ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : บทนำ

คำค้น : ประธานบงการรัก

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.4k

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 15 มิ.ย. 2564 21:28 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทนำ
แบบอักษร

บทนำ 

 

“คิดยังไงถึงชวนฉันมาเที่ยวร้านแบบนี้วะไอ้พอล” ศรุต นักธุรกิจหนุ่มในชุดเสื้อเชิ้ตสีไข่กับกางเกงสแล็กส์กึ่งทางการเอ่ยถามพลางกระตุกยิ้ม ก่อนกวาดสายตามองบรรยากาศรอบๆ ร้าน จะว่าไปแล้วเขาก็ไม่ได้ตื่นเต้นกับภาพที่เห็นเท่าไรนัก แต่หากให้พูดว่าตนไม่รู้สึกอะไรเลยก็ฟังดูจะโกหกไปสักหน่อย  

 

แม้เขาจะไม่เคยอดอยากเพราะมีคนให้ควงไม่ขาดมือ รอบตัวเขามีแต่สาวๆ แต่งกายน้อยชิ้นคอยบริการ แม้หน้าตาบางคนจะอยู่ในระดับธรรมดา ไม่ใช่ระดับแพลทินัมอย่างที่เขาคุ้นเคย แต่ก็จัดว่าสวยกว่าที่ยืนอยู่ริมทางมากนัก แต่สาวทรงโตบนเวทีที่กำลังออกลวดลายอยู่ข้างเสาอย่างยวนยั่ว ก็ทำเอาเขาลำคอแห้งผากจนต้องกลืนน้ำลายซ้ำๆ อยู่หลายครั้ง  

 

“มาตามหาใครบางคน” ภัทรพลเอ่ยเสียงเรียบพลางกวาดสายตามองไปรอบๆ หากมองเผินๆ จากภายนอก ภัทรพลแทบไม่ต่างจากศรุตสักเท่าไร แต่แท้จริงแล้วเขากับศรุตต่างกันมากทีเดียว เรียกได้ว่าไม่มีอะไรเหมือนกันเลยจะดีกว่า 

 

ยกตัวอย่างความแตกต่างข้อแรก ภัทรพลมีเป้าหมายที่ชัดเจนในการมาเยือนที่แห่งนี้ อย่างที่บอก เขามาที่นี่เพื่อตามหาใครคนหนึ่ง ส่วนศรุตนั้นไม่มีจุดประสงค์ใด นอกจากมาตามคำชักชวนของเพื่อนในตอนแรก แต่ขณะนี้เขากลับดูคล้ายกำลังมองหาเป้าหมายอยู่เช่นกัน 

 

หิ้วใครกลับไปดีนะ ถึงจะไม่สวยระดับนางแบบที่เขาเคยคั่ว แต่ถ้าไม่มีอะไรติดไม้ติดมือกลับไป ก็ไม่ใช่สไตล์เสือศรุตอย่างเขาเอาเสียเลย 

 

“ใคร นี่อย่าบอกนะว่านายมาตามหารักแท้ในเลานจ์น่ะ” ศรุตเย้าเจือเสียงหัวเราะ ก่อนจะกระดกน้ำสีอำพันในแก้วเจียระไนกรอกปาก รสขมปร่าแผดเผาลำคอจนแสบสัน 

 

“ขอโทษค่ะ”  

 

เสียงเล็กๆ ที่ดังมาจากชั้นล่างดึงความสนใจของภัทรพลและศรุตให้มองตาม 

 

พวกเขานั่งอยู่ตรงระเบียงชั้นสอง ซึ่งอยู่ด้านหลังห้องวีไอพีที่ภัทรพลสั่งให้คนของเขาจองเอาไว้ แต่ด้วยเพราะยังไม่พบบุคคลที่กำลังตามหา พวกเขาจึงตัดสินใจออกมานั่งดื่มอยู่ด้านนอกเพื่อทำการสอดส่องต่อไปอย่างไม่เร่งรีบ 

 

แกรก! 

 

พอลกระแทกแก้วในมือลงบนโต๊ะกระจกด้วยท่าทางที่คล้ายกับไม่ค่อยมีสติเท่าไรนัก ขณะที่ดวงตาคมเข้มหรี่มองใบหน้าของหญิงสาวร่างอรชรในชุดชั้นในสีเพลิงขนาดจิ๋วที่กำลังตกเป็นคู่กรณีของเสี่ยใหญ่เบื้องล่าง 

 

“เสื้อฉันมันแพงนะหนู” เสี่ยใหญ่เริ่มออกลาย มือไม้อยู่ไม่สุข ฉวยโอกาสแตะต้องผิวขาวเนียนอย่างหน้าด้านๆ 

 

แม้การบริการของสถานบันเทิงแห่งนี้จะจัดอยู่ในประเภทปลุกใจเสือป่า แต่การบริการดังกล่าวก็ต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไข และได้รับความยินยอมจากทั้งสองฝ่ายเท่านั้น แต่เท่าที่ภัทรพลสังเกต ดูเหมือนหญิงสาวคนนั้นก็ไม่ได้มีความยินยอมพร้อมใจแต่อย่างใด 

 

แต่ก็ใช่ว่าเขาจะเห็นใจ การที่เธอเลือกทำอาชีพนี้ เธอก็ย่อมต้องรู้อยู่แล้วว่าจะเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น เพียงแต่จะยอมให้แตะมากแตะน้อยแค่ไหน ก็คงจะขึ้นอยู่กับความหนาของเงินในกระเป๋าลูกค้า 

 

“หนูขอโทษค่ะ” 

 

“ขอโทษแล้วเสื้อฉันมันจะแห้งเหรอหนู เอาอย่างนี้ไหม คืนนี้หนูมีคนจองหรือยัง ถ้ายัง ไปกับเสี่ย เดี๋ยวเสี่ยถอดเสื้อแขวนเอาไว้ในห้องก่อน รับรองว่าไม่นานก็แห้ง เสี่ยจะได้ไม่ต้องคิดค่าซักแห้งจากหนูให้มันวุ่นวาย” 

 

“เหอะ!” ภัทรพลแค่นหัวเราะในลำคอพลางละสายตาออกจากเจ้าของริมฝีปากสีเดียวกับชั้นใน และใบหน้ารูปไข่ที่ถูกเติมแต่งด้วยเครื่องสำอางจนจัดจ้านของเธอ ก่อนจะพบกับรอยยิ้ม และสายตาที่คล้ายกำลังจับผิดตนของศรุต  

 

“สนใจเด็กคนนั้นหรือไง”  

 

“ไม่เห็นมีอะไรน่าสนใจ” ภัทรพลตอบบ่ายเบี่ยง  

 

แวบแรกเขาก็แอบคิดว่าเธออาจเป็นคนเดียวกับหญิงสาวปริศนาที่เขาตั้งใจมาตามหาในคืนนี้ เพราะจากข้อมูลล่าสุดที่เขาได้รับมา เธอคนนั้นต้องทำงานอยู่ที่นี่อย่างแน่นอน หากแต่เมื่อพิจารณาให้ถี่ถ้วนอีกครั้ง เธอคนนั้นกับหญิงสาวในภาพถ่ายล่าสุดที่ถูกส่งเข้ามายังสมาร์ตโฟนของตน ภัทรพลมองอย่างไรก็ไม่น่าจะใช่คนคนเดียวกัน 

 

ในภาพถ่าย เธอคนนั้นเป็นเด็กสาวหน้าตาเรียบร้อยที่อยู่ในชุดนักศึกษา ผมสีดำขลับที่ยาวถึงกลางหลังถูกรวบเก็บเป็นหางม้าเอาไว้กลางศีรษะ ดูจากในรูปแล้ว เธอก็ไม่ได้มีทรวดทรงองค์เอวสักเท่าไร แม้จะพอมีหน้าอกหน้าใจอยู่บ้าง แต่ก็ถือว่าห่างไกลกับแม่สาวทรงโตยั่วสวาทคนนั้นลิบลับ 

 

“นั่นสินะ หน้าตาดูจิ้มลิ้ม ตาหวานๆ ปากนิดจมูกหน่อย ผมยาวๆ หน้าอกโต ก้นงอนกลมเช้งกระเด๊ะ ผิวขาวอมชมพู ขาข้าวขาว ย้าวยาว ไม่น่ามีตรงไหนให้มิสเตอร์ภัทรพลถูกใจเลยสักนิด” ศรุตเอ่ยแกมประชด เรียกสายตาค้อนๆ พร้อมเสียงถอนหายใจจากเพื่อนสนิทรอบที่ร้อยของวัน 

 

“หรือแท้ที่จริงแล้วเป็นเพราะมิสเตอร์ภัทรพลมีสาวที่ถูกใจอยู่แล้ว อย่างแม่เลขาฯ หน้าห้องที่ชื่อว่าชัชชุอรกันนะ ได้ข่าวว่าแอบไปทำโอทีกันหลังเวลาเลิกงานอยู่บ่อยๆ” 

 

“เหอะ!” ภัทรพลแสร้งหัวเราะในลำคอ ก่อนจะยกแก้วเหล้าขึ้นมาจิบ ไม่คิดปฏิเสธแม้มันจะไม่เป็นความจริงก็ตาม 

 

ก๊อกๆๆ 

 

เสียงเคาะประตูดังขึ้น ดับภาพของชัชชุอรในความคิดของพอลลงฉับพลัน  

 

“มิลล์เองค่ะคุณพอล” เสียงจากด้านนอกเอ่ยบอก ก่อนที่ประตูห้องจะถูกเปิดเข้ามาพร้อมกับการปรากฏตัวของบุตรสาววัยยี่สิบตอนปลายของดุษฎี ผู้เป็นเจ้าของเลานจ์ 

 

หญิงสาวสวมเสื้อเอวลอยกับกางเกงผ้ายีนรัดรูปธรรมดา แต่กลับทำให้ศรุตสะดุดตาตั้งแต่แรกพบ เดือดร้อนไปถึงภัทรพลที่ต้องช่วยดึงสติเพื่อนกลับมาด้วยการกระทุ้งศอกใส่สีข้างอีกฝ่ายแรงๆ 

 

“รสนิยมของนายเปลี่ยนเร็วเหมือนกันนะศรุต” 

 

“บ้าน่า ก็แค่มองเพราะไม่ค่อยเห็นทรงนี้สักเท่าไร” ศรุตแก้ตัวยิ้มๆ ก่อนจะเดินตามภัทรพลเข้ามาคุยกับมิลล์ที่ด้านใน 

 

บรรยากาศภายในห้องเงียบสนิท ห้องวีไอพีห้องหนึ่งมีขนาดกว้างขวาง สามารถรองรับลูกค้าได้มากถึงสิบสามคน ทว่าคืนนี้กลับถูกสำรองไว้ให้ลูกค้ากระเป๋าหนักอย่างภัทรพลเพียงผู้เดียว ภายในห้องถูกตกแต่งด้วยโซฟาขนาดใหญ่ มีโต๊ะส่วนกลางสำหรับวางอาหาร และเครื่องดื่มได้อย่างเหลือล้น ทั้งยังมีห้องน้ำในตัวเพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ลูกค้าที่ดื่มหนักแต่หากมีความต้องการมากกว่านั้น ทางร้านก็มีบริการห้องพัก… ที่ไม่ได้มีไว้เพื่อพัก อยู่ที่ชั้นสามของร้านไว้รองรับลูกค้าวีไอพีเช่นกัน 

 

“มีความคืบหน้าบ้างไหมครับคุณมิลล์” ภัทรพลเอ่ยถามหลังจากที่นั่งได้ไม่นาน เขาร้อนใจและอยากพบเธอคนนั้นให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ 

 

“มีค่ะ แต่ไม่แน่ใจว่าคำตอบจะตรงใจคุณพอลหรือเปล่านะคะ” มิลล์บอกยิ้มๆ ก่อนจะวางรูปถ่ายหนึ่งใบของเด็กที่ร้านลงบนโต๊ะกลาง ปลายนิ้วเรียวยาวของเธอดันรูปถ่ายใบนั้นไปตรงหน้าภัทรพลที่กำลังรอคอยคำตอบอย่างใจจดใจจ่อ 

 

“จากข้อมูลที่คุณพอลแจ้งมา ก็มีแค่คนนี้คนเดียวที่เข้าข่ายค่ะ” 

 

เข้าข่าย… ก็นับว่าเป็นเรื่องที่ดีหรือเปล่านะ 

 

ภัทรพลถอนใจก่อนจะหยิบรูปถ่ายใบนั้นขึ้นมาดูให้ชัดๆ แม้แสงไฟในห้องจะเป็นเพียงแสงสลัว และอาจไม่ส่องสว่างมากพอที่จะทำให้เขาพิจารณาเครื่องหน้าของเธอได้อย่างแม่นยำทุกประการ แต่เขาก็ไม่ได้ความจำเสื่อม เขาจำได้ดีว่าหญิงสาวในรูปถ่ายใบนี้คือคนคนเดียวกับที่เขาจ้องมองเมื่อครู่ หากแต่จะใช่คนเดียวกับที่เขาตามหาหรือไม่ เป็นเรื่องที่เขาต้องสืบหาความจริงต่อไป และทางเดียวที่จะทำให้เขามั่นใจได้คือเขาต้องพบเธอแบบใกล้ๆ เสียก่อน  

 

“คนนี้ชื่ออะไรครับ” 

 

“โรสค่ะ เป็นเด็กใหม่ มิลล์เพิ่งรับเข้ามาทำงานที่ร้านเมื่ออาทิตย์ก่อน เธอจะเข้ามาที่ร้านทุกวันจันทร์ พุธ ศุกร์” มิลล์อธิบายรายละเอียดอย่างคล่องแคล่ว 

 

“แต่วันนี้วันพฤหัสฯ” ภัทรพลถามต่อในทันที หากเธอมาทำงานแค่วันจันทร์ วันพุธ และวันศุกร์ เพราะเหตุใดวันนี้เขาถึงได้เห็นหน้าเธอ 

 

“ค่ะ วันนี้โรสมาทดลองงานน่ะค่ะ” 

 

“ทดลองงาน?” 

 

“การทดลองงานจะไม่ได้รับค่าแรงค่ะ แค่ให้เธอคุ้นเคยกับบรรยากาศของร้านเฉยๆ” มิลล์อธิบายต่อ  

 

เงื่อนไขของร้านทำให้ภัทรพลกับศรุตมองหน้ากันอึ้งๆ นั่นเท่ากับว่าเด็กใหม่ที่ร้านนี้จะต้องทำงานฟรีหนึ่งคืน เอาเปรียบกันเห็นๆ แต่อย่างที่เขาคิดนั่นแหละ... พวกเธอเหล่านั้นเป็นคนเลือกที่จะทำอาชีพนี้เอง 

 

“ผมต้องการพบเธอ” 

 

“คงไม่ได้ค่ะ น่าจะต้องรบกวนให้คุณพอลมาใหม่ในคืนพรุ่งนี้ อย่างที่มิลล์เรียนให้ทราบว่าคืนนี้เป็นเพียงแค่การทดลองงานของโรส เธอไม่รับแขก” 

 

ไม่รับแขกงั้นเหรอ แบบนี้ก็แปลว่าไอ้เสี่ยนั่นก็คงไม่มีโอกาสได้หิ้วเธอไปก่อนเขาสินะ เหมือนจะดีแต่ก็ไม่ เพราะหากต้องมาในวันพรุ่งนี้อีกครั้ง ภัทรพลก็เกรงว่าจะไม่ทันการ อีกอย่างเขาก็ไม่ได้มีเวลาว่างมานั่งเฝ้าสาวเจ้าทุกวันหรอก โรสจะใช่คนคนเดียวกับที่เขากำลังตามหาหรือเปล่า เขาก็ยังไม่รู้เลยด้วยซ้ำ 

 

“ผมจ่ายให้สามเท่าครับ แต่ขอเป็นคืนนี้” 

 

“ไอ้พอล” ศรุตจับบ่าเพื่อนทันทีที่ภัทรพลแสดงความใจป้ำ 

 

“ไม่ได้จริงๆ ค่ะ” 

 

“งั้นผมจ่ายสี่เท่าครับ ผมต้องการพบเธอมากจริงๆ” ภัทรพลกัดฟัน เขารู้ดีว่าเงินที่ต้องจ่ายไม่ใช่จำนวนน้อยๆ จะคุ้มค่าหรือเปล่าก็ยังไม่รู้ แต่เขาก็ไม่มีทางเลือกอื่นที่ดีกว่านี้ และเขาก็ไม่อยากปล่อยให้มันยืดเยื้อ 

 

“สักครู่ค่ะ มิลล์จะลองถามโรสให้ว่าเธอพร้อมหรือเปล่า” 

 

“ห้าเท่าครับ”  

 

คำตอบของพอลทำให้มิลล์ยิ้มด้วยความพึงพอใจ ก่อนจะเดินออกไปจากห้อง และสั่งให้คนที่ร้านขึ้นไปเปิดห้องบนชั้นสามให้ภัทรพลอย่างทันที 

 

“ง่ายเกินไปหรือเปล่าวะไอ้พอล อะไรทำให้นายอยากจะได้ผู้หญิงคนนั้นนัก ทั้งๆ ที่ดูไปแล้วก็… ทั่วไป”  

 

คำว่า ‘ทั่วไป’ ของศรุตทำให้ภัทรพลนึกสงสัยตัวเองอยู่เหมือนกัน ปกติแล้วหากเขาคิดจะซื้อบริการ เขาก็มักจะเลือกจำพวกนักศึกษาที่ดูสดใหม่แต่เป็นงาน หรือไม่ก็เป็นพวกนางแบบ อะไรทำนองนั้น แต่เธอคนนี้กลับดูธรรมดาที่สุดอย่างที่ศรุตบอก 

 

“แล้วนายจะให้ฉันจ่ายเงินหลักหมื่นเพื่อเรียกผู้หญิงบ้านๆ มานั่งมองหน้าเฉยๆ หรือไง” ภัทรพลย้อนถามพลางกระดกแก้วเหล้าขึ้นดื่มจนหมด แล้วหยัดกายลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก่อนฝ่ามือแกร่งที่ปรากฏเส้นเลือดนูนยามเคลื่อนไหวจะถลกแขนเสื้อเชิ้ตขึ้นไปรั้งอยู่เหนือข้อศอกก่อนที่ 

 

ไม่กี่อึดใจ พนักงานสาวในชุดเมดที่มีเพียงชุดชั้นใน และผ้ากันเปื้อนก็เดินเข้ามาแจ้งข่าว“โรสรอคุณพอลอยู่ที่ห้องเรียบร้อยแล้วค่ะ” ภัทรพลพยักหน้าครั้งหนึ่งก่อนจะถอนใจ สาวในชุดเมดจึงเดินออกไปเงียบๆ 

 

“นายจะให้ฉันรอที่นี่หรือว่ายังไงดี” ศรุตเอ่ยถาม แม้พวกเขาจะมาด้วยรถคนละคัน แต่ศรุตไม่แน่ใจว่าคืนนี้เพื่อนของตนจะสมความปรารถนาหรือไม่จะว่าไปแล้วเขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าภัทรพลตามหาผู้หญิงคนนั้นไปทำไม ไม่ใช่ว่าเขาไม่ถามหรอกนะ แต่ถามไปแล้วไม่ได้คำตอบต่างหาก 

 

“นายกลับไปก่อนเลย” 

 

“อ้อ ได้สิ” ศรุตแสร้งบอก ก่อนจะรีบเดินตามเพื่อนรักออกมาจากห้องวีไอพี 

 

เขาไม่ได้รู้สึกแปลกใจที่ถูกไล่ให้กลับไปก่อน แค่แปลกใจนิดๆ ว่า เพราะเหตุใดเพื่อนของเขาคนนี้จึงได้มีความมุ่งมั่นที่จะเจอแม่สาวคนนั้นนักต่างหาก ช่างมีลับลมคมในแปลกๆ น่าสงสัยเสียจริง 

 

“อ้อ จริงสิพอล ฉันว่าจะถามหาน้องพราวอยู่ ช่วงนี้หายไปไหน ไม่ค่อยเห็นเลย ปกติถ้านายกลับบ้านช้าอย่างนี้ น้องพราวน่าจะโทรตามแล้ว” 

 

พราว หรือพริบพราวคือน้องสาวแท้ๆ ของภัทรพลที่มักแสดงอิทธิฤทธิ์หวงพี่ชายอยู่บ่อยๆ จนสาวๆ หลายคนถึงกับเข็ดขยาด 

 

“ไม่ค่อยสบายน่ะ” 

 

“อ้อ เพราะงี้นายก็เลยออกมาคั่วสาวได้โดยไม่ต้องกลัวว่าจะถูกโทรตามให้กลับบ้านสินะ” ศรุตแซวยิ้มๆ  

 

ภัทรพลถอนใจพลางส่ายหัว ก่อนที่ทั้งคู่จะแยกกันตรงเชิงบันได ศรุตเดินกลับลงไปที่ชั้นล่าง ส่วนภัทรพลเดินตรงไปที่ชั้นสาม หมายเลขกุญแจห้องที่อยู่ในมือของเขาคือ V04 

 

“คุณกล้าทำแบบนี้กับลูกค้าอย่างผมเหรอคุณมิลล์” 

 

ยังไม่ทันที่ภัทรพลจะได้ก้าวเท้าเหยียบบันไดขั้นแรก เสียงเอะอะที่ดังมาจากอีกฟากของชั้นก็ทำให้เขาก็เงยหน้าขึ้นไปมอง เขาเห็นชายร่างท้วมคนหนึ่ง สีเสื้อของชายคนดังกล่าวช่างคุ้นตาเขาเสียเหลือเกิน ยิ่งได้เพ่งมองใบหน้าของอีกฝ่ายให้ชัดๆ ภัทรพลก็กระตุกยิ้มมุมปากในฉับพลัน เขาล่วงรู้ได้ในทันทีว่าชายร่างท้วมคนนั้นกำลังโวยวายเรื่องอะไร 

 

จะมีเรื่องอะไรอีกล่ะ หากไม่ใช่เรื่องที่เขาจ่ายเงินซื้อตัวหญิงสาวคนนั้นตัดหน้ามันลึกๆ แล้ว ภัทรพลเองก็ไม่รู้ว่าอะไรที่ทำให้ตนตัดสินใจแบบนั้น จะเรียกว่าเป็นอารมณ์ชั่ววูบของเขาก็ไม่ผิดนัก เพราะการลงทุนจำนวนมากทั้งที่ยังไม่มั่นใจว่าจะคุ้มค่าหรือเปล่าก็ไม่ใช่วิสัยของเขาสักเท่าไร แต่ภาพที่เขาได้เห็นว่าไอ้เสี่ยคนนั้นมันถือวิสาสะลูบไล้เรียวแขนของเธอ ก็ทำให้เขาหงุดหงิดขึ้นมาอย่างน่าประหลาด คิดอยู่แล้วว่าไอ้เสี่ยคนนั้นคงจะไม่พอใจ และคงจะพยายามเอาเรื่องให้ถึงที่สุดอย่างแน่นอนแกรก! 

 

เสียงประตูที่ถูกปิดลงทำให้หญิงสาวที่นั่งอยู่บนโซฟาสะดุ้งภัทรพลสังเกตเห็นแต่แรกแล้วว่าเธอดูมีความกังวล มือทั้งสองข้างที่กุมกันอยู่บนตักทั้งยังนั่งก้มหน้าตลอดเวลาทำให้เขาประเมินได้ทันทีว่าเธอน่าจะผ่านงานมาไม่มากนัก  

 

“ชื่ออะไร” ภัทรพลถามเสียงเข้มพลางเดินเข้าไปด้านใน ก่อนหยิบกระเป๋าสตางค์ในกระเป๋ากางเกงด้านหลังออกมาวางไว้ที่ลิ้นชักข้างเตียง ทับไว้ด้วยสมาร์ตโฟนสีดำ เครื่องใหม่เอี่ยมสีดำปลาบ 

 

“ชื่อโรสค่ะ” น้ำเสียงของเธอติดจะสั่นอยู่เล็กน้อย มันทำให้เขาที่กำลังหันหลังให้เธอแอบเลิกคิ้วสูงนิดๆ ก่อนจะหมุนกลับมามองเธอให้เต็มตา หากทว่าเธอก็ยังคงก้มหน้า ดูคล้ายว่าจะประหม่าเต็มทน 

 

ภัทรพลเดินตรงไปทิ้งตัวนั่งลงที่ปลายเตียง เตียงนอนที่ยวบยาบทำให้ร่างอรชรที่กำลังหนาวสั่นเพราะอุณหภูมิห้องสะดุ้งเบาๆ 

 

ไม่ต้องให้เขาเรียกชื่อ เธอก็เงยหน้าขึ้นมามองเขาช้าๆ อย่างรู้หน้าที่ เพราะคงไม่ดีแน่หากเธอทำให้แขกรู้สึกไม่พอใจ 

 

ใบหน้าที่ยังคงเต็มไปด้วยเครื่องสำอางให้ภัทรพลนึกขัดใจอยู่นิดๆ ทั้งที่เขาควรจะคุ้นชิน แต่ความรู้สึกข้างในมันบอกว่าผิวหน้าที่แท้จริงของเธอน่าจะยังดูเด็กกว่าที่เขาเห็นอยู่มาก มองเผินๆ อาจจะรุ่นราวคราวเดียวกันกับพริบพราว น้องสาวของเขาก็ได้ 

 

“เช็ดเครื่องสำอางออกซะ” เขาแนะนำ ไม่ได้มีความหงุดหงิดเจืออยู่ในน้ำเสียงแต่อย่างใด เพียงแค่นึกขัดใจขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก 

 

หากเขาได้เห็นใบหน้าที่ปราศจากเครื่องประทินของเธอ เขาก็อาจจะตัดสินได้ง่ายขึ้นว่า เธอใช่คนคนเดียวกับที่เขาตามหาหรือไม่“ได้ค่ะ คุณจะอาบน้ำก่อนไหมคะ” 

 

“ไม่ล่ะ” ภัทรพลตอบสั้นๆ แล้วพยายามสังเกตทีท่าของเด็กสาว เขามั่นใจว่าเธอคงจะยังเด็กมาก เด็กจนเขาแอบกังวล 

 

“เธออายุเท่าไร” เมื่อสงสัยมากเข้าเขาจึงเอ่ยถาม 

 

“ยี่สิบสี่ค่ะ” 

 

อืม… เท่ากันจริงๆ 

 

ภัทรพลติ๊กเครื่องหมายถูกในหัวหนึ่งครั้งทันทีที่ได้รู้ว่าอายุของเธอเท่ากับหญิงสาวที่เขากำลังตามหาพอดีทั้งยังแปลว่าเธอรุ่นราวคราวเดียวกันกับพริบพราวอย่างที่เขาคาดเดาเอาไว้ตั้งแต่แรกอีกด้วย 

 

ภัทรพลนั่งมองเธอลุกเดินไปที่โต๊ะเครื่องแป้ง ความจริงแล้วเขาไม่ควรต้องมาเสียเวลากับเรื่องแบบนี้ และคงไม่มีลูกค้าที่ไหนมารอ ‘เด็ก’ เช็ดเครื่องสำอางหรอก แต่เพราะเขาอยากเห็น... อยากเห็นใบหน้าที่แท้จริงของเธอ 

 

สายตาของภัทรพลทำโรสรู้สึกประหม่าไม่น้อย นี่เป็นการตัดสินใจที่บ้าบิ่นที่สุดในชีวิตของเธอ ทั้งการแต่งตัวที่ดูเหมือนไม่ได้แต่ง ทั้งยังจะยังต้องมาทำอะไรที่เธอไม่นึกฝันมาก่อนว่า นี่เป็นทางเลือกเดียวที่ดีที่สุดที่เธอมี มันทำให้เธอนึกอยากจะกลั้นใจตายอยู่หลายครั้ง  

 

คลีนซิ่งรีมูฟเวอร์แบบน้ำถูกเทลงบนสำลีแผ่นเล็ก นิ้วมือเรียวยาวบรรจงกดซับ และปาดมันลงบนใบหน้าเบาๆ ไม่นานเครื่องสำอางที่เธอเสียเวลาอยู่นานในการเติมแต่งก็ถูกลบออกจนหมด เผยให้เห็นผิวใสเนียนละเอียดแบบที่ภัทรพลเองก็ยังไม่คิดว่าผิวของเธอจะดูอ่อนเยาว์ได้ถึงขนาดนี้ 

 

ดวงตาของเธอประดับด้วยแพขนตาหนาเกินปกติ เรียวคิ้วที่แม้จะอ่อนสีลงจากเมื่อครู่ หากก็ยังคงได้รูป กลีบปากชมพูซีดลงนิดหน่อย เท่านี้ก็สามารถยืนยันได้แล้วว่า… เธอคือคนที่เขาตามหา! 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว