ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 28 ผิดหวัง

ชื่อตอน : ตอนที่ 28 ผิดหวัง

คำค้น : แต่งงาน, เย็นชา, ภรรยา, นิยายรัก, โรแมนติก, ดราม่า, แอบรัก, เมียจ้าง, พระเอกรวย, พระเอกซึน

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 578

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 10 พ.ค. 2564 17:53 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 28 ผิดหวัง
แบบอักษร

คุณอำภาวางชามรังนกที่ถือมาแล้วรีบวิ่งเข้าไปประคองอัยย์ที่ทรุดลงไปที่พื้น 

เธอตั้งใจจะไปเอารังนกมาขอให้อัยย์กินเพราะกลัวว่าจะเป็นลมเป็นแล้งไป แต่ไม่ทันเสียแล้ว 

“ใครอยู่ตรงนั้น มาช่วยกันหน่อย” คุณอำภาเรียกคนอื่นมาช่วยประคองอัยย์ไปนอนบนโซฟา เธอโทรเรียกหมอก่อนเป็นอันดับแรกแล้วพยายามติดต่อตะวันแต่เขาก็ปิดเครื่อง 

คุณอำภาหันรีหันขวาง ถ้าแค่เป็นลมธรรมดา เธอก็คงจะไม่กังวลแต่นี่มีทายาทของตระกูลอยู่ในท้อง ถ้าไม่รายงานให้ใครสักคนรู้ ความซวยก็จะมาตกที่เธอแน่นอน 

“หา...อัยย์เป็นลม” คุณลลิลแทบทำโทรศัพท์หล่นเมื่อได้ฟังสิ่งที่คุณอำภาบอก ลูกสะใภ้ของเธอเป็นลมแต่ลูกชายดันติดต่อไม่ได้เสียนี่ “เดี๋ยวฉันจะรีบไป” 

กว่าคุณลลิลจะไปถึง อัยย์ก็ถูกย้ายไปไว้ในห้องนอนโดยมีหมอประจำครอบครัวก็กำลังตรวจอยู่ เธอได้แต่ยืนรออยู่ห่างๆ แล้วหันไปกวักมือเรียกคุณอำภามาถาม “ตะวันไปไหน?” 

“อำภา...ไม่รู้จริงๆ ค่ะ” คุณอำภาหน้าเสีย “ได้ยินว่านัดทานข้าวเย็นกับคุณตะวันไว้แต่รอเท่าไหร่ก็ไม่เห็นเธอมาเสียที” 

“แล้วทำไมปล่อยให้คนท้องหิว?” 

“ช่วงกลางวันเธอทานอะไรไม่ได้เลยค่ะ เหม็นไปหมด ทานได้แต่พวกของเปรี้ยว นี่อำภากำลังจะไปเอารังนกมาให้ลองทาน แต่ก็เป็นลมไปเสียก่อน” 

คุณลลิลขมวดคิ้ว “ไม่อ้วกใช่ไหม ตอนที่แพ้ท้องตะวัน ฉันก็ไม่ค่อยอ้วกแต่อยากกินของเปรี้ยวๆ ตลอด” เธอยิ้มออกมาเมื่อคิดเอาเองว่าอัยย์แพ้ท้องแบบเดียวกับที่เธอเคยเป็นตอนท้องตะวัน ถ้าเป็นแบบนั้นหลานคนนี้คงจะออกมาเหมือนพ่อสินะ..... 

 

หมอกลับไปแล้ว คุณลลิลได้แต่มองลูกสะใภ้ที่นอนหน้าซีดอยู่บนเตียง เธอค่อยๆ เดินออกมาจากห้องแล้วยืนซับน้ำตา 

“คุณร้องไห้ทำไมคะ หมอบอกว่าเธอไม่ได้เป็นอะไรนะคะ เป็นอาการแพ้ท้องทั่วไป” 

“เปล่า....ฉันไม่ได้กังวลเรื่องนั้น แต่พอเห็นภาพเธอนอนอยู่แบบนั้น แต่ตะวันกลับไม่ได้อยู่ข้างๆ เธอ แล้ว....” 

คุณอำภาที่อยู่กับครอบครัวนี้มานานและรู้เห็นในทุกๆ เรื่อง เข้าใจในทันทีว่าคุณลลิลกำลังคิดอะไรอยู่ 

“คุณอย่าร้องไห้สิคะ เรื่องมันผ่านมานานหลายปีแล้ว ตอนนี้ทุกอย่างกำลังเป็นไปได้ด้วยดี ลืมอดีตเสียเถอะค่ะ” 

“ฉันรู้ แต่พอเห็นแล้วมันก็อดคิดถึงเรื่องนั้นไม่ได้” คุณลลิลซับน้ำตา แต่จู่ๆ สีหน้าของเธอก็เปลี่ยนไปบูดบึ้งเมื่อนึกถึงลูกชายที่ป่านนี้ยังไม่ปรากฏตัว  

“ตะวันนี่มันเกินไปจริง ปล่อยให้เมียที่ท้องอ่อนๆ รอกินข้าวจนเป็นลม ยังไม่โผล่หัวกลับมา อย่าให้ฉันรู้นะว่าหายไปกลับใคร ฉันจะตามไปแหกอกให้”  

ลำดับความสำคัญในหัวใจของคุณลลิลนั้นเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง แม้แต่ลูกชายคนเดียวที่เคยรักและเกรงใจหนักหนาก็ยังสำคัญไม่เท่ากับหลานที่อยู่ในท้องลูกสะใภ้.... 

“รู้หรือเปล่าว่าตะวันอยู่ไหน?” 

“ไม่รู้ค่ะเธอโทรศัพท์ของเธอปิดเครื่อง” 

เสียงรถที่แล่นเข้ามาทำเอาทั้งคู่ต้องหันมามองตากัน แน่นอนว่าจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจาก.......ตะวัน 

ทั้งคู่รีบเดินลงไปข้างล่าง แล้วก็เจอเข้ากับตะวันที่ยังไม่รู้สถานการณ์กำลังเดินเข้าบ้านอย่างช้าๆ 

“แม่มาทำอะไรที่นี่ครับ” ตะวันก้มลงมองนาฬิกา มันดึกเกินกว่าจะไปมาหาสู่กันแล้ว  

คุณลลิลทำหน้าตึงแล้วเอ่ยปากประชดประชัน “ก็ต้องมาดูแลลูกสะใภ้ที่เป็นลมไง คนท้องอยู่บ้านคนเดียวไม่มีใครมาเหลียวแล ถ้าแม่ไม่มาแล้วใครจะมา ขนาดสามียังเพิ่งโผล่มาเลย” 

ใบหน้าของตะวันมืดลงทันทีที่ได้ยินว่าอัยย์เป็นอะไร เขาละความสนใจจากแม่แล้วรีบเดินขึ้นไปที่ชั้นบน แต่ก่อนที่เขาจะเข้าไปในห้องนอน คุณลลิลที่เดินตามมาก็เอาตัวเข้ามาขวางไว้ 

“แม่ทำอะไรครับ?” สีหน้าของตะวันนั้นเริ่มมึนตึงเพราะไม่พอใจที่ถูกขัดขวาง แวบนั้นคุณลลิลก็เห็นมัน เงาของใครคนนั้นบนใบหน้าของเขา... 

“แม่แค่อยากจะถามเรา” 

“ไว้พูดกันทีหลังได้ไหมครับ ขอผมไปดูอัยย์ก่อน”  

ท่าทีร้อนใจของเขาทำให้คนเป็นแม่รู้สึกสับสน ถ้าเป็นห่วงอัยย์ขนาดนี้ ทำไมถึงจงใจปล่อยให้เธอรอเก้อ  

ตลอดมื้ออาหารวันนี้ ตะวันแทบไม่มีสมาธิเลย สมองของเขาเอาแต่วนกลับไปคิดเรื่องเมื่อเช้า เสียงลูน่าที่นั่งคุยอยู่ข้างๆ กลายเป็นลมที่ผ่านหู เขาจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าเธอพูดอะไรบ้าง 

อาหารที่ว่าอร่อยหนักหนา เขากลับไม่รู้รสชาติของมันเลย หัวใจที่หนักอึ้งทำให้เขาตัดสินใจกลับก่อนเวลาที่ตั้งใจไว้เสียด้วยซ้ำ แต่น่าเสียดายที่ท้องถนนในคืนนี้ กลับแน่นขนัดเสียจนเขาต้องติดอยู่บนนั้นนานนับชั่วโมง 

“แม่จะไม่หลีกจนกว่าเราจะพูดกันให้เข้าใจ” ท่าทียืนยันหนักแน่นของเธอ ไม่ใช่สิ่งที่เขาเคยเห็นมาก่อน  

แต่วันนี้มันต่างออกไป ตะวันกำลังจะมีลูก คุณลลิลกลัวว่าถ้าไม่เตือนเอาไว้ก่อน เขาอาจจะทำอะไรผิดพลาดไปก็ได้ 

จากความร้อนใจกลายเป็นความรำคาญ ตะวันเม้มปากพยายามไม่แสดงสีหน้ารำคาญออกมา “แม่ต้องการจะพูดอะไรครับ?” 

“คืนนี้เราไปไหนมา? แม่ได้ข่าวว่าลูน่ากลับมาแล้ว ลูกไปกับเด็กคนนั้นเหรอ?” 

“ใช่ครับ” 

“ไหนว่าคิดกับเธอแค่น้องไงแล้วทิ้งเมียไปหาเขาแบบนี้ จะให้แม่คิดยังไง?” 

“แม่ครับผมแค่ไปกินข้าวกับเพื่อนๆ ส่วนลูน่าก็แค่ตามพี่ชายเธอไปเท่านั้น” 

น่าแปลกที่คุณลลิลทำท่าเหมือนไม่อยากจะเชื่อลูกชาย เธอมองเขาเหมือนอยากจะจับผิด แต่ตะวันก็คือตะวัน ถ้าเขาไม่ต้องการเปิดเผยความรู้สึกออกไป คนที่ยืนอยู่ตรงหน้าก็จะเห็นได้แค่ความเย็นชาเท่านั้น 

แม้แต่คนที่เป็นผู้ให้กำเนิดก็ไม่เว้น...............  

หลังจากมองอยู่นานแล้วไม่พบอะไร คุณลลิลก็ได้แต่ยอมแพ้ 

เธอถอนหายใจ “ตะวัน...ผู้หญิงคนนั้นก็เหมือนกับแม่ เรื่องวันนี้มันทำให้แม่กลัว กลัวว่าเธอจะต้องเป็นแบบแม่ ที่ถูกทิ้งไว้คนเดียว ทำใด้แค่นอนรอให้มีคนมาเจอ ถ้าคืนนั้นอำภาเขาไม่มาเจอ ตะวันก็คงไม่ได้มายืนอยู่ตรงนี้นะลูก” 

คุณลลิลที่ตอนนี้มีน้ำตาเอ่อคลอทั้งสองตา เอื้อมมือไปแตะมือลูกชายเบาๆ “ตะวัน...อย่าเป็นแบบเขาเลยนะลูก” น้ำเสียงที่เกือบจะกลายเป็นอ้อนวอนของเธอทำให้หัวใจของตะวันอ่อนยวบลง 

เขาแตะเบาๆ ที่หลังมือของแม่ “แม่ไม่ต้องห่วงนะ ผมจะไม่มีวันเป็นแบบนั้น” 

ได้ยินแค่นั้นคุณลลิลก็พยักหน้า เธอปล่อยมือจากลูกชาย “ได้ยินแค่นี้แม่ก็วางใจ อย่าผิดสัญญากับแม่นะลูก”  

ตะวันเปิดประตูห้องนอน แล้วเดินเข้าไป สิ่งที่แม่เพิ่งพูดไปนั้นกระตุ้นเตือนให้เขาคิดถึงชีวิตในวัยย์เด็ก แต่ความเคลื่อนไหวจากด้านในห้องทำให้เขาต้องรีบสลัดมันออกไปจากหัว 

อัยย์นอนอยู่บนเตียงใบหน้าซีดเซียว ดูเหมือนว่าจะมีบางอย่างรบกวนทำให้เธอนอนกระสับกระส่าย 

ตะวันทรุดตัวลงนั่งข้างๆ เธอ เมื่อมองใบหน้าของเธอชัดๆ เขาก็ต้องกลั้นหายใจ  

น้ำตา........อัยย์ร้องไห้ ต้องเสียใจแค่ไหนนะถึงจะร้องไห้ได้แม้กระทั่งตอนหลับ 

น้ำเกลือที่ไหลทีละหยด ค่อยๆ ถูกส่งผ่านท่อไหลรินมายังท่อนแขนที่ดูบอบบางทำให้ความรู้สึกผิดเข้าจู่โจมหัวใจเขา ตะวันค่อยเอื้อมมือไปลูบใบหน้าของเธอเบาๆ แววเสียใจฉายวาบเข้ามาในดวงตาของเขาก่อนที่จะหายไปหลังจากได้ยินเสียงดังมาจากด้านนอกประตู 

“คุณลลิลกลับไปแล้วนะคะ” 

“อืม” เขาหันกลับมาให้ความสนใจกับคนที่อยู่ตรงหน้า แล้วใช้นิ้วเช็ดน้ำตาออกจากหางตาของเธอ 

ดูเหมือนว่าใครต่อใครต่างก็มีเรื่องที่อยากจะพูดกับเขามากเหลือเกิน คุณอำภายังคงปักหลักอยู่หน้าประตูห้อง เธอบอกเล่าเรื่องราวจากหลังประตู บรรยากาศที่เงียบสงัดทำให้ตะวันได้ยินชัดทุกคำ 

“เธอแพ้ท้องมาทั้งวัน กินอะไรก็ไม่ค่อยได้เหม็นไปหมด พอตอนเย็นก็ไม่ยอมกินอะไรเข้าไป บอกแต่ว่าจะรอคุณ คุณบอกเธอแล้วว่าจะกลับมา เธอก็เอาแต่รออยู่อย่างนั้น” 

ถ้าคุณอำภาได้เห็นใบหน้าของตะวันตอนนี้ เธอก็คงจะนิ่งไปเพราะใครจะคิดว่าคนที่แสนเย็นชาอย่างตะวันจะดูเจ็บปวดได้ถึงขนาดนี้” 

พอได้บอกเขาอย่างที่ต้องการแล้ว คุณอำภาก็เดินจากไป เธอไม่กล้าเดินเข้าไปในห้องเพราะไม่รู้ว่าตะวันจะตอบรับกับสิ่งที่ได้ยินในรูปแบบไหน แต่เธอต้องบอกเพราะไม่อยากให้ครอบครัวนี้ต้องเจอเรื่องราวอันน่าเศร้าอีก 

น้ำเกลือใกล้จะหมดแล้ว ตะวันเดินไปหยิบกล่องปฐมพยาบาล หลังจากเตรียมสำลีชุบแอลกอฮอล์เสร็จแล้วเขาก็ค่อยๆ ถอดมันออกจากแขนเธอ ตะวันจัดแจงเก็บข้าวของราวกับเป็นพยาบาลส่วนตัวของเธอ 

ตะวันอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าอย่างเบาที่สุด แล้วค่อยๆ ขึ้นไปนอนข้างๆ เธอ เขากอดเธอไว้แนบอกแล้วหลับไป 

อัยย์ที่หลับอยู่รู้สึกกระสับกระส่าย ในตอนแรกเธอรู้สึกหนาวจนแทบสั่น แต่หลังจากนั้นก็รู้สึกเหมือนมีเตาอุ่นๆมาตั้งอยู่ข้างกายเพื่อไล่ความเหน็บหนาวออกไป แต่ถึงอย่างนั้นความรู้สึกอึดอัดกลับเข้ามาแทนที่ เธอรู้สึกเหมือนมีของหนักๆ มาทับที่เอว  

ผีอำเหรอ?............ 

อัยย์พยายามพลิกตัวหนีน้ำหนักที่ทับเธออยู่อย่างอยากลำบาก แต่พอหนีออกมาได้นิดเดียวก็ถูกดึงกลับเข้าไปอีก คราวนี้มันทำให้อัยย์ตื่นเต็มตา 

เธอไม่ได้ถูกผีอำและไม่ได้ฝันไป มีแขนของใครบางคนพาดอยู่ที่เอวของเธอ หลังของเธอสัมผัสกับแรงสั่นสะเทือนจากหน้าอกที่กำลังหายใจเข้าออกอย่างสงบ 

เมื่อคิดได้แล้วว่าคนที่นอนอยู่ข้างหลังเป็นใคร หัวใจของอัยย์ก็ร้อนรุ่ม แขนของเขากลายเป็นก้อนถ่านร้อนๆ ที่เธออยากจะโยนทิ้งไปให้ไกล  

แม้หัวใจจะไม่สงบ แต่อัยย์ก็หลับตาแล้วพยายามนอนนิ่งๆ เธอกลัวเขาจะตื่นขึ้นมา เธอไม่พร้อมที่จะเผชิญหน้ากับเขา แต่ดูเหมือนว่าความปรารถนาของอัยย์จะไม่เป็นผล  

ตะวันตื่นแล้ว........... 

เขาเอื้อมมือไปลูบหัวเธอเบาๆ “ตื่นแล้วเหรอ?” 

อัยย์ : ………………….. 

ตะวันพลิกตัวขึ้นมามองหน้าเธอ แต่อัยย์ที่เม้มปากเน่นรีบเบือนหน้าหนี ยิ่งเห็นหน้าเขายิ่งได้ยินเสียงเขา หัวใจของเธอก็ปวดร้าวไปหมดแล้ว 

ตะวันพลิกร่างเธอให้หันไปเผชิญหน้ากับเขา แล้วเชยคางเธอจนพวกเขาสบตากัน 

“คุณไม่อยากเห็นหน้าผมเหรอ” น้ำเสียงทุ้มๆ ที่เจือความแหบพร่าทำให้เธอรู้สึกว่ากำลังเข้าใกล้อันตราย 

อัยย์ยิ้มอย่างซีดเซียว “ฉันจะกล้าทำแบบนั้นได้ยังไงกันคะ” 

ใช่แล้ว........เธอกล้าดียังไง  

กล้าที่จะไปคาดหวังอะไรจากเขาได้ยังไง? 

ในเมื่อไม่มีสิทธิ์หวัง เธอก็ไม่มีสิทธิ์โกรธ ไม่มีสิทธิ์ที่จะเรียกร้องอะไร  

เธอมีหน้าที่แค่ทำตามสัญญาก็พอ............ทุกอย่างมันเป็นเรื่องของธุรกิจ 

“ไม่กล้าอย่างนั้นเหรอ” เขาบีบคางของเธอแรงขึ้นเล็กน้อย “ผมว่าคุณกล้านะ” น้ำเสียงของเขาเจือความโมโห ความโมโหที่แม้แต่ตัวตะวันเองก็ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไร เธอกำลังตั้งท้องอยู่และนี่ไม่ใช่สถานการณ์ที่เขาจะโกรธเธอได้เลย 

แต่ดวงตาที่ว่างเปล่าและไร้วิญญาณของเธอ จุดความโมโหในใจเขา ความใกล้ชิดที่เพิ่งก่อตัวได้ไม่กี่วันถูกทำลายลงอย่างสิ้นเชิง บางสิ่งในใจของพวกเขาค่อยๆ ห่างกันไปทีละเล็ก ทีละน้อย 

อัยย์บิดปากแล้วหัวเราะในลำคอ เป็นเสียงหัวเราะที่ทำให้ตะวันรู้สึกเหมือนถูกเหยียดหยาม 

“คุณคิดผิดแล้วล่ะค่ะ ฉันเป็นแค่ผู้หญิงที่ถูกครอบครัวเก่าเฉดหัวออกมา ฉันต้องสำนึกบุญคุณของคุณให้มาก จะกล้าทำตัวแบบนั้นกับคุณได้ยังไงคะ” 

เห็นได้ชัดว่าเธอโกรธเพราะพอพูดเสร็จ อัยย์ก็เม้มริมฝีปากแน่นแล้วหลุบตาเพื่อเลี่ยงสายตาของเขา 

“ไอริณ” ชื่อของเธอที่ถูกเขาเรียกด้วยเสียงต่ำๆ ทำให้อัยย์รู้สึกกลัวขึ้นมา 

“อย่าได้คิดที่จะหลบหน้าผม” ทันใดนั้นเขาก็กดจูบลงมาที่ริมฝีปากเธอ มือของเขาจับศีรษะของเธอไว้ เพื่อป้องกันการหลบหลีก จูบที่เหมือนการลงโทษทำให้อัยย์รู้สึกอึดอัดและเจ็บปวด  

“อย่า...” เธอพยายามปฏิเสธเขาและเบือนหน้าหนี แต่ตะวันก็ยังบังคับให้เธอรับจูบที่รุนแรงจากเขา 

ราวกับว่าเขาต้องการระบายความรู้สึกทั้งหมดผ่านทางจูบจนมองข้ามปฏิกิริยาของเธอ 

อัยย์ที่ต้องการเป็นอิสระ ทุบมือลงบนหน้าอกของเขาอย่างหมดหวัง แต่ความแข็งแกร่งของตะวันนั้นมีมากเกินกว่าที่เธอจะขัดขืนได้  

เมื่อสัมผัสได้ถึงบางสิ่งที่แข็งแรงกำลังกดลงมาที่หน้าท้อง อัยย์ก็ตัดสินใจตีลงไปที่ข้างแก้มเขา แม้มันจะไม่แรงนักแต่ก็ทำให้ตะวันตกใจจนนิ่งไป 

เธอตบเขาอย่างนั้นเหรอ......... 

อัยย์อาศัยจังหวะนั้นขยับตัวหนี เธอถอยไปนั่งซุกตัวอยู่ที่มุมหนึ่งของเตียง ต่างฝ่ายต่างมีสีหน้าผิดหวังในเหตุผลที่แตกต่างกันไป 

เธอรู้สึกผิดหวังและเสียใจที่เขาไม่ตระหนักว่าเธอผ่านอะไรมาและกำลังอยู่ในสภาพไหน ตะวันที่ยึดเอาความต้องการเป็นที่ตั้งจะมาบีบบังคับให้เธอตอบสนอง ทั้งๆ ที่ยังไม่พร้อมไม่ได้......เขาไม่ควรทำกับเธอแบบนี้ 

ฟากตะวันนั้นผิดหวังที่อัยย์ปฏิเสธและต่อต้านจนถึงขั้นตบเขา ไม่เคยมีใครกล้าปฏิเสธเขาแบบนี้ ยิ่งคนที่ได้ชื่อว่าเป็นภรรยาเขาด้วยแล้ว......เธอไม่ควรจะทำกับเขาแบบนี้ 

วี่แววความโกรธที่ส่งผ่านสายตาของเขาทำให้อัยย์กลัว สัญชาตญาณที่ต้องปกป้องลูกทำให้เธอขดตัวแน่นแต่แล้วความคลื่นเหียนก็โจมตีเธอ อัยย์เอื้อมมือมาปิดปากตัวเองไว้แน่นแล้วรีบวิ่งไปที่ห้องน้ำ 

เสียงอ้วกของเธอทำให้เขาได้สติ ความโมโหที่ก่อตัวค่อยๆ จางหาย เขาไม่ควรจะทำกับผู้หญิงที่กำลังตั้งท้องแบบนี้ 

ตะวันค่อยๆ ลุกจากเตียงแล้วเดินตามไปดูเธอที่ห้องน้ำ มองจากด้านหลังเธอดูอ่อนแอและผอมลงอย่างเห็นได้ชัด 

อัยย์ในตอนนี้นั่งอยู่ที่พื้นห้องน้ำด้วยท่าทีอ่อนแรง แขนของเธอเกาะอยู่กับโถส้วม ตะวันเม้มปากที่เริ่มสั่นเอาไว้ 

เขาทำอะไรลงไป กับผู้หญิงที่น่าสงสารคนนี้...... 

 

 

……………………………………………………... 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว