ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

รอบที่1 ชายใต้แสงไฟ

ชื่อตอน : รอบที่1 ชายใต้แสงไฟ

คำค้น : นิยาย,Yaoi,มาเฟีย,ป๋า,อิหนู,เคะฉลาด

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.2k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 31 พ.ค. 2559 02:11 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
รอบที่1 ชายใต้แสงไฟ
แบบอักษร

 

            ภายในย่านท่องเที่ยวยามกลางคืน ริมถนนใต้แสงจากเสาไฟ มีร่างหนึ่งกำลังนั่งกดมือถือเล่น เขาสวมชุดนักศึกษาแบบที่ไม่ควรมาอยู่สถานที่แถวนี้ ใบหน้าหล่อปนสวยแบบลูกครึ่งดูเบื่อหน่าย เรือนผมเส้นละเอียดสีน้ำตาลทองคลอเคลียแก้ม ดวงตาสีน้ำตาลล้อมด้วยแพขนตาหนา จมูกได้รูป ริมฝีปากบาง รูปร่างสูงเพรียวกำลังดี กางเกงยีนเอวต่ำช่วยขับเน้นสะโพกสอบน่าดึงดูด


            “พวกนายไปซะ ฉันจะเดินเล่นสักพัก”

 

            เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจดังจากอีกฟากของถนน ด้วยความที่บริเวณนี้ไม่ค่อยมีรถหรือคนผ่าน บรรยากาศเงียบสงบ ชายที่นั่งอยู่ตรงนี้เลยได้ยินชัดเจนทุกประโยค แต่เขาทำเป็นไม่ได้ยิน อยู่ในสถานที่มีเบื้องลึกเบื้องหลังเยอะขนาดนี้ การทำตัวเป็นคนหูหนวกตาบอดบางเวลา ถือเป็นวิธีการเอาตัวรอดอย่างหนึ่ง


            ลูกน้องสามคนลังเลกับคำสั่งเจ้านาย แต่ขัดไม่ได้ จำต้องแยกย้ายกันหลบไปคุ้มครองอยู่ห่างๆ ดวงตาคมกริบสีน้ำเงินเข้มมองรอบๆ อย่างสบายอารมณ์หลังจากเคลียร์อะไรที่น่ารำคาญทั้งหลายได้อย่างหมดจด ก่อนสะดุดตาเข้ากับร่างโปร่งที่นั่งอยู่ใต้แสงไฟ ไม่รู้อะไรดลใจถึงได้เดินไปหยุดตรงหน้า


            จู่ๆ มีเงาดำทาบทับ ผมเงยหน้าขึ้นมอง รู้สึกขัดอารมณ์ไม่น้อยที่มีใครหน้าไหนไม่รู้มายืนค้ำหัวตัวเอง คิ้วโค้งขมวดเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายหน้าตาดีแบบสุดๆ ที่สำคัญ ดวงตาคู่นี้ไม่เคยพลาด ชุดและนาฬิกา ทุกอย่างบนตัวร่างสูงล้วนเป็นของราคาแพงนรกทั้งสิ้น น่าเสียดาย วันนี้ถือเป็นวันหยุดของผม


            “เท่าไหร่?”


            สั้นง่ายได้ใจความ รู้กันดีอยู่ ผมโคลงหัวมองแววตาคล้ายจะดูถูก ผมชินซะแล้ว คงกำลังคิดอยู่ล่ะสิว่าเด็กสมัยนี้เลือกหนทางง่ายในการหาเงิน โดยไม่พยายามที่จะทำอาชีพอย่างอื่นที่มันดีกว่านี้

 

            “โทษทีนะ พอดีวันนี้ฉันไม่รับงาน”

 

            ลูกค้าที่ผมเลี่ยงมีอยู่สองประเภท พวกแรกคือดูแล้วน่าจะมีปัญหาตามหลัง ผมจะไม่ยุ่งกับคนพวกนี้เด็ดขาด แบบที่สองคือ คนที่ดูถูกผมแบบชายตรงหน้า

 

            “ถ้าไม่ทำงาน มานั่งทำไมสถานที่แบบนี้” เขาถาม คิ้วเข้มเลิกขึ้นมอง มุมปากผุดรอยยิ้มราวกับว่าตัวเองอยู่เหนือทุกสรรพสิ่ง อยากสวนกลับชะมัด นั่งแล้วมันหนักหัวรึไง ที่นี่เป็นของนายเรอะ! แต่ผมยังไม่อยากมีปัญหากับบุคคลไม่น่าไว้ใจ

 

            “ฉันไม่ขายให้กับคนที่คิดดูถูกฉันหรอกนะ”


            ผมตอบไปตามตรง เรื่องรับมือลูกค้าช่างตื๊อขอให้บอก ผมเจอคนมีทุกรูปแบบ สามารถเลี่ยงได้สบายมาก... มั้ง


            “หยิ่งแบบนี้สิ ค่อยดูสมเป็นคนหน่อย เมื่อกี้ทำหน้าซังกะตายเหมือนปลาขาดน้ำ แบบนั้นใครเค้าอยากจะซื้อกัน”


            ไอ้ต่างชาติหัวดำปากเสียพูดด้วยรอยยิ้มยั่วให้ผมของขึ้นได้ ผมขอบอกทุกคนไว้เลยนะ พวกคนต่างชาติสมัยนี้นิสัยไม่ต่างจากคนไทยหรอก ดูที่อยู่ตรงหน้าผมเป็นตัวอย่าง พูดไทยชัดแจ๋ว รู้จักคำยากๆ ด้วย แสดงว่าต้องอยู่ที่นี่มานาน


            “ฉันก็ไม่ได้ขอให้นายมาซื้อนี่ ขาดลุงไปฉันไม่อดตายหรอกน่า”

 

            ยักไหล่ไม่แยแส ยิ่งคุยยิ่งหงุดหงิด พอจะเดินหนีกลับโดนคว้าแขนไว้ มือสากจับแน่นราวกับคีมเหล็ก จะเอายังไงกันแน่วะ

 

            “น่าสนใจ เธอชื่ออะไร”

 

            “มิทรี่” ผมตอบเสียงห้วน บ่งบอกวากูเบื่อหน้ามึงมาก อยากรีบไปจากตรงนี้ใจจะขาด ต่อให้หล่อรวยแค่ไหน ปากหมาไม่แดกขอลาขาด!


            “มิทรี่ ฉันเสนอเงินให้เธอสามเท่าจากปกติ” เสียงหัวเราะเบาๆ กับดวงตาที่จ้องมองบ่งบอกความสนใจแบบโจ่งแจ้ง ไม่ทันจะอ้าปากตอบ แรงบีบที่แขนมากขึ้น ดวงตาคมหรี่ลงเหมือนสัตว์ป่ากำลังล่าเหยื่อที่ถูกใจ

 

คิดให้ดีเจ้าหนู เธอไม่มีทางเลือกมากนัก”

 

            ผมกัดฟัน คำนวณในหัวเร็วจี๋ อีกฝ่ายเป็นของจริง หากยังเล่นตัวต่อไปไม่รู้ว่าผมต้องเจออะไรบ้าง เอาวะ หลับหูหลับตาทำไปสักคืน ถือซะว่าได้เงินมากกว่าเดิมตั้งเยอะ เช้ามาค่อยตัวใครตัวมัน

 

            “ก็ได้”

 

            ดวงตาน้ำเงินทอประกายอ่อนลงอย่างพึงพอใจ

 

            “ดี... ฉันจะได้ไม่ต้องลงมือฉุดเองและเธอจะไม่ได้เงินแม้แต่บาทเดียว”

 

            กลืนน้ำลายอึกขอบคุณที่ตัวเองเลือกทางถูกต้อง เขายกมือเรียกลูกน้องให้ขับรถหรูสีดำเงามาจอดเทียบข้าง ผมยอมให้อีกฝ่ายโอบบ่าพาขึ้นรถ เขาพาผมมาที่ตึกแห่งหนึ่ง ความสูงไม่น้อยหน้าตึกอื่น แต่กลับไม่มีป้ายติดว่าเป็นของบริษัทอะไร ด้านล่างไม่มีล็อบบี้หรือเคาน์เตอร์สำหรับติดต่อ อย่างกับว่ามันเป็นตึกส่วนตัว

 

            ตลาดทางจากชั้นล่างสุดขึ้นลิฟท์มาจนถึงชั้นบน ลูกน้องในชุดสูทพากันมองผมอย่างไม่ชอบใจนัก ผมเพิ่งมากระจ่างเอาตอนอยู่หน้าห้องพักคนที่พามา ที่นั้นมีผู้ชายอีกคนยืนปรายตามองผมด้วยใบหน้าเย็นชา ปากพูดภาษาไทยกับเจ้านายตัวเอง จงใจให้ผมได้ยิน

 

            “ลูเซียสคิดยังไงถึงพาเด็กไซด์ไลน์มากิน นายไม่ได้อดอยากขนาดนั้นนี่”

 

            ถ้าไม่ติดว่าคนพูดมีรูปร่างไม่ต่างจากคนข้างกาย แถมยังหน้าหล่อแบบกินกันไม่ลง ผมคงเข้าใจว่าเขากำลังหึงที่ผมมากับเจ้านาย ว่าแต่เขาชื่อลูเซียสเหรอเนี่ย อิมเมจให้มาก


            “ฉันพอใจ ห้ามรบกวนฉันเด็ดขาด ต่อให้ใครตายก็ช่างหัวมัน”

 

            คนฟังหัวเราะหึในคอ ก่อนเดินไปยังไม่วายหันมาคุยกับผมทิ้งท้าย


            “หวังว่าพรุ่งนี้ฉันไม่ต้องมาเก็บศพนายนะ เจ้าหนู”


            เฮ้ย! เล่นแช่งกันดื้อๆ แบบนี้เลยเรอะ หรือว่าไอ้คนที่มาผมมาจะเป็นพวกชอบความรุนแรง ฉิบหายล่ะ จะหนีไปยังไงดี ดันโง่เดินตามเขาเข้ารังสัตว์ร้าย


            “ไนท์มันแกล้งพูดไปงั้น ฉันไม่ใช่พวกซาดิสม์”


            คนนั้นชื่อไนท์นี่เอง น่าจะมาจากคำว่าอัศวิน มองยังไงมันก็อัศวินปีศาจ มือหนาเปิดประตูดันผมเข้าไป ด้านในไม่ต่างจากบ้านหรูๆ เลยสักนิด เรียกได้ว่าเขาเหมาเป็นของตัวเองทั้งสองชั้น ผมมองสำรวจอย่างสนใจ เกิดมาไม่เคยเจอใครรวยเท่านี้มาก่อน


            ระหว่างมองสำรวจของตีราคาค่างวดมันเพลินๆ ผ้าขนหนูสีขาวถูกยัดใส่มือ ผมโดนโยนเข้าห้องน้ำแถมปิดประตูใส่หน้า


            “อาบน้ำซะ”


            ลูกค้าคือพระเจ้า ยิ่งลูกค้าท่าทางโฉดอย่างกับราชาปีศาจผมยิ่งต้องทำตามอย่างว่าง่าย ถอดเสื้อผ้าตัวเองทิ้ง ตาวาวกับอ่างจากุชชี่ บ้าเอ๊ย ห้องน้ำหรูกว่าห้องพักผมอีก แบบนี้ต้องใช้ให้คุ้ม อีกฝ่ายดันไม่บอกเองนะว่าให้อาบเร็วๆ


            ผมจัดการเปิดน้ำใส่อ่าง ล้างตัวรอน้ำเต็มแล้วกระโดดลงไปแช่แสนสบาย ตามองกำแพงอีกด้านเป็นกระจกเปิดกว้างให้เห็นท้องฟ้ากับแสงไฟในตอนกลางคืน กระจกแบบนี้ผมเคยได้ยินมาว่ามองเห็นได้จากด้านในฝั่งเดียว คนข้างนอกจะเห็นเป็นกระจกทึบธรรมดา


            ใช้เวลาอาบน้ำพอสมควร อีกฝ่ายไม่เรียกเลยสักนิด ผมเลยแช่เพลินจนเกือบหลับ ดีที่ไหลลงน้ำทำให้สะดุ้งตื่นรีบคว้าเสื้อคลุมอาบน้ำมาสวมเดินออกไปหาเจ้าของบ้าน


            ร่างสูงใหญ่กำลังนอนเอนหลัง หลับตาลงอย่างผ่อนคลาย ในมือมีแก้วเหล้าราคาแพง


            “จะเริ่มเลยมั้ย” ผมถาม อีกฝ่ายไม่ได้หลับอย่างที่คิด ดวงตาคมลืมขึ้นมองกระดิกนิ้วเรียกผมเข้าไปหา


            “ฉันนึกว่าเธอตายคาห้องน้ำไปแล้วซะอีก ถอดเสื้อผ้าให้ฉัน”


            เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เกือบสองเมตรได้ ด้วยความชำนาญในอาชีพ ขยับมือนิดหน่อยกระดุมเสื้อเชิ้ตอีกฝ่ายถูกปลดออกจนหมด เผยให้เห็นมัดแผงอกกว้าง มัดกล้ามเรียงตัวสวย ผิวขาวหุ่นกำยำจนน่าอิจฉา ตามด้วยปลดเข็มขัดออก ดึงกางเกงสแล็คเนื้อดีลงด้านล่าง ผมพยายามไม่มองขนตรงท้องน้อยกับส่วนที่ตุงออกมาจากกางเกงซับใน คืนนี้กูจะรอดมั้ยเนี่ย


            ลูเซียสก้าวขาออกจากกองชุด เดินหยิบผ้าขนหนูเข้าห้องน้ำไป ออกปากสั่งราวผมเป็นลูกน้องของเขา


            “เก็บเสื้อผ้าพวกนั้นซะ เตรียมเสื้อคลุมอาบน้ำให้ฉันด้วย”


            ตกลงผมมาเป็นคู่นอนหรือขี้ข้าวะ ใช้งานเอาๆ ผมฮึดฮัดคว้าเสื้อผ้าปาลงตะกร้า สุ่มๆ เปิดหาลิ้นชักหยิบเอาเสื้อคลุมอาบน้ำไปวางแทนตัวที่ผมใส่ ได้ยินเสียงน้ำดังออกมา ถือโอกาสตอนนี้มองหาทางหนีทีไล่ดีกว่า ทางเข้าออกดูเหมือนจะมีสองทาง ประตูที่ผมเข้ามา กับประตูด้านหลังห้องทำงานที่ผมไม่กล้าเปิดออกไป กลัวไปเจอเข้ากับลูกน้องลูเซียส

 

            สำรวจห้องทำงานเสร็จ กำลังจะกลับไปห้องเดิมเห็นอีกฝ่ายยืนเช็ดผมมือถือแก้วเหล้า อาบไวชิบเป๋ง

            “สำรวจดูทั่วแล้วรึไง”

 

            “ก็นิดหน่อย นายไม่ห้ามฉันเองนะ”

 

            “ฉันไม่ถือสาเด็กไร้มารยาทอยู่แล้ว ทั้งที่ควรรู้ว่ามาบ้านคนอื่นไม่ควรจะเดินสำรวจ” ดวงตาคมกริบจ้องมอง วาจาเล่นเอาสะอึก

 

            “มานี่มิทรี่”

 

            ผมเดินเข้าไปไม่ทันประชิดตัว แค่ระยะเอื้อมถึงมือหนาคว้าแขนดึงเข้าหาตัว ก่อนช้อนท้ายทอยให้ผมเงยหน้าขึ้น ใบหน้าคมเข้มกระดกเหล้าแล้วก้มลงแนบริมฝีปาก ผมอ้าปากรับอย่างเลี่ยงไม่ได้ ของเหลวเย็นเฉียบแต่มีฤทธิ์ร้อนแรงไหลลงสู่ลำคอ ดีกรีมันแรงเกินไป ผมนิ่วหน้า


            ลิ้นชื้นสอดเข้ามาพัวพันกับรสจูบกลิ่นเหล้า ขาถูกมือสากลูบลากขึ้นจนชายเสื้อคลุมถลกจนถึงสะโพก เรียวขาถูกรั้งขึ้นเกาะตรงสะโพกสอบ ร่างกายถูกดันจนแผ่นหลังติดกำแพง ลำคอถูกซุกไซร้จูบเม้มจนเกิดเสียง สะโพกกับบั้นท้ายถูกลูบคลึงจนขึ้นรอยมือ เสียงทุ้มต่ำเอ่ยปากชิดยอดอก


            “สะโพกสวยดีนี่”


            ทั้งร่างกายลูเซียสชอบสะโพกมากเป็นพิเศษ ดังนั้นร่างในอ้อมแขนมีสะโพกสวยถูกใจเขาไม่น้อย ไม่ได้กลมกลึงโค้งเว้าอย่างผู้หญิง แต่ไม่หักสอบไร้เสน่ห์แบบผู้ชาย จะบอกว่าจุดแรกที่เขาสังเกตเห็นตอนคุยกันทีแรกคือสะโพกก็ไม่ผิดนัก


            “ขอบคุณที่ชม”


            คนฟังกัดฟันตอบ สะดุ้งน้อยๆ กับยอดอกที่ถูกดูดดึงเจ็บปนเสียว ลูเซียสตวัดแขนอุ้มโอบเอวร่างเพรียว ขาหนีบรัดสะโพกหนาอย่างรู้งาน สองมือโอบลำคอแกร่ง จูบแลกลิ้นดูดดื่มจนถึงเตียงนอน มือใหญ่จับศีรษะให้ใบหน้าอีกคนจ่ออยู่ตรงหว่างขาเป็นเชิงบังคับ

 

            ร่างเพรียวรู้งานใช้มือแหวกสาบเสื้อคลุมออกเผยให้เห็นสิ่งที่อยู่ตรงหน้า ดวงตากระตุกวูบ กัดฟันอ้าปากปรนเปรอโดยมีมือโอบประคองขยับไม่ทิ้งช่วง ปลายลิ้นไล้ไปตามแนวร้อน วาดผ่านความเย็นจากมุกที่เรียงอยู่บนความเป็นชาย


            หนึ่ง สอง สาม สี่... ห้าเม็ด! มันมีมุกทั้งหมดห้าเม็ด!!

 

            “หึ!”


            ลูเซียสหัวเราะในคอยามเห็นสีหน้าตกใจของผม แววตามองอย่างหื่นกระหาย ด้วยหน้าตากำลังทรัพย์และอำนาจ ลูเซียสเพียงแค่ปรายตามองไม่ว่าผู้หญิงหรือผู้ชายต้องพลีกายให้ แต่ไม่มีใครปลุกความต้องการได้เท่าเด็กคนนี้มาก่อน


            คนทำไม่ได้ใส่ใจท่าทางของอีกฝ่าย ความต้องการที่ถูกปลุกเร้า รวมกับฤทธิ์แอลกอฮอล์ที่ดื่มไปก่อนหน้า ยิ่งทำให้ร้อนรุ่มไปทั้งกาย นิ้วเรียวข้างที่ว่างเอื้อมไปด้านหลังเพื่อเตรียมพร้อมซ้ำหลังเตรียมการจากในห้องน้ำมาล่วงหน้า แต่ดูเหมือนจะยังไม่พอกับการลงสนามจริง

 

            ส่วนอ่อนไหวถูกมือสากคอยรั้งรูดอย่างรังแก จนกระทั่งคนออกคำสั่งเริ่มทนไม่ไหวพลิกกายทาบทับจับเรียวขาแยกพาดบ่า จรดจ่อความเป็นชายกับจุดเร้น ฝืนกดเข้าไปอย่างเอาแต่ใจ คนรองรับจิกบ่ากว้าง ทั้งคู่อารมณ์ปะทุจนลืมเรื่องใส่ถุงยางไปจนหมดสิ้น

 

            แค่ขนาดก็ว่าน่ากลัวแล้ว ยังมีตัวเสริมเป็นมุก ผมเม้มปากพยายามผ่อนอาการเกร็งให้มากที่สุด เพื่อลดความเจ็บลง ซึ่งมันไม่ค่อยช่วยสักเท่าไหร่ ในเมื่ออีกคนดึงดันให้สัมผัสกับความแน่นร้อน ลูเซียสสูดลมหายใจผ่อนความต้องการ ยังถือว่าปราณีที่ยังไม่ทำตามอารมณ์ดิบอย่างคู่นอนคนอื่น

 

            เขาค่อยๆ ดึงดันเข้าไปทีละนิด ฟังเสียงร้องครางรื่นหู คอยขยับปลุกเร้าร่างด้านใต้ไม่ได้ขาด ถึงค่อยขยับตามความต้องการ โถมแรงหนักหน่วงจนตัวโยกคลอน เสียงหยาบโลนไม่เข้าหู

 

            ความเจ็บแล่นพล่านมาตามไขสันหลัง ไม่เคยเจอแบบนี้มาก่อน ผมสะท้านเฮือกหอบหายใจน้ำตาคลอด้วยความเจ็บปนกระสัน ลิ้นร้อนเลียหางตา จูบหนักที่เรียวปาก สะโพกถูกลูบจากมือร้อน จังหวะที่ผมหันหันไปด้านข้างเปิดคอให้ซุกไซร้ พลันเห็นเงาสะท้อนในกระจก สิ่งที่ทำให้ตกใจเหมือนสายฟ้าฟาดผ่านไปทั่วร่างไม่ใช่ภาพอิโรติกของตัวเอง มันคือแผ่นหลังกำยำที่มีรอยสักจนไร้ที่ว่าง

 

            อีกคนรู้สึกว่าร่างเพรียวไม่ตอบรับอย่างเร่าร้อนเท่าเดิมจึงเกิดความแปลกใจ เขามองตามสายตาอีกฝ่าย เห็นภาพบนกระจก กระตุกยิ้มมุมปาก


            “รอยสักฉันมันเป็นอะไรกับเธอหรือไง?”


            “อึก...น่ะ นายเป็นมาเฟีย อา...” ผมหอบหายใจ ถามปนครางเพราะเขายังไม่หยุดการกระทำเบื้องล่างเลยแม้แต่น้อย


            “เธอไม่ได้ถามฉันนี่” ร่างสูงเอ่ยปัดอย่างไร้เยื่อใย ทั้งยังคงโถมแรงหนักหน่วงมากขึ้นเรื่อยๆ ความร้อนบดเบียดส่วนที่โอบรัดชวนให้รู้สึกดี กระหาย ต้องการ


            ผมไม่ยอมให้ความร่วมมือเหมือนทีแรก มาเฟียเป็นสิ่งที่ผมหลีกเลี่ยงมาตลอดทั้งชีวิต ในเวลานี้ผมดันเป็นคู่นอนให้กับมาเฟียแล้วยังเป็นตัวบอสอีก ต่อให้อารมณ์ยังอยู่ แต่ความคิดมันเตลิดไปหมด อีกฝ่ายไม่ยินยอม ออกแรงกดจนผมแทบจมหายบนเตียงนุ่ม


            “ปะ... ปล่อย” เสียงหอบพร่าพูดออกมา พร้อมดวงตาจ้องเขม็ง

 

            “เสียใจนะ... ฉันยังไม่เสร็จ ไม่ต้องจำเป็นต้องห่วงเรื่องอื่น เวลานี้เธอแค่ครางอยู่ใต้ร่างฉันก็พอแล้ว”


            เรียวปากชิดใบหู เอ่ยกระซิบเสียงทุ้มพร่าชักนำอย่างชั่วร้าย พลางกดกายย้ำความเป็นจริง ว่าหน้าที่ของร่างเพรียวคืออะไร มือสากลูกไล้ไปทุกสัดส่วน ปลุกเร้าให้ตอบสนองต่อความร้อนแรงที่เขายังคงพึงใจอยู่ในยามนี้


            จังหวะที่เร่งเพิ่มพร้อมเสียงครวญครางผสานกับเสียงเสียดสีของผิวกาย สองร่างกระตุกปลดปล่อยยามถึงที่สุดของอารมณ์ ร่างหนาไม่ยอมถอนกายออก ความร้ายกาจเริ่มปรากฎให้เห็นชัดเจน


            “มาลองดูกันดีมั้ยว่าฉันจะทำให้เธอสุขสมได้สักกี่ครั้ง”


            ประโยคสุดท้ายที่ได้ยินของคืนนี้ ก่อนจะเปลี่ยนเป็นสัมผัสจากร่างกายล้วนๆ จนถึงเช้า ไม่รู้ว่าผมเหนื่อยจนหลับไปตั้งแต่เมื่อไหร่ ขนาดในสติเลือนรางยังรู้สึกเหมือนร่างกายถูกกระทำ

 

 

            ผมตื่นเช้ามากับความปวดเมื่อยไปทั้งตัว เหมือนร่างกายจะแตกเป็นเสี่ยงๆ ไม่เคยโดนหนักเท่านี้มาก่อน เวลาขยับเบื้องล่างเจ็บจนน้ำตาเล็ด เหนียวตัวไม่พอ อึดอัดช่วงท้องอีกต่างหาก

 

            กวาดสายตามองไปรอบห้อง ไม่เห็นเจ้าของ แสดงว่าไปทำงานแล้ว ผมล้มตัวลงนอน เวลานี้ขยับไปไหนไม่ไหวจริงๆ คงต้องพักอีกนิดถึงคลานไปห้องน้ำได้ ระหว่างนอนเหม่อมองกระดาษสีเทาปึกหนึ่งบนโต๊ะข้างเตียง ความรู้สึกด้านชา ผมมาไกลเกินกว่าจะรู้สึกแย่กับเรื่องพวกนี้

 

            ผ่านไปครึ่งวันผมค่อยขยับตัวเองได้ ลากสังขารไปอาบน้ำชำระคราบแห้งบนตัว กดท้องทำความสะอาด ปล่อยให้ของเหลวไหลลงมาตามเรียวขา... เมื่อคืนไม่ได้ใส่ถุงยางสินะ หวังว่าอีกฝ่ายจะสะอาดพอ ไม่สิ ผมต่างหากที่สกปรก

 

            มองสภาพตัวเองบนกระจก ตามลำคอมีรอยจ้ำจากการจูบ ช่วงสะโพกจะเยอะเป็นพิเศษ จะบอกว่าผมตอนนี้ยับเยินก็ไม่ผิดนัก มือวักน้ำล้างหน้าสวมชุดเมื่อวานหยิบเงินใส่กระเป๋า ออกทางเดิมน่าจะได้


            มือยังไม่ทันแตะลูกบิด ประตูถูกเปิดออกพร้อมกับร่างสูงในชุดเต็มยศ เขาเลิกคิ้วมองผม

 

            “กินข้าวก่อนค่อยกลับ”


            ใจอยากปฏิเสธ แต่รถเข็นอาหารที่ชายใส่ชุดเชฟเข็นเข้ามาส่งกลิ่นหอมยั่วน้ำลายมาก ผมไม่ได้กินอะไรตั้งแต่เมื่อคืน นับรวมเวลาตอนนี้ก็เย็นแล้ว สักหน่อยแล้วกัน ถือว่าทิ้งท้าย


            อาหารอร่อยอย่างที่คิด เชฟยิ้มให้ผมไม่มองด้วยสายตาดูถูกเหมือนลูกน้องคนอื่นๆ ของลูเซียส ผมเลยยิ้มให้

 

            “อาหารอร่อยมากเลยครับ” ออกปากชม เชฟหัวเราะพลางรินน้ำให้พวกเรา


            “อร่อยก็ทานเยอะๆ นะครับ คุณตัวผอมหากเทียบกับเด็กวัยเดียวกัน”


            “ไม่ผอมน้า ผมว่าตัวเองออกจะหุ่นดี แต่ถ้าผมทานหมดนี้จริงมีหวังได้กลิ้งออกไปแทนการเดินแน่” ออกปากแซวกลับ ปกติผมมีนิสัยขี้เล่น เข้ากับคนอื่นง่ายเลยคุยกับเชฟอย่างถูกคอ

 

            ของคาวจบไป ไม่คิดเลยว่าจะมีของหวานตามมา บอกทีที่นี่เป็นรังมาเฟียไม่ใช่โรงแรมห้าดาว ส่วนผมฟาดเรียบทุกอย่าง ต่อให้กินไม่หมดต้องขอชิมสักคำสองคำ ผลเลยกลายเป็นว่า อิ่มจนแทบลุกไม่ไหว ขอนั่งอืดบนเก้าอี้ต่อแปบ

 

            “มิทรี่” เสียงเรียกห้วนๆ จากเจ้าของตึก ผมหันไปเลิกคิ้วถามเป็นเชิงว่ามีอะไร เขาเท้าคางมองผมอย่างแปลกใจ

 

            “ทำไมเธอไม่ยิ้มเหมือนตอนอยู่กับเดฟ”


            ขอมาจัดให้ ผมยิ้มให้เขา ลูเซียสทำหน้าเหมือนเห็นผมแยกเขี้ยวใส่

 

            “ฉันขอตัวกลับล่ะ” ไม่มีเหตุผลที่จะต้องอยู่ต่อ


            “ใครให้เธอออกไม่ทราบ” เสียงเจืออำนาจเรียกให้ผมหันไปมอง

 

            “เราตกลงแค่คืนเดียว”


            “เธอนับเงินดูรึยัง ว่ามันมากกว่าที่ตกลงเท่าไหร่”


            ผมกำมือ นับมาแล้ว มันเกินกว่าที่ตกลงมาสามวัน คงไม่ใช่ว่า... ดวงตาผมเบิกกว้าง หยิบตังส่วนที่เกินวางไว้บนโต๊ะ


            “ฉันคืนให้!”


            “ฉันไม่รับ นายต้องอยู่กับฉันอีกสองวัน ถ้าคิดว่าหนีออกไปได้ก็ลองดู”


            ท่าทางสนุกเหมือนแมวหยอกหนูทำให้ผมไม่สบอารมณ์ วิ่งไปที่ประตู มันถูกล็อก! แบบนี้คงต้องต่อรอง

 

            “พรุ่งนี้ฉันมีเรียน นายกักตัวฉันไว้ไม่ได้”


            “ได้ไม่ได้ฉันก็ทำแล้ว กลับมาทำหน้าที่ของตัวเองซะมิทรี่ ให้ฉันได้เอ็นดูเธอหน่อย”


            เพราะแบบนี้ไงเล่า! ผมถึงบอกว่าไม่อยากยุ่งกับพวกมาเฟีย ไอ้พวกนี้มันดื้อด้านเอาแต่ใจ อยากได้อะไรก็ต้องได้ ที่สำคัญมีอำนาจอยู่ในมือ ผมตัวคนเดียวคงทำอะไรไม่ได้นอกจากยอม

 

เผลอเมื่อไหร่กูหนีอะ เอาดิ

 

            ลูเซียสรับรู้ถึงสายตาร้อนแรงจากผม ไม่ได้พิศวาส แต่กูโมโห!

 

            ระยะเวลาสามวันหลังจากนั้น ผมไม่เคยหนีได้เลยสักครั้ง แถมส่วนใหญ่อยู่บนเตียงตลอด แทบลืมไปแล้วว่าใส่เสื้อผ้ายังไง ยังดีมีเสื้อคลุมอาบน้ำให้ใส่ตอนกินข้าวกับเวลาที่ลูเซียสไปทำงาน

 

            ถูกขังอยู่ในห้อง มือถือก็ถูกยึด คนที่ผมเห็นหน้ามีแค่ลูเซียส ไนท์ กับเดฟที่ผมคุยด้วยบ่อยสุดจนเริ่มสนิท

            ในช่วงที่กำลังสิ้นคิดขอให้เดฟช่วย ราวกับมีแสงสว่างส่องลงมาจากสวรรค์ ลูเซียสรักษาคำพูด! พอครบวันเขายอมปล่อยผมอย่างง่ายดาย แถมเงินให้อีกปึกหนึ่ง

 

            ผมรับเงินมาจากไนท์ เห็นว่าลูเซียสทำงานอยู่เลยไม่ได้เอามาให้ผมด้วยตัวเอง สำหรับผมจะใครให้ก็เหมือนกันทั้งนั้นแหละ สุดท้ายมันก็คือเงินอยู่ดี ผมรีบวิ่งออกไปให้เร็วที่สุดเท่าที่สองขาจะช่วยได้เพราะกลัวลูเซียสเปลี่ยนใจออกมาจับผมกลับไปขังตามเดิม

 

            นึกในใจว่าลาขาด อย่าได้มาเจอะมาเจอกันอีกเลย แม้ผมได้ไปอยู่ที่หรู มีอาหารอร่อยให้ทาน เตียงนุ่มให้นอนกับเงินจำนวนมาก ที่กว่าจะได้เท่านี้ผมต้องใช้เวลาเกือบเดือน พอเอามาหักลบกับนิสัยลูเซียสและหน้าที่บนเตียง ข้อดีทั้งหมดหายวับในพริบตา

 

            ผมโบกแท็กซี่กลับถึงห้องพัก แตะหน้าผากตัวเองเหมือนมีไข้อ่อนๆ เลยเลือกที่จะสะสมแต้ม หยุดเรียนครบอาทิตย์ ก็นะ ทำงานแบบนี้ต้องดูแลรักษาร่างกายตัวเองให้ดี เกิดป่วยเป็นอะไรหนักๆ ขึ้นมาจะแย่เอา

            ร่างเพรียวนอนกลิ้งหลังทานยา เปิดมือถือขึ้นมาเช็ค ข้อความเข้าเป็นสิบ มีคนโทรหาเกือบร้อย พอเช็คดูแล้ว ส่วนใหญ่เป็นของไอ้ซันล้วนๆ นอกนั้นเป็นพวกลูกค้าคนเก่า เพื่อนในวงการ กับเพื่อนในกลุ่มอีกคนละนิดหน่อย

            ตัวผมอยู่ปีหนึ่งเพิ่งเปิดเทอมได้ไม่นาน กลุ่มเรามีทั้งหมดสี่คน เรียนคณะวิศวะเหมือนกันหมดแค่ต่างสาขา ผมรู้จักพวกนั้นตอนนิเทศ

 

            คนแรกที่ผมเข้าหาคือริว เห็นว่าเป็นลูกครึ่งเหมือนกัน ถึงจะต่างเชื้อชาติกันก็เถอะ แล้วริวมันก็ลากผมไปหาวากับซันด้วยเหตุผลที่ว่า พวกนี้หล่อดี ถ้ารวมกลุ่มได้คงเป็นกลุ่มหนุ่มสุดฮอต แล้วมันก็ได้ผลซะด้วย จับกลุ่มกันไม่เท่าไหร่ คนส่วนใหญ่เริ่มรู้จักพวกเราแล้ว อีกหน่อยคงเป็นไอดอลมหาลัยสบายๆ คิดไปนู่น

 

            หากให้บรรยายนิสัย ขอเริ่มจากซันที่เป็นหัวโจกก่อนแล้วกัน มันเป็นพวกหน้าเถื่อนแต่ความจริงเป็นคุณชาย อยู่ต่างจังหวัดเข้ามาเรียนในกรุงเทพ เป็นเพื่อนสมัยเด็กของวา ปัจจุบันมันสถิตอยู่บ้านญาติวา

 

            ถัดมาท่านรองหัวหน้า หน้าหล่อนิ่ง นิสัยขี้รำคาญและเอาแต่ใจมากกว่าซันสามเท่า เสือผู้หญิง เป็นคนที่ผมคุยด้วยน้อยที่สุด แต่ดันรู้ทันผมมากที่สุด ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไม


            และเจ้าริว คู่หูของผมเอง มันนิสัยสบายๆ ใจดีกับชาวบ้านเขาไปทั่ว มักเป็นคนไกล่เกลี่ยระหว่างผมกับซัน อย่างที่รู้กัน ผมทำงานแบบนี้ บางครั้งก็หายเพราะโดนตามตื้อ ไม่ก็อยากพักฟื้นร่างกายอยู่เฉยๆ ไอ้ซันเป็นพวกรักเพื่อน พอผมโกหกมันไปว่าทำงานเป็นเด็กเสิร์ฟร้านเหล้าหาเงินส่งตัวเองเรียน ตัดปัญหาเรื่องผมชอบหายตัวกับชอบร่อนตอนกลางคืน มันเลยยิ่งเป็นห่วงหนัก

 

            เพื่อระงับความบ้าของซัน ผมต้องโทรไปหาริวผู้เป็นคนกลางที่เอนมาทางผมซะเยอะ


            เพลงรอสายไม่ทันเริ่ม มันก็กดรับแล้ว ไวโคตร


            /มึงอยู่ไหนวะมิท พวกกูเป็นห่วงกันฉิบหาย จู่ๆ หายไปติดต่อก็ไม่ได้ ที่ห้องก็ไม่อยู่/


            “เดี๋ยวมึงใจเย็นก่อน ตอนนี้กูอยู่ห้องแล้ว พอดีมีเหตุนิดหน่อยเลยไปเรียนไม่ได้”


            /เหตุอะไรของมึงอีกวะ/ ผมบ่นอย่างเป็นห่วง ผมยิ้มขำ


            “กูโดนป้ายหนี้ใส่ อีกสองสามวันถึงเคลียร์ได้”

 

            /อีกละ ทำไมมึงซวยงี้ กูว่ามึงเลิกทำงานแบบนั้นเหอะว่ะ สังคมอับปรีมาก ส่วนเรื่องเงินพวกกูเต็มใจให้มึงยืม จะช่วยมึงหางานใหม่ด้วย แล้วมึงค่อยทยอยคืนที่หลัง/

 

            “ไม่เอา กูอยากหาด้วยตัวเองมากกว่า ขอบใจที่เป็นห่วงมึง ไว้เจอกันอาทิตย์หน้า ฝากบอกซันกับวาด้วยว่าไม่ต้องเป็นห่วง” ต้องปฏิเสธน้ำใจเพื่อนไป จำนวนเงินที่ผมต้องการมันไม่ใช่แค่นั้น งานทั่วไปไม่สามารถทำให้ผมสมปรารถนาได้

 

            /วามันคงไม่เป็นห่วงมึงหรอก มันกำลังหัวหมุนกับการเตรียมถูกถีบไปอยู่วิทยาเขตเชียงใหม่ มีแต่ไอ้ซัน ถ้ามันรู้ว่ามึงอยู่ห้อง มันบุกไปหาแน่ๆ/


            จริงสิ วามันจะโดดดีดไปอยู่เหนือ โล่งใจนิดหน่อย ไม่มีคนจำผิดแล้ววู้ว ผมตอบมัน

 

            “กูรู้ว่ามึงรับมือมันได้ ฝากด้วยนะ แต๊งว่ะ”


            รีบกดตัดสายก่อนริวโวยวาย ผมไม่อยากให้พวกมันรู้ว่าผมทำงานไซด์ไลน์ ขนาดแค่ผมหายไปไม่กี่วันมันยังเป็นห่วงกันขนาดนี้ ถ้าเกิดผมบอกความจริงทั้งหมดไป ได้โดนมันคนใดคนหนึ่งตามคุมแจยัดเยียดเงินให้แหง เงินนี้พ่อแม่ส่งให้พวกมันเรียน ผมไม่อยากเบียดเบียนคนอื่น

 

            ยังไงซะ เงินที่ได้จากลูเซียสไม่ใช่จำนวนน้อยๆ ผมสามารถอยู่สบายๆ ได้โดยไม่ต้องทำงานไปพักใหญ่เชียวล่ะ


            โล่งใจก็นอนต่อ จะได้หายไวๆ ไปกวนไอ้ซันให้มันเลิกบ้า ดวงตาปิดลงเข้าสู่ห้วงนิทรา ไม่สนใจไฟกระพริบบนมือถือ เอาไว้ตื่นมาค่อยโทรกลับ

 

            บนหน้าจอโทรศัพท์ปรากฏชื่อเรียกสั้นๆ


            ป๋า...


--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

เนื่องจากผมไม่อยากอัพหลายที่ เลยเปิดเรื่องเพื่อแจ้งให้ทราบว่าเปิดเรื่องใหม่

สามารถอ่านต่อได้ที่ Contract มาเฟีย

 


            ป๋า...

 

ความคิดเห็น