ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 1 คืนร้าย Part l Loading…100%

ชื่อตอน : บทที่ 1 คืนร้าย Part l Loading…100%

คำค้น : ประธานบงการรัก

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.4k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 16 มิ.ย. 2564 20:21 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 1 คืนร้าย Part l Loading…100%
แบบอักษร

 

บทที่ 1 

คืนร้าย Part l Loading…100% 

 

สำลีแผ่นสุดท้ายถูกทิ้งลงถังขยะด้านข้างเตียง ก่อนที่รสรินทร์จะหมุนกายกลับไปหาชายหนุ่มซึ่งนั่งจ้องเธอตาไม่กะพริบมาได้ครู่ใหญ่ ร่างบางลุกขึ้นยืนอวดเรือนร่างต่อหน้าเขาช้าๆ แล้วจึงก้าวเข้าไปหาเขา มือเล็กทั้งสองข้างค่อยๆ วางลงบนบ่ากว้าง 

 

ภัทรพลกะพริบตาถี่ราวกับเพิ่งได้สติ เขาเงยหน้ามองใบหน้าที่ไร้เครื่องสำอางของเธออย่างลืมตัว รอยยิ้มของเธอในเวลานี้ ดูสดใสเกินกว่าจะเรียกได้ว่ายั่วยวน ทว่าทันใดนั้น ภาพเงาสะท้อนของเขาที่ฉาบอยู่บนนัยน์ตาสีน้ำผึ้งของเธอก็ย้ำเตือนสติของภัทรพลว่าเขามาที่นี่เพื่อจุดประสงค์ใด 

 

“ไม่เป็นงานหรือไง ทำไมมือถึงได้สั่นขนาดนี้” ภัทรพลแสร้งถามอย่างใจเย็นพลางกระตุกยิ้มร้ายที่มุมปาก  

 

ดวงตาแคบหรี่ลงมองอย่างจับผิด ลึกๆ แล้วเขาก็ไม่รู้คำตอบที่แท้จริงด้วยซ้ำว่าตนกำลังคาดหวังอะไรจากเธอ ในตอนแรก หากว่าเธอไม่ใช่คนที่เขากำลังตามหา ภัทรพลก็อาจจบความสัมพันธ์หลังจากร่วมเตียงกับเธอภายในคืนนี้ได้ไม่ยาก จากนั้นต่างคนก็ต่างแยกย้ายไปตามทางของตัวเอง 

 

แต่เธอกลับเป็นคนคนเดียวกันนี่สิ! 

 

เป็นบ้าอะไรวะไอ้พอล ตามหาจนเจอแล้วแท้ๆ แต่ดันรู้สึกผิดหวัง ภัทรพลก่นด่าตัวเองในใจ 

 

“ค่ะ ฉันเพิ่งมาทำงานคืนนี้เป็นคืนแรก” เธอตอบด้วยท่าทีประหม่า 

 

ภัทรพลกระตุกยิ้มร้ายอีกครั้ง ก่อนจะแสร้งดึงมือของเธอขึ้นมาจูบแผ่วเบา ความร้อนจากริมฝีปากของเขาทำให้เธอสะท้านขึ้นในอก 

 

“โรส” 

 

“คะ” เธอขานรับทั้งที่เสียงสั่นไปหมด 

 

“รสรินทร์ อิศราธิวรานนท์”  

 

ดวงตาทั้งสองข้างของเธอเบิกกว้างขึ้นโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้ยินชื่อและนามสกุลของตัวเองออกมาจากปากของชายหนุ่มทางร้านไม่น่าจะเปิดเผยข้อมูลส่วนตัวของเธอกับลูกค้า ดังนั้นการที่เขารู้จักชื่อจริงของเธอ จึงไม่ใช่เรื่องปกติ“เราเคยรู้จักกันมาก่อนเหรอคะ” แม้จะตกใจ แต่รสรินทร์ก็ยังควบคุมสติของตัวเองได้เป็นอย่างดี เธอยังคงยิ้มแม้สายตาจะเริ่มฉายแววกังวล 

 

“ไม่เคย แต่เธอน่าจะรู้จักน้องสาวฉัน” ภัทรพลกระซิบบอกเสียงเข้ม พูดจบเขาก็กดริมฝีปากร้อนฉ่าแนบลงบนใบหูเล็กของเธอ เรียกความกระสันซ่านให้วิ่งปราดไปทั่วเรือนกาย สัมผัสหวามไหวเพียงเสี้ยววินาที หากกลับทำให้รสรินทร์สะท้านเสียยิ่งกว่าการยืนนุ่งน้อยห่มน้อยท่ามกลางบรรยากาศที่เย็นเฉียบเป็นไหนๆ 

 

“น้องสาวคุณเป็นเพื่อนฉันเหรอคะ เธอชื่ออะไร” รสรินทร์ยังพยายามถามอย่างใจเย็น ทั้งที่ในอกเริ่มรู้สึกหวาดหวั่น 

 

“พริบ-พราว” เขาเอ่ยอย่างชัดถ้อยชัดคำ 

 

คำตอบของภัทรพลทำให้ดวงตาของรสรินทร์เบิกโพลง แม้ว่าเธอจะพยายามควบคุมสติ และอารมณ์ของตัวเองมากแค่ไหน แต่ทันทีที่เธอได้ยินชื่อที่ถูกเปล่งออกมา เธอกลับผละตัวออกห่างเขาอย่างรวดเร็วอย่างยั้งการกระทำตัวเองไม่อยู่ 

 

หากชายหนุ่มที่ทั้งแข็งแรงกว่า และมีเจตนามุ่งมั่นว่าต้องตามหาตัวเธอให้พบ ย่อมไม่มีทางยอมปล่อยเธอให้หลุดมือไปได้โดยง่ายตุ้บ! 

 

แผ่นหลังของรสรินทร์กระแทกเข้ากับผนังห้องที่เย็นเยียบทันที เธอพยายามถอยหนี ทว่าเขาก็ลุกตามขึ้นมาอย่างว่องไว ทั้งยังกดข้อมือของเธอเอาไว้ข้างลำตัว 

 

ใบหน้าหล่อเหลาที่ดูใจดีเมื่อครู่เริ่มเปลี่ยนเป็นดุดัน ผิวหน้าขาวใสเริ่มแดงเข้มคล้ายคนโกรธจัด แววตาที่เหมือนจะอ่อนโยนกลับกลายเป็นวาวโรจน์จนรสรินทร์ต้องก้มหน้าหลบสายตา 

 

“หึ!” ภัทรพลแค่นหัวเราะในลำคอ ใบหน้าหล่อเหลาเสมือนดั่งถูกปั้นแต่งมาอย่างบรรจงค่อยๆ โน้มลงไปใกล้กับใบหน้าของเธอ ที่บัดนี้เต็มไปด้วยเม็ดเหงื่อที่ผุดพราวขึ้นมาด้วยความหวาดกลัว 

 

“มองหน้าฉันสิรสรินทร์ มองตาฉัน ดูสิว่าเธอเห็นอะไรในแววตาฉันหรือเปล่า” 

 

“ปล่อยฉันไปเถอะนะคะ” รสรินทร์อ้อนวอน ร่างกายของเธอในเวลานี้สั่นเทิ้มเพราะถูกความครั่นคร้ามกัดกินลึกลงไปถึงขั้วหัวใจ 

 

ฝ่ามือหนาที่แข็งแรงดุจคีมเหล็กบีบรัดข้อมือของเธออย่างแรงจนรู้สึกปวดร้าวลึกไปทั่วทั้งแขน หากกระนั้นเธอกลับไม่กล้าแม้แต่จะเปล่งเสียงร้อง 

 

“อย่ามาอ้อนวอนฉันหน่อยเลย ยังไงซะเธอก็หนีฉันไม่พ้นหรอก แล้วฉันบอกไว้เลยนะว่าเกมนี้ไม่มีทางจบลงง่ายๆ แน่”  

 

น้ำเสียงทุ้มต่ำข่มขู่อย่างดุดัน จนรสรินทร์หลั่งน้ำตาออกมาด้วยความหวาดหวั่นทว่าน้ำตาของเธอกลับไม่สามารถชะล้างความรู้สึกผิด และเจ็บปวดของภัทรพลได้ 

 

“คืนนี้ฉันจ่ายไปเยอะ ฉะนั้น… ถ้าเผลอรุนแรงไปบ้างก็คงจะไม่เป็นไรหรอก ใช่ไหม” 

 

อึก! 

 

รสรินทร์เผลอกลืนน้ำลายลงคอไปอึกใหญ่  

 

วินาทีที่มิลล์เรียกเธอไปพบแล้วบอกว่ามีลูกค้าสนใจเธอ และยินดีจ่ายเพิ่มหากว่าเธอตอบตกลง เธอรู้สึกตกใจ เพราะไม่คิดว่าจะต้องเริ่มงานขณะที่ยังไม่พร้อม แต่อีกใจหนึ่งก็รู้สึกดีใจเหลือเกินที่จะได้รับเงินก้อนแรก แม้จะต้องถูกมิลล์หักส่วนแบ่งถึงสามสิบเปอร์เซ็นต์ แต่จำนวนเงินก็ยังถือว่าเยอะอยู่ดี 

 

“อย่าร้องไห้สิ เธอกำลังทำให้ฉันหมดอารมณ์นะ ไม่รู้หรือไงว่าถ้าฉันเอาเรื่องนี้ไปบอกคุณมิลล์เธอจะต้องเสียตัวให้ฉันฟรีๆ” 

 

ถ้อยคำถากถางทำให้รสรินทร์จำต้องกัดริมฝีปากจนเจ็บ ก่อนมาทำงานที่นี่ เธอรับรู้ข้อตกลง และเงื่อนไขทั้งหมดอยู่แล้วเพียงแต่ไม่คิดว่าจะต้องมาเจอกับเขา ไม่คิดว่าเขาจะตามมาเอาเรื่องเธอถึงสถานที่แบบนี้ ทั้งยังใช้วิธีนี้กับเธออีกด้วย 

 

“จะว่าไปฉันแอบผิดหวังในตัวเธอเหมือนกันนะ เห็นทีแรกคิดว่าจะใสๆ เสียอีก” 

 

“ถ้าคืนนี้ฉันยอม คุณจะยกโทษให้ฉันไหมคะ” รสรินทร์ถามแทรก เธอเม้มริมฝีปากแน่นแล้วจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของภัทรพล แต่เขากลับมองไม่ออกว่าเธอกำลังอ้อนวอน หรือว่ากำลังอวดดีกับเขากันแน่ 

 

“ถามอะไรไม่เข้าท่า ทำอย่างกับถ้าฉันตอบว่าไม่ เธอจะกล้าเดินออกจากห้องอย่างนั้นแหละ” 

 

จริงอย่างที่เขาว่า รสรินทร์ก่นด่าตัวเองในใจ เพราะว่าจะยังไงเธอก็ไม่มีสิทธิ์เดินออกจากห้องก่อนลูกค้าอยู่แล้ว เว้นเสียแต่ว่าลูกค้าคนนั้นจะทำร้ายร่างกายของเธอ ซึ่งถ้าให้พิจารณาจากภายนอก รสรินทร์คิดว่าผู้ชายตรงหน้าไม่ได้มีท่าทีร้ายกาจแบบนั้น แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเขาจะเป็นคนดีอยู่ดี 

 

“เหอะ! ยังไงเธอก็ต้องยอมฉันรสรินทร์ เพราะฉันจ่ายเงินไปแล้ว” 

 

“แต่ถ้าฉัน…” 

 

“ไม่มีแต่อะไรทั้งนั้น ฉันว่าเรามาเริ่มกันเลยดีกว่า เราเสียเวลากันมามากแล้ว” น้ำเสียงทุ้มต่ำดังกังวานอยู่ริมหู เขาเริ่มพรมจูบไปทั่วกรอบหน้าของเธอ มือแกร่งค่อยๆ คลายออกจากข้อมือเล็กทั้งสองข้าง แม้ว่าเธอจะเป็นอิสระแล้ว หากแต่เธอกลับไม่สามารถบังคับตัวเองให้ผลักเขาออกไปพ้นกายได้เลย 

 

“ดี รู้นี่ว่าควรทำยังไง เอาแบบนี้ไหม เรามาตกลงกัน หากว่าเธอทำให้ฉันพอใจ ฉันอาจจะยอมลดหนี้ให้เธอ” ภัทรพลแกล้งถามขณะลูบฝ่ามือหนาไปบนเนินอกอวบอิ่ม เคล้นมันเบาๆ ซ้ำๆ อย่างใจเย็นจนผู้ถูกกระทำหลับตาลงแน่น 

 

“ตกลงไหม รสรินทร์” 

 

“ตะ แต่ทนายของคุณบอกแล้วว่าคุณยืนยันว่าคุณไม่ยอมเจรจา และจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด” 

 

“ใช่สิ แหงอยู่แล้ว ตอนแรกฉันก็ตั้งใจเอาไว้ว่าอย่างนั้นแต่ถ้าเธอตกลงตามเงื่อนไขใหม่ที่ฉันเสนอให้ ฉันอาจจะลองแกล้งๆ เห็นใจเธอขึ้นมาบ้าง นี่ถึงขนาดยอมมาขายตัวเพื่อเอาเงินไปชดใช้ความผิด ฉันว่าดูน่าสมเพชออก” 

 

รสรินทร์เม้มริมฝีปากแน่นจนเจ็บ แม้อยากจะโต้แย้ง แต่สิ่งที่เขาพูดออกมามันก็ถูกแล้ว สภาพของเธอในตอนนี้ดูน่าสมเพชจะตายไป 

 

“คืนนี้สักกี่น้ำดี สามน้ำไหวไหมล่ะ” 

 

“โอ๊ย!”  

 

ยอดอกทั้งสองข้างที่ถูกปลายนิ้วบีบเบาๆ เรียกเสียงร้องออกจากริมฝีปากซีดได้ทันทีจนภัทรพลกระตุกยิ้มพราว 

 

“ถ้าฉันไหว คุณจะไม่กลับคำใช่ไหมคะ” รสรินทร์ถามอย่างกล้าๆ กลัวๆ แม้จะรู้ดีว่าสิ่งที่เธอทำนั้นไร้ศักดิ์ศรีมากแค่ไหน แต่เธอไม่มีทางเลือก หากมีทางเลือกที่ดีกว่านี้ตั้งแต่แรก เธอก็คงไม่ยอมตกมาอยู่ในสภาพนี้หรอก 

 

“ฉันพูดคำไหนคำนั้น” ภัทรพลยืนยันเสียงเรียบ พูดจบเขาก็บีบขยำหน้าอกของเธอแรงขึ้น ร่างบางนิ่วหน้าพยายามเก็บอาการ ทว่าเขาก็เหมือนจะรู้จักร่างกายของเธอดียิ่งกว่าตัวของเธอเองเสียอีก เพราะเพียงเขาแตะปลายนิ้วลงบนยอดอกแล้วเขี่ยมันอย่างแผ่วเบา เธอก็แอ่นอกขึ้นรับสัมผัสนั้นอย่างเผลอตัว  

 

“อื้อออ” 

 

“เริ่มเลยก็แล้วกัน” ภัทรพลบอกอย่างอดรนทนไม่ไหว เมื่อพูดจบ เขาก็ครอบริมฝีปากร้อนลงไปบนยอดอกสีหวาน ใช้เรียวลิ้นร้อนหยอกล้อจนมันแข็งชูชันขึ้นเป็นไต 

 

ความรู้สึกวาบหวามในช่องท้องทำร่างกายของโรสแทบจะบิดพันกันเป็นเกลียว สองขาของเธอสั่น และเริ่มอ่อนแรงลงดื้อๆ จนต้องยกมือขึ้นเกาะไหล่กว้างเอาไว้อย่างโหยหาที่พึ่ง 

 

“เหอะ! แค่นี้ก็จะตายให้ได้แล้วหรือยังไง แล้วแบบนี้จะไปได้สักกี่น้ำ” เขาหยามหมิ่น สายตาที่จ้องมองเธอเต็มไปด้วยความปรามาส  

 

“ฉันไหวค่ะ”  

 

คำยืนยันจากริมฝีปากได้รูปทำให้ภัทรพลกระหยิ่มยิ้มย่องในใจ เขาไล่สายตาจ้องมองเรือนร่างอรชร พินิจราวกับชั่งใจว่าเขาจะรังแกเธอส่วนไหนก่อนดี ขณะนั้นสายตาพลันสะดุดเข้ากับชั้นในสีแดงเพลิงตัวจิ๋วที่แทบไม่ได้ช่วยปิดบังเนินเนื้ออวบอูมบริเวณนั้นได้เลยสักนิด แต่คงเพราะมันไม่ได้ถูกใช้เพื่อปกปิดอยู่แล้ว ตรงกันข้าม มันน่าจะถูกใช้เพื่อดึงดูดความสนใจมากกว่า 

 

“อย่าเก่งแต่ปาก” ภัทรพลกระซิบบอก มือหนาลูบไล้ลงไปตามเรือนร่างที่งดงาม ผ่านเอวคอด หน้าท้องที่แบนราบ ก่อนจะลูบวนอยู่เหนือหัวหน่าวของเธอ ปลุกความกระสันในกายให้ลุกโชนขึ้นมา 

 

“อ๊ะ!”  

 

รสรินทร์ครวญครางแผ่วเบาแม้จะพยายามจะสะกดกลั้นมันอย่างถึงที่สุด แต่เมื่อกลีบสาวถูกลูบไล้ จุดอ่อนไหวถูกกระตุ้นเร้า มันก็ยากที่เธอจะบอกให้ตัวเองอดทน 

 

“อ้า”  

 

ท้ายที่สุด เธอก็หลุดปากครางออกมาอย่างลืมตัว สองมือยังคงเกาะเกี่ยวไหล่กว้างเอาไว้แน่นไม่ปล่อย สองขาของเธอกำลังอ่อนแรงลงเรื่อยๆ เพราะชายหนุ่มเริ่มลงน้ำหนักมือมากขึ้นทุกขณะ 

 

หน้าอกของเธอถูกขยำจนปวดตึง พื้นที่น้อยๆ ระหว่างขาถูกรุกล้ำจนรู้สึกได้ถึงความชื้นแฉะ จุดอ่อนไหวที่กำลังถูกรังแกไม่หยุดหย่อน เริ่มส่งผลให้รสรินทร์หอบหายใจถี่ 

 

“คุณพอลคะ” เธอร้องเรียก เพียงแค่อยากวอนขอให้เขาผ่อนแรงลงสักหน่อย เนื่องจากเธอรู้สึกคล้ายกำลังจะขาดอากาศหายใจลงทุกที ก้อนเนื้อในอกเต้นถี่ ความวาบหวามซาบซ่านแล่นปราดไปทั่วร่างอย่างที่เธอไม่เคยสัมผัสมาก่อน ภายในกายของเธอกำลังร้อนเร่า  

 

“มารยา” 

 

“อื้อออ” 

 

รสรินทร์ครางกระเส่า ปลายเท้าเขย่งสูง พยายามหลีกหนีสัมผัสที่แสนหยาบโลน มือเล็กพยายามดันข้อมือแกร่งของเขาออก แต่ยิ่งเธอพยายามดิ้นหนี เขากลับยิ่งกดเธอชิดลงไปกับผนังห้อง ปลายนิ้วของเขาจดจ่ออยู่ที่จุดอ่อนไหวกลางลำตัวของเธอ ก่อนจะบดขยี้อย่างเบามือ หากแต่เร่งจังหวะให้รัวเร็วขึ้นเรื่อยๆ 

 

“อื้อออ อึก อื้มมม” 

 

ร่างบางที่สั่นสะท้านกระตุกเกร็ง สองขาแทบทรุดลงกับพื้น ทว่าเขากลับไม่ปล่อยให้เธอล้มลงไปง่ายๆ มือหนาปัดปอยผมที่ชื้นเหงื่อไปด้านหลัง พลางจ้องมองเธอด้วยสายตาหยามหยัน และเผยรอยยิ้มดูแคลน 

 

“เธอรู้ตั้งแต่แรกใช่ไหมว่านับน้ำฉัน ไม่ใช่น้ำเธอ” ภัทรพลกระซิบบอกด้วยเสียงอันแผ่วเบา ก่อนที่เขาจะเหวี่ยงเธอกลับไปที่เตียงนอน ความอ่อนแรงทำให้ร่างบางกระเด้งอยู่บนเตียงสองสามครั้ง ก่อนจะรีบประคองตัวเองขึ้นมา  

 

ภัทรพลหันไปมองขณะกำลังปลดเสื้อผ้าออกจากเรือนกายกำยำของตน เขาโยนเสื้อเชิ้ตสีครามลงบนพื้น ทันทีที่โรสเห็นหน้าท้องที่เป็นลอนของอีกฝ่ายหัวใจของเธอก็สั่นระรัวจนต้องย้ำเตือนกับตัวเองว่า คนอย่างเขาไม่ใช่คนที่เธอควรจะหวั่นไหวด้วย เธอจะไม่มีวันรู้สึกหวั่นไหวกับเขาโดยเด็ดขาด 

 

ฟึ่บ! 

 

กางเกงสแล็กส์สีเข้มถูกปลดเปลื้องตามลงไป ชั้นในชายและบอกเซอร์แบรนด์ดังถูกเขี่ยกระเด็นตามออกไปติดๆ เรือนร่างของชายหนุ่มวัยเจริญพันธุ์ที่อยู่ตรงหน้าในเวลานี้ทำให้ผิวกายของรสรินทร์แดงเถือกไปทั่วทั้งตัว 

 

ภัทรพลยังทำทุกอย่างอย่างใจเย็น เสียงครางของเธอช่างไพเราะจับหัวใจจนเขาไม่อาจปฏิเสธแต่เขาเองก็มีเป้าหมายชัดเจนอยู่แล้วว่าจะมีสัมพันธ์กับเธอเพื่อระบายความคับแค้นในอกเท่านั้น 

 

“เชื่อได้ไหมว่าครั้งแรกน่ะ” 

 

คำถามที่เหมือนจะไม่ได้ถามเปล่า แต่เป็นการหยั่งเชิงแกมดูถูกของภัทรพล กระนั้นมันก็ไม่ได้ทำให้รสรินทร์ใจสั่นได้เท่ากับการได้เห็นว่าเขากำลังรูดแก่นกายของตัวเองขึ้นลงจนมันค่อยๆ ขยายตัวขึ้นเต็มฝ่ามือ ซึ่งสร้างความหวาดหวั่นให้กับเธอไม่น้อย แต่ในเวลานี้ เธอตกอยู่ในสถานะเบี้ยล่าง ไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธหรือต่อรองใดๆ ทั้งนั้น 

 

“ขยับมา ยกเท้าขึ้น กางออก แล้วนอนราบลงไป”  

 

จอมบงการ! 

 

รสรินทร์แย้งขึ้นในใจ 

 

“สวมถุงยางอนามัยก่อนด้วยค่ะ” 

 

“ทำไม กลัวฉันจะสกปรกเหรอ ฉันต่างหากที่ต้องกลัว” ภัทรพลแสร้งถาม พูดจบเขาก็เอื้อมคว้าข้อเท้าเล็กกระชากลงไปนอนราบกับฟูกที่นอนในทันที  

 

รสรินทร์ตกใจจนเกือบหวีดร้อง แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็ต้องประคองสติเอาไว้ทั้งที่มันช่างทำได้ยากเหลือเกิน และต้องทำตามคำสั่งของเขาแต่โดยดี 

 

 “อื้อออ” เสียงครวญครางดังขึ้นอีกครั้งเมื่อภัทรพลซุกใบหน้าหล่อเหลาลงไปกลางหว่างขาของเธอ เธอพอจะรู้เรื่องพรรค์นี้มาอยู่บ้าง หากก็ไม่คิดว่ามันจะทำให้รู้สึกเสียวซ่านได้ถึงขนาดนี้ 

 

ขาทั้งสองข้างของรสรินทร์หุบเข้าหากันโดยอัตโนมัติ แต่ชายหนุ่มที่ดูเจนสนามก็ยกมือทั้งสองข้างมาจับ และดันมันเอาไว้เสียก่อน หญิงสาวดิ้นพล่าน ทว่าไม่สามารถหลีกหนีจากพันธนาการที่ตรึงแน่น 

 

วินาทีที่เขาแลบลิ้นเลียกลีบสาว รสรินทร์รู้สึกคล้ายกับหัวใจหยุดเต้น สะโพกกลมกลึงยกสูงขึ้นจากที่นอนตามแรงตวัดจากปลายลิ้นร้อน ความชื้นแฉะตรงส่วนนั้นทำให้เธอกระดากอาย รสรินทร์อยากจะวิ่งหนีให้รู้แล้วรู้รอด หากก็ติดตรงที่ถูกชายหนุ่มกักขังเอาไว้ทุกทาง 

 

“คะ คุณพอล” เธอร้องเรียกเขาอีกครั้ง ภัทรพลรู้ในทันทีว่านั่นคือสัญญาณที่บอกว่ารสรินทร์กำลังจะก้าวเข้าไปเยือนปลายทางแห่งความสุขสมอีกครั้ง 

 

เขาเร่งจังหวะของปลายลิ้นให้เร็วขึ้น สอดเข้าไปลึกพร้อมกับกดสองขาของเธอที่คอยแต่จะหุบเข้าหากันเอาไว้แน่น กระทั่งร่างบางกระตุกซ้ำๆ ก่อนจะหลั่งน้ำหวานออกมาให้เขาได้ดื่มด่ำอย่างสมใจ 

 

ภัทรพลดูดกลืนมันจนพอใจ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นจากหว่างขาของเธอ รอยยิ้มของเขาบ่งบอกถึงระดับความพึงพอใจที่เขาได้รับได้ดี ทว่ารสรินทร์อาจไม่ได้สังเกตเพราะเธอเอาแต่นอนหลับตาแน่น หอบหายใจถี่กระชั้น หน้าอกทั้งสองข้างผายขึ้น จนเธอเกรงว่าตัวเองอาจจะหัวใจวายตายเข้าเสียก่อน ภาพเบื้องหน้าสะกดสายตาของภัทรพลให้อยู่นิ่ง 

 

อมชมพูไปหมด ผิวพรรณ ยอดอก กลีบสาว หรือแม้แต่ช่องทางรักที่ตอนนี้ฉ่ำชื้นไปด้วยหยาดน้ำหวานของเธอ มันบ่งบอกว่าเธอดูแลตัวเองเป็นอย่างดี แต่ทำไมถึงได้คิดจะใช้มันอย่างสิ้นคิดนัก ภัทรพลทำได้เพียงตั้งคำถามเอาไว้ในใจ ตอนนี้ไม่ใช่เวลาจะมาหาคำตอบ เพราะมันคือเวลาที่เขาควรจะกอบโกยความสุขต่างหาก 

 

“อื้อออ” รสรินทร์ร้องครวญขึ้นมาอีกครั้งเมื่อภัทรพลขยับไปนั่งลงข้างกายของเธอ และใช้ฝ่ามือลูบไล้ไปตามพวงแก้มแดงระเรื่อที่ร้อนจัดคล้ายกับกำลังจะมีไข้ 

 

เขากระตุกยิ้มก่อนจะทาบริมฝีปากลงไปบนกลีบปากเรียว ดูดดึงมันพอเป็นพิธี เพราะดูเหมือนว่าเธอจะอ่อนระโหยโรยแรงง่ายกว่าที่คิด 

 

ปลายลิ้นร้อนเกี่ยวกระหวัดหยอกล้อกับปลายลิ้นเล็กๆ อย่างช่ำชอง กวาดต้อนเอาอากาศในโพรงปากของหญิงสาวอย่างเชื่องช้า ทว่าเพียงไม่นานเขาก็เริ่มควบคุมตัวเองไม่อยู่ ความรู้สึกอันรุนแรง และหื่นกระหายโถมทะลักขึ้นมาอีกระลอก 

 

“ชักให้หน่อย” เขาบอกเสียงเรียบ แม้จะพูดไม่ชัดเจนเท่าไร แต่รสรินทร์ก็เข้าใจความหมายเป็นอย่างดี 

 

“โอ้ววว”  

 

ฝ่ามือเล็กๆ ของรสรินทร์เคลื่อนลงไปกอบกุมแก่นกายอวบหนาที่แข็งขืนขึ้นมาจับ ก่อนค่อยๆ ขยับมือขึ้นลงอย่างเนิบช้า จนได้ยินเสียงครางต่ำในลำคอของภัทรพลดังแว่วมาเป็นระยะ 

 

แม้มือของเธอจะสั่น แต่เขากลับไม่ได้รู้สึกขัดใจเลยสักนิด เขายินดีที่จะรอ และชอบที่เธอเรียนรู้วิธีการที่จะทำให้เขาพึงพอใจด้วยตัวเอง แม้จะช้าไปบ้างแต่อย่างไรเขาก็มีเวลาอีกหลายชั่วโมง 

 

               “เร็วอีกนิด รสรินทร์” เขากระซิบบอกก่อนจะกดจูบลงบนใบหูเรียวเล็ก เธอสะท้านก่อนจะขยับข้อมือเร็วขึ้น ส่วนหัวแดงจัดเริ่มมีน้ำใสๆ ซึมออกมา ภัทรพลครึ้มใจอย่างบอกไม่ถูก 

 

“อื้อออ” เสียงครางเบาๆ เรียกเลือดในกายแกร่งให้พลุ่งพล่าน เขาเล้าโลมร่างอรชรอีกครั้งด้วยการขยับมือลงไปซุกตรงหว่างขาของเธอ และพยายามแยกเรียวขาของเธอออกจากกันอีกครั้ง เธอยอมอ้าขาออกอย่างเชื่อฟัง ทว่าเมื่อเขาแทรกปลายนิ้วลงไปในกลีบสาวของเธอ เธอกลับหวีดเสียงร้องพร้อมหุบขาเข้าหากันอย่างรวดเร็ว 

 

“โอ๊ย!”  

 

ภัทรพลตกใจนิดหน่อยเมื่อเสียงของเธอดังผิดปกติ มันฟังคล้ายกับจะเป็นการร้องเพราะรู้สึกเจ็บมากกว่าเสียวกระสัน และเมื่อเขาก้มมองต่ำลงไป เขาจึงได้รู้ว่าเธอคงเจ็บจริงๆ 

 

ของเหลวสีแดงซึ่งเจือจางอยู่กับหยาดน้ำหวานที่เปรอะอยู่บนปลายนิ้วของเขา ทำให้เขานึกย่ามใจขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก รสรินทร์ช่างขยันทำให้เขาแปลกใจเหลือเกิน 

 

ฟุ่บ! 

 

ภัทรพลพลิกตัวแล้วเอื้อมหยิบถุงยางอนามัยในกระเป๋าสตางค์ออกมาใช้ แม้ทางเลานจ์จะมีบริการ ไม่จำเป็นต้องพกติดตัวมาก็ยังได้ แต่ภัทรพลก็ไม่เคยไว้ใจใคร เขาสวมมันลงบนแก่นกายของตัวเองหนึ่งชิ้น และวางอีกสองชิ้นเผื่อเอาไว้แกมบอกให้รู้อยู่กลายๆการต่อรองระหว่างเธอกับเขาจะจบลงหลังจากถุงยางอนามัยถูกใช้จนครบทั้งสามชิ้นแล้วเท่านั้น 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว