ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : Hunt No.6 : อยากชิม

คำค้น : Hunter ล่ารักร้าย

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 764

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 02 พ.ค. 2564 18:10 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Hunt No.6 : อยากชิม
แบบอักษร

เพราะวันนี้มีเรียนช่วงบ่ายผมเลยนัดเจอซูซูกับโมน่าที่ห้องเรียนเลย โชคดีวันนี้พี่ซอไม่ได้ทำงานผมเลยขอให้เขามาส่งผมที่มหาวิทยาลัย ส่วนยูเขาก็ขับรถไปเรียนแต่เช้าแล้ว จริงๆผมไม่ชอบคอนโดนี้ตรงที่ถึงมันไม่ไกลจากมหาวิทยาลัยมากนัก แต่รถไฟฟ้าไม่ผ่าน ถ้าจะขึ้นรถไฟฟ้าก็ต้องเดินมาประมาณเกือบหนึ่งกิโลหรือนั่งวินมาซึ่งผมไม่ชอบ กลัวตายด้วยกลัวผิวเสียด้วย ดังนั้นปกติจะขอให้ซูซูมารับไปเรียน แต่วันนี้โชคดีพี่ซอว่างๆผมเลยขอให้เขามาส่งผมหน่อย เขาก็ยอมโดยดีสรุปวันนี้ไม่ต้องรบกวนซูซู 

วันนี้มาถึงมหาวิทยาลัยแล้วผมก็รีบไปให้อาหารเจ้าเป๋ก่อน เพราะผมให้มันทุกวันวันละมื้อ วันนี้เป๋กินหรูหน่อยเพราะมีแซลมอนย่างเกลือที่ผมทำเผื่อมันสองชิ้นกับอาหารเม็ดอีกถุงเล็กเพราะกลัวมันไม่อิ่ม  

พอไปถึงที่หลังตึกผมรีบมองหาไอ้เป๋ แต่ที่น่าตกใจคือตอนผมไปถึงไอ้เป๋มันกำลังร้องเสียงดังจนผมตกใจ รีบตามเสียงไปหามันอย่างเป็นกังวลจนไปเจอมันที่ใต้ต้นไม้ใหญ่ที่มันชอบไปแอบนอน แต่สภาพมันน่าสงสารมาก เพราะมันกำลังถูกผู้ชายคนหนึ่งจับมันกดไว้จนมันร้องออกมาเสียงดัง เหี้ยเอ๊ย เจอพวกโรคจิตชอบทารุณสัตว์เหรอวะเนี่ย 

"เฮ้ย ทำอะไรวะ ปล่อยไอ้เป๋นะ" ด้วยความโกรธผมเลยผมวิ่งไปผลักผู้ชายคนนั้นอย่างลืมตัวทันที หวังแค่ว่าจะให้เขาปล่อยไอ้เป๋ไป แต่ปรากฏว่าเหมือนผมผลักกำแพง แม่งเอ๊ย ผู้ชายคนนี้ตัวโตมากแถมยังแข็งแกร่งมาก โดนผมผลักไปนี่ไม่แม้แต่จะเซเลยอะ 

"เฮ้ ทำบ้าอะไรไอ้หนู" ถึงจะไม่สะเทือนจากแรงผลักผม แต่ผู้ชายคนนั้นก็หันมาดุผมทันที มือยังจับขาไอ้เป๋ไว้ไม่ยอมปล่อย 

ผมมองดูไอ้เป๋อีกที เห็นปากมันมีตะกร้อครอบไว้ มันเห็นผมก็ร้องงี้ดๆส่งสายตาอ้อนวอนขอความช่วยเหลือจากผมอย่างน่าสงสาร ผมหันไปมองคนที่ทำร้ายมันอย่างโคตรจะแค้น ไอ้บ้านี่มันมีสิทธิ์อะไรมาทำร้ายไอ้เป๋วะ  

ผมตั้งท่าจะด่าเขาแต่มองผู้ชายคนนี้ดีๆก็ต้องชะงัก เพราะผู้ชายคนนี้ตัวใหญ่มาก น่าจะสูงพอๆกับยูหรือพี่เบตแต่เหมือนจะตัวหนากว่า รวมกับผมทรงสกินเฮดและรอยแผลเป็นเฉียงๆที่หางคิ้วทำให้ดูเหมือนยากูซ่าญี่ปุ่นเลย เวรรรร น่ากลัวโคตร ผมจะโดนกระทืบไหมเนี่ย  

"กะ..ก็คุณทำร้ายไอ้เป๋ทำไม ปล่อยมันนะ ไม่งั้นผม...ผมจะฟ้องคุณข้อหาทารุณสัตว์" ถึงจะกลัวแต่ผมก็ไม่ถอยหรอก ถึงจะตัวเล็กแต่ผมไม่ใช่คนขี้ขลาดนะ สู้ไม่ได้ก็ใช้กฎหมายนี่แหละเข้าข่ม  

