ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : 93.ของวิเศษ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 331

ความคิดเห็น : 8

ปรับปรุงล่าสุด : 03 พ.ค. 2564 08:13 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
93.ของวิเศษ
แบบอักษร

จวนปักษาสวรรค์

การแจกของวิเศษจำพวกอาวุธจากท่านผู้เฒ่าเกวียนเวทย์ร้านแผงลอยยังดำเนินต่อไป... และมีหยุดพักเพื่อดื่มชาปราณบ้างเป็นระยะ ๆ และเถ้าแก่ชราก็มีฐานะที่สูงยิ่งขึ้นเพราะเป็นอาจารย์ของซื่อหมิงผู้เป็นคุณชายเจ้าของจวนปักษาสวรรค์ด้วยนั่นเอง

“พวกเจ้าอีก4คน แถวถัดไปเข้ามา” เถ้าแก่ชราเรียกบ่าวไพร่กลุ่มถัดไปเข้าไปหาบ้าง อันได้แก่ หลินฟง เมิ่งฝู กงซุนเหลียนเฉวียนและซูจินเถาเข้าไปหาตนต่อพวกพี่ ๆ ที่ต่างมีอาวุธเป็นของตัวเองแล้ว

““คารวะท่านผู้อาวุโสขอรับ”” / “คารวะท่านผู้อาวุโสเจ้าค่ะ” ทุกคนกล่าวขึ้นอย่างพร้อมเพียงกัน รวมทั้งเสียงของสตรีนางเดียวในกลุ่มนี้ก็คือกงซุนเหลียน ทั้ง4คนได้ตรงไปหาเถ้าแก่ชราทันที

“จับเอาในไหนี้สักอันเช่นพี่ๆของพวกเจ้า” เถ้าแก่ชราได้เอ่ยบอกพวกเด็ก ๆ ออกไป ทุกคนต่างก็พยักหน้า แล้วเอามือจับเข้าไปในไหเพื่อเลือกอาวุธปราณของตนเองทันที

ซึ่งปรากฏว่า...หลินฟงได้กระบี่ปักษาพายุ(ระดับปฐพี) กระบี่ที่มีความเร็วประดุจปักษาที่บินได้ดั่งพายุที่จะทำให้ผู้ใช้กระบี่เล่มนี้มีความเร็วมากขึ้นไปกว่าเดิมอีก

เมิ่งฝูได้พลองตีอสูรคู่(ระดับปฐพี) พลองมือที่คล้ายกระบี่คู่ซึ่งใช้กำราบสัตว์อสูรเป็นหลัก ซึ่งจะโจมตีสัตว์อสูรได้แรงกว่าอาวุธปราณทั่วไป

กงซุนเหลียงฉวนได้พู่กันเวทย์ขนแกะเมฆอัคคี(ระดับปฐพี) พู่กันเวทย์ขนแกะอสูรนั้น โดดเด่นที่เวลาใช้เวทอาคมสายกับดัก เพราะขนสัตว์อสูรแต่ละประเภทที่นำมาสร้างเป็นพู่กันเวทย์นั้นจะได้คุณสมบัติที่แตกต่างกันไปตามชนิดของสัตว์อสูรด้วย

จินเถาได้ลูกแก้วท้อสวรรค์(ระดับปฐพี) ลูกแก้วที่สามารถเปลี่ยนผลท้อในบริเวณรัศมีของมันให้มีธาตุต่าง ๆ แฝงได้ ผลท้อที่กินเข้าไปจะได้ปราณธาตุด้วย

“พวกเจ้าอีก3คนนี้มีธาตุไฟกันอีกแล้วหรือ? แต่สตรีนางนี้มีปราณไฟแข็งแกร่งมากจริง ๆ มารับหม้อหลอมโอสถไปใช้ด้วยเร็วเข้า ยกเว้นเด็กผู้ชายที่ได้ลูกแก้วท้อสวรรค์...” เถ้าแก่ชราได้เอ่ยขึ้นต่อ พร้อมมอบหม้อหลอมโอสถปักษาเพลิง(ระดับปฐพี)ซึ่งเป็นหม้อหลอมมาตรฐานอีก2อันให้กับหลินฟงกับเมิ่งฝูไป

ส่วนกงซุนเหลียนเฉวียนมีปราณไฟที่พิเศษมากกว่าคนอื่น ๆ เลยได้หม้อหลอมโอสถปทุมอัคคี(ระดับนภา)แทน

““ขอบพระคุณท่านผู้อาวุโสขอรับ”” / ““ขอบพระคุณท่านผู้อาวุโสเจ้าค่ะ”” เด็ก ๆ ทั้ง4คนในกลุ่มดังกล่าวได้เอ่ยขอบคุณออกมาหลังจากที่ได้ของวิเศษจากเถ้าแก่ชราไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว...

 

 

‘เหลือผู้มีความสามารถโดดเด่นอีก4คนสินะ จวนปักษาสวรรค์ของหมิงเอ๋อนี่ สามารถฟื้นฟูสำนักขึ้นมาใหม่ได้เลยทีเดียว’ เถ้าแก่ชรานึกในใจ...และได้ยกยิ้มขึ้นมา

“เด็กผู้ชาย4คนนั้น เข้ามาหาข้าที เป็นชิงถึง3คนเลยสินะ?” เถ้าแก่ชราชี้นิ้วไปทางเด็กทั้ง4คน แล้วกวักมือเข้าไปหาตน ซึ่งสมาชิกในกลุ่มนี้ประกอบไปด้วย เมิ่งเหย่เซียว อันหนิง ซูจินหลินกับวั่งซู โดยทั้งคู่รีบเข้าไปเถ้าแก่โดยเร็ว...

““คารวะท่านผู้อาวุโสขอรับ”” ทุกคนกล่าวขึ้นอย่างพร้อมเพียงดุจเช่นที่พวกพี่ ๆ ของตนได้ทำมาก่อนอย่างรู้ความ

“พวกเจ้าทั้ง4คนก็หยิบในไหนี้ขึ้นมาคนละชิ้นนะ” เถ้าแก่ชราเอ่ยขึ้นต่อ หลังจากที่ทุกคนมาอยู่ต่อหน้าตนแล้ว... ทุกคนจึงล้วงมือเข้าไปในไหทันที

ปรากฏว่า...เมิ่งเหย่เซียวนั้นได้ตะขอมังกรบินคู่(ระดับปฐพี) ที่เป็นอาวุธปราณที่ใช้ยากชนิดนึงเนื่องจากตัวตะขอผูกติดเชื่อมเข้าหากันด้วยโซ่ ผู้ใช้จะต้องฝึกให้ชำนาญจึงจะสามารถใช้ได้ดี และเป็นอาวุธลอบโจมตีที่ดีมาก ๆ ชิ้นนึง

อันหนิงได้กระบี่เวทย์เพลิงดารา(ระดับปฐพี) กระบี่เวทย์เล่มนี้มีความพิเศษตรงที่ว่า...สามารถวางตำแหน่งเสาเพลิงตามวงเวทย์ดาราได้ในขณะที่ต่อสู้ ทำให้ศัตรูรับมือเวทอาคมที่เป็นการโจมตีต่อเนื่องไม่ทัน

ซูจินหลินได้กรงเล็บพญาหงส์(ระดับปฐพี) กรงเล็บนี้เป็นอาวุธลอบโจมตีชั้นเยี่ยมอีกชิ้น เพราะเพิ่มความเร็วในขณะที่ใช้วิชาแฝงเงา ทำให้ลอบโจมตีได้อย่างเร็วนั่นเอง

“ท่านผู้อาวุโส เหมือนข้าจะได้ติดมือมา2ชิ้นนะขอรับ” วั่งซูเอ่ยขึ้นมาก่อน เพราะไม่กล้าเอามือออกมาจากไหอาวุธปราณ และกลัวถูกหาว่า...โลภด้วย

“มันก็มีบางครั้งที่ของวิเศษ2ชิ้นเบือกเจ้านายคนเดียวกัน เจ้าเอาขึ้นมาเถิด” เถ้าแก่ชราอธิบายออกไปเพื่อที่จะใช้วั่งซูสบายใจ และเอาของวิเศษทั้ง2ชนิดขึ้นมาจากไหได้

“เข้าใจแล้วขอรับท่านผู้อาวุโส” วั่งซูได้เอ่ยขึ้นเมื่อรอยยิ้มของเถ้าแก้ชราและทำตามทันที และของวิเศษที่ติดขึ้นมาในมือวั่งซู ก็มีแส้เกลียวมหาเถาวัลย์(ระดับปฐพี) กับตะกร้าสมุนไพรแห่งเทวะนารี(ระดับปฐพี)

แส้เกลียวมหาเถาวัลย์(ระดับปฐพี) เป็นแส้เถาวัลย์ที่เอาไว้ต่อสู้ มีความพิเศษในการพันธนาการศัตรูตามใจผู้ใช้

ตะกร้าสมุนไพรแห่งเทวะนารี(ระดับปฐพี) ตระกร้าที่สามารถเก็บสมุนไพรได้ไม่มีที่สิ้นสุด ซึ่งไม่สามารถนำมาใช้ต่อสู้ได้

“พวกเจ้าทั้ง3คนผู้ที่เป็นชิงนั้นมีปราณธาตุไฟที่พิเศษคนละแบบ ข้าจะมอบหม้อหลอมโอสถที่พิเศษให้กับพวกเจ้าเพิ่ม” เถ้าแก่ชราได้เอ่ยต่อเพราะสัมผัสได้ถึงพลังปราณธาตุไฟที่พิเศษภายในตัวของ3คนนี้ จึงได้หม้อหลอมโอสถที่พิเศษกว่าหม้อหลอมโอสถมาตรฐานเพิ่มให้ไป

วั่งซูได้หม้อหลอมหลอมโอสถศิลาเพลิง(ระดับนภา) ซูจินหลินได้หม้อหลอมโอสถกรงจักรเพลิง(ระดับนภา) และวั่งซูได้หม้อหลอมโอสถพญาหนามเพลิง(ระดับนภา)

 

“ส่วนคนที่เหลือเดินเรียงกันเข้ามาได้เลย” เถ้าแก่ชราเอ่ยขึ้น พร้อมกำลังจะเอาไหของวิเศษระดับปฐพีให้จับเช่นกัน แต่โดนซื่อหมิงห้ามเอาไว้ก่อน

“ท่านอาจารย์ ท่านก็ตามใจของเขามิเข้าเรื่องนะขอรับ แค่ของวิเศษระดับสูงก็เพียงพอต่อคนที่เหลือแล้วขอรับ” ซื่อหมิงรีบทักท้วงออกไปทันที เพราะเห็นว่าระดับพลังปราณยังไม่เหมาะ

“เช่นนั้นก็ตามใจเจ้าใจนะ” เถ้าแก่ชราผู้เป็นอาจารย์ของซื่อหมิงจึงได้เปลี่ยนเอาเอาไหของวิเศษระดับสูงขค้นมาตั้งเอาไว้ต่อหน้าและเก็บเอาไหของวิเศษระดับปฐพีลงไป

‘นับว่าข้ามองเจ้ามิผิดจริง ๆ นะหมิงเอ๋อ เจ้ารู้ว่าอะไรควร มิควรเพราะด้วยกำลังของบ่าวไพร่ที่เหลือในตอนนี้ หากได้ของวิเศษระดับปฐพีไปรังแต่จะทำให้พวกเขาพัฒนาได้ช้าลง เจ้าผู้เป็นนายได้มองผ่านมาถึงจุดนี้แล้วนับว่า...เจ้าคือศิษย์ที่น่าภูมิใจของข้ามาก ๆ เลยทีเดียว’ เถ้าแก่ชราคิดไปพร้อมยกยิ้มขึ้นมาอย่างมีความสุขและแจกคนวิเศษให้กับบ่าวไพร่ที่เหลือ

บ่าวไพร่คนที่เหลือเลยได้อาวุธระดับสูงไปแทน และคนที่มีธาตุไฟนั้นเถ้าแก่ชราก็ก็ได้หม้อหลอมโอสถวิหคเพลิงซึ่งหม้อมาตรฐานของสำนักตนออกไปด้วย

 

การแจกของวิเศษต่าง ๆ ผ่านไปได้ด้วย แต่ก็ยังเหลือหม้อของสายหลอมอีกอย่างนึงที่เรียกว่า...หม้อหลอมอาวุธ ซึ่งอันที่จริงมันสามารถนำไปหลอมได้ทั้งอาวุธ ชุดเกราะ และเครื่องประดับ แต่คนมักจะเรียกรวมของที่หลอมออกมาจากหม้อหลอมแล้วกินไม่ได้ว่า...หม้อหลอมอาวุธ เพราะหม้อหลอมชนิดนี้มีน้อยคนที่สามารถนำไปหลอมชุดเกราะหรือเครื่องประดับได้นั่นเอง

“เจ้าคนนั้น คนนั้น คนนั้น และก็คนนั้นจงออกมาหาข้าอีกครั้ง” ในครั้งนี้เถ้าแก่ชราเรียกโดยชี้เลือกตัวออกมาเป็นรายบุคคล ซึ่งเท่าที่ซื่อหมิงได้พิจารณาดูแล้วคนที่ท่านอาจารย์ของตนได้เลือกออกมานั้นต่างก็มีปราณธาตุหินเพลิงด้วยกันทั้งสิ้น และในนั้นก็มีไป๋จ้านกับอันหนิงรวมอยู่กับคนอื่น ๆ ด้วย ทุกคนรีบออกมาหาท่านผู้เฒ่าท่านที

“พวกเจ้าคือกลุ่มบุคคลที่สามารถใช้หม้อหลอมอาวุธได้นะ จงมาสัมผัสที่ไหนี่แล้วหม้อหลอมอาวุธที่เลือกเจ้าจะลอยออกมาหาเอง” เถ้าแก่ชราได้เอ่ยขึ้นมาทันที ทุกคนก็ทำตามอย่างว่าง่าย

ปรากฏว่า...ไป๋จ้านได้หม้อหลอมอาวุธอหิงสาประทีป(ระดับนภา) ส่วนวั่งซูได้หม้อหลอมอาวุธสิงหดารา(ระดับนภา) และคนที่เหลือต่างก็ได้หม้อหลอมอาวุธพญาเต่าประทีป(ระดับปฐพี)ที่เป็นหม้อหลอมอาวุธพื้นฐานของสำนักของเถ้าแก่ชราผู้นั้นไป...

 

“รบกวนท่านอาจารย์แล้ว... เชิญท่านพักก่อนขอรับ” ซื่อหมิงเอ่ยขึ้น เมื่อแก่ชรามอบของวิเศษให้ทุก ๆ คนในจวนปักษาสวรรค์เสร็จแล้ว...

 

“ท่านอาจารย์ข้ายังมิได้อาวุธเลยนะขอรับ” หม่าเฉียวโอดครวญขึ้น... แล้วเรียกเถ้าแก่ชราเป็นอาจารย์ไปก่อนแล้วด้วย ส่วนเถ้าแก่ชราก็ได้แต่ยกยิ้มและส่ายหน้าเบา ๆ

‘เจ้านี้ฝีมือก็ดี พลังปราณหรือก็บริสุทธิ์ และยังมีจิตใจที่ดีอีกด้วย เสียแค่นิสัยเด็กนี่แหละ แบบนี้สตรี ชิง เต้อ ที่ดีพร้อมมาเห็นเข้าจะมีผู้ใดอยากได้ไปเป็นสามีกันบาะแบบนี้’ เถ้าแก่ชราคิดในใจแล้วก็พรางถอนหายใจออกมาเบา ๆ

“อาเฉียว... เจ้าควรให้ท่านอาจารย์พักผ่อนเสียก่อนนะ” ซื่อหมิงตำหนิสหายของตนพร้อมมองไปด้วยสายตาดุ ๆ ออกไป และสรรพนามการเรียกชื่อแทนตัวของหม่าเฉียวที่สนิทขึ้นด้วย

“เข้าใจแล้ว เจ้าจักโกรธข้าทำไมกัน...” หม่าเฉียวพึมพำต่อ... แบบเด็ก ๆ ซื่อหมิงเองก็ส่ายหน้าแบบท่านผู้เฒ่าตามทันที

“ข้ามิได้โกรธเจ้าเลย ข้าแค่บอกว่า...ให้ท่านอาจารย์พักก่อน ส่วนเจ้าก็เลิกโวยวายได้แล้ว อาจารย์ท่านรับปากเจ้าไปแล้ว... ยังไงเสียเจ้าก็ได้ของวิเศษจากท่านอย่างแน่นอน” ซื่อหมิงเอ่ยขึ้น... หม่าเฉียวก็พยักหน้าและทำตามไม่ต่างจากเด็ก ๆ เลย ทำเอาเถ้าแก่ชราส่ายหน้าขึ้นอีกครั้ง

‘ยังไงที่หมิงเอ๋อรู้จักเข้าเจ้าหนุ่มตระกูลหม่าคนนี้ ถ้าอยู่กับหมิงเอ๋อไปเรื่อย ๆ แบบนี้ เจ้าหนุ่มคนนี้ก็จะเจิดจรัสมิแพ้หมิงเอ๋อของข้าเลยอย่างแน่นอน เพราะฉะนั้นข้าควรที่จะส่งเสริมเขาให้อยู่เป็นสหายที่ดีต่อหมิงเอ๋อของข้าต่อไป’ เถ้าแก่ชราคิดในใจพร้อมกับมองไปยังหม่าเฉียวที่ทำตัวสงบลงหลังจากที่ได้ซื่อหมิงพูดเกลี้ยกล่อม จากนั้นก็ได้หันหน้าไปหาพวกเด็ก ๆ ตัวเล็กตัวน้อยของจวนปักษาสวรรค์ทันที

 

“เจ้าเด็กน้อยทั้ง4คนมาตรงนี้ซิ...” เถ้าแก่ชราเอ่ยเรียกทั้ง4คนออกไป เด็กน้อยที่อยู่รอบ ๆ เหย่เตี๋ยวิ่งเตาะแตะกรูกันเข้ามาหาเถ้าแก่ชราทันที เพราะที่โต๊ะตรงเถ้าแก่ชรานั่งนั้นมีทั้งชาปราณและขนมปราณวางอยู่ เพราะเฟยปิงและเฟยเหลยได้เอามาเพิ่มให้เมื่อสักครู่ พวกเด็ก ๆ คงนึกนึกว่า...จะได้กินขนมปราณกันก็เลยรีบวิ่งเตาะแตะมารุมที่เถ้าแก่ชรากัน

“โอ้...เจ้าเด็กพวกนี้ มีปราณจุติกันครบทั้ง5คนเลยหรือนี่? แค่อีก2คนปราณจุติอ่อนมากแต่ข้าก็ยังสัมผัสได้ว่ามี...” เถ้าแก่ชราผู้เป็นอาจารย์ของซื่อหมิงพูดขึ้น หลังจากที่ เทียนอี้ ซูจินซา กวนเปา หมอไฮ่ และเหมยกุ้ย มาวิ่งเล่นรอบ ๆ ตน

“เรียนท่านอาจารย์ตามตรง ตัวข้าเองนั้นสัมผัสปราณจุติได้แค่2คนเท่านั้นขอรับ” ซื่อหมิงตอบกลับไปตรง ๆ เพราะตามรายงานของพ่อบ้านกู้นั้นก็ตรงกับที่ซื่อหมิงสัมผัสได้ว่า... ผู้ที่มีปราณจุตินั้นมีของซูจินซากับกวนเปา ซึ่งดูเหมือนว่าซื่อหมิงจะลืมตรวจสอบคนใกล้ตัวอย่างเทียนอี้น้อยไป...

“อย่าบอกจะว่าเจ้าเทียนอี้น้อยของข้าก็มีปราณจุติด้วยน่ะขอรับ เพราะข้าสัมผัสมิได้เลย” ซื่อหมิงเอ่ยขึ้นมาทันที เถ้าแก่ชราก็พยักหน้าแทนคำตอบออกไป

“ต้านตา ต้านตา เทียนอี้ขอ...” เด็กน้อยดึงชายเสื้อเถ้าแก่ชราอยู่อย่างน่ารัก พร้อมกับชี้ไปที่ขนมปราณที่วางอยู่บนโต๊ะ

“เทียนอี้ นั่นของท่านตานะ เจ้าขอไปกินแล้ว... ท่านตาจะกินอะไร?” ซื่อหมิงพูดกับเทียนอี้กึ่งสอน เด็กน้อยทำท่าจะร้องไห้ออกมา ที่ตอบคำถามซื่อหมิงไม่ได้และคงรู้ว่าตัวตัวเองผิด

“อย่าไปว่าเขาเลย เขายังเล็กอยู่... เข้มงวดให้มันพอดีนะหมิงเอ๋อ... มากไปหรือน้อยไปก็มิดีทั้งนั้น...” เถ้าแก่ชราเอ่ยสอนศิษย์ออกมา

“ศิษย์รับทราบขอรับ...” ซื่อหมิงรับคำสั่งสอนแต่โดยดี สร้างความพอใจให้ผู้เป็นอาจารย์เป็นอย่างมาก

“เทียนอี้ เอาขนมในจานไปแบ่งคนอื่นกินสิ” เถ้าแก่ชรายื่นจานขนมให้เทียนอี้น้อย แต่เขาไม่กล้ารับได้แต่มองมาทางซื่อหมิงแทน

พอซื่อหมิงพยักหน้าให้ เด็กน้อยถึงกล้ารับจานขนมไปแบ่งเพื่อน ๆ กิน แสดงให้เห็นว่า...เทียนอี้นั้นรู้ความเกินเด็กในวัยเดียวกันเป็นอย่างมาก

“ขอบจุน ต้านตา จายดี...” เทียนอี้เอ่ยขึ้นแล้วทำที่คารวะอย่างน่ารัก ซื่อหมิงจึงให้เฟยปิงไปเอาขนมมาให้เถ้าแก่ชราใหม่ และให้เอามาเพิ่มให้กับเด็ก ๆ ด้วย เถ้าแก่ชรามองดูพวกเด็ก ๆ กินขนมกันแล้วก็ยกยิ้ม...

“หมิงเอ๋อ... เจ้าเองก็ต้องฝึกให้มาก ๆ นะ มิติจิตของเจ้านั้นพิเศษกว่าคนอื่น ๆ ต้องใช้มันให้เป็นประโยชน์มากกว่านี้” เถ้าแก่ชราพูดกับซื่อหมิงเชิงสั่งสอนต่ออีก

“ขอรับท่านอาจารย์” ซื่อหมิงรับคำทันที

“ข้าจะซ่อนพลังปราณของพวกเขาเอาไว้ก่อนก็แล้วกัน...” ว่าแล้วเถ้าแก่ก็นำกำไลหยกขาวแบบของซื่อหมิงใส่ ให้กับเด็ก ๆ ทุกคน เด็กทั้ง5คนต่างกล่าวขอบคุณพร้อมทำท่าคารวะอย่างน่ารัก

จากนั้นซื่อหมิงให้บ่าวไพร่ที่ได้รับของวิเศษแล้วแยกย้ายกันไปทำงานหรือฝึกต่อ... เหลือไว้แค่คนที่เป็นศิษย์สายตรงเท่านั้น

 

 

 

 

 

 

——————————————-

作成:令和244

改定:令和352

แยกตอน เขียนเพิ่มเติมเนื้อเรื่อง ตรวจคำผิดพร้อมแก้เลขตอนแล้วนะครับ ถ้ายังมีที่ผิดฝากแจ้งด้วยครับ

สุดท้ายอย่าลืมกดไลค์👍และคอมเม้นต์เป็นกำลังใจให้ด้วยนะ

ความคิดเห็น