facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ฉลามซ่อนรัก 15 : ข่าวใส่ไข่

ชื่อตอน : ฉลามซ่อนรัก 15 : ข่าวใส่ไข่

คำค้น : ฉลามซ่อนรัก

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.3k

ความคิดเห็น : 14

ปรับปรุงล่าสุด : 05 พ.ค. 2564 17:53 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ฉลามซ่อนรัก 15 : ข่าวใส่ไข่
แบบอักษร

ฉลามซ่อนรัก 15 : ข่าวใส่ไข่ 

#ฉลามซ่อนรัก 

 

           ถ้อยคำนั้นของซีวานทำเรานิ่งชะงักไปตามๆกัน เราต่างไม่เคยคิดถึงเรื่องนั้นมาก่อนกระทั่งอาจุดประกายไอเดียให้ แม้ว่ามันจะเป็นการเปรียบเทียบขำๆ ก็ตาม แต่พอมาคิดใหม่ก็มีสิทธิ์ที่เจมส์จะทำแบบนั้นเพราะตลอดเวลาที่ผ่านมาเราพลิกแผ่นดินหาเขา พยายามอย่างมากทว่าก็ไม่ได้อะไรตอบแทนมาราวกับว่าเขาไม่มีตัวตนอยู่บนโลกใบนี้

 

           แต่ลองคิดว่าเขาอยู่ในน้ำสิ ทะเลบนโลกใบนี้กว้างใหญ่นัก

 

           การจะหาตัวเขาในพื้นที่ที่กว้างขวางย่อมเป็นอะไรที่ยากลำบาก สายสืบสายข่าวก็เข้ามามีอิทธิพลไม่ได้เพราะปัจจัยไม่เอื้ออำนวย นั่นถือว่าเหมาะมากสำหรับการซ่อนตัว เหมือนตอนแม่ทำศูนย์วิจัยกลางทะเล เขาก็ทำเพื่อซ่อนพวกพ่อไม่ให้ใครหาเจอได้

 

           งั้นเจมส์ก็มีสิทธิ์ที่จะทำแบบนั้น เพียงแค่เราคาดไม่ถึง

 

           เราเอาแต่ไล่ตามเขาอยู่บนพื้นเนื่องจากไม่มีข้อมูลของผู้ชายคนนี้มากพอ ซึ่งเราน่าจะคิดหน่อยว่าการที่เขาจะทดลองเรื่องฉลามก็ควรจะอยู่ในน้ำที่ที่ใครก็ตามตัวไม่ได้

 

เจมส์ถือไพ่เหนือกว่าเราตลอดเพราะเราไล่ตามเขาไม่เคยเจอไง

 

แต่ตอนนี้ผมคิดว่าสถานการณ์กำลังเปลี่ยนไป

 

“เรามั่นใจแค่ไหน”

 

“ก็พอตัว” ซีวานตอบกลับเขาเบือนหน้าไปมองท้องทะเลด้านข้างที่ซัดคลื่นกระทบฝั่ง “ด้วยระยะเวลาที่เขาเข้ามาในชีวิตและส่งคนมาปั่นป่วน มีสิทธิ์ว่าเขาไม่ได้อยู่ไกลจากเรานัก แค่เราเลือกมองผิดที่มาตลอดเลยมองไม่เห็นว่าเขาอยู่ตรงไหนกัน”

 

“แต่ทะเลกว้างซะขนาดนั้น เราจะรู้ได้ยังไงว่าเขาอยู่ส่วนไหน”

 

           “ถ้าเราจับพิรุธเขาได้ ยังไงเขาก็ไม่รอดสายตาเราไป”

 

           “เราคงไม่ได้คิดจะว่ายไปทั่วเพื่อตามหาเขาหรอกใช่ไหม”

 

           “ถ้ามันช่วยให้ปัญหาจบเร็วได้ มันก็คุ้มค่าที่จะทำ” เสียงของพี่กดต่ำแสดงให้เห็นว่าเขาจริงจังมากแค่ไหน “ผมอยากให้มันจบก่อนที่ทุกอย่างจะสายไป เจมส์ทำร้ายครอบครัวเรามามากพอแล้ว”

 

           “แต่แบบนั้นมันอันตรายมากนะซีวาน ถ้าเราโดนจับไปใครจะไปช่วยเราได้”

 

           “ผมไม่ผลีผล่ามบุกเข้าไปโดยไม่วางแผนอะไร”

 

           “…”

 

           “ขอแค่หาเจอ เราก็ได้ชัยไปครึ่งนึงแล้ว” ผมเม้มปากอย่างคิดหนัก ผมเข้าใจที่พี่พูดแต่การจะออกไปท่องโลกเพื่อตามหาคนคนนึงมันไม่ง่ายขนาดนั้น มหาสมุทรยิ่งใหญ่กว่าผืนโลก บางจุดยังไม่ถูกค้นพบเลยด้วยซ้ำ เจมส์อาจมีลูกไม้มากกว่าที่เราคิด ถ้าเขาสร้างศูนย์วิจัยกลางทะเลขึ้นมาจริงเราก็ต้องคิดอีกว่ามันคือตรงไหน

 

           ที่แน่ๆ เขาไม่ได้สร้างในจุดเดิมที่แม่ทำลายไป แต่มันจะเป็นไปได้ไหมที่เขาจะใช้แม่พิมพ์เดียวกัน

 

           หลากความคิดปะเดปะดังเข้ามาในหัวผม ทำผมคิดหนักไม่มีพัก ซีวานดูตัดสินใจได้แล้วขณะที่อาฉายชัดถึงความกังวลต่อความคิดของพี่เขา

 

           ผมเองก็กลัวว่าซีวานจะลงทะเลไปไล่ตามเจมส์เพื่อจัดการ

 

           นั่นเป็นการกระทำที่เสี่ยงมาก

 

           และเปอร์เซ็นต์ผิดพลาดมีสูงกว่าที่เขาจะคาดการณ์

 

           “แต่ตอนนี้เราต้องให้ความสำคัญกับอาการของซีน่อนก่อน” พี่พูดขึ้นพลางถอนหายใจ “พี่คงต้องเจาะเลือดนายดูหน่อยว่ามีอะไรเปลี่ยนไปไหม และอยากรู้รายละเอียดเกี่ยวกับกลิ่นที่นายได้รับเพิ่มเติม”

 

           “แล้วเรื่องเจมส์ล่ะ ผมรู้นะว่าพี่คงจะไม่ปล่อยเขาไปเฉยๆ”

 

           “ไว้พี่คุยกับพ่อแม่อีกที งานนี้พี่คงไม่ทำคนเดียว” เขายกยิ้มให้ “ไม่ต้องห่วงซีน เราจะจบปัญหานี้ด้วยกัน และนายจะไม่ต้องมาทนทุกข์กับเรื่องพวกนี้อีก”

 

           “แต่ผมก็อดคิดไม่ได้ว่าเจมส์หวังอะไรจากเรากันแน่”

 

           “…”

 

           “เขาทำเพื่อแก้แค้นหรือว่าแค่อยากทดสอบเรา” ผมย่นคิ้วใส่ ขบกรามแน่นระหว่างครุ่นคิด “เราไม่เคยไปทำอะไรให้เขาแท้ๆ ทำไมเขาจะต้องตามราวีเราขนาดนี้ด้วย”

 

           “ก็อยู่ที่ว่าเจมส์คือใคร” ซีวานตอบกลับ “ภาพที่เราเห็นว่าเขาหน้าเหมือนปู่เราจะใช่ของจริงไหม หรือว่าเป็นลุงดีวานที่เราคิดว่าพ่อดายฆ่าไปแล้ว”

 

           “เรื่องนี้เซนซิทีฟมากนะพี่ มันมีอิทธิพลกับพ่อมากไม่ว่าจะเป็นลุงดีวานหรือปู่เดม่อน” ผมพ่นลมหายใจช้าๆ “ถ้าเป็นลุงดีวานผมก็ยังพอจะเข้าใจที่เขาแค้นเรานะ ถึงผมจะไม่คิดว่าเป็นเขาก็ตาม แต่ถ้าเป็นปู่เดม่อนผมก็คิดไม่ตกว่าเขาจะทำกับเราไปเพื่ออะไร”

 

           “และที่สำคัญเขาตายไปนานมาก” อาโนเอลพูดขึ้นหลังเงียบมานาน “ปู่เราเขาตายก่อนที่โซลจะเป็นเจ้าของศูนย์วิจัยอีก”

 

           “อารู้มากกว่านั้นไหมครับหรือว่ารู้แค่นี้ ?” ผมถามคนด้านข้าง

 

           “เท่าที่โซลเคยบอกอามีเท่านี้ ส่วนมากกว่านี้คงต้องถามพ่อเรา” เจ้าตัวตอบกลับ “แต่อาคิดว่าการขอคำตอบจากพวกเขาก็ยากพอๆ กับการง้างปากฉลาม ยิ่งกับดายที่เจอเหตุการณ์พวกนั้นคงยากที่จะทำใจเล่าให้ฟัง”

 

           “แต่พ่อก็ไม่เคยพูดเรื่องที่ปู่เดม่อนตายเลยนะครับ เขาบอกแค่ว่าตาอีธานเป็นคนช่วยพวกเขาให้พ้นภัย”

 

           “ในเอกสารที่โซลวิจัยก็ไม่ได้บอกการตายของเดม่อนเหมือนกัน”

 

           “แปลว่าเขาอาจมีชีวิตอยู่ ?”

 

           “อาก็บอกไม่ได้เหมือนกัน โลกนี้มันซับซ้อนจนอาปวดหัวไปหมด” อาถอนหายใจพลางส่ายหน้าด้วยความสับสน “และอาไม่คิดว่าจะเป็นปู่เราต่อให้เขาจะมีชีวิตอยู่ก็ตาม เขาจะทำแบบนี้กับพวกเราทำไมจริงไหม”

 

           “ก็อาจเพื่อชดใช้ความผิดที่มีต่อลุงดีวาน”

 

           “ซิล”

 

           “ไม่รู้สิครับ โลกนี้มันซับซ้อนอย่างที่อาว่า”

 

           “…”

 

           “บางทีคนที่เราไว้ใจมากๆ ก็อาจหักหลังเราได้ในภายหลังเช่นกัน” เป็นคำพูดที่เศร้ามากเพราะเราต่างโดนหักหลังมานับไม่ถ้วน ยิ่งกับแม่และพ่อ พวกเขาเจอคนใจร้ายที่จ้องจะหาผลประโยชน์จากเขามานับร้อยนับพัน ผมถึงนับถือแม่มากที่ผ่านเรื่องนั้นมาได้ และคิดว่าพวกเขากำลังมีความสุขกัน

 

           กระทั่งเจมส์เข้ามาในชีวิต เป้าหมายของเขาไม่แน่ชัดที่มั่นได้คือเขาต้องการทดสอบพวกเรา

 

           ทดสอบความเป็นฉลามอย่างที่ส่งออสตินเข้ามาในชีวิตแดเนียล จนทำพี่ผมเกือบตายจากระเบิดที่ติดกับตัวปลอมนั่น

 

           ตอนนี้ก็ส่งเซลีนมากระตุ้นยีนส์ฉลามในร่างผมและส่งคนมาปั่นป่วนให้ผมกลายเป็นข่าวใหญ่

 

           ผมไม่อาจบอกได้เลยว่าหลังจากนี้เราจะเจอกับอะไร

 

           ถ้าเขาได้ในสิ่งที่พอใจ...

 

           เป้าหมายต่อไปเขาคงหนีไม่พ้นซีวาน 

 

           “อาว่าเราหยุดคิดเรื่องนั้นและพาซีน่อนไปพักก่อนดีกว่า แล้วเรื่องอื่นๆค่อยว่ากัน” อาตัดบทเพื่อไม่ให้บรรยากาศระหว่างพวกเรายิ่งแย่ไปมากกว่านี้ “คืนนี้เราจะนอนค้างกับน้องสินะ ถือว่าดีมากเลยจะได้ช่วยกันดูแลซีน่อน”

 

           “ผมมาช่วยดูน้องก็จริง แต่หน้าที่หลักก็ยังอยู่ที่อาอยู่ดี”

 

           “หมายความว่าไงกัน ?”

 

           “ก็ผมเป็นหมอ ผมมีหน้าที่รักษาอาการภายนอกเท่านั้น แต่เรื่องภายในน่ะอาต้องเป็นคนทำ”

 

           “หา ?”

 

   “โดยเฉพาะเรื่องหัวใจน่ะ อย่าทำให้มันยุ่งยากไปมากกว่านี้เลย” 

 

           “พี่พูดเรื่องอะไรน่ะ ?” ผมเลิกคิ้วใส่ไม่เข้าใจว่าทำไมเขาถึงพูดแบบนี้ ซ้ำยังมองไปทางอาที่มองเขาผ่านกระจกมองหลังอีก อีกทั้งยังบีบมือผมคล้ายรวบเอากำลังใจไป แต่พอผมบีบตอบเขาก็สะดุ้ง ทำเป็นยิ้มกลบเกลื่อนให้

 

           “อาว่าวันนี้เราเจอเรื่องมาหนักพอแล้ว ไว้ค่อยคุยกันเถอะ”

 

           “หึ” ซีวานหัวเราะในลำคอเบาๆ ราวกับขบขันที่อาพูดแบบนั้น เขาไม่คิดจะอธิบายให้ผมฟัง พลันบทสนทนาก็จบลงตรงนั้นแล้วก็ไม่มีใครพูดอะไรขึ้นมาอีกเลยจนเราถึงบ้านอา ซีวานขอตัวไปโทรศัพท์หาพ่อเพื่อถามถึงสถานการณ์ที่แม่เผชิญอยู่

 

           ส่วนผมกับอาก็เข้ามาในบ้านก่อน อาดันผมไปอาบน้ำให้เรียบร้อยในขณะที่เขาทำอาหารรอไว้ให้

 

           จากที่เราจะได้กินมื้อค่ำกับครอบครัวกลายเป็นต้องมาดื่มด่ำกับความเศร้าใจ

 

           ในหัวผมเต็มไปด้วยความคิดมากมาย จะยัดอะไรเข้าท้องก็ไม่ไหว ใจมันพะวงกับเรื่องร้าย ซ้ำตอนอาเปิดทีวีเพื่อหาหนังให้ดูจะได้พักผ่อนใจ ผมกลับเจอข่าวใหญ่

 

           ‘ตัวประหลาดปรากฏในเมือง !’

 

           ‘วันนี้เมื่อเวลาห้าโมงยี่สิบ มีผู้พบเห็นเด็กหนุ่มวัยยี่สิบกว่ากระโดดกัดคอชายคนนึงที่กำลังเลือกซื้อของอยู่ ผู้เห็นเหตุการณ์บอกว่าเด็กหนุ่มคนนี้มากับผู้ชายอีกคน อายุดูไล่เลี่ยกัน’

 

           ผมถึงกับหยุดกินข้าวหันไปฟังข่าวที่รายงานด่วนขึ้นมา ผู้ประกาศข่าวดูตื่นเต้นที่ได้อ่านเรื่องนี้ให้ผู้ชมฟัง พร้อมทั้งเปิดคลิปไวรัลที่มีการแชร์ไปทั่วโลกออนไลน์ นาทีนั้นผมเบิกตากว้าง มันเป็นภาพของผมที่กระโจนกัดคอผู้ชายคนนั้นจนเลือดสาด

 

           ถึงข่าวจะเบลอหน้าผมกับคนรอบข้าง แต่คนเห็นเหตุการณ์ต้องจำหน้าผมได้ชัด

 

           ‘ไม่รู้ว่าสาเหตุเกิดจากอะไร คาดว่าเป็นการทะเลาะเบาะแว้งกัน แต่ที่สำคัญค่ะคุณผู้ชม คนเห็นเหตุการณ์บอกว่าเด็กหนุ่มคนนี้มีฟันฉลาม’

 

           ‘พระเจ้า นั่นมันฟังดูบ้ามากเลยนะแคลร์’

 

           ‘เห็นด้วยค่ะมาร์ค แต่ผู้เห็นเหตุการณ์ยืนยันว่าเห็นจริง’ หญิงสาวหันไปตอบคนด้านข้าง ‘ตามรายงานบอกว่าเด็กหนุ่มคนนี้มีฟันเหมือนฉลาม แค่ชั่วพริบตาก็กัดคอผู้ชายคนดังกล่าวจนเลือดอาบ ตอนนี้เขาถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลไปแล้ว และเรากำลังรอฟังอาการ แต่เห็นว่าอาการหนักมากเลยนะคะ’

 

           ‘ไม่แน่เขาอาจจะใช้มีดปาดคอแทนหรือเปล่า คนอะไรจะมีฟันฉลาม’

 

           ‘เขาเลยเรียกว่าตัวประหลาดไงคะ และเรากำลังตามหาเด็ก...’

 

วูบ !

 

           “หืม อาปิดทำไมครับ” ผมท้วงขึ้นมาทันทีที่อาโนเอลเดินไปปิดทีวีซะอย่างนั้น ทั้งที่ผมกำลังตั้งใจฟังว่าจะถูกต่อว่าอะไรอีก ยอมรับว่าผมรู้สึกแย่ที่ได้ฟังข่าวนี้ ซ้ำตอนนี้คลิปผมก็หลุดไปว่อนเน็ต ผมไม่รู้ใครเป็นคนถ่ายไว้ แต่เวลานี้เรื่องของผมมันไปไกลกว่าที่คิด

 

           สื่อใหญ่ออกข่าวขนาดนี้ ผมเชื่อเลยว่าจะต้องมีคนตามหาตัวผมแน่

 

           หรือไม่เขาอาจจะรู้อยู่แล้วแค่เลือกที่จะพูดไปแบบนั้น ทำเอาผมกังวลมาก ในใจคิดหนักไปต่างๆนานา

 

           “อย่าไปฟังเลย ข่าวพวกนี้ก็ใส่ไข่ทั้งนั้น”

 

           “เขาพูดถูกทุกอย่าง”

 

           “ซีน”

 

           “ผมกัดคอผู้ชายคนนั้น ผมมีฟันฉลาม และผมก็เป็นตัวประหลาดในสายตาผู้คน” ผมตอบกลับ สิ่งที่ผมพูดไม่ใช่การประชดประชัน แต่มันคือเรื่องจริงที่ผมเป็นคนทำแม้ว่าจะเป็นอีกร่างนึงก็ตาม “ตอนนี้มันกลายเป็นเรื่องใหญ่มาก อาปิดผมไม่ได้หรอก”

 

           “แต่อย่างน้อยเราก็ไม่ต้องไปเสพสื่อพวกนั้นก็ได้ เรารู้ดีว่าอะไรเป็นอะไร”

 

           “ผมไม่รู้ด้วยซ้ำว่าผมเป็นอะไร”

 

           “…”

 

           “และผมก็ลบความคิดที่ตัวเองเป็นตัวประหลาดออกไปไม่ได้เลย” ผมถอนหายใจยาวเหยียดพร้อมกับนั่งกุมมืออยู่บนตัก เวลานี้ผมกลายเป็นข่าวใหญ่แล้ว อาจถูกมองว่าเป็นฆาตกรด้วยซ้ำ คนที่ผมรู้จักก็คงแห่ส่งข้อความมาหากัน ติดแค่ว่าผมปิดเครื่องอยู่เนื่องจากไม่อยากรับรู้อะไรทั้งนั้น

 

           ถ้าเปิดมือถือเมื่อไหร่คงเห็นแมสเสจจากทุกคนที่ส่งมาหากัน แค่คิดว่าถูกถามว่าเป็นคนในข่าวใช่ไหมตัวผมก็สั่น หลังจากนี้จะไปที่ไหนคนก็คงขอดูฟันฉลามไม่ก็มองผมเป็นตัวประหลาดที่ไม่น่าเข้าใกล้เพราะกลัวจะโดนกัด

 

           ผมกลายเป็นที่รังเกียจของคนรอบข้าง

 

           “ซีน มองอา มองอานี่” มือหนาประคองแก้มผม บังคับให้เงยหน้ามองเขาที่ย่นคิ้วใส่ “อารู้ว่ามันยากที่จะทำใจ แต่เราต้องยอมรับมันโอเคไหม เรื่องที่เกิดขึ้นมันช่วยไม่ได้ เราโดนกระตุ้นให้กลายเป็นแพะรับบาป เราไม่ได้ตั้งใจ”

 

           “แต่ผมอาจทำเขาตาย”

 

           “เรายังไม่รู้ว่าอาการเขาเป็นยังไง”

 

           “โดนไปขนาดนั้นอาคิดว่าเขาจะรอดหรือไง”

 

           “...”

 

           “ผมเป็นตัวประหลาดฆ่าคน อายอมรับเถอะครับ” ผมว่าเสียงแผ่วไม่อยากมองตัวเองแบบนั้น แต่มันช่วยไม่ได้ที่สภาพจิตใจผมตอนนี้อ่อนแอมาก “ผมพลาดไปแล้วและกำลังโดนสังคมประณาม ผมทำให้ครอบครัวต้องตกอยู่ในอันตราย และเราอาจโดนคุกคามมากกว่าที่เป็นอยู่”

 

           “เราจะจัดการมันได้แน่นอน อาเชื่อว่ามันจะเป็นแบบนั้น” อายืนยันเสียงหนัก “เรามีกันและกัน”

 

           “ผมเหนื่อยจังครับ”

 

           “ซีน่อน”

 

           “ผมเหนื่อยมากๆเลย” ผมยอมรับเช่นคนอ่อนแรง ลำพังแค่ต้องต่อสู้กับอสุรกายในร่างตัวเองมันก็เหนื่อยพอแล้ว แต่นี่ผมจะต้องสู้กับคนทั้งโลกที่มองผมเป็นตัวประหลาด ถึงจะรู้ว่าสักวันนึงคนจะลืมกัน ทว่ากว่าจะถึงวันนั้นผมทนได้อีกนานแค่ไหน

 

           ผมเหนื่อยทั้งตัวและหัวใจ รู้สึกอ่อนแรงจนเหมือนจะตาย

 

           ผมอยากเจอเจมส์ อยากถามว่าเขาต้องการอะไร

 

           เขาทำแบบนี้กับผมทำไม

 

           เขาทำให้ผมกลายเป็นตัวปัญหาของครอบครัวทำไมทั้งที่ผมแค่อยากมีชีวิตปกติเหมือนคนปกติทั่วไป

 

           มันเป็นคำขอที่ยากเกินไปเหรอ

 

           “ไม่เป็นไรนะ อาอยู่นี่” อาโนเอลรวบผมไปกอด กดจูบลงบนกลุ่มผมหอมเป็นการปลอบโยน “อาจะไม่ทิ้งเราไปไหน”

 

           “อาเหนื่อยไหมครับที่ต้องมาดูแลผม ผมกำลังทำอาเดือดร้อนใช่ไหม”

 

           “ไม่เลย อาไม่เคยคิดแบบนั้น” เขาตอบอย่างไว “เราคือสิ่งสำคัญที่สุดของอานะ ไม่ว่าจะเจอเรื่องร้ายแค่ไหนอาก็จะไม่ปล่อยมือเราไป”

 

           “แต่ผมกลัวว่าจะทำร้ายอาเหมือนที่ผมทำร้ายผู้ชายคนนั้น”

 

           “อารับได้ ไม่ต้องกังวลไป”

 

           “แต่ผมรับไม่ได้ ผมทำร้ายอามารอบนึงแล้ว ผมไม่อยากให้อาต้องมาเจ็บเพราะผมอีก”

 

           “งั้นก็สู้มันสิ อย่าให้มันครอบงำเราได้”

 

           “อา...”

 

           “ไอ้ตัวที่อยู่ในร่างเรามันมีแค่ตัวเดียวเอง แต่เรามีทั้งอา ทั้งพี่และพ่อแม่อีก จะไปกลัวมันทำไม” เขายกยิ้มพร้อมจูบหน้าผากผมเป็นการให้กำลังใจ “มันสู้อะไรเราไม่ได้หรอก มันทำได้แค่ข่มให้เรากลัวและรู้สึกแย่เท่านั้น ส่วนเรื่องกลิ่นน่ะเราจะหาทางป้องกันมัน จะไม่มีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นอีก”

 

           “ถึงจะพูดแบบนั้น แต่ตอนนี้คนอื่นเขาก็เกลียดผมกันหมดแล้ว”

 

           “แต่อาไม่ได้เกลียดเราหนิ”

 

           “อาครับ”

 

           “อายังอยู่ตรงนี้”

 

           “…”

 

           “ยังรักเราเหมือนเดิม” 

 

           คำพูดนั้นไม่ต่างจากสายฝนที่รินรดหัวใจผมให้เย็นฉ่ำ จากที่มันร้อนรุ่มกลายเป็นสงบลงอย่างที่บอกไม่ถูก แค่นั้นก็ชัดเจนพอแล้วว่าอาคือความสบายใจของผมขนาดไหน หัวใจผมเต้นแรงขณะที่ฝังตัวอยู่ในอ้อมกอดเขา หลับตาลงน้อมรับไออุ่นจากตัวเขาไว้

 

           ผมดีใจที่เขายังอยู่ข้างกาย ไม่ได้มองผมเป็นตัวประหลาดอย่างที่คนอื่นกล่าวหากัน

 

           “และพ่อแม่กับพี่ชายเราก็ยังรักเราไม่ต่างกัน อย่าเอาคำพูดคนอื่นมาใส่ใจเลยซีน สนใจแค่คนที่รักเราดีกว่า” เขาหอมหัวผมอีกครั้ง “ช่วงแรกๆ มันอาจรับมือยาก แต่เดี๋ยวมันจะดีขึ้น ขอแค่เราเข้มแข็งเอาไว้ แม่เราก็บอกแล้วไม่ใช่เหรอว่าเราเข้มแข็งกว่าใคร อย่าให้ใครมาทำลายความมั่นใจของเราลงได้”

 

           “ผมพยายามแล้ว แต่ตอนนี้ผมเหนื่อยเหลือเกิน” เสียงผมเบามาก “ผมไม่รู้เมื่อไหร่มันจะจบ ถ้าเกิดผมตายไปทุกอย่างมันจะดีขึ้นไหม”

 

           “อย่าพูดอย่างนั้นสิ ความตายไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาอะไร เราต้องมีชีวิตอยู่เพื่อมีความสุขในวันต่อๆไป”

 

           “อาคิดว่าเราจะมีความสุขได้ไหมครับ”

 

           “แค่เรากอดกันไว้ อาว่าก็มีความสุขแล้วนะ” เขาระบายยิ้มบางสร้างความสบายใจให้ผมรู้สึกดีขึ้น “อาอาจจะไม่ได้เข้าใจความรู้สึกเราทั้งหมด แต่อย่างน้อยอาก็จะไม่ทิ้งเราไปไหน จะกอดเราอยู่อย่างนี้ จะทำให้เรารู้สึกดีเท่าที่ทำได้”

 

           “ผมไม่รู้ว่าผมจะดีขึ้นยังไง”

 

           “ไหนๆ วันนี้ก็ทำอะไรไม่ได้แล้วงั้นเรามาเมากันไหม”

 

           “หืม ?”

 

           “อยากดื่มกับอาไม่ใช่หรือไง”

 

           “เรื่องนั้น...”

 

           “คืนนี้มาเมาให้เละกันเลย” ดูเป็นประโยคที่ไม่ค่อยเข้าท่าเท่าไหร่ เนื่องจากสถานการณ์ตอนนี้มันหนักหนากว่าที่คิด แต่อาก็เลือกที่จะเสนอไอเดียนั้นให้เพราะเราทำอะไรไม่ได้นอกจากนั่งรอความจริงเท่านั้น ซีวานเดินกลับมาแจ้งข่าวเรื่องของแม่ว่าเคลียร์เรียบร้อยแล้วและกำลังกลับบ้าน

 

           พรุ่งนี้แม่อาจมาหาเราที่บ้านอา

 

           “ผมจะออกไปว่ายน้ำสักพัก อาดูแลน้องนะครับ”

 

           “ได้สิ แต่จะไปเวลานี้จริงเหรอ ?” อาถามหลานคนโตที่ถอดเสื้อผ้าออกเหลือแค่กางเกงว่ายน้ำเท่านั้น ซีวานไม่ได้พูดอะไรอีก เขาแค่หันมากระตุกยิ้มมุมปากพลางไหวไหล่ “ขอร้องล่ะ อย่าทำอะไรแปลกๆ นะซีวาน เวลานี้เราควรอยู่ด้วยกันไว้”

 

           “ผมแค่ไปว่ายน้ำ ไม่ได้ไปหาเรื่องเดือดร้อนอะไร”

 

           “ซิล”

 

           “สัญญาว่าจะกลับมาก่อนอากับซีนเมา” ผมยู่ปากใส่ที่โดนแซวแบบนั้น ทว่าก็อดหวั่นที่ซีวานจะไปไม่ได้ ผมรู้ว่าพี่มีแผนและพี่รอบคอบเสมอไม่ว่าจะเจออันตรายอะไร แค่กลัวว่าจะถูกดักทางได้ เสียดายที่ยังไม่ทันห้ามพี่ก็เดินลงทะเลคืนร่างเป็นฉลามไปแล้ว

 

           ทำเอาผมกับอาได้แต่มองหน้ากันอย่างเหนื่อยหน่าย สุดท้ายอาเลือกที่จะเดินไปล็อกประตูบ้าน ปิดหน้าต่าง ปิดม่านให้เรียบร้อยกันคนมาแอบส่องหรือวุ่นวาย

 

           จากนั้นก็วางขวดไวน์ลงบนโต๊ะหน้าทีวีพร้อมกับบุหรี่ซองนึง

 

           “กันเมาไว” เขาบอกเพื่อให้ผมเข้าใจ “อยากรอพี่เขากลับมาใช่ไหม”

 

           “อารู้ใจผมเสมอเลยนะครับ” ผมยิ้มแม้จะเป็นรอยยิ้มอ่อนแรงก็ตาม ถึงผมจะมั่นใจว่าพี่จะทำตามสัญญา แต่ก็อยากอยู่รอจนกว่าเขาจะกลับมาเพื่อให้แน่ใจว่าเขาปลอดภัยจริงๆ และการสูบบุหรี่ระหว่างดื่มเหล้ามันจะช่วยให้เราเมายากขึ้น ผมไม่แน่ใจเรื่องสรรพคุณก็ทำตามที่เขาว่ากันมาอีกที

 

           เขาที่ผมหมายถึงก็คือแม่ผมที่สอนเรื่องนี้นั่นแหละ

 

           “แต่เล่นของดีขนาดนี้จะไม่เป็นไรเหรอครับ” ผมถามพร้อมหลุบตาไปมองไวน์ยี่ห้อดีที่เขาเก็บมานาน “เอาเป็นเบียร์ถูกๆ ไม่ดีกว่าเหรอ”

 

           “ไม่เป็นไรหรอก นานๆ จะได้ดื่มที ดื่มไวน์เนี่ยแหละดีสุด” เขายักคิ้วให้ “หรือว่าเราคออ่อนกลัวเมาไว ไม่เป็นไรนะ อาอุ้มเราขึ้นไปนอนได้”

 

           “อย่าดูถูกกันสิครับ” ผมย่นคิ้วงอน “ผมดื่มได้หมดแหละ แค่เสียดายที่ดื่มของดีในเวลาแบบนี้”

 

           “ถือว่าฉลองที่อากลับมาไง เรายังไม่ได้ฉลองกันแบบจริงจังเลยนะ” อาตอบกลับ หวังให้บรรยากาศดีขึ้นและผมคล้อยตาม เขาเทไวน์ใส่แก้วแล้วยื่นมาให้ผมก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งและยกไวน์แก้วตัวเองขึ้นจิบ อาเปิดหาหนังในเน็ตฟลิกซ์ดูด้วย คงไม่อยากให้เรานั่งดื่มกันเงียบๆ

 

           ส่วนผมพอได้ไวน์มาก็กระดกขึ้นดื่มอึกใหญ่ราวกับมันเป็นน้ำเปล่า จากนั้นก็จุดบุหรี่ขึ้นสูบเพื่อคลายความอึดอัดที่แน่นอยู่ข้างใน

 

           อาจำเป็นต้องเปิดบานเลื่อนตรงห้องนั่งเล่นที่เราอยู่ไว้เพื่อให้ควันลอยออกไป และให้ลมเย็นๆ พัดเข้ามา

 

           “อยากดูหนังอะไรไหม”

 

           “เรื่องอะไรก็ได้ครับ” ผมว่ากลับ ใจจดจ่อไปที่แก้วไวน์กับบุหรี่ที่สูบอยู่มากกว่าหนัง อีกทั้งยังเบือนหน้าหนีไปมองทะเลที่ซัดคลื่นกระทบฟัง หลับตาลงฟังเสียงนั้นที่สบายหูกว่าหนังที่อาเปิดอยู่ ดูเหมือนหนังที่เปิดจะเป็นหนังรักวัยรุ่นที่พระเอกไม่รู้ว่านางเอกแอบรัก

 

           เป็นหนังโรแมนติกปนดราม่าที่ต้องคอยลุ้นว่าพระเอกจะรับรักเมื่อไหร่ ผมจำเรื่องไม่ค่อยได้เพราะดูนานแล้ว มันเป็นหนังเก่า จำได้ว่าช่วงนั้นชอบมาก ดูหลายรอบเหมือนกันนะ แต่ตอนนี้กลับจำแทบไม่ได้ทั้งที่ชอบขนาดนั้น

 

           คงเป็นเพราะเวลาที่ผ่านไปมั้ง

 

           มันทำให้เราลืมเลือน

           

           “ขอบุหรี่ให้อาบ้าง” เสียงเขาเรียกสติให้ผมหยุดคิดแล้วหันไปหา “สูบอยู่คนเดียวเลย ไม่ดีนะ ต้องแชร์กัน”

 

           “นึกว่าอาอยากเมาไวๆ ซะอีก และบุหรี่มันไม่ดีต่อร่างกายอานะ”

 

           “ไม่ดีกับเราเหมือนกัน”

 

“ผมชินแล้วครับ”

 

“อาก็ชินไม่ต่างกัน”

 

“อา”

 

“เพราะงั้นมาแบ่งกัน”

 

           “แบ่ง ?”

 

           “เอาที่มวนนั้นมาให้อา”

 

           “…”

 

           “อาจะแบ่งเบาความรู้สึกเราเอง ถือว่าคนละครึ่งนะซีน” 

 

คอมเม้นเป็นกำลังใจให้เอลหน่อยนะค้าบ สติกเกอร์คนละอันก็ดีใจแล้วสำหรับคนที่ไม่รู้จะเม้นอะไร 

อย่าปล่อยให้ยัยน่อนเงียบเหงา ฝากส่งฟีดแบ็ก #ฉลามซ่อนรัก ด้วยน้า  

เปิดพรี 21 พค -23 กค นาจา เก็บเงินรอเลยย* 

LOADING 100 PER 

ไอเดียใหม่กับข่าวใหม่ที่โจมตีไม่มีหยุด 

จากสิ่งที่เกิดขึ้นทำให้เรื่องที่คิดมันร้ายแรงกว่าที่จะคุมไว้ 

อะไรหลายๆ อย่างกำลังจะเปลี่ยนแปลงไป ถ้าควบคุมไม่ได้ก็ต้องยอมรับมัน 

แต่ลึกๆในใจมันช่างน่าหวาดหวั่น การถูกมองว่าเป็นตัวประหลาดนั้น 

มันไม่ต่างจากเอาน้ำกรดมาราดแล้วเผาทั้งเป็น 

หวีดลงแท็กด้านล่างเมื่อพูดถึงความแซ่บของนิยายเรื่องนี้ 

#ฉลามซ่อนรัก 

Follow Me 

Twitter : ael_2543 

PAGE : Avery Pie 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว