ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 22 สับสนกับหัวใจตัวเอง

ชื่อตอน : ตอนที่ 22 สับสนกับหัวใจตัวเอง

คำค้น : แต่งงาน, เย็นชา, ภรรยา, นิยายรัก, โรแมนติก, ดราม่า, แอบรัก, เมียจ้าง, พระเอกรวย, พระเอกซึน

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 555

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 04 พ.ค. 2564 18:17 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 22 สับสนกับหัวใจตัวเอง
แบบอักษร

คนที่ไม่เคยอยู่ในสายตากลับกลายเป็นคนมีค่าในทันที แค่อัยย์มีหลานของเธออยู่ในท้องเท่านั้น.... 

“สรุปแล้ว เธอกับลูกปลอดภัยหรือไม่ปลอดภัยกันแน่หมอ?” 

หมอขยับตัวอย่างอึดอัด เขารู้สึกราวกับว่าถ้าตอบคำถามไม่ถูกใจ ตะวันฆ่าเขาทิ้งเสียตรงนั้น 

“ตอนนี้ยังไม่พบอาการผิดปรกติ แต่เนื่องจากเพิ่งได้รับการกระทบกระเทือน เราต้องรอดูอาการก่อนครับ ถ้าสองสามวันนี้ไม่มีอาการผิดปรกติ เราถึงจะมั่นใจได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ว่าเด็กปลอดภัยครับ” 

สีหน้าที่ดูกังวลของคนที่แทบจะเป็นเจ้าของโรงพยาบาลทำให้ผู้อำนวยการโรงพยาบาลรู้สึกว่าต้องทำอะไรสักอย่าง เพื่อทำให้พวกเขารู้สึกดีขึ้น “แต่ไม่ต้องกังวลนะครับ ระหว่างนี้เราจะเฝ้าดูอาการของคนไข้ตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง” 

“ถ้า...เกิดอะไรขึ้น ขอให้ดูแลเธอเป็นอันดับแรก” 

ประโยคสั้นๆ แต่เด็ดขาดทำเอาทั้งคุณลลิล หมอและผู้อำนวยการหันไปมองตะวันเป็นตาเดียว 

แต่ตะวันไม่สนใจ เขาเดินตามรถเข็นที่กำลังพาอัยย์ไปที่ห้องพักฟื้น 

ทั้งหมอและผู้อำนวยการต่างหันมามองหน้ากันแล้วถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก 

 

ภายในห้องพักผู้ป่วย 

ตะวันยืนมองอัยย์ที่นอนหน้าซีดอยู่บนเตียง ใบหน้าที่ก่อนหน้านี้ซีดขาวที่เริ่มมีสีเลือดขึ้นมาบ้าง 

เขายังคงจดจำสีหน้าและแววตาที่หวาดกลัวของเธอได้ดี 

ลูก.... 

ลึกๆ แล้วเธอก็คงเจ็บปวดและฝังใจกับการเสียลูกไปสินะ 

อัยย์ที่ไม่เคยเอ่ยปากถึงชีวิตน้อยๆ ที่เคยเสียไปทำให้เขาเผลอคิดไปว่าเธอลืมมันไปแล้ว 

เขาพยายามปัดเป่าความหวาดกลัวที่คืบคลานเข้ามาในหัวใจ เขาไม่อยากยอมรับว่าหวาดกลัวที่จะสูญเสีย 

สูญเสียเธอ............. 

ตะวันเอื้อมมือไปลูบใบหน้าของอัยย์อย่างแผ่วเบาแล้วเขาก็ต้องชะงัก เมื่อรู้สึกตัวว่าเขามีความสุข  

ความรู้สึกที่แสนซับซ้อนปรากฏขึ้นบนใบหน้าของตะวัน เขากำมือที่ตกลงข้างลำตัวเบาๆ ความรู้สึกที่เพิ่งค้นพบ ทำให้เขาเริ่มสับสน 

สับสนกับหัวใจตัวเอง......... 

ถึงหัวใจจะยังไม่แน่ใจ แต่ร่างกายกลับตอบสนองโดยไม่รู้ตัว  

ภาพของอัยย์ที่คู้ตัวร้องไห้อยู่ในอ้อมแขน.... 

ภาพของอัยย์ที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัวที่จะเสียลูกไป... 

ภาพเหล่านั้นทำให้หัวใจเขารู้สึกเย็นวาบ... 

แต่ถึงแม้จะยังไม่แน่ใจว่าความรู้สึกเหล่านั้นคืออะไร แต่ก็มีอย่างหนึ่งที่เขามั่นใจ..... 

“คุณจะต้องปลอดภัย ผมจะไม่ยอมให้คุณเป็นอะไรเด็ดขาด” ตะวันเอื้อมมือไปจับมืออันเย็นเฉียบของอัยย์ แล้วยืนมองเธออยู่อย่างนั้นอยู่นาน 

 

อัยย์ไม่รู้ตัวว่าเธอสลบไปนานแค่ไหน หลังจากลืมตาขึ้นมาเธอก็เห็นแสงไฟที่ส่องลอดเข้ามาจากด้านนอก  

เมื่อมองไปรอบๆ ก็แน่ใจว่าตนเองอยู่ที่โรงพยาบาล  

ตะวัน.....อัยย์นึกว่าตัวเองตาฝาด เมื่อเห็นว่าตะวันนั่งหลับอยู่ที่เก้าอี้ข้างเตียง 

เขายังอยู่ในชุดสูทที่ใส่ไปงานเลี้ยงมีรอยยับและรอยเลือดของเธอ แต่กระนั้นมันก็ไม่ได้ลดทอนความหล่อเหลาของเขาเลย ตะวันที่นั่งไขว่ห้างกอดอกหลับตาดูเหมือนรูปปั้นที่พระเจ้าตั้งใจปั้นแต่งมาเป็นอย่างดี... 

แม้แต่ตอนหลับ ผู้ชายคนนี้ก็ยังดูชวนมอง แต่ก็ไม่กล้าที่จะมองเขานานๆ เพราะกลัวว่าตะวันดวงนี้จะแผดเผาดวงตาเธอให้มืดบอด 

ดวงตาเรียวที่ลืมตาขึ้นมาปุบปับทำเอาอัยย์สะดุ้ง แต่ก็เหมือนสองสามครั้งที่ผ่านมา  

ตะวันจะมีอาการที่แปลกไปยามตื่น ดวงตาที่ปรือเล็กน้อยของเขามองมาที่เธออย่างอ่อนโยน  

ตะวันลุกขึ้นแล้วเดินมานั่งข้างเตียง แล้วเอื้อมมือมากุมมือของเธอเอาไว้ “ตื่นแล้วเหรอ?” 

อัยย์พยักหน้าเบา “ฉันหลับไปนานแค่ไหนคะ?”  

ตะวันไม่ตอบคำถามเธอ เขาเอื้อมมือมาแตะหน้าผาก แล้วเดินออกไปนอกห้อง  

ครู่เดียวเขาก็เดินกลับมานั่งข้างเตียงอีกครั้ง แล้วจับมือเธอไว้  “ผมสั่งโจ๊กมาให้ คุณกินเสียหน่อยนะ” 

อัยย์แอบรู้สึกเสียดายอยู่ในใจ เพราะรู้ว่าพอเขาสร่างเต็มที่ก็จะกลับไปเย็นชาแบบเดิม 

ตะวันลูบหัวของเธอเบาๆ แล้วเลื่อนมือลงมาที่แก้ม แล้วมาหยุดที่ริมฝีปากสีชมพู “ไม่ต้องกลัวแล้วนะ” 

เขาก้มลงมาจูบเบาๆ ที่ริมฝีปากของเธอ อัยย์ที่นอนนิ่งอยู่ได้แต่กะพริบตาปริบๆ  

แต่ตะวันไม่หยุดแค่นั้น เขาประคองแก้มเธอไว้ แล้วกดจูบให้ลึกมากขึ้น  

จูบของเขาทำให้อุณหภูมิในร่างกายของเธอเริ่มร้อนขึ้น ใบหน้าที่ซีดเซียวของอัยย์เริ่มแดงก่ำ 

เธออ้าปากเพื่อที่จะหายใจแต่กลายเป็นการเปิดโอกาสให้เขาสอดลิ้นเข้ามา จูบของตะวันที่เริ่มลึกซึ้งขึ้นเรื่อยๆ 

ทำให้อัยย์เริ่มประหม่า เธอแตะเบาๆ ที่ต้นแขนเขาเพราะไม่อยากผลักไสและก็ไม่กล้าดึงเขาเข้ามา  

ที่นี่มันโรงพยาบาล...เธอเตือนตัวเองไว้ ไม่ให้เผลอทำอะไรมากไปกว่านี้ 

ตะวันถอนจูบออกแล้วกระซิบเบาๆ “ไม่ต้องห่วงนะ...ผมไม่ทำอะไรคนป่วยหรอก” เขากดริมฝีปากลงไปบนริมฝีปากของเธออีกครั้งแล้วลุกขึ้น  

ตะวันหายใจหอบเล็กน้อย มองลงผู้หญิงที่นอนอยู่บนเตียงแล้วพยายามสะกดกลั้นอารมณ์ อัยย์ที่ผมยุ่งเล็กน้อย ใบหน้ามีเลือดฝาด ริมฝีปากบวมแดง  

ถึงจะป่วยอยู่แต่เธอก็ยังดูน่าหลงใหลไม่น้อย เขาถอนหายใจแล้วตัดใจเดินจากมา..... 

“คุณพักผ่อนเถอะ อย่าลืมทานอาหาร แล้วผมจะมาเยี่ยมใหม่” 

เมื่อตะวันจากไปก็ทำให้อัยย์ตั้งสติได้ เธอเอื้อมมือไปกุมท้องไว้  

ลูก.......... เขายังอยู่กับเธอใช่ไหม 

การถูกตะวันจู่โจมตอนตื่นนอนทำเอาเธอมึนงงจนคิดอะไรไม่ออก 

ใครจะไปคิดล่ะ...ว่าเขาจะทำแบบนี้ ทั้งๆ ที่เพิ่งผ่านเรื่องหน้าสิ่วหน้าขวานมา  

ไม่นานก็มีพยาบาลสองคนเดินเข้ามาในห้อง พวกเธอมาช่วยปรับเตียงและพยุงให้อัยย์ลุกขึ้นแล้วว่างโจ๊กลงตรงหน้า กลิ่นอาหารที่กระทบจมูกกระตุ้นความอยากอาหารของเธอ ตั้งแต่ออกจากสำนักงานทนายความก็เกิดเรื่องขึ้นมากมายจนเธอไม่ได้ทานอะไรเลย 

ยิ่งพอได้รู้ว่ามีอีกหนึ่งชีวิตอยู่ในท้องเธอด้วยแล้ว เธอยิ่งไม่ควรปล่อยให้ท้องว่าง...... 

เสียงประตูเปิดทำให้อัยย์เงยหน้าขึ้นมอง ดูเหมือนว่าเขาจะรอจนเธอฟื้นถึงได้ไปล้างหน้าล้างตาเปลี่ยนเสื้อผ้าสินะ 

ตะวันปลายตามองถ้วยโจ๊กที่ถูกทานจนเกือบหมดอย่างพอใจ อัยย์วางแก้วน้ำลงบนถาด 

หลังจากท้องเริ่มอิ่ม สมองก็เริ่มทำงาน อัยย์คิดว่าเธอควรจะบอกให้ตะวันรู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้นที่งานเลี้ยง 

“ตะวัน...ที่งานเลี้ยง ฉัน...........” อัยย์รีบหยุดตัวเองไว้เพราะนึกขึ้นมาได้ว่าเรื่องนี้มันอาจจะเกี่ยวพันไปถึงแม่ของเขา 

พูด....หรือไม่พูดดีนะ?.................. 

“ผมรู้” เขาตบเบาๆ บนหลังมือของเธอ “คุณไม่จำเป็นต้องพูดมันออกมาและก็ไม่ต้องกังวล ผมจะจัดการเรื่องทั้งหมดเอง” 

“แล้ว....” อัยย์เอื้อมมือไปกุมท้องเอาไว้ ตะวันมองตามมือของเธอแล้วเลื่อนมือไปลูบผมของอัยย์เบาๆ เพื่อปลอบโยน 

เขารู้จริงๆ เหรอว่าใคร?............ 

“คุณ...รู้จริงๆ เหรอคะ?” 

ดวงตาของอัยย์เต็มไปด้วยความสับสนเพราะคนที่เกี่ยวข้องล้วนแล้วแต่เป็นญาติสนิทของเขา  

เพื่อเธอแล้ว ตะวันจะยอมขัดแย้งกับครอบครัวได้หรือ?.............. 

“ทำไม?” สีหน้าเคลือบแคลงใจของเธอทำให้มือของตะวันที่กำลังลูบผมเธออยู่หยุดชะงัก แววตาที่อบอุ่นเป็นเย็นชา “คุณไม่เชื่อผมเหรอ?” 

อัยย์รีบส่ายหัว ถึงเธอจะสงสัยแต่ก็คงไม่กล้าพูดออกมาให้เขาขุ่นเคือง 

ถึงมันจะน่าผิดหวังที่เธอดูไม่เชื่อใจเขา แต่เมื่อนึกได้ว่าเธอต้องผ่านอะไรมาบ้างก็ทำให้เขาพยายามจะเข้าใจเธอมากขึ้น 

ตะวันพยักหน้าไปทางชามโจ๊กที่เกือบจะว่างเปล่า “เอาอีกไหม?” 

“ไม่แล้วค่ะ” 

“ถ้าอย่างนั้นนอนพักนะ” ตะวันยกถาดอาหารไปวางไว้บนโต๊ะแล้วเดินมาช่วยปรับเตียงและประคองอัยย์ให้นอนลง  

อัยย์หลับตา ท่าทีอ่อนโยนในช่วงเวลาที่เธออ่อนไหวมันทำให้เธอกลัวว่าจะเผลอใจไปรักเขาจริงๆ เวลาของเธอมีแค่หนึ่งปีเท่านั้น รักเขาไป หัวใจก็เจ็บเปล่าๆ.... 

อย่างแผ่วเบา เธอรู้สึกถึงริมฝีปากของเขาที่กดลงมาบนหน้าผากเธอ 

“นอนพักเถอะ ผมไม่กวนแล้ว” 

อัยย์มองแผ่นหลังของตะวันที่เดินออกไป การกระทำของเขาในตอนนี้เหมือนสามีจริงๆ อ่อนโยน เกรงใจ ห่วงใย แล้วก็ดูแล สิ่งที่ทำให้เขาเปลี่ยนไปแบบนี้ ไม่ใช่เพราะเธอแต่เป็นเพราะลูกต่างหาก............ 

เลือดเนื้อเชื้อไขของเขาที่อยู่ในท้องของเธอต่างหากเป็นสาเหตุให้เขาปกป้องและดูแลเธอถึงเพียงนี้ 

ไม่ใช่แค่เธอที่ต้องปกป้องลูก แต่ลูกคนนี้ก็ปกป้องเธออยู่เช่นกัน..... 

อัยย์คู้ตัวแล้วกอดหน้าท้องเอาไว้ จนกว่าลูกจะคลอดออกมาอย่างปลอดภัย เธอควรจะอยู่ให้ห่างจากป้าและแม่ของสามีเอาไว้  

 

สองวันที่ต้องอยู่แต่บนเตียงมีตะวันกับพยาบาลคอยผลัดกันเฝ้าตลอดเวลา อัยย์ที่เบื่อแทบขาดใจก็ยิ้มออกมาได้ เมื่อตะวันยอมเอาโทรศัพท์มาให้เธอใช้ 

ทันทีที่เปิดเครื่อง ทั้งสายที่ไม่ได้รับและข้อความที่ไม่ได้อ่านก็ถูกส่งเข้ามาเต็มไปหมด 

เกือบทั้งหมดเป็นข้อความก่นด่าและสาปแช่งจากอดีตพี่สะใภ้ทั้งสองคนที่อัยย์ตัดสินใจลบทิ้งโดยไม่ได้อ่าน 

ข้อความที่ทำให้อัยย์ยิ้มได้คือข้อความจากทนายที่ส่งมาบอกว่าทำเรื่องให้เธอเสร็จเรียบร้อยแล้ว 

อัยย์กำลังจะส่งข้อความขอบคุณทนายความ แต่สายของแคทก็โทรเข้ามาเหมือนรู้ว่าเธอเปิดเครื่องแล้ว 

อัยย์มองโทรศัพท์อย่างชั่งใจ แต่สองวันที่ผ่านมามันน่าเบื่อเสียจนผลักดันให้เธอรับสายคนที่กลายเป็นศัตรูกันไปแล้ว 

“อัยย์...หายไปไหนมา ทำไมติดต่อไม่ได้เลย?” น้ำเสียงของแคทสดใสราวกับว่าไม่มีเรื่องบาดหมางกันมาก่อน 

“อยู่โรงพยาบาลไม่สบายนิดหน่อยน่ะ” 

“ป่วยเหรอ...เป็นอะไรมากไหม วันก่อนเพื่อนๆ ก็คุยกันว่าไม่ได้เห็นหน้าอัยย์นานแล้ว ไม่รู้ว่าไม่ว่าง...หรือว่าหลบหน้ากัน?” 

เพื่อนเหรอ? 

คนไหนอีกล่ะ? 

เธอเป็นประเภทสันโดษและเพื่อนน้อยอยู่แล้ว แล้วเพื่อนที่แคทพูดถึงคือใครกันนะ? 

“ว่าแต่อยู่โรงพยาบาลไหนล่ะ ต้องอาการหนักแน่เลย ใช้สิทธิบัตรทองที่โรงพยาบาลไหนล่ะ?” 

บัตรทอง............. 

แหม?...................... 

อีงูพิษ.................... 

อัยย์หงุดหงิดจนเผลอหลุดชื่อโรงพยาบาลไป เธอตัดสินใจวางสายจากแคทและจัดการบล็อกเบอร์เธอเสีย 

ตะวันพูดถูกแล้ว เธอไม่ควรเข้าไปเกี่ยวข้องกับคนพวกนี้อีก.... 

 

อัยย์ตัดสินใจปิดโทรศัพท์แล้วงีบหลับ เธอรู้สึกตัวอีกครั้งเมื่อพยาบาลปรี่เข้ามาปลุกเหมือนมีเรื่องสำคัญ 

“คุณไอริณคะ...มีคนขึ้นมาที่วอร์ด VIP บอกว่าเป็นเพื่อนคุณ ต้องการมาเยี่ยมค่ะ” 

อัยย์ขมวดคิ้ว เพื่อนเหรอ?...................แคท 

ยอมรับในความพยายามจริงๆ เธอบอกแค่ชื่อโรงพยาบาล ไม่ได้บอกด้วยซ้ำว่าอยู่ห้องไหน แต่ก็ยังตามมาถูกอีก 

อัยย์หันไปมองหน้าพยาบาลที่ยืนรอคำตอบอยู่  

วอร์ด VIP นี้ไม่ได้อนุญาตให้ใครเข้ามาเยี่ยมง่ายๆ ถ้าไม่มีการแจ้งไว้ก่อนก็อย่าหวังว่าจะได้เข้าไปพบคนไข้ 

อัยย์ที่กำลังจะอ้าปากอนุญาต แต่ก็ต้องชะงักเมื่อรู้สึกเฉลียวใจบางอย่าง “มาคนเดียวหรือเปล่าคะ?” 

“เปล่าค่ะ มากันสี่คน” 

ถ้าอย่างนั้นเสียงที่เธอได้ยินแว่วๆ อยู่ตอนนี้ก็คงไม่พ้นเป็นเสียงพวกเธอสินะ..... 

“พวกเราไม่ได้สนิทกันขนาดนั้น แถมยังไม่ได้นัดมาก่อนอีก อัยย์ขอพักผ่อนดีกว่าค่ะ” 

อัยย์ยังไม่ทันได้นอนพัก พยาบาลก็เดินกลับเข้ามาด้วยสีหน้าไม่สู้ดี  

“พวกเธอไม่ยอมไปค่ะ ยืนยันว่าต้องการเจอคุณให้ได้” พยาบาลพยายามควบคุมสีหน้าเต็มที่ เธอรู้ดีว่าผู้ป่วยเป็นภรรยาของคุณตะวัน สีหน้าท่าทางของคนป่วยก็ดูเป็นผู้ดี ทำไมถึงได้มีเพื่อนหยาบคายแบบนี้นะ 

ที่ล็อบบี้ด้านนอก แคทในชุดรัดรูปแบรนด์ดังยืนกอดอกชักสีหน้าใส่เจ้าหน้าที่ที่กำลังยืนขวางทางเธอ 

“ทำไมถึงเข้าไม่ได้? ก็บอกแล้วว่ามาเยี่ยมเพื่อน” 

“ถ้าคนไข้ไม่ได้แจ้งไว้ ทางเราก็อนุญาตให้เข้าไม่ได้ค่ะ และอีกอย่างคนไข้ก็กำลังพักผ่อนอยู่ด้วย คุณสามารถฝากของเยี่ยมไว้ได้นะคะ” เจ้าหน้าที่พูดทั้งๆ ที่เห็นว่าพวกเธอมามือเปล่า  

แคทไม่ได้อยากมาเยี่ยม แต่เธออยากจะมาให้เห็นกับตาว่าอัยย์อยู่ที่โรงพยาบาลนี้จริงหรือเปล่า? 

โรงพยาบาลเอกชนที่มีแต่คนรวยๆ เท่านั้นที่มาใช้บริการ ค่าห้องปรกติที่นี่ก็หลักหมื่นแล้ว ยิ่งห้องวีไอพีแบบนี้ อย่าว่าแต่หลักหมื่นเลย คืนหนึ่งก็ปาไปหลายแสนแล้ว  

อาศัยความอยากเสือกเป็นแรงผลักดัน เธอพยายามจนได้รู้ว่าอัยย์อยู่ที่ชั้นนี้ แต่กลับเข้าไปไม่ได้เสียนี่ 

มาถึงขั้นนี้แล้วใครจะอยากกลับไปมือเปล่า...เธอต้องดูให้เห็นกับตาว่าอัยย์รวยจริงหรือเปล่า 

ส่วนลึกในใจเธอหวังให้อัยย์โกหก เธอไม่อยากจะยอมรับว่าอัยย์นั้นได้ดิบได้ดีมีความสุข ต่างจากที่เธอหวังไว้ 

แค่คิดว่าอัยย์จะมีชีวิตที่ดีกว่า ใจเธอก็ร้อนจนแทบไหม้แล้ว 

แคทไม่สนใจเจ้าหน้าที่ที่ยืนกั้นอยู่ เธอตะโกนสุดเสียงจนเสียงก้องไปทั่วทั้งชั้น 

“อัยย์....อัยย์....” 

แน่นอนว่าเสียงแหลมเสียดหูของเธอดังทะลุไปถึงห้องพักของอัยย์ 

แม้จะไม่อยากเจอหน้าแคท แต่อัยย์ก็ปล่อยให้เธอส่งเสียงดังรบกวนคนอื่นไม่ได้  

ด้วยความช่วยเหลือจากพยาบาลที่คอยประคอง อัยย์ค่อยๆ เดินออกจากห้องของเธอไปที่ทางเข้า 

แคทยิ้มอย่างสะใจ เมื่อเห็นร่างของอัยย์เดินออกมาตามทางเดิน แต่เธอก็ต้องหุบยิ้มเมื่อนึกได้ว่า 

อัยย์อยู่ที่นี่ แสดงว่าเรื่องที่เธอแต่งงานกับผู้ชายรวยๆ คนนั้นเป็นเรื่องจริงสินะ 

ไม่ได้...เธอทนเห็นอัยย์ได้ดีไม่ได้จริงๆ............. 

 

………………………………………………. 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว