ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 20 แผนการ

ชื่อตอน : ตอนที่ 20 แผนการ

คำค้น : แต่งงาน, เย็นชา, ภรรยา, นิยายรัก, โรแมนติก, ดราม่า, แอบรัก, เมียจ้าง, พระเอกรวย, พระเอกซึน

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 518

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 03 พ.ค. 2564 17:39 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 20 แผนการ
แบบอักษร

อัยย์มองดูเสื้อผ้าสวยๆ ที่ถูกนำออกมาโชว์ให้เธอเลือก มีเพียงเธอและพลอยใสเท่านั้นที่ยังไม่มีชุดไปงานเพราะดูเหมือนว่าทางร้านจะเตรียมเสื้อผ้าไว้ให้คนอื่นๆ อยู่ก่อนแล้ว 

แม่สามีช่วยเธอเลือกชุดอย่างกระตือรือร้นเสียจนอัยย์อดระแวงไม่ได้ สัญชาตญาณบอกเธอให้ระวังตัว  

อัยย์พยายามสังเกตชุดที่ถูกนำมาให้ลองเผื่อว่าจะมีรอยปริขาดหรือมีเข็มซ่อนอยู่ แต่เมื่อผ่านไปสักพักเธอก็รู้ว่าระแวงไปเองเพราะทุกชุดถูกตัดเย็บอย่างเรียบร้อยและงดงามไม่มีที่ติ แถมแม่สามียังถึงขั้นถ่ายรูปไว้ให้เธอดูเปรียบเทียบอีกต่างหาก 

ทุกอย่างดูเป็นไปได้ด้วยดีเสียจนอัยย์เริ่มกลัว กลัวว่าถ้าเผลอไว้ใจแล้วจะถูกหักหลังเหมือนที่ผ่านมา 

หลังจากลองชุดมามากมาย อัยย์ก็ถูกใจชุดสีเขียวมรกตที่เธอเห็นว่ามันขับผิวของเธอให้ดูขาวผ่องมากกว่าเดิม แต่....เธอกลับไม่ได้ใส่ชุดที่ต้องการ แม่สามียืนยันว่าชุดนั้นไม่เหมาะกับอัยย์  

และยืนยันให้อัยย์ใส่ชุดสีชมพูอ่อนๆ กระโปรงบานที่ดูเชยแทน แม่สามีให้เหตุผลว่าอยากให้เธอดูอ่อนหวานในสายตาทุกคน..............แต่ใครจะเชื่อ 

ว่าแล้ว....ว่าต้องโดนอะไรสักอย่าง พวกเขาจงใจเลือกชุดแย่ๆ ให้เธอ แต่เลือกชุดสวยๆให้กับ....พลอยใส 

อัยย์แอบถอนหายใจ เธอจะต้องทนกับอะไรแบบนี้ไปอีกหนึ่งปีใช่ไหม 

หลังจากทุกคนแต่งตัวเสร็จแล้วก็พากันแยกย้ายไปขึ้นรถที่ถูกเตรียมไว้ อัยย์ที่นั่งอยู่บนรถคนละคันกับแม่สามี ตระหนักได้ทันทีว่า นี่เป็นแผนการที่ถูกเตรียมการไว้อย่างดี  

นี่ไม่ใช่การพาเธอไปงานเลี้ยง แต่เป็นการพาเธอไปเชือดต่างหาก..... 

หน้าจอโทรศัพท์ที่สว่างวาบขึ้นมาทำให้อัยย์รู้สึกใจชื้น ข้อความจากสามีที่ส่งมาช่วยทำให้เธอรู้สึกโดดเดี่ยวน้อยลง แต่เมื่อเปิดข้อความอัยย์ก็ต้องเม้มปาก ภาพที่เขาส่งมาเป็นภาพของเธอเองที่อยู่ในเดรสเปิดไหล่สีเขียวที่เธอต้องการใส่ ผมที่เริ่มยาวเคลียไหล่ของอัยย์ถูกมวยไว้เผยให้เห็นลำคอขาวผ่อง มันเป็นชุดที่เธอชอบที่สุด 

“ชุดนี้เหมาะกับคุณมาก คืนนี้ผมอยากจะกอดผู้หญิงที่อยู่ในชุดนี้” 

“ฉันจะรอนะคะ” ข้อความที่ส่งนั้นอ่อนหวานแต่อัยย์นั้นขบกรามแน่น 

ใช่....เธอรู้ดี ชุดนี้เหมาะกับเธอ 

แต่คนที่ใส่ไม่ใช่เธอ............... 

มือของอัยย์กำโทรศัพท์ไว้แน่น แววตาที่เริ่มมีประกายร้อนแรงเหลือบมองไปข้างๆ 

บนที่นั่งข้างๆ อัยย์คือพลอยใสอยู่ในชุดเดรสสีเขียวตัวนั้น แถมยังมวยผมเหมือนกับตอนที่เธอลองชุดนี้  

ความวุ่นวายและเหนื่อยล้าที่ต้องเปลี่ยนชุดไปมาทำให้เธอลืมคิดไปว่าภาพลักษณ์ของพลอยใสในตอนนี้ ดูเผินๆแล้วเหมือนผู้หญิงที่อยู่ในรูปนั้น......... 

ถ้ามองจากข้างหลัง ถ้ามีไฟสลัว ถ้าผู้หญิงคนนั้นไม่พูดอะไรเลย ตะวันก็คงจะเข้าใจผิดว่าผู้หญิงคนนี้คือเธอ 

นี่สินะแผนที่พวกเขาวางไว้ เธอมั่นใจเต็มร้อยว่าพวกเขาจะทำอะไรบางอย่าง เมื่อไปถึงงานเลี้ยง.... 

คิดไม่ถึงว่าแม่สามีที่ดูผู้ดีเสียเหลือเกินจะทำได้ถึงขนาดนี้ แต่ก็นั่นแหล่ะ เธอเจอมาเยอะเสียจนไม่รู้สึกผิดหวังกับการกระทำของใครอีกแล้ว...... 

เธอไม่คิดว่าจำเป็นจะต้องบอกตะวันให้รู้ตัวก่อน เธอไม่อยากเป็นคนขี้ฟ้องและคนอย่างเขาก็ฉลาดพอที่จะเข้าใจสถานการณ์ได้เอง 

 

ไม่นานพวกเธอก็เดินทางมาถึงสถานที่จัดงาน  

งานเลี้ยงเล็กๆ เหรอ?................ 

เล็กกับผีน่ะสิ.............. 

อัยย์เงยหน้ามองคฤหาสน์หลังใหญ่ที่มีน้ำพุอยู่ด้านหน้า รถหรูหลายคันจอดเรียงรายบ่งบอกว่าแขกมาถึงหลายคนแล้ว  

เธอหันไปมองผู้หญิงที่ยืนอยู่ข้างๆ แม้จะไม่แน่ใจว่าพลอยใสรู้เห็นเรื่องนี้ด้วยหรือเปล่า แต่การที่เธอยอมปล่อยให้พวกผู้ใหญ่จัดแจงแต่งหน้าแต่งตัวให้แบบนี้ถึงไม่ใช่ศัตรูแต่ก็คงเรียกว่ามิตรไม่ได้เหมือนกัน 

ทั้งคู่เดินตามหลังแม่และป้าของตะวันเพื่อก้าวเข้าสู่ห้องรับแขกอันโอ่โถง แชนเดอร์เลียช่อใหญ่ที่ห้อยลงมาจากเพดานที่สูงหลายเมตร ห้องโถงของบ้านหลังนี้มีขนาดใหญ่พอๆ กับโรงแรมขนาดย่อมเลยทีเดียว 

แขกหลายคนที่อยู่ชุดราตรีหรูหราและเต็มไปด้วยเครื่องประดับราคาแพงต่างหันมามองแขกกลุ่มใหญ่ที่เพิ่งเข้ามา 

“คุณลลิลมาถึงเสียที....ทุกคนกำลังรออยู่เลย” ผู้หญิงที่อยู่ในชุดเดรสสีแดงที่คงจะเป็นเจ้าภาพของงานยิ้มกว้างแล้วปรี่เข้ามาต้อนรับแม่สามีของเธอ 

“กำลังบ่นกันอยู่เลย ว่าถ้าพวกคุณไม่มา มันคงน่าเบื่อแย่เลย”  

น่าแปลก....ที่แม่สามีของเธอดูเป็นคนสำคัญของที่นี่ ถ้าเธอมีหน้ามีตาในกลุ่มคนรวยมากขนาดนี้ ทำไมอัยย์ถึงไม่เคยเห็นหน้าของเธอในข่าวหรือคอลัมเกี่ยวกับสังคมไฮโซเลยนะ?.... 

เป็นเพราะแม่สามีทำให้เธอพลอยได้รับความสนใจจากคนในงานไปด้วย ผู้หญิงแปลกหน้าที่อยู่ในชุดสีชมพู เป็นใครกันนะ?.......... 

“หนูพลอยใสสวัสดีค่ะ” เจ้าภาพรับไหว้จากพลอยใสแล้วหันมารับไหว้จากอัยย์ที่ยืนอยู่ข้างกัน เธอมองอัยย์หัวจรดเท้า แม้ชุดสีชมพูของเธอจะดูเชยแต่เห็นได้ชัดว่ามาจากห้องเสื้อแบรนด์ดัง แถมหน้าตาก็ดูสะสวยเสียด้วย 

“แล้วคนสวยหน้าใหม่นี่ใครกันเหรอคะ? คุณลลิลดิฉันไม่เคยเห็นหน้ามาก่อนเลย” 

“อ๋อ..” คุณลลิลยิ้มค้างกะพริบตาปริบๆ เธอพาอัยย์มาที่นี่ตามแผนที่พี่สามีวางไว้ เธอเชื่อคำที่คุณอมรรัตน์เป่าหูว่า  

เธอหวังว่าอัยย์จะอับอาย เสียหน้าและรู้สึกต่ำต้อย และหากตะวันที่กำลังตามมาเข้าใจผิดว่าพลอยใสเป็นอัยย์จนเผลอแสดงท่าทีสนิทสนมใส่ ลูกสะใภ้ของเธอก็คงจะยิ่งอับอายหรือโมโหจนทะเลาะกับลูกชายเธอ 

แต่เมื่อถูกถามว่าอัยย์เป็นใครก็กลับเป็นตัวเธอเองที่รู้สึกลำบากใจที่จะพูดออกจากปากตัวเองว่าอัยย์เป็นลูกสะใภ้ 

ชั่วขณะนั้น ความรู้สึกเสียใจก็เข้าเกาะกุมหัวใจของเธอ เธอไม่น่าเชื่อพี่สามีและทำถึงขนาดนี้เลย เธอควรจะอดทนรอไปก่อนเพราะหากอยู่ด้วยกันไม่ได้ พวกเขาก็คงจะเลิกรากันไปเองและก็คงไม่มีใครรู้เรื่องของอัยย์ 

แล้วการที่เธอปล่อยให้อัยย์ใส่ชุดเชยๆ แบบนี้มางานก็เท่ากับเป็นการหักหน้าตัวเองว่าไม่ดูแลลูกสะใภ้ให้ดี 

ยิ่งคิดก็ยิ่งเสียใจที่เชื่อพี่สามี....... 

เมื่อเห็นว่าแม่สามีนิ่งไป อัยย์ก็ยิ้มหวานให้เจ้าภาพแล้วยกมือไหว้ “สวัสดีค่ะ” ไม่ให้เสียทีที่เป็นแอร์เก่า อัยย์ควบคุมทั้งใบหน้า บุคลิก รอยยิ้มและน้ำเสียงให้ดูเหมาะสมอย่างที่สุด  

“ดิฉันชื่อไอริณ เรียกสั้นๆ ว่าอัยย์ก็ได้ค่ะ อัยย์เป็นภรรยาของคุณตะวัน คืนนี้ก็เลยมีโอกาสตามคุณแม่มางานนี้น่ะค่ะ” 

เห็นแบบนี้ คุณลลิลก็อดยอมรับไม่ได้ว่าลูกสะใภ้ของเธอรักษากิริยาได้ดูแพงสมกับเป็นภรรยาของตะวัน 

หลังจากได้รู้ว่าอัยย์เป็นใคร หลายคนก็เข้ามาทำความรู้จักเธออย่างตื่นเต้น แต่อัยย์ก็รับมือได้ดี ผู้โดยสารเป็นร้อยคนบนเครื่องบินเธอยังดูแลมาแล้ว กับคนจำนวนแค่นี้ ทำไมเธอจะจัดการไม่ได้ 

คำชื่นชมถึงลูกสะใภ้ลอยมาเข้าหูคุณลลินทำให้เธอรู้สึกดีใจ แต่ก็ฉุกคิดขึ้นมาได้ว่านี่ไม่ใช่สิ่งที่เธอต้องการให้มันเป็น ความรู้สึกที่ตีกันไปมาอยู่ภายในหัว ทำเอาเธอมึนหัวจนต้องขอตัวไปพักผ่อน 

อัยย์ประคองแม่สามีเดินไปยังห้องพักที่เจ้าภาพจัดไว้ คุณลลิลนอนพักบนโซฟาตัวยาว ภายในห้องเป็นเหมือนห้องรับแขกขนาดกลางที่มีชุดโซฟาไว้ให้นั่งพักผ่อน ภายในห้องมีห้องน้ำเล็กๆ ไว้ให้ใช้งานอีกด้วย 

คุณลลิลเอนหลังเพื่อพักผ่อน แต่เมื่อหันไปเห็นหน้าลูกสะใภ้แล้วก็นึกถึงแผนการที่วางไว้ เธอแอบดูนาฬิกาเมื่อเห็นว่าใกล้เวลาที่ลูกชายบอกว่าจะมาถึงแล้ว เธอก็หันไปหาลูกสะใภ้ 

“ไม่ต้องมาเฝ้าฉันอยู่ที่นี่หรอก ออกไปด้านนอกไป จะได้ไปคุยกับคนอื่นด้วย” 

“แต่.......” 

“ฉันไม่เป็นอะไรหรอก แล้วอีกเดี๋ยวก็คงมีคนอื่นเข้ามานั่งพักเหมือนกัน” พูดไม่ทันขาดคำ เพื่อนของคุณลลิลคนหนึ่งก็เดินเข้ามานั่งพักเช่นกัน คุณลลิลจึงหันมาโบกมือไล่ให้อัยย์ออกไปข้างนอก 

“ถ้าอย่างนั้น อัยย์ขอตัวก่อนนะคะ”  

ทันทีที่ประตูห้องปิดลง คุณลลิลก็ถอนหายใจออกมา หัวใจของเธอทั้งหนักอึ้ง ความรู้สึกที่บรรยายออกมาไม่ได้เข้าเกาะกุมหัวใจของเธอ จากที่เห็นด้วยตาตนเองดูเหมือนว่าลูกสะใภ้คนนี้จะรู้จักวางตัวและเป็นห่วงเป็นใยคนอื่น 

หรือเธอจะด่วนตัดสินเร็วเกินไป? อัยย์อาจจะไม่ได้เลวร้ายอย่างที่เธอคิดก็ได้ เธอควรจะทำอย่างไรดี?......... 

 

อัยย์เดินออกจากห้องพักที่อยู่ด้านในสุดของตัวบ้านแล้วเดินตรงมาทางห้องจัดเลี้ยง แขกหลายคนถือไวน์ในมือจับกลุ่มพูดคุยกันอย่างออกรส หลายคนเต้นรำอยู่หน้าเวทีที่มีวงดนตรีกำลังงเล่นอยู่ 

พลอยใสล่ะ...จู่ๆ อัยย์ก็นึกถึงผู้หญิงที่อยู่ในชุดสีเขียว พลอยใสไม่ได้อยู่ที่นี่...สามีเธอก็เช่นกัน  

ตะวันควรจะมาถึงที่นี่ได้แล้ว แต่ทำไมเธอถึงยังไม่เห็นแม้แต่เงา...ทั้งคู่ไปอยู่ที่ไหนนะ? 

หัวใจของอัยย์เริ่มเต้นแรงจนรีบเดินตามหาสามีและพลอยใส  

เธอเดินมองหาพวกเขาไปรอบๆ จนมาถึงประตูกระจกบานยาวที่เปิดออกไปยังระเบียงที่ติดกับสวนด้านนอกได้  เธอก็ได้ยินเสียงของผู้หญิงสองคนที่กำลังพูดคุยกันทำเอาอัยย์ชะงัก 

แค่ได้ยินเธอก็รู้ได้ในทันทีว่าทั้งสองคนเป็นใคร........คุณอมรรัตน์ป้าของสามี กับพลอยใสหลานสาวของเธอ 

“หนูไม่น่าเชื่อป้าเลย ไม่เห็นสีหน้าพี่ตะวันที่มองหนูเมื่อกี้เหรอ...หนูจะทำยังไงดี?” 

แค่ได้ยินชื่อสามีอัยย์ก็หูผึ่งขึ้นมาทันที... 

ตะวันมาถึงงานแล้วสินะ แล้วก็เจอเข้ากับพลอยใสแล้วด้วย 

“ใจเย็นๆ...ไม่ต้องกังวล ยาที่ป้าให้หนูไว้อยู่ไหน?” 

“อยู่ในกระเป๋าถือนี่ค่ะ” พลอยใสชูกระเป๋าคลัทเล็กๆ ที่ถืออยู่ในมือ ด้านในมีหลอดยาเล็กๆ ที่ป้าของเธอฝากไว้ 

“มันคืออะไรเหรอคะ?” 

“ยานี่...หายากมากนะ กว่าป้าจะได้มาลำบากแทบแย่ ไม่มีสีไม่มีกลิ่น หนูแอบหยดใส่แก้วไวน์แล้วเอาให้ตะวันดื่ม ที่เหลือป้าจะช่วยเอง” 

“หา..” พลอยใสมีท่าทีลังเล ในมือกำกระเป๋าไว้แน่น “มันคือยาอะไรเหรอคะ ถ้าเกิดพี่เขากินไปแล้วตาย หนูไม่แย่เหรอคะ?” 

“ก็ใส่แค่นิดเดียวสิ แค่นั้นก็หลับปุ๋ยแล้ว” 

พลอยใสเริ่มเดาได้แล้วว่าป้าสะใภ้ของเธอวางแผนจะทำอะไร แต่มันกลับยิ่งเพิ่มความลังเลให้กับเธอ  

“แต่...มันจะดีเหรอคะคุณป้า?” 

อัยย์ที่ฟังอยู่เริ่มรู้สึกดีกับพลอยใสขึ้นมานิดๆ เพราะรับรู้ได้ว่าเธอไม่ได้อยากจะทำมัน แต่กำลังถูกยุยงโดยคุณป้าจอมจุ้นจ้าน 

แต่ประโยคถัดมาของพลอยใสก็ทำเอาความรู้สึกของอัยย์เปลี่ยนในทันที 

“ถึงผู้หญิงที่พี่เขาแต่งงานด้วยจะดู....แย่ แล้วก็ไม่คู่ควร แต่ถ้าหนูเอาตัวเข้าไปแทรกแบบนี้ จะไม่มีปัญหาทีหลังเหรอคะ” 

คุณหนูพลอยใสไม่ได้ใสเหมือนชื่อสินะ...... 

“ก็เพราะยัยนั่นมันไม่เหมาะสมยังไงล่ะ หนูถึงควรเข้าไปแทรก คนอย่างตะวันต้องแต่งงานกับคนที่คู่ควรกันอย่างหนูเท่านั้น” 

ไม่ไหวแล้ว....ใช่ว่าเธอไม่รู้ว่าป้าของเขารังเกียจรังงอนเธอ ไอ้เรื่องอยากเอาหลานสาวมาประเคนให้ตะวัน เธอนั้นพอดูออก แต่ถึงขั้นวางแผนจะใส่ยาให้เขาดื่มนี่มันทุเรศเกินไป  

แล้วแบบนี้ยังจะกล้าเรียกตัวเองว่าผู้ดีอีกเหรอ?............ 

อยากจะอ้วก................. 

ทนไม่ไหวแล้ว........ 

อัยย์ตัดสินใจเปิดประตูออกไปเผชิญหน้ากับผู้หญิงทั้งสองคน  

“อ๊ะ” พลอยใสอุทานออกมาอย่างตกใจ เมื่อมีคนที่ไม่คาดคิดโผล่เข้ามายืนตรงหน้า  

คุณอมรรัตน์ก็ตกใจจนยืนนิ่ง 

อัยย์ก็นิ่งเช่นกัน แต่เธอนิ่งไปเพราะตกใจกับสิ่งที่เห็น 

มือข้างซ้ายของคุณอมรรัตน์กำลังถือแก้วไวน์อยู่ ส่วนมือขวามีหลอดยาเล็กๆ อยู่ในมือ 

เธอกำลังพยายามใส่ยาลงในไวน์เพื่อเอาไปให้สามีของเธอดื่มสินะ 

ไม่ได้การแล้ว....... 

อัยย์รีบหันหลังกลับแล้วรีบวิ่งหนีออกมาจากตรงนั้น เธอต้องตามหาตัวตะวันให้เจอก่อนทั้งสองคน 

“อัยย์...กลับมาก่อน มันไม่ใช่อย่างที่หนูเข้าใจนะ” คุณอมรรัตน์รีบร้องเรียกอัยย์ เธอรีบโยนหลอดยาทิ้งลงไปในพุ่มไม้ แล้วประคองแก้วไวน์วิ่งตามอัยย์ออกมา “เร็ว...พลอยใส ไปจับอัยย์ไว้” 

แผนสองโผล่เข้ามาในหัวคุณอมรรัตน์ ในเมื่ออัยย์มารู้มาเห็นว่าเธอกำลังทำอะไร เธอก็ต้องเปลี่ยนเป้าหมาย 

คนที่จะได้ดื่มไวน์แก้วนี้ไม่ใช่ตะวัน แต่ต้องเป็นอัยย์ เธอจะบังคับให้อัยย์ดื่มไวน์ แล้วหลังจากนั้นเธอก็จะจัดฉากให้ตะวันมาเจอภาพภรรยาอยู่กับผู้ชายคนอื่น เท่านี้แผนการของเธอก็จะสำเร็จ 

ความรีบร้อนทำให้อัยย์วิ่งไปผิดทาง แทนที่เธอจะวิ่งหนีกลับเข้าไปในตัวบ้าน เธอกลับวิ่งบนระเบียงทางเดินที่อยู่รอบตัวบ้านแทน  

เสียงเรียกชื่อเธอดังแว่วมาจากด้านหลัง แต่อัยย์ก็ไม่คิดจะหันกลับไปฟัง เมื่อรู้ว่าวิ่งมาผิดทาง เธอก็พยายามมองหาประตูที่จะเปิดเข้าไปในตัวบ้านได้  

ช่วงหน้าสิ่วหน้าขวาน รองเท้าเจ้ากรรมดันไม่เป็นใจ เกิดมาหลุดออกจากเท้าเอาตอนนี้เสียได้ 

“ว้าย” อัยย์ร้องออกมาด้วยความตกใจ เมื่อพลอยใสตามมาทันแล้วจับแขนของเธอไว้ 

คุณอมรรัตน์ที่ตามมาถึง รีบมายืนขวางหน้าอัยย์ไม่ให้หนีไปอีก “จะไปไหนหนูอัยย์ ฟังป้าก่อน อย่าเพิ่งเข้าใจผิด” 

ถึงปากจะบอกแบบนั้น แต่การยืนดักหน้าหลัง แล้วยังกำแก้วไวน์ไว้แน่นทำให้อัยย์รู้สึกขนลุก...... 

 

…………………………………………………….... 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว