facebook-icon

ขอบคุณนักอ่านที่รักทุกคน

ชื่อตอน : ตอนที่ 8

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.7k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 09 พ.ค. 2564 22:17 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 8
แบบอักษร

ตอนที่ 8 

ร่างเล็กวางโทรศัพท์ที่อยู่ในมือลงบนโต๊ะ เธอกึ่งเดินกึ่งวิ่งไปที่ห้องนอนเปิดลิ้นชักตรงหัวเตียงอย่างรีบร้อนใจ ก่อนจะหยิบสิ่งของบางอย่างที่อยู่ในนั้นออกมา

กล่องสี่เหลี่ยมขนาดเล็กที่เป็นเนื้อผ้ากำมะหยี่สีแดงสดปกคลุมทั่วทั้งตัวกล่อง เมื่อเปิดออกข้างในจะเป็นสีขาวซึ่งดูก็รู้ว่าสิ่งนั้นคือกล่องสำหรับใส่เครื่องประดับ

ดาริกาย้ายร่างเล็กของตัวเองขึ้นไปนั่งบนเตียง จ้องมองกล่องสี่เหลี่ยมที่อยู่ในมือเธอค่อยๆ เปิดออกอย่างช้าๆ แต่ทว่าภายในกลับว่างเปล่าไม่มีแม้แต่ แหวน สร้อยคอ หรือกำไลข้อมือวางอยู่ข้างใน เธอเอนตัวลงบนที่นอนนุ่มหลับตาพริ้มหวนนึกถึงเรื่องราวตอนเด็กที่เธอไม่อาจลืม

 

บนท้องถนนที่ทอดยาวสุดลูกหูลูกตาในต่างจังหวัด รถราส่วนใหญ่ขับขี่บนท้องถนนราวกับว่าไม่เคยรู้จักกฎจราจรของบ้านเมือง พ่อแม่ส่วนใหญ่จึงไม่ค่อยปล่อยให้เด็กเล็กออกมาเดินเล่นวุ่นวายบริเวณที่ติดกับถนนเพราะมันค่อนข้างอันตรายอยู่พอสมควร

สาวน้อยร่างเล็กหน้าตาจิ้มลิ้มเดินจูงมือมากับผู้เป็นแม่ ดูๆ ไปแล้วอายุของเธอน่าจะประมาณ 10 ขวบเธอสะพายกระเป๋าผ้าใบเล็กสีชมพูหวาน วันนี้แม่ของเธอพาไปซื้อกำไลข้อมูลเพื่อเป็นของขวัญวันเกิดย้อนหลังให้กับเธอ

กำไลข้อมือสีเงินราคาไม่แพงไม่ถูกจนเกินไป แต่ที่สำคัญคือบนกำไลมีตัวอักษรย่อ NM ที่ทางร้านได้สลักเอาไว้สำหรับเธอโดยเฉพาะ (NM ย่อมาจากชื่อเล่นของเธอคือน้ำมนต์) สำหรับเธอในตอนนี้สิ่งที่มีค่าที่สุดก็คงหนีไม่พ้นกำไลข้อมือเส้นนี้

ถ้าถามว่าเพราะอะไร เธอก็ตอบได้เต็มปากเพราะมันคือของขวัญวันเกิดชิ้นแรกที่แม่ของเธอเก็บเงินซื้อให้ครอบครัวของเธอค่อนข้างยากจนการจะให้ขวัญกับลูกสักชิ้นต้องใช้เวลาเก็บเงินอยู่นานเหมือนกัน แต่ดาริกาก็ไม่เคยร้องไห้งอแงเรียกร้องสิ่งเหล่านี้เหมือนกับเด็กคนอื่น

เพราะเธอเข้าใจสถานะของครอบครัวดี

“ชอบไหมมนต์”

“ชอบมากค่ะแม่ ขอบคุณสำหรับของขวัญวันเกิดนะคะ” พราวภัสสรลูบศีรษะของลูกสาวด้วยความเอ็นดู

หล่อนสงสารดาริกาที่ต้องเกิดมาในครอบครัวฐานะยากจน คนเป็นพ่อก็ชิ่งหนีไปอยู่ในสรวงสวรรค์ตั้งแต่เธอยังไม่คลอดออกมาลืมตาดูโลกด้วยซ้ำ

“มนต์ยืนรอแม่ตรงนี้ก่อนนะ เดี๋ยวแม่ไปซื้อของร้านฝั่งนู้นแป๊บนึงห้ามไปวิ่งเล่นตรงถนนเด็ดขาดเข้าใจไหม”

“เข้าใจค่ะ มนต์จะยืนรอแม่อยู่ตรงนี้”

แต่เด็กก็คือเด็กอยู่วันยังค่ำ พูดสั่งพูดห้ามเท่าไหร่ก็ไม่มีประโยชน์ไม่รู้เป็นเพราะพวกเขาไม่เข้าใจหรือไม่สนใจกันแน่? ดาริกายืนมองกลุ่มเพื่อนที่วิ่งเล่นกันอย่างสนุกสนาน เพื่อนของเธอหันมาเห็นเธอเข้าพอดีหล่อนจึงกวักมือเรียกดาริกาให้ไปเล่นด้วยกัน

“มนต์มาเล่นด้วยกันสิ” สิ้นเสียงพูดของเพื่อนดาริกาคลี่ยิ้มจนตาหยี รีบวิ่งไปหาพวกเขาทันที

แต่เดี๋ยวก่อนพวกหล่อนอยู่อีกฟากของถนน ซึ่งนั้นแปลว่าดาริกาจะต้องข้ามถนนที่รถราวิ่งกันขวักไขว่เพื่อไปเล่นกับเพื่อน ถ้าพราวภัสสรรู้เข้าเธออาจโดนตีจนขาลาย

แล้วดาริกาสนที่ไหนกันวัยเด็กอย่างเธอการได้วิ่งเล่นกับเพื่อนคือความสุขสนุกสนาน เธอมองซ้ายทีมองขวาทีตรวจตราดูรถที่วิ่งไปมา เมื่อเห็นว่าถนนโล่งเธอจึงรีบวิ่งออกไปทันทีแต่ทว่ารถกระบะที่วิ่งมาด้วยความเร็วสูงหลุดรอดสายตาของเธอไปได้ยังไง

เหล่าแม่ค้าแม่ขายต่างพากันร้องดังลั่นเมื่อเห็นเหตุการณ์ตรงหน้า พราวภัสสรที่หันกลับมามองส่งเสียงกรีดร้องทั้งน้ำตาเด็กสาวที่ยืนอยู่กลางถนนคือลูกสาวของหล่อน

“ยัยมนต์ระวังรถ”

ดาริกายืนนิ่งหลับตาปี๋เมื่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมันรวดเร็วจนเธอทำอะไรไม่ถูก น้ำตาไหลออกมาด้วยความกลัวเมื่อคิดว่าตัวเองคงไม่มีโอกาสได้เห็นหน้าผู้เป็นแม่อีกแล้ว ร่างเล็กลงไปนอนเกลือกกลิ้งอยู่บนถนนแต่เธอกลับไม่รู้สึกถึงผิวหนังที่ถลอกปอกเปิกแม้แต่น้อย

เธอจะรู้สึกได้ยังไงในเมื่อเธอนอนทับอยู่บนร่างของเด็กผู้ชายที่ดูแล้วอายุน่าจะเยอะกว่าเธออยู่พอสมควร ดาริกาลืมตามองหน้าคนที่อยู่เบื้องล่าง เขาเป็นเด็กผู้ชายหน้าตาหล่อเหลาผิวพรรณก็ขาวผ่องไม่ผิดไปจากผู้รากมากดี

“เจ็บตรงไหนไหมน้อง” เขาเอ่ยถามขึ้น แต่ทว่าเสียงของเขามันช่างนุ่มนวลชวนฟังอยู่ไม่น้อย

ดาริกาดันร่างเล็กให้ลุกขึ้นเพราะกลัวว่าเขาจะยิ่งเจ็บหากเธอยังนอนทับอยู่แบบนั้น

“หนูไม่เป็นอะไรคะ ขอบคุณพี่มากนะคะที่ช่วยชีวิตหนูไว้” ระหว่างที่เธอกำลังพูดขอบคุณยกใหญ่พราวภัสสรก็รีบวิ่งมาหาด้วยท่าทีของความตกใจ

“ลูกแม่ ไม่อะไรใช่ไหม” หล่อนสวมกอดร่างเล็กไว้แน่น

“ไม่เป็นไรค่ะแม่ แต่พี่เขาเลือดออกที่ข้อมือ” ดาริกาพูดพลางชี้นิ้วให้คนเป็นแม่หันไปดู

“ไปทำแผลที่บ้านน้าก่อนนะลูก ถ้าไม่ได้หนูช่วยไว้ป่านนี้ลูกสาวแม่คง…”

พราวภัสสรไม่กล้าพูดคำนั้นออกมาด้วยซ้ำ หากไม่ได้เด็กหนุ่มหน้าตาดีคนนี้ช่วยไว้หล่อนคงไม่มีโอกาสได้เห็นรอยยิ้มเมื่อครู่ของคนเป็นลูกสาวอีก

“ไม่เป็นไรครับคุณน้า พอดีผมมาเที่ยวต่างจังหวัดช่วงปิดเทอมบ้านพักอยู่ใกล้ๆ นี่เอง” เขาเลือกที่จะปฏิเสธสองแม่ลูกเพาะอยากให้ทั้งสองได้อยู่ด้วยกันมากกว่า ดูท่าแล้วคนเป็นแม่ยังคงตกใจไม่หาย

เด็กหนุ่มลุกขึ้นยืนทำท่าจะเดินกลับไปยังที่พัก แต่มือเล็กของสาวน้อยจับมือของเขาไว้

“มีอะไรกับพี่รึเปล่าค่ะ” เขาพูดพลางโน้มตัวลงไปจับหัวของเธอด้วยความเอ็นดูเฉกเช่นน้องสาว

“พรุ่งนี้พี่มาเจอหนูที่นี่ได้ไหมคะหนูมีของจะให้พี่” ดาริกากะพริบตาปริบๆ ทำหน้ายู่อ้อนวอนอีกฝ่าย

“ได้สิคะ เดียวพรุ่งนี้ตอนเย็นพี่มาหาเราแล้วกัน”

เวลาผ่านไปไวเหมือนโกหก เวลาเย็นที่ดาริการอคอยก็มาถึงเธอรอจังหวะที่คนเป็นแม่จะไปเยี่ยมป้าที่ป่วยอยู่ แล้วชิ่งหนีออกมาเพื่อไปหาพี่ชายคนที่ช่วยชีวิตเธอ

ซึ่งถ้าไม่มีเขาในวันนั้น เธอคงไม่ได้มายืนยิ้มอยู่ในวันนี้

“ทำไมพี่มาเร็วจังค่ะ”

“พี่ไม่อยากให้เรามารอ เลยรีบมาก่อน” ใบหน้าหวานของสาวน้อยคลี่ยิ้ม เธอก้มลงหยิบของบางอย่างที่อยู่ในกระเป๋าแล้วยื่นมันให้กับเขา

“กำไลข้อมือ ให้พี่เหรอคะ”

“ใช่ค่ะ หนูให้พี่กำไลเส้นนี้แม่ซื้อให้หนูเป็นของขวัญวันเกิดพี่น่าจะใส่ได้พอดี เพราะแม่ซื้อขนาดใหญ่ให้หนูแม่บอกว่าหนูจะได้ใส่ตอนโตได้ด้วย” เมื่อได้ยินคำพูดประโยคนั้น เขาก็ยื่นมันคืนให้กับเธอทันที

นั่นเป็นของขวัญวันเกิดที่แม่ของเธอซื้อให้ เขาจะรับมาได้อย่างไรกัน

“เราเก็บไว้เองดีกว่า แม่ของเราซื้อให้เราควรเก็บมันไว้นะ” ดาริกาทำหน้ามุ่ย จับข้อมือของอีกฝ่ายแล้วบรรจงใส่กำไลเส้นนั้นในมือเขา

“หนูเต็มใจให้ พี่เป็นคนช่วยชีวิตหนูไว้ข้อมือพี่เป็นแผลก็เพราะหนู” เจ้าของดวงตากลมมองดูรอยแผลที่ลากยาว

“โอเคงั้นพี่รับไว้ก็ได้ ขอบใจเรามากนะแล้ว NM นี่มันคืออะไรเหรอ” เขาพูดพลางมองตัวอักษรอย่างละเอียด

“เอาไว้ครั้งหน้าหนูจะบอกพี่แล้วกัน ถ้าพี่ว่างอย่าลืมมาเจอหนูอีกนะแล้วหนูจะบอกว่า NM คืออะไร” เขายกมือขึ้นทำท่าโอเคให้กับเธอ

"แล้วพี่ชื่ออะไรเหรอคะ" สายตาเว้าวอนรอคอยคำตอบ

"พี่สุดหล่อค่ะ พี่ชื่อพี่สุดหล่อ" เขาพูดพลางหัวเราะออกมาอย่างขบขัน ก้มลงลูบหัวเด็กสาวเบาๆแล้วเดินจากไปด้วยรอยยิ้ม

ซึ่งเธอไม่คิดว่ารอยยิ้มครั้งนี้จะเป็นครั้งสุดท้ายที่เธอได้เห็นหลังจากวันนั้นเธอก็ไม่เคยเห็นเขาอีกเลย ดาริกาไปรอเขาทุกวันจนกลายเป็นกิจวัตรไปเสียแล้ว แต่รอวันแล้ววันเล่าเขาก็ไม่เคยโผล่มาหาเธอสักครั้ง

เธอได้แต่คิด…เขาคงมีเหตุผลของเขาเหมือนกัน

ดาริกาลืมตามองฝ้าเพดานที่ขาวโพลน ก่อนลุกขึ้นนั่งบนเตียงอีกครั้งเธอนำกล่องใส่กำไลคู่ใจเก็บไว้ในลิ้นชักดังเดิมพลางยกมือขึ้นบีบขมับของตัวเอง

“จะทำยังไงถึงจะได้กลับไปทำงานกับบอสนะ” เธอคิดไม่ตกในเรื่องนี้ ยิ่งกลั่นกรองความคิดจนตกตะกอนเท่าไหร่แต่ดูเหมือนยิ่งไม่มีทางออก ตำแหน่งเลขาที่เคยทำก็มีคนอื่นมาแทนที่ไปเสียแล้ว

***** 

สวัสดีนักอ่านที่รักทุกคน ไรท์ได้ทำการเปลี่ยนแปลงเนื้อหาและบทสนทนารวมถึงสรรพนามที่ใช้เรียกกันในตอนที่ 1-7 เล็กน้อยเพื่อเพิ่มความน่ารัก กรุบกริบของเรื่องแต่การดำเนินเรื่องทุกอย่างยังคงเหมือนเดิม นักอ่านที่เคยอ่านแล้วจะกลับไปอ่านอีกก็ได้นร่า 

 

แต่ตอนนี้ต้องหาทางช่วยน้องก่อน จะปล่อยพี่ไว้กับผู้หญิงคนอื่นนานๆได้ยังๆไง 

เดียวอิน้องก็อกแตกตายพอดี ^^ 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว