ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

+++ บทที่38 จนกว่าโชคชะตาจะพาเราแยกจากกัน +++ (สาดน้ำหัวไชเท้า)

ชื่อตอน : +++ บทที่38 จนกว่าโชคชะตาจะพาเราแยกจากกัน +++ (สาดน้ำหัวไชเท้า)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.5k

ความคิดเห็น : 7

ปรับปรุงล่าสุด : 09 พ.ค. 2564 20:05 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
+++ บทที่38 จนกว่าโชคชะตาจะพาเราแยกจากกัน +++ (สาดน้ำหัวไชเท้า)
แบบอักษร

บทที่38 

จนกว่าโชคชะตาจะพาเราแยกจากกัน 

  

[ Warning ] 

Dirty Talk = คำพูดลามก หยาบโลนเพื่อกระตุ้นอารมณ์ 

Roleplay = การสวมบทบาทขณะมีเพศสัมพันธ์ 

ความวุ่นวายที่หน้าคฤหาสน์ตระกูลฟอสเตอร์สิ้นสุดลงเมื่อนายท่านของบ้าน หรือคุณอดัม ฟอสเตอร์ คุณพ่อแท้ๆ ของดีแลนทนฟังเสียงโหวกเหวกโวยวายไม่ไหว และเดินออกมาจากห้องทำงาน ชายวัยกลางคนชะงักไปเล็กน้อยเมื่อเห็นร่างบอบบางและกลิ่นฟีโรโมนหอมหวานที่คุ้นเคย 

ทว่าเขาก็ยังไม่ปักใจเชื่อว่าคนตรงหน้าจะเป็นลูกชายเพียงคนเดียวที่เสียชีวิตไปแล้วเมื่อห้าปีก่อน ไหนจะอัลฟ่าตัวใหญ่เจ้าของดวงตาสีอำพัน ที่แผ่รังสีอันตรายซึ่งยืนอยู่ด้านหลังของคนที่เหมือนลูกชายเขาอีก แต่จะให้คุยกันหน้าบ้านเห็นทีจะไม่เหมาะ นายใหญ่ตระกูลฟอสเตอร์จึงเชิญแขกผู้มาเยือนทั้งสองคนเข้าบ้าน 

ที่ห้องรับแขก ผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องถูกกันออกไปจนหมด เหลือแค่สองสามีภรรยาเจ้าของบ้าน ดีแลนและฮาแกนเท่านั้น นายหญิงของบ้าน คามิล่า ฟอสเตอร์ นั่งกุมมือกับสามีพลางยกยาหอมขึ้นดมบรรเทาอาการเวียนศีรษะ 

ดวงตาสีเขียวสดใสของเธอลอบสังเกตเด็กผู้ชายที่นั่งอยู่บนโซฟาอีกฝั่ง ทุกอย่างไม่ว่าจะเป็นใบหน้า สีผิว รอยแต้มเล็กๆ ที่ใต้คาง กลิ่นฟีโรโมน ทุกอย่างเหมือนดีแลนลูกชายของเธอไม่มีผิด เพียงแต่มีสิ่งหนึ่งที่ไม่เหมือนเดิม คือดวงตาสีเพทายสดใส ซึ่งก่อนที่ดีแลนลูกของเธอจะจากไปนั้น เขาไม่มีวันได้มองเห็นสิ่งต่างๆ อีกแล้ว 

  

“คุณพ่อกับคุณแม่สบายดีไหมคะ” 

“สบายดี...ขอโทษนะ เธอเป็นใครกันแน่ ลูกชายของฉันก่อนที่จะเสียเขาไม่มีดวงตาแล้ว ถ้าเธอคิดจะมาปอกลอกอะไรพวกเราก็ขอให้หยุดเถอะ” 

“พวกเราสูญเสียแก้วตาดวงใจของเราไปแล้ว ถ้าเธอจะมาหาประโยชน์จากตรงนี้ได้โปรดหยุดเถอะ ถือว่าสงสารคนแก่ๆ อย่างเราสองคนเถอะนะจ๊ะ” 

  

ดีแลนจ้องมองบุพการีที่รักและเคารพแล้วบีบมือเข้าหากันแน่น เขามาปรากฏตัวขนาดนี้ บางทีพวกญาติๆ ของเอ็ดดี้อาจจะรู้แล้ว และพ่อกับแม่อาจจะไม่ปลอดภัย เขาจึงอดห่วงพวกท่านไม่ได้ คงจะต้องทำให้พวกท่านเชื่อจริงๆ ว่าเขายังไม่ตาย ซึ่งอาจจะต้องใช้เรื่องที่มีเพียงแค่เขาและแม่ที่รู้ 

  

“คุณ...คุณแม่ชอบดื่มชาคาโมมายที่สุดค่ะ...ต้องดื่มแบบเติมน้ำตาลครึ่งก้อน” 

“…” 

“คุณแม่บอกกับหนูว่า ถ้าจะให้อร่อยที่สุดต้องทานด้วยชุดน้ำชารอยัลโคเปนเฮเกน...ลายนกไนติงเกล ที่คุณพ่อซื้อให้เป็นของขวัญครบรอบแต่งงานปีแรก” 

“ฮึก...คุณคะ...” 

“แต่ว่าคุณแม่ก็ไม่มีโอกาสได้ดื่มชาที่อร่อยที่สุดแล้ว เพราะชุดน้ำชานั้นหนูเป็นคนทำมันแตก คุณแม่กลัวคุณพ่อน้อยใจเลยเป็นคนเก็บกวาดเอง คุณแม่เลยถูกเศษถ้วยชาบาดที่เท้า จนเป็นแผลเป็นที่ฝ่าเท้าข้างซ้าย พ่อคะ แม่คะ หนูยังไม่ตายจริงๆ นะคะ” 

  

สองสามีภรรยาเจ้าบ้านยังคงนิ่งเงียบ ทำให้ดีแลนรู้สึกกดดันและเสียใจ หรือบางทีอาจจะเป็นการดีแล้วจริงๆ ที่ปล่อยให้พวกท่านคิดไปว่าเขาตายไป ระยะเวลากว่าห้าปีที่ผ่านมามันคงทำให้พ่อกับแม่ของเขาทำใจและปล่อยมือจากเขาไปแล้ว ที่เป็นแบบนี้ส่วนหนึ่งก็เพราะเขาไม่ยอมติดต่อมาเอง 

คนตัวเล็กก้มหน้าสูดหายใจเข้าลึกพยายามสกัดกลั้นน้ำตาไม่ให้ไหล จากนี้เขาอาจจะต้องลองขอร้องพันเอก ให้ส่งคนมาตามดูแลพ่อกับแม่เขาบ้างตามโอกาส ทว่าสัมผัสแผ่วเบาที่ข้างแก้มทำให้ดีแลนเงยหน้าขึ้น คามิล่ายื่นมือที่เริ่มเหี่ยวย่นตามกาลเวลาไปสัมผัสที่แก้มเนียนใส ดวงตาของเธอคลอไปด้วยหยดน้ำตาเช่นเดียวกับผู้เป็นลูกชายเพียงคนเดียว 

  

“ลูกแม่” 

  

โอเมก้าหญิงวัยกลางคนดึงตัวดีแลนเข้าไปกอด ดีแลนที่พยายามกลั้นน้ำตาเอาไว้ก็ไม่สามารถทำได้อีกต่อไป น้ำตาเม็ดโตไหลออกมาจากดวงตาคู่สวยอย่างไม่อาจกลั้น สองแม่ลูกกอดกันร้องไห้อยู่ตรงนั้นเนิ่นนาน โดยที่ผู้เป็นพ่อซึ่งยังคงสับสนคอยบีบไหล่ปลอบใจทั้งสองคน จนกระทั่งน้ำตาหยุดไหล 

เมื่อความสงสัยถูกคลี่คลาย คนตัวเล็กจึงเปิดปากเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับเขา ตั้งแต่ตอนที่เขาถูกพี่ชายของเอ็ดดี้ผลักตกเหว จนกระทั่งได้มาเจอกับพริมโรสและเมเบลแต่ตอนนั้นรัฐประกาศเคอร์ฟิว ปิดตายการเดินทางและการขนส่งระหว่างประเทศ เรื่องที่เขาไม่สามารถติดต่อกลับมาได้เพราะกลัวพ่อกับแม่จะได้รับอันตราย สุดท้ายก็จับพลัดจับผลูเข้าไปเป็นนักเรียนเตรียมทหาร ในที่สุดก็เรียนจบและได้มีโอกาสกลับมาหาพ่อแม่อีกครั้งหนึ่ง สองสามีภรรยาพยักหน้าเข้าใจกับเรื่องราวทั้งหมด 

  

“ถ้าเรื่องมันเป็นอย่างที่ลูกเล่ามาจริงๆ ก็ไม่ต้องห่วงพ่อกับแม่แล้วล่ะ พวกเขาทำอะไรเราไม่ได้แล้ว” 

“หมายความว่ายังไงครั...คะ?” 

  

อดัมถอนหายใจยาวๆ หนึ่งครั้ง และเล่าสถานการณ์ในฝั่งของทางนี้ให้ผู้เป็นลูกได้ฟังบ้าง พี่ชายของเอ็ดดี้และภรรยาของเขาถูกพบเป็นศพอยู่ในโกดังสินค้าแถวๆ ท่าเรือ สภาพศพคือถูกทรมานสารพัดก่อนจะถูกฆ่าตาย เป็นคดีสะเทือนขวัญอยู่พักใหญ่ 

ตำรวจสรุปสำนวนคดีว่าเป็นการฆ่าแบบมีแรงจูงใจ โดยสาเหตุมาจากที่ทั้งสองคนติดหนี้การพนันจนต้องขายสมบัติเพื่อใช้หนี้ ดูเหมือนว่าสมบัติที่ขายไปมันจะไม่พอพวกเขากลายเป็นบุคคลล้มละลาย ตอนนี้คนในตระกูลต่างหนีแยกย้ายกันไปคนละทางแล้ว ดีแลนได้ยินแบบนั้นก็เบาใจลงมาก อย่างน้อยๆ จากนี้พ่อกับแม่เขาก็ปลอดภัยไม่มีอะไรที่เขาต้องเป็นห่วง 

ในตอนที่ดีแลนบริจาคดวงตาให้เอ็ดดี้ และเหมือนจะคลุ้มคลั่งทางบ้านของเอ็ดดี้พยายามกันพ่อกับแม่ออกมา ด้วยเหตุผลว่ากลัวดีแลนจะคลุ้มคลั่งและทำร้ายพวกเขาโดยที่ไม่มีสติ ในตอนนั้นญาติๆ ของเอ็ดดี้เป็นคนจัดหาแพทย์มารักษาอาการของดีแลน ทำให้พ่อกับแม่ที่ตอนนั้นเป็นคนนอกไม่สามารถทำอะไรได้ เพราะลูกแต่งงานออกไปอยู่ในการดูแลของเอ็ดดี้แล้ว รู้ข่าวอีกทีก็คือดีแลนประสบอุบัติเหตุและเสียชีวิตที่อวาลอน 

ดีแลนพยักหน้าอย่างเข้าใจ การตื่นของพลังในตอนนั้นมันสร้างความเจ็บปวดให้เขาเป็นอย่างมาก เขาเองก็ไม่มั่นใจว่าในตอนนั้นจะควบคุมตัวเอง ไม่ให้ทำร้ายคนรอบข้างได้หรือเปล่า ฮาแกนที่นั่งเงียบมานานยื่นมือมากอบกุมมือเล็กๆ ของเจ้าก้อนขนมตัวน้อยเอาไว้และบีบมันเบาๆ เพื่อให้กำลังใจ 

  

“ว่าแต่...ผู้ชายคนนี้เป็นใครคะลูก” 

“เอ่อ...ขอโทษที่ยังไม่ได้แนะนำค่ะ คุณพ่อคุณแม่คะ คนนี้คือพันเอกฮาแกน เลิร์ช คู่แห่งโชคชะตา...ขะ ของหนูเองค่ะ” 

“เลิร์ช...ตระกูลเลิร์ช...???” 

  

อดัมและคามิล่าหันใบหน้ามามองกันช้าๆ ในเอเดนไม่มีใครไม่รู้จักตระกูลเลิร์ช ซึ่งเป็นหนึ่งในตระกูลที่สืบทอดตำแหน่งในสภามิวเททมาหลายรุ่น โดยในรุ่นปัจจุบันคือพลโทบารอน เลิร์ช อัลฟ่าสายเลือดบริสุทธิ์ที่เก่งกาจและมากด้วยความสามารถ ได้ยินมาว่าเขามีลูกชายหนึ่งคน ซึ่งเป็นอัลฟ่าสายเลือดบริสุทธิ์ที่มีพลังพิเศษ แต่เด็กคนนั้นไม่ปรากฏตัวให้เห็นในงานสังคม จึงไม่เคยมีใครเห็นหน้า 

  

“งั้นหรือ...คู่แห่งโชคชะตาหรือ...” 

“ครับ ตอนนี้หนูเรียนจบจากโรงเรียนเตรียมทหารแล้ว และตัดสินใจเข้าทำงานในกองทัพกับคุณฮาแกน วันนี้เลยได้โอกาสกลับมาหาคุณพ่อกับคุณแม่ ก่อนกลับไปทำงานที่อวาลอน” 

“กองทัพหรือลูก พ่อว่า...มันออกจะดูอันตรายสำหรับหนูนะ หนูเป็นโอเมก้านะลูก” 

“ผมขอรับรองว่าจะดูแลดีแลนให้ดีที่สุด...ด้วยชีวิตของผม” 

  

น้ำเสียงและแววตาที่หนักแน่นจริงจังของอัลฟ่าร่างสูง ทำให้สองสามีภรรยานิ่งไปและทำใจยอมรับการตัดสินใจของผู้เป็นลูก ถึงแม้ว่าพวกเขาจะเป็นห่วงและรู้สึกใจหายมากก็ตาม คามิล่ามองมือใหญ่ที่กอบกุมมือเล็กของลูกชายเธอเอาไว้ไม่ยอมปล่อยแล้วยิ้มออกมาบางๆ 

  

“ถ้าคุณว่าอย่างนั้น แม่ก็ขอฝากลูกชายเพียงคนเดียวของเราไว้กับคุณด้วยนะคะ” 

“พวกเราทำผิดกับลูกมามากแล้ว ทุกวันนี้พ่อกับแม่ก็ยังโทษตัวเองที่ห่วงแต่ธุรกิจ จนต้องให้ลูกเสียสละแต่งงานตั้งแต่ยังเด็ก...ดีแลน ยกโทษให้พ่อกับแม่ได้ไหม” 

“หนูไม่เคยคิดโกรธหรือโทษคุณพ่อกับคุณแม่เลยค่ะ ขอแค่คุณพ่อกับคุณแม่มีความสุข หนูทำได้” 

  

ทั้งสามโผเข้ากอดกันอีกครั้งหนึ่งด้วยความคิดถึง คามิล่าทั้งกอดทั้งหอมร่างนุ่มนิ่มของลูกชายด้วยความคิดถึง อีกทั้งยังเอ่ยชมดวงตาคู่ใหม่ของลูกด้วยความปลื้มปีติ และขอบคุณฮาแกนที่เป็นคนมอบโอกาสให้ทั้งดีแลนและพวกเขาได้กลับมาเจอกันอีกครั้งหนึ่ง ทั้งสี่คนอยู่รับประทานอาหารมื้อเที่ยงด้วยกันรวมถึงใช้เวลาในการพูดคุยและถามไถ่ ชดเชยเวลาที่ห่างหายจากกันไปห้าปีกว่า จนกระทั่งเวลาล่วงเลยมาถึงตอนเย็น 

ทั้งอดัมและคามิล่าต่างเสียดายที่ดีแลนไม่ได้ค้างอยู่ที่บ้าน เพราะเด็กทั้งสองคนมีธุระที่ต้องไปจัดการที่อื่นกันต่อ คนตัวเล็กกอดลาผู้เป็นพ่อและแม่ที่หน้าประตูบ้าน พลางย้ำสัญญาเรื่องที่จะติดต่อกลับมาหาบ่อยๆ และจะกลับมาเยี่ยมบ้านทุกครั้งที่มีโอกาส 

ลีมูซีนคันหรูเคลื่อนตัวออกจากคฤหาสน์ตระกูลฟอสเตอร์ไปตามถนนในเมืองใหญ่ ฮาแกนพาดีแลนไปทักทายบารอนที่คฤหาสน์ตระกูลเลิร์ชหลังจากนั้นครู่หนึ่งจึงพาคนตัวเล็กขึ้นรถสปอร์ตเปิดประทุนขับออกจากบ้านเลิร์ชในช่วงหนึ่งทุ่มครึ่ง 

ฮาแกนบอกว่าสถานที่ที่จะไปเน้นความเป็นทางการค่อนข้างมาก ในตอนนี้ดีแลนจึงอยู่ในชุดสูทสีดำสำหรับโอเมก้า ที่เน้นสัดส่วนของเพศผู้ให้กำเนิดให้ดูงดงามและเลอค่า ส่วนฮาแกนในชุดสูทสีดำสำหรับอัลฟ่านั้นดูดีมากๆ เหมือนหลุดมาจากความฝัน 

เจ้าหัวไชเท้ารู้สึกว่าตัวเองนั้นแต้มบุญสูงเหลือเกิน ที่มีโอกาสได้เป็นคู่แห่งโชคชะตาของอัลฟ่าจ่าฝูงเกรดพรีเมียมคนนี้ รถสปอร์ตเปิดประทุนตีไฟเลี้ยวเข้าไปที่โรงแรมระดับหกดาวที่ดีแลนคุ้นเคย เมื่อก่อนตอนที่ยังอยู่กับพ่อและแม่ เขาเองก็เคยมาออกงานสังคมที่นี่บ่อยๆ 

  

“พี่ฮาแกนครับ...สรุปแล้วเรามาทำธุระอะไรที่นี่หรือครับ?” 

“มาดินเนอร์ฉลองที่เราเรียนจบน่ะ แล้วก็จะให้ของขวัญด้วย” 

“ว้าว ถ้าอย่างนั้นผมตื่นเต้นรอเลยได้ไหมครับ” 

  

มือใหญ่ๆ ยกขึ้นยีกลุ่มผมสีขาวนุ่มนิ่มอย่างเอ็นดู ฮาแกนจอดรถที่จุดดรอปออฟ มีพนักงานรีบวิ่งมาก้มหัวและเปิดประตูรถให้ดีแลน อัลฟ่าร่างสูงส่งกุญแจรถให้กับพนักงานเพื่อจัดการนำเจ้ากระทิงดุคันนี้ไปขึ้นลิฟต์สำหรับจอดรถ ส่วนตัวเขาเดินมาหาร่างเล็กเจ้าของกลิ่นหอมเครมบรูเล่ และยื่นแขนให้อีกฝ่ายควง ดีแลนมองการกระทำนั้นแล้วเบือนหน้าหนีไปอีกทาง ไม่ใช่เพราะขำหรือตลกอะไร แต่เพราะเขินมากๆ จนแทบจะกลั้นความรู้สึกไม่ไหวแล้ว 

ฮาแกนพาดีแลนที่กลั้นยิ้มเขินจนจมูกบานขึ้นมาที่รูฟทอปซึ่งเป็นร้านอาหารกึ่งบาร์ของโรงแรมชั้น40 พวกเขาขึ้นลิฟต์แก้วควงแขนกันมองวิวที่คอยๆ สูงขึ้นเรื่อยๆ ตามจำนวนชั้นที่ผ่านไป แสงไฟระยับของเอเดนในยามค่ำคืนนั้นสว่างไสวจนกลบแสงจากดวงดาวบนท้องฟ้า 

ร้านนี้นอกจากจะขึ้นชื่อในเรื่องของวิวแล้ว ยังขึ้นชื่อในเรื่องของความเป็นส่วนตัวอีกด้วย แขกทุกคนที่เข้าใช้บริการจะมีห้องรับรองส่วนตัว และจะไม่มีบริการจองล่วงหน้าต้องวอล์คอินเท่านั้น หรือไม่ก็ต้องมีเส้นสายมากพอที่จะจองโต๊ะไว้ให้โดยไม่ต้องวอร์คอิน ซึ่งแน่นอนว่าคนอย่างฮาแกน เลิร์ช เป็นอย่างหลัง 

ในห้องรับรองส่วนตัว อาหารต่างๆ ทยอยเสิร์ฟแบบฟูลคอสทั้งหมดสิบห้าคอส เริ่มคอสที่หนึ่งด้วยเมนูเรียกน้ำย่อยที่มีรสจัดจ้านเพื่อเปิดและกระตุ้นต่อมรับรส แต่ละคอสผ่านไปด้วยความประทับใจของผู้ได้รับบริการทั้งสองคน ดีแลนเคยมาทานอาหารที่นี่แล้ว แต่เมนูนั้นจะเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ตามฤดูกาล ซึ่งทำให้แขกที่มาใช้บริการได้ทานเมนูไม่ซ้ำกันสักเดือน 

มื้ออาหารผ่านไปเรื่อยๆ จนกระทั่งคอสสุดท้ายที่เป็นเครื่องดื่มปิดท้ายมื้ออาหาร ของดีแลนได้รับเป็นลิเคียวหนึ่งแก้ว ส่วนอัลฟ่าจ่าฝูงที่ไม่ถนัดของหวานๆ จึงรับเป็นบรั่นดีแทน แอลกอฮอล์ดีกรีแรงทำให้คนตัวใหญ่หน้าขึ้นสีหน่อยๆ ซึ่งถ้าไม่สังเกตดีๆ ก็ไม่เห็นถึงความเปลี่ยนแปลง ดวงตาสีอำพันจ้องมองใบหน้าสวยหวานที่กำลังจ้องมองความเป็นไปของถนนในเมืองหลวงยามค่ำคืน ยอมรับว่าดีแลนในตอนนี้เป็นภาพที่น่าจดจำอย่างยิ่ง 

  

“เรารู้จักกันมานานเท่าไหร่แล้วนะ” 

“อืม...ประมาณสองปีครับ คิดย้อนกลับไปตอนนั้นก็ตลกดีนะครับ ผมที่อายุ20ทำงานพาร์ทไทม์งกๆ อยู่ในอวาลอน ว่าแต่...พี่ฮาแกนตอนนี้อายุเท่าไหร่แล้วครับ?” 

“หึ ลองทายสิ” 

“อ่า...พี่เข้าเรียนตอนอายุ22 เป็นรุ่นพี่ผมหกรุ่น...แสดงว่าตอนที่เราเจอกันครั้งแรกพี่อายุ28...งั้นตอนนี้พี่ก็...!” 

“ปีนี้30แล้ว” 

“อู้ว...ว้าว...” 

“ทำไม? แก่ไปแล้วว่างั้น?” 

“เปล่าครับ แค่คิดว่าแบบนี้ก็เรียกว่า ‘แด๊ดดี้’ ได้แล้วนิหน่า” 

  

เจ้าหัวไชเท้าแลบลิ้นนุ่มออกมาเลียริมฝีปากสีเชอร์รี่น้อยๆ เป็นการหยอกเอินคนอายุมากกว่า มือบางยกแก้วลิเคียวขึ้นจิบอีกหนึ่งครั้ง พร้อมกับช้อนสายตาหวานๆ มองไปยังคนที่ถูกหยอดว่าเป็นแด๊ดดี้ ความหวานของเหล้าที่ไหลลงคอทำให้บรรยากาศบริเวณนี้ผ่อนคลาย 

  

“โรลเพลย์หรอ? น่าสนใจนะ ไหนลองเรียกแทนตัวเองว่า ‘หนู’ เหมือนที่คุยกับคุณอดัมและคุณคามิล่าให้ ‘แด๊ด’ ฟังหน่อยสิคะ” 

“แค่ก!” 

  

ดีแลนที่ไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะยอมเล่นด้วยถึงกับสำลักเครื่องดื่ม แด๊ดดี้ที่พึ่งสถาปนาตัวเองหลุดขำให้กับท่าทางเหวอๆ และตกอกตกใจของคนตัวเล็ก บริกรเดินมาเสิร์ฟน้ำเปล่าและผ้าเช็ดปากให้ลูกค้าคนสำคัญถึงโต๊ะ ดีแลนรับผ้ามาแล้วกล่าวขอบคุณเบาๆ 

  

“พี่...พี่ฮาแกนเนี่ยยิ่งรู้จักยิ่งติดเล่นนะครับ ถ้าเป็นเมื่อก่อนผมคงไม่มีวันได้ยินประโยคพวกนี้จากปากระเบิดน้ำแข็งเคลื่อนที่แบบพี่แน่ๆ” 

“แล้วอยากจะรู้จักมากกว่านี้ไหม?” 

“ครับ?” 

  

ดวงตาสีเพทายจ้องมองกลับลึกเข้าไปในนัยน์ตาสีเหลืองอำพันของคนตัวใหญ่ สายตาของพันเอกฮาแกนที่จ้องเขากลับมานั้นไม่มีทีท่าว่าจะล้อเล่นกับประโยคเมื่อสักครู่นี้เลย มันล้ำลึกเต็มไปด้วยความต้องการ และประกายบางอย่างที่เขาเองก็ไม่อาจจินตนาการได้ว่าคืออะไร 

  

“ถ้าพี่จะกรุณา ให้ผมได้รู้จักตัวตนของพี่มากขึ้น ผมก็ยินดีครับ แล้วก็ขอบคุณสำหรับของขวัญนะครับ ผมมีความสุขมากๆ เลย” 

“พูดอะไรน่ะ พี่ยังไม่ได้ให้ของขวัญเธอสักหน่อย” 

“อ้าว แล้วไหนของขวัญของผมล่ะครับ ผมทวงได้ไหม” 

“ฮ่าๆๆ ได้สิ” 

  

ฮาแกนส่งสัญญาณมือให้บริกรและผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องกับพวกเขาเดินออกจากห้องไป พนักงานทั้งหลายค้อมศีรษะลงและทยอยออกจากห้อง ประตูไม้โอ๊คฉลุลายปิดลงในไม่กี่วินาทีถัดมา เมื่อในห้องไม่มีใครร่างสูงลุกขึ้นจากเก้าอี้ของตัวเองและก้าวเท้าเดินเข้าไปหาดีแลน ที่ตอนนี้จ้องมองการกระทำเขาไม่วางตา 

  

“พอลองมาคิดดูตั้งแต่วันที่เราเจอกันหลังจากคาร์บอม การมีเธออยู่ข้างๆ มันเหมือนเป็นการเติมเต็มชีวิตของพี่ให้มีความสุข และมันทำให้พี่รู้สึกว่าอยากจะรักษาช่วงเวลาเหล่านี้เอาไว้ตลอดไป” 

  

อัลฟ่าร่างสูงเดินมาหยุดที่ตรงด้านข้างของเก้าอี้ที่โอเมก้าตัวเล็กนั่งอยู่ ก่อนจะค่อยๆ ลดตัวคุกเข่าลงหนึ่งข้าง มือใหญ่ล้วงเข้าไปด้านในกระเป๋ากางเกง เขาหยิบกล่องผ้าไหมขนาดเล็กออกมาถือไว้ ฮาแกนประคองมันไว้ในฝ่ามือและเปิดมันต่อหน้าดีแลนที่ยกมือขึ้นป้องริมฝีปากสีเชอร์รี่ 

  

“พี่รู้สึกโชคดีที่ได้พบเจอกับคู่แห่งโชคชะตาที่แสนวิเศษอย่างเธอ เพราะฉะนั้น คุณดีแลน ฟอสเตอร์ ได้โปรดแต่งงานกับผมได้หรือเปล่า” 

“ฮาแกน...พี่...” 

“อยู่เป็นอีกครึ่งชีวิตของผม ไปจนกว่าโชคชะตาจะพาให้เราแยกจากกันได้ไหมครับ” 

“ฮึก...ครับ...ฮึก ผมตกลง ผมตกลง” 

“ยื่นมือมาเร็วคนเก่ง” 

  

มือเล็กๆ ข้างซ้ายยื่นออกไปวางบนฝ่ามือใหญ่ๆ ที่รออยู่ก่อนแล้ว ฮาแกนบรรจงสวมแหวนประจำตระกูลที่ได้จากบารอนมาเมื่อตอนเย็นลงบนนิ้วนางข้างซ้ายอย่างทะนุถนอม ริมฝีปากอุ่นร้อนประทับจูบลงที่หลั่งฝ่ามือเนียนนุ่มแล้วลุกขึ้นยืน ทั้งสองโผเข้ากอดกันแน่น ดีแลนที่ทั้งดีใจและตื่นเต้นจนร้องไห้สะอื้นมุดหน้าเข้ากับอกแกร่ง โดยมีฝ่ามือใหญ่คอยลูบหัวอย่างอ่อนโยน 

ฮาแกนไม่ได้พาดีแลนกลับไปนอนค้างที่บ้าน แต่กลับพาคนตัวเล็กขึ้นลิฟต์แก้วไปที่ชั้น80ของโรงแรม ห้องรอยัลสวีทที่กินพื้นที่ทั้งชั้นเปิดประตูรอต้อนรับพวกเขาอยู่ ฮาแกนไม่ต้องการให้ใครมารบกวน เพราะฉะนั้นทั้งคู่จะใช้ชีวิตอยู่ในห้องนี้จนกระทั่งถึงกำหนดกลับอวาลอนในอีกสองวัน 

  

“อ๊ะ...อื้อ...” 

  

สองร่างบดเบียดนัวเนียกันไม่ยอมห่าง สองมือใหญ่ของฮาแกนบีบเคล้นสะโพกกลมกลึงและออกแรงยกมันขึ้นแนบชิดกับร่างกายแข็งแกร่งของเขา ดีแลนยกขาขึ้นคล้องรอบเอวสอบเอาไว้ สองมือช่วยคนพี่ปลดเปลื้องอาภรณ์ที่เป็นปราการขวางกั้นออกไปให้พ้นตัว กลิ่นหอมหวานของดีแลนเข้มขึ้นเมื่อร่างกายเริ่มเข้าสู่สภาวะฮีท 

ฟีโรโมนกลิ่นวู้ดดี้และเครมบรูเล่ผสมคละเคล้า ฤดูร้อนเมื่อปีที่แล้วที่ทั้งคู่ใช้เวลาอยู่ด้วยกันที่บ้านริมชายหาด และฮาแกนเกิดรัทฉุกเฉินทำให้ฤดูกาลรัทของเขาเปลี่ยนใหม่ อุณหภูมิร่างกายของทั้งสองคนเพิ่มสูงขึ้นจากฟีโรโมนที่มอมเมากันและกัน ฮาแกนที่เข้าสู่สภาวะรัทเริ่มขบกัดไปตามไหล่ข่าวๆ ที่พ้นออกมานอกเสื้อเชิ้ตตัวบาง 

ชุดสูทราคาแพงรวมถึงเชิ้ตหลุดร่วงลงตามทางที่คนตัวใหญ่ก้าวเดิน ริมฝีปากทั้งสองบดเบียดแลกเปลี่ยนความวาบหวามจนเกิดเสียงชื้นแฉะ กลิ่นแอลกอฮอล์ยังคงเคล้าอยู่ในโพรงปากอุ่น ให้ความรู้สึกทั้งดิบเถื่อนและเซ็กซี่จนยากจะห้ามใจ ท่อนบนของทั้งคู่เปลือยเปล่า ฮาแกนผลักประตูห้องนอนเข้าไปและโถมร่างกายของพวกเขาทั้งคู่ลงบนเตียงกว้าง เขาจำใจต้องผละตัวเองออกจากริมฝีปากที่แสนหอมหวานเพื่อจัดการปลดเปลื้องอาภรณ์ส่วนที่เหลือ 

  

“อื้อ...ไม่...อย่าไป ได้โปรด” 

“ใจเย็นๆ ขอพี่ถอดกางเกงก่อน เดี๋ยวเธอจะเจ็บนะ” 

“ไม่ ไม่ แด๊ดดี้...หนูต้องการของแด๊ด” 

  

โอเมก้าตัวเล็กปล่อยใจเข้าโรลเพลย์เพื่อเร่งเร้าและเอาอกเอาใจอีกฝ่าย พลางพลิกกายลงนอนคว่ำปลดกางเกงตัวเองลงอย่างรวดเร็ว นิ้วเรียวสวยปัดป่ายและสอดเข้าไปในช่องทางจีบสีชมพูเปียกเยิ้ม คนตัวเล็กส่งสายตาออดอ้อนมาให้ร่างสูงด้านหลัง ดีแลนขบกัดริมฝีปากของตัวเองเพื่อกลั้นเสียงครางยามที่นิ้วเล็กๆ ของเขาสอดใส่เข้าไปด้านในของช่องทางอุ่นนุ่ม ภาพที่เกิดขึ้นตรงหน้าทำให้ฮาแกนแทบหน้ามืด 

  

ไม่ทนแม่งแล้ว!!! 

  

ร่างสูงโถมกายลงคร่อมดีแลนเอาไว้จนมิด มือใหญ่คว้าใบหน้าหวานให้หันกลับมาหาและประทับริมฝีปากจูบอย่างร้อนแรง ลิ้นอุ่นปาดชิมและตักตวงความหอมหวานจากโพรงปากเล็ก ฮาแกนใช้มืออีกข้างที่ว่างตบลงบนสะโพกนุ่มเด้งแรงๆ หลายครั้งเพื่อระบายอารมณ์มันเขี้ยว 

  

“แด๊ด...แด๊ดดี้คะ... Come on. 'Breed' me daddy!” 

“Spread your legs little boy. (อ้าขาออกเด็กน้อย)” 

  

ฮาแกนก้มลงสั่งด้วยเสียงแหบพร่าข้างๆ ใบหูแดงๆ ของดีแลน คนตัวเล็กพยักหน้าและกางขาเรียวออกกว้างอย่างว่าง่าย นิ้วเล็กๆ ที่ยังคงอยู่ด้านในช่องทางนั้นขยับเข้าออกรัวเพื่อระบายความต้องการของตัวเอง กางเกงของฮาแกนหลุดจากร่างกายไปแล้ว มือใหญ่ประคองแกนกายที่ตื่นตัวเต็มที่มาพาดระหว่างก้อนเนื้อนุ่มเด้ง ซึ่งในตอนนี้ขึ้นรอยแดงจากการถูกตีหลายครั้ง 

  

“ไหน ใครอยากได้ของแด๊ดคะ?” 

“ฮื้อ...หนูค่ะ หนูอยากได้ของแด๊ดดี้ ได้โปรดเติมเต็มหนู” 

  

ไม่พูดเปล่ามืออีกข้างที่ว่างยกขึ้นมาจับที่เนินเนื้อนุ่มแล้วจัดการแยกมันออก ให้คนตัวใหญ่ได้เห็นช่องทางที่ขมิบรัดนิ้วเล็กๆ ของตัวเองได้ชัดขึ้น ศีรษะและไหล่ของดีแลนฟุบติดกับเตียงนุ่ม ในขณะที่สะโพกสวยยกลอยเด่นส่ายไปมาเพื่อเรียกร้องในสิ่งที่เขาต้องการ 

มือใหญ่ฟาดลงบนก้นนิ่มหนึ่งครั้งด้วยความมันเขี้ยวปนเอ็นดู และย่อกายลงส่งทั้งลิ้นอุ่นกับนิ้วที่ใหญ่กว่าเข้าไปทักทายรอยจีบสีชมพูน่ารัก มันกระตุกหุบเข้าและขยายออกตามสิ่งแปลกปลอมที่สอดเข้าไป แกนกายขนาดพอดีตัวตั้งชัน หยาดน้ำสีใสปริ่มอยู่ที่ส่วนปลายของมันเรียกให้คนตัวใหญ่สอดมืออีกข้างไปทักทายและขยี่ส่วนปลายสีสดเบาๆ 

  

“อ๊าาาาาา แด๊ด ได้โปรด อ้า! ได้โปรด!!!” 

  

ช่องทางด้านหลังถูกรังแกอย่างหยาบโลน เสียงเฉอะแฉะดังออกมาจากส่วนนั้นอย่างน่าอายที่สุด ดีแลนร้องครวญไม่เป็นภาษา พยายามขยับหนีความเร่าร้อนที่โจมตีร่างกายของเขา จนใบหน้าหวานไถรูดไปกับเตียงนุ่ม ฮาแกนใช้นิ้วที่ยังอยู่ด้านนอกกดและดันนิ้วเล็กๆ ของดีแลนเข้าไปให้ลึกขึ้นจนคนตัวเล็กสัมผัสได้ถึงจุดบางอย่างด้านใน ทันทีที่นิ้วของเขาสัมผัสที่จุดนั้น ตัวตนของดีแลนก็กระตุกไหวปลดปล่อยสายธารอุ่นๆ ออกมาเป็นระลอก 

  

“ผมถึง! อ้าาาาา ผมถึงแล้ว…แด๊ดดี้ ผมถึงแล้ว!!” 

“อืม...เด็กลามก ตรงนั้นของหนูซนใหญ่แล้วนะ อยากได้มันมากขนาดนั้นเลยหรือไง หืม?” 

“ฮือ แด๊ดคะ...เติมมันให้เต็มด้วยน้ำของแด๊ดที...หนูอยากได้...อะ...อุก...” 

  

คนตัวใหญ่ขยับตามขึ้นมาบนเตียงกว้าง เขาขยับสะโพกสวยให้ลอยเด่นในตำแหน่งที่เขาสามารถสอดใส่เข้าไปได้อย่างง่ายดาย ฮาแกนโน้มตัวลงไปกดศีรษะดีแลนให้จมกับหมอนใบโต และจัดการสอดตัวตนที่ตื่นตัวจนเจ็บไปหมดเข้าสู่ช่องทางอุ่นร้อนที่ขมิบรออยู่แล้วจนสุดในคราวเดียว 

  

“อ้า...อี๊! จะ...เจ็บ อ๊าาาาาาาา!!!!!” 

“ฟัค...ดีแลน! ร่างกายหนูมัน...ปีศาจชัดๆ” 

  

แท่งเนื้อผลุบหายเข้าไปด้านในจนสุดโคน ฮาแกนไม่รอช้าขยับยายเข้าออกในจังหวะเนิบนาบ และเร่งความเร็วให้หนักหน่วงเมื่อเสียงร้องครวญครางของร่างเล็กดังขึ้น ดีแลนกรีดร้องราวกับกระต่ายตัวน้อยไร้ทางสู้ ดวงตาสีเพทายเต็มไปด้วยแรงอารมณ์ มันฉ่ำปรือลอยคว้างมองเพดานห้อง ลิ้นเล็กๆ ห้อยตกอยู่ข้างริมฝีปาก ลำคอส่งเสียงร้องอย่างสุขสม 

อาการฮีททำให้เขารู้สึกไวมากขึ้นหลายเท่าจนปลดปล่อยออกมาอีกครั้งหนึ่ง แต่สะโพกแกร่งด้านหลังกลับยิ่งเพิ่มความเร็วมากขึ้น จนคนตัวเล็กหัวสั่นหัวคลอน ช่องทางด้านหลังถูกรังแกไม่หยุด 

  

“เป็นไงชอบไหม? ซี๊ด...เอาอีกไหมคะ?” 

“ชอบบบ มันใหญ่เหลือเกิน...อ๊าาาาาาาาา แด๊ดดี้!!! ได้โปรดเอาผมอีก!!!” 

“ชอบมันขนาดนี้ แด๊ดต้องให้รางวัลแล้วสิ” 

  

อัลฟ่าตัวใหญ่ประคองตัวดีแลนให้อยู่ในท่าคลานเข่า แล้วแทรกตัวเข้าไปอยู่ตรงกลางหว่างขาเรียวยาว สองมือใหญ่จับบริเวณไหล่ของคนตัวเล็กเอาไว้มั่น เขาทิ้งจังหวะให้ดีแลนได้หายใจไม่กี่วินาที ก่อนจะขยับรัวสะโพกเข้าไปในช่องทางอ่อนนุ่ม เสียงเนื้อหน้าขากระทบกับก้นนิ่มดังลั่นห้องพอๆ กับเสียงครางไม่เป็นภาษาของโอเมก้าตัวน้อย 

ความอุ่นร้อนที่โอบรัดตัวตนของเขาเป็นจังหวะแนบแน่นทำให้ฮาแกนเองใกล้ถึงขีดจำกัด มือที่จับไหล่ขาวเอาไว้เคลื่อนไปที่ปลอกคอสีดำสนิท ฮาแกนจัดการปลดมันออกอย่างรวดเร็วและในครั้งนี้ไม่มีการห้ามปรามจากคนตัวเล็กอีกต่อไป ดีแลนก้มตัวลงเล็กน้อยให้ปลอกคอนั้นหลุดไปอย่างง่ายดาย 

มือใหญ่กอบกุมลำคอบางเอาไว้และออกแรงบีบมัน ดึงคนตัวเล็กขึ้นมาแนบชิดในขณะที่ท่อนล่างยังเคลื่อนใส่กันอย่างบ้าคลั่ง ฮาแกนก้มลงซุกไซร้ที่หลังคอขาวๆ ซึ่งส่งกลิ่นหอมหวานยั่วน้ำลายออกมาตลอดเวลา ลิ้นอุ่นแลบเลียเนื้ออ่อนบริเวณนั้นซ้ำๆ สร้างความสยิวให้กับดีแลนเป็นอย่างมาก 

  

“ดีแลน...อ่า...เป็นของพี่นะ” 

“อ๊าาาาา อ๊ะ ดะ...อ๊ะ! กัดผม! ทำให้ผมเป็นของพี่คนเดียว! บอนด์ผมเลย!!!” 

  

สิ้นเสียงดีแลน ฮาแกนผลักเขาให้ล้มลงคว้ำหน้ากับเตียงอีกครั้ง และรัวสะโพกเข้ามาจนดีแลนแทบถึงสวรรค์ สองมือใหญ่จับล็อกสะโพกกลมเอาไว้ กระแทกกายเข้ามารัวและแรงราวกับไม่กลัวว่ามันจะหัก ในวินาทีที่ดีแลนกรีดร้องเพราะกำลังจะถึงฝั่งฝัน ฮาแกนโน้มตัวลงมาหาเขาอีกครั้ง ริมฝีปากบางอ้าออกจนเห็นฟันคม 

อัลฟ่าตัวใหญ่ขบกัดที่หลังคอของโอเมก้าตัวเล็กจนจมเขี้ยว ตีตราจองว่าร่างกายนี้เป็นของเขาเพียงคนเดียวเท่านั้น คนตัวเล็กกระตุกเกร็งปลดปล่อยออกมาพร้อมๆ กับแกนกายขนาดใหญ่ซึ่งกระตุกปลดปล่อยของเหลวจำนวนมากเข้าสู่ช่องท้องเช่นเดียวกัน ความเจ็บจี๊ดแล่นจากหลังคอขึ้นสู่สมอง ร่างกายเล็กเหยียดเกร็งสั่นกระตุกราวกับโดนไฟฟ้าช๊อต 

  

“อะ...อะ...แฮ่ก...” 

“อืม...” 

  

ฮาแกนผละออกจากรอยตีตราของเขาที่ด้านหลังคอของดีแลน ลิ้นอุ่นเลียไปตามซีกฟันคม รสชาติของเลือดที่ปนอยู่กับของเหลวในปากกระตุ้นสัญชาตญาณของเขาให้ตื่นขึ้นอีกครั้งหนึ่ง ดีแลนที่ดวงตาลอยคว้างเริ่มได้สติ ร่างกายเล็กๆ สั่นสู้พลางขยับสะโพกส่ายไปมาอีกครั้ง ราวกับว่าการร่วมรักเมื่อครู่มันไม่เพียงพอต่อความต้องการของเขา อัลฟ่าจ่าฝูงที่เห็นดังนั้นมีหรือว่าจะยอม 

สุดท้ายทั้งสองร่างก็เคลื่อนตัวเข้าหากันอีกครั้งและอีกครั้ง จวบจนเช้าวันใหม่ที่แสงอาทิตย์ลอดผ่านผ้าม่านเข้ามา ที่ห้องนั่งเล่นของห้องรอยัลสวีท ปรากฏร่างบอบบางที่เต็มไปด้วยรอยกัด และรอยแดงจากฝ่ามือใหญ่ๆ กำลังเคลื่อนตัวขึ้นลงอย่างพลิ้วไหว โดยมีมือของคนตัวใหญ่ประคองสะโพกกลมไว้เพื่อกำหนดจังหวะ ฟีโรโมนของโอเมก้าในยามที่ฮีทและอัลฟ่าขณะรัทฟุ้งกระจายไปทั่วห้อง 

  

“แฮ่ก...แฮ่ก...แฮ่ก...อื๊อ...อ๊าาาา” 

“ซี๊ด...ดีล...อืม...” 

  

บทรักที่แสนจะเร่าร้อนยังคงดำเนินต่อไปในทุกพื้นที่ของห้อง กระทั่งมันมอดลงเมื่อทั้งสองคนเหนื่อยจนแทบจะไม่มีแรงขยับกาย ดีแลนสลบไปแล้วส่วนฮาแกนนั้นรวบรวมแรงที่ยังเหลืออยู่ พาคนตัวเล็กกลับเข้าไปที่ด้านในของห้องนอน เขาจัดการดึงผ้านวมที่เลอะคราบต่างๆ ลงไปกองกับพื้น แล้วดึงคนตัวเล็กที่หลับไม่ได้สติมากอดไว้อย่างหวงแหน 

 

  

ติดตามข่าวสาร อัปเดตข้อมูลเข้าไปพูดคุยเม้ามอย หอยสังข์ ทวงนิยายกันได้ที่ 

ทวิตเตอร์ #โอเมก้าตาบอด 

 

ตามธรรมเนียมของฝรั่ง ในการแต่งงานจะใช้แหวนทั้งหมด2วงค่ะ วงแรกคือ engagement ring (เอน -เกจ -เม้นท์-ริงค์) หรือแหวนที่ใช้ในการขอ มักจะมีเพชรเม็ดใหญ่ๆ ชูไว้แบบอลังการ อีกวงหนึ่งจะใช้ตอนเข้าโบสถ์ทำพิธีแต่งงาน เรียกว่า wedding band (เว้ด-ดิ้ง-แบรนด์) วงนี้จะเป็นแหวนแบบเรียบๆ ไม่อลังการเท่าแหวนขอ เพราะแหวนที่ให้ตอนทำพิธีในโบสถ์ตามธรรมเนียมจะต้องสวมติดนิ้วตลอดเวลาห้ามถอด ถ้ามีอะไรเบ้งๆใหญ่ๆ วิบวับๆติดนิ้วตลอดบางทีจะทำอะไรมันก็ไม่สะดวกค่ะ 

  

 

!!! Pre-Order !!! 

วันที่ 22/03/2021 ถึง 31/05/2021 

ตัวอย่างหนังสือ 1 ชุดพร้อมของแถม 

 

รายละเอียดเยอะหน่อยนึง แต่เพื่อความเข้าใจตรงกันค่ะ

 

เวอร์ชั่นรูปเล่ม 

หนึ่งเซ็ตจะประกอบไปด้วยนิยายสองเล่ม ได้แก่เล่มหลักและเล่ม Special

- จำนวนหน้าของเล่มหลักหลังจากจัดหน้าแล้วจะอยู่ที่ 520-540 หน้า (รวมภาพประกอบเวอร์ชั่นฮืดฮาดไม่เซ็นเซอร์ 4 ภาพ)

- เล่ม Special จะประกอบไปด้วยตอนพิเศษทั้งหมด 8 ตอน และภาคสปินออฟ1ภาค

 

รายชื่อตอนพิเศษ 

1. One day of PYTHON (ลงให้อ่านฟรีในเว็บ)

2. ฮาแกน เลิร์ช 24 ชั่วโมงหลังได้เจอคู่แห่งโชคชะตา

3. ดีแลน เลิร์ช 24 ชั่วโมงก่อนฮันนีมูน

4. พ่ออยากมีหลาน (เหตุการณ์ก่อนคืนวันคริสต์มาสที่พี่หายไปทั้งวัน)

5. Special Christmas (ลงให้อ่านในเว็บด้วยแบบติดเหรียญ)

6. การหัดทำรังครั้งแรกของเจ้าหัวไชเท้า

7. เบบี้หัวไชเท้าถือกำเนิดแล้ว

8. คุณพ่อขี้หวง

9. spin-off เมื่อฮาแกนและดีแลนเป็นนักเรียนเตรียมทหารรุ่นเดียวกัน

 

รายละเอียดรูปเล่ม 

กระดาษ : ถนอมสายตา 75 แกรม พิมพ์4สีหนึ่งหน้า

หากมีรายการพรีออเดอร์ถึง100ชุดขึ้นไป หน้าปกจะปั๊มทองที่โลโก้ หากยอดสั่งจองเยอะ ของแถมก็จะงอกตามเรื่อยๆค่ะ 

****แถมที่คั่นไดคัททุกเล่มเฉพาะรอบพรีออเดอร์เท่านั้น****

ราคา : 690 รวมส่งพัสดุด่วนพิเศษ EMS 

*สั่งมากกว่า1ชุด จะได้รับส่วนลดค่าจัดส่ง 50% อย่างไรหากต้องการเยอะ ทักมาคุยกันก่อนค่ะ

 

การโอนเงิน  

ระยะเวลาการโอน 22/03/2021 - 31/05/2021

 

สามารถโอนเงินค่าหนังสือได้ที่บัญชี 

 

- สามารถสั่งซื้อโดยการโอนเงินตามจำนวนชุดที่ต้องการสั่งซื้อได้เลยและเก็บสลิปโอนเอาไว้ด้วย (ห้ามทิ้งสลิป)

- สามารถแจ้งโอน กรอกชื่อ ที่อยู่ เบอร์โทร และแนบสลิป ได้ที่ทวิตเตอร์ @PoydswatWriter

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว