facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ฉลามซ่อนรัก 17 : เบาะแสสำคัญ

ชื่อตอน : ฉลามซ่อนรัก 17 : เบาะแสสำคัญ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.1k

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 10 พ.ค. 2564 18:05 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ฉลามซ่อนรัก 17 : เบาะแสสำคัญ
แบบอักษร

ฉลามซ่อนรัก 17 : เบาะแสสำคัญ 

#ฉลามซ่อนรัก 

 

           “ให้มากว่าครึ่งด้วยซ้ำ” เขาพึมพำให้ผมยิ้มเอ็นดูใส่ ผมแพ้พ่ายให้เขาเสมอนั่นแหละต่อให้เขาจะใจร้ายแค่ไหน ผมรู้ว่าระหว่างเรายังต้องใช้เวลาอีกมากมาย แต่อย่างน้อยเขาก็ทำให้ผมเชื่อมั่นในความรู้สึกได้หลังจากสับสนมานาน

 

           ผมขอแค่นี้แหละ ขอแค่รู้ว่าใจเราตรงกัน

 

           ส่วนเรื่องอื่นต่อจากนี้นั้น...

 

           ก็ให้มันเป็นไปตามโชคชะตา

 

           “แล้วเราจะเมากันต่อไหมครับหรือว่าอาจะจบแค่จูบสามครั้ง” ผมฉายความเจ้าเล่ห์บนใบหน้านั่น ลืมไปเลยว่าก่อนหน้านี้เศร้าและเสียใจอยู่ ทำเอาอาเลิ่กลั่กอ้ำอึ้ง ผมจึงกอดคออาแน่นขึ้น มองเขาด้วยสายตาคาดหวัง “เขาบอกว่าพอเราเมาเราอาจทำเรื่องพลาดพลั้ง เช่นพูดเรื่องที่อยู่ในใจออกมาหรือว่าทำอย่างอื่นที่เลยเถิดไปไกล”

 

           “อาว่าเราเมาแค่พอเหมาะก็พอ จะได้รอซีวานกลับมาไง”

 

           “เราขึ้นไปรอข้างบนก็ได้”

 

           “เอ่อ...”

 

           “บนเตียงหรือบนตักดีล่ะครับอา :)” เจ้าตัวเบิกตากว้างลนลานไม่ต่างจากโดนไฟเผา ยิ่งผมแกล้งเบียดสะโพกลงบนตักเขา เขาก็ยิ่งเข้าใจความหมายที่ผมจะสื่อ ผมไม่ได้รีบร้อนให้เขาไปถึงขั้นนั้น แค่อยากแหย่ให้เขาตื่นตระหนกเล่น

 

           เวลาอาทำตัวไม่ถูกมันน่ารักจะตาย ยิ่งตอนที่เขาพยายามห้ามใจ

 

           “หยุดเลย ไม่งั้นอาจะเอาขวดไวน์ตีหัวตัวเองนะ”

 

           “ตีหัวตัวเองทำไมครับ สถานการณ์แบบนี้อาควรตีหัวผมไม่ใช่เหรอ”

 

           “ใครจะไปกล้าตีเรา เดี๋ยวเราเจ็บขึ้นมาจะทำไง” เขาย่นคิ้วใส่ “อาตีหัวตัวเองเนี่ยแหละง่ายกว่า อย่างน้อยเราก็ไม่เป็นไร”

 

           “แต่แม่บอกว่าถ้าอาไม่สมยอมก็ตีหัวแล้วลากขึ้นเตียงได้”

 

           “!!!”

 

           “เพราะงั้นถ้าอาตีหัวตัวเองแล้วสลบไป...” ผมแกล้งลากเสียงยาวให้เขาลุ้นสุดหัวใจ “เท่ากับว่าอายอมขึ้นเตียงกับผมด้วยความสมัครใจนะ”

 

           “แม่เขาสอนอะไรให้เนี่ย !” ผมหัวเราะ “อย่าไปฟังคำพูดของโซลมาก แม่เรามันร้ายกาจยิ่งกว่าปีศาจซะอีก !”

 

           “ไม่จริงนะครับ แม่เขาแนะนำแต่เรื่องดีๆ ไม่เห็นจะสอนเรื่องไม่ดีตรงไหน”

 

           “ก็เรื่องคลั่งรักนี่ไง ไม่ต้องไปฟังเขามากก็ได้”

 

           “ทำไมล่ะครับ แม่เป็นปรมาจารย์”

 

           “ซีน”

 

           “ผมเป็นลูกที่ดีก็ต้องเชื่อฟังคำสอนของแม่สิครับ” ผมยักคิ้วกวนประสาทเล่นเอาอาถึงกับถอนหายใจยาวเหยียดคล้ายเหนื่อยหน่ายที่จะเถียงกับผม “และเรื่องเซ็กส์มันเป็นเรื่องปกติของโลก ผมก็ไม่ได้ใสชนิดที่ว่าไม่อยากได้เรื่องพวกนี้นี่น่า”

 

           “แต่มันเร็วไป อย่างน้อยก็ไม่ใช่วันนี้เด็ดขาด”

 

           “งั้นพรุ่งนี้ดีไหมครับ ตอนที่เราอยู่บ้าน”

 

           “จิ๋ว...!”

 

           “อาใช้ถุงยางไซซ์ไหนล่ะครับ หรือว่าไม่ต้องใช้ถุงยาง”

 

           “!!!”

 

           “ผมโอเคหมดนะ ขอแค่ได้อาก็พอ :)” อาถึงกับทึ้งผมตัวเองเช่นคนสุดจะทน พาให้ผมหัวเราะขบขัน จากที่รู้สึกแย่แปรเปลี่ยนเป็นความสุขที่ต้องกอดเขาแน่นไม่ต่างจากลูกลิง ผมชอบที่อาเป็นแบบนี้แม้ว่ามันจะเป็นอุปสรรคก็ตาม

 

           ด้วยความต่างของวัยทำให้เขาคิดมากกว่าผมนัก และเรื่องอย่างว่าก็คงจะอีกนานเลยกว่าจะได้ทำ

 

           แต่ไม่ต้องห่วง ตราบใดที่ผมมีเลือดแม่อยู่ในตัว ผมมั่นใจว่าผมยั่วให้เขาตบะแตกได้

 

           และผมเดาว่าเขาน่าจะเก่งเรื่องนั้นจากที่ดูขนาดสิ่งที่เขาสอนไว้

 

           แค่คิดว่ามันจะเข้ามาในร่างกาย

 

           “ให้ตายสิ ผมอยากขึ้นเตียงกับอาตอนนี้เลย”

 

           “หยุด !” เขาเอามือปิดปากผมพร้อมกับถลึงตาใส่ “หยุดเลยจิ๋ว ห้ามคิดไปไกล ไม่งั้นคืนนี้ก็นอนห้องใครห้องมันและห้ามเข้าใกล้อาในระยะห้าเมตร !”

 

           “อือไอ่เอา (ไม่เอา)” ผมส่งเสียงอู้อี้เนื่องจากถูกเขาปิดปากไม่ให้เถียงเขา พลางย่นคิ้วใส่ให้เขารู้ว่าผมไม่ยอม “อ้มอาเอาอับอา (ผมจะเอากับอา)”

 

           “เลิกเถียงเลยจิ๋ว อาเอาจริงนะ” เขาตั้งท่าดุ “อย่าคิดว่าอาไม่กล้า”

 

           “อืออ”

 

           “เห็นอย่างนี้อาก็สู้คนนะ”

 

           “อือๆๆ”

 

           “และเลิกขยับสะโพกไปมา หยุดยั่วเดี๋ยวนี้เลย !” เขาขึ้นเสียงดังเพราะในระหว่างที่เขาปิดปากผมแล้วผมเถียง ผมก็ขยับเอวไปมาอยู่บนตัวเขาเป็นการปลุกปั่น ยิ่งอาห้ามผมก็ยิ่งทำ ไม่ได้สำนึกที่เขาต่อว่าเลยสักนิด “ซีน !”

 

           “หึ”

 

           “นี่ !”

 

           “อะไรครับอา แค่ขยับตัวนิดเดียวเอง ไม่เห็นเป็นไรหนิ” ผมตีหน้าซื่อตอนเขาเปลี่ยนมือมาจับเอวผมเป็นการห้ามไม่ให้ทำเรื่องบัดสี ทว่าท่วงท่าตอนนี้มันเหมือนว่าเขากำลังจับผมให้ขยับสะโพกเองมากกว่า “ผมแค่กลัวจะไหลตกจากตักอาเลยขยับขึ้นมา ผมผิดตรงไหน”

 

           “ตรงที่เรานั่งผิดจุดไง อารู้นะว่าเราคิดอะไร”

 

           “รู้เหรอครับ รู้ได้ไง” ผมเอียงคอใส่ “แปลว่าอาก็คิดเหมือนใช่ไหม”

 

           “พระเจ้าช่วยด้วย” ถึงกับขอร้องพระผู้เป็นเจ้าให้มาช่วยตัวเอง “ถ้าซีวานมาเห็นเดี๋ยวก็เข้าใจผิดกันพอดี”

 

           “ผมว่าพี่น่าจะชอบนะครับ เขาจะได้เห็นว่าเรารักกันดี”

 

           “ไม่ต้องรักอาขนาดนี้”

 

           “รักสิครับ รักมากจนหยุดรักไม่ได้เลย” ผมอ้อนแล้วมีเหรอว่าเขาจะไม่หวั่นไหว อาต้องเบือนหน้าหนีเพื่อซ่อนแก้มแดงๆ ไว้ เปิดโอกาสให้ผมยื่นหน้าไปหอมแก้มเขา นาทีนั้นอาหันกลับมาถลึงตาใส่ เขาคงคิดว่าจะเอาชนะผมยังไงดี

 

           เสียดายที่ผมค่อนข้างเจนเรื่องนี้เนื่องจากเห็นพ่อแม่ทำมาเยอะเลยดักทางเขาได้ทุกที

 

           ผมจูบเขาอีกให้เขาถอนหายใจนิ่งๆ พร้อมกับบดสะโพกลงไปให้เขายึดเอวผมไว้ แม้ว่ามันจะไม่ช่วยให้ผมหยุดก็ตาม ผมประคองใบหน้าเขา มอบจูบแสนหวานที่ทำเขารู้สึกผิดบาป

 

           ก่อนที่เสียงฝีเท้าจะหยุดชะงักไม่ไกลจากเรา

 

           “กลับมาผิดเวลาสินะ”

 

           “..!!!”

 

           “ถ้าจะคลั่งรักกันก็น่าจะชวนอาขึ้นไปบนห้องนะซีน” 

 

           อุ้บส์ มีพยานซะแล้ว :)

 

           “ซีวาน !” อาเรียกชื่อพี่เสียงดังด้วยความตกใจก่อนจะหันขวับมามองผมที่อยู่ในท่วงท่าน่าอายและยิ้มให้เขา สลับกับหันไปมองหน้าซีวานอีกครั้งที่ถอนหายใจเหนื่อยหน่ายพลางเสยเส้นผมที่เปียกชื้นขึ้นไปไม่ให้มันมาปรกหน้ากัน

 

ไหนจะเนื้อตัวที่พร่างไปด้วยหยดน้ำพวกนั้น

 

ถ้าใครเห็นคงร้องกรี๊ดเลย

 

“มันไม่ใช่อย่างที่คิดนะ อาอธิบายได้ !”

 

           “ไม่ต้องอธิบายอะไรหรอกครับอา เรื่องพวกนี้มันปกติจะตาย” เจ้าตัวไหวไหล่ “และถึงแก้ตัวไปก็ไม่ได้ช่วยอะไรอยู่ดี”

 

           “งั้นก็เท่ากับว่าพี่มาเป็นพยานรักให้เราน่ะสิ” ผมยิ้ม “แบบนี้ผมก็ว่าดีนะครับ อาจะได้ไม่ต้องอายอีกไง”

 

           “แต่เราไม่ได้จะทำอะไรเลยเถิดกันนะซีน และอาไม่อยากให้เราดูไม่ดี...”

 

           “เรื่องนั้นผมรู้ดี”

 

           “ซิล”

 

           “ผมไม่เคยมองน้องผมในทางที่ไม่ดีหรอกครับอา” ร่างสูงกระตุกยิ้ม “แค่คิดว่าควรจะไปทำกันในที่ที่มันมิดชิดหน่อย อย่างน้อยก็อย่าเปิดเผยมากเหมือนที่แดเนียลทำ”

 

           “ผมชวนอาขึ้นห้องแล้วนะ แต่อาไม่ไปกับผมเองต่างหาก” ผมยู่ปากใส่ “เลยกำลังตกลงกันว่าจะตีหัวอาแล้วลากขึ้นห้องไป เสียดายที่พี่กลับมาซะก่อน”

 

           “เพราะกลัวว่านายจะเป็นห่วงเลยรีบกลับมา แต่เหมือนจะกลับมาผิดเวลาไปหน่อย” ผมหัวเราะ “จะให้พี่ไปว่ายน้ำอีกรอบก็ได้นะ”

 

           “ไม่ต้องเลย กลับเข้ามาเดี๋ยวนี้” อาสั่ง “ไม่ต้องส่งเสริมน้องชายตัวเองทุกด้านก็ได้ หัดห้ามซะบ้าง อาหัวใจจะวายอยู่แล้วเห็นไหม”

 

           “หัวใจจะวายเหรอครับ แบบนี้ต้องผายปอดไหม ?” ผมแสร้งถามด้วยความห่วงใย “ผมผายปอดเป็นนะ เหมือนที่ผายปอดอาก่อนหน้านี้ไง”

 

           “ขอร้อง อย่าแกล้งให้คนแก่หัวใจวาย” อาทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ “แค่คิดว่าโดนพ่อเราจับได้ อาก็ตัวสั่นไปหมดแล้ว”

 

           “ไม่ต้องห่วงครับอา ผมจะช่วยอาเอง”

 

           “ขอบคุณนะซิล...”

 

           “หมายถึงจะช่วยเป็นพยานในเรื่องนี้ ถ้าพ่อรู้ว่าเลยเถิดกันขนาดนี้คงเตรียมต้อนรับอาอย่างดีเลย” รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ของซีวานทำอาหน้าซีดเป็นไก่ต้ม นาทีนั้นผมเลยขบขันก่อนจะหอมแก้มเขาเป็นการให้กำลังใจ “แต่เหนือสิ่งอื่นใดพี่ว่านายเพลาๆ ลงก่อนดีไหม พี่มีเรื่องสำคัญต้องคุย”

 

           “ผมก็ไม่ได้ทำอะไรนี่น่า”

 

           “ขยับไปนั่งข้างอาเลย”

 

           “บู่” ผมมุ่ยหน้าใส่หลังโดนพี่ชายสั่ง ทำไมผมจะนั่งบนตักอาไม่ได้ในเมื่อผมนั่งมาก่อนที่เขาจะกลับมาด้วยซ้ำ ทว่าซีวานก็เลือกที่จะช่วยอาโดยการดันหัวผมเบาๆ ผมเลยต้องเปลี่ยนไปนั่งข้างอาและกอดแขนเขา

 

           ขณะที่ซีวานทิ้งตัวลงนั่งฝั่งตรงข้ามราวกับเจรจากัน

 

           นาทีนั้นบรรยากาศรอบข้างเย็นเฉียบอย่างบอกไม่ถูก ทั้งๆ ที่เมื่อกี้ยังอบอุ่นด้วยความรัก

 

           อากุมมือผมที่กอดแขนเขา บีบเบาๆ คล้ายแบ่งเบาความรู้สึกกัน

 

           “ผมเจอเบาะแสสำคัญ”

 

           “หืม ?”

 

           “ที่เราคิดเรื่องอีดีเอสกัน”

 

           “…”

 

           “มันมีอยู่จริงๆ” ไม่อ้อมค้อมตามนิสัยทำเอาหัวใจผมหล่นวูบอย่างห้ามไม่อยู่ ข้อสันนิฐานของเราก่อนหน้านี้ถูกยืนยันโดยพี่ที่ออกไปผจญโลก ผมกวาดตามองร่างกายเขาเล็กน้อย ดีที่ไม่มีบาดแผลอะไรให้กลัว “ตะวันออกเลยอีดีเอสเก่าไปอีก มีศูนย์วิจัยกลางทะเลที่ทดลองสิ่งมีชีวิตแถวนั้นให้กลายพันธุ์”

 

           “นี่เราว่ายไปถึงที่นั่นเลยเหรอ ทำไมถึงรู้เร็วขนาดนั้น ?”

 

           “ผมว่ายไปไม่ถึง เห็นแค่รอบนอกเพราะคิดว่ามันน่าจะมีเครื่องดักสัญญาณ”

 

           “ว่าไงนะ”

 

           “เหมือนตอนที่แม่ทำศูนย์วิจัยเก่า มันจะมีเซนเซอร์ตรวจสอบว่าใครลุกล้ำอาณาเขต” พี่กดเสียงต่ำ “ยิ่งกับสัตว์ใหญ่อย่างเรา ยังไงก็ต้องมีเซนเซอร์ตรวจจับ ผมเลยอาศัยพวกฉลามเล็กๆ ที่ว่ายอยู่แถวนั้นเป็นสื่อกลางให้”

 

           “พวกตัวเล็กจะไม่มีผลกับเซนเซอร์สินะ เพราะมันเล็กเกินไป” ผมเสริมทัพให้ “แล้วพี่ไปเจอพวกตัวเล็กได้ยังไง”

 

           “นายเคยเจอฉลามที่มีสองหางไหม”

 

           “ไม่”

 

           “พี่เจอมา” ผมเบิกตากว้าง “ฉลามขาวสองหางที่น่าจะกลายพันธุ์เพราะสารพิษ เขาเล่าให้พี่ฟังว่ามาจากไหน”

 

           “พระเจ้า”

 

           “และพี่สัมผัสได้ว่ามันมีอันตราย ทะเลแถวนั้นเหมือนถูกกั้นไม่ให้เข้าใกล้ แค่อยู่ระยะไกลๆ ยังอดหวั่นใจไม่ได้เลย” ผมถึงกับกัดปาก ขนาดซีวานยังหวั่นใจก็แสดงให้เห็นว่าศูนย์วิจัยนั่นต้องอันตรายกว่าที่คิด

 

           ยิ่งได้ยินเรื่องเจ้าตัวเล็กนั่นอีก ก็พอเดาได้ว่าที่นั่นอาจเป็นที่ที่เจมส์ทำการทดลองอยู่

 

           “มันเหมือนมีอะไรดักทางอยู่ พี่ไม่รู้ว่ามันคืออะไร แต่มันไม่ใช่เรื่องดีแน่ พี่มั่นใจ”

 

           “เราต้องบอกแม่กับพ่อ ไม่งั้นเขาก็จะยังตามหาเจมส์บนดินอยู่”

 

           “พี่จะโทรบอกเขาเอง แต่คืนนี้ต้องให้แม่พักก่อน” เขาถอนหายใจนิดนึง “พี่อาจต้องให้พ่อหรือแดเนียลไปตรวจสอบกับพี่อีกรอบ เราจะได้วางแผนกัน”

 

           “ผมว่าเราอยู่ให้ห่างจากมันก่อนดีไหม ถ้ามันอันตรายขนาดนั้น”

 

           “อาเห็นด้วยนะ ถ้าเขาปล่อยสารพิษลงน้ำ มีสิทธิ์ที่เรากับคนอื่นๆ จะได้รับผลกระทบมัน”

 

           “ผมได้ผลกระทบแล้ว สารนั่นกระตุ้นสัญชาตญาณ”

 

           “หา ?”

 

           “พี่คงรับรู้มันจากฉลามสองหางเลยเผลอฆ่าวาฬ”

 

           “…!!!”

 

           “ห้าหกตัวเท่าที่เจอ” ผมอ้าปากค้าง ซีวานไม่ใช่พวกที่ชอบล่าอะไรสะใจเลยสักนิด เวลาเขาล่าวาฬเขาจะล่าแค่ตัวเดียวเท่านั้นและแบ่งกันกิน แต่นี่เขาเล่นฆ่าเท่ากับสถิติที่พ่อดีแลนทำไว้ตอนหิว แปลว่าสารที่เขาได้รับมีอิทธิพลกว่าที่เราคิดไว้ “ถ้าโชคดีมันจะไม่เป็นข่าว พี่ล่าอยู่แถวทะเลห่างไกลจากที่นี่เป็นไมล์”

 

           “พี่ควบคุมตัวเองไม่ได้เหรอ มันรู้สึกยังไง”

 

           “พี่เหมือนได้กลิ่นหอมเกินทนไหว”

 

           “กลิ่นหอม ?”

 

           “คล้ายฟีโรโมนไม่ก็อะไรสักอย่าง” ผมชะงักเพราะที่เขาพูดมันเหมือนกับที่ผมเจอมาก่อนหน้านี้ “รู้แค่ว่ามันกระตุ้นสัญชาตญาณในร่างกาย”

 

           “…”

 

   “จากนั้นทะเลใสก็กลายเป็นทะเลเลือดไปเลย” 

 

           “พระเจ้า...” ผมอุทานเมื่อลองคิดภาพตามเขา บอกเลยว่ามันไม่ใช่ภาพที่ดีนัก ใครที่กลัวเลือดหรือการฆาตกรรมอาจแพนิกได้ ขนาดผมฟังยังอดใจหายไม่ได้ อาเลยต้องเปลี่ยนมือมาโอบไหล่ผมไว้ให้ผมฝังหน้าลงกับอกแกร่งของเขา

 

           ผมสัมผัสได้ว่าพี่ซีวานก็ไม่โอเคกับสิ่งที่เขาทำเหมือนกัน ต่อให้การล่ามันจะเป็นเรื่องปกติของฉลาม

 

           แต่มันก็ไม่ควรถูกกระตุ้นให้ทำ แบบนี้มันไม่ต่างจากการบงการไม่ก็การบังคับโดยที่เขาไม่ได้ยินยอมเลย

 

           “มันแย่กว่าที่เราคิดซะอีก” อาพึมพำ “เล่นปล่อยสารพิษลงน้ำแบบนี้คิดจะทำอะไรกันแน่”

 

           “อาจจะเป็นแค่แผนเพื่อล่อเราเข้าใกล้” ผมเสนอไป “เหมือนที่เขาใช้ออสตินล่อแดเนียลและก็ที่ใช้กลิ่นนั่นมากระตุ้นผม”

 

           “งั้นทางที่ดีที่สุดตอนนี้คืออยู่ให้ห่างจากเขาไว้”

 

           “หรือไม่ก็ทำลายทิ้ง”

 

           “ซิล”

 

           “ถ้าปล่อยไว้มันก็ต้องมายุ่งกับเราอีก แต่ถ้าเราอยากหยุดเรื่องนี้จริงๆ…” เขาเว้นวรรคให้ลุ้นกัน “ก็ต้องทำลายทิ้งสถานเดียว”

 

           “นั่นมันเสี่ยงมาก ยังไงเจมส์ก็ต้องเตรียมแผนรับมือไว้”

 

           “เพราะงั้นเราถึงต้องตรวจสอบให้แน่ใจ”

 

           “…”

 

           “ทำลายทิ้งมันง่ายไป ต้องลากมันมาเค้นความจริงซะก่อน” ผมรับรู้ได้ถึงความโกรธเกรี้ยวในน้ำเสียงนั่น ปกติพี่ชายผมไม่ใช่คนเจ้าคิดเจ้าแค้นเลยนะ แต่นี่คงเพราะเจมส์ทำกับเราไว้มาก การที่จะพังแค่ศูนย์วิจัยมันไม่สมน้ำสมเนื้อเท่าไหร่ “ไม่งั้นมันก็ต้องหวนกลับมาอีก คราวนี้มันอาจร้ายแรงขึ้น”

 

           “เท่ากับเราประกาศเป็นศัตรูกับเขาเลยนะ”

 

           “แล้วทุกวันนี้มันต่างกันตรงไหน ?” เขาเลิกคิ้วใส่ “เราอยู่กันดีๆ แต่เขาเข้ามาพังทลาย อาคงไม่คิดว่าผมจะปล่อยเขาไปง่ายๆหรอกใช่ไหม”

 

           “อารู้ว่าเราไม่พอใจ แต่การเล่นกับไฟมันจะเผาเราทีหลัง”

 

           “ผมเป็นสัตว์น้ำนะครับอา ไฟน่ะทำอะไรผมไม่ได้หรอกนะ” เขายิ้มกลับ “แต่ถ้าน้ำมันน่ะก็ไม่แน่เหมือนกัน”

 

           “พี่คิดจะทำอะไรน่ะซีวาน”

 

           “ให้มันเป็นเรื่องของอนาคตแล้วกัน”

 

           “นี่”

 

           “มันจะได้จบสักที” ผมย่นคิ้วใส่ซีวานที่เลือกจะไม่บอกในสิ่งที่คิด “พรุ่งนี้พี่กับพ่อจะไปตรวจสถานที่อีกครั้ง และคงต้องให้แม่จัดการเรื่องเข้าไปที่นั่น”

 

           “ผมไม่คิดว่าเราจะเข้าไปได้ง่ายๆนะ อยู่กลางทะเลแบบนั้น”

 

           “งั้นเราอาจต้องยืมมือคนที่รู้จัก”

 

           “ใครกัน ?”

 

           “แฟนเก่านายน่ะ”

 

           “หา ?”

 

           “ได้ข่าวว่ารู้จักคนใหญ่คนโตไม่ใช่เหรอ” ผมชะงักย้อนนึกถึงใบหน้าของแฟนเก่าที่ผมไม่อยากเอาตัวเองไปเกี่ยวข้อง “ถ้ากดดันเขาสักหน่อยอาจจะช่วยให้เราเข้าถึงศูนย์วิจัยนั่นก็ได้”

 

           “แบบนั้นเรื่องมันจะบานปลายหรือเปล่า ถ้าให้แม่จัดการอาจจะ...”

 

           “จริงๆ พี่ไม่อยากให้แม่ทำ”

 

“อ้าว ทำไมล่ะครับ ?”

 

“ก็ถ้ารู้ว่าเป็นแม่ที่ช่วยให้เราเข้าไปที่นั่น มันอาจไหวตัวทัน” ซีวานดักทาง “เราต้องให้คนอื่นเป็นนกต่อพาเข้าไปแทน”

 

           “อาว่าเราควรปรึกษาพ่อแม่ก่อน” อาแทรกขึ้น “ดีกว่าคิดแผนเองแล้วให้น้องไปเสี่ยงแบบนี้”

 

           “ผมเสี่ยงตรงไหนครับอา ก็แค่คุยกับแซคเองนี่”

 

           “แต่เราก็รู้ว่าหมอนั่นมันจ้องจะงาบเราอยู่ ถ้ากลับไปหามันคราวนี้มันได้จับเรากินพอดี” เขาย่นคิ้วใส่ “และอารู้ว่าเราอยากเอาคืน แต่แผนนี้มันก็เสี่ยงเกินไป ยังไงก็ต้องรอให้พ่อแม่เขาตัดสินใจก่อน”

 

           “ผมค่อนข้างมั่นใจว่าแม่จะเห็นด้วยกับแผนนี้”

 

           “ไม่เสมอไปหรอกซีน ตอนนี้เราควรคิดถึงความปลอดภัยของเราก่อนสิ” อาปรามเสียงหนัก ฉายชัดถึงความจริงจังให้ได้เห็น “ร่างกายเราไม่แข็งแรง อาจะไม่ยอมให้เราไปเสี่ยงเด็ดขาด”

 

           “ผมก็ไม่ได้จะให้น้องเข้าไปที่นั่นเอง ผมแค่ต้องให้น้องช่วยคุยกับแฟนเก่า”

 

           “อาไปคุยเองก็ได้ อาไม่อยากให้ซีนเจอมัน”

 

           “นี่อาเป็นห่วงซีนหรือว่าหึงน้องกันแน่ครับ ?”

 

           “!!!”

 

           “ทำไมรู้สึกว่าเป็นอย่างหลังมากกว่านะ” ซีวานเลิกคิ้วใส่พาให้ผมหันไปมองอาที่เลิ่กลั่ก รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปนมาดร้ายปรากฏบนใบหน้าพี่ชายผม เขาหรี่ตาลงจับผิดคนตรงหน้า “ก็ไม่แปลก อาต้องหึงซีน่อนอยู่แล้วถึงจะยังไม่ได้คบกันก็ตาม”

 

           “เรื่องนั้น...”

 

           “งั้นเอาเป็นว่ารอคุยกับแม่ก่อนก็ได้ครับ ยังไงพรุ่งนี้แม่ก็ต้องมาเผื่อเราจะมีความคิดที่ดีกว่า จะได้ไม่ทำให้อาหึงซีน่อนด้วย” อาไม่แก้ต่าง “เพราะผมก็ไม่อยากสร้างปัญหาให้อาเหมือนกัน”

 

           “อาแค่เป็นห่วง ซีนไม่ชอบผู้ชายคนนั้น”

 

           “ใช่ครับ เพราะน้องชอบแต่อา”

 

           “เฮ้”

 

           “ชอบจนไม่เหลือที่ให้คนอื่นเลย”

 

           “พี่ อย่าแซวสิครับ” ผมงอแงใส่ถึงแม้ว่าผมจะคลั่งรักอามากเกินไปให้เห็นอยู่แล้วก็ตาม “ผมว่าวันนี้เราเหนื่อยกันมามากแล้วนะ ขึ้นไปพักกันดีกว่า พี่จะได้ดีขึ้นด้วยไง”

 

           “พี่ไม่ได้เป็นอะไร”

 

           “แต่ผมว่าพี่เป็น ผมรู้สึกว่าพี่ใจร้อนเกินไป”

 

           “ทำไม...”

 

           “พี่ดูอันตรายมากรู้ไหม”

 

           “...”

 

   “สารนั่นทำให้พี่ดูเป็นฉลามมากกว่าเป็นพี่ผมนะ ซิล” 

 

*ฝากส่งฟีดแบ็ก #ฉลามซ่อนรัก ด้วยน้า 

LOADING 100 PER 

เบาะแสสำคัญมาจากสายใต้ทะเลลึกที่นำหน้าไปก่อน 

บางสิ่งที่ไม่คาดคิดกำลังจะเกิดขึ้นอีกรอบ 

ต้องรีบบอกเพื่อวางแผนให้แก้ไข แต่เกมนี้มันยากเพราะอีกฝ่ายก็หัวไว 

เกมนี้จะชนะได้ก็ต้องแลกด้วยชีวิตที่คู่ควร 

หวีดลงแท็กด้านล่างเมื่อพูดถึงความแซ่บของนิยายเรื่องนี้ 

#ฉลามซ่อนรัก 

Follow Me 

Twitter : ael_2543 

PAGE : Avery Pie 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว