facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ฉลามซ่อนรัก 14 : สัตว์ประหลาด

ชื่อตอน : ฉลามซ่อนรัก 14 : สัตว์ประหลาด

คำค้น : ฉลามซ่อนรัก

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 1k

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 03 พ.ค. 2564 18:09 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ฉลามซ่อนรัก 14 : สัตว์ประหลาด
แบบอักษร

ฉลามซ่อนรัก 14 : สัตว์ประหลาด 

#ฉลามซ่อนรัก 

 

           ผมกรีดร้องด้วยความเจ็บปวด มันไม่ใช่แค่ตรงท้องแล้วที่เจ็บหนัก แต่มันลามไปทั่วทั้งร่างเหมือนมีบางอย่างกำลังจะฉีกร่างผมออกมายังไงยังงั้น ผมไม่รู้ว่าอะไรที่กระตุ้นสัตว์ร้ายในร่างให้ตื่นขึ้นทั้งที่ผมไม่ได้เศร้าหรือว่ากำลังโกรธใคร ผมแค่เจ็บเพราะถูกรถเข็นกระแทกเข้าให้

 

           แต่สิ่งที่แปลกไปคือกลิ่นรอบกาย

 

           จะว่าเป็นน้ำหอมก็ไม่ใช่ กลิ่นมันเหมือนอะไรสักอย่างที่ผมอธิบายไม่ถูก มันรายล้อมรอบตัวผม โอบกอดผมไว้แน่น ทว่ามันไม่ได้อบอุ่นเหมือนอ้อมกอดแม่ กลับกักมันเหมือนคีมเหล็กร้อนที่บีบเค้นให้สิ่งที่อยู่ในร่างผมออกมา

 

           นาทีนั้นผมตวัดสายตา รับรู้ได้ถึงความเปลี่ยนแปลงในปาก

 

           ฟันของผมขยับขยายใหญ่ขึ้น แหลมคมไม่ต่างจากฟันฉลามพาให้ผมต้องยกมือปิดปากหลังผลักแม่ให้ถอยไปห่างๆ เพื่อไม่ให้โดนผมทำร้าย

 

           แต่แม่ไม่ใช่เป้าหมาย สัตว์ร้ายในร่างผมกำลังครอบงำจิตใจ

 

           มันบังคับให้ผมกวาดตาหาใครบางคนที่ปล่อยฟีโรโมนมากวนใจ

 

           พลันผมก็พบชายคนนึงที่ใส่ฮู้ดดำปิดบังใบหน้าไว้ เขาเดินหายไปในกลุ่มผู้คน

 

           “กรรจ์ !”

 

           “ซีน่อน ลูกจะไปไหนน่ะ !” ผมไม่สนเสียงเรียกของแม่ สัญชาตญาณในร่างกระชากผมให้ลุกขึ้นไล่ตามผู้ชายคนนั้น ผมไม่รู้ว่าเขาเป็นใคร รู้แค่ว่าเขาก็พยายามหนีให้ห่างจากผมราวกับกลัวว่าผมจะกัดกินเขา ซึ่งผมก็บอกไม่ได้ว่าจะทำแบบนั้นหรือเปล่าเพราะผมไม่สามารถควบคุมตัวเองได้

 

           ความเร็วในร่างผมเพิ่มขึ้นไม่ต่างจากพวกพี่ตอนกลายร่างเป็นฉลามแล้วว่ายน้ำล่าเหยื่อที่ต้องการ ผมสับขาเร็วมากและกระโจนเข้าหาผู้ชายคนนั้นอย่างบ้าคลั่ง

 

           จังหวะที่โดนเขา ฟีโรโมนมันพุ่งกระจายหนักกว่าเก่า มันเหมือนกับเลือดที่ล่อฉลามมาติดกับ

 

           และเมื่อฉลามมันถูกกระทำ สิ่งที่มันจะโต้กลับก็คือ...

 

กึด !

 

           “อ๊ากกกกกกก !!!!”

 

           “ซีน่อน !!!” เสียงเรียกของแม่ดังขึ้นทว่าผมไม่อาจควบคุมสติคืนมาได้ ภาพที่ผมเห็นคือเลือดมากมายจากคอของผู้ชายที่ผมกระโจนใส่ เขากรีดร้องลั่น ความเจ็บกระหน่ำไปทั่วร่างกายเมื่อโดนผมกัดเข้าที่คออย่างจัง

 

           ในหัวผมคิดแค่ว่าต้องฆ่ามัน ต้องจัดการให้กลิ่นนี้หายไปให้ได้

 

           ผมกัดเขาแรงมาก ด้วยฟันฉลามทำให้คอเขาเหวอะจนน่าใจหาย

 

           ภาพตรงหน้ากลายเป็นสีแดงแสดงให้เห็นว่าผมได้เปลี่ยนเป็นตัวอันตราย ผมอยากเห็นเขาตาย ทว่าแม่กลับมาห้ามผมไว้

 

หมับ !

           

           “ซีน ! ซีน หยุดนะ !”

 

           “กรรจ์ !” ผมขู่กรรโชกไม่ต่างจากฉลามหวงเหยื่อ แม่กอดผมจากด้านหลังพยายามลากผมให้ห่างจากผู้ชายคนนั้นที่ยกมือกุมคอตัวเองและมีคนมาช่วยเขาไว้ ผมไม่รู้ว่าเขาตายหรือเปล่า ผมรู้แค่ว่าผมสะใจ ผมอยากขย้ำเขาทั้งตัว อยากเห็นมันตาย

 

           ผมอยากกลืนมันลงท้องไป

 

           “ซีนตั้งสติ !” แม่ตะคอกจากด้านหลังพาให้ผมหันขวับไปมอง นาทีนั้นแม่เบิกตากว้าง ไม่รู้ว่าตกใจอะไรผมกันแน่ รู้แค่ว่าคำพูดของแม่ทำผมหงุดหงิด ผมกำลังล่าเหยื่อทำไมแม่จะต้องมาห้ามแบบนี้ พาให้ผมดิ้นพล่านอยู่ในวงแขนเขา สลัดเขาอย่างแรง ซ้ำยังถอยหลังให้ร่างเขากระแทกกับชั้นวางของด้านหลัง

 

           กลิ่นคาวเลือดยังคงเรียกร้องให้ผมกลับไปจัดการมัน

 

           ผมหันขวับไปมองร่างผู้ชายคนนั้นอีกครั้ง

 

           “ตัวประหลาด ! ตัวประหลาด !”

 

           “กรรจ์ !” ผมย่นคิ้วแยกเขี้ยวอวดฟันฉลามใส่คนที่ชี้หน้าด่าผมเป็นตัวประหลาด สมองผมทำงานช้ามาก ไม่สามารถประมวลผลได้ว่าคำนั้นเป็นคำด่าผมหรือยกย่องสิ่งที่ผมทำ รู้แค่ว่ามันทำให้ผมไม่พอใจนักจนอยากจะเข้าไปกระชากลิ้นคนที่พูดคำนั้น

 

           ถ้าไม่ติดว่าแม่กระชากผมให้กลับมาเผชิญหน้ากัน

 

           และฝ่ามือขาวก็ตบลงมา

 

เพียะ !

 

“ตั้งสติเดี๋ยวนี้ !”

 

           “อึก !” เหมือนระฆังเตือนสติให้ผมกระชากวิญญาณด้านดีกลับเข้าร่าง แรงตบจากฝ่ามือแม่แรงมากพอที่จะทำให้แก้มผมแดงเป็นรอยมือ ซ้ำยังมีเลือดไหลมุมปากอีก ทว่าคราวนี้ผมไม่ได้โกรธเขา กลับกันผมเบิกตากว้าง หอบหายใจด้วยความแพนิคปนตื่นตระหนก

 

           เวลานี้เราอยู่กลางห้าง ข้าวของกระจัดกระจายด้วยฝีมือผม และมีผู้ชายคนหนึ่งนอนเลือดอาบท่ามกลางผู้คน

 

           เกิดอะไรขึ้น

 

           เมื่อกี้ผมทำอะไร

 

           ผมงุนงงไม่เข้าใจ นิ่งค้างกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ฟันฉลามหายไปแล้ว เหลือทิ้งไว้แค่ความเจ็บกลางอก กลิ่นหอมนั่นก็หายไปด้วยคล้ายกับโดนดูดให้ไม่เหลือซาก ในตอนนั้นผมไม่ต่างจากคนความจำเสื่อม ผมไม่รู้ว่าตัวเองทำอะไรลงไปบ้าง

 

           ทั้งที่ผมเห็นภาพทุกอย่าง

 

           แต่ผมเหมือนเป็นผู้ชมมากกว่าเป็นคนกระทำ

 

           ผมถูกขังโดยอสุรกายในร่างตัวเอง

 

           “นี่มัน...อะไรกัน” ผมพูดเสียงแผ่วตกใจกับสิ่งที่เห็น รสชาติขมปร่ายังคงติดลิ้นและเปื้อนปากผมปเนหลักฐานอย่างชัดเจนว่าผมพลาดพลั้งไปแล้ว “ผะ...ผมทำอะไรลงไป”

 

           “ซีน่อน ตั้งสติ ใจเย็นไว้”

 

“แม่ครับ เมื่อกี้มันเกิดอะไร”

 

“…!!!”

 

“ผมทำ...ผมทำทั้งหมดเหรอ” ผมถามเสียงสั่น เนื้อตัวสั่นไหว ความหวาดกลัวครอบงำจนอยากร้องไห้ ผิดกับแม่ที่มองผมด้วยสายตาสงสัยปนตกใจ เขาจับแขนผมไว้ทั้งสองข้างแม้เนื้อตัวจะบอบช้ำจากการโดนผมทำร้าย ถึงแม่จะใส่เสื้อแขนยาวผมก็สัมผัสได้ว่าแม่เจ็บแค่ไหน

 

นั่นทำให้ผมยิ่งเป็นบ้าเข้าไปใหญ่

 

“ผมเป็นอะไรไป”

 

“ตัวประหลาด !”

 

“!!!”

 

“เห็นฟันฉลามนั่นไหม”

 

“เขากัดคนเลือดออกปากตาย”

 

“สัตว์ประหลาด สัตว์ประหลาดแน่ๆ” หลากคำพูดลอยเข้ามาในหูผมตอกย้ำถึงความผิดที่ผมไม่รู้ตัวสักนิดว่าได้ลงไปแล้ว คนรอบด้านที่เห็นเหตุการณ์ต่างสาปแช่ง มีตำรวจและยามวิ่งมาหา เขาดูสภาพของคนที่ถูกกัดจนเลือดออกแล้วตวัดสายตามามองผม

 

ผมเห็นความหวาดกลัวจากดวงตาทุกคนที่มองมา

 

นาทีนั้นผมตัวสั่นมาก ผมไม่รู้ว่าควรจะจัดการยังไง พลันแม่ก็กอดผมไว้

 

“อย่าเอาลูกผมไป”

 

“แม่...แม่ครับ”

 

“เขาไม่ใช่ตัวอันตราย”

 

“…”

 

“ถ้าคุณจะจับคนร้าย จับผมเลย ผมผิดเอง” 

 

           คำพูดนั้นทำผมร้องไห้อยู่ในอ้อมกอดแม่ เราต่างหวาดกลัวกับสิ่งที่เกิดขึ้น แต่แม่ก็เลือกที่จะปกป้องผมและยอมรับความผิดแทนผมทั้งที่เขาไม่ได้ทำ ในขณะที่ผมตัวสั่นอยู่ในวงแขนเขา พยายามคิดทบทวนว่าตัวเองทำอะไรลงไปบ้าง

 

           ผมไม่รู้เลย ไม่รู้เลยจริงๆ ว่าพลาดพลั้งไปได้ยังไงกัน

 

           เหมือนถูกขังให้อยู่แต่เบื้องหลังแล้วถูกกระชากให้มาเป็นแพะรับบาปในสิ่งที่ตัวเองไม่ได้เป็นคนก่อ ถึงอย่างนั้นก็ไม่มีคำด่าทอจากปากแม่ มีเพียงแค่อ้อมกอดแห่งการปกป้อง

 

           ท่ามกลางสายตาคนนับร้อย

 

           “แม่จะไม่ยอมให้เขาเอาลูกไป” 

 

           แม่ครับ ผมขอโทษ

 

 

           ผู้ชายคนนั้นถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลแต่ลักษณะอาการมีสิทธิ์ที่จะตายก่อนถึงที่หมาย มีคนมากมายจับจ้องเราสองคนตอนตำรวจพาเราขึ้นรถไป ระหว่างที่ตำรวจพาเราออกไปจากจุดเกิดเหตุ แม่ยังคงกอดผมไว้ไม่ปล่อย ผมรับรู้ได้ถึงความกังวลของแม่ รวมถึงความรู้สึกหลากหลายที่จู่โจมไม่มีพัก

 

           ส่วนนึงเป็นความรู้สึกผิดที่มาจากการห้ามผมไม่ทัน ซึ่งผมไม่โทษเขา

 

           ผมโทษตัวผมเอง

 

           “โซล ซีน เกิดอะไรขึ้น”

 

           “อาครับ” ทันทีที่รถตำรวจจอดหน้าบ้าน อาโนเอลเป็นคนแรกที่วิ่งมาถามด้วยความห่วงใย เราสองคนลงจากรถโดยมีตำรวจอีกสองนายยังรออยู่ที่เดิม แม่ถอนหายใจเลื่อนสายตาไปมองพ่อๆ ที่ต้องการคำอธิบายในเรื่องนี้

 

           แม่โทรหาพ่อแล้วว่าเกิดเรื่องขึ้นนิดหน่อย แค่ไม่ได้บอกว่ามันใหญ่กว่าที่คิด

 

           “พาซีน่อนเข้าบ้านเถอะโนเอล ทางที่ดีพาเขากลับบ้านคุณเลยจะดีกว่า”

 

           “ทำไมล่ะ มันเกิดอะไรขึ้นโซล ทำไมตำรวจถึงต้องมา ?”

 

           “ผมจำเป็นต้องไปโรงพักเพื่อฟังข้อหา”

 

           “ว่าไงนะ”

 

           “ได้โปรดพาซีน่อนกลับไปก่อนนะ วันนี้เขาเจ็บปวดมากพอแล้ว”

 

           “แม่ครับ...” ผมกัดปากแน่นอยากเข้าไปกอดแม่ ทว่าแม่กลับลูบหัวผมเหมือนบอกให้กอดอาไว้ “ผม...ผมไม่อยากให้แม่ไป แม่ไม่ได้ผิด ผม...ผมรับผิดชอบเองได้”

 

           “แต่แม่ยอมไม่ได้ถ้าจะต้องเสียลูกไป”

 

           “โซล”

 

           “แม่จะจัดการเรื่องนี้เอง” สายตาของแม่หนักแน่นหากแต่มองลึกเข้าไปจะเต็มไปด้วยความหวั่นใจปนกังวล แม่ผ่านเรื่องนี้มาเยอะจนเหนื่อยล้า ผมเข้าใจดีถึงรู้สึกผิดมากที่ทำแม่เดือดร้อนและเป็นฝ่ายออกตัวรับกรรมแทน “ดาย ดีแลน คุณอยู่ที่นี่กับซีวานนะ หรือทางที่ดีช่วยขับรถตามไปส่งซีน่อนที่บ้านโนเอลที อย่าปล่อยให้เขาไปคนเดียวเด็ดขาด”

 

           “แล้วคุณล่ะโซล คุณจะไปคนเดียวได้ยังไงกัน” พ่อดีแลนเอ่ยทัก “ผมไม่ยอมให้คุณไปคนเดียวหรอกนะที่รัก ผมจะไปกับคุณ”

 

           “ไม่เป็นไรดีแลน ผมไปคนเดียวจะดีกว่า แค่รับทราบข้อกล่าวหาน่าจะไม่อะไรมาก” แม่ถอนหายใจ “และผมจะแวะไปดูอาการคนคนนั้นด้วย เขาเป็นสาเหตุที่ทำให้เรื่องนี้มันใหญ่”

 

           “งั้นผมไปส่งน้องกับอาเอง”

 

           “ซีวาน”

 

           “พ่อไปกับแม่เถอะครับ เวลานี้แม่ไม่ควรไปสู้คนเดียว” คำพูดนั้นทำให้ทุกคนหันไปมองซีวานที่เดินออกมาจากบ้าน แม้สีหน้าจะเรียบนิ่งทว่าก็เต็มไปด้วยความจริงจังที่น่ากลัวเกรงยิ่งกว่าอะไร พี่น่ะพออายุมากขึ้นก็ยิ่งน่าเกรงขามราวกับว่าเขาเป็นราชาครองโลกใบนี้ได้

 

           เสียดายที่เขาไม่เคยคิดอยากมีอำนาจเหนือใคร

 

           “ส่วนเรื่องน้องไม่ต้องห่วง ผมจัดการเอง ผมโทรบอกแดเนียลแล้วด้วย เขาจะกลับบ้านเร็วๆนี้เพื่อรอพ่อแม่กลับมา”

 

           “แน่ใจเหรอซีวาน แล้วเรื่องเซลีนล่ะ ?”

 

           “ผมจัดการเรียบร้อยแล้วครับ และเรื่องของน้องมันใหญ่กว่า” เขาเลื่อนสายตามามองผมที่กัดปากแน่นมาก “เวลานี้เราต้องดูแลกันและกันมากกว่าจะไปสนใจคนอื่น ถ้าแม่กลับจากโรงพักแล้วช่วยโทรบอกด้วยนะครับ ส่วนผมจะค้างที่บ้านอาคืนนี้เพื่อดูแลน้องไปพร้อมกัน”

 

           “พี่ครับ”

 

           “ไม่ต้องห่วงอะไรทั้งนั้น ทุกอย่างจะเรียบร้อย พี่สัญญา” นาทีนั้นผมน้ำตาไหลอีกครั้ง ไม่ชอบที่ตัวเองเป็นภาระของคนอื่นแบบนี้ แต่ผมก็ไม่รู้จะทำยังไงกับตัวเองดี ผมทำได้แค่ขอความช่วยเหลือจากคนอื่นเท่านั้น ซึ่งพอพวกเขาตกลงกันแม่ก็หอมหัวผม กอดผมอีกครั้งและเช็ดน้ำตาให้

 

           “ไม่ต้องร้อง แม่รู้ว่าตอนนี้มันทำใจให้เข้มแข็งยาก แต่อย่าอ่อนแอให้พวกมันได้ใจ”

 

           “ผม ฮึก ผมไม่อยากให้แม่ไป พวกเขาจะมองแม่ในแง่ร้ายทั้งๆที่ผมเป็นคนทำ” ผมว่าเสียงสั่น “ผมกลายเป็นสัตว์ประหลาดไปแล้ว ฮึก ผมไม่ใช่คนปกติ”

 

           “ไม่ซีน ลูกปกติดี แค่ตอนนี้ลูกกำลังแพนิก” แม่เอ่ยเสียงหนัก “ฟังแม่นะ ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นจงเข้มแข็งเท่านั้น มีสติและอย่าโทษตัวเองจนลืมทุกอย่าง ลูกเข้มแข็งกว่านั้นและลูกมีพวกเรา”

 

           “ฮึก ฮือ”

 

           “อดทนหน่อยนะลูกรัก พวกเราจะช่วยกันแก้ไขมัน ระหว่างนี้ผมฝากคุณดูแลเขาด้วยนะโนเอล”

 

           “ผมจะดูแลให้ดี ผมสาบาน” อาโนเอลพูดพร้อมกอดไหล่ผมไว้ นั่นทำให้ผมแม่ยิ้มบางๆ พลางพยักหน้า “แล้วคุณโอเคเหรอ คุณเองก็ดูแย่ไม่ต่างกัน”

 

           “ผมยอมเหนื่อยถ้ามันช่วยให้ครอบครัวผมปลอดภัยจากคนพวกนั้น”

 

           “โซล”

 

           “พาซีน่อนไปซะ อย่าให้เขาต้องเจ็บปวดอีก” คำพูดอาจฟังดูบังคับทว่าน้ำเสียงกลับเต็มไปด้วยการวอนขอ ตำรวจที่รออยู่ในรถบีบแตรเตือนพาให้แม่ต้องถอนหายใจและยิ้มให้ผม เขาหอมหัวผมอีกรอบก่อนจะเดินขึ้นรถไปกับพ่อทั้งสองที่ไม่ปล่อยเขาไปคนเดียว

 

           ส่วนอากับพี่ซีวานพาผมขึ้นรถ ขับตามเขาไปก่อนจะแยกทางกันเพราะบ้านอาไปอีกทาง

 

           ผมได้แต่มองภาพรถตำรวจเลือนหายลับไปในสายตา

 

           ผมรู้สึกเหมือนสูญเสียบางอย่าง

 

           บางอย่างที่สำคัญมากๆ

 

หมับ !

 

           “เฮ้ มองอา”

 

           “อะ...”

 

           “มองมาที่อาซีน” ผมสะดุ้งก่อนจะเลื่อนสายตาไปมองคนด้านข้างที่เอื้อมมือมาจับมือผม ซีวานนั่งอยู่เบาะหลัง จับจ้องผมเพื่อสังเกตพฤติกรรมถึงอย่างนั้นมันก็เต็มไปด้วยความห่วงใยไม่ต่างจากคนที่นั่งฝั่งคนขับ อาบีบมือผมเบาๆ ให้ผมยึดเขาเป็นเสาหลัก “ทุกอย่างจะต้องเรียบร้อย แม่เราเอาอยู่น่า”

 

           “แต่ผมเป็นคนทำผิดนะครับอา ผมควรจะเป็นคนที่ไปโรงพัก”

 

           “ตกลงมันเรื่องอะไรกัน ทำไมมันถึงดูใหญ่ขนาดนั้น” อาเลิกคิ้วถาม “มันเกิดอะไรขึ้นตอนไปที่ห้างเหรอ”

 

           ผมเงียบ เม้มปากแน่นไม่กล้าพูดสิ่งที่ทำ มันมีอิทธิพลกับหัวใจผม ร้ายแรงพอที่จะเป็นแผลฉกรรจ์ไม่ต่างจากการโดนฉลามกัด ซึ่งอาก็ให้เวลาผม เขาไม่ได้คาดคั้นอย่างที่ควรทำ ส่วนผมก็ไม่รู้จะเริ่มต้นยังไง ภาพที่ผมทำร้ายผู้ชายคนนั้นยังลอยวนอยู่ในหัว ถ้าเกิดเขาตายมันจะกลายเป็นตราบาปแสนน่ากลัว

 

ลำพังแค่ตอนนี้มันก็หลอกหลอนผมไม่หยุด

 

           “มีกลิ่นเลือดอยู่บนตัวนายตั้งแต่เจอกัน” พลันผมก็ชะงักตอนพี่ชายทักขึ้นมาแบบนั้น “กลิ่นเลือดมนุษย์ พี่เดาว่านายคงพลาดท่า”

 

           “ผม...ผมไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับตัวเอง รู้ตัวอีกทีผมก็กัดเขา”

 

           “กัดเหรอ ?”

 

           “ผมมีฟันฉลามงอกออกมา”

 

           “…!!!”

 

   “ผมกลายเป็นตัวประหลาดที่พลั้งมือทำร้ายคน” 

 

           “อย่าคิดอย่างนั้นสิ เราไม่ใช่ตัวประหลาดสักหน่อย” อาย่นคิ้วใส่ “แต่ที่บอกว่ามีฟันฉลามออกมาคือเรากลายร่างเหรอ ?”

 

           “ผมไม่แน่ใจ มันเหมือนผมควบคุมตัวเองไม่ได้” ผมพยายามอธิบาย “ก่อนหน้านี้มันมีคนปล่อยรถเข็นมาชนผมอัดกับชั้นวางของ แล้วเหมือนผมจะโกรธ ไม่สิ เหมือนว่าถูกกระตุ้นให้โกรธมากกว่า”

 

           “หมายความว่าไงที่ว่าถูกกระตุ้นน่ะ”

 

           “ผมได้กลิ่นบางอย่าง”

 

           “กลิ่นเหรอ ?”

 

           “ใช่ มันเหมือนฟีโรโมนที่ถูกปล่อยออกมา” ผมคิดถึงตอนนั้นเพื่อให้ทั้งอาและซีวานช่วยวิเคราะห์เรื่องที่เกิดขึ้น “ผมไม่รู้ว่ากลิ่นมันมาจากไหน มันไม่เชิงหอมนะ แต่มันกระตุ้นผมให้กลายร่างออกมา กลิ่นมันแรงมาก มากจนผมควบคุมตัวเองไม่ได้ รู้ตัวอีกทีก็พลาดพลั้งไป”

 

           “แล้วทำไมนายถึงกัดคนคนนั้น เขาเกี่ยวอะไร ?”

 

           “ผมไม่รู้ แต่ผมรู้สึกว่าเขาคือคนปล่อยกลิ่นนั้นมากวนใจ”

 

           “…”

 

           “มันเหมือนเวลาเราเทเลือดกับเศษเนื้อล่อฉลาม พอฉลามมันรู้ว่าถูกหลอกก็อาละวาดกัดคนทำ” ผมเปรียบเทียบให้เห็นภาพเพราะตอนนั้นผมก็รู้สึกอย่างนั้นจริงๆ “ตอนที่มันตื่นขึ้น ผมเหมือนเป็นแค่คนดูอยู่ฉากหลัง ผมห้ามมันไม่ได้ ไม่มีสิทธิ์แม้จะตัดสินใจด้วยซ้ำ แต่กลับต้องเป็นคนรับกรรมและยังทำให้แม่เดือดร้อนไปด้วยอีก”

 

           “เรื่องนั้นไว้ให้แม่จัดการเถอะซีน เรื่องที่ควรคุยตอนนี้คือเรื่องกลิ่นมากกว่า” ซีวานจับประเด็นให้ผมตั้งมั่นกับต้นเหตุมากกว่าผลกรรมที่ตามมา “เราต้องหาให้ได้ว่ากลิ่นนั้นมันคือกลิ่นอะไร ถึงกระตุ้นนายให้กลายร่าง ไม่อย่างนั้นมันอาจทำอีกเพื่อให้นายแสดงผลตามที่ต้องการ”

 

           “พี่พูดอย่างกับว่าผมกำลังถูกทดสอบอยู่”

 

           “แล้วมันไม่ใช่แบบนั้นหรือไง”

 

           “ซีวาน”

 

           “ตั้งแต่ที่เซลีนปรากฎตัวนายก็ถูกกระตุ้นให้กลายร่าง พี่ค่อนข้างมั่นใจนะว่าเซลีนถูกส่งมาเพื่อกระตุ้นยีนส์ฉลามในตัวนาย” คนเป็นพี่พูดอย่างจริงจัง “และถ้าพี่เป็นคนส่งเธอมา พี่ก็อยากเห็นผลลัพธ์ว่านายจะเป็นยังไงต่อไป พี่คิดว่าคนคนนั้นอาจคาดการณ์ไว้หมดแล้วก็ได้ และที่ทำกับนายวันนี้ก็เพื่อพิสูจน์นายว่าเป็นไปอย่างที่คิดไหม”

 

           “แปลว่าผมกำลังตกอยู่ในการทดลองของเจมส์ใช่ไหม”

 

           “ก็อาจเป็นได้”

 

           “…”

 

           “คนคนนั้นร้ายกว่าที่เราคิด” ทุกคนในรถถึงกับเงียบไปเลยเมื่อซีวานพูดคำนี้ ไม่อยากเชื่อเลยว่าคนที่เราตามกันมาเป็นปีจะกลับมาพร้อมกับแผนการที่ฝังรากไว้ตั้งแต่เริ่มแรก ผมหวนนึกถึงคำพูดของเซลีนที่บอกว่าเจมส์ได้เลือดของพวกเราทุกคนในบ้านไปจากหมอโทแวนที่รักษาเรา

 

           จากที่ไม่เคยเชื่อว่าเขาจะทำ ตอนนี้ผมเริ่มปักใจแล้วว่าตัวเองก็เป็นหนึ่งในตัวทดลองที่เขาใช้งาน และที่เขาต้องตายอาจเป็นส่วนนึงเพื่อไม่ให้เราสืบค้นก็ได้

 

           คำพูดของเซลีนเริ่มแสดงให้เห็นแล้วว่ามันเป็นจริงแค่ไหน

 

           ทุกอย่างกำลังเปลี่ยนไป

 

           “เขาคิดจะทำอะไรกันแน่นะ” ผมพึมพำ “ทำไมเขาต้องมายุ่งกับครอบครัวเราด้วย”

 

           “จนกว่าจะหาตัวเขาเจอ เราก็ทำได้แค่เดา” ซีวานตอบกลับ “ถ้าเรารู้ว่าเขาเป็นใคร เราอาจจะตามเขาทันมากกว่านี้”

 

           “งั้นเราควรทำไง เจมส์ไม่เปิดตัวง่ายๆ อย่างที่เราพยายามตามหามาหลายปี”

 

           “แต่พี่คิดว่าเขาจะต้องเปิดเผยตัวเร็วๆนี้”

 

           “หืม ?”

 

           “เพราะถ้าเขาได้เลือดของแดเนียลไปแล้วอย่างที่เซลีนบอกจริง และกำลังทดลองกับนายที่เป็นครึ่งฉลามแบบนี้ ก็มีสิทธิ์ที่รายต่อไปจะเป็นพี่” ผมถึงหันขวับไปหาซีวาน ขมวดคิ้วใส่เขาอย่างไม่เข้าใจ “เพราะพี่เป็นคนเดียวที่ไม่มีผลอะไรกับใคร เขาอาจอยากได้ในสิ่งที่พี่มีก็ได้”

 

“แบบนั้นก็แย่น่ะสิ เท่ากับว่าเขาจะไม่มีวันปล่อยเราไป”

 

“แต่ถ้าเขามาหาพี่ พี่ก็จะไม่ปล่อยเขาไป”

 

“ซิล”

 

“พี่จะทำให้เขาเสียใจที่มาวุ่นวายกับเรา” แววตาของซีวานวาวโรจน์ขึ้นมาอย่างโกรธจัด ตั้งแต่เกิดมาผมไม่เคยเห็นพี่โกรธใครเลยสักครั้ง เวลาไม่พอใจเขามักจะเงียบและใช้รังสีอาฆาตแผ่ออกมามากกว่า แต่นี่เขาแสดงออกชัดเลยว่าไม่พอใจอย่างมากชนิดที่เอาผมหงอลงอย่างบอกไม่ถูก

 

มันเหมือนกับฉลามตัวเล็กที่พอเจอเมกาโลดอนก็จะรีบล่าถอย ต่อให้มั่นใจว่าตัวเองตัวใหญ่แค่ไหนก็ไม่อาจต่อกรกับสัญชาตญาณสัตว์ที่ใหญ่กว่าได้

 

ความเป็นฉลามของซีวานยิ่งใหญ่กว่าของพ่อดายซะอีกเหมือนว่าเขาก้าวข้ามขีดจำกัดนั้นไปแล้ว

 

ทำเอาผมอดเกรงกลัวในฐานะฉลามตัวนึงไม่ได้ สัตว์ร้ายในร่างก็สั่นไหวจนต้องบีบมืออาไว้

 

“ซีวาน น้องกลัวหมดแล้ว” อาปรามขึ้นมาทำให้พี่ชะงักก่อนจะเลื่อนสายตามาทางผมที่ตัวสั่น “ใจเย็นลงหน่อย ถึงไม่ได้กลายร่างแต่สัญชาตญาณเราแรงมากเลยนะ”

 

“ขอโทษครับ” เจ้าตัวพูดพร้อมถอนหายใจช้าๆ ไม่นานความกดดันก็เปลี่ยนไปเป็นความสบายใจที่ได้อยู่ด้วยกัน “โทษทีนะซีน”

 

“ไม่เป็นไรครับ ผมรู้ว่าพี่โกรธที่บ้านเราถูกรุกราน” ผมระบายยิ้มบางๆ “แต่เราทำอะไรไม่ได้เลยเหรอ นอกจากปล่อยให้เขาเล่นเกมกับพวกเราโดยที่เราไม่รู้ว่าเขาจะปรากฏตัวเมื่อไหร่”

 

“พี่ก็ไม่ได้อยากให้เป็นแบบนั้น แต่การตามหาตัวเจมส์มันยิ่งกว่างมเข็มในมหาสมุทรซะอีก”

 

“ไม่ก็เหมือนการตามหาศูนย์วิจัยกลางทะเล”

 

“หา ?”

 

“เจมส์ก็เหมือนกับอีดีเอสที่ต้องว่ายข้ามทะเลไปหามัน” จู่ๆ อาก็พูดขึ้นมาแบบนั้นพลางส่ายหัวเหนื่อยหน่าย อีดีเอสคือศูนย์วิจัยกลางทะเลที่คุณตาเป็นคนสร้างไว้ก่อนตาย แม่เป็นคนดูแลที่นั่นก่อนจะเผามันทิ้งไป ตอนนี้มันกลายเป็นแค่เศษซากตึกร้างใต้ทะเลแล้ว

 

ถึงอย่างนั้นเรากลับไปที่นั่นบ่อยๆ มันเป็นแหล่งล่าเหยื่อของพ่อด้วยเลยชอบแวะไป ส่วนผมนานๆ ไปทีถ้าไม่มีใครไปเป็นเพื่อนเนื่องจากต้องขับเรือไป

 

แต่พออาพูดมันกลับจุดประกายให้ผมกับซีวานขมวดคิ้วใส่

 

“แล้วถ้าเจมส์คิดจะสร้างอีดีเอสเหมือนที่แม่ทำ มันจะเป็นไปได้ไหม ?”

 

“เราหมายความว่าไง”

 

“ก็ถ้าผมเป็นเขาที่ไม่อยากเปิดเผยตัวต่อสายตาใคร ผมก็ต้องเลือกอยู่ในที่ไกลแสนไกล”

 

“…”

 

“ในเมื่อบนบกหาตัวง่าย ก็ต้องอยู่ในน้ำที่ไม่ใครหาเจอ” 

 

ฝากส่งฟีดแบ็ก #ฉลามซ่อนรัก ด้วยน้า  

เปิดพรี 21 พค -23 กค นาจา เก็บเงินรอเลยย* 

LOADING 100 PER 

สัตว์ประหลาดถูกกระตุ้นให้แปรสภาพแสนน่าหวาดหวั่น 

ไม่มีใครคิดว่าเรื่องนี้จะเกิดขึ้นในระยะเวลาสั้นๆ ที่ได้อยู่ด้วยกัน 

ฟีโรโมนของใครบางคนโหมกระหน่ำ มาพร้อมกับปริศนาพวงมาโดยรถเข็น 

งานนี้กลายเป็นข่าวใหญ่ทุกคนจะได้เห็นความน่ากลัวที่ชัดเจน 

และแรงอารมณ์ได้ปลุกอสุรกายในร่างให้ออกมาเด่น  

จงระวัง มันกำลังมาหาคุณ 

หวีดลงแท็กด้านล่างเมื่อพูดถึงความแซ่บของนิยายเรื่องนี้ 

#ฉลามซ่อนรัก 

Follow Me 

Twitter : ael_2543 

PAGE : Avery Pie 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว