ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 8 ยอมทำตามหัวใจ

ชื่อตอน : ตอนที่ 8 ยอมทำตามหัวใจ

คำค้น : คาร์ลรีฟ เพลงทิสา

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 3k

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 05 ก.ย. 2563 07:23 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 8 ยอมทำตามหัวใจ
แบบอักษร

เพลงทิสาวาบหวิวบอกไม่ถูก ความนุ่มละมุมจากริมฝีปากหนาทาบทับบนริมฝีปาก มันช่างหอมหวานชวนหลงไหลเสียจริงๆ

ร่างบางโอนอ่อนยอมจำนนเพราะคำขอโทษที่เอ่ยจากปากของเขา

หญิงสาวยืนนิ่งปล่อยให้คนตัวสูงกว่าดูดดื่มความหวานบนริมฝีปากตามใจที่เขาปรารถนา

คาร์ลรีฟยืนจูบหญิงสาวเนิ่นนานจนอิ่มเอม ริมฝีปากหนาค่อยๆถอนออกจากริมฝีปากบาง

ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนทอดมองหญิงสาวในอ้อมแขนอย่างหลงใหล

“ฉันขอโทษนะ เรื่องคืนนั้น” คำขอโทษเอ่ยออกมาอย่างรู้สึกผิด

ใบหน้าคมเข้มฉายแววตาเว้าวอนมองดวงหน้าหวาน ส่งรอยยิ้มแสนหวานทำเอาคนในอ้อมแขนรีบหลุบสายตาลง

“ปล่อยฉันได้แล้วค่ะ” เพลงทิสาดิ้นขลุกขลักในอ้อมแขนแกร่งด้วยความเขินอาย เก็บซ่อนอาการไว้

คาร์ลรีฟสังเกตเห็นแก้มเนียนใสของคนในอ้อมแขนกลายเป็นสีแดงระเรื่อเธอกำลังเขินอายอยู่

เขาเผลอยิ้มกรุ่มกริ่มจนหญิงสาวมองค้อนเม้มปาก สะบัดหน้าหนี

“ฉันปล่อยก็ได้.....เพลงทิสา” ลำแขนแกร่งทั้งสองข้างคลายออกจากกันปล่อยร่างบางเป็นอิสระ

“คุณรู้จักชื่อฉันได้ยังไง” เพลงทิสาถอยออกห่างนึกสงสัยอยู่ เขารู้จักชื่อได้ยังไงกัน

“เธออย่าลืมสิว่าฉันเป็นเจ้าของโรมแรมที่เธอไปร้องเพลงในคืนนั้น” รอยยิ้มหวานปรากฏบนหน้าคมเข้มสไตล์แขก

“คุณถามน้าของฉันใช่ไหม” เสียงเล็กแหลมถาม ดวงตาคู่สวยมองเขาต้องการคำตอบ

“ใช่ ฉันเป็นเจ้าของโรงแรม แค่เรียกเข้าพบฉันก็รู้คำตอบหมดแล้ว” ท่าทางมั่นอกมั่นใจของเขาแสดงต่อหน้าหญิงสาวจนนึกหมั่นใส้

“แล้วคุณมาหาฉันทำไม” เพลงทิสาถามคนตรงหน้าจริงอยู่หล่อนยังไม่รู้จุดประสงค์ของเขาเลยที่อยู่ๆก็มาหาถึงในบ้าน

“ฉันจะมาตามเธอไปทำงานกับฉัน” คาร์ลรีฟสวนกลับเพื่อไม่ให้หญิงสาวเสียเวลา

“ไม่ไป วันนั้นน้ายี่หวาขอร้องไว้ แล้วฉันก็บอกกับน้ายี่หวาแล้วด้วยว่าจะไปแค่ครั้งเดียว”

“ฉันรู้จากน้าสาว ว่าเธอชอบร้องเพลง แต่ทำไมถึงไม่อยากทำในสิ่งที่ตัวเองรักละ” คำพูดของเขาจี้จุดดำในใจเผลอนึกถึงเรื่องราวในอดีตเพราะเหตุการณ์ในวันนั้นวันที่สูญเสียทุกอย่างจนไม่มีกะจิตกะใจจะร้องเพลง

“ว่าไงละ หืม” เพลงทิสานิ่งเงียบจนคนตัวโตกว่าถามย้ำใบหน้าคมเข้มยื่นเข้าชิดใกล้

“มันเรื่องของฉัน คุณเองก็เถอะออกไปได้แล้ว” หญิงสาวออกปากไล่

“ก็ได้ ฉันจะตื้อจนกว่าเธอจะยอมทำงานกับฉัน” เขาเอ่ยน้ำเสียงหนักแน่นไม่มีทางยอมแพ้ง่ายๆ

“ไม่มีทาง ออกไปได้แล้ว” มือบางผลักอกแกร่งเชิงไล่ออกจากบ้าน ขืนอยู่กับเขาสองต่อสองมีหวังต้องเปลืองเนื้อเปลืองตัวอีกแน่ๆพอนึกถึงรสจูบก่อนหน้านี้ใจก็เต้นแรงไม่เป็นจังหวะ

“แล้วพรุ่งนี้เธอว่างหรือเปล่า” เขายังไม่ยอมเดินออกไปง่ายๆ

“ไม่ว่าง ฉันก็ต้องไปทำงานสิค่ะ ไม่ได้มีเวลาเตรดเตร่ใช้ชีวิตไปวันๆเหมือนกับคุณหรอก” เพลงทิสาสวนกลับ

คาร์ลรีฟเลิกคิ้วหนาสีดำก่อนจะยิ้มมุมปาก อยู่ๆความคิดบางอย่างก็ผุดขึ้นมา พรุ่งนี้เราจะได้เห็นดีกัน เพลงทิสา เขาแอบคิดอยู่ในใจ

“ฉันกลับละนะ แล้วอย่าลืมปิดประตูบ้านด้วยละ” คาร์ลรีฟเตือนหญิงสาวให้ระมัดระวังตัว

ร่างสูงเดินหันหลังก่อนจะเอี่ยวตัวหันกลับมา

ใบหน้าคมเข้มโน้มเข้าใกล้แก้มเนียนจมูกโด่งจรดลงบนแก้มหญิงสาวฟอดใหญ่ ร่างสูงรีบก้าวเท้ายาววิ่งออกจากบ้านไปเหมือนเป็นโจรวิ่งราวขโมยจูบ

“คนบ้า” เสียงอุทานร้องดังตามไล่หลังมือบางลูบแก้มตัวเองปอยๆ แล้วเลื่อนลงมาที่ริมฝีปากตัวเอง ยิ้มอย่างลืมตัวหลงใหลกับความนุ่มนวลเพิ่งได้สัมผัส

ร่างบางยืนนิ่งกับความหลงใหล จนกระทั่งเสียงรถยนต์ขับเคลื่อนดังหายไปจากรั้วหน้าบ้าน หญิงสาวได้สติพลันถึงนึกคำเตือนของเขา

เพลงทิสารีบวิ่งออกตรงไปยังประตูรั้วบ้าน มือบางจัดการล็อคประตูบ้านทั้งหมด

พอล็อคเสร็จเรียบร้อยแล้วร่างบางก็เดินเข้าไปในห้องนอนตัวเองอาบน้ำและนอนพักผ่อนพรุ่งนี้ยังมีงานให้ทำอีกเยอะวันหยุดมันช่างผ่านไปเร็วเหลือเกินช่างเหมือนกับเขาอยู่ๆก็เข้ามาในชีวิตจนตัวเองไม่ทันได้ตั้งตัว

รุ่งเช้าเพลงทิสาตื่นนอนรีบเข้าไปทำธุระส่วนตัวเตรียมไปทำงานแต่เช้าเมื่อเสร็จเรียบร้อยหญิงสาวยังไม่ลืมทำอาหารเช้าเตรียมไว้ให้น้ายี่หวาตอนนี้คงนอนหลับพักผ่อนกว่าจะเลิกงานก็เกือบเช้าเหมือนเคย

ร่างบางในชุดยูนิฟอร์มพนักงานร้านสะดวกซื้อเดินออกจากบ้านตรงไปยังที่ทำงานซึ่งอยู่ไม่ไกลนัก เพลงทิสาเดินจนใกล้จะมาถึงที่ทำงาน

สายตาพลันเห็นบุรุษร่างสูงอันคุ้นตายืนพิงรถยนต์คันหรูผิวปากสบายใจ คาร์ลรีฟเห็นร่างบางในชุดยูนิฟอร์มเดินเข้ามา ส่งยิ้มให้หญิงสาวใบหน้าหวานอย่างอารมณ์ดี

วันนี้เขาอยู่ในชุดเสื้อยืดแขนยาวสีน้ำตาลเข้ม กางเกงยีนส์ รูปร่างสูงสง่าแม้ว่าจะอยู่ในชุดสบายๆ แต่หรูหราไปด้วยแบรนด์เสื้อผ้าและกางเกงที่เขาใส่อยู่ในขณะนี้

  เพลงทิสาฉุกคิดไม่เข้าใจว่าทำไมเขาถึงรู้สถานที่ทำงานของตัวเอง ร่างบางไม่สนใจเดินต่อเพราะมันใกล้จะถึงเวลาเข้างานแล้ว

“ตอนนี้เธอว่างแล้ว คราวนี้จะไปกับฉันได้หรือยัง” คาร์ลรีฟโพล่งขึ้นยืนกอดอกเดินเข้าใกล้หญิงร่างบาง

“หลีกไปฉันจะทำงาน” หญิงสาวเงยหน้ามองคนตัวสูง เวลาที่เธอยืนประจันหน้ากับเขาทีไรหล่อนจะต้องเงยหน้ามองเขาอยู่ทุกที ด้วยความสูงของเขาเกือบร้อยแปดสิบห้าเซนติเมตร ส่วนตัวเองแค่ร้อยห้าสิบกว่าถ้าให้เทียบหล่อนสูงเท่าแขนของเขาเอง

“เธอลาออกแล้ว” เขาเอ่ยขึ้นท่าทางไม่รู้สึกรู้สาอะไร

“ว่ายังไงนะ คุณมีสิทธิ์อะไรมายุ่งเรื่องของฉัน”  เพลงทิสาตกใจกับสิ่งที่เขาบอก เขาเป็นใครอยู่ๆก็เข้ามาบ่งการชีวิตส่วนตัว มือบางกำหมัดแน่นราวกับระงับความโกรธเอาไว้

“ฉันอยากให้เธอไปทำงานกับฉัน กับน้าสาวของเธอด้วย เงินเดือนได้เยอะกว่าที่นี้ตั้งเยอะไม่เหนื่อย อีกอย่างมันเป็นงานที่เธอรักไม่ใช่หรือไง” เขาสาธยายอย่างละเอียดรู้ดีว่าตอนนี้เธอกำลังโกรธเขามากๆดูจากสีหน้าท่าทางสั่น คล้ายกับคำว่า โกรธจนตัวสั่นยังไงยังงั้น

“ฉันจะไปทำงาน” ร่างบางไม่สนใจคำพูดของเขาก้าวเท้าเดินผ่านร่างสูง

“ไม่ให้ไป ฉันบอกแล้วไงว่าเธอลาออกแล้ว” เขายื่นหลักฐานการลาออกให้หญิงสาวดู เพราะความอยากใกล้ชิดอยากเรียนรู้และอยากทำความรู้จักหญิงสาวไปในตัวเขาจึงตัดสินใจทำเรื่องลาออกให้ตั้งแต่เมื่อวานหลังจากกลับออกมาจากบ้านของเพลงทิสา

“คุณทำเกินไปแล้ว”

เพี๊ยะ

เสียงฝ่ามือกระทบลงบนใบหน้าคมเข้มเต็มแรงจนเจ้าของใบหน้าหันตามแรงตบ

คาร์ลรีฟหันกลับมองหน้าหญิงสาวราวกับภูเขาไฟกำลังจะระเบิด เขาโกรธที่ถูกผู้หญิงตบหน้า ตั้งแต่เป็นหนุ่มจนถึงตอนนี้ไม่เคยมีผู้หญิงหน้าไหนกล้าตบหน้ามาก่อน

ทุกสิ่งที่ทำไปเขาอุตส่าห์หวังดีแท้ๆ ผลที่ได้คือโดนเธอตบเท่านั่นนะหรือ

“มานี่” เขาออกแรงกระชากข้อมือบางลากเดินมายังรถฝั่งตรงข้างคนขับคาร์ลรีฟยัดร่างบางเข้าไปในตัวรถปิดประตูเต็มแรงไม่สนใจเสียงเรียกร้องใดๆ ร่างสูงรีบวิ่งเข้าไปยังตำแหน่งคนขับ ปิดประตูเสียงดังมืออีกข้างคว้าเอวบางไว้เพราะเห็นว่าหญิงสาวกำลังจะเปิดประตูลงหนีจากรถ

“ปล่อยฉันนะ จะพาฉันไปไหน” เพลงทิสาดิ้นมือบางฟาดลงบนลำแขนแกร่งเต็มแรง

“ว้ายยยยย” เสียงร้องตกใจดังขึ้นแผ่นหลังชิดกับเบาะหลังอย่างรวดเร็วคาร์ลรีฟเหยียบคันเร่งรถคันหรูพุ่งอย่างรวดเร็วจนคนตัวเล็กกว่าตั้งตัวไม่ทัน

รถยนต์คันหรูแล่นเข้ามาจอดบริเวณลานจอดรถส่วนตัวในโรงแรมโรเพิร์ล คาร์ลรีฟเปิดประตูลงจากรถเดินไปอีกฝั่งเปิดประตูดึงข้อมือบางออกจากตัวรถยนต์

ชายหนุ่มออกแรงกระชากร่างบางให้เดินตาม เสียงร้องดังตามหลังแต่คนตัวโตกลับไม่รู้สึกไม่สะทกสะท้าน

คาร์ลรีฟลากพามาถึงห้องพักส่วนตัวของเขาแน่นอนว่าเป็นห้องพักส่วนตัวจริงๆและดูเงียบสงบ เขาจัดการเหวี่ยงร่างบางลงบนเตียงนอนขนาดใหญ่

“สงบสติอยู่ที่นี้ซะ ตอนเย็นจะพาเธอไปแต่งตัว” คาร์ลรีฟยืนออกคำสั่งเสียงเข้มเสียงหายใจหอบถี่ ที่อยู่ๆต้องมาออกแรงกับคนตัวเล็กแต่ไม่รู้เอาเรียวแรงมาจากไหนกว่าจะฉุดกระชากลากถูเล่นเอาชะเหนื่อย

“ไม่ไป ปล่อยฉันจะกลับบ้าน” เพลงทิสาไม่สนใจฟังคำสั่งตะโกนสวนกลับมือบางปาหมอนใส่ร่างสูง แต่เขาไวกว่าคว้าหมอนไว้ได้ ย่างสามขุมเข้าหา ผลักร่างบางนอนหงายราบชิดบนที่นอนหนานุ่ม

คาร์ลรีฟคร่อมทับไว้มือหนารวบลำแขนบางทั้งสองข้างไว้เหนือศีรษะ

“เลือกเอาระหว่างจะทำงานร้องเพลง หรือจะนอนร้องเพลงอยู่ใต้ร่างฉันในตอนนี้” เขาบอกเสียงนุ่มนวลแต่แววตาจดจ้องมาหน้าอกอวบอิ่มนูนอยู่ใต้เสื้อยูนิฟอร์ม

“ก็ได้ฉันยอมแล้ว ฉันยอมทำงานร้องเพลงก็ได้ ปล่อยฉันก่อนสิ” เพลงทิสา ยอมจำนนแต่โดยดีขืนไม่ยอมมีหวังตัวเองคงต้องเปลืองเนื้อเปลืองตัวอีกแน่ๆยิ่งเห็นสายตาของเขาก็รู้ว่าเขากำลังคิดจะทำอะไร

“ฉันเชื่อว่าเธอทำได้นะ ทำในสิ่งที่เธอรักเถอะ....เพลงทิสา” น้ำเสียงอ่อนโยนเอ่ย

เพลงทิสานอนฟังอย่างรู้สึกแปลกๆในหัวใจยอมทำตามอย่างว่าง่ายทั้งๆที่เมื่อก่อนแทบไม่มีกะจิตกะใจอยากจะร้องเพลงสักนิด

คาร์ลรีฟถอยผละปล่อยหญิงสาวเป็นอิสระร่างสูงยืนขึ้นก่อนจะเดินหันหลังเปิดประตูเดินออกจากนอกห้องทิ้งให้หญิงสาวอยู่ตามลำพัง

เพลงทิสานั่งครุ่นคิดอยู่กับตัวเองอยู่นานสองนานก่อนจะตัดสินว่า“ถึงเวลาแล้วสินะที่ต้องทำในสิ่งที่ตัวเองรัก”

ความคิดเห็น