facebook-icon Instagram-icon Line-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

79.งานแต่งวุ่นลุ้นรัก

ชื่อตอน : 79.งานแต่งวุ่นลุ้นรัก

คำค้น : ตำรวจพลร่ม, ตำรวจ, อรินทราช, ตชด., ค่ายนเรศวร, นเรศวร 261, หน่วยรบพิเศษ, แพทย์ตำรวจ, ทหารพราน, ทหาร, ชายแดนภาคใต้

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 27.2k

ความคิดเห็น : 113

ปรับปรุงล่าสุด : 04 พ.ค. 2564 01:09 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 4,400
× 0
× 0
แชร์ :
79.งานแต่งวุ่นลุ้นรัก
แบบอักษร

79.งานแต่งวุ่นลุ้นรัก 

  

               ใครจะไปรู้ว่าการท่อง ก ถึง ฮ จริงๆ แล้วมันจะไม่หมูอย่างที่คิดเลย สารวัตรพนาก็เรียนจบมาตั้งนานโขแล้ว จำได้ว่าครั้งสุดท้ายที่ท่อง ก ถึง ฮ เขาเรียนอยู่ชั้นอนุบาล 3 แต่ตอนนี้อีกไม่กี่ปีเขาก็จะอายุสี่สิบปีแล้ว ในหัวมีแต่แผนการรบใครมันจะไปเซฟเรื่อง ก ถึง ฮ เอาไว้ในหัวตอนอายุปูนนี้กันเล่า ดังนั้นกว่าจะผ่านด่านแรกไปได้เขาก็ต้องกระโดดหออยู่เกือบสิบรอบ ไอ้ตอนกระโดดนี่ไม่เท่าไหร่หรอก แต่ตอนวิ่งขึ้นบันไดไป 34 ฟุตนี่สิทำเอาเขาแย่ไม่ใช่น้อยเลยต้องขอเปลี่ยนจากวิ่งขึ้นบันไดเป็นไต่เชือกขึ้นไปแทน 

               “พอใจมึงรึยัง!” หลังจากที่ผ่านด่านแรกมาได้เขาก็เดินกลับไปหาไอ้แฝดนรกผู้พี่ท่ามกลางเสียงเชียร์ของเหล่าเพื่อนเจ้าบ่าว ผู้กองกรินทร์ก็เลยพยักหน้าบอกให้ลูกน้องทหารพรานของตัวเองยอมเปิดประตูเงินประตูทองให้ แต่ก็เปิดให้แค่คู่เดียวเท่านั้น พอขบวนขันหมากเคลื่อนที่ไปได้ไม่ทันเท่าไหร่ก็ต้องมาเจอด่านที่สองแล้ว 

               “อย่ายอมแพ้สารวัตร สู้ๆ แค่กองร้อยเดียวเอง” ผู้บังคับการค่ายของเขาตบไหล่เชียร์ ไม่รู้ว่าเชียร์ออกมาจากใจหรือแอบสะใจลูกน้องอย่างเขากันแน่ ดูท่านกับผู้กำกับแล้วก็ครูฝึกของเขาจะรู้สึกสนุกกันเสียเหลือเกิน 

               “ประตูนี้จะให้ทำอะไรอีก” เขาถามเสียงห้วน ยังไม่ทันจะหายเหนื่อยจากด่านแรก ด่านที่ 2 มันจะแดกเขามั้ยล่ะเนี่ย 

               “ด่านนี้ง่ายหน่อย ลูกน้องผมสองคนเมียกำลังท้องด้วยกันทั้งคู่ ขอค่านมหลานเป็นซองหนักๆ แล้วกัน” 

               เออเว้ย! บทจะง่ายมันก็ง่ายอย่างคาดไม่ถึง 

               แล้วกว่าจะครบด่านประตูเงินของแก๊งทหารพรานทั้งหนึ่งกองร้อยสารวัตรพนาก็แทบไม่ต่างอะไรนักเรียนนายร้อยใหม่มาฝึกการรบ ดีนะที่ไหวตัวทันมาใส่ชุดปฏิบัติงานแทนชุดเจ้าบ่าว ยิ่งใกล้จะหมดด่านของแก๊งทหารพรานการแกล้งก็ยิ่งหนักขึ้น แม้ว่าบางด่านจะได้ผ่านมาแบบง่ายๆ เพื่อเป็นการให้เขาได้พักเหนื่อย แต่บางด่านก็โหดไปที่แม้แต่เพื่อนของเจ้าบ่าวก็ยังโดนไปด้วย ตั้งแต่เกิดมาเขาไม่เคยเห็นด่านขันหมากงานแต่งคู่ไหนจะโหดได้เท่านี้มาก่อนเลย ไอ้แฝดเวร! พวกมึงแต่งงานเมื่อไหร่กูจะให้พวกมึงว่ายน้ำข้ามอ่าวไทยเลยคอยดู!!! 

               ผู้กองกวินทร์หัวเราะจนปวดท้องเมื่อเห็นน้องเขยถูกพี่ชายของเขาแกล้งให้กลิ้งมากับพื้นจนเสื้อผ้าเลอะไปหมดจนหมดสภาพเจ้าบ่าว จนกระทั่งมาถึงด่านของเขาสารวัตรพนาจึงได้ลุกขึ้นหรี่ตามองเหล่าแก๊งทหารเรือที่กำลังรอเชือดเขาอยู่ หน่วยซีลทั้งนั้น เดี๋ยวพ่อก็ไล่ให้ว่ายน้ำข้ามทะเลกลับไปสัตหีบซะหรอก 

               “อ่ะ” ยังไม่ทันที่เขาจะได้เอ่ยถามเลยว่าไอ้แฝดนรกคนน้องมันจะแกล้งอะไรเขา จู่ๆ มันก็ยื่นพิณ ซึ่งเป็นเครื่องดนตรีของภาคอีสานมาให้ 

               “ผมอยากเป็นเขยอีสาน อยากฟังหมอลำร้องให้ฟังหน่อย เอาเต้นด้วยนะ” คราวนี้มาสายบันเทิงแฮะ 

               “ดีดกีตาร์พอได้ แต่พิณแบบนี้เล่นไม่เป็น” ใครมันจะไปเล่นวะ ตั้งแต่เกิดมาเคยเล่นซะที่ไหนกัน 

               “งั้นก็ไม่ให้ผ่าน” นั่นไง! มันเล่นเขาแล้วไอ้แฝดนรกนี่ 

               “เดี๋ยวผมเล่นเอง” จู่ๆ ข้ามโขงที่รวมตัวอยู่กับแก๊งทหารเรือก็ว่าขึ้นแล้วจึงแย่งพิณไปจากมือของสารวัตรพนา 

               “ข้ามโขง แกเป็นเพื่อนเจ้าสาว แกจะไปช่วยเจ้าบ่าวมันทำไม” 

               “อ๋อ ลืมบอก วันนี้มาเป็นเพื่อนเจ้าบ่าวน่ะ ส่วนเพื่อนเจ้าสาวให้เพลงรักกับเพลงพิณเป็นแทนแล้ว” ว่าแล้วข้ามโขงกับสารวัตรพนาก็ยกฝ่ามือขึ้นตีกันเพื่อแท็กทีม เขาเห็นพี่แฝดคู่นี้แกล้งเจ้าบ่าวแล้วก็อดสงสารไม่ได้ ความจริงสารวัตรพนาไม่จำเป็นต้องยอมให้พี่แฝดถึงขนาดนี้ แต่ที่เขายอมก็เพราะ...เขาคงอยากทำเพื่อแก้วเจ้าจอม อยากให้ทุกคนได้รู้ว่าเขายอมถูกแกล้งก็เพื่อเจ้าสาวของเขา ยอมให้พี่เมียแกล้งก็หวังจะให้พี่เมียยอมรับเขา หัวใจของสารวัตรช่างรักมั่นต่อแก้วเจ้าจอมนักแล้วแบบนี้จะให้เขาทำเฉยโดยไม่ช่วยได้อย่างไร 

               “อยากฟังหมอลำแม่นบ่ เดี๋ยวจัดให้ อ่ะ! เจ้าบ่าวกับหมู่เจ้าบ่าวเตรียมฟ้อนเด้อพี่น้อง เอ้า! ย่าวววววว” 

               ข้ามโขงพูดเป็นภาษาอีสานก่อนจะเริ่มดีดพิณขึ้นทันทีในลายเพลงลำตังหวาย บทเพลงของผู้คนสองฝั่งโขง เป็นท่วงทำนองลำของหมอลำในแคว้นสะหวันนะเขต ประเทศลาว ซึ่งข้ามโขงสามารถถ่ายทอดบทเพลงออกมาได้อย่างไพเราะ การร้องหมอลำก็ชวนให้น่าฟังสมกับเป็นลูกชายคนโตของครูเพลงอย่างปานมณฑาและความสามารถทางด้านการดีดพิณที่ติดตัวมากับสายเลือดของนักดนตรี งานนี้จึงทำให้ขบวนขันหมากครึกครื้นขึ้นมาอีกครั้ง เมื่อคุณหมอแห่งกรมการแพทย์ทหารเรือผันตัวเองมาเป็นหมอลำหนุ่มเสียงหวานเสียแล้ว 

               “เอาไงดีพี่ซีล ข้ามโขงมันแปรพรรคแล้ว” ผู้กองสองแฝดรีบปรึกษากันเมื่อเห็นว่าตอนนี้ทางฝ่ายเจ้าบ่าวดูจะได้ใจเซิ้งใส่เพลงที่ข้ามโขงเล่นกันไม่หยุด ท่าทางจะมันมาก แต่ระหว่างนั้นก็ได้มีสาวน้อยหน้าหวานในชุดไทยห่มสไบสีน้ำเงินของเพื่อนเจ้าสาวเดินเข้ามาหาพวกเขาพร้อมกับมีพี่ชายคู่แฝดของเธอเดินตามมาเป็นองครักษ์ให้ด้วย 

               “อ้าวน้องเพลง มาทำอะไรที่นี่หรอคะด่านเพื่อนเจ้าสาวเป็นด่านสุดท้ายนี่ น้องเพลงกลับไปอยู่กับไนเปอร์เถอะนะ” ผู้กองกวินทร์ที่กำลังจะสั่งให้ลูกน้องในทีมซีลของเขาช่วยกันเชือดน้องเขยคาขบวนขันหมากเป็นต้องชะงักไปเมื่อสาวน้อยในดวงใจเดินเข้ามาหา 

               “พี่ไนเปอร์ให้น้องเพลงมาอยู่ที่นี่กับพี่เรนเจอร์ด้วยค่ะ พี่ไนเปอร์ให้มาคอยจับตาดูว่าพี่เรนเจอร์ทำตัวน่ารักกับน้องเขยรึเปล่า” 

               เอาแล้วไง! ผู้กองกวินทร์รีบหันมามองหน้ากันกับพี่ชาย แผนที่ร่วมมือกันสร้างขึ้นมาอย่าบอกนะว่ากำลังจะจบเห่ ถ้าเขาดำเนินตามแผนที่วางมาเขาจะกลายเป็นตัวร้ายในสายตาของน้องเพลงพิณทันที ไม่ได้! แค่นี้ชื่อเสียงของเขาก็ป่นปี้มามากแล้ว เขาจะไม่ยอมเป็นคนเลวในสายตาของน้องเพลงพิณเด็ดขาด!!! 

               “ว่าไงคุณพี่เมีย ด่านต่อไปจะให้ผมทำอะไร” สารวัตรพนาร้องถามขึ้นเมื่อเห็นว่าพอมีเพลงพิณอยู่ด้วยแล้วผู้กองกวินทร์เริ่มจะซ่าไม่ออก นี่ถ้าได้กันคงไม่แคล้วเป็นทาสเมียอีกคนแน่ๆ 

               “พี่ไนเปอร์ให้น้องเพลงไลฟ์สดให้ดูด้วยค่ะ” ว่าแล้วก็ควักโทรศัพท์มือถือออกมาเตรียมไลฟ์ แล้วแบบนี้ใครมันจะกล้าไปแกล้งน้องเขยต่อ กับน้องสาวน่ะเขาไม่กลัวหรอก เขากลัวน้องเพลงพิณมากกว่า 

               “เออ...ดันพื้น 50 ทีก็แล้วกัน” ผู้กองกวินทร์บอกแบบขอไปทีจนลูกน้องที่ยืนถือกุญแจมือร้อยต่อกันอยู่รีบหันมาแย้ง 

               “อ้าวผู้กอง! ที่วางแผนกันไว้มันไม่ใช่แบบนี้นี่ ตามแผนคือต้องแดกให้หนักเป็นปลาหมอไถอกไปกับพื้นไม่ใช่หรอครับ” 

               “อะไรกันจ่า แผนบ้าบอแบบนั้นใครจะไปใช้ ผมบอกแล้วไงว่าห้ามโหดทำไมพวกจ่าถึงชอบคิดแต่แผนโหดๆ อยู่เรื่อย เอาแค่พอดีก็พอผมมันคนใจดี ใจกว้างแล้วก็น่ารัก แล้วผมก็รักน้องเขยม้ากมากด้วย” พอเอาความดีเข้าตัวแล้วโยนความชั่วให้ลูกน้องเสร็จก็มีการแอบยอตัวเองให้น้องเพลงพิณคนสวยฟังด้วยจนทุกคนได้แต่ทำหน้าระอา ผู้กองกรินทร์ยกมือขึ้นตบหน้าผากตัวเองในทันทีที่ความบ้ารักของน้องชายทำเสียแผน แล้วน้องสาวของเขาก็ร้ายนักที่ดันส่งน้องเพลงพิณซึ่งเป็นจุดอ่อนของผู้กองกวินทร์มาสังเกตการณ์แทนแบบนี้ 

               “ตกลงแค่ดันพื้น 50 ทีใช่มั้ย” สารวัตรพนาถามย้ำ พี่เมียของเขาก็เลยพยักหน้าตอบ 

               “พี่เรนเจอร์ของน้องเพลงพิณเขาเป็นคนใจดี ใจกว้างแล้วก็น่ารักมากครับ น้องเพลงพิณรอดูความใจดีของเขาไปเรื่อยๆ นะ” สารวัตรพนาหันมาบอกกับสาวน้อยหน้าหวานเพื่อให้เธออยู่ต่อเป็นโล่ป้องกันไอ้แฝดนรกคู่นี้ให้กับเขา ก่อนที่เขาจะลงไปดันพื้นโชว์ความแข็งแรงให้เป็นที่ประจักษ์ท่ามกลางเสียงเชียร์ของเพื่อนเจ้าบ่าว 

               เมื่อมีเพลงพิณอยู่ด้วย ผู้กองแฝดคนน้องก็ไม่กล้าหือ ส่วนผู้กองแฝดคนพี่ก็สั่งเหล่าลูกน้องทหารเรือของน้องชายตัวเองไม่ได้เพราะไม่มีอำนาจ การแกล้งเจ้าบ่าวในด่านของทหารเรือหน่วยซีลจึงเป็นแค่การแกล้งเล็กๆ น้อยๆ พอหอมปากหอมคอเท่านั้น เป็นแบบนี้แล้วสารวัตรพนาก็นึกอยากจะทุ่มซองค่าผ่านประตูทั้งหมดในเป้ให้กับเพลงพิณนักที่มาปราบไอ้แฝดนรกให้เขา และขอบคุณแม่นางไม้น้อยของเขาด้วยที่ช่วยส่งเพลงพิณมาฉุดเขาขึ้นจากขุมนรกที่ไอ้แฝดนรกมันขุดกันเอาไว้ทำให้ตอนนี้เขาสามารถผ่านด่านของแก๊งทหารเรือมาได้อย่างสบายๆ แล้วพอมาถึงด่านของเหล่าแพทย์ทหาร แพทย์ตำรวจ ข้ามโขงก็แปรพรรคอีกรอบมาแกล้งเจ้าบ่าวโดยการให้เจ้าบ่าวร้องเพลงคาถาบูชาเมียให้ทุกคนฟัง 

“รักเมียต้องอดทน ต้องเป็นคนเคารพเมีย 

รักเมียต้องส่งเสีย อย่าให้เมียต้องสงสัย 

รักเมียต้องรักเดียว อย่าได้เที่ยวไปรักใคร 

รักเมียต้องทำใจ ถึงอย่างไรเธอก็เมีย 

รักเมียอย่าขี้เหล้า ถ้าเมียเหงาเราจะเสีย 

รักเมียอย่าอ่อนเพลีย คนรักเมียต้องแข็งแรง 

รักเมียอย่าเที่ยวดึก จะเกิดศึกผิดสำแดง 

รักเมียอย่ารุนแรง ค่อย ๆ แซงอย่าขับไว 

รักเมียต้องยอมเมีย เพราะว่าเมียไม่ยอมใคร 

รักเมียต้องเข้าใจ ไม่มีใครใหญ่กว่าเมีย 

รักเมียอย่าเถียงเมีย คำพูดเมียใหญ่กว่าใคร 

ชาติหน้ามีฉันใด จงจำไว้อย่ามีเมีย” 

(เพลงคาถาบูชาเมีย - โชคดี แดนดำเนิน) 

               แขกที่มาร่วมดูการแห่ขันหมากของเจ้าบ่าวพากันหัวเราะร่วนกับเพลงที่สารวัตรพนาร้อง ดีว่าอายุของเขากับอายุของเพลงแทบไม่ต่างกันมากเขาก็เลยพอจะร้องเพลงนี้ได้แล้วยังเป็นการสร้างความสนุกสนานให้กับแขกทุกคนได้อีกด้วย 

               “ขอแก้เนื้อเพลงนิดนะครับ” เขาพูดใส่ไมค์โครโฟนแล้วหันมาทางจอโทรศัพท์ที่เพลงพิณยังคงไลฟ์สดเพื่อให้แก้วเจ้าจอมได้ดูบรรยากาศของการแห่ขันหมาก 

               “...รักเมียอย่าเถียงเมีย คำพูดเมียใหญ่กว่าใคร ชาติหน้ามีฉันใด ไม่ว่ายังไงพี่ก็จะเอาไนเปอร์เป็นเมีย” 

               “ฮิ้ววววววว” เสียงโห่เสียงแซวยังคงดังกึกก้องไปทั่วเมื่อได้ฟังเจ้าบ่าวหยอกเจ้าสาวจนเจ้าสาวที่ดูไลฟ์อยู่เขินตัวบิดไปหมดแล้ว 

               ด่านของเหล่าแพทย์ทหาร แพทย์ตำรวจสารวัตรพนาก็สามารถผ่านไปได้อย่างง่ายดายเช่นกันจนกระทั่งมาเจอเข้ากับด่านของแก๊งฟันน้ำนมและสามพี่น้องอย่างข้ามโขง เพลงรักและเพลงพิณ พี่น้องคนสนิทของเจ้าสาวที่วันนี้มารวมตัวกันครบทุกคนยกเว้น...อริน น้องชายที่เจ้าสาวรักมากที่สุด ด่านแรกเป็นคู่แฝดเพลงรักกับเพลงพิณที่คิดเกมง่ายๆ โดยการเอาวันเดือนปีเกิดของเจ้าสาวมาให้เจ้าบ่าวบวกรวมกันดูว่าได้เท่าไหร่ แม้การบวกเลขจะไม่ใช่ปัญหาแต่พอเปลี่ยนโจทย์เป็นให้เอามาคูณกันนี่สิ สารวัตรพนาก็แทบจะควานหาโทรศัพท์มือถือมากดเครื่องคิดเลขแทบจะไม่ทัน จากนั้นก็เป็นนคินทร์ที่จับคู่กับข้ามโขง 

               “หาค่าอาหารแมวช่วยน้องน่ะ” ข้ามโขงบอกกับเจ้าบ่าวขณะจับสองขาหลังของน้องมุกลดาเอาไว้โดยที่นคินทร์ก็จับสองขาหน้าของน้องมุกลดาเอาไว้ด้วย สารวัตรพนาสงสารแมวน้อยที่ถูกเอามากั้นเป็นประตูเงินประตูทองก็เลยรีบๆ จ่ายค่าผ่านประตูให้ พอจ่ายให้เสร็จก็ยังถูกนคินทร์ไถเงินต่ออีกเขาก็เลยต้องจ่ายจนกว่านคินทร์จะพอใจ เรียกได้ว่าเขาหมดไปด่านนี้มากกว่าทุกๆ ด่านที่ผ่านมา 

               พอมาถึงด่านของคณานนท์กับธารนที สองเกลอเพื่อนรักจากโรงเรียนนายเรืออากาศก็ยื่นเหล้ามาให้พี่เขยในทันทีหนึ่งขวดแบบเพียงๆ น้ำแข็งโซดาไม่ต้อง 

               “ในฐานะที่เจ๊โหดของพวกเราเป็นนักดื่มตัวยง” 

               “พี่เขยของพวกเราก็ต้องเป็นนักดื่มด้วย ฮ่าๆๆๆ” 

               สารวัตรพนาได้แต่มองขวดเหล้าในมือของน้องเมีย แล้วนึกถึงตอนที่แก้วเจ้าจอมเคยกระดกเหล้าเป็นขวดๆ ต่อหน้าเขา วันนี้เขากับเธอคงได้ดื่มหลายแก้วแน่ๆ แต่แก้วเจ้าจอมก็ไม่ได้ดื่มมานานแล้วนับตั้งแต่ที่ท้อง เห็นทีวันนี้เขาต้องดื่มแทนเมียทุกแก้วเลยสินะ พอคิดได้แบบนี้แล้วเจ้าบ่าวก็ยกเหล้าเพียวๆ กระดกมันทั้งขวดในทันที ถ้าเมียของเขาเป็นปิศาจกินเหล้าดุ ในฐานะผัวของปิศาจเขาก็จะต้องกินเหล้าให้ดุกว่า 

               คณานนท์กับธารนทีถึงกับอ้าปากหวออย่างทึ่งกับความคอแข็งของพี่เขย คุณพระ! กินเหล้าดุกว่าเจ๊โหดของพวกเขาเลยเว้ย สมแล้วที่ได้เป็นผัวของเจ๊โหด ผัวเมียอะไรเหมาะสมกันเป็นบ้า! 

               พอมาถึงด่านของอัศวินกับนทีธารา สารวัตรพนาที่ไม่ได้โดนฤทธิ์ของแอลกอฮอล์เล่นงานก็อดรู้สึกใจหายขึ้นมาไม่ได้เมื่อใครคนหนึ่งที่ควรจะมางานนี้ด้วยกลับไม่ได้มา ทั้งๆ ที่เขาก็พยายามจะติดต่อหาอรินแล้วแต่ก็เหมือนอีกฝ่ายจะไม่ยอมติดต่อหาใครๆ เลย ถ้าอรินมางานวันนี้...แก้วเจ้าจอมก็คงจะดีใจไม่น้อยที่มีน้องๆ ทุกคนมาร่วมแสดงความยินดีกับเธอ 

               “อรินรู้เรื่องงานวันนี้มั้ย” เขาถามอัศวินขึ้น อัศวินจึงมองมาทางนทีธาราที่ดูซึมๆ ไปเมื่อได้ยินชื่อของอรินอีกครั้ง 

               “พี่อรินรู้ครับแต่ว่าติดงานมาไม่ได้ ฝากแค่คำอวยพรมาให้เท่านั้นว่าขอให้พี่กับพี่ไนเปอร์มีความสุขให้มากๆ”  

มาไม่ได้หรือไม่อยากมา...สารวัตรพนาอดคิดไม่ได้ก่อนจะถอนหายใจออกมาให้กับเรื่องนี้ 

               “เรื่องพี่อรินเอาไว้ก่อนเถอะพี่ วันนี้มันงานมงคลของพี่กับพี่สาวของพวกเรา ถ้าอยากจะผ่านด่านเราสองคนไป...” 

               “ขอให้ไม่ยากนะ” ผู้บังคับการของทางค่ายนเรศวรแอบทำตาดุขู่เมื่อรู้ว่าคนที่กั้นประตูอยู่เป็นนักเรียนนายร้อยตำรวจ ซึ่งก็ถือว่าเป็นลูกหลาน พี่น้องตำรวจด้วยกัน อัศวินก็เลยได้แต่ยิ้มแหยๆ รับ 

               “ไม่ยากหรอกครับ แค่ให้บอกรักพี่ไนเปอร์เท่านั้น แต่...”  

               “ให้บอกรักโดยที่ไม่มีคำว่ารักเป็นภาษาอังกฤษห้าประโยคค่ะ” นทีธาราเสริมคำพูดของอัศวินอย่างภูมิใจกับเกมนี้ที่เธอเป็นคนคิดขึ้นมาเอง 

               “อย่าหันมามองผมครับสารวัตร ผมไม่เก่งภาษาอังกฤษ” ผู้หมวดศิวะรีบส่ายหน้าให้เมื่อสารวัตรพนาหันไปหาเพื่อขอตัวช่วย ก่อนที่เขาจะหันมามองทางผู้หมวดชัยเดชอีกคน 

               “ถ้าเป็นภาษายาวีก็พอได้อยู่ครับ” เพราะอยู่ในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้มานานก็เลยค่อนข้างแม่นในเรื่องนี้ ส่วนผู้หมวดเผ่าเทพก็พยายามช่วยคิด แต่เพราะอดตื่นเต้นแทนเจ้าบ่าวไม่ได้เขาก็เลยคิดไม่ออกเสียที คราวนี้สารวัตรพนาก็เลยต้องพึ่งตัวเองเสียแล้ว จะให้เสียชื่อนักเรียนนายร้อยตำรวจที่สอบได้ที่หนึ่งของรุ่นไม่ได้เด็ดขาด 

               “ไนเปอร์...You’re the best thing that ever happened to me.” สารวัตรพนาหันมาพูดกับโทรศัพท์มือถือที่ตอนนี้ข้ามโขงเป็นไลฟ์สดอยู่เพราะเพลงพิณต้องไปเตรียมตัวสำหรับการเปิดตัวเจ้าสาวร่วมกับเพื่อนๆ เจ้าสาวทุกคนแล้ว ทุกประโยคของสารวัตรพนาที่พูด เขาพูดออกมาจากหัวใจของเขาจริงๆ จนแก้วเจ้าจอมที่ดูไลฟ์สดอยู่ถึงกับยิ้มแก้มปริน้ำตาคลอ 

               “You are my strength and support.” ใช่...เธอคือแรงใจ คือกำลังใจของเขา เขาโชคดีที่มีเธอเดินเข้ามาในชีวิต... 

“I’m lucky to have you in my life. ...You are my reason for living. ...I can’t live without you. ..." เธอคือเหตุผลที่ทำให้เขาอยากมีชีวิตอยู่ต่อไปและเขาต้องอยู่ไม่ได้แน่ๆ ถ้าไม่มีเธออยู่เคียงข้าง...เธอคือที่สุดของหัวใจเขาแล้ว 

               แก้วเจ้าจอมยิ่งยิ้มแก้มปริ แทบจะอดใจไม่ไหวอยากกอดเขาเร็วๆ แล้วเมื่อได้ฟังถ้อยคำบอกรักเหล่านี้ พี่พนาจ๋าของเธอช่างน่ารักและโรแมนติกเสียจริง 

               “พี่พนาจ๋า... You are the person I want to spend my life with. ... I love you more than any word can say.” เธอพูดกับหน้าจอไลฟ์ แม้เขาจะไม่ได้ยินแต่เธอก็เชื่อว่าเขาจะสัมผัสและรู้สึกถึงความรักอันมากมายที่เธอมีต่อเขา 

               การบอกรักแสนหวานละมุนและซาบซึ้งนี้ทำให้สารวัตรพนาสามารถผ่านด่านนี้มาได้อย่างง่ายดายอีกครั้ง ผู้หมวดศิขรินกับขวัญคณินที่อยู่ด่านต่อไปได้เห็นถึงความรักและมุ่งมั่นที่เจ้าบ่าวมีต่อเจ้าสาวแล้วก็ไม่อยากจะแกล้งอะไรให้มาก เพราะกว่าจะมาถึงด่านของพวกตนได้พี่เขยก็โดนมาหนักแล้ว แต่ตามธรรมเนียมผู้หมวดศิขรินก็เลยให้พี่เขยโชว์ความแข็งแรงโดยการดันพื้น พุ่งหลังอีกนิดๆ หน่อยๆ พอเป็นพิธี แค่การแกล้งกันนิดๆ หน่อยๆ แค่นี้มันเป็นเครื่องพิสูจน์ความรักที่สารวัตรพนามีต่อแก้วเจ้าจอมไม่ได้หรอก แต่เหตุการณ์ต่างๆ เรื่องราวทุกอย่างที่ผ่านเข้ามาในชีวิตนี่ต่างหากที่มันเป็นข้อพิสูจน์ได้ดีที่สุดว่าเขารักแก้วเจ้าจอมมากแค่ไหน 

               เมื่อครบด่านของชาวแก๊งฟันน้ำนมไปได้แล้ว ขบวนขันหมากอันยาวเหยียดก็มาถึงชายหาดบริเวณที่จัดงานเสียทีซึ่งบัดนี้เวทีที่ใช้ทำพิธีสงฆ์ในช่วงเช้าได้มีการปรับเปลี่ยนโดยการเอาอาสนะสำหรับพระสงฆ์ออกแล้วตั้งแทนที่ด้วยโซฟาตัวใหญ่บนเวทีที่ประดับด้วยมวลดอกกุหลาบสีขาวสำหรับทำพิธีสู่ขอ และอีกฝั่งของเวทีก็เป็นซุ้มดอกไม้สำหรับพิธีรดน้ำสังข์ ซึ่งมีทะเบียนสมรสของเจ้าบ่าวกับเจ้าสาวใส่กรอบสวยวางประดับเอาไว้ด้วยเพื่อเป็นหลักฐานยืนยันว่าเจ้าบ่าวกับเจ้าสาวเป็นสามีภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายกันแล้ว 

               ญาติผู้ใหญ่ของฝ่ายเจ้าสาวออกมาต้อนรับขบวนขันหมากตามธรรมเนียม พอได้เห็นลูกเขยแล้วรองกรันณ์ก็อดหัวเราะลั่นไม่ได้กับเจ้าบ่าวในสภาพมอมแมมไปทั้งตัว เสื้อผ้าเลอะเศษดิน ซ้ำบนหัวก็ยังคงสวมหมวกฟาสอยู่ 

               “ไปรบที่ไหนมาสารวัตร” 

               “รบกับลูกชายคุณพ่อไงครับ ต้อนรับน้องเขยได้น่าประทับใจมาก” 

               “ก็แล้วยอมเจ้าแฝดทำไมล่ะ”  

               “เพราะว่าผมรักไนเปอร์มากครับ ผมไม่อยากมีปัญหากับเจ้าแฝดให้ไนเปอร์ไม่สบายใจ แน่เรื่องเล็กๆ น้อยๆ แบบนี้ผมยอมได้เพื่อไนเปอร์ครับ” 

               “ฮิ้วววววว ลูกเขยใครน้อ” ผบ.คเชนทร์แซวพ่อตาของเจ้าบ่าว ขนาดเขาไม่ได้เป็นพ่อตาของเจ้าบ่าวก็ยังอดรู้สึกประทับใจในตัวสารวัตรพนาไม่ได้เลย ถ้าเขาจะมีลูกเขย เขาก็อยากได้คนที่มันรักลูกสาวของเขามากๆ แบบนี้เหมือนกัน 

               “ทราบมาว่าบ้านนี้มีลูกสาวสวย งามพร้อมทุกประการ วันนี้เป็นวันดีผมก็เลยพาทุกคนมาเพื่อสู่ขอลูกสาวของบ้านนี้ให้มาเป็นแม่ศรีเรือนและเป็นมิ่งขวัญกำลังใจของสารวัตรพนาธรครับ” ผู้บังคับการค่ายที่เป็นผู้ใหญ่สู่ขอเอ่ยกับทางฝ่ายผู้ใหญ่ของเจ้าสาวซึ่งก็เป็นท่านนายพลปภพ คุณหญิงกรกชและพ่อแม่ ญาติผู้ใหญ่ของเจ้าสาวตามธรรมเนียมพร้อมกับมอบพานขันหมากให้ พอผู้ใหญ่ทางฝ่ายเจ้าสาวรับพานขันหมากไปแล้วจึงได้เชิญขบวนขันหมากให้เข้ามาในบริเวณพื้นที่จัดงาน 

               และก่อนที่จะมีการเริ่มพิธีสู่ขอเจ้าบ่าวก็จะต้องไปรับเจ้าสาวมาเข้าพิธีเสียก่อน จากที่คิดว่าประตูเงินประตูทองจะหมดแล้วมันกลับไม่เป็นเช่นนั้นเมื่อตอนนี้เหล่าเพื่อนเจ้าสาวได้ออกมายืนกั้นประตูอีกรอบด้วยมาลัยดอกไม้สดจำนวนสามประตู เจ้าบ่าวชะเง้อมองข้ามเหล่าเพื่อนๆ เจ้าสาวไปก็เหมือนจะเห็นเจ้าสาวแสนสวยของเขากำลังนั่งรออยู่ในซุ้มดอกไม้ริมชายหาด ฝ่ายเพื่อนของเจ้าสาวที่เห็นว่าเจ้าบ่าวกำลังแอบชะเง้อมองเจ้าสาวอยู่ก็รีบพากันเข้ามาบังเจ้าสาวเอาไว้ ตราบใดที่เจ้าบ่าวยังไม่จ่ายค่าผ่านประตูให้ก็จะไม่ยอมให้เขาได้เห็นเจ้าสาวเด็ดขาด บรรยากาศช่วงนี้จึงมีแต่เสียงหัวเราะเกิดขึ้นเมื่อเพื่อนเจ้าสาวมีการแกล้งเจ้าบ่าวกันนิดๆ หน่อยๆ และให้เจ้าบ่าวร้องเรียกหาเจ้าสาวด้วย 

               “ไนเปอร์!!! ที่รักขาพี่มาแล้ว” สารวัตรพนาตะโกนเรียกหาเมื่อมาถึงประตูกั้นสุดท้าย ก่อนที่เพื่อนเจ้าสาวจะปล่อยมาลัยดอกไม้ที่กั้นประตูอยู่ลงเพื่อให้เจ้าบ่าวเข้าไปรับตัวเจ้าสาว เพื่อนเจ้าสาวอีกส่วนที่ยังคงยืนบังเจ้าสาวอยู่ค่อยๆ ก้าวเดินออกมาทีละคนจนในที่สุดเจ้าบ่าวก็ได้เจอกับเจ้าสาวแสนสวยของเขาเสียที 

               แก้วเจ้าจอมเปลี่ยนชุดเจ้าสาวใหม่เป็นการนุ่งผ้าไหมยกทองพื้นสีครามลายดาวล้อมเดือนที่เพลงพิณกับคุณยายช่วยกันทำให้เป็นพิเศษสำหรับพี่สาวและหลานสาว แล้วห่มผ้าแถบเกาะอกสีมุกดาแบบครึ่งตัวให้เห็นหน้าท้องขาวเนียนที่แบนราบโดยที่หลายๆ คนยังไม่รู้ว่าในหน้าท้องที่ยังแบนราบอยู่นี้มีหัวใจดวงน้อยๆ ของเจ้าบ่าวกับเจ้าสาวอยู่ด้านใน เครื่องประดับบนตัวของเจ้าสาวเป็นทองประดับพลอยมุกดา เจ้าสาวยังคงทำผมทรงเดิมกับเมื่อตอนพิธีสงฆ์แต่เพิ่มเติมคือมีช่อดอกแก้วเจ้าจอมปักอยู่ข้างๆ ปิ่นปักผมเหนือมาลัยเกลียวดอกไม้สดที่รัดผมอยู่ ดวงหน้าหวานสวยงดงามจนเหล่าดอกไม้ในซุ้มที่เจ้าสาวนั่งอยู่แลดูหมอง จากที่ไม่ต้องแต่งแต้มเธอก็สวยมากอยู่แล้ว ยิ่งมาแต่งตัวแบบครบเครื่องแบบนี้แม้แต่นางฟ้านางสวรรค์ก็ยังต้องอายเจ้าสาวของเขา...สารวัตรพนาคิด แล้วในจังหวะที่เขาจะเดินเข้าไปรับเจ้าสาวในซุ้มดอกไม้นั้น จู่ๆ ผู้กองกรินทร์กับผู้กองกวินทร์ก็ได้เดินเข้ามาขวางทางเขาเอาไว้ เพราะความรักน้องและห่วงน้องจนยากจะตัดใจได้ผู้กองสองแฝดจึงมีเรื่องอยากเช็คให้แน่ใจอีก 

               “พี่ซีล พี่เรนเจอร์” แก้วเจ้าจอมลุกขึ้นเข้ามาหาทั้งสามคนทันทีเมื่อเห็นว่าพี่ชายทั้งสองคนมาขวางทางเจ้าบ่าวของเธอเอาไว้ ด่านประตูเงินประตูทองก็หมดไปแล้วนี่ แล้วนี่พี่ชายของเธอยังจะพากันทำอะไรอีก 

               “พวกพี่จะพากันทำอะไรอีก” เธอถาม เช่นเดียวกับที่สารวัตรพนาเองก็สงสัย หรือว่าไอ้แฝดนรกนี่มันจะล่มงานแต่งของเขา ถ้ามันไม่เกรงใจเขาหรือเห็นแก่น้องสาวมันก็ควรจะเกรงใจผู้หลักผู้ใหญ่บ้าง 

               “จะมากั้นประตูเงินประตูทองด่านสุดท้ายของจริงน่ะ อันนี้จะเป็นประตูสุดท้ายแล้ว” ผู้กองกรินทร์ว่าขึ้นก่อนจะจับเชือกที่เป็นเครือดอกกุหลาบสีขาวแซมด้วยช่อดอกแก้มเจ้าจอมกั้นระหว่างเจ้าบ่าวและเจ้าสาวเอาไว้ จากนั้นผู้กองกวินทร์จึงพูดต่อ 

               “ถ้าผ่านประตูนี้ไปได้ ก็เท่ากับว่าเราสองคนยอมยกน้องสาวให้สารวัตรด้วยความเต็มใจ ถึงเราจะไม่ชอบขี้หน้าคนที่มาแย่งเอาน้องสาวของเราไป แต่เพื่อความสุขของน้อง เราก็จำเป็นต้องปล่อยมือจากน้องเพื่อให้คนอื่นได้จูงมือพาน้องสาวของพวกเราเดินต่อ” 

               “สารวัตรก็มีน้อง แล้วก็คงจะรักน้องมากคงเข้าใจเรานะ เราสามคนพี่น้องอยู่ด้วยกันมาโดยตลอด ถึงวันนี้เราสองคนอาจจะต้องปล่อยมือจากน้องเพื่อให้สารวัตรพาน้องสาวของพวกเราก้าวเดินต่อไป แต่...เราจะปล่อยแค่มือเท่านั้น แต่ไนเปอร์จะยังอยู่ในสายตาของพวกเราเสมอและจะอยู่ตลอดไป ถึงยังไงเราสองคนก็จะยังปกป้องดูแลน้องสาวของพวกเราต่อ ถ้ามีความสุขก็แล้วไป แต่ถ้าเป็นทุกข์ขึ้นมาเมื่อไหร่เราไม่ยอมแน่” 

               “อืม พี่เข้าใจ” สารวัตรพนาเข้าใจดีเลยล่ะ ตั้งแต่ที่เขาได้รู้จักกับพี่น้องชาวแก๊งฟันน้ำนมเขาก็เห็นความรักใคร่กันของพี่น้องแก๊งนี้ โดยเฉพาะความรักที่เจ้าแฝดมีต่อน้องสาว ถึงภายนอกอาจจะชอบแกล้งกันอยู่ตลอดเวลาแต่ภายในหัวใจแล้วเขารู้ดีว่าไม่มีใครจะมาทำลายความสัมพันธ์ของพี่น้องไปได้เลยแม้แต่เขา เขาเพิ่งจะได้รักแก้วเจ้าจอมมาเพียงไม่กี่ปีในขณะที่เจ้าแฝดนี่กลับรักเธอมาตั้งแต่เกิด ความรักของเขาสู้ความรักของเจ้าแฝดไม่ได้อยู่แล้ว 

               “จะให้พี่ทำยังไงซีลกับเรนเจอร์ถึงจะยอมยกน้องสาวให้พี่ด้วยความเต็มใจ” 

               “ไม่ต้องทำอะไร เหตุระเบิดที่ยะลาเมื่อสองเดือนก่อนมันก็พอจะเป็นเครื่องพิสูจน์ความรักได้แล้ว” ผู้กองกวินทร์บอก เขาเชื่ออย่างหมดใจแล้วว่าสารวัตรพนารักน้องสาวของเขามากจริงๆ 

               “เราอยากได้แค่คำมั่นสัญญาต่อหน้าแขกทุกคนในวันนี้ เนี่ย ต่อหน้าผู้บังคับบัญชาของสารวัตรด้วยว่าสารวัตรจะรัก จะดูแลไนเปอร์ให้ดี” 

               “แน่นอนพี่พร้อมจะให้คำมั่นสัญญา” สารวัตรพนารับคำของสองแฝดแล้วมองมายังแขกทุกคนภายในงานรวมถึงผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่าย ก่อนที่เขาจะหยุดมองอยู่ที่แก้วเจ้าจอมเป็นคนสุดท้าย 

               “นับจากวันนี้ไปไนเปอร์คือเมียรักของพี่ พี่ขอสัญญาต่อหน้าทุกคนว่าพี่จะรักและจะดูแลไนเปอร์ให้ดีที่สุด พี่จะดูแลไนเปอร์ด้วยชีวิตของพี่ ไม่ว่าจะทุกข์หรือสุขพี่จับมือไนเปอร์เอาไว้ให้แน่นแล้วพาไนเปอร์ก้าวเดินต่อไปอย่างมั่นคง จะเป็นที่พึ่งพิงให้ไนเปอร์ได้อิงอาศัย พี่จะไม่มีใครอื่นให้ไนเปอร์ต้องเศร้าหมองใจ พี่จะรัก จะให้เกียรติและเทิดทูนแต่ไนเปอร์ของพี่ นอกจากแก้วแหวนเงินทองแล้วสินสอดอีกอย่างที่พี่จะให้ไนเปอร์ก็คือชีวิตของพี่ด้วย พี่จะเป็นช้างเท้าหน้าให้ควานช้างอย่างไนเปอร์ขี่แล้วก้าวเดินไปด้วยกัน ที่พี่ยอมเพราะพี่รักแล้วพี่ก็รักของพี่มาก...แม่นางไม้น้อย พี่ป่ารักแม่นางไม้น้อยมากที่สุดเลยนะ รักมากยิ่งกว่าชีวิตทั้งชีวิตของพี่อีก” สารวัตรพนายิ้มน้ำตาคลอเมื่อเห็นเจ้าสาวของเขายกมือขึ้นเช็ดน้ำตา 

               “และนับจากนี้ไปพี่ก็ยังยืนยันคำเดิมว่าน้ำตาทุกหยดของไนเปอร์...จะต้องเป็นน้ำตาที่มาจากความสุขเท่านั้น พี่จะไม่ทำให้ไนเปอร์ต้องเสียใจและผิดหวังเพราะพี่อีกเด็ดขาด” สัญญารักมั่นยิ่งทำให้แก้วเจ้าจอมยิ้มทั้งน้ำตาอย่างมีความสุข เธอไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่ามาลัยดอกไม้ที่พี่ชายทั้งสองคนถืออยู่ถูกเก็บไปตอนไหน มารู้ตัวอีกทีก็ตอนที่ผู้กองกรินทร์และผู้กองกวินทร์จับมือของเธอขึ้นพร้อมกันแล้วบีบมือของเธอเบาๆ ซึ่งเธอรับรู้ได้ถึงความรัก ความอบอุ่นและความห่วงใยที่พี่ชายทั้งสองคนมีให้ 

               “แต่งงานแล้ว ต้องเป็นผู้ใหญ่แล้วนะห้ามขี้แย” 

               “แต่งงานแล้วไง ยังไงไนเปอร์ก็ยังเป็นยัยปิศาจที่พวกพี่รักมากเหมือนเดิมแล้วก็จะรักตลอดไปด้วย” 

               “ไนเปอร์ร้องไห้เพราะไนเปอร์มีความสุขค่ะ” แก้วเจ้ายอมยิ้มบอกพี่ชายทั้งสองคนและเจ้าบ่าวของเธอ “ขอบคุณนะคะพี่ซีล พี่เรนเจอร์” เธอว่า ก่อนจะโผเข้ามากอดพี่ชายทั้งสองที่รักเธอมากที่สุด ถึงจะหวงน้องมากยังไง แต่อย่างไรเสียพี่ชายทั้งสองคนก็หวังอยากจะให้เธอมีความสุขและถ้าสิ่งไหนที่ทำให้เธอมีความสุขพวกเขาจะไม่มีทางขวางหรือทำลายความสุขของเธอเด็ดขาด 

               การกอดกันของทั้งสามคนพี่น้องทำให้คนอื่นๆ พลอยซึ้งใจตามจนน้ำตาคลอ แม้แต่ราชาวดีก็ยังบีบมือของพลโทคีรินทร์เอาไว้แน่น จริงอย่างที่ลูกชายของเธอว่า ถึงพี่ชายจะยอมปล่อยมือจากน้องสาวแล้วแต่น้องสาวก็จะยังอยู่ในสายตาของพี่ชายเสมอเช่นเดียวกับที่เธอยังมีพลโทคีรินทร์คอยตามรัก ตามห่วงใยอยู่แม้ว่าต่างคนต่างจะมีครอบครัวกันแล้ว 

               “จริงที่สุด...ยังไงซะน้องสาวก็จะยังอยู่ในสายตาของพี่ชายเสมอ เนาะ” ปานมณฑาหันมายิ้มให้กับข้ามโขง ลูกชายคนโตของตัวเองและชื่นชมความรักของเจ้าสาวกับพี่ชายทั้งสองคน 

               เมื่อพร้อมที่จะปล่อยมือจากน้องสาวแล้วผู้กองกรินทร์กับผู้กองกวินทร์ก็ส่งมือของน้องสาวมาให้กับสารวัตรพนาแล้วบีบมือของคนทั้งคู่เอาไว้ 

               “พาไนเปอร์ก้าวเดินต่อไปนะสารวัตร ให้เดินไปในเส้นทางที่ดี ที่สวยงาม” 

               “ใช่ ไหนๆ เราก็ยอมยกน้องสาวให้แล้วเพราะงั้นต้องดูแลให้ดีด้วย เพราะถ้ารู้ว่าดูแลไม่ดี...” 

               “พวกเราไม่ยอมแน่!!!” ไม่ใช่แค่ผู้กองกรินทร์และผู้กองกวินทร์เท่านั้นที่พูด แต่ยังเป็นสมาชิกแก๊งฟันน้ำนมทุกคนด้วยที่พร้อมใจพูดขึ้นมาให้เจ้าบ่าวได้รู้ว่าเจ้าสาวมีแบ็คดีและแบ็คเยอะแค่ไหน 

               “พี่จะไม่ทำให้ทุกคนผิดหวังเด็ดขาด” สารวัตรพนายิ้มบอกกับทุกคนก่อนจะดึงเอาแก้วเจ้าจอมเข้ามากอดไว้แนบอกที่ในที่สุดเขาก็ได้กอดเธอแล้ว เขาจะไม่เพียงแต่สัญญาแต่เขาจะทำให้ทุกคนได้เห็นว่าเขารักเธอมากที่สุดในชีวิตเลย 

               “ขอบใจนะ” 

               “ชิ!” สองแฝดว่าขึ้นพร้อมกันเมื่อได้ฟังคำขอบคุณจากน้องเขย จากตอนแรกที่อิจฉาน้องเขยเพราะได้รับความรักจากแก้วเจ้าจอมไปอย่างมากมาย แต่ตอนนี้พวกเขากลับอิจฉาทั้งน้องสาวแล้วก็น้องเขยเลย อิจฉาที่ทั้งสองคนได้เจอกับความรักที่ดีแบบนี้ในขณะที่พวกเขาพยายามวิ่งตามหาความรักแทบตายแต่ก็ไม่อาจไขว่คว้าเอาความรักมาแนบกายใจได้ 

               แก้วเจ้าจอมยิ้มหวานให้พี่ชายอย่างขอบคุณที่พวกเขาเห็นแก่ความสุขของเธอ ถึงจะไม่ชอบหน้าเจ้าบ่าวของเธอยังไงแต่เพื่อความสุขของเธอพี่แฝดก็เลยต้องยอม เธอรู้ดีเสมอว่าพี่ๆ รักเธอแล้วก็ห่วงเธอมาก 

               “เอ้าๆๆ จะกอดกันอีกนานมั้ย จะแต่งมั้ยงานน่ะ ถ้าไม่แต่งแล้วจะได้ลงเล่นน้ำทะเลต่อ” เห็นคนรักกันกอดกันนานๆ แล้วต่อมอิจฉาก็พาลจะกำเริบขึ้นมาอีก สารวัตรพนาก็เลยค่อยๆ คลายกอดจากแก้วเจ้าจอมแต่สายตาก็ยังทอดมองความสวยของเจ้าสาวอย่างไม่ละสายตา ยามที่แก้วเจ้าจอมแต่งชุดไทยแบบนี้แล้วช่างสวยหวานจับใจเขาเหลือเกิน 

               “สารวัตร ไปเปลี่ยนชุดแล้วรีบมาเข้าพิธีเถอะไป ใกล้จะได้ฤกษ์แล้ว” ผู้กองพันยศรีบสะกิดบอกเจ้าบ่าว เพราะเขารู้ว่าการแห่ขันหมากครั้งนั้นจะใช้เวลานานก็เลยเผื่อเวลาเอาไว้ด้วย แต่กว่าที่สารวัตรพนาจะได้กอดเจ้าสาวแบบนี้ แล้วจู่ๆ จะให้เขาทิ้งเจ้าสาวไปเปลี่ยนชุดอีก เกิดเขากลับมาแล้วเจ้าสาวถูกไอ้แฝดเอาไปซ่อนอีกล่ะ พฤติกรรมของพวกมันยิ่งไม่น่าไว้ใจกันอยู่ 

               “ไปเปลี่ยนชุดให้พี่นะ” 

               “หืม...” แก้วเจ้าจอมเลิกคิ้วขึ้นใส่เมื่อได้ยินเขาบอกแบบนี้ 

               “พี่กลัวว่าถ้าพี่ไปเปลี่ยนชุดแล้วพอกลับมาพี่จะไม่เจอไนเปอร์ เดี๋ยวจะมีคนมาขโมยเมียของพี่ไปซ่อนอีก เมียของพี่สวย...พี่กลัวเมียหาย ไปเปลี่ยนชุดให้พี่นะครับ” 

               “จะไปเปลี่ยนชุดจริงรึเปล่า ยังไม่ได้เวลาเข้าหอเลยนะครับสารวัตร” เหล่าเพื่อนเจ้าบ่าวพากันร้องแซวให้เจ้าบ่าวกับเจ้าสาวได้เขินกันไปใหญ่ 

               “พี่พนาแต่งชุดนี้เข้าพิธีก็ได้นะคะ” 

               “ไม่ได้ เมียพี่สวยแล้วพี่ก็อยากหล่ออยู่ข้างๆ คนสวยบ้างสิ นะๆๆ ไปเปลี่ยนชุดให้พี่นะครับเด็กดี” 

               “โอย ถ้าจะอ้อนกันขนาดนี้ก็ไปเปลี่ยนชุดให้เขาเถอะไป หมั่นไส้” ผู้กองกวินทร์ผลักไหล่น้องสาวให้พาเจ้าบ่าวไปเปลี่ยนชุด ผู้กองกรินทร์ก็เลยพยักหน้าบอกให้แก้วเจ้าจอมไปเปลี่ยนชุดให้ตามที่เจ้าบ่าวขอ ซึ่งถ้าเป็นการไปเปลี่ยนชุดให้กันเฉยๆ มันก็ไม่เขินอะไรมากหรอก แต่พอมีทุกๆ คนมาคอยร้องแซวไม่หยุดแบบนี้แก้วเจ้าจอมก็อดเขินไม่ได้เหมือนกัน 

  

 

 

               เพราะรองกรันณ์ให้เวลาแค่ห้านาทีเท่านั้นในการเปลี่ยนชุด เจ้าบ่าวก็เลยไม่มีเวลาแอบหาเศษหาเลยกับเจ้าสาวมาก พอเปลี่ยนชุดเสร็จแล้วเขาก็จูงมือเจ้าสาวกลับเข้ามาในงานอีกครั้ง จากชุดเครื่องแบบตำรวจพลร่มลายเสือตอนนี้สารวัตรพนาก็กลับมาหล่อเฟี้ยวในเครื่องแบบชุดปกติขาวนายตำรวจคล้องสายยงยศไหมสีเลือดหมูเครื่องหมายของนักกระโดดร่มที่แขนข้างขวา ใบหน้าที่เคยชุ่มเหงื่อเมื่อก่อนหน้านี้ก็มีเจ้าสาวคอยซับหน้าตบแป้งให้ ทรงผมที่ตัดมาอย่างเรียบร้อยก็เกรียนจนไม่ต้องยุ่งยากเรื่องการจัดทรงและแม้แต่กลิ่นตัวของเจ้าบ่าวก็ยังหอมฟุ้งด้วยมีกลิ่นกายของเจ้าสาวติดอยู่ 

               เจ้าบ่าวจูงมือเจ้าสาวเข้ามาในพิธีเมื่อถึงเวลาฤกษ์แล้ว มือแกร่งที่อบอุ่นกระชับมือเล็กๆ ที่แสนนุ่มนิ่มเอาไว้อย่างมั่งคง ทางเดินที่ตรงสู่เวทีอันเป็นที่จัดพิธีโรยด้วยกลีบดอกกุหลาบสีขาว สองฟากฝั่งของทางเดินคือเก้าอี้ที่บรรดาแขกทั้งหลายนั่งกันอยู่และกำลังมองมาที่คู่บ่าวสาวด้วยความชื่นชม ช่างเป็นคู่บ่าวสาวที่เหมาะสมกันด้วยประการทั้งปวงจริงๆ เพื่อนของเจ้าบ่าวและเจ้าสาวยืนเรียงแถวกันคนละฝั่งทางเดินพร้อมกับโปรยดอกไม้ให้เมื่อเจ้าบ่าวและเจ้าสาวเดินผ่าน ซึ่งขณะเดินผ่านแถวของเพื่อนเจ้าบ่าวสารวัตรพนาก็เปลี่ยนจากจูงมือเจ้าสาวมาเป็นโอบกอดประคองเดินแทนเพราะความหวงเจ้าสาวเมื่อเธอห่มเพียงแค่ผ้าแถบครึ่งตัวเปิดโชว์หน้าท้องที่แบนราบขาวผ่อง ช่วงลำคอ ไหล่ เนินอกก็ยิ่งเห็นชัดถึงความขาวผุดผ่อง ยามที่ต้องแสงแดดผิวกายที่ขาวผ่องก็ยิ่งผ่องเป็นยองใยดูมีออร่า หน้าอกหน้าใจที่อวบอึ๋มก็แทบล้นทะลักตัวผ้าแถบออกมาทุกคนเลยรู้หมดเลยว่าแหล่งอาหารเสริมแคลเซียมของเขาอุดมสมบูรณ์มากแค่ไหน ไหนจะความสวยที่มีมากล้นอีกเจ้าสาวของเขาจึงเป็นที่จับตามองของเหล่าแขกในงานและไอ้พวกเพื่อนเจ้าบ่าวตัวดีที่เดี๋ยวเขาค่อยไปคิดบัญชีกับพวกมันทีหลัง 

               พิธีสู่ขอก็เป็นการสู่ขอตามธรรมเนียมประเพณี แม้ทางบ้านเจ้าสาวจะไม่ได้เรียกค่าสินสอดแต่เจ้าบ่าวก็ทุ่มให้แบบไม่อั้นเพราะความรักที่มอบให้กับเจ้าสาวและเพื่อเป็นเกียรติให้กับเจ้าสาวและครอบครัว ซึ่งเขาจะให้ครอบครัวของเธอน้อยหน้าใครไม่ได้เพราะว่าบ้านนี้เป็นบ้านของคนใหญ่คนโตเป็นที่นับถือกันของผู้คนมากมายจนถึงขั้นมีนักข่าวมาทำข่าวในงานด้วย เงินสดจำนวนมาก ทองคำเครื่องเพชรและที่ดินอีกจำนวนมหาศาลล้วนแต่เป็นสมบัติเก่าเก็บของเจ้าบ่าวที่ได้มาจากพ่อแม่ญาติพี่น้องที่จากเขาไปแล้วจนหมดสิ้น ทรัพย์สมบัติทุกสิ่งเขามอบให้กับเจ้าสาวของเขาเพียงคนเดียวรวมทั้งชีวิตของเขาด้วยจนหลายๆ คนต่างก็พากันอิจฉาเจ้าสาวของเขากันทั้งนั้น เหล่าสาวๆ ตำรวจในค่ายก็อกหักกันเป็นแถบเมื่อรู้ว่าเขาแต่งงานหลังจากที่อกหักกันมาแล้วครั้งหนึ่งตอนที่เขาจดทะเบียนสมรส 

               แก้วเจ้าจอมไม่ได้สนใจสินสอดทองหมั้นตรงหน้าเมื่อตอนนี้เธอตระหนักดีแล้วว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดในชีวิตของเธอก็คือพี่พนาคนนี้ ตอนที่เข้าใจว่าเขาตายจากเธอไปแล้วมันทำให้รู้ว่าสมบัตินอกกายก็ไม่อาจทดแทนเขาได้และสิ่งที่เธอต้องการมากที่สุดในชีวิตก็คือเขาคนนี้ ดวงตาคู่สวยหวานมองสามีอย่างแสนรัก เช่นเดียวกับที่ผู้เป็นสามีก็เอาแต่จ้องเธออย่างหลงใหลจนลืมสนใจเหล่าผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายที่กำลังโปรยข้าวตอกดอกไม้ใส่พานสินสอดที่เพิ่งนับเสร็จ ลืมสนใจแม้แต่แม่ยายที่แบกห่อผ้าสินสอดเอาไว้บนบ่าแล้วแสร้งเดินเซนิดๆ เพราะสินสอดมันหนักมาก ตอนนี้สิ่งที่เจ้าบ่าวสนใจมีเพียงแค่เจ้าสาวแสนสวยตรงหน้าเขาเท่านั้น อยากเข้าหอกับเธอเหลือเกิน อยากจูบแก้มนุ่มๆ อยากซบอกอุ่นๆ อยากกระชากผ้าแถบของเธอออกแล้วดูดนมแสนหวานที่เขาชอบ เธอช่างสวยสมกับเป็นนางไม้แห่งผืนป่า เป็นนางไม้หัวใจของป่าผืนนี้... 

               “อ่ะ เจ้าบ่าว” สารวัตรพนามารู้ตัวอีกทีก็ตอนที่พลโทคีรินทร์ส่งทิชชู่มาให้เขาแผ่นหนึ่ง ตอนแรกก็นึกว่าพ่อตาจะให้เขาซับเหงื่อแต่ท่านกลับชี้มาที่ปากของเขาแทน 

               “ลิปสติกเลอะปาก” พอท่านบอกเขาก็รีบเช็ดปากตัวเองทันทีอย่างเขินๆ เมื่อถูกจับได้ว่าตอนไปเปลี่ยนชุดเขาได้แอบจูบเจ้าสาวไปจนลิปสติกของเธอเลอะปาก ส่วนตัวเจ้าของลิปสติกก็นั่งขำคิกๆ ให้เขาอยู่ เหอะ! 

               พิธีการต่อมาก็คือการสวมแหวนแต่งงาน ตอนแรกแก้วเจ้าจอมคิดว่าคงเป็นแหวนเพชรทั่วไปแต่พอได้มาเห็นแหวนแต่งงานที่เจ้าบ่าวสั่งทำพิเศษเพื่อเธอแล้วเธอก็ต้องยิ้มออกมาอย่างเข้าใจในความหมาย แหวนเพชรรูปดาวและยังเป็นดาวแปดแฉกอีกด้วย เพชรบนตัวแหวนเป็นเพชรน้ำดีทอแสงแวววาวเมื่อยามต้องกับแสงแดดอ่อนๆ 

               “แหวนดาวแปดแฉกครับ” สารวัตรพนาบอกกับผู้ใหญ่ทุกคนที่นั่งอยู่บนโซฟาเบื้องหน้าขณะเอ่ยถึงความหมายของแหวนดาวให้ทุกคนฟัง “ดาวแปดแฉกเป็นดาวที่ใช้ประดับชั้นยศของตำรวจ แต่ละแฉกของดาวชั้นยศตำรวจแทนธรรมะที่ข้าราชการตำรวจชั้นสัญญาบัตรต้องยึดถือคือ สังคหวัตถุ 4 มรรค 8 อิทธิบาท 4 พรหมวิหาร 4 โลกธรรม 8 ทิศ 6 อริยสัจ 4 แล้วก็ความกตัญญู ผมกับไนเปอร์เป็นตำรวจด้วยกันทั้งคู่ นอกจากมีความรักให้แก่กันแล้วเราก็ยังต้องยึดมั่นในธรรมะเหล่านี้ด้วย ผมจะไม่เพียงแต่พาไนเปอร์ก้าวเดินไปข้างหน้าเพียงอย่างเดียว แต่เส้นทางที่ผมจะเลือกพาไนเปอร์เดินก็ต้องเป็นเส้นทางที่ดีที่เจริญด้วย คุณปู่ คุณย่า คุณพ่อ คุณแม่ไม่ต้องเป็นห่วงไนเปอร์นะครับ ผมจะดูแลไนเปอร์เป็นอย่างดีและจะพาไนเปอร์ไปพบเจอแต่สิ่งที่ดีงามแน่นอนครับ” 

               “มีผัวแก่ก็แบบนี้แหละ ธรรมะธรรมโมด้วย” พลโทคีรินทร์ก้มลงมากระซิบกับลูกสาวจนแก้วเจ้าจอมหลุดหัวเราะออกมา 

               “นี่แหละค่ะพ่อภูสเปกของไนเปอร์ ไนเปอร์ชอบแบบนี้” แล้วเจ้าสาวกับพ่อบุญธรรมก็หัวเราะคิกคักชอบใจกันใหญ่ อีกคนได้ลูกเขยถูกใจและอีกคนก็ได้สามีตรงสเปกจนพ่อแท้ๆ ต้องเบะปากใส่ลูกสาวกับพลโทคีรินทร์ที่ดูจะเข้าขากันดีและรู้ใจกันดีเสียเหลือเกิน 

               เจ้าบ่าวจับประคองมือของเจ้าสาวขึ้นมาแล้วบรรจงสวมแหวนเพชรรูปดาวแปดแฉกให้อย่างช้าๆ เพื่อให้ช่างภาพได้บันทึกภาพวินาทีนี้เอาไว้ด้วย จนแหวนเพชรวงสวยถูกสวมอยู่เคียงคู่กับแหวนญาติตำรวจที่เจ้าบ่าวเคยให้เจ้าสาวสวมติดนิ้วเอาไว้และสั่งว่าห้ามถอดออก 

               “ไนเปอร์ ขอบคุณพี่เขาสิลูก” ราชาวดีบอกกับลูกสาวที่กำลังชื่นชมแหวนเพชรบนนิ้วของตัวเองอยู่ คนเป็นแม่บอกเพื่อให้ลูกสาวไหว้ที่อกหรือกราบที่ตักของสามี แต่แก้วเจ้าจอมกลับเข้าใจไปอีกอย่าง พอแม่เตือนปุ๊บ เจ้าสาวก็ขยับเข้าไปหาเจ้าบ่าวแล้วเอื้อมตัวขึ้นไปหอมแก้มเจ้าบ่าวฟอดใหญ่ทันที 

               “เฮ้ย!” เหล่าเพื่อนๆ คนสนิทและเหล่าญาติๆ พากันร้องใส่ในทันทีในขณะที่แขกคนอื่นๆ กลับพากันหัวเราะให้กับความใจกล้าของเจ้าสาว 

               “ไม่ใช่ลูกกูๆ” 

“นี่แหละลูกมึง!” ทั้งท่านนายพลปภพและพลโทคีรินทร์ว่าพร้อมกันเมื่อรองกรันณ์พึมพำออกมาไม่หยุดเมื่อได้เห็นความก๋ากั่นของลูกสาว ฝ่ายเจ้าบ่าวก็นั่งยิ้มอย่างฟินสุดๆ อยู่คนเดียว เจ้าสาวของเขาน่ารักที่สุดในโลกเลย 

               “ต้องไหว้ที่อกหรือตราบที่ตักของพี่เขาลูก” ราชาวดีก็ได้แต่ยิ้มเจื่อนๆ โอยเจ้าลูกคนนี้ เลือดพ่อแรงจริงๆ 

               แก้วเจ้าจอมยิ้มแป้นอย่างน่ารักเมื่อรู้ว่าตัวเองเล่นเกินบทก่อนที่จะก้มลงมากราบที่ตักของเจ้าบ่าวใหม่อีกครั้งให้เจ้าบ่าวได้ลูบศีรษะของเธอเบาๆ ก่อนที่เธอจะเงยหน้าขึ้นแล้วยิ้มหวานๆ ให้เจ้าบ่าวอีกรอบ จากนั้นจึงได้หยิบแหวนคู่สำหรับเจ้าบ่าวขึ้นมาแล้วสวมที่นิ้วนางข้างซ้ายให้กับเขาเคียงคู่กับแหวนญาติของเธอเอง แล้วพอเธอกับเจ้าบ่าวยกมือขึ้นไหว้ขอบคุณกันและกันแล้วแก้วเจ้าจอมก็จับมือข้างซ้ายของเจ้าบ่าวมาโชว์แขกทุกคนในงานด้วย 

               “พี่พนาเป็นผัว เอ้ย! เป็นสามีของไนเปอร์แล้วนะคะ ขอประกาศให้ทราบโดยทั่วกัน” 

               “ไนเปอร์” คุณหญิงกรกชกับราชาวดีร้องออกมาเบาๆ พร้อมกันเพื่อปรามความใจกล้าก๋ากั่นของเจ้าสาวที่หาความเป็นกุลสตรีได้ยากเพราะติดนิสัยเป็นคนชอบพูดตรงๆ เหมือนกับผู้เป็นพ่อ ส่วนรองกรันณ์ก็ต้องรีบยกมือขึ้นบังหน้าตัวเองเอาไว้อีกครั้งพร้อมกับพูดว่า 

               “ไม่ใช่ลูกกูๆ” 

               “นี่แหละลูกมึงของแท้” ท่านนายพลปภพและพลโทคีรินทร์ว่าพร้อมกันอีกครั้งจนผู้ใหญ่อีกหลายๆ คนบนเวทีหัวเราะตามเมื่อคนเป็นพ่อที่คิดว่าลูกสาวของตัวเองเป็นคนเรียบร้อยอ่อนหวานมาโดยตลอด ได้ประจักษ์ชัดแล้วว่าความจริงมันไม่ใช่อย่างนั้นเลย 

               แก้วเจ้าจอมก็ยังยิ้มหวานอยู่ตามเดิมเพราะวันนี้คือวันที่เธอมีความสุขมาก แล้วเมื่อกี้นี้ที่เธอโชว์แหวนแต่งงานบนนิ้วของเจ้าบ่าวเธอก็แค่ตั้งใจโชว์เหล่าสาวๆ ตำรวจในค่ายที่เคยแอบมองสามีของเธอเท่านั้น คราวก่อนโชว์แค่ทะเบียนสมรส มาคราวนี้แต่งงานโชว์กันไปเลยทุกๆ คนจะได้รู้ว่าเจ้าบ่าวของเธอมีเจ้าของแล้ว แล้วเจ้าของอย่างเธอก็หวงเจ้าบ่าวมากด้วย 

               หลังจากที่เสร็จพิธีสวมแหวนแต่งงานและถ่ายภาพแล้วเจ้าบ่าวกับเจ้าสาวก็ต้องไปไหว้ผู้หลักผู้ใหญ่ต่อเพื่อเป็นการฝากตัว โดยเจ้าบ่าวมีญาติผู้ใหญ่เป็นผู้บังคับบัญชา ผู้กองพันยศและลุงม่วง ในขณะที่ผู้ใหญ่ฝ่ายเจ้าสาวกลับมีมากมายหลายคน นอกจากคุณปู่กับคุณย่าและพ่อกับแม่ของเจ้าสาวแล้วก็ยังมีพ่อบุญธรรมอย่างพลโทคีรินทร์ ครอบครัวของป้าหมอเอื้อยที่มีเหล่าคุณตาคุณยายของผู้หมวดศิขรินกับนคินทร์มาร่วมงานด้วย ผบ.คเชนทร์กับคุณอาปานมณฑา ผู้การคณินกับคุณอาขวัญตา คุณย่าแม่ของผู้การคณิน ผู้พันเอกพล คุณอาเดม่อน ครอบครัวของผู้การนทีกับคุณอาธารธาราพร้อมด้วยคุณตาคุณยายของสองแฝดนาวีกับเนวี่ ครอบครัวของผู้กำกับไกรจักรที่มากันทั้งบ้านยกเว้นเพียงแค่อรินที่ผู้กำกับไกรจักรบอกว่าเขาติดงานและเดินทางออกมาจากหน่วยไม่สะดวกจึงไม่ได้มา เรื่องนี้ทำให้เจ้าสาวอดเสียใจไม่ได้ที่น้องชายที่เธอรักมากไม่ได้มาร่วมงานด้วย แต่เธอก็พยายามจะเข้าใจเพราะหากอรินพร้อมเมื่อไหร่เดี๋ยวเขาก็คงจะกลับมาเอง 

               แม้ผู้ใหญ่ฝ่ายเจ้าสาวจะมีมากมายหลายคน แต่เจ้าบ่าวก็ใส่ใจพาเจ้าสาวของเขาเข้าไหว้กราบญาติผู้ใหญ่ทุกคนอย่างทั่วถึงจนครบ ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่ผู้กองกรินทร์และผู้กองกวินทร์ ถึงแม้จะไม่ใช่ญาติผู้ใหญ่สำหรับเจ้าบ่าวแต่ก็ถือว่าเป็นผู้ใหญ่สำหรับเจ้าสาวเมื่อแก้วเจ้าจอมเข้าไปไหว้ที่ตักของพี่ชายทั้งสอง งานนี้เล่นเอาพี่แฝดของเธอถึงกับทำตัวไม่ถูกกันขึ้นมาในทันทีเพราะปกติก็มีแต่ไล่เตะก้นกัน แต่ไม่เคยต้องมากราบมาไหว้กันแบบนี้ 

               “ไนเปอร์อยากมาไหว้ขอพรพี่ซีลกับพี่เรนเจอร์ด้วยค่ะ ตั้งแต่จำความได้พี่ซีลกับพี่เรนเจอร์ก็ช่วยกันดูแลไนเปอร์มาโดยตลอด ยอมให้ไนเปอร์แกล้ง ยอมให้ไนเปอร์โขกสับอย่างไม่ถือสา และต่อไปในอนาคตไนเปอร์ก็จะยังโขกสับพี่ๆ อยู่ ไหนๆ ก็เกิดมาเป็นพี่ชายของยัยโหดสไนเปอร์แล้ว อวยพรให้ไนเปอร์หน่อยสิคะ” 

               “ได้สิ” ผู้กองกรินทร์ยื่นมือมาลูบผมน้องสาวอย่างเอ็นดูรัก นานๆ ทียัยหนูจอมโหดของเขาจะทำตัวอ่อนหวานแบบนี้ “พี่ขอให้ไนเปอร์มีความสุขมากๆ นะ ถึงพี่จะไม่อยากให้ไนเปอร์แต่งงาน ถึงพี่จะกลัวไนเปอร์รักคนอื่นมากกว่าพี่ แต่เพื่อความสุขของน้องสาวคนนี้พี่ยอมได้ แต่งงานแล้วก็ยังเป็นน้องสาว เป็นยัยหนูของพี่เหมือนเดิมนะ” 

               “ขอบคุณค่ะพี่ซีล” แก้วเจ้าจอมขอบคุณแล้วก็หันมาทางพี่ชายอีกคนที่ยังเก๊กมาดใส่อยู่ ผู้กองกวินทร์มองค้อนๆ น้องเขย แต่พอเห็นว่ามีสาวน้อยหน้าหวานอย่างเพลงพิณกำลังจ้องมองอยู่เขาก็รีบปั้นหน้ายิ้มแย้มในทันที 

               “พี่ขอให้ไนเปอร์เป็นเด็กดีของพี่ แกล้งพี่ให้น้อยๆ ลง ไม่กัดคอของพี่อีก ไม่แว็กซ์ขนหน้าแข้งของพี่ด้วย ไม่กระทืบพี่ต่อหน้าลูกน้อง ถึงจะมีผัวแล้วแต่ก็ยังต้องรักพี่แบบนี้เรื่อยไป ห้ามเลิกรักเด็ดขาดเข้าใจมั้ย” 

               “เดี๋ยวสิ ให้อวยพรให้ไนเปอร์นะคะ แต่ที่ฟังๆ มาเนี่ยมันเหมือนอวยพรให้ตัวเองยังไงก็ไม่รู้นะ” 

               “ไม่รู้ล่ะ มีน้องสาวไม่เหมือนชาวบ้านเขามันก็ต้องหาทางรอดเอาไว้ก่อน” เขาตอบหน้าซื่อๆ จนทุกคนอดขำกันไม่ได้ แต่สุดท้ายผู้กองกวินทร์ก็อวยพรให้น้องสาวอยู่ดี 

               “มีคนบอกกับพี่ว่าถ้าไนเปอร์แต่งงานกับเขาแล้วเขาจะทำให้ชีวิตของไนเปอร์มีแต่ความสุข พี่ก็ขอให้เป็นแบบนั้น ขอให้ไนเปอร์มีความสุขเพราะถ้าไม่มีความสุขพี่จะมาเล่นงานคนที่เคยพูดคำนี้” ผู้กองกวินทร์จ้องจิกมาที่น้องเขย “ดูแลน้องสาวพวกผมให้ดีๆ ล่ะ ขยันออกกำลังกายหมั่นฟิตร่างกายให้ดีด้วย มีเมียเด็กเรี่ยวแรงห้ามแผ่วเด็ดขาด” 

               “พี่เรนเจอร์!!!” แก้วเจ้าจอมแหวเสียงสูงเมื่อได้ฟังพี่ชายบอกกับเจ้าบ่าวของเธอแบบนี้ ยิ่งพูดแบบนี้สามีของเธอก็ยิ่งคึกตามน่ะสิ 

               “อะไร หรือพี่พูดไม่จริง สารวัตรว่าจริงมั้ยล่ะ” 

               “จริง จริงมากๆ” สารวัตรพนาก็เห็นด้วยกับผู้กองกวินทร์ ซึ่งนานๆ ทีเขากับผู้กองกวินทร์จะมีความเห็นตรงกันแล้วสามัคคีกันแกล้งหยอกเธอแบบนี้จนแก้วเจ้าจอมเขินหน้าดำหน้าแดงไปหมดแล้ว 

               “ชิ!” เธอทำเชิดหน้าใส่ก่อนจะรับแหวนทองคำมาจากสามีสองวงเพื่อมอบให้กับพี่ชายคนละวง 

               “ว่ากันว่าถ้าน้องแต่งงานก่อนพี่จะทำให้พี่ขายไม่ออก ไนเปอร์กลัวพี่ซีลกับพี่เรนเจอร์ขายไม่ออกค่ะ นิสัยก็ไม่ค่อยจะดีกันอยู่แล้วกลัวไม่มีใครเอาไนเปอร์ก็เลยเอาแหวนมาให้เป็นการแก้เคล็ด” 

               “มันใช้สำหรับน้องสาวแต่งก่อนพี่สาวไม่ใช่หรอแก้เคล็ดแบบนี้” ผู้กหมวดศิขรินถามขึ้นเพราะเขาก็เคยได้ยินอะไรแบบนี้มาก่อนเหมือนกัน 

               “ไม่รู้สิ แต่ก็คงใช้ได้เหมือนกัน ไนเปอร์ไม่อยากให้พี่ซีลกับพี่เรนเจอร์ขึ้นคาน หลังจากนี้ไปพี่ซีลกับพี่เรนเจอร์ต้องรีบมีแฟนหาพี่สะใภ้มาฝากไนเปอร์นะคะ ไนเปอร์ขอให้พี่ซีลกับพี่เรนเจอร์มีแฟนเร็วๆ แล้วก็ขอให้รักนั้นเป็นรักแท้ที่มั่นคงด้วยค่ะ” 

               “รีบสาธุสิ นางไม้ให้พรแล้วนะพ่อรุกขเทวดาของอา” ผู้พันเอกพลรีบบอกให้หลานชายทั้งสองสาธุ ผู้กองสองแฝดก็เลยดึงเอาน้องสาวไปกอดเอาไว้พร้อมๆ กัน พรนางไม้ของเธอศักดิ์สิทธิ์เสมอพวกเขาเชื่อแบบนั้น ผู้กองกวินทร์หันไปยิ้มหวานให้กับน้องเพลงพิณของเขาขณะกอดน้องสาวอยู่ วันนี้น้องเพลงพิณของเขาแต่งชุดไทยห่มสไบของเพื่อนเจ้าสาว แต่ในวันหน้า...เขาจะให้น้องเพลงพิณมาใส่ชุดไทยของเจ้าสาวอยู่เคียงข้างเขาให้ได้ 

  

 

 

               พิธีสุดท้ายของงานแต่งช่วงเช้าก็คือการรดน้ำสังข์อวยพรให้กับเจ้าบ่าวเจ้าสาว พื้นที่จัดพิธีอยู่ในซุ้มดอกกุหลาบที่ส่งกลิ่นหอมอบอวล เจ้าสาวนั่งเคียงคู่อยู่ทางด้านซ้ายของเจ้าบ่าว ทั้งสองคนมีมาลัยบ่าวสาวคล้องที่คอ เหนือศีรษะก็เป็นมงคลแฝดพร้อมกับมีการเจิมหน้าผากที่ท่านนายพลปภพผู้เป็นประธานของงานเป็นคนเจิมหน้าผากและสวมมงคลแฝดให้กับหลานสาวและหลานเขยที่ท่านภูมิใจ ญาติผู้ใหญ่เข้ามาร่วมรดน้ำสังข์อวยพรคู่บ่าวสาวตามลำดับอาวุโสแล้วจึงเป็นเหล่าเพื่อนพี่น้องของเจ้าบ่าวกับเจ้าสาวที่พร้อมใจกันมาร่วมอวยพร ร่วมแซวคู่บ่าวสาวกันอย่างสนุกสนานครึกครื้น และที่สนุกกันใหญ่ก็คงจะเป็นเพื่อนเจ้าบ่าวที่ชอบยุให้เจ้าบ่าวหอมเจ้าสาว จูบเจ้าสาวบ่อยๆ ทำให้บรรยากาศของงานดูสนุกสนานไปหมดเมื่อหนุ่มๆ สาวๆ ได้มารวมตัวกัน ซึ่งเมื่อเสร็จสิ้นจากพิธีรดน้ำสังข์แล้วก็ถือว่าแก้วเจ้าจอมกับสารวัตรพนาเป็นสามีภรรยากันอย่างสมบูรณ์ทั้งทางพฤตินัยและนิตินัย อีกทั้งยังถูกต้องตามธรรมเนียมประเพณีทุกอย่าง 

               ห่างออกไปจากบริเวณที่จัดงานชายหนุ่มร่างสูงหน้าตาหล่อเหลาราวกับดาราดังจากเกาหลีกำลังยืนมองงานแต่งงานที่จัดขึ้นอย่างใหญ่โตและอบอุ่น มันเป็นงานแต่งแบบที่แก้วเจ้าจอมเคยวาดฝันให้เขาได้ฟัง งานแต่งที่เขาไม่อาจจัดให้เธอได้เพราะได้มีคนอื่นมาจัดให้แทนแล้ว งานแต่งที่เต็มไปด้วยดอกกุหลาบสีขาว...สัญญาลักษณ์ของรักแท้ เขาอยากมาเห็นเธอในวันแต่งงาน อยากมาเห็นรอยยิ้มที่แสนสดใสแต่ก็กลัวเกินกว่าจะก้าวเข้าไปหา หลายครั้งแล้วที่การอยู่ใกล้เขามักนำมาซึ่งเรื่องวุ่นวายให้กับเธอ หลายครั้งที่เขาทำให้เธอเดือดร้อนจนตอนนี้เขาไม่กล้าแม้แต่จะเข้าใกล้ สิ่งที่ทำได้จึงเป็นเพียงแค่การมองอยู่ห่างๆ แบบนี้ ได้เห็นเธอมีความสุข เดินควงเจ้าบ่าวไปถ่ายรูปกับทุกคนอย่างสนุกสนานเขาก็พลอยมีความสุขตามไปด้วย 

               “ไม่เข้าไปล่ะคุณหมอ ไหนบอกจะมางานแต่งของพี่สาวไง” เสียงใสๆ ของหญิงสาวข้างกายถามเขา ก่อนจะขมวดคิ้วมุ่ยอย่างแปลกใจที่คนบอกว่าจะมางานแต่งของพี่สาวกลับไม่ยอมเข้าไปในงานเสียทีจนเธอได้แต่ยืนรอจนปวดขาไปหมดแล้ว 

               “ยังไม่อยากเข้าไป” 

               “ไปเถอะซอมพออยากไป โอ้โห งานแต่งไฮโซนี่มันหรูหราจริงๆ ของกินคงเยอะน่าดู แหม คนกำลังหิว” ว่าแล้วก็ลูบท้องน้อยๆ ให้เขาดูบ่งบอกว่าเธอกำลังหิวจริงๆ จนอรินต้องส่ายหน้าให้ลูกหมาป่าตัวน้อยที่ติดสอยห้อยตามเขามาจากแม่สอด 

               “เดี๋ยวพาไปหาของกินนอกค่ายก่อนกลับ” 

               “กลับ...อ้าว! เพิ่งมาถึงแล้วจะรีบกลับไปไหน เอ๊ะ! นั่นผู้กองของซอมพอนี่ หืม...ทำไมผู้กองมีสองคนล่ะ” หญิงสาวร่างเล็กถามอย่างสงสัยอีกเมื่อเห็นผู้กองกรินทร์มีสองคน แล้วทั้งสองคนก็กำลังถ่ายรูปอยู่กับเจ้าบ่าวและเจ้าสาวด้วย 

               “ก็บอกแล้วไงว่าเขามีฝาแฝด” 

               “เป็นฝาแฝดที่น่ารักที่สุดเลย” เธอทำตาหวานใส่ แม้จะแยกไม่ออกก็ตามว่าคนไหนคือผู้กองกรินทร์คนไหนคือฝาแฝดของเขา “คุณหมอ เราเข้าไปในงานเถอะ พ่อกับแม่แล้วก็น้องชายของคุณหมอก็อยู่ที่นี่ด้วยนี่ ปะๆๆ” ซอมพอจูงมือเขาจะพาเข้าไปในงานแต่อรินก็ยังคงขืนตัวไว้ให้คนตัวเล็กกว่าได้แต่ออกแรงลากเขาจนตัวโก่งแต่ก็ไม่สำเร็จเสียที สุดท้ายก็ต้องยอมแพ้ไปแล้วกระทืบเท้าไปนั่งทำหน้างอใส่เขาอยู่กับพื้น 

               ซอมพอเป็นเด็กสาวในหมู่บ้านใกล้ๆ กับฐานของหน่วยตำรวจตระเวนชายแดนที่แม่สอด และกำลังเรียนระดับมหาวิทยาลัยอยู่ในกรุงเทพฯ จึงค่อนข้างเป็นคนทันโลก ฉลาดแต่ก็ยังติดนิสัยซุกซนอยู่บ้างและสาวน้อยคนนี้ก็ยังเป็นแฟนคลับที่ปลื้มผู้กองกรินทร์เป็นอย่างมากด้วย พอรู้ว่าอรินจะมางานแต่งของน้องสาวผู้กองกรินทร์ ซอมพอที่กลับบ้านช่วงปิดเทอมพอดีจึงขอตามมาด้วย 

               “ปะ กลับกันเถอะ” อรินบอกกับเธอเมื่อเห็นเจ้าบ่าวกับเจ้าสาวถูกเพื่อนๆ ยกแก้วเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้ แต่เจ้าสาวก็ไม่ยอมดื่มเลยสักแก้ว มีแต่เจ้าบ่าวเท่านั้นที่อาสาดื่มแทน อรินเห็นแล้วก็พอจะเดาอะไรออก ปกติแก้วเจ้าจอมไม่เคยปฏิเสธเหล้า เห็นเหล้าที่ไหนเป็นต้องวิ่งเข้าหา ยิ่งมีคนยกแก้วให้เธอยิ่งรับไปดื่มแบบทันควัน แต่วันนี้เขากลับเห็นเธอไม่ยอมดื่มเลยทั้งๆ ที่เป็นการดื่มเพื่อฉลองและแสดงความยินดีกับเธอ สาเหตุเดียวที่เธอปฏิเสธการดื่มก็คงจะเป็น...ท้อง... ก็คงไม่แปลกหรอกที่เธอจะท้อง เธอกับคนรักของเธอออกจะรักกันมากเสียขนาดนี้ และก็คงจะเป็นเพราะเหตุผลนี้สินะงานแต่งถึงได้ถูกจัดขึ้นอย่างรวดเร็ว  

               “ซอมพออยากไปหาผู้กองก่อน ซอมพอกลับแม่สอดพร้อมผู้กองก็ได้นะ” 

               “จะบ้าหรอ อีกหลายวันกว่าพี่ซีลจะกลับแล้วเราจะไปอยู่กับเขายังไง” 

               “โธ่คุณหมอ...” ลูกหมาป่าน้อยเริ่มงอแงเมื่ออรินดึงเธอให้ลุกขึ้นจนเป็นฉุดกระชากลากถูกันไปมาระหว่างหมอหนุ่มกับลูกหมาป่าน้อยที่งอแงใส่เขาราวกับเด็กอนุบาล “ไม่เอา ซอมพอยังไม่อยากกลับ” 

               “กลับได้แล้ว” 

               “ไม่! ซอมพอจะไปหาผู้กองก่อน” 

               “ถ้าไม่กลับจะปล่อยทิ้งเอาไว้ที่นี่นะ” 

               “งั้นอุ้ม!” เธอชูสองมือให้เขารับไปอุ้มเหมือนเด็กๆ อรินเห็นแล้วก็จนปัญญากับเธอจริงๆ แต่อีกความรู้สึก...เขากลับรู้สึกว่าเขาเป็นผู้ใหญ่ที่กำลังดูแลเด็กน้อยอยู่ เวลาอยู่กับแก้วเจ้าจอมเขามักจะเป็นผู้ตามและผู้คอยฟังคำสั่ง แต่บัดนี้...เขารู้สึกว่าเขามีความเป็นผู้นำและเขาก็คือผู้ออกคำสั่ง เหมือนกับเขาได้เป็นตัวของตัวเองมากขึ้น ทำตามใจตัวเองได้มากขึ้นและมีข้อจำกัดในการใช้ชีวิตน้อยลง คงเป็นเพราะเขาไม่ต้องคอยวิ่งตามพี่สาวของเขาอีกต่อไปแล้วเขาถึงได้เป็นอิสระแบบนี้ 

               “โตแล้วนะไม่ใช่เด็กห้าขวบ ไม่อุ้ม” 

               “คุณหมอ...” ลูกหมาป่าที่ยังนั่งอยู่กับพื้นงอแงใส่เขาไม่เลิกแล้วก็เขย่ามือของเขาไปมาไม่หยุดจึงไม่ทันได้สังเกตว่ามีใครกำลังเดินมาทางนี้ 

               นทีธาราที่ออกมาเข้าห้องน้ำกำลังเดินผ่านมาทางนี้โดยมีอัศวินคอยตามดูแลชะงักไปในทันทีเมื่อเห็นคนคุ้นหน้าและคุ้นใจจนเธอต้องรีบวิ่งเข้ามาหา หัวใจดวงน้อยๆ เต้นโครมครามขึ้นมาอย่างตื่นเต้นที่ในที่สุดเธอก็ได้เจอเขาแล้ว 

               “พี่อริน” สาวน้อยรีบวิ่งเข้ามาหาเขาแล้วโผเข้าไปกอดจนอรินปล่อยมือจากซอมพอที่ยังงอแงอยู่ อัศวินที่ตามมาก็รู้สึกใจหวิวๆ ที่เห็นพี่ชายอยู่ตรงหน้า แม้จะรู้อยู่แล้วก็ตามว่าพี่ชายจะมาแต่เพราะรับปากกับพี่ชายเอาไว้แล้วว่าจะไม่บอกใครเขาก็เลยต้องโกหกทุกคนไปว่าอรินติดงานมาไม่ได้ เขามองดูนทีธารากอดพี่ชายของเขาแน่นเพราะความคิดถึงแล้วก็ต้องเบือนหน้าหนีเมื่อรู้ซึ้งดีว่าในหัวใจของเธอเธอไม่เคยตัดใจจากพี่ชายของเขาได้เลย 

               “พี่อรินจริงๆ ด้วย พี่อรินหายไปไหนมาคะทำไมถึงไม่ติดต่อกลับมาบ้าง พี่อรินไม่คิดถึงเนวี่หรอ พี่อรินบล็อกการติดต่อเนวี่ทำไมคะ” 

               “เนวี่...” อรินไม่รู้ว่าจะตอบคำถามไหนของเธอก่อนดี แล้วยิ่งเห็นสีหน้าเศร้าๆ ของน้องชายเขาก็ต้องผละนทีธาราออกจากตัวเบาๆ แล้วเอื้อมมือไปฉุดดึงซอมพอเข้ามาหาให้นทีธาราได้แต่มองตามอย่างสงสัยว่าผู้หญิงที่อยู่กับเขาคือใครกัน 

               “พี่แค่แวะมาแป๊ปเดียวเดี๋ยวก็จะกลับแล้ว มีงานต่อน่ะ” เขาบอก แม้จะสงสารนทีธารามากแค่ไหนแต่เขาก็ต้องพยายามข่มทำใจแข็งเอาไว้ ในขณะที่นทีธารากลับยิ่งน้ำตาร่วงเมื่อเห็นเขาจับมือซอมพอเอาไว้แน่นจนอัศวินต้องรีบเดินเข้ามาหาเธอ 

               “คุณหมอ นี่ใครหรอ” ซอมพอไม่เคยเห็นอัศวินมาก่อน แต่ก็รู้สึกว่าเขาช่างหน้าตาคล้ายกับคุณหมอของเธอนักก็เลยส่งยิ้มทะเล้นๆ ไปให้แทน 

               “พลร่มน่ะ เป็นน้องชายของหมอเอง ส่วนคนนี้ชื่อเนวี่...น้องสาวของหมอ” พอได้ยินแบบนี้นทีธาราก็ยิ่งน้ำตาร่วงเมื่อจนแล้วจนรอดเขาก็ยังมองว่าเธอเป็นแค่น้องสาว ร่างบางซวนเซจนอัศวินต้องรีบประคองเอาไว้ แม้แต่อรินก็ยังอดน้ำตาคลอตามไม่ได้เพราะความสงสารเธอ นี่เขาคิดถูกหรือคิดผิดกันที่มาที่นี่ แค่มาแค่นี้ก็ทำให้ใครต่อใครต้องเจ็บปวดแล้ว เป็นแบบนี้เขายิ่งเข้าไปหาแก้วเจ้าจอมไม่ได้ เธอต้องร้องไห้แน่ๆ ถ้าเห็นเขา ไม่...เขาจะไม่ทำให้เธอต้องร้องไห้เพราะเขาอีก วันนี้คือวันที่เธอควรจะมีความสุขที่สุด เขาไม่ควรไปก่อกวนงานมงคลของเธอ 

               “พลร่ม พี่ฝากให้พี่ไนเปอร์ด้วยนะ ไม่ต้องบอกพี่ไนเปอร์นะว่าพี่มา” เขายื่นช่อดอกกุหลาบสีขาวไปให้น้องชาย ตอนแรกว่าจะฝากตำรวจที่มาร่วมงานสักคนแถวนี้เอาไปให้ แต่เขาคิดว่าให้น้องชายเอาไปให้นี่แหละดีแล้ว 

               “พี่จะไม่เข้าไปในงานหน่อยหรอ พี่ไนเปอร์ถามหาพี่หลายรอบเลยนะ พี่พนา...สารวัตรเขาก็ถามถึง พวกเขาคงอยากให้พี่ไปหาโดยเฉพาะพี่ไนเปอร์” 

               “พี่ยังไม่พร้อม ไว้พี่พร้อมแล้วพี่จะกลับมาเอง” 

               “แต่ว่า...” 

               “พาเนวี่กลับเข้าไปในงานเถอะ” พอส่งช่อดอกไม้ให้น้องชายแล้วอรินก็จูงมือพาซอมพอเดินจากไป ซึ่งหญิงสาวก็ยอมเดิมตามเขาไปอย่างงงๆ ไม่กล้าพูดอะไรออกมาอีกเมื่อเห็นแต่ละคนมีสีหน้าดูไม่ค่อยดี เธอเพียงแค่โบกมือลาอัศวินเบาๆ ก่อนจะไปจากไปกับอรินให้นทีธาราได้แต่ร้องไห้ตามจนทรุดลงไปนั่งกับพื้นทราย น้อยใจอรินก็แสนน้อยใจและเข้าใจว่าซอมพออาจจะเป็นคนสนิทคนใหม่ของเขา เขาอกหักจากพี่ไนเปอร์ไปแต่เขาก็ยังไม่เลือกเธอ เขามีคนอื่นได้แต่คนๆ นั้นก็ไม่มีทางเป็นเธอเลย จะพูดกับเธออีกสักคำก็ไม่มี 

               “พลร่ม...พี่อรินไปแล้ว” เธอโผเข้าไปกอดอัศวินแล้วก็ร้องไห้ออกมาอย่างเจ็บปวดโดยที่อัศวินก็ได้แต่กอดเธอเอาไว้และเจ็บปวดไม่ต่างกัน จนป่านนี้แล้วเธอก็ยังลืมพี่ชายของเขาไม่ได้...ทั้งๆ ที่เขาก็อยู่ตรงนี้แต่เธอกลับเอาแต่เรียกหาคนอื่น... 

               “ไม่เป็นไรนะ เดี๋ยวพี่อรินก็คงจะกลับมาหาเนวี่ พี่จะรอเป็นเพื่อนเนวี่เอง พี่อยู่กับเนวี่แล้วนะ” พี่อยู่ตรงนี้แล้ว อยู่กับเนวี่แล้วเนวี่มองพี่บ้างได้มั้ย... เขาอยากจะพูดคำนี้ออกมาแต่ก็ไม่กล้า สุดท้ายก็ได้แต่กอดเธอเอาไว้แน่นแนบอกอยู่เช่นนี้... 

  

 

 

******************************************************************* 

ในที่สุดเขาก็ได้แต่งงานกันแล้ววววววว ตอนหน้ามาร่วมงานเลี้ยงฉลองและชมพิธีลอดซุ้มกระบี่ริมชายหาดกันนะคะ 

รวมถึง…ฉากงานแต่งที่ไม่ค่อยจะเหมือนใครตามที่ไรท์เคยเกริ่นเอาไว้ มันจะคืออะไรรอติดตามเด้อจ้า 

******************************************* 

ปล.ฉากงานแต่งในนิยายทุกเรื่องของไรท์จะค่อนข้างละเอียดหน่อยนะคะ 

ปล.2 ตอนนี้มีตัวละครใหม่แทรกเข้ามา ซึ่งจะเป็นการปูเนื้อเรื่องให้เชื่อมต่อกับเรื่อง ร่ายมนต์รักยอดนักรบ นะคะ พี่แฝดได้พรนางไม้จากแม่แก้มและน้องสาวแล้ว ถ้าได้ร่ายมนต์รักให้กับตัวเองซ้ำคงหาป้าให้น้อนจมปูกับน้อนโมกไม่ยาก 

ปล.3 ไนเปอร์กับน้องอรินจะได้กลับมาเจอกันและกลับมาเป็นพี่น้องที่รักกันเหมือนเดิมอยู่นะคะ รอชมนะคะว่าจะเป็นตอนไหน 

******************************************* 

คูมป้อขา ทะเลตรงนี้ยึป่าวคะที่คูมป้อกับคูมแม่แต่งงานกาน ตอนนั้นน้อนจมปูแอบนอนดูอยู่ในท้องคูมแม่ค่ะ 

ความคิดเห็น