"ฮะ...บ๊องอะไรไอ้หนู" แต่พี่หัวเกรียนท่าทางไม่กลัวที่ผมขู่เลย หันกลับไปง่วนกับไอ้เป๋จนมันร้องเอ๋งๆอีก แม่งเอ๊ย ไอ้บ้านี่จะฆ่าไอ้เป๋หรือเปล่าเนี่ย 

"ก็คุณทำร้ายสัตว์ ปล่อยไอ้เป๋นะไม่งั้น...ไม่งั้นผม..ผมจะไลฟ์สดคลิปคุณไปประจาน" ในเมื่อขู่ไม่กลัวก็ต้องทำจริง ผมรีบหยิบโทรศัพท์ออกมา เข้าเฟสบุ๊คกำลังจะกดไลฟ์ไม่ทันได้ระวังตัวเลยโดนแย่งโทรศัพท์ไปหน้าตาเฉย 

"เฮ้ย! ทำอะไรวะ เอามือถือมานะ" ผมพยายามยามแย่งเอามา แต่อนิจจา..คนสูงเพียงร้อยหกสิบแปดอย่างผมจะสู้อะไรคนสูงเกือบร้อยเก้าสิบได้ ฮือออออ 

"เลิกโวยวายแล้วจะคืน" พี่ยากูซ่าบอกนิ่งๆแถมชูโทรศัพท์ขึ้นสูง ถึงผมพยายามกระโดดแด่วๆแต่ยังไงคว้าไม่ถึง 

"ผมไม่ได้โวยวาย แต่คุณทำร้ายสัตว์ ผมจะฟ้องคุณ" ผมตะโกนขู่ มองซ้ายมองขวาจะหาคนช่วยก็ไม่มีใครผ่านมาแถวนี้เลย แม่งเอ๊ย 

"เฮ้อ ไอ้หนู แหกตาดูดีๆ พี่ทำร้ายอะไรมัน ได้..ถ้าการเอาเข็มฉีดยาเสียบมันเป็นการทำร้าย จะนับว่าพี่ทำก็ได้" คนตัวโตพูดแล้วส่ายหัวให้ผมอย่างเอือมๆ 

อะไรนะ..เข็มฉีดยาเหรอ ผมได้ยินคำว่าเข็มฉีดยาเลยได้สติมองไปที่ไอ้เป๋เห็นมันยืนทำตาปริบๆอยู่ไม่ไกล ตะกร้อครอบปากก็เอาออกแล้ว แถมกระดิกหางอย่างร่าเริงไม่ได้รับบาดเจ็บอะไรด้วย 

"เอ่อ...คุณ...เป็น" อย่าบอกนะว่าพี่ยากูซ่านี่เป็น... 

"เป็นรุ่นพี่ และเป็นคนรักษาไอ้เป๋ของหนูด้วย โอเคไหม" 

"รักษา....หมายความว่า" 

"โอ๊ยหนู แปลว่าเป็นหมอหมา เข้าใจยัง พี่ฝึกงานอยู่คลินิกของมหาลัยตอนที่มันไปรักษา เลยมาติดตามอาการมันหน่อย แถมฉีดวัคซีนให้มันด้วยเลย แจ่มแจ้งยัง" 

โห...ผมมองเขาแล้วประมวลผลสิ่งที่ได้ยินอย่างโคตรอึ้ง ถึงชีวิตนี้ผมจะไม่เคยรู้จักใครที่เป็นสัตวแพทย์มาก่อน แต่ผู้ชายที่สวมเพียงเสื้อยืด กางเกงยีนขาดๆ ผมสกินเฮด แถมหน้ามีแผลเป็น..ไม่ได้ใกล้เคียงกับสัตวแพทย์ที่ผมคิดไว้สักนิด แต่พอมองเลยไปที่กระเป๋าใส่ยาต่างๆที่วางอยู่ก็ทำให้ผมจำต้องเชื่อว่าเขาเป็นสัตวแพทย์จริงๆ 

"อะ...เอ้อ..งั้นเหรอครับ ขอโทษทีคือพี่เป็นคนรักษาไอ้เป๋เหรอครับ" 

"ใช่สิ เอ้อใช่เราหรือเปล่าที่ให้ลุงที่ดูแลสวนอุ้มไอ้เป๋นี่ไปคลินิกอะ ให้ตังค์แกไปซะเยอะเลยนะ" พี่แกถามแล้วเดินไปหาไอ้เป๋อีกครั้ง มันก็กระดิกหางให้อย่างคุ้นเคย ไม่ได้มีอาการหวาดกลัวอะไร ผมเห็นเขาลูบหัวมันและยังคลำไปตามตัวมันเหมือนจะตรวจอะไรต่ออีก ท่าทางเหมือนสัตวแพทย์จริงๆด้วยแฮะ 

 "ใช่พี่ เอ่อ พี่รู้ได้ไง"  

"ก็ลุงเขาบอกเด็กที่ช่วยหน้าตาน่ารักเหมือนตุ๊กตา แต่น่าจะเป็นทอม เห็นเราแวบเดียวก็รู้แล้วว่าใช่ ลุงเขาบรรยายเก่งเนอะ เหมือนทอมจริงๆ" 

"ทอมไรพี่ ผมเป็นผู้ชาย" ผมแย้งอย่างเซ็งๆ ใช่ ผมเหมือนทอมหน้าตาน่ารักจริงๆแหละ แต่ผมอยากให้คนมองผมเป็นผู้ชายหน้าตาน่ารักมากกว่า มันต่างกันนะสำหรับผม 

"เออ รู้แล้ว แต่น่ารักเหมือนตุ๊กตาใช่ไหมล่ะ ตัวงี้ก็เท่าลูกหมา" พี่แกหันมาคุยกับผมขำๆ แล้วปล่อยไอ้เป๋ไปเหมือนจะตรวจเสร็จแล้ว 

 

"เวอร์ไปพี่ แล้วอาการมันเป็นไงบ้างครับ" ผมถามแล้วเดินไปหามันบ้าง เจ้าเป๋กระดิกหางเข้ามาคลอเคลียกับผมทันที 

"ดีแล้ว แต่ขามันหักมาก่อนแล้วยังไงก็คงดีได้แค่นี้แหละ กะเผลกนิดหน่อยแต่มันไม่เจ็บอะไรหรอก ส่วนอาการทั่วไปไม่มีอะไรแล้ว ไม่ต้องห่วงมันหรอก" 

"อ้อ..ครับ เป๋ มานี่มา กินข้าว" ฟังแบบนี้ค่อยโล่งใจหน่อย ผมเลยหยิบอาหารที่เตรียมไว้ออกมาใส่ชามข้าวประจำของมัน ไอ้เป๋ก็มานั่งรอประจำที่ทันที 

"โอ้โห อิจฉาไอ้เป๋โว้ย กินแซลมอนเลยเหรอเนี่ย กินหรูกว่าพี่อีก" พี่ยากูซ่ามองแซลมอนชิ้นโตสองชิ้นของผมที่วางในชามข้าวหมาแล้วโวยออกมาทันที  

"พอดีผมทำกินเองแล้วเลยทำเผื่อมันด้วย ไม่ได้กินหรูทุกวันหรอกครับ" ผมรีบบอกแกอย่างเขินๆ มองไอ้เป๋กินแซลมอนอย่างเอร็ดอร่อย 

"งั้นแสดงว่าเรานี่เองเหรอที่เอาข้าวมาให้มันทุกวัน ระวังมันติดนะ ต่อไปเราไม่มาหามันอาจจะตรอมใจตายได้เลยนะ" 

"จริงเหรอพี่..." ผมมองไอ้เป๋ที่กำลังสวาปามแซลมอนชิ้นที่สอง ในใจเจ็บแปลบนิดหน่อยเพราะนึกไปถึงไอ้หลง...ตอนนั้นมันตรอมใจตายเพราะผมทิ้งมันหรือเปล่านะ 

"ใช่สิ หมามันเป็นสัตว์ที่รักและก็ซื่อสัตย์กับเจ้าของ เราทำให้มันรัก มันก็รัก เวลาเราเลิกรักมัน มันก็ไม่รู้ด้วยหรอก มันก็ยังรักเราอยู่อย่างนั้นแหละ หึ ว่าไปความรักของหมายังน่ายกย่องกว่าความรักของคนบางคน" กำลังซึ้งอยู่ดีๆ พี่แกวกไปถึงความรักของคนแบบดราม่าเฉย ผมเลยอดหัวเราะออกมาไม่ได้ 

"คิก...พี่นี่พูดเหมือนคนอกหักนะเนี่ย" ผมแซวเขาขำๆ  

"ขำ ทำเป็นขำ เรานี่น่ารักนะเนี่ย สนใจมีแฟนเป็นหมอหมาไหม หาคนดามใจอยู่" แค่นั้นยังไม่พอยังพูดวกเข้าตัวเฉย แหม มาชวนเป็นแฟนหน้าด้านๆเลยเหรอ เอาจริงๆพี่เขาหล่อนะ ตัวขาวหุ่นดี หน้าตาดีเหมือนพวกลูกครึ่งแบบจีนกับฝั่งยุโรปอะไรแบบนั้น ติดแค่ลุคแบดๆนี่แหละทำให้ดูน่ากลัวไปหน่อย ที่สำคัญ...เขาไม่ได้ชอบผู้ชายหรอก 

"โด่ อย่ามาพูดดีเลย อย่างพี่ไม่ชอบผู้ชายหรอก ผมดูออก" ผมพูดออกไปอย่างมั่นใจ 

"เฮอะ รู้ได้ไงไอ้หนู ไม่เคยชอบ ใช่ว่าจะชอบไม่ได้ ลองไหมล่ะ" พี่แกถามอย่างกวนๆ แต่ผมไม่เชื่อหรอก  

"โอ๊ย ไม่เอาหรอกครับ ช่วงนี้ผมถือพรหมจรรย์ จะโสดจนปีสี่เลย พี่ไปหาคนอื่นเถอะ" 

"ไม่เชื่อหรอก หน้าตาแบบนี้หัวกระไดไม่แห้งแน่ น่านะ พี่หล่อสปอร์ต ใจดี รักสัตว์ ฉีดยากันหมัดได้"  

"คิก..ชอบตรงฉีดยากันหมัดได้นี่แหละ แต่อย่าเลยพี่ ผมยังไม่อยากมีแฟน" 

"เชอะ คนใจร้าย งั้นขอเบอร์ไว้นะ เอาไว้คุยเรื่องเป๋" พอผมปฏิเสธอีกครั้งแกก็ไม่ตื๊อ แต่เอาโทรศัพท์ผมไปกดยุกๆยิกๆทันที 

"เฮ้ย...บังคับเอาไปง่ายๆเลยเหรอ" ผมโวยแต่ก็ทำอะไรไม่ได้ เพราะยังไงก็แย่งโทรศัพท์มาไม่ได้อยู่แล้ว 

"ใช่ ด้านได้อายอด เคยได้ยินไหม" เขาตอบมาอย่างกวนๆ ก้มหน้าก้มตาเมมเบอร์ตัวเองให้ผมอีกต่างหาก เฮ้อ 

"โอเคครับ แต่ห้ามจีบผมนะ เอาไว้คุยเรื่องเป๋อย่างเดียว" ถึงเขาจะน่ากินอยู่เหมือนกัน แต่ตอนนี้ใจผมไม่พร้อมรับใครจริงๆ อีกอย่างพี่แกก็นิสัยกวนประสาทไปหน่อย  

"ได้สิ สัญญาต่อหน้าไอ้เป๋เลยอะ" เขารับคำแบบไม่น่าเชื่อถือสักนิด แล้วยื่นโทรศัพท์คืนมาให้ผม 

"เคครับ" ผมรับโทรศัพท์คืนมามองเบอร์ที่เขาเมมไว้อย่างอึ้งๆ อะไรคือชื่อ 'พิกกี้' วะ หน้างี้เนี่ยนะ 

"ผมชื่อฮันเตอร์ครับ" ผมหันไปแนะนำตัวเองอย่างเป็นทางการ พี่แกจะได้เมมชื่อผมถูก 

"ว้าวว นักล่าเหรอ ชื่อน่าตื่นเต้นจัง พี่ชื่อหมูกรอบนะ แต่อย่าถามว่าทำไมชื่อนี้เพราะพี่จะไม่ตอบ แต่เวลาเรียกให้เรืยกว่าพี่พิกกี้นะ น่ารักดี"  

"หา...พิกกี้เหรอ" กูว่าแล้ว เมมชื่อพิกกี้ จะให้เรียกพิกกี้จริงๆเหรอวะ...อยากจะเอามือกุมขมับ 

"ใช่ ส่วนเราพี่จะเรียกบูบู้นะ ฮ่าๆ อยากมีคนเรียกพิกกี้บูบู้มาตั้งนานแล้ว" แกพูดอย่างดี๊ด๊า บูบู้อิหยังวะ 

"เฮ้ย..พิกกี้บูบู้อะไรวะพี่ เรียกผมเตอร์เถอะ" ผมเริ่มจะปวดหัวกับแกแล้วจริงๆ เกิดมาไม่เคยเจอคนประหลาดแบบนี้มาก่อนเลยว่ะ 

"ไม่เอาอะบูบู้ เรียกบูบู้แหละเข้ากับหน้าเราดี ยินดีที่ได้รู้จักนะครับ พี่พิกกี้เรียนสัตวแพทย์ปีหก" 

"เฮ้อ...ครับ ผมเตอร์เรียนนิเทศปีหนึ่ง ยินดีที่ได้รู้จักครับ" 

สรุปวันนี้ผมก็ได้เพื่อนใหม่ เอ๊ย พี่ใหม่ที่ลุคเหมือนย่ากูซ่าแต่จริงๆเป็นหมอหมาปัญญาอ่อน น่าแปลกที่พอคุยๆกันไปแล้วรู้สึกสบายใจดีเหมือนกัน ผมรู้สึกสนิทใจกับเขาอย่างง่ายดายอาจจะเพราะผมรู้ว่าเขาไม่ชอบผู้ชายแน่ๆ แบบว่าดูออกอะ แถมเขาก็ตลกพอจะมาพิกกี้บูบู้กับผม สงสัยจะอกหักจนเพี้ยนไปแล้ว แต่ผมโอเคนะ ได้รู้จักเขาก็ดีเหมือนกันเพราะพี่แกสัญญาว่าจะช่วยดูไอ้เป๋ให้เวลาผมไม่ว่าง ตอนนี้นอกจากเบอร์โทรแล้วผมยังมีไลน์เขาด้วย ถือว่าได้พี่ชายใจดีที่คุยกันถูกคอ น่าจะเป็นผู้ชายคนแรกที่ผมไม่เคยนอนด้วยแต่ทำให้ผมสนิทใจได้มากขนาดนี้ 

วันนี้มีเรียนบ่ายสองคาบ มีเบรกระหว่างคาบหนึ่งชั่วโมงผมกับเดอะแก๊งเลยมานั่งจับกลุ่มกินของว่างอยู่ที่โรงอาหารคณะ 

"สรุปว่าตอนนี้จะไม่อ่อยเขาแล้วเหรอ" ซูซู พูดแล้วหยิบมะม่วงจิ้มพริกเกลือเข้าปากเคี้ยวอย่างเอร็ดอร่อย 

"ก็ไม่เชิง แต่ว่าคงต้องเว้นระยะไปก่อน รอดูสถานการณ์" ผมตอบอย่างเซ็งๆ แล้วหยิบมะม่วงเข้าปากบ้าง มะม่วงมันอะไรวะ โคตรเปรี้ยวเลย ซี้ด....  

"ดูไรล่ะ ลุยต่อเลยสิ น้ำหยดลงหินทุกวันหินมันยังกร่อย" โมน่าให้ความเห็นบ้าง มือก็จกมะม่วงชิ้นต่อไปอย่างเมามัน 

"กร่อน ค่ะ อีฟาย" ซูซูทนไม่ไหวขัดคอโมน่าตามเคย 

"ฟายก็ยังดีกว่ากระซู่ค่ะ" โมน่าก็ไม่ยอมแพ้ตอบโต้กลับไปเหมือนกัน สองคนนี้นี่เป็นแบบนี้ตลอดเหมือนทะเลาะกันแต่จริงๆ ไม่มีอะไรหรอกครับตลกดี 

"พอๆ เลิกทะเลาะกัน เออวันนี้ไม่รับนัดหนุ่มที่ไหนใช่ปะ เลิกซ้อมหลีดแล้วเตอร์จะได้กลับห้อง" ผมถามซูซูเพราะนัดหนุ่มติดๆกันหลายวันแล้ว เฮ้อ ผมไปเป็นเพื่อนแล้วเหนื่อย อยากกลับไปนอนเร็วๆบ้าง 

"ไม่ๆ ซูก็เหนื่อยเหมือนกัน เฮ้อ ผู้ชายดีๆมีไหมน้าาา" ซูซูบ่นออกมาอย่างเซ็งๆ แต่มือยังคงห่วงมะม่วงจกมาจิ้มพริกเกลือต่อ อืม อย่างซูซูจะเหมาะกับพี่พิกกี้ไหมนะ ฮ่าฮ่า แค่คิดก็อยากหัวเราะคิกคักออกมาแล้ว 

"มีนะ เตอร์รู้จักหลายคน สนไหม" ผมเสนออย่างจริงจัง เพื่อนพี่เบตยังโสดก็เยอะน่า หรือพวกดาราในค่าย 

 

"ไม่เอา ผู้ชายที่รู้จักเตอร์ก็หวังเคลมเตอร์ทั้งนั้นแหละ อยากได้แบบรักเราไม่มองคนอื่นงี้" ซูซูบึนปากอย่างเซ็งๆ 

"ยากกกกก" โมน่ารีบขัดทันที โมน่าเองก็ยังไม่เคยมีแฟนนะ แต่ดูท่าว่าไม่อยากมีด้วยไม่รู้ทำไม 

"ย่ะ แต่ฉันจะไม่ยอมแพ้ เพราะฉันเป็นคนร้องเพลง" ซูๆพูดแถมใส่ทำนองมาด้วย..เอ่อ 

"จะร้องไปตามที่ใจบรรเลง ให้เพลงยังคงก้องไป" โมน่าต่อทันที 

"จะไปเป็นดาวโดดเด่นที่ปลายฟ้า..." ซูซูเริ่มใหม่ 

"จะไปไขว่คว้าเอามาเหมือนใจหวัง.." โมน่าต่ออีก.. 

"โอ๊ยยย พอเถอะ อีกนิดจะลุกขึ้นมาเต้นแล้วนะ" แต่ผมไม่ไหวแล้ว โว้ยยย 

"คิก..ชอบอะ เสียดายถ้ายังมีประกวดอยู่ซูจะไป ว้าว ซูเดอะสตาร์" ซูซูพูดอย่างขำๆ 

"สะตอก่อนเถอะย่ะ" แต่โมน่าก็ขัดอีกตามเคย 

"นังโมน่า!" 

"โอ๊ย...พอเถอะ กินเร็ว จะได้เวลาเข้าเรียนแล้ว" ผมรีบห้ามทัพอีกครั้ง สองคนนี้นี่จริงๆเลย คุยกันดีๆบางทีก็เปลี่ยนเป็นกัดกันซะงั้น แต่ยังดีที่พอผมห้ามก็หยุดให้ตลอด 

เฮ้อ...วันนี้ไม่ต้องไปเป็นเพื่อนซูซูก็ดีเหมือนกันนะ จะได้ไปรอยูที่ห้อง ไม่ได้จะอ่อยอะไรหรอกนะครับ แค่จะไปรอฟังผลว่าทำอาหารแล้วพี่หมอเยลชอบหรือเปล่า อืม หวังว่าจะชอบนะ เพราะผมคัดสรรเมนูแบบที่พี่หมอเยลน่าจะชอบให้แล้ว หวังว่าผลจะออกมาดี 

 

ผมกลับถึงห้องประมาณสามทุ่มครึ่ง วันนี้ยูกลับช้ากว่าผมเพราะเขาไปซ้อมความสามารถพิเศษที่คอนโดพี่เบต วันนี้ผมไม่มีแผนจะยั่วเยอะไรยูเพราะรอดูสถานการณ์ก่อน พรุ่งนี้ว่าจะปรึกษาพี่เบตอีกทีว่าจะให้ผมทำยังไง ควรยั่วต่อหรือพอแค่นี้ 

แอบเศร้าเหมือนกันนะที่ชอบเขามานาน กว่าจะมีความกล้า มีโอกาสได้มาอยู่ใกล้ชิด แต่สุดท้ายกลับต้องถอยออกมาแบบนี้ แต่จะทำยังไงได้ ถึงดึงดันต่อไปยูก็ไม่มีวันชอบผมอยู่ดี 

ผมเข้าไปอาบน้ำทาครีมประแป้งเด็กเหมือนเคย ถึงจะไม่ได้ยั่วยูแต่ปกติผมก็ดูแลตัวเองอย่างนี้เป็นประจำอยู่แล้ว เรียบร้อยแล้วผมก็มานั่งดูเน็ทฟลิกซ์อยู่ในห้องนั่งเล่น เปิด Spirited Away ดูรอบที่ล้าน หนังเรื่องนี้เป็นแอนิเมชั่นที่ผมชอบมากที่สุด ยังจำได้ว่าครั้งแรกที่ดู ผมพบว่าตัวเองเหมือนตัวละครผีไร้หน้า...ผีไร้หน้าที่ไร้ใบหน้าและตัวตน ไม่เคยมีใครเห็นมันจนกระทั่งมันเอาของที่คนอื่นต้องการมาล่อ มันให้สิ่งที่คนอื่นต้องการเพื่อให้คนชื่นชอบมัน ที่สำคัญมันไม่มีอัตลักณษ์ของตัวเองแต่เปลี่ยนแปลงลักษณะตัวเองไปตามคนที่มันกินเข้าไป ผมว่ามันเหมือนกับผมมากๆ ผมมักจะทำทุกอย่างเพราะอยากเป็นที่ยอมรับ มักจะทำให้คนชอบด้วยการให้อะไรบางอย่างกับคนอื่นก่อนเพื่อดึงดูดให้คนอื่นมองเห็นและยอมรับผม ผมมักจะแสดงออกแบบที่คนอื่นต้องการจะเห็น ทำทุกอย่างให้ทำให้คนพึงพอใจและยอมรับผม  

อย่างเช่นกับพ่อแม่ ผมก็ให้ผลการเรียนดีๆ และแสร้งทำตัวเป็นเด็กเรียบร้อยอยู่เสมอ เพราะนั่นจะทำให้พ่อแม่ที่แสนจะยุ่งและเข้มงวดพอใจและชื่นชมในตัวผม  

ที่สำคัญผมมักจะใช้เสน่ห์ของตัวเองล่อผู้ชายดีๆมาอยู่ใกล้ๆ และแสดงออกตามที่ผู้ชายที่ผมคบต้องการ ผมมอบทั้งเซ็กซ์ที่ถึงใจหรือวาจาท่าทางออดอ้อนอ่อนหวาน ทั้งหมดก็เพื่อให้เขายอมรับและเห็นว่าผมสำคัญจนขาดผมไม่ได้ 

ผมหลงทาง..พยายามหาตัวตนและสร้างตัวตนที่บิดเบี้ยวจนทำสิ่งผิดๆ ที่ผ่านมากว่าจะเจอกับคนที่ดีและดีกับผมโดยไม่หวังสิ่งตอบแทนเหมือนผีไร้หน้าเจอกับ Chiroro ผมก็สกปรกมากแล้ว 

โชคดีที่สุดท้ายผมก็พบกับพี่เบตกับพี่หมอเยล พวกเขาช่วยให้ผมได้ตระหนักและเตือนสติให้ผมเปลี่ยนตัวเองใหม่ ให้ผมได้ค้นพบตัวตนและสิ่งที่ผมชอบจริงๆ และยังช่วยให้ผมได้ทำมันอย่างที่ผมตั้งใจ มันทำให้ผมเห็นคุณค่าในตัวเองเหมือน เหมือนที่ Chiroro พาผีไร้หน้าไปพบกับ Zeniba และได้ค้นพบคุณค่าของตัวเอง 

ทั้งหมดนี้ ไม่ต่างกันเลย...โชคดีที่มันยังไม่สายจนเกินไป 

ผมนั่งดูหนังไปจนจบเบตก็ยังไม่กลับแปลกมากๆ ผมจะโทรหาก็ดูเจ้ากี้เจ้าการเกินไป แต่กังวลอยู่ไม่นาน ก็มีคนมากดกริ่งห้องผมเลยออกไปเปิด แต่พอเห็นคนที่ยืนอยู่หน้าห้องทำเอาผมอึ้งไปเลย 

"เฮ้ย พี่เบตมาได้ไง แล้วยูทำไมเป็นแบบนี้ล่ะ" 

ผมมองพี่เบตแบกยูมาในสภาพแบบเหมือนจะไม่ไหวต้องให้พี่เบตประคอง แต่ที่หนักสุดคือกลิ่นเหล้าที่ฟุ้งออกมานั่นแหละ 

 

"เออ พี่มอมมันเองแหละ หมั่นไส้ยุ่งกะเมียกูจริง" พี่เบตตอบอย่างสะใจ แย่มากๆ ถึงผมจะเห็นพี่เบตเป็นผู้มีอุปการคุณแต่ใช่ว่าผมจะอยากเห็นเขาแกล้งยูแบบนี้นะ 

"พี่เบต! ทำไมทำงี้ล่ะ สงสารยู" 

"สงสารพี่ก่อนเถอะ ให้ไปโยนตรงไหน ตัวโคตรหนักเลยแม่งเอ๊ย" พี่เบตบ่นเพราะยูทำตัวอ่อนจนพี่เบตไหล่แทบทรุด ก็คนตัวพอๆกันแบกกันมาก็ลำบากแบบนี้แหละ 

"ทางนี้พี่ เข้าห้องนอนเลยเหอะ ผมคงแบกไม่ไหว" ผมรีบนำพี่เบตเข้าห้องนอน พี่เบตก็ลากยูมาโยนลงบนเตียงแบบไม่ถนอมสักนิด 

"แล้วทำไมยูถึงกินล่ะ ปกติเขาไม่น่าจะชอบกินเหล้านะ" ผมลากพี่เบตออกมาจากห้องนอนแล้วเริ่มซักทันที 

"เฮ้ย มันอยากกินเอง กำลังเฮิร์ตไง" 

"หา...ทำไมล่ะ"  

"ก็พี่อยากให้มันตัดใจ วันนี้ตอนที่รอมันทำอาหาร พี่ก็เลยลากเยลเข้าห้องไปจัดซะหนึ่งยกเรียกเหงื่อฆ่าเวลาหน่อย แง้มประตูไว้นิดๆให้มันพอได้ยินเสียงด้วย หึ นี่ลงทุนเลยนะ ปกติเสียงเมียครางนี่พี่โคตรหวงไม่อยากให้ใครได้ยิน" 

"โห...แรงมาก เกินไปป่ะ แล้วพี่เยลยอมพี่ได้ไงเนี่ย คนเลว" ผมบ่นอย่างเคืองๆ นึกออกเลยว่ายูจะเสียใจสักแค่ไหน 

"ไม่ยอมก็ทำให้ยอมสิ ไม่เห็นยาก เออ แล้วคืนนี้ก็จัดการซะล่ะ เผด็จศึกซะ" พี่เบตตอบกวนๆแถมยักคิ้วอีก จนผมนี่อยากจะฟาดสักป้าบ 

"โอ๊ยย พี่เบต เมาแบบนี้เผด็จศึกบ้าอะไรล่ะ ไป พี่ไปได้แล้ว นิสัยไม่ดี" ผมขี้เกียจคุยกับเขาแล้ว อยากเข้าไปดูแลยูด้วยเลยดันหลังเขาออกจากห้องทันที 

"เออๆ ไปละ เดี๋ยวเมียรอ อ้อ ปลาอร่อยมาก สูตรเราใช่ปะ จำได้" ก่อนออกจากห้องพี่แกไม่วายหันมาชมผมอีก คงรู้แหละว่าผมสอนยูไป เพราะเมนูนี้สมัยคบกันพี่เบตก็เคยกินบ่อยๆ เพราะมันทำง่ายผมเลยชอบทำให้บรรดาแฟนกิน 

"อร่อยจริงดิ ผมสอนยูแค่ครั้งเดียวเอง ยู เก่งเนอะ" แต่ผมไม่ได้โฟกัสตรงนั้น ตอนนี้ในหัวผมมีแต่ความดีใจและชื่นชมที่ยูทำอาหารได้อร่อยอย่างที่คิด  

"พอๆ ไม่ต้องอวยมัน ได้ยินแล้วรำคาญ งั้นพี่ไปก่อนละ" 

 

พี่เบตคงเบื่อผมเต็มทีเลยโบกมือแล้วเดินออกไป ผมเลยเดินกลับเข้าห้องไปดูยู ตอนนี้เขาเหมือนคนง่วงมากกว่าคนเมา แบบว่าเงียบมากหลับตานิ่งเลย ผมเลยตัดสินใจถอดรองเท้าถุงเท้าให้ยู แล้วกะว่าจะเช็ดตัวให้เขา 

ผมไปเอาผ้าขนหนูใส่กะละมังมาเตรียมไว้แล้วค่อยๆแกะกระดุมเสื้อเชิ้ตของยูออก ใจเต้นตึกตักอย่างน่าเจ็บใจ เฮ้อ แก้ผ้าให้ผู้ชายมาตั้งมาก มาใจเต้นอะไรตอนนี้ก็ไม่รู้ บ้าบอ  

ผิวเนื้อในร่มผ้าของยูขาวมาก อาจจะน้อยกว่าผมแต่ก็ถือว่าขาวอยู่ดี กล้ามเนื้อเขาตึงแน่น ถึงจะเคยเห็นมาแล้วในห้องน้ำแต่ตอนนี้มันชัดกว่าไง แถมยูนอนนิ่งให้มองด้วย...แบบว่า อยากกัดกล้ามอกสักคำ  

ผมหักห้ามใจไม่ให้คิดจะปล้ำยูแล้วค่อยๆดึงเสื้อออก ต่อไปก็กางเกงละ คราวก่อนเห็นแวบๆไม่แน่ใจขนาด คราวนี้อย่าหาว่าลามกเลยนะ ถอดออกหมดเลยเถอะ ขอเห็นเป็นบุญตาสักครั้ง 

ผมดึงกางเกงสแล็คสีดำออกช้าๆ อืม ขาดี แน่นมาก สุดท้ายก็เหลือแค่กางเกงในสีขาว อึก...คอแห้งเลย แต่จะเช็ดตัวก็ต้องถอดให้หมดถูกไหม ผมจำเป็นต้องทำนะ 

ผมรูดกางเกงในออกจากตัวยูช้าๆ ตาจ้องเขม็งไปที่ยูน้อยแบบว่าตั้งใจมองมาก... 

โอว...ว ไม่น้อย ยูไม่น้อยเลย โดนใจมากทั้งขนาดและรูปทรง ทุกอย่างเอาไปเต็มร้อย ฮือๆ อยากโดนมาก งือๆ ห่างหายไปนาน ได้แบบนี้ก็ดีสิ อยากได้ อยากมียูเป็นของตัวเอง จริงนะ ถึงผมจะไม่ดีพอ แต่ผมก็มีสิทธิ์ฝันใช่ไหม 

ผมมองยูไม่น้อยอย่างอาลัยอาวรณ์แต่ยังไม่กล้าจับ เลยรีบเอาผ้าห่มมาคลุมไว้ก่อนแล้วเริ่มลงมือเช็ดตัวให้ยู เช็ดใบหน้าเขาก็ย่นคิ้วเหมือนรำคาญ ผมเลยค่อยๆเช็ดตามลาดไหล่ มัดกล้ามแขนสวยๆ อกแน่นๆ แอบไล้ผ้าวนๆตรงยอดอกสีชมพูน่ากินเล็กน้อยก่อนจะลากลงไปที่หน้าท้องแบนราบ จนน่าจะสะอาดดีแล้วก็ลากลงไปอีกนิด เปิดผ้าห่มออก...อืม ถึงส่วนสำคัญแล้วสินะ 

ผมค่อยๆเช็ดไปตามท่อนขาก่อนจะวกกลับมาที่แกนกลางร่างกาย ตรงนี้ต้องทำความสะอาดดีๆนะ เดี๋ยวจะไม่สบายตัว ผมเลยค่อยๆจับยูไม่น้อยขึ้นมา เอาผ้าลากเช็ดเบาๆจนทั่ว...แต่นั่นคงมากเกินไป เพราะยูไม่น้อยเริ่มขยายตัวตอบสนองสัมผัสเบาๆของผมทันที 

ผมรีบมองไปที่หน้ายูเห็นเขากระสับกระส่ายน้อยๆ แต่เหมือนจะไม่ตื่น ผมมองแกนกายที่กึ่งแข็งกึ่งอ่อนในมือแล้วกลืนน้ำลายลงคอ จิตใจชั่วร้ายเริ่มทำงานทันที... 

เอื๊อก....ชิมนิดนึงได้ไหมนะ อยากชิมอะ...อยากกกกก 

แล้วผมก็ค่อยๆลดปากลงไป 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว