงจะไม่ได้อยากอ่านแต่สัญชาตญาณทำให้อัยย์มองหามัน 

อยู่นั่นเอง...หลังจากกวาดตามองไปทั่วๆ เธอก็เจอหนังสือพิมพ์วางอยู่ที่มุมเคาน์เตอร์ครัว แม่บ้านมีท่าทีลุกลี้ลุกลน เมื่อเห็นเธอกำลังมองไปที่อะไร มันยิ่งกระตุ้นให้อัยย์อยากรู้อยากเห็น เธอเดินไปหยิบหนังสือพิมพ์กลับมานั่งที่โต๊ะอาหาร 

“อาหารเตรียมเสร็จแล้วค่ะ รีบทานก่อนเถอะค่ะ” ปากพูดกับเธอแต่สายตาของคุณอำภากลับจับจ้องอยู่ที่หนังสือพิมพ์ในมือเธอ  

คุณอำภาเอื้อมมือมาแย่งหนังสือพิมพ์ออกจากมือเธอไปอย่างแนบเนียน แล้วดันชามข้าวต้มมาตรงหน้าเธอ 

“รีบทานค่ะอย่าไปสนใจพวกข่าวซุบซิบเลย” 

อ้อ.....ข่าวซุบซิบสินะ สิ่งที่เธอและทุกคนพยายามซ่อนไม่ให้เธอเห็น 

อัยย์ก้มหน้าทานอาหารไปสองสามคำให้คุณอำภารู้สึกสบายใจจนหันไปทำอย่างอื่น  

เธอรีบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาแล้วพิมพ์ชื่อหนึ่งลงไปในกูเกิ้ล 

จะเป็นชื่อใครไปไม่ได้นอกจากชื่อของสามีเธอ.....ตะวัน 

 

…………………………………………………………….. 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว