ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : D.O.2

คำค้น : #รักโรแมนติค #นิยายรัก #รักเร่าร้อน #นิยายอีโรติค

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 16.5k

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 03 มิ.ย. 2564 19:50 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
D.O.2
แบบอักษร

D.O.2 

“ตาคินลูกแม่” 

เกศมณีเอ่ยด้วยความดีใจ พร้อมเข้าไปกอดภาคินทันทีที่ร่างสูงเดินเข้ามาในบ้าน 

“สวัสดีครับคุณแม่” เสียงเข้มของภาคินเอ่ยพร้อมเข้าไปกอดมารดาด้วยความคิดถึง ก่อนหอมแก้มมารดาอย่างเอาใจ นี่เขาไม่ได้กลับบ้านนานแล้วซินะตั้งแต่ที่พี่ชายเขาแต่งงานก็ไม่ได้กลับมาอีกเลย 

“สวัสดีครับคุณพ่อ” เมื่อผละจากมารดาร่างสูงก็เข้าไปกราบภาคภูมิด้วยความคิดถึง 

“หึ กลับมาสักทีนะไอ่เสือ” ภาคภูมิเอ่ยพร้อมตบบ่าภาคินเบาๆ 

“หึ เพราะสาวผมทองใช่มั้ย ถึงไม่ค่อยกลับบ้านกลับช่องเลย” เกศมณีเอ่ยอย่างงอนลูกชาย 

“โถ่ คุณแม่ครับ ผมทำงานหนักต่างหากล่ะครับ สาวที่ไหนก็สู้คุณแม่ไม่ได้หรอกครับ”  

 ภาคินเอ่ยง้อมารดาด้วยเสียงหวาน พร้อมจูงแขนมารดาไปนั่งที่โซฟาห้องรับแขก ภาคินนั่งลงข้างมารดา ภาคภูมินั่งตรงโซฟาเดี่ยวและมีวาคิมที่นั่งข้างแพรนิตพี่สะใภ้ของเขาเอง 

“หวงเมียเหลือเกินนะพี่คิม นั่งไม่ห่างเลย” ภาคินเอ่ยแซวพี่ชาย ไม่ว่าจะผ่านมากี่ปีวาคิมก็หวงแพรนิตไม่เปลี่ยนไปเลย  

“ไม่ต้องมาแซวพี่ ถ้านายมีเมียนายจะเข้าใจเอง แล้วอีกอย่างนายเตรียมรับขวัญหลานได้เลย” วาคิมเอ่ยบอกน้องชายพร้อมยอมรับกลายๆว่าเขาเป็นคนหวงเมีย 

“เชื้อดีจริงพี่ผม นี่ผมจะกลายเป็นคุณอาแล้วเหรอเนี่ย ถึงว่าพี่สะใภ้ถึงดูอ้วนขึ้น” ภาคินพูดพร้อมเอ่ยแซวแพรนิต 

“ใครอ้วนย่ะ กลับมาก็ปากเสียเลยนะนายคิน” แพรนิตเอ่ยเสียงขุ่น เพราะเธอกับภาคินนั้นเป็นเพื่อนที่เรียนมอต้นด้วยกันทำให้เธอกล้าที่จะต่อปากต่อคำกับเขา 

“หึๆ ดุจริง หลานผมจะออกมาเป็นเด็กนิสัยเสียมั้ยเนี่ย” 

“อ้าว นายคินไหงมาว่าลูกฉันอย่างนั้นล่ะ” วาคิมเอ่ยป้องภรรยาและลูก 

“ใช่อย่ามาว่าหลานแม่นะ” เกศมณีบอกเสียงไม่จริงจังนัก 

“ใช่อย่ามาว่าหลานพ่อด้วย”  

“โถ่วว ผมล้อเล่นหรอกหน่า หลานผมก็ต้องเกิดมาหล่อละนิสัยดีเหมือนผมซิครับ” 

 ภาคินเอ่ย เมื่อทุกคนในครอบครัวต่างพูดปกป้องหลานคนแรกที่ยังไม่ทันลืมตาเกิดด้วยซ้ำ ถ้าออกมาแล้วจะรักและหลงขนาดไหนเนี่ย แต่ก็อย่างว่าแหละนะหลานคนแรกนี่ 

“ลูกฉันก็ต้องเหมือนฉันซิ จะไปเหมือนแกได้ยังไง” วาคิมเอ่ยว่าน้องชาย 

“โอเคครับ ผมยอมแพ้แล้ว” ร่างสูงยอมแพ้ทันทีด้วยความเหนื่อยอยากขึ้นไปพักแล้ว 

“คุณคิน คุณหนูของป้า” ภาคินยังไม่ทันได้ขอตัวขึ้นไปพักก็ปรากฎร่างสูงวัยของป้านวลที่เลี้ยงเขามาตั้งแต่เด็กและเขาเองก็นับถือป้านวลเป็นญาติผู้ใหญ่คนหนึ่ง 

“สวัสดีครับป้านวล ” ร่างสูงรีบสวัสดีป้านวลพร้อมเข้าไปกอดหญิงชราทันที 

“ยังสาวและสวยเหมือนเดิมเลยนะครับ” ชายหนุ่มเอ่ยชมหญิงชรา 

“อย่าเอาใจคนแก่เลยค่ะ คุณหนูก็หล่อขึ้นนะเนี่ย”  

ป้านวลเอ่ยชมร่างสูงตรงหน้า ใบหน้าคม คิ้วหนา ตาคม จมูกโด่งเป็นสัน ปากหยักกระจับ ถึงว่าล่ะสาวๆถึงได้ติดกันตรึมเลย 

“ผมพูดจริงนะครับเนี่ย ” 

“กลับมาเหนื่อยๆขึ้นไปพักก่อนเถอะค่ะป้าว่า” 

“ใช่ลูกกลับมาเหนื่อยๆขึ้นไปพักก่อนนะ หรือหิวมั้ยลูก” เกศมณีเอ่ยถามบุตรชาย 

 “ไม่หิวครับครับ งั้นผมขอตัวขึ้นไปพักก่อนนะครับ ” 

พูดจบร่างสูงของภาคินก็เดินขึ้นไปพักผ่อนบนห้องทันที ร่างหนาเดินเข้ามาในห้องที่ถูกทำความสะอาดอย่างดี ในห้องตกแต่งด้วยโทนสีเทาตรงผนังห้องมีตู้โชว์ที่ไว้โชว์ของสะสมของเขาอยู่ ถัดจากตู้โชว์ก็เป็นชั้นหนังสือที่ถูกจัดวางไว้อย่างเป็นระเบียบ กลางห้องมีเตียงขนาดคิงส์ไซต์ที่ใช้ผ้าปูที่นอนสีเทาอ่อนปูอยู่ เขาก้าวเดินเข้าไปยังโซนห้องแต่งตัวที่มีเสื้อผ้าหรูจัดไว้อย่างไว้เป็นระเบียบ มือหนาค่อยๆปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตออกทีละเม็ดจนสุดแถวแล้วถอดโยนลงในตะกร้าอย่างไม่ใยดี จากนั้นถอดกางเกงออกเหลือแค่บ๊อกเซอร์ ก่อนจะก้าวเดินไปที่เตียงล้มตัวนอนลงทันที 

ที่เขาหนีไปอยู่ต่างประเทศเพราะไม่อยากให้มารดาจับเขาแต่งงานกับลูกสาวบ้านอื่นนั่นแหละ เพราะเกศมณีเห็นว่าเขาไม่คบใครจริงจังสักทีก็เลยจะหาคู่ให้ภาคิน เขาไม่อยากแต่งกับผู้หญิงที่มารดาหาให้หรอก เมียตัวเอง ก็ต้องเลือกเองซิ 

 

16.00 น. 

“ดาเป็นไงมาไงถึงมาที่นี่ได้ล่ะ” เกศมณีเอ่ยทักกานต์ดาเพื่อนสนิทสมัยเรียนที่ไม่เจอกันมานาน 

“ฉันก็คิดถึงเธอน่ะสิ ช่วงนี้ว่างๆน่ะเลยมาหาเธอหน่อย” กานต์ดาเอ่ยโดยไม่ให้มีพิรุจ 

“มา มานั่งเร็ว ไม่เจอกันตั้งนานเป็นอย่างไรบ้าง แล้วนั่นลูกสาวเหรอ” เกณมณีเอ่ยถามเมื่อเห็นร่างบางที่เดาว่าคงเป็นลูกของกานต์ดา 

“สบายดีจ๊ะ นี่หนึ่งธิดาลูกสาวฉันเอง สวัสดีน้าเกศซิลูกหนึ่ง”  

 กานต์ดาบอกพร้อมหันมาพูดกับหนึ่งธิดา ช่วงนี้ธุรกิจครอบครัวของเธอกำลังมีปัญหาซึ่งมีแววจะล้มละลายกานต์ดาต้องรีบหาที่พึ่งให้เร็วที่สุด เมื่อทราบข่าวว่าภาคินลูกชายของเกศมณีจะกลับมานั้นเธอจึงรีบพาลูกสาวมาแนะนำทันที เผื่อหนึ่งธิดาถูกใจภาคิน เธอก็จะได้อนิสงค์ได้ลูกเขยรวยๆด้วย 

“สวัสดีค่ะคุณน้า” หนึ่งธิดาพนมมือไหว้เกศมณีด้วยความเรียบร้อยอ่อนหวาน 

“หนูหนึ่งนี่น่ารัก เรียบร้อยจังเลยนะดา” เกศมณีเอ่ย 

“ลูกหนึ่งเค้าเป็นเด็กเรียบร้อยน่ะเกศ งานบ้านงานเรือนก็คล่องนะ”  

กานต์ดาเอ่ยโอ้อวดลูกสาวทั้งที่ความจริงนั้นหนึ่งธิดาทำอะไรไม่เป็นสักอย่าง 

“บ้านไหนได้เป็นลูกสะใภ้คงโชคดีมากเลยเนาะ”  

เกศมณีเอ่ยอย่างถูกใจ หนึ่งธิดาก็จัดว่าเป็นผู้หญิงที่สวยคนหนึ่งถ้าภาคินชอบเธอเองก็ไฟเขียว เพราะสามีของกานต์ดานั้นก็ทำธุรกิจส่งออกสินค้าต่างประเทศเหมือนกัน ฐานะของสองครอบครัวก็ถือว่าอยู่ในระดับเดียวกัน จะเลือกลูกสะใภ้ทั้งทีต้องให้สมฐานะกันหน่อย เกศมณีคิดคิด 

“งั้นสนใจมาดองกันมั้ยล่ะ” กานต์ดาเอ่ยยิ้มๆ เข้าแผนเธอล่ะซิ 

“คุณแม่คะ” หนึ่งธิดาแกล้งท้วงมารดาเบาๆ 

“ฮ่าๆๆ เธอนี่รู้ใจฉันเหมือนเดิมเลยนะดา หนูหนึ่งลองเจอพี่เค้าก่อนมั้ยลูก ถ้าไม่ชอบก็ไม่เป็นไร” 

“เอ่อ คือว่าหนึ่ง” หญิงสาวแกล้งลังเลคิด เธอก็เคยเห็นรูปภาคินมาบ้างหล่อเหลาขนาดนั้นใครจะไปปฏิเสธล่ะ แค่ทำท่าทางคิดลังเลให้สมเป็นกุลสตรีแค่นั้นเอง 

“ไม่ต้องแต่หรอกลูกหนึ่ง ลองเจอพี่เขาก่อนก็ได้แม่เองก็ไม่ได้บังคับ” 

“ก็ได้ค่ะ แล้วถ้าพี่เขาไม่ชอบหนึ่งล่ะคะ” 

“เชื่อน้าซิจ๊ะ พี่เขาต้องชอบหนูแน่นอน”  

เกศมณีเอ่ยด้วยความมั่นใจ เธอเลี้ยงมากับมือทำไมจะไม่รู้ว่าภาคินนั้นแพ้ทางผู้หญิงเรียบร้อยอ่อนหวาน  

“ก็ได้ค่ะคุณน้า”  

“งั้นรอทานอาหารเย็นด้วยกันเลยนะดา” เกศมณีเอ่ยบอก 

“ได้เลย ไม่ได้กินข้าวด้วยกันนานละ” 

สองแม่ลูกยิ้มในใจเมื่อแผนที่วางไว้นั้นสำเร็จไปขั้นหนึ่งแล้วอย่างง่ายดาย ขั้นต่อไปก็ขึ้นอยู่กับว่าภาคินนั้นจะชอบหนึ่งธิดามั้ยแค่นั้นเอง แต่จะกลัวอะไรล่ะดูเหมือนเกศมณีนั้นจะถูกใจลูกสาวเธอแล้วนี่ 

 

19.00 น. 

ภาคินตื่นขึ้นมาตอนเย็นด้วยเสียงที่ป้าจิตมาปลูกเพราะได้เวลาอาหารเย็นแล้ว ร่างสูงรีบอาบน้ำแต่งตัว มือหนาหยิบเสื้อยืดสีเทาใส่สบายพร้อมกางเกงเนื้อดีขึ้นมาสวม มือหนาเปิดประตูก้าวเท้าออกจากห้องแล้วเดินลงบันไดทันทีด้วยใบหน้าเรียบนิ่ง 

เมื่อร่างสูงเดินลงมาถึงโต๊ะอาหาร ภาคินมองไปยังโต๊ะอาหารที่บัดนี้ไม่มีแค่คนในครอบครัวของเขาแต่ยังมีคนอื่นมาร่วมโต๊ะอาหารด้วย ตรงหัวโต๊ะคือบิดาของเขา มารดาเขานั่งข้างบิดา ส่วนวาคิมและแพรนิตนั้นนั่งอีกฝั่ง ข้างมารดาเขามีสองคนที่นั่งอยู่ ใครที่ไหนเขาก็ไม่รู้จักเหมือนกัน มือหนาจึงดึงเก้าอี้ที่ว่างข้างแพรนิตแล้วนั่งลงทันที 

“นี่น้าดาเพื่อนแม่เอง ส่วนนี่หนูหนึ่งธิดาลูกสาวน้าดา พอดีน้าดาเขามาเยี่ยมแม่ ก็เลยชวนทานข้าวเย็นด้วยกัน” เกศมณีแนะนำสองแม่ลูกให้ภาคินรู้จัก 

“สวัสดีครับคุณน้า” ภาคินเอ่ยสวัสดีเพื่อไม่ให้เสียมารยาท 

“นี่ภาคินลูกชายคนเล็ก ” 

“สวัสดีค่ะพี่คิน” หนึ่งธิดาเอ่ยเสียงหวาน แกล้งทำตัวเรียบร้อยอ่อนหวานใสซื่อ 

“สวัสดีครับ” เสียงเข้มเอ่ย มองร่างเล็กตรงหน้าอย่างพิจารณา สวย อ่อนหวานเรียบร้อย ผู้ชายหลายคนคงหลงได้ไม่ง่าย แต่ไม่ใช่สำหรับเขา 

“หน้าตาดีจังเลยนะลูกชายเธอเนี่ย” กานต์ดาเอ่ย พร้อมคิดในใจว่าเธอต้องให้ลูกสาวเธอจับภาคินมาเป็นสามีให้ได้เลยคอยดู 

“คงได้พ่อมาหน่ะ ” เกศมณีเอ่ยพร้อมแกล้งชมสามีตัวเอง 

“หึๆ เมื่อครบแล้วทานข้าวกันเถอะ” สิ้นเสียงมีอำนาจของภาคภูมิแล้วทุกคนก็ลงมือทานอาหารกันทันที 

“แล้วหนูหนึ่งอายุเท่าไหร่แล้วล่ะ” เกศมณีเอ่ยถามขณะทานอาหาร 

“23 ปีค่ะคุณน้า” เสียงหวานของหนึ่งธิดาเอ่ยบอก 

“อ่อ แล้วตอนนี้หนูหนึ่งทำงานหรือยังจ๊ะ” เกศมณีถาม 

“เอ่อ คือหนึ่งแค่ช่วยงานคุณพ่อค่ะ ยังไม่คิดทำจริงจังเลยค่ะ ขอพักก่อนค่ะ” หนึ่งธิดาปดไปด้วยเสียงอ้อมแอ้ม ตั้งแต่จบมาเธอยังไม่คิดทำงานหรอกขี้เกียจจะตาย งานก็น่าเบื่อ 

“คือลูกหนึ่งเขายังไม่ค่อยมีประสบการณ์เท่าไหร่หน่ะ พ่อเขาเลยให้แค่ช่วยงานแค่บางส่วน” กานต์ดาปดช่วยลูก 

“อ่อ ถ้างั้นลองให้หนูหนึ่งมาทำงานกับตาคินมั้ยล่ะ กำลังหาเลขาให้น้องอยู่ใช่มั้ยตาคิม” เกศมณีเอ่ยบอกพร้อมถามวาคิม  

ภาคินเมื่อได้ยินดังนั้นก็ชะงักไปทันทีด้วยความรู้ทันความคิดมารดาตัวเอง นี่คงคิดจะจับคู่ให้เขาแน่นอน 

“แต่ว่าผมหาเลขาให้นายคินได้แล้วนะครับคุณแม่”  วาคิมเอ่ย 

“ไม่เป็นไรค่ะคุณน้า หนึ่งทำงานช่วยคุณพ่อก็ได้ค่ะ ” หนึ่งธิดารีบบอกไป ถ้าไม่บอกแบบนั้นไปเธอก็ต้องไปทำงานหน่ะสิ  

“งั้นเหรอจ๊ะ แต่ถ้าหนูหนึ่งอยากเรียนรู้จากพี่เขาก็ไปหาได้ทุกเมื่อเลยนะจ๊ะ” เกศมณีพูดอย่างยิ้มในใจ  

“ค่ะ ว่าแต่ว่าจะไม่เป็นการรบกวนพี่คินเหรอคะ” หนึ่งธิดาเอ่ยเสียงหวาน พยายามช้อนตาสบสายตาคม แต่ภาคินกลับไม่มองเธอเลย 

“ไม่เป็นไรครับ พี่ยินดี” เสียงเข้มเอ่ยสั้นๆ 

“ขอบคุณค่ะ ถ้าว่างหนึ่งจะแวะไปหานะคะ”  หนึ่งธิดาเอ่ยบอกอย่างหมายมั่น เธอไปแน่นอนแต่ขอเวลาไปเตรียมตัวหาวิธีมัดใจเขาก่อนละกัน 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว