facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : 2. วอแว 100%

คำค้น : วอแว

หมวดหมู่ : นิยาย ตลก,คอมเมดี้

คนเข้าชมทั้งหมด : 201

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 06 พ.ค. 2564 17:07 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
2. วอแว 100%
แบบอักษร

แม้จะปากเสียปากร้ายใส่กันแค่ไหน แต่ชั่วโมงต่อมาวายุก็ขับรถมาส่งชิดชญาที่โรงแรมจัดเลี้ยงแล้ว และจะรอรับเธอหลังเลิกงาน โดยตัวเขาเองเข้าไปนั่งดื่มในบาร์ของโรงแรมนั้นไปพลาง ๆ

ชิดชญาเข้าไปเม้าท์กับบรรดาเพื่อนร่วมงานที่สนิทกัน ซึ่งส่วนมากเป็นชาวจีนที่แม้บางคนจะอายุไล่เลี่ยกับชิดชญาหรืออาจมีอายุน้อยกว่าด้วยซ้ำ

แต่ทุกคนแต่งงานแล้ว!

ถ้าชิดชญาไม่เคยไปอยู่เมืองจีนตอนช่วงเรียนมหาลัยมาก่อนคงรู้สึกพิลึก ว่าทำไมพวกหล่อนเหล่านี้ถึงได้รีบแต่งงานขนาดนั้น แต่ภายหลังจึงทราบว่าการจับคู่ดูตัวที่สาบสูญไปในตระกูลของเธอมาช้านาน ยังเป็นเรื่องที่ชาวแผ่นดินใหญ่อนุรักษ์ไว้

โดยบางพื้นที่นั้นเมื่อหนุ่มสาวย่างเข้าอายุยี่สิบก็สามารถเริ่มจับคู่ดูตัวและแต่งงานมีลูกได้แล้ว

นั่นจึงเป็นเหตุให้ชิดชญาอยู่ท่ามกลางการเม้าท์มอยในหัวข้อว่าด้วยเรื่องลูกและสามีอยู่เป็นประจำ

เสียงฮือฮาดังขึ้นหึ่งเมื่อเฉินจวิ้นเชาและภรรยารวมถึงพ่อแม่ของเขาเข้ามาถึงในงานโดยมีเฉินเฉียวอิงซึ่งเดินรั้งท้าย

เฉินจวิ้นเชานั้นเป็นที่รักของพนักงานทุกคน ด้วยความเป็นกันเองและอบอุ่น ทำให้ทุกคนเข้ามาทักทายเขาอย่างสนิทสนม

“บอสหล่อมาก ๆ เลย”

“โห...บอสจวิ้น ยังกับพระเอกหนังเลยค่ะ”

“หล่อให้คุณเชี่ยนดูนี่เอง”

ทุกคนหันไปยิ้มทักทายหยางเชี่ยนภรรยาของเฉินจวิ้นเชา

ทั้งคู่แต่งงานกันมาสามปีแล้วยังไม่มีทายาท และนั่นคือข้ออ้างที่เฉินจวิ้นเชาคอยเร่งรัดให้เฉินเฉียวอิงรีบกลับมา เพื่อจะได้มีเวลาไปผลิตทายาทบ้างนั่นเอง

ทุกคนทักทายเฉินจวิ้นเชาเสียงเจื้อยแจ้ว แต่ไม่มีใครกล้าทักเฉินเฉียวอิง

ไม่ใช่เพราะไม่ชอบเขา

ตรงกันข้าม...

พนักงานหลายคนชื่นชมในความเป็นคนรุ่นใหม่ไฟแรง ท่าทางสงบเยือกเย็น ดูเป็นผู้ใหญ่เกินวัย และเหมือนจะเรียนรู้งานได้ไวเสียด้วย

แต่ทว่า...

ความเยือกเย็นของเขามันก็ทำให้คนหนาวได้

ใคร ๆ ในที่นี้จึงทักทายเขาพอเป็นพิธี แต่ไม่กล้าเสวนาด้วย

ทั้งที่วันนี้เขาหล่อมาก!

ให้ตาย! ชิดชญาบอกกับตัวเอง

เฉินเฉียวอิงวันนี้สวมสูทสีขาวทับเสื้อลายดอกสีดำข้างใน ดูเหมือนเจ้าชายอย่างไรอย่างนั้น

จะปล่อยให้คนหล่อยืนเก้อก็เสียของ

ไหน ๆ วันนี้ก็มีเจ้าชายเย็นชา งั้นชิดชญาจะเป็นเจ้าหญิงวุ่นวายเอง!

“ว้าว! บอส! ลุคนี้เท่มากเลยอะ”

แน่นอน....หญิงสาวเริ่มวอแวกับบอสคนใหม่ แต่ที่กล่าวมาก็จริงใจไม่ตอแหลแต่อย่างใด

“เหมือนดาราเดินพรมแดงในงานเวยป๋อไนท์ *เลยนะคะ”

( *‘ซินล่างเวยป๋อ’ เป็นแพลตฟอร์มโซเชียลเน็ตเวิร์คชื่อดังของจีนที่คล้าย ‘ทวิตเตอร์’ โดยทุกปีจะมีงานฉลองที่เรียกว่า ‘เวยป๋อไนท์’ และเชิญดารามาร่วมงานอย่างคับคั่ง)

เฉินเฉียวอิงมองเธอด้วยสายตานิ่ง ๆ ก่อนจะทิ้งสายตาไปทางอื่น

ชิดชญา “....”

เมื่อบอสนิ่งหญิงสาวก็ได้แต่เก้อ

‘เลิฟ แอดดิก’ ของไอ้ฮวงไม่เห็นได้ผล สงสัยทีหลังต้องน้ำมันพราย!

งานเลี้ยงเป็นแบบโต๊ะจีน ซึ่งชิดชญานั่งรวมอยู่กับกลุ่มเพื่อนหนุ่มๆ สาว ๆ และเกาซิ่งที่ถือเป็นสหายสุดสนิท ในขณะที่บอสทั้งสองนั่งรวมกับวงศาคณาญาติ

จนกระทั่งถึงเวลาที่บอสใหญ่ต้องขึ้นเวทีกล่าวอำลา

“ตลอดสองปีที่ผ่านมา ผมดีใจที่ได้ร่วมงานกับทุกคน...”

ขณะนั้นทั้งฮอล์จัดเลี้ยงนั้นนิ่งเงียบ

“เป็นช่วงเวลาที่ประทับใจมาก ทุกคนทำเต็มที่จริง ๆ ผมต้องขอขอบคุณที่ช่วยสนับสนุนให้ผมได้แสดงความสามารถ ขอบคุณที่ทุกคนร่วมแรงร่วมใจกัน ผมจะไม่มีวันลืม ถึงแม้ว่าต่อไปนี้เราคงจะไม่ได้เจอหน้ากันทุกวันเหมือนเมื่อก่อนแล้ว...”

พอกล่าวถึงตรงนี้หลายคนถึงกับน้ำตาซึม

“ผมจะอยู่ถึงสิ้นเดือนนี้ ก็อีกสองอาทิตย์นะครับ แต่ก็คงยุ่งมากจนอาจจะไม่ได้บอกลาทุกคนอย่างทั่วถึง ก็ถือโอกาสนี้บอกลากันเลยแล้วกัน”

คราวนี้ถึงกับมีบางคนแอบสะอื้น

“ไม่ต้องเศร้าครับ ผมไป ๆ มา ๆ ที่ปักกิ่งกับเมืองไทยอยู่แล้ว ยังไงก็จะบินมาเยี่ยมบ่อย ๆ พวกคุณห้ามอู้งานล่ะ”

เสียงปรบมือเกรียวกราวทั่วฮอลล์อย่างถูกใจ

“แต่ผมว่าตั้งแต่บอสใหม่เข้ามานี่ ดูเหมือนพวกคุณจะขยันทำงานกันเป็นพิเศษรึเปล่า ผมชักสงสัยแล้วนะว่าที่ทุกคนเริ่มมาทำงานกันเช้ากว่าเมื่อก่อนนี่เป็นเพราะอยากเห็นหน้าหล่อ ๆ ของน้องชายผมรึเปล่าครับ”

เสียงหัวเราะผสานกับเสียงปรบมือดังขึ้นอีก

“ยังไงฝากดูแลบอสใหม่น้องชายผมด้วยนะครับ ทุกคนคงรู้จักเขาแล้ว แต่วันนี้ขอแนะนำอย่างเป็นทางการนะครับ เฉินเฉียวอิงน้องชายผม ต่อไปนี้จะมารับตำแหน่งกรรมการผู้จัดการแทนผมครับ”

ร่างผอมสูงของเฉินเฉียวอิงซึ่งนั่งอยู่ที่โต๊ะอาหารลุกขึ้นคำนับให้คนทั้งฮอลล์ท่ามกลางเสียงปรบมือต้อนรับ ก่อนที่ชายหนุ่มจะก้าวขึ้นไปบนเวที

คราวนี้แหละ...จะได้ยินบอสพูดยาวหน่อยแล้ว ชิดชญาคิดในใจ

“สวัสดี เพื่อน ๆ และพี่น้องเจินเป่ากรุ๊ปทุกคนครับ”

ประโยคแรกที่เฉินเฉียวอิงกล่าว สร้างบรรยากาศที่แตกต่างจากตอนที่เฉินจวิ้นเชาพูดเมื่อครู่นี้โดยสิ้นเชิง เพราะคราวนี้นอกจากเสียงปรบมือแล้วยังมีเสียงกรี๊ดกร๊าดของสาว ๆ (ที่แม้จะแต่งงานกันเกือบหมดแล้ว) ส่งเสียงให้กำลังใจเหมือนตอนไปดูคอนเสิร์ตศิลปินคนโปรดย่างไรอย่างนั้น

ท่าทางขี้อายของชายหนุ่มนั้นประหลาดกว่าคนอื่น

เขาไม่ได้ยิ้มอายม้วนแบบบิดตัวเป็นเกลียว

แต่เหมือนมีประกายตาที่ฉายความประหม่าระคนกับความเก้อเขินที่ดูมีเสน่ห์อย่างน่าอัศจรรย์ใจ

ชายหนุ่มเหมือนจะหยุดเพื่อรวบรวมสมาธิอย่างใจเย็นอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะกล่าวต่อ

“ผมดีใจมากครับที่ได้รับเกียรติให้มาบริหารงานที่นี่ ตั้งแต่ผมรู้ว่าต้องมาดำรงตำแหน่งนี้ ผมก็ทุ่มเทเต็มที่ด้วยการไปเรียนต่อด้านจิวเวลรี่ดีไซน์ เพื่อทำความเข้าใจในงานให้มากที่สุด แล้วอีกอย่างงานออกแบบก็เป็นงานที่ผมรักอยู่แล้ว จึงรู้สึกว่าผมโชคดีที่มีพี่ชายและคุณลุงคุณป้าคอยสนับสนุน ผมจะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด เพราะมันหมายถึงจะทำให้พี่น้องเจินเป่ากรุ๊ปทุกคนมีคุณภาพชีวิตที่ดียิ่งขึ้นด้วยครับ”

งานเลิกเกือบเที่ยงคืน

บรรดาผู้บริหารยังคงจับกลุ่มคุยกันอย่างอ้อยอิ่ง

พานลั่วเฉิงหนุ่มใหญ่วัยห้าสิบซึ่งดำรงตำแหน่งเป็นหนึ่งในคณะกรรมการบริหาร ได้ยืนสนทนากับบอสใหม่

“คุณอิงจบด้านจิวเวลรี่ดีไซน์มา ถ้าอย่างนั้นในอนาคตคงได้เห็นงานดีไซน์ฝีมือคุณนะครับ”

เฉินเฉียวอิงค้อมศีรษะช้า ๆ อย่างสุภาพก่อนจะกล่าว

“ยังไงผมก็ต้องขอคำแนะนำจากทุก ๆ คนด้วยครับ”

“ขอโทษนะครับ คุณยังไม่แต่งงานใช่ไหม? ”

เฉินเฉียวอิงนิ่งไปกับคำถามที่เปลี่ยนหัวข้อกะทันหัน

พานลั่วเฉิงเห็นดังนั้นก็หัวเราะแล้วว่า

“ขอโทษนะครับ ผมอาจจะถามเสียมารยาทไปหน่อย คือผมแค่กลัวว่าคุณจะทิ้งพวกเราไปแบบบอสจวิ้นน่ะครับ ถ้าพวกเราโดนทิ้งอีกคนต้องเสียใจอีก”

“ยังไม่แต่งงานครับ”

“แล้วแฟน? ”

“ไม่มีครับ”

“ขอโทษอีกครั้งนะครับที่ดูเหมือนละลาบละล้วง แต่ก็เหมือนผู้ใหญ่ทั่วไปที่เป็นห่วงน่ะครับ ถ้ายังไม่มีแฟนวันหลังจะได้แนะนำให้ หน้าตาดีโปรไฟล์อย่างคุณมีแต่คนอยากได้ทั้งนั้นแหละครับ”

เฉินเฉียวอิงรู้สึกอึดอัดใจกับหัวข้อสนทนา แต่โชคดีที่เฉินจวิ้นเชาเข้ามาเรียกให้กลับบ้าน แม้จะไม่ได้อยู่บ้านเดียวกันแต่ก็ถือว่าเป็นครอบครัวเดียวกัน อย่างน้อยก็ควรไปกล่าวลาญาติ ๆ ก่อนจะแยกย้ายกลับที่พำนักของตน

หลังจากกล่าลาญาติ ๆ จนครบแล้ว เฉินเฉียวอิงจึงลงลิฟต์ไปชั้นล่างเพราะจอดรถไว้ที่นั่น

เขาเห็นแผ่นหลังของชิดชญากำลังยืนอยู่หน้าบาร์ชั้นล่าง

มาทำอะไร?

อย่าบอกนะว่าจะมาดื่มต่อ

ก่อนจะได้เห็นร่างสูงขาวของหนุ่มคนหนึ่งเดินออกมาหาชิดชญา

หนุ่มเกาหลีผมสีน้ำตาลอ่อนคล้ายคนที่เฉินเฉียวอิงเคยเจอที่สนามบิน

เขาคิดว่า ‘คล้าย’ แต่ไม่แน่ใจ ผู้ชายแต่งตัวลุคเกาหลีนั้นมีมากมายจนอาจดูเหมือน ๆ กัน

พินิจดูดีๆ หนุ่มคนนี้ผิวขาวจัดเหมือนหลอดนีออนเดินได้ แต่งกายด้วยเสื้อคลุมสีน้ำตาลอ่อนผ้าพลิ้วบางทับเสื้อกล้ามตัวใน สวมใส่กางเกงผ้าขาใหญ่สีน้ำตาลแดงกับรองเท้าผ้าใบยี่ห้อดี แถมยังสวมต่างหูเพชรเม็ดเล็กแต่สะดุดตาไว้บนติ่งหูข้างซ้าย

การแต่งตัวมีดีไซน์แปลกไม่ซ้ำใคร

เฉินเฉียวอิงยืนนิ่งเมื่อเห็นหนุ่มคนนั้นเดินเข้ามาโอบไหล่ชิดชญาแล้วพาออกไปด้วยกัน

แฟนเหรอ?

“น้องชายคุณเฟิร์นน่ะ”

เฉินจวิ้นเขาเข้ามาตอบราวกับได้ยินคำถามในใจของน้องชาย

เฉินเฉียวอิงเพียงหายใจลึก ๆ เฮือกหนึ่ง จะว่าถอนใจก็ไม่ใช่ หรือหนักใจก็ไม่เชิง

แต่ก็แค่นั้นก่อนจะเดินออกไปโดยไม่มีคำถามอะไรอีก

เฉินจวิ้นเชาใช้เวลาเคลียร์งานที่บริษัทเพื่อถ่ายโอนงานให้เฉินเฉียวอิง สองพี่น้องที่ทำงานอยู่ห้องเดียวกันต้องประชุมงานกับเกาซิ่งทั้งวัน

ส่วนชิดชญา....

งานหลักของเธอช่วงนี้คือไปเป็นเพื่อนหยางเชี่ยนช็อปปิ้งและกินเที่ยวตามอัธยาศัย

หยางเชี่ยนเป็นสาวสมัยใหม่ที่ทั้งทำงานเก่งและเข้าสังคมเก่ง ดังนั้นช่วงที่เฉินจวิ้นเชามาบริหารงานที่เมืองไทย สำนักงานใหญ่ที่ปักกิ่งก็เป็นหยางเชี่ยนนี่แหละที่คอยดูแล

“เสียดายจังวันนี้คุณฮวงไม่ว่าง”

หยางเชี่ยนเอ่ยขึ้น

หญิงสาวก็รู้จักวายุในฐานะน้องชายของชิดชญาซึ่งเป็นลูกค้าวีไอพีที่อาณาจักรจิวเวลรี่

ใคร ๆ ก็ชอบไอ้ฮวง

ไม่เว้นแม้แต่คุณหยางเชี่ยนก็โดนตกไปด้วย

เพราะความช่างเจรจาบวกกับรสนิยมดีงามของมัน

คราวที่แล้วไอ้ฮวงมาเดินช็อปปิ้งด้วยและคอยแนะนำเลือกเสื้อผ้าเครื่องประดับได้อย่างเหมาะเจาะ ทำให้ภรรยาบอสถูกอกถูกใจถึงขั้นขอแชตกันเลยทีเดียว

พอรู้ว่าวันนี้ ‘สไตลิสต์คนงาม’ มาไม่ได้ก็ผิดหวังเล็กน้อย

ท่าทางไอ้ฮวงมันจะมีของดีจริง...

“แต่ไม่เป็นไรนะ ฉันจองคิวสัปดาห์หน้าไว้แล้ว คุณเฟิร์นก็ต้องไปนะคะ”

“ไปไหนคะ? ”

หยางเชี่ยนเห็นวายุเป็นพ่อหนุ่มคิวทองถึงขั้นต้องจอง แต่กับชิดชญาเหมือนเป็นของตาย สั่งเมื่อไหร่ต้องไปเมื่อนั้น

เฮ้อ...ไม่เกิดเป็นไอ้ฮวงบ้างให้มันรู้ไป!

“ไปกินข้าวที่บ้านฉันไงบ้านบอสจวิ้นน่ะ คุณเฟิร์นเคยไปรึยังคะ? ”

“ไม่เคยหรอกค่ะ”

ชิดชญาสั่นศีรษะ

จะไปทำอะไรล่ะ เธอเป็นแค่พนักงานธรรมดา รู้แค่ว่าบ้านบอสจวิ้นนั้นอยู่กันเป็นครอบครัวใหญ่ แม้จะไม่ถึงกับรวมอยู่ชายคาเดียวกันทุกครอบครัว แต่ก็ได้ยินว่าส่วนใหญ่อาศัยอยู่ละแวกเดียวกัน

ตามประสาคนมีเงิน...

นี่ถ้าไม่ได้บารมี ‘ท่านวายุ’ ล่ะก็ อยู่ดี ๆ คงไม่มีใครเชิญชิดชญาไปร่วมวงด้วยแน่ ๆ

“เดี๋ยวฉันจะให้แม่บ้านทำกุ้งมังกรเจ็ดสีของโปรดของคุณฮวงด้วย”

คำก็ฮวง สองคำก็ฮวง

ดีนะที่ไอ้ฮวงมันเป็นผู้ชายประหลาดหลุดโลก เหมือนพวกสัตว์เซลล์เดียวที่หาเพศไม่เจอ

ไม่งั้นมันคงโดนบอสจวิ้นแหกอกเอาแน่ ๆ

โทษฐานอ่อยเมียชาวบ้าน!

 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว