facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ตอนที่ 7 (II)

คำค้น : ทราฟชาม

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 4.3k

ความคิดเห็น : 16

ปรับปรุงล่าสุด : 27 พ.ค. 2559 20:08 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 7 (II)
แบบอักษร

 

 

 

 

 

ตอนที่ 7

 

 

“ขึ้นรถก่อน”

ผมเดินเข้าไปเปิดประตูรถให้มันขึ้นไปนั่ง แต่ไอ้ชามกลับไม่ยอมขยับ

“ชาม” ผมเรียกเตือนสติมัน ไอ้ชามฮึดฮัดยกมือเช็ดน้ำตาออกลวกๆแล้วขึ้นรถ ผมปิดประตูให้มันก่อนจะอ้อมไปขึ้นอีกฝั่ง ผมขับรถแวะหาอะไรซื้อไปให้มันกินด้วย ให้มันนั่งรออยู่ในรถ ผมรอมันใจเย็นกว่านี้ก่อนผมถึงจะเปิดปากพูด ตอนนี้มันกลับมามีนิสัยเอาแต่ใจเหมือนเดิมแล้ว คงเพราะโมโหอาร์ด้วยเลยพาลโกรธผมมากกว่าเดิม

ผมกลับมาขึ้นรถก็ยังเห็นมันนั่งมองออกไปนอกกระจกรถเงียบๆ

“กลับถึงห้องแล้วคุยกันหน่อยนะ” ผมพูดเสียงอ่อน ยังไม่ออกรถ

“เสี่ยยังอยากคุยกับผมอยู่อีกรึไง” น้ำเสียงประชดประชันสุดๆ ผมเลิกคิ้วมองหน้ามันนิดๆ ไม่ได้โมโหอะไร

“ทำไมพูดแบบนั้น” ผมถาม มองไอ้ชามอยู่ตลอดแต่มันไม่หันมามองหน้าผม

“ถามตัวเองเถอะว่ามีเรื่องอะไรอีกที่ไม่อยากบอกผมน่ะ”

“ไม่มีแล้ว กลับไปคุยที่ห้องโอเคมั้ย”

“....”

ผมหายใจเข้าหนักๆเมื่อมันยังดื้ออยู่ผมก็ยังไม่พูด ผมออกรถกลับไปที่คอนโดทันที พอมาถึงคอนโดไอ้ชามก็ใช้สูตรเดิมเป๊ะ เดินเข้าไปข้างในโดยไม่รอผม เป็นแบบนี้ตลอดเลยสิน่า...ผมถือของกินตามมันขึ้นไปแต่ต้องได้ยืนรอลิฟต์คนเดียวเพราะไอ้ชามมันไม่รอผม ทุกครั้งก็รอแต่สงสัยรอบนี้จะโกรธจริงจังเพราะผมจะไม่อยู่ตั้งหนึ่งเดือน มันเป็นเรื่องใหญ่ผมรู้...ยังไงผมก็จะบอกมันอยู่ดีแต่เรื่องวันนี้ดันมีคนมาพูดให้มันได้ยินก่อน ไอ้เด็กอาร์นั่นก็แสบจริงๆ ต้องหาทางเอาคืนบ้างล่ะ 

ลิฟต์ขึ้นมาถึงชั้นห้องผม ผมชะงักขาตอนที่ก้าวออกจากลิฟต์ก่อนจะยิ้มบางเล็กน้อยเมื่อเห็นร่างเล็กๆของไอ้ชามยืนรออยู่หน้าห้อง มีคีย์การ์ดแต่ไม่เข้าไปคงรอผมอยู่ มันหันมามองหน้าผมแป๊บเดียวก็สะบัดหน้าเมิน ผมเปิดประตูให้มันเข้าไปก่อนจะปิดประตูตามหลัง

“เป็นห่วงล่ะสิ ยืนรอด้วย” ผมแซวมัน ก่อนจะมองหน้าบูดๆของไอ้ชามยิ้มๆ 

“หลงตัวเอง” 

คำพูดคำจามันร้ายนัก...ชามทิ้งตัวนั่งลงโซฟาผมวางของกินไว้โต๊ะกลางก่อนจะนั่งลงข้างมัน 

“ขอโทษ” ผมพูดเสียงจริงจัง ไอ้ชามกอดอกหันหน้าหนีจากผมเหมือนเดิม ผมยกแขนกอดคอมันไว้แน่นก่อนจะใช้คางเกยบนไหล่เล็กๆของมัน

“ขอโทษ” ผมพูดอีกครั้ง มันก็ยังเมินผมอยู่ดี

“ชาม ไม่ใช่ว่าพี่จะปิดชามไปตลอดหรอกนะ พี่กะจะบอกชามแน่อยู่แล้วแต่มันไม่ใช่วันนี้” ผมบอกอีก ไอ้ชามก็ยังไม่หันมาแต่ก็พูดตอบผม

“แล้วคิดจะบอกผมวันที่เสี่ยไปแล้วรึไง”

“เปล่า จะบอกก่อนอยู่แล้ว”

“แล้วยังไง ทำไมไม่บอกผมตั้งแต่วันที่เสี่ยรู้ว่าจะได้ไป ผมเสียใจมากๆเลยนะเว้ย” มันหันมาพูดกับผมเสียงสั่น ผมดึงมันเข้ามาซบไหล่ตัวเองก่อนจะลูบตาแดงๆของมันปลอบใจไม่ให้ร้อง แต่เหมือนจะไม่ช่วยอะไร

“ขอโทษ พี่ยังไม่พร้อมก็กลัวชามจะเสียใจ” ผมพูดเสียงเบา แต่ก็ต้องนิ่วหน้าเมื่อถูกไอ้ชามยกมือทุบอกผมแรงๆจนเกิดเสียงดังอั่ก

“บอกตอนไหนผมก็เสียใจอยู่ดี” ไอ้ชามตอบเสียงสั่นเหมือนเดิม ผมลูบหัวให้มันอย่างเอาใจ

“ขอโทษ พี่เองก็ไม่อยากให้เรื่องมันเป็นแบบนี้แต่จำเป็นจริงๆ” ผมบอกเสียงจริงจังเพราะมันคือเรื่องจริง และผมก็หลีกเลี่ยงไม่ได้

“บอกผมออกมาให้หมดเลยนะ” ชามผละออกจากผมมานั่งมองหน้าผมดีๆ ผมจับมือมันมากุมไว้กลัวมันจะโกรธจนเดินหนีไปอีก

“มันก็เหมือนส่งตัวแทนบริษัทเราไปทำงานกับเขา พอดีทีชมันไม่อยู่พี่เลยได้ไปแทนแค่เดือนเดียวเท่านั้น” ผมบอกไปตามตรง ชามหน้าสลดลงเล็กน้อยแต่ก็ถามผมขึ้นมาอีก

“แล้วต้องไปอยู่กับใคร”

“บริษัทของไอ้พี่กันต์นั่นแหละ เราสลับกันไปมาแต่พอครบหนึ่งเดือนหลังจากที่กลับมาพี่จะลาออกจากงานแล้วล่ะ”

“ผมงงไปหมดแล้วนะ” ไอ้ชามทำท่าจะร้องไห้ผมรีบอธิบายให้มันเข้าใจอีกครั้ง

“สรุปคืองานชิ้นนี้เป็นงานสุดท้ายของพี่หลังจากที่ทำเสร็จพี่จะเลิกทำงานที่บริษัทจะว่างงานไปอีกสักพักจะได้อยู่กับชามชดเชยเวลาที่เราไม่ได้อยู่ด้วยกันไงครับ” ผมพูดเสียงอ่อนโยนสุดๆ ทุกอย่างที่พูดเป็นความจริง ไอ้ชามถอนหายใจออกมาหนักๆมันก็คงรู้ว่าเราเลี่ยงไม่ได้ที่จะมีงานแบบนี้เข้ามาสักวัน

“ปากเก่ง” มันด่าผม แต่ผมกลับยิ้มออกมาได้รู้สึกเบาใจขึ้นมานิดหน่อยที่มันไม่โกรธ

“จริงๆ ถ้าพี่ไม่ทำงานนี้พี่ก็ไม่ได้ออกมามีอิสระกับชามนะ” ผมพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง ไอ้ชามเบะปากใส่ผมแต่หน้าก็ยังบูดอยู่ดี

“แต่มันนานเกินไป ใครจะนอนกอดผมล่ะอีกอย่างเหลือเวลาแค่สองอาทิตย์เสี่ยก็จะได้ไปแล้วแบบนี้ผมจะทำใจได้ยังไง” คำพูดของมันทำผมใจสั่นไม่น้อย ก่อนจะบีบมือมันแน่นอยากให้มันอดทนให้ได้

“พี่เองก็ทำใจลำบากแต่มันจำเป็น ชามอดทนพี่ก็อดทนแล้วมันก็จะผ่านไปเอง” ผมพูดเสียงเบากล่อมมัน ไอ้ชามกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ร้องไห้ออกมาทันที

“ฮึกฮือออ เสี่ย”

หมับ

ร่างบางปล่อยโฮร้องไห้ก่อนจะโผล่เข้ากอดผมไว้แน่นผมกอดตอบมันแน่นพร้อมข่มตาไม่ให้ร้องไห้ตามมัน ผมเองก็ทรมานใจไม่ต่างกัน ต้องคิดถึงมันใจจะขาดแน่ๆ 

“แค่เดือนเดียวพี่ก็กลับมาแล้ว” ผมพูดเสียงสั่นไม่ต่างจากมันก่อนจะกอดมันไว้แน่นๆมากขึ้นอีก 

เราไม่เคยห่างกันนานขนาดนี้มาก่อน...มันทรมานยังไงผมก็เพิ่งจะรู้วันนี้

“สัญญากับผมนะ”

“สัญญา” ผมตอบเสียงจริงจัง ก่อนจะเป็นฝ่ายยกนิ้วก้อยขึ้นมาก่อน ไอ้ชามรีบผละออกจากอกผมมาเกี่ยวก้อยด้วยทันที

“ห้ามนอกใจผมด้วย” มันพูดเสียงจริงจัง ผมยิ้มรับ

“ไม่เคยคิดเรื่องนั้น มั่นใจเถอะพี่ไม่มีทางทำแบบนั้น” ผมเองก็จริงจังเพราะในหัวผมไม่เคยมีเรื่องนอกกายนอกใจอะไรเถือกนั้นเลยสักนิด มีแค่มันคนเดียวผมก็ดีใจอีกอย่างเรื่องมีคนอื่นไอ้ชามมันเป็นประเภทระรานไม่เลิก ถึงอีกฝ่ายจะเป็นผู้หญิงมันก็ไม่เคยไว้หน้าเลยจริงๆ อย่างแฟนเก่ามันตอนสมัยเรียนนึกไปถึงแล้วผมก็อดขนลุกแปลกๆไม่ได้ 

“อือ เสี่ยสัญญาแล้วนะ” เสียงชามเรียกสติผมอีกครั้ง ผมมองมันด้วนสายตาจริงจังทันที

“สัญญา” ผมตอบกลับพร้อมยกมือเช็ดน้ำตาให้ไอ้ชามไปด้วย

“ผมต้องเหงาแน่ๆ” ไอ้ชามพูดเสียงแผ่ว ผมรวบตัวมันเข้ามากอดอีกครั้งก่อนจะพูดในสิ่งที่ตัวเองรู้สึก

“ไม่ต่างกัน”

ผมไม่รู้จะอดทนอยู่ได้นานแค่ไหน ไม่แน่...อาจเป็นผมที่ทนไม่ได้กลับมาหามันก่อน 

จบพาร์ท ทราฟ

 

 

 

ชาม พาร์ท

ผมนั่งทานข้าวพร้อมกับเสี่ยหลังจากที่คุยกันอยู่นานนี่ก็เกือบจะเที่ยงคืนแล้ว 

พอรู้เรื่องทั้งหมดแล้วแบบนี้ตลอดสองอาทิตย์ผมต้องเฟลทุกวันแน่ๆ อีกอย่างเสี่ยก็ยังสอนผมขับรถยังไม่แข็งเลย นี่ผมต้องได้ใช้ชีวิตคนเดียวแล้วหรอเนี่ย ผมทนไม่ได้แน่ๆ แค่เสี่ยไปต่างประเทศอาทิตย์เดียวผมก็ใจจะขาด นี่เป็นเดือนผมต้องร้องไห้ทุกวันแน่เลย

“อย่าทำหน้าแบบนั้น” เสี่ยน้อยพูดเสียงทุ้มบอกผม เขาพยายามอ่อนโยนกับผมมากๆเพราะตอนนี้สภาพจิตใจผมมันไม่โอเคเท่าไหร่ 

“อืม” ผมตอบเสียงเบาก่อนจะมองหน้าเสี่ยที่มองหน้าผมอยู่เช่นกัน

“คืนนี้กอดผมนะ” ผมพูดเสียงอ้อน เสี่ยน้อยขมวดคิ้วเล็กน้อยแต่ก็ยอมพยักหน้ารับ ผมร้อนหน้าวูบทันทีเมื่อเจอสายตากรุ่มกริ่มจากร่างสูง

“มองแบบนั้นหมายความว่าไง ผมหมายถึงกอดอ่ะกอด ไม่ใช่เรื่องอย่างว่า” ผมโวยขึ้นทันที สายตาเสี่ยแม่งโคตรหื่น

“หรอวะ แหม่ เข้าใจผิดไปเองหรอเนี่ย” เสี่ยน้อยทำท่าทีกวนๆแสร้งขมวดคิ้วหน้าเครียด

“ทะลึ่ง” ผมแยกเขี้ยวใส่ร่างสูงตรงหน้าที่เอาแต่กวนผม

“ก็ปกติพี่กอดชามตลอดนี่ นึกว่าวันนี้จะให้กอดแบบพิเศษ” เสี่ยน้อยพูดขึ้นมาอีก หน้าผมร้อนไปหมดด้วยความเขินคนยิ่งไม่มีอารมณ์ขำ

“ไม่ใช่!” ผมปฏิเสธเสียงแข็งหน้าเริ่มบูดหนักกว่าเดิม

“ครับๆ เพิ่งทำไปวันก่อนนี่เนาะ” เสี่ยยังไม่เลิกกวนผมจนผมจะร้องไห้จริงๆด้วย

“เสี่ยผมอาย”

“โอ๋ๆ”  เสี่ยน้อยพูดพร้อมยื่นมือมาลูบแขนผมเอาใจ ตอนนี้ใจผมมันยังไม่หายสั่นอยู่เลย เล่นอะไรก็ไม่รู้แต่ก็รู้สึกดีขึ้นบ้างที่เสี่ยเขากวนผมตลอดเพื่อให้ผมอารมณ์ดีจนคืนนั้นผมยิ้มออกมาได้ในที่สุด 

เช้าผมเคลื่อนตัวเองไปนอนทับร่างสูงที่กำลังนอนหงายอยู่ตอนนี้อีกอย่างเขายังไม่ตื่นด้วยผมก็นอนเต็มที่ 

หมับ

ผมชะงักเมื่อวงแขนแกร่งตวัดกอดเอวผมไว้ผมใช้คางเกยไว้บนหน้าอกเสี่ยเขาก่อนจะมองสบตากับเสี่ยที่ลืมตามองผมตอนไหนก็ไม่รู้

“อรุณสวัสดิ์” เสียงทุ้มพูดขึ้นมาก่อน ผมขยับใบหน้าเข้าไปกดจูบเขาโดยไม่ได้ล้วงล้ำเข้าไปแล้วผละออก

“อรุณสวัสดิ์ครับ” ผมตอบยิ้มๆ เรานอนกอดกันท่านั้นต่อสักพักก็ลุกขึ้นไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าไปทำงาน

 

+++

 

“จะว่าไปแล้วผมก็ลืมเรื่องเด็กอาร์นั่นไปเลยแฮะ สมกับที่เป็นเด็กบ้าจริงๆ” ผมพูดขึ้นเมื่อนึกได้ ตอนนี้เรานั่งทานข้าวเช้าด้วยกันที่ครัว เสี่ยน้อยหัวเราะขำเล็กน้อยไม่ได้ตอบกลับมา

“ท่าทางต้องเป็นโรคประสาทแน่ๆ เมื่อวานถ้าไม่ติดว่ามีพี่กันต์ผมจะลากมันไปกระทืบสักทีสองทีหลังร้าน” ผมพูดด้วยความหมั่นไส้ล้วนๆ เด็กอะไรปากเสียชะมัด

“แกล้งเด็ก” เสี่ยพูดไปส่ายหน้าให้ผมขำๆ ผมรีบโวยขึ้นอีก

“เด็กมันวอน”

“เดี๋ยวมันก็กลับแล้ว”

“แล้วเสี่ยต้องได้ไปอยู่บ้านมันรึเปล่า” ผมถาม ไม่อยากจะคิดสภาพเด็กนั่นเท่าไหร่เอาแต่ปากจัดเชื่อเลยว่าเสี่ยเขาต้องเผลอด่าแน่ๆ

“เช่าคอนโดไว้แล้วล่ะ จะเจอก็แต่ที่ทำงานส่วนเวลาอื่นเอาเวลามาคุยกับชามดีกว่า” เสี่ยพูดยิ้มๆ มองหน้าผมอยู่ตลอดผมรีบยกนิ้วให้เสี่ยเขาทันที

“ดีมากเสี่ย อย่าไปยุ่งกับพวกนั้นมากนะผมเริ่มไม่ชอบละ” 

“รวมไอ้พี่กันต์นั่นด้วยรึเปล่า”

“อืม เขาเองก็ดูน่าขัดใจ” ผมพูดตามที่ตัวเองรู้สึก พี่กันต์เขาดูตามใจน้องตัวเองเกินไปจนผมไม่ชอบ

“ช่างเถอะอย่าคิดมาก” เสี่ยน้อยพูดบอกปัดๆ 

“ครับบบ”  ผมตอบรับก่อนจะป้อนข้าวเสี่ยเขาไปด้วย พออิ่มแล้วเราก็ออกไปทำงานวันนี้เสี่ยให้ผมขับรถให้เขานั่งผมก็ทำ สองสามวันที่ผ่านมาผมก็ขับรถให้เสี่ยเขาเป็นบางครั้งเลยไม่มีปัญหาอะไร 

“เดี๋ยวกลับมาแล้วจะสอนทำอาหารนะ”

“สัญญานะ” ผมพูดเสียงหม่นๆ เสี่ยน้อยยกมือมายีหัวผมก่อนจะพยักหน้ายิ้มๆให้ผม 

เมื่อมาถึงโรงพยาบาลผมก็ลงจากรถพร้อมเสี่ยเขาร่างสูงเดินมาส่งผมข้างในก็กลับไปทำงานต่อเหมือนทุกวัน

“ไง” 

ผมหันไปตามเสียงเรียกก่อนจะยิ้มบางเมื่อเห็นเป็นพี่หมอ 

“ผมมีอะไรจะเล่าให้ฟังด้วย” ผมบอกพี่หมอ ร่างสูงขมวดคิ้วสงสัยแต่ก็ยอมเดินตามแรงบากผมเข้าไปในห้องทำงานพี่หมอเขา ผมเล่าเรื่องทุกอย่างให้พี่สยามฟัง เขาก็รับฟังเรื่องทุกข์ใจผม

“เราก็ต้องเข้าใจเขานะ เพราะเสี่ยเขาไปทำงานไม่ใช่ไปเที่ยวเล่นสนุก”

“ผมกลัวจะเหี่ยวเฉาซะก่อนนี่สิ” ผมพูดเสียงอ้อมแอ้ม พี่หมอมองหน้าผมด้วยสายตาดุๆแต่ก็หลุดหัวเราะออกมาอยู่ดี

“หึหึ ต้องได้คุยกันอยู่แล้วล่ะ แค่เดือนเดียวพี่ว่ามันสั้นมากเลยนะ”

“แค่อาทิตย์เดียวก็เหมือนเขาไปเป็นปีเลยนะครับ” ผมพูดตามที่ตัวเองรู้สึก มันทรมานจริงๆนะที่เคยมีเขาอยู่ด้วยแล้วเขาไม่อยู่แล้วเนี่ย ถึฃจะได้คุยกันแต่ไม่ได้นอนกอดกันสักหน่อย

“เอาน่า คิดซะว่ามันเป็นอุปสรรคอย่างหนึ่ง”

“ครับ” ผมตอบรับ พี่หมอทำหน้ากวนๆขึ้นมาทำให้ผมแปลกใจเล็กน้อย

“พี่ว่าเสี่ยเขาต้องฝากพี่ดูแลชามแน่ๆ เอ...แบบนี้งานหนักชัวร์ๆ” พี่หมอแซวผม ผมเอ็ดเขาทันที

“พี่หมอ!” ผมไม่ใช่เด็กขนาดนั้นสักหน่อย

“ฮ่าๆ” 

พี่หมอเอาแต่หัวเราะจนผมหน้างอ เรานั่งคุยกันสักพักก็แยกย้ายกันไปทำงาน

...ผมคงต้องทำใจกับเรื่องนี้เพราะยังไงซะเสี่ยเขาก็ต้องไป งั้นผมจะกอบโกยความสุขจากสองอาทิตย์นี้ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ 

ผมนั่งคิดอะไรเรื่อยเปื่อยตอนที่ได้พักก็นึกขึ้นได้ว่าเสี่ยเขาไปอังกฤษพี่ริโซ่ก็อยู่นั่นกับแทน แต่เสี่ยเขาไม่พูดถึงคงไม่ได้อยู่ที่เดียวกันและคงไม่ว่างออกไปเที่ยว ผมโทรหาแทนดีกว่า 

ตืด..ตืด..ตืด..

รอสายนานกว่าแทนจะรับตอนนี้คงกำลังนอนอยู่เพราะผมโทรตอนเช้าและที่อังกฤษเวลาก็ช้ากว่าประเทศไทยเกือบ 7 ชั่วโมง ผมกดตัดสายเพราะดูท่าหมอนั่นคงจะหลับลึกจริงๆ 

+++

“ครับ งั้นผมออกไปทานกับไอ้ฟิกแล้วกัน”

(“โอเค อย่าลืมโทรมาบอกด้วยล่ะ”)

“ครับ เสี่ยก็ไปทานข้าวได้ล่ะ”

(“อืม”)

ผมกดตัดสายจากเสี่ยเขาก่อนจะกดโทรหาไอ้ฟิกให้ออกมารับไปกินข้าวด้วย ผมเองก็อยากคุยกับมันเหมือนกัน เสี่ยเขาบอกไม่ว่างยังต้องทำงานต่อผมก็ไม่เซ้าซี้อะไร ช่วงนี้เขางานยุ่งจริงๆนะผมเลยยอมให้เขาไปทำงานที่ต่างประเทศเป็นครั้งสุดท้ายแล้วกลับมาว่างงานเขาจะได้มีเวลาให้ผมเยอะขึ้นเหมือนแต่ก่อน 

...มันก็มีทั้งข้อดีและข้อเสียของการไปครั้งนี้ 

ผมยืนรอไอ้ฟิกไม่นานมันก็มารับผม ไอ้อชิยอมปล่อยมันมาเพราะเห็นว่าไปกับผม ตั้งแต่ปรับความเข้าใจกันไอ้อชิแทบจะไม่ปล่อยให้ไอ้ฟิกห่างจากตัวผมเลยไม่ค่อยได้เจอมันแต่เราก็ยังคุยไลน์กลุ่มกันปกติ ผมเปิดประตูรถขึ้นไปนั่งข้างคนขับก่อนจะปิดประตู

ปึก

“เซอร์ไพรส์!!!!”

เฮือก!!

ผมตกใจจนสะดุ้งสุดตัวก่อนจะหันไปมองไอ้สองตัวที่มาตอนไหนก็ไม่บอก!!!! แล้วเซอร์ไพรส์เชี่ยไรเนี่ยตกใจหมด 

“สัส” ผมสบถด่าไอ้พัดกับไอ้ปอนที่กำลังหัวเราะดังลั่นรถไอ้ฟิกชอบใจใหญ่ ไอ้ฟิกออกรถผมก็ยื่นมือไปตีพวกมันด้วยความหมั่นไส้

“กลับมาก็ไม่บอกกู” ผมว่าไอ้ปอนที่สวยขึ้นมากๆ แถมเดี๋ยวนี้มันแอบไปสักมาด้วย

“กูกลับมาได้สามวันล่ะ แต่ยังไม่บอกใคร” ไอ้ปอนตอบ ผมขมวดคิ้วหรี่ตามองพวกมันทันที

“แล้วพวกไอ้ฟิกจะรู้ได้ไง แถมกูยังกลายเป็นคนถูกหลอกด้วยเนี่ย”

“เซอร์ไพรส์ย่ะ! กูนัดพวกมันเพื่อมึงโดยเฉพาะเลยนะไอ้เตี้ย!” ไอ้ปอนเถียงผม ผมแค่นหัวเราะเมื่อรู้ว่าตัวเองไม่รู้อยู่คนเดียว ผมเลิกใส่ใจเรื่องนี้

“ปากหมาเหมือนเดิมนะมึง ไหนของฝาก” ผมทวงของของตัวเอง(?) ไอ้ปอนถึงกับทำหน้าเอือมทันที

“อยู่บ้านเดี๋ยวพรุ่งนี้เอามาให้”

“ให้มันมีนะเว้ย แล้วมึงล่ะพร” ผมหันไปกวนไอ้พัด มันแยกเขี้ยวใส่ผมแทบจะทันที แม่งทอมอะไรหล่อฉิบหายผมดูเป็นควายไปเลย

“กูชื่อพัด ห่า...ของฝากบ้าไรกูก็อยู่ประเทศไทยกับมึง”

“เอ้าหรอ กูนึกว่ามึงไปอยู่เหนือมา”

“เหนืออะไร” ไอ้ฟิกเป็นคนถามขึ้นยิ้มๆ ผมรีบตอบมันกลับไปทันที

“เหนือประเทศไทย ฮ่าๆ”

“สัส!”

ไอ้พัดเริ่มหัวเสียจนพวกผมพยายามกลั้นหัวเราะไว้ แต่พอได้มาอยู่กันครบแล้ว

มันโคตรๆมีความสุข 

“เออ จะว่าไปไอ้ปอนมันก็ดูเป็นสาวเหนือนะ” ไอ้ฟิกพูดขึ้น คราวนี้คงถึงทีไอ้ปอน

“เหนือไรวะ” ผมถามกลับ 

“เหนือความคาดหมาย”

“ฮ่าๆ” ผมกับไอ้ฟิกหัวเราะกันอยู่สองคน ไอ้พวกข้างหลังเงียบกริบผมหัวเราะจนปวดท้องไปหมดพยายามหยุดแล้วแต่ก็เหมือนจะทำไม่ได้ คึคึ

“แหม่ เดี๋ยวนี้ได้ผัวแล้วรวมหัวกันมากัดชะนีแล้วหรอ” ไอ้ปอนพูดเสียงจิกกัดด้วยความมแค้นใจที่ถูกพวกผมกัด

“เออ” ผมตอบกลับไปทันทีเอาให้หน้าหงาย จนผมโดนมันฟาดมาหลายทีเหมือนกัน

เราคุยกันมาตลอดทางผมลืมเรื่องเศร้าๆเมื่อวานไปเล็กน้อยเมื่อได้อยู่กับพวกมัน เรามาทานข้าวในห้างกันจะได้เดินเที่ยวด้วยกันด้วย ผมกะจะบอกเรื่องพวกนี้กับพวกมันตอนทานข้าว 

เราเลือกทานร้านอาหารญี่ปุ่นคนค่อนข้างเยอะเพราะตอนนี้เที่ยงแล้วคนก็ว่างงานออกมาทานข้าวกัน 

ผมชะงักเท้าที่กำลังจะเดินเข้าไปนั่งโต๊ะที่พนักงานจะพาเราไปนั่ง พอดีกับคนที่ผมมองอยู่มันหันมาเห็นผม มันมานั่งทานคนเดียวแต่มีบอดี้การ์ดสองคนยืนเฝ้าอยู่ เมื่อมันเห็นผมก็ยกมือพร้อมฉีกยิ้มฉบับร้ายๆของมัน 

ไอ้อาร์...เด็กเปรต 

แค่เจอหน้าครั้งเดียวผมก็รู้สึกไม่ถูกชะตาสุดๆ แล้วนี่มาทานร้านเดียวกันผมจะกินลงมั้ยเนี่ย ซวยจริงๆ 

 

************

:: เรื่อยๆไปก่อนเพื่อเพิ่มตอนให้ได้เยอะๆ. ถถถถถ 

:: ช่วงที่เกิดบทนำจะอยู่ในเวลา 1 เดือนที่เสี่ยไม่อยู่นะคะ อีกไม่นานเกินรอ 

 

TBC.

 

 

ความคิดเห็น