ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่6 รู้สึกดี แค่พี่ชาย

ชื่อตอน : ตอนที่6 รู้สึกดี แค่พี่ชาย

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 89

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 03 ก.ค. 2564 19:34 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่6 รู้สึกดี แค่พี่ชาย
แบบอักษร

“เมื่อคืนวันเกิดเพื่อนที่ทำงานค่ะ มายด์เห็นว่ามันดึกก็เลยนอนค้างบ้านเพื่อน” 

“อะไรนะ!! นอนค้างบ้านเพื่อน” มุกดาขึ้นเสียงสูงและฉายแววตาสงสัย 

“ค่ะ  มายด์โตแล้วนะคะ มายด์อยากมีสังคมบ้าง ไม่ใช่แค่ทำงาน เรียน แล้วก็กลับบ้าน ”  

คุณมุกดาได้ยินคำตอบก็รู้สึกไม่พอใจ แต่ในขณะเดียวกันก็จุกขึ้นมาในอกเพราะที่ผ่านมานางค่อนข้างจำกัดอิสระภาพของลูกสาว แต่ทว่านางก็ยังไม่เชื่อซะทีเดียว นางยืนกอดอกแล้วจ้องมองสมาร์ทโฟนสื่อความหมาย มายด์รู้ดีว่ามารดาไม่เชื่อถ้าไม่ได้ยินจากปาก ทันใดนั้นมายด์ก็หยิบสมาร์ทโฟนของเธอแล้วกดเบอร์โทรหาไอซ์ และทันทีที่เพื่อนโทรมา ไอซ์ก็รีบรับสายทันที 

(“ มายด์ แกหายไปไหน จะกลับก็ไม่บอก พี่คชาเป็นห่วงแกมากนะมายด์”) 

(“ไอซ์ ตอนนี้ถึงตาแกต้องช่วยฉัน”) มายด์พูดเสียงเบาทว่าคนทางโน้นได้ยิน มายด์ยื่นสมาร์ทโฟนให้มารดา นางรีบคว้ามาพูดทันที 

(“ไอซ์ เมื่อคืนมายด์นอนบ้านไอซ์เหรอลูก”) 

(“ค่ะ ค่ะ ฉลองวันเกิดนิดหน่อย ขอโทษค่ะคุณแม่ที่ไม่ได้ขออนุญาต”) มือไอซ์เย็นเฉียบขณะพูดสาย  

(“งั้นแม่ก็หายห่วง”) มุกดากดวางสายแล้วยื่นสมาร์ทโฟนคืนให้ลูกสาว ทว่าแววตาของนางยังคงสงสัย แต่ก็ต้องปล่อยเหตุการณ์นี้ไปเพราะไม่อยากทะเลาะกันจนใหญ่โตเหมือนครั้งก่อน 

“มายด์ขอตัวก่อนนะคะ มายด์มีเรียน” 

“อืม…เดี๋ยว” 

“คะ” 

“ห้ามแกติดต่อกับเมฆเด็ดขาด ฉันขอเตือนแกครั้งสุดท้าย ถ้าแกยังเห็นฉันเป็นแม่แกอยู่ แกคงไม่อยากเห็นฉันใจร้ายใช่มั้ย แกก็รู้ว่าฉันทำได้ทุกอย่าง” คุณมุกดาจ้องมองลูกด้วยแววตาจริงจังท่าทางเด็ดขาด 

“ค่ะ” มายด์ตอบ แล้วรีบเดินเข้าไปในห้อง สองมือรีบนำกล่องเสื้อผ้าชุดสวยเก็บเข้าตู้ไว้ในที่ลับตา จากนั้นเธอก็รีบจัดแจงตัวเองไปที่มหาวิยาลัย  

    ••แค่พี่ชาย•• 

มายด์!!มายด์!! นี่แกจะรีบไปไหน รอฉันด้วยสิ” ไอซ์ตะโกนเรียกเพื่อนตามหลัง ขณะที่มายด์เดินอย่างเร่งรีบเพื่อไปให้ถึงที่ป้ายรถเมล์โดยเร็ว 

“ไว้คุยกันพรุ่งนี้นะ ไม่อยากเข้างานสาย” มายด์หันไปตะโกนบอก โดยไม่ทันระวัง เธอเดินสะดุดขอบฟุตบาทล้มลงหัวเข่ากระแทกพื้น 

“ว๊าย!!”  

“มายด์!!” แต่ทว่าคชาก็โผล่มาคว้าแขนเล็กไว้ทัน ทำให้เธอล้มลงไม่แรงมากนัก  จังหวะนั้นมายด์เงยหน้า แล้วค่อยๆลุกยืนโดยมีคชาช่วยประคอง ขณะเดียวกันไอซ์ก็เดินอย่างเร่งรีบมาหาเพื่อน 

“เจ็บหรือเปล่าแก” ไอซ์แสดงสีหน้าเป็นห่วง 

“ไม่” มายด์ตอบแล้วยกมือปัดคราบดินที่เปื้อนกระโปรง 

“ดีนะที่พี่คชามาทัน  แกไม่เป็นอะไรแน่นะ” ไอซ์ถามอีกครั้ง 

“อืม...ขอบคุณพี่คชามากนะคะ มายด์ขอตัวก่อนค่ะ” มายด์รีบเดิน แต่ทว่าก็ถูกไอซ์รั้งไว้ 

“มายด์ ถ้าแกรีบขนาดนั้นก็ให้พี่คชาไปส่งสิ พี่คชาเค้าว่าง พี่คชาไปส่งมายด์ที่ทำงานได้ใช่มั้ยคะ” 

“ได้สิ งั้นมายด์รออยู่ตรงนี้พี่จะไปขับรถมารับ” คชายิ้มกว้าง และยังไม่ทันที่จะเดินไปถึงรถ ก็ปรากฏรถเก๋งคันโก้คุ้นตาขับมาจอดเทียบ ทั้งคชากับไอซ์หันไปมองเป็นตาเดียวกันด้วยความแปลกใจ และยังไม่ได้เอ่ยถาม คนในรถก็เปิดประตูลงมาด้วยท่าทางสมาร์ท  

“พี่เมฆ! พี่เมฆมาทำอะไรที่นี่คะ” มายด์เอ่ยถามด้วยความแปลกใจเพราะเขาพึ่งมาส่งเธอเมื่อเช้า 

“ก็มารับมายด์น่ะสิ ต่อไปนี้พี่จะไปรับไปส่งมายด์เอง ไปเถอะขึ้นรถเดี๋ยวรถติด” เมฆไม่รอคำตอบ เขาเดินไปเปิดประตูรถให้มายด์เข้าไปนั่ง ขณะเดียวกันรถก็เริ่มติดและบีบแตรดัง ร่างบอบบางที่กำลังยืนชั่งใจก็รีบเข้าไปนั่งในรถทันที 

คชากับไอซ์ได้แต่มองหน้ากันสลับไปมาเมื่อรถเก๋งขับเคลื่อนออกไปกระทั่งพ้นสายตา และคชาก็เกิดความสงสัย 

“ไอซ์!” 

“คะ” 

“ไหนว่ามายด์ไม่ยุ่งเกี่ยวกับคนบ้านเมฆคินทร์ไง พี่ชายก็เป็นแค่อดีต แล้วทำไมผู้ชายคนนั้นถึงได้วนอยู่รอบตัวมายด์ หรือว่า…” คชาขมวดคิ้ว แววตาครุ่นคิด 

“หรือว่า…ว่าอะไรคะ”  

“ที่ผู้ชายคนนั้นกลับมา และพยายามสนิทสนมกับมายด์เพราะชอบมายด์ เลยเอาเหตุผลเรื่องพี่ชายมาอ้าง” คชามีสีหน้าตึงเครียด ขณะที่อีกฝ่ายโพร่งปากพูดดั่งใจคิด 

“ถ้าอย่างนั้นพี่คชาก็แห้วสิคะ” 

“ไอซ์! ไอซ์เชียร์พี่ใช่มั้ย” เขาถามย้ำสีหน้าจริงจัง 

“ค่ะ” 

“ขอบใจ แล้วพี่จะตอบแทนน้ำใจของไอซ์แน่นอน” 

“ค่ะ งั้นไอซ์กลับก่อนนะคะพี่คชา” เธอหันหลังให้และกำลังจะก้าวเท้าเดิน 

“เดี๋ยวพี่ไปส่ง ไหนๆก็กลับทางเดียวกันอยู่แล้ว” 

“ค่ะ ขอบคุณค่ะ” 

เมฆขับรถมาถึงครึ่งทาง สายตาเขาเลือบเห็นหัวเข่าของมายด์ถลอกและมีเลือดซิบ คนตัวโตเลยตัดสินใจจอดรถชิดขอบทางตรงที่ปลอดภัยในแหล่งชุมชน 

“เดี๋ยวพี่มา” เขาเปิดประตูลงจากรถอย่างเร่งรีบแล้วเดินไปที่ร้านขายยา  

มายด์นั่งรออยู่ในรถใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว ดวงตาคู่สวยจ้องดูเวลาที่คอนโซลหน้ารถสลับกับมองด้านนอก นึกถึงคำพูดเด็ดขาดของมารดาเมื่อเช้า  กระทั่งเมฆเดินกลับมาที่รถ เขาเดินมาฝั่งเธอนั่ง แล้วเปิดประตูรถจนกว้าง ร่างสูงย่อตัวลงนั่งยองๆแล้วประสานนัยน์ตากลมดำขลับ 

“ไม่รู้สึกเจ็บเลยหรือไง” 

“อะไรคะ” มายด์ทำหน้างุนงง ทว่าเมฆถอนหายใจแล้วยื่นมือจับข้อเท้าเล็กดึงให้เธอหันมาเผชิญหน้า แล้วหยิบถุงยาที่ซื้อมา จากนั้นก็หยิบสำลีชุบแอลกอฮอล์  

“ทนแสบหน่อยนะ” เมฆค่อยๆใช้สำลีเช็ดที่หัวเข่าของเธอเบาๆพร้อมกับปากเป่า มายด์สะดุ้งเล็กน้อยกระทั่งเขาแปะพลาสเตอร์ลงบนหัวเข่าทั้งสองข้างเสร็จ เมฆส่งถุงยาให้ 

“ขอบคุณค่ะ” มายด์รับไว้ 

“อย่าลืมทายา ถ้าเป็นแผลเป็นเดี๋ยวไม่สวย” เมฆกลับมานั่งฝั่งคนขับแล้วขับรถวนกลับทันที 

“พี่เมฆ พี่เมฆกลับรถทำไมคะ มายด์เข้างานสายมากแล้วนะคะ” 

“ต่อไปนี่ไม่ต้องไปทำงานที่นั่นอีก ถ้ามายด์อยากได้เงิน มายด์ก็มาทำงานกับพี่ มายด์อยากได้เงินเดือนเท่าไหร่ พี่ให้มายด์ได้เท่าที่มายด์ต้องการ” 

”มายด์จะทำงานที่นั่นค่ะ ถ้าพี่เมฆไม่ขับรถไปส่งมายด์ก็จอดค่ะ มายด์ไปเองได้ค่ะ” เธอฉายแววตาจริงจรังและแน่วแน่ อีกทั้งสายตายังจ้องมองใบหน้าครามคมอย่างไม่ลดละ จนร่างสูงรู้สึกอึดอัด เมฆตัดสินใจเบรกรถกระทันหันจอดรถชิดขอบทางอีกครั้ง มายด์รีบเปิดประตูและลงจากรถทันที  ถึงแม้เธอจะรู้สึกเจ็บหัวเข่า แต่เธอก็เดินไปข้างหน้าโดยไม่คิดจะหันหลังกลับ ในหัวของเธอเต็มไปด้วยภาพของมารดาในอดีตที่เห็นแก่ตัว และทำลายครอบครัวที่เคยอบอุ่นจนพังพินาศ ขณะเดียวกัน เมฆนั่งมองท่าทีที่เปลี่ยนไปของมายด์ ทั้งๆที่ก่อนหน้าดูเหมือนเธอจะเชื่อฟังและไว้ใจเขา แต่ทว่าตอนนี้กลับดื้อรั้นและมีท่าทีห่างเหินไม่เป็นดั่งที่เขาคาดการณ์ไว้ คนตัวโตสูดลมหายใจเข้าออกลึกๆแล้วลงจากรถเดินอย่างว่องไวเพียงไม่กี่ก้าวก็ทันร่างบอบบาง เขาคว้าข้อมือเล็กไว้แน่น แล้วดึงเธอให้หันมาเผชิญหน้ากัน 

“นี่มันเกิดอะไรขึ้น มายด์ดูเปลี่ยนไปนะ” 

“เปลี่ยนยังไงคะ” 

“ดูห่างเหิน ไม่แคร์พี่ ทั้งๆที่สองสามวันที่เราเจอ ยังคุยกันถูกคออยู่เลย เราตกลงกันแล้วไม่ใช่เหรอ ว่าจะสนิทกันให้มากขึ้น แต่ตอนนี้มายด์แสดงท่าทีต่อพี่เหมือนพี่เป็นคนอื่น” เมฆจ้องมองใบหน้าและแววตาของเธอด้วยความสับสน  

“…” ทว่ามายด์ไม่ตอบ เธอเดินหนี  

“มายด์!! เดี๋ยว มายด์!!หยุด พี่บอกให้หยุดไง!! มายด์!! มายด์!!” เมฆตะโกนเรียกเสียงลั่น แต่เธอก็ยังเดินไปเรื่อยๆ เมฆเดินตามเธอให้ทันอีกครั้งแล้วสอดแขนใต้ร่างบอบบางอุ้มลอยขึ้นอย่างรวดเร็ว 

“พี่เมฆ!!ปล่อยมายด์เดี๋ยวนี้นะ ปล่อย!!” 

“ไม่ปล่อย ดื้อแบบนี้ พี่จะทำโทษมายด์” เขาอุ้มเธอกลับมาที่รถอย่างว่องไวและขับต่อไปบนท้องถนน เมฆขับรถวนกลับอีกครั้งและขับไปยังเส้นทางใหม่ ภายในรถเงียบกริบ ไม่มีบทสนทนาสนิทสนมเหมือนก่อน มีเพียงความเงียบบวกกับอาการแสนงอนของทั้งคู่  และความอ่อนเพลียทำให้มายด์เผลอหลับสนิท เมฆใช้โอกาสในขณะที่เธอหลับคิดถึงแผนการณ์อัลแยบยลใหม่อีกครั้ง 

  

รถคันหรูจอดหน้าบ้านพักต่างอากาศที่ถูกดูแลรักษาอย่างดี เมฆลงจากรถเดินมาเปิดประตูฝั่งเธอ 

“มายด์! มายด์!” เมฆเขย่าร่างอรชรเบาๆจนมายด์รู้สึกตัว คนตัวเล็กกระพริบตาถี่แล้วคอยๆกวาดมองบรรยากาศรอบกาย เสียงครื้นทะเล กลิ่นไอของหาดทรายปะทะจมูกโด่งเล็กได้รูป ทันใดนั้นดวงตากลมดำขลับโตวาว  

“ทะเล!” 

“ใช่ทะเล  พี่ขอโทษที่ขึ้นเสียงกับมายด์ พี่ใจร้อนมากเกินไป ก็เลยทำอะไรโดยไม่คำนึงถึงความรู้สึกของมายด์ เอาเป็นว่า ต่อจากนี้ไปพี่จะปรับปรุงและคิดถึงความรู้สึกของมายด์มากกว่านี้” เมฆยื่นมือเกาะกุมมือเล็กไว้หลวมๆ แววตาเศร้า 

“มายด์ก็ผิดค่ะ ที่เอาแต่ใจตัวเองมากไป” เธอบอกเขาขณะหลับตาสนิท ภาพของมารดาที่เดินวนรอบตัวเธอและคำสั่งห้ามเจอเขาโดยเด็ดขาดเป็นอันต้องอันตธานหายไป มีเพียงเสียงในใจที่เธออยากบอกมารดา 

“มายด์ขอโทษค่ะแม่ มายด์ทำอย่างที่แม่ต้องการไม่ได้” 

“มีอะไรไม่สบายใจหรือเปล่ามายด์” เมฆเห็นเธอนิ่งเงียบก็แสดงท่าทีเป็นห่วง 

“ไม่มีค่ะ” 

“งั้นเราไปเดินเล่นกันมั้ย มาทะเลทั้งที” 

“ค่ะ”  

เมฆจับมือเล็กไว้แน่น แล้วพากันเดินสลับวิ่งเล่นบนหาดทรายที่ถูกเกลียวครื้นซัดสาด ตะวันคล้อยต่ำลงเรื่อยๆจนฟ้าเริ่มมืด แต่เขาก็ยังจับมือเธอเดินเล่นบนหาดทราย  

“ที่นี่สงบดีนะคะ พี่เมฆดูเปลือกหอยนี่สิคะสีสวยจังค่ะ” มายด์ย่อตัวลง เธอหยิบเปลือกหอยขึ้นมาให้เขาดู 

“สีเหมือนไข่มุกเลยใช่มั้ยคะ” 

“อืม...” เมฆยิ้มให้เธออย่างอบอุ่นแล้วก็หยุดย่อตัวนั่งยองๆ  

“พี่เมฆทำอะไรคะ” 

“พี่จะให้มายด์ขี่หลังไง มายด์อยากขี่หลังพี่มาตลอดไม่ใช่หรือไง” 

“ตอนนี้ไม่แล้วค่ะ มายด์โตแล้ว ไม่ใช่เด็กเหมือนเมื่อก่อน” เธอย่นจมูกเล็กน้อย แล้วทอดสายตาไปยังท้องทะเลกว้างไร้ขอบเขตเบื้องหน้า 

“หลังพี่ไม่ได้ให้ใครขี่ง่ายๆนะ หนึ่ง สอง สะ”  

“ค่ะ มายด์อยากขี่”  

เมฆยิ้ม แล้วตั้งท่าแข็งแรง มายด์เดินไปชิดแผ่นหลัง แล้วขึ้นขี่บนหลังร่างสูงทันที  

“โอเค ไปแล้วนะ” เขาแบกร่างเล็กไว้มั่น แล้วพาเธอวิ่งต้านลมทะเล และเดินลงน้ำทะเลในที่สุด มายด์เห็นก็ตกใจเพราะเธอมีอดีตที่ฝังใจในวัยเด็ก  

“พี่เมฆ!! ไม่นะคะ มายด์กลัว พี่เมฆ!!”  

“ที่มายด์กลัวเป็นเพราะพี่ พี่จะรับผิดชอบในสิ่งที่พี่ทำ มายด์สูดลมหายใจเข้าออกลึกๆ หลับตา โอเค แบบนั้น เท้ามายด์กำลังจะอยู่ในน้ำทะเล พี่อยู่กับมายด์ตรงนี้มายด์ไม่ต้องกลัว” เขาค่อยๆปล่อยร่างเล็กลงจากแผ่นหลัง 

“พี่เมฆ!” คนตัวเล็กสั่นเทิ้มหวาดกลัว 

“ไม่เป็นไร ค่อยๆยืน แบบนั้น ใช่ แบบนั้น ”  

มายด์ทำตามที่เขาบอก จนเท้ายืนอยู่ในน้ำทะเลบนพื้นทรายได้ครู่หนึ่ง เมฆก็พลิกตัวและหันมาเผชิญหน้ากับเธอ แววตาสองคู่ประสาน ทันใดนั้นร่างอรชรก็เหมือนตกอยู่ในภวังค์ เมฆวางปลายนิ้วโป้งบนกลีบปากเล็กจิ้มลิ้ม  

“มีใครเคยบอกหรือเปล่า ว่ามายด์สวยแล้วก็น่ารัก” 

“มะไม่มีค่ะ” 

“มายด์เคยมีแฟนหรือเปล่า” 

“ทำไมพี่เมฆถึงถามมายด์แบบนี้ล่ะคะ” 

“ก็มายด์ออกจะสวย น่ารักขนาดนี้ คงไม่มีผู้ชายคนไหนมองข้ามมายด์หรอก ถ้าไม่นับคชาอะไรนั่น มายด์คงมีผุ้ชายมาจีบเยอะสินะ” 

“ค่ะ หัวกระไดไม่แห้งเลยล่ะค่ะ”  

“นี่หมายความว่า มายด์เคยมีแฟนก่อนหน้าคชานั่นอีกเหรอ”  

“พี่เมฆตกใจอะไรคะ มายด์ล้อเล่น มายด์ไม่มีแฟนหรอกค่ะ มายด์ไม่มีเวลาคบใคร” 

“ดีแล้วล่ะ”เมฆเผยรอยยิ้มกรุ้มกริ่ม แล้วครื้นทะเลก็ซัดเข้าหาทั้งคู่จนเปียกไปทั้งตัวจนถึงศีรษะ 

“แคร่กๆ” คนตัวเล็กสำลักไอจนตัวโยน มือเล็กคว้ามือใหญ่บีบไว้แน่น 

“มายด์เป็นอะไรหรือเปล่า แสบตามั้ย” 

“นิดหน่อยค่ะ” 

“เปียกไปหมดแบบนี้เดี๋ยวเป็นหวัด ไปเถอะ” เขาแสดงสีหน้าเป็นห่วง ในขณะที่เธอพยักหน้า แล้วทั้งคู่ก็พากันเดินกลับไปที่บ้านพัก  

        

                                                                ••รู้สึกดี•• 

ถึงบ้านพัก เมฆเดินไปเปิดท้ายรถแล้วหิ้วกระเป๋าเดินทางใบย่อมออกมา อย่างว่องไว จากนั้นเขาก็เดินมาประชิดตัวเธอ 

“เราจะค้างที่นี่ เข้าบ้านเถอะเดี๋ยวไม่สบาย” เมฆยิ้ม แล้วรีบเดินไปเปิดประตูบ้าน  

“ค้าง!!” มายด์มีสีหน้ากังวล   

“ใช่! ค้าง! ถึงจะมาทะเลแบบปุบปับไปหน่อย แต่มาถึงแล้วก็ต้องเที่ยวให้หน่ำใจก่อนสิค่อยกลับ  เข้าบ้านเถอะเดี๋ยวไม่สบาย เรื่องเสื้อผ้าไม่ต้องห่วง พี่ซื้อมาให้แล้ว”  เมฆยิ้ม แล้วพาเธอเดินเข้าไปในบ้าน  

มายด์กวาดสายตามองภายในบ้านขนาดพอดีและตกแต่งด้วยโทนสีน้ำตาลอ่อนลงตัวด้วยความสงสัย เพราะที่นี่ไม่ใช่บ้านพักต่างอากาศที่เธอเคยมาในวัยเด็ก  

“บ้านใครเหรอคะ” 

“บ้านพี่เอง พี่พึ่งซื้อ ใกล้กรุงเทพฯดี มายด์อยากมาเมื่อไหร่ก็ได้ พี่ตั้งใจซื้อให้มายด์” เขาพาเธอเดินมาที่ห้องนอน 

“เดี๋ยวมายด์อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า ส่วนชุดนักศึกษาเดี๋ยวพี่เอาไปซักให้” เมฆนั่งบนเตียงแล้วหยิบเสื้อยึดคล้ายเดรสยาวพร้อมกับถุงกระดาษให้ เธอรับไว้แล้วมองร่างสูงด้วยแววตาสงสัย 

“ดูเหมือนพี่เมฆเตรียมทุกอย่างไว้เลยนะคะ”  

“ก็พี่มีน้องสาว ไม่ใช่ตัวคนเดียวเหมือนเมื่อก่อน ก็ต้องรอบคอบ” 

“ขอบคุณค่ะ” มายด์รีบเดินเข้าห้องน้ำพร้อมกับผ้าขนหนูและเสื้อผ้าที่เขาเตรียมให้ ทันทีที่เธออยู่ในห้องน้ำ ร่างสูงก็รีบเดินออกไปจากห้อง เขาใช้ห้องน้ำด้านนอกจัดการกับตัวเองจนเรียบร้อย และอยู่ในชุดเสื้อยืดกางเกงขายาวสีน้ำเงิน เมฆกลับเข้ามาในห้อง เขาหยิบผ้าขนหนูเช็ดเส้นผมที่เปียกชื้น และนั่งรอจนกระทั่งร่างบอบบางออกมาจากห้องน้ำ เธอใส่ชุดที่เขาซื้อให้ มายด์มองไปที่ร่างสูงกำลังเช็ดเส้นผมแบบลวกๆ 

“เช็ดแบบนั้นเมื่อไหร่จะแห้งล่ะคะ เดี๋ยวเป็นหวัด มายด์เช็ดให้ค่ะ” เธอคว้าผ้าขนหนูจากมือใหญ่ จากนั้นก็ค่อยๆเช็ดเส้นผมให้เขาอย่างตั้งใจ เรือนกายหอมกรุ่น ใบหน้าเนียนใส ผิวพรรณของเธอทำให้เมฆเผลอมอง เขาสัมผัสถึงไออุ่นรอบตัวเธอจนทำให้อยากโอบกอดไว้แนบกาย สายตาคมกล้าทอดมองร่างอรชรเสมือนตกอยู่ในมนต์สะกด  

“พี่เมฆ พี่เมฆ พี่เมฆคะ” เธอเรียกชื่อเขาเสียงหวาน 

“หื้ม..” เมฆปรือตามอง แถมยังอ้าปากหาววอดๆเสมือนเด็กง่วงนอน มายด์เผยยิ้มเล็กน้อย มือยังเช็ดเส้นผมของเขาไปเรื่อยๆอย่างเบามือจนกระทั่งแห้งสนิท  

“พี่เมฆ พรุ่งนี้เรากลับกรุงเทพฯกันเลยนะคะ มายด์ไม่อยากให้แม่เป็นห่วง” เธอบอกเขา แต่ทว่าก็ไร้เสียงโต้ตอบ มายด์เลยหยุดมือ และมองร่างสูงที่นั่งนิ่งไม่ไหวติงก็เห็นว่าเขาหลับสนิทกลางอากาศ ทันใดนั้นมายด์ก็จับลาดบ่ากว้างแล้วค่อยๆผลักร่างสูงล้มตัวนอน เธอจัดขาให้เขาเหยียดยาวในท่าสบาย แล้วดึงผ้าห่มคลุมกายไว้ครึ่งอก ดวงตากลมโตพินิจมองใบหน้าครามคมในยามหลับสนิท เธอไม่อาจปฏิเสธได้ว่า เขาดูหล่อเหลาและมีเสน่ห์ดึงดูด ขณะที่เธอจ้องมอง อยู่ๆคำพูดสั่งห้ามของมารดาก็ลอยเข้ามาอยู่ในหัว มายด์ส่ายหน้าเล็กน้อยแล้วโน้มใบหน้าลงต่ำ ริมฝีปากแนบชิดใบหูคนตัวโต 

“ฝันดีนะคะพี่เมฆ” แล้วเธอก็เดินออกไปจากห้อง มายด์ล้มตัวลงนอนบนโซฟาตัวยาว เธอสะท้อนแววตาครุ่นคิด อีกทั้งภายในใจยังวิตกกังวล แต่ทว่าเสียงครื้นทะเล ทำให้รู้สึกสงบช่วยขับกล่อม จนกระทั่งหลับเข้าสู่ห้วงนิทรา 

เมฆรู้สึกตัวตื่นในตอนสายหลังจากที่ได้นอนหลับเต็มอิ่ม เขาเหยียดกาย บิดขี้เกียจจนกล้ามเนื้อผ่อนคลาย สายตาคมเข้มกวาดมองภายในห้องด้วยความรู้สึกงุนงง เขาลำดับเหตุการณ์เมื่อคืนได้ก็รีบลุกออกจากเตียงทันที ขายาวๆรีบก้าวเดินไปที่ห้องนั่งเล่น แต่ทว่าก็ไม่เห็นน้องสาวแสนสวย  

เมฆรีบวิ่งออกไปดูหน้าบ้าน ก็ยังไม่พบเธออีก เขามีสีหน้าผิดหวัง ตามมาด้วยอารมณ์หงุดหงิด  

“โถ่โว๊ย!! ให้มันได้อย่างนี่สิ” เมฆเดินคอตกเดินกลับเข้ามาในบ้าน  

“ตื่นแล้วเหรอคะพี่เมฆ หิวแล้วใช่มั้ยคะ มายด์ทำอาหารเสร็จพอดีเลยค่ะ” เสียงเล็กๆที่ทำให้ร่างสูงเงยหน้า เมฆรีบเดินเข้าไปประชิดร่างอรชรแล้วสวมกอดเธอทันที เขาดีใจที่เธอยังอยู่ ดีใจที่เธอไม่ได้หนีกลับกรุงเทพฯอย่างที่เขาคิดไว้ ส่วนมายด์ก็ได้แต่งุนงง และเขินอายที่ถูกเขากอดไว้แน่นจนเหมือนจะกลายเป็นคนๆเดียวกัน  

“พี่นึกว่ามายด์หนีกลับไปแล้วซะอีก” 

“ปล่อยมายด์ก่อนค่ะ มายด์หายใจไม่ออก” มือน้อยๆพยายามค้ำยันแผงอกกว้างออกห่าง และจังหวะนั้นเองที่ร่างสูงรู้สึกตัว แววตาคมเข้มสะท้อนภาพความเจ็บปวดในอดีต เมฆก็รีบถอยห่างจากเธอทันที  

“ทำไมเมื่อคืนมายด์ถึงไม่ปลุกพี่ แล้วมายด์นอนตรงไหน” 

“นี่ค่ะ โซฟา”  

“พี่นี่แย่จังเลย บอกว่าจะดูแลมายด์ให้ดี แต่พี่กลับทำอย่างที่พูดไม่ได้” 

“พี่เมฆอย่าว่าตัวเองแบบนั้นสิคะ ไปทานข้าวดีกว่าค่ะ เดี๋ยวอาหารเย็นหมด” 

เมฆพยักหน้า แล้วเดินตามเธอไปจนถึงในครัว สายตาคมเข้มกวาดมองอาหารที่ตั้งอยู่บนโต๊ะ ทันใดนั้นท้องก็ส่งเสียงร้องโครกครากทันที แววตาสองคู่ประสาน  

“ผู้ชายคนไหนที่ได้มายด์ไปเป็นภรรยาต้องโชคดีมากแน่ๆ มายด์ทั้งสวย ทั้งน่ารัก ทำอาหารก็เก่ง เห็นแบบนี้แล้วพี่ไม่อยากยกมายด์ให้ผู้ชายหน้าไหนทั้งนั้น”  

“เว่อร์ไปแล้วค่ะ ทานเถอะค่ะ” ทั้งคู่ขยับเก้าอี้นั่ง แล้วก็คว้าช้อนจัดการรับประทานอาหารตรงหน้าอย่างเอร็ดอร่อย โดยเฉพาะเมฆ ในขณะเดียวกันเขาก็ไม่ลืมที่จะคอยตักกับข้าวใส่จานเธอ  

“เดี๋ยวกินอิ่มแล้ว ออกไปเที่ยวกัน” 

“เอ่อ มายด์อยากกลับกรุงเทพฯค่ะ” 

“ทำไม มายด์ไม่อยากเที่ยวกับพี่เหรอ” 

“ไม่ใช่ค่ะ คือ มายด์ เอ่อ…”  

“กลัวคุณน้าเป็นห่วงใช่หรือเปล่า”  

“ค่ะ” 

“งั้นเดี๋ยวพี่โทรหาคุณน้าเอง แล้วถ้าคุณน้าจะลงโทษมายด์ พี่ก็จะรับผิดแทนมายด์ ดีซะอีก พี่จะได้คุยกับคุณน้าเรื่องที่จะกลับมาเป็นครอบครัวเดียวกันเหมือนเดิม” เมฆลุกจากเก้าอี้ ท่าทางจริงจัง เขาเดินกลับไปที่ห้องนั่งเล่นอย่างรวดเร็วแล้วหยิบสมาร์ทโฟนของมายด์ยื่นให้เธอ แต่ทว่าคนตัวเล็กกลับยับยั้งเขาไว้ 

“ก็ได้ค่ะ มายด์ไปเที่ยวก็ได้ค่ะ”  

“ต้องอย่างนี้สิ” เมฆยิ้ม แล้ววางสมาร์ทโฟนของเธอไว้ที่เดิม 

ดวงตากลมโตดำขลับทอดมองท้องทะเลและหาดทรายสีขาวด้วยความตื่นเต้น เพราะมีเรือยอร์ชจอดอยู่ตรงหน้า ขณะที่อีกฝ่ายท่าทางคล่องแคล่วขึ้นไปบนเรือพร้อมกระเป๋าใบย่อม เขายื่นมือมาหา 

“ขึ้นมาสิ” 

“ค่ะ” 

เมฆจับมือบางไว้แน่น แล้วดึงเธอขึ้นมาบนเรือ คนตัวเล็กเดินสำรวจเรือด้วยความตื่นเต้น และกลัวในเวลาเดียวกันเมื่อเกรียวครื้นทำให้เรือโคลงเคลงจนร่างอรชรเดินเซจนเกือบล้ม คนตัวโตเดินตามมาติดๆก็รวบเอวบางไว้แนบชิดจากทางด้านหลัง ทันทีที่เธอประคองตัวได้ก็รีบถอยห่าง เมฆเลยเดินไปที่ห้องขับเรือแล่นออกไปกลางทะเลห่างชายฝั่งแล้วทอดสมอ  

“พี่จะตกปลา มายด์จะมาตกด้วยกันมั้ย” 

“มายด์นั่งดูดีกว่าค่ะ” 

ร่างสูงเดินไปหยิบอุปกรณ์ตกปลา มายด์เดินตามเขาไปติดและนั่งอยู่ใกล้ๆ สายตาคมกล้ามองบรรยากาศรอบกายและคันเบ็ด เขาดูสนุกสนานและลุ้นอยู่ตลอดเวลากับการตกปลาในท้องทะเลอันกว้างใหญ่ไพศาส ไม่นานนัก ปลาก็ติดเบ็ด เมฆรีบคว้าคันเบ็ดทันทีด้วยความดีใจ มือใหญ่หมุนรอกตกปลาเป็นจังหวะ  

“มายด์พี่ตกได้แล้ว ปลาต้องตัวใหญ่แน่ๆ” เขายิ้มแก้มปริดีใจเสมือนเด็กได้ของเล่นจนคนตัวเล็กอดหลุดขำไม่ได้ 

“พี่เมฆ สนุกน่าดูเลยนะคะ” 

“เพราะมากับมายด์ไง พี่ถึงได้สนุก ได้แล้ว” เมฆรีบปลดปลาออกจากเบ็ดแล้วตั้งใจตกต่อได้สักพัก เขาก็เลิกตกแล้วเก็บทุกอย่าง ร่างสูงหันไปมองคนตัวเล็กที่เผลอหลับ เขาย่อตัวลงนั่งเคียงข้าง 

“ เธอก็เหมือนปลาพวกนี้ อืม…พี่จะกินเธอเมื่อไหร่ดี” ปลายนิ้วของเขาสัมผัสผิวแก้มนุ่ม แล้วก็ริมฝีปากจิ้มลิ้มด้วยแววตาเคียดแค้น จนกระทั่งร่างบอบบางรู้สึกตัว มายด์ลื่มตามองใบหน้าคมคายในระยะประชิด 

“พี่เมฆ” 

“เข้าไปพักผ่อนข้างในเถอะ เย็นนี้พี่ทำอาหารเอง” 

“ค่ะ” เธอยิ้มให้เขาเล็กน้อยแล้วเดินกลับเข้าไปในเรือ เมฆมองแผ่นหลังบอบบางด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยเลศนัยน์ 

คนตัวเล็กรู้สึกตัวตื่นในยามพระอาทิตย์ตกดิน เธอขยับตัวลุกนั่ง สายตาก็เห็นกระดาษโน๊ตแปะไว้บนเสื้อผ้าใส่ไม้แขวนวางไว้อย่างดี~อาบน้ำแต่งตัวสวยๆ~มือบางหยิบชุดที่เขาเตรียมไว้ให้มาทาบบนตัวแล้วหันไปมองที่กระจก ทันใดนั้นร่างอรชรก็เดินเข้าห้องน้ำทันที  

เมฆสวมเสื้อเชิ้ตสีฟ้าสะอาดตากับกางเกงสีขาวยิ่งทำให้เขาดูมีอ่อร่าและเสน่ห์มากกว่าเดิม เขาจัดโต๊ะรับประทานอาหารให้โรแมนติกมากยิ่งขึ้นด้วยแสงเทียนและดอกกุหลาบ ไม่นานนักร่างอรชรในชุดเดรสสั้นเข้ารูปเรียบหรูสีขาวก็เดินออกมาจากห้อง  

“ชุดใส่พอดีหรือเปล่า” 

“ค่ะ พอดีค่ะ” 

เมฆเดินไปใกล้และจับมือบางดึงเธอให้มานั่งที่เก้าอี้ เขาเปิดไวน์รินใส่แก้วสองแก้ว แล้วยื่นให้เธอ เขาจิบไวน์ สายตาคมกริบไม่ละไปจากดวงหน้าหวานจนคนถูกมองเขินอาย ผิวแก้มแดงระเรื่อ 

“พี่เมฆไม่หิวเหรอคะ” 

“ไม่ มายด์นี่ยิ่งมองยิ่งเพลิน” เมฆยื่นหน้าเข้าไปใกล้ มายด์แก้อาการเขินอาย อีกทั้งใจยังเต้นรัวด้วยการตักเนื้อปลายื่นจ่อที่ริมฝีปากของเขา 

“เดี๋ยวอาหารที่พี่เมฆทำจะเย็นหมดนะคะถ้าไม่รีบทาน” 

“งั้นป้อนพี่ ถ้ากลัวเย็น” เขาอ้าปาก คนตัวเล็กเลยกลายเป็นฝ่ายต้องเทคแคร์เขาแทน จนกระทั่งทั้งคู่อิ่ม เมฆยังคงจิบไวน์ไปเรื่อยๆ ในขณะที่มายด์เดินออกไปด้านนอก เธอยืนกอดอกมองชายฝั่งระยะไกลเห็นเพียงแสงไฟจากบ้านเรือนคล้ายดาวบนท้องฟ้าสวยสะดุดตา ลมทะเลพัดแรงจนเธอรู้สึกหนาว เขาที่รอโอกาสเหมาะเดินตามออกมาข้างนอกพร้อมผ้าคลุมไหล่ เมฆเดินไปประชิดตัวเธอจากทางด้านหลัง แล้วกางผ้าคลุมไหล่โอบกอดเธอด้วยวงแขน  

“พี่เมฆ!” มายด์ตกใจไม่คิดว่าเขาจะกอดและไม่มีทีท่าว่าจะคลายอ้อมกอด อีกทั้งยังวางปลายคางบนลาดบ่าจนแก้มของเขากับเธอแนบชิดกัน และยังไม่ทันที่ร่างอรชรจะแข็งขืนออกห่างจากเขา คนตัวโตก็พูดบางสิ่งบางอย่างออกมา 

“มายด์ ถ้าความรู้สึกที่พี่มีต่อมายด์ไม่ใช่พี่ชายอีกต่อไป มายด์จะว่ายังไง”  

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว