ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

HUNT No.2 แมวเหมียว

ชื่อตอน : HUNT No.2 แมวเหมียว

คำค้น : ็Hunter ล่ารักร้าย

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 828

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 02 พ.ค. 2564 17:29 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
HUNT No.2 แมวเหมียว
แบบอักษร

ในที่สุดแผนการเอาตัวเข้ามาในชีวิตยูก็สำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี ถึงแม้ยูจะเฉยชาเป็นปลาตายกับผมแต่ผมว่าขอแค่มีก้าวแรกได้ ก้าวต่อๆไปผมว่าก็ไม่น่าจะยากแล้ว

หัวค่ำผมปล่อยให้ตัวเองนอนหลับพักผ่อนเอาแรง กลางดึกผมตั้งนาฬิกาปลุกไว้ตอนตีสอง ง่วงนะแต่เพื่อยูแค่นี้ผมทนได้ ล้างหน้าล้างตาให้ตัวเองสดชื่นสักนิดก่อนจะจัดทรงผมให้ดูเซ็กซี่ขยี้ใจหน่อยๆ แล้วค่อยๆเปิดประตูเดินออกมา 

นอกห้องมีเพียงแสงสลัวจากโคมไฟ ยูน่าจะหลับไปแล้วหรือเปล่า ผมค่อยๆย่องออกไปจุดแรกที่กวาดตามองคือโต๊ะที่ยูเอาไว้อ่านหนังสือแต่ก็ไม่เห็น ผมเลยเดินเลยมาทางโซฟาสีเทาตัวโตที่ยูบอกว่าจะนอนที่นี่ในที่สุดก็เจอเขา เห็นแล้วพาลให้ใจอ่อนยวบ

ยูนอนหลับไปแล้ว ร่างสูงใหญ่พอมานอนบนโซฟาที่นับว่าตัวโตก็ยังไม่พอดี ขาเขางอหน่อยๆอย่างน่าสงสาร บนอกยูมีชีทเรียนปึกหนึ่งวางอยู่เหมือนเขาไม่ได้ตั้งใจจะหลับ ขยันสุดๆไปเลย เป็นเด็กแพทย์นี่น่าสงสารจัง เห็นแล้วโคตรสะท้อนใจเลย ถ้าตอนนี้ผมต้องเรียนแพทย์จริงๆคงเหมือนตกนรกทั้งเป็น โชคดีแค่ไหนที่ผมหลุดพ้นมาได้

ผมอยากให้ยูเข้าไปนอนในห้องนอนแต่ก็ไม่อยากปลุกเขา สุดท้ายเลยตัดสินใจค่อยๆหยิบชีทเรียนดึงออกมาจากอกเขาช้าๆ แต่ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น รู้ตัวอีกทีตัวผมก็ล้มลงไปกองอยู่บนตัวเขาแล้ว

"ทำอะไรน่ะ!" ยูถามเสียงเครียด ผมใจเต้นตึกตักเพราะความใกล้ชิดที่มาแบบกะทันหัน กลิ่นตัวหอมๆของยูที่ผมเผลอสูดเข้าไปเต็มๆเล่นเอาเคลิ้มจนทำอะไรแทบไม่ถูก

"ยะ..ยู โทษที พอดีผมเห็นเผลอหลับไปเลยจะหยิบชีทเรียนออกให้น่ะ" ผมตั้งสติรีบบอกออกไปทันที ความใกล้ชิดแบบตัวเกยกันทำให้ผมคิดอะไรไม่ออก แผนการอะไรที่เคยมีในหัวก็เหมือนจะหายไปหมด มีแต่ความตื่นเต้นประหม่าเท่านั้น

ยูเหมือนจะยังเบลอๆเพราะเพิ่งตื่นนอน เขารั้งตัวผมขึ้นไปเกยบนตัวแล้วยังไม่ปล่อย ทั้งๆที่ผมตอบไปแล้วเขายังทำหน้ามึนๆเหมือนยังไม่ตื่นดี ตัวผมเองก็ไม่กล้าดิ้นมากนักได้แต่ทำตัวแข็งอยู่บนตัวยูจนผ่านไปอึดใจใหญ่ผมก็ทนไม่ไหวเรียกเขาเสียงเบาอีกครั้ง

"ยู..เอ่อ ปะ ปล่อยได้ยัง" พอผมพูดออกไปแบบนั้นยูก็เหมือนจะได้สติปล่อยมือที่ยึดแขนผมให้เป็นอิสระ ผมเลยค่อยๆขยับออกจากตัวยูอย่างเก้ๆกังๆ หมดกัน มาดนางแมวยั่วสวาท ไม่น่าเชื่อว่าถึงผมจะผ่านสังเวียนมามากแค่ไหน แต่กับคนที่ชอบจริงๆกลับเหมือนไก่อ่อนมีแต่ความประหม่าเขินอายเหมือนไม่ประสาอะไรทั้งนั้น

"อืม ขอโทษทีพอดีตกใจน่ะ เคยแต่อยู่คนเดียว" ยูพูดหลังจากพยุงตัวลุกขึ้นนั่งท่าทางมึนๆ น่าสงสารจัง

"ไม่เป็นไร ยูเข้าไปนอนในห้องเถอะ นอนแบบนี้เดี๋ยวปวดหลังนะ เดี๋ยวผมนอนโซฟาเอง" ผมรีบกระโดดขึ้นนั่งจองที่โซฟาว่างข้างๆยูทันที แบบว่าถ้าเขาจะนอนที่นี่ก็ต้องนอนทับตัวผมอะ กล้าก็มาดิ มาเล้ย อิอิ

ยูมองผมนิ่งๆขมวดคิ้วนิดหน่อยแล้วเงียบไปเหมือนใช้ความคิด ผมได้แต่ลุ้นใจตุ๊มๆต่อมๆกลัวจะโดนหาว่าน่ารำคาญ เพราะเขาก็บอกแต่แรกแล้วว่าเขาจะนอนข้างนอก ผมมาตื๊อเขาแบบนี้ถ้าเป็นผมคงด่าอ่ะ

"งั้นไปนอนในห้องด้วยกันก็ได้"

บทจะง่ายขึ้นมาก็ง่ายอย่างไม่น่าเชื่อ สงสัยเพราะง่วงแหละ ยูเดินเข้าห้องนอนแล้วเปิดตู้บิวท์อินข้างเตียงแล้วหยิบหมอนสำรองออกมาสองใบก่อนจะมาวางเป็นอาณาเขตกันระหว่างที่นอนสองฝั่งอย่างเรียบร้อย...ว้าวว หวงตัวจังน้า

ผมเห็นแบบนั้นก็ไม่ได้พูดอะไรเดินไปนอนฝั่งด้านในแล้วคลี่ผ้านวมคลุมตัวไว้ครึ่งหนึ่งแล้วหลับตาลง ยูเห็นแบบนั้นก็ปิดไฟ สักพักที่นอนอีกฝั่งก็ยวบลง ใจผมเต้นตึกตัก...ในที่สุดก็ได้นอนเตียงเดียวกับยูแล้ว ฮือ เหมือนฝันเลย

แต่หลังจากทิ้งตัวลงนอนยูก็เหมือนจะปิดสวิตช์ตัวเองทันที ท่านอนหงายมือวางไว้ข้างลำตัวอย่างสงบ อย่างกับหุ่นแน่ะ ผมลอบมองผ่านความมืดเล็กน้อยแต่ไม่กล้าทำอะไรหรอก ไม่รู้หลับหรือแกล้งหลับ แต่ก็นะ แค่ยูยอมมานอนในห้อง ยอมมานอนเตียงเดียวกับผมก็คุ้มกับการฝืนสังขารตื่นไปหาเขาตอนตีสองแล้ว

นอนฟังเสียงลมหายใจสม่ำเสมอของยูได้ไม่นานผมก็ผล็อยหลับไปอย่างมีความสุข

 

ตื่นมาอีกครั้งตอนหกโมงเช้าเพราะผมตั้งนาฬิกาปลุกไว้ ผมกดปิดเสียงนาฬิกาปลุกจากโทรศัพท์พยายามตั้งสติ ไม่รู้ว่ายูตื่นเพราะเสียงนาฬิกาปลุกของผมหรือเปล่าดังนั้นผมตั้งลุกขึ้นทำท่างัวเงียแบบแมวน้อยน่ารัก ต้องดูง่วงๆนิดๆปนเซ็กซี่หน่อยๆ 

ผมแอบปาดหน้าตัวเองเร็วๆเพื่อให้มั่นใจว่าไม่มีขี้ตาเกาะให้เสียมู้ดแล้วค่อยๆดันตัวขึ้นจากเตียงช้าๆ ดึงเสื้อให้ไหล่ตกน้อยๆโชว์ผิวขาวเนียนไร้รอยราคี กะจังหวะเล็กน้อยแล้วค่อยๆหมุนตัวไปตรงที่นอนอีกฝั่ง

"ฮ้าวว...หลับสบา.." แป่ว! กำลังจะท่องบทเลยแต่น่าเสียดายตอนนี้ที่นอนข้างๆกลับว่างเปล่า เฮ้ย เมื่อคืนก็นอนดึก นี่เพิ่งจะหกโมงยูตื่นแล้วเหรอเนี่ย

ผมรีบกระโดดลงจากเตียงแต่ไม่ลืมเก็บที่นอนให้เรียบร้อยตามประสาแม่ศรีเรือนที่ดี แล้วเข้าห้องน้ำกะจะใช้นิ้วแปรงฟันลวกๆ แต่ก็ต้องใจเต้นด้วยความดีใจที่เห็นซองแปรงสีฟันใหม่วางไว้ให้บนเคาน์เตอร์ในห้องน้ำ ว้าวว ยูช่างรอบคอบ ช่างใส่ใจคนอื่นจัง

ผมล้างหน้าแปรงฟันเร็วๆแล้วตรวจดูความเรียบร้อยตัวเองอีกครั้ง ใบหน้าขาวใสจนแทบจะเห็นเส้นเลือด ผิวเนียนละเอียดจากกรรมพันธุ์ดีและการดูแลขั้นสุดของผมทำให้แม้แต่จุดด่างดำสักจุดก็ไม่มีให้เห็น เช่นเดียวกับร่างกาย ผิวพรรณผมขาวนวลเด้งไม่มีร่องรอยแผลแม้เพียงเล็กน้อย จุดเดียวที่ทำให้ผมไม่ค่อยชอบนักคือขี้แมลงวันเล็กๆตรงขาอ่อนด้านใน แต่มันก็เล็กน้อยมากถ้ามองจากภายนอกก็มองไม่เห็นหรอก

ผมยังไม่ได้อาบน้ำเพราะไม่มีชุดเปลี่ยน กะจะอ้อนเอาเสื้อผ้าจากยูไม่รู้เขาจะให้หรือเปล่า หลังจากดูแลรูปลักษณ์ของตัวเองให้ดีอย่างที่พอใจแล้วผมก็เดินออกไปข้างนอกห้องนอน มองซ้ายมองขวา...เงียบ...ยูไม่อยู่แฮะ

ผมเดินหาไปทุกซอกทุกมุมยกเว้นยูจะไปซ่อนตัวอยู่ใต้เก้าอี้ซึ่งเขาจะทำแบบนั้นทำไม แต่ผมก็ยังไม่เครียด เพราะมองดูบนโต๊ะยังมีกระเป๋าใส่หนังสือที่มีกระเป๋าเงินอยู่ในนั้น ยูน่าจะออกไปข้างนอกชั่วคราวน่า

ด้วยความที่อยากจะชนะใจยูผมเลยเดินไปที่ครัวเพื่อดูว่าจะทำอะไรให้เขากินได้บ้าง โชคดีที่ยูตุนของไว้เยอะพอสมควรผมเลยว่าจะทำข้าวต้มหมู ผมทำอาหารเป็นเพราะเป็นสกิลที่ผมต้องมีไว้เอาใจผู้ชาย แหะๆ อย่าเพิ่งมองบนสิครับ ถึงอดีตผมจะไม่ดีแต่ผมก็ทิ้งมันไปหมดแล้วนะ ยกเว้นพวกความสามารถที่ติดตัวมาก็ถือว่าประสบการณ์มันสอนก็แล้วกัน

จนข้าวต้มผมเดือดยูก็กลับเข้ามาพอดี เขาอยู่ในชุดออกกำลังกายเสื้อยืดกีฬาสีดำกางเกงวอร์มสีเทา เหงื่อเขาท่วมตัวจนเสื้อที่ใส่อยู่เปียกแนบกับกล้ามเนื้อตึงแน่นบางส่วนแบบโซแดมฮอท ซู้ด..ด น้ำลายไหล แค่กๆ ผมรีบเก็บสีหน้าหื่นๆ ก่อนที่ยูหันมาหาผมที่ยืนอยู่ตรงเคาท์เตอร์ครัว กลิ่นข้าวต้มคงทำให้เขาขมวดคิ้วนิดหน่อย หน้านิ่งๆของยูทำให้ผมใจแป้ว ไม่รู้ว่าเขาจะรำคาญหรือเปล่าที่ผมถือวิสาสะมาใช้ครัวเขา

"ยู เอ่อ ขอโทษนะพอดีผมหิวเลยเสียมารยาททำข้าวต้มน่ะ ค่าข้าวของเดี๋ยวผมจ่ายให้ ถ้าไม่รังเกียจก็มากินด้วยกันสิ ผมทำเผื่อด้วย" ผมพูดอย่างประหม่าน้อยๆ อันนี้ไม่ได้แสดงนะ คือไม่รู้ว่ายูเป็นคนยังไง เขาอาจจะไม่ชอบที่ผมยุ่มย่ามของเขาก็ได้

"ไม่ต้องจ่ายหรอก ขอบคุณมากที่ทำเผื่อ เดี๋ยวผมออกมากินด้วยนะขอไปอาบน้ำก่อน" 

โชคดีที่ยูแค่ขมวดคิ้วแต่ก็ไม่ได้ว่าอะไร ค่อยโล่งใจหน่อยที่เขาบอกว่าจะออกมากินข้าวด้วย ผมเลยไปเปิดตู้หาถ้วยชาม คอนโดยูมีพร้อมทุกอย่างเลย เห็นได้ชัดว่าเขาก็ทำอาหารด้วย

ไม่นานยูก็ออกมาในชุดนักศึกษา หล่อออร่าจับมากๆ ได้ข่าวว่าเขาเป็นเดือนคณะแพทย์แล้วซึ่งไม่น่าแปลกใจเท่าไหร่ อย่างยูนี่ผมว่าเป็นเดือนมหาวิทยาลัยยังได้เลย

"อืมแล้วเช้านี้คุณมีเรียนหรือเปล่า จะให้ยืมชุดนักศึกษาก็น่าจะใส่ไม่ได้" พอยูมานั่งที่โต๊ะก็ถามผมขึ้นมาอย่างเป็นห่วง งื้อ..คนดีจริงๆเลย ห่วงการเรียนผมด้วย

"มีแหละ แต่พอดีคาบเช้าไม่ค่อยมีอะไรเท่าไหร่ เรียนนิเทศก็งี้แหละปีหนึ่งยังชิวอยู่ เดี๋ยวผมให้เพื่อนเซนต์ชื่อให้ก็ได้" ผมตอบไปสบายๆ เพราะผมเลือกแล้วแหละว่าจะมาค้างกับยูคืนนี้ดังนั้นต้องเลือกวันที่วิชาคาบเช้าไม่ยากแถมเซนต์ชื่อแทนได้ 

"อืม แล้วคุณจะเอายังไง จะให้ผมไปเป็นเพื่อนขนของหรือเปล่า หรืออยากให้ผมไปช่วยคุยกับรูมเมตคุณก็ให้ได้นะ" โห พ่อคุณทูนหัวของฮันเตอร์ ยูช่างเป็นคนดี...ดีแบบไม่มีอะไรมากั้น

"ไม่เป็นไร อืม แต่ยูพอจะไว้ใจให้กุญแจสำรองผมหน่อยได้ไหม เดี๋ยวผมขนของมาแล้วจะได้เข้าห้องได้" ผมถามอย่างเกรงใจ ถึงจะเป็นเพื่อนโรงเรียนเก่ากันแต่จะให้กุญแจห้องกันมันก็อาจจะมากเกินไป

"อืม ได้สิ เอาของมาก็เก็บใส่ตู้ได้ตามสบายไม่ต้องเกรงใจนะ" ยูรับคำง่ายๆด้วยท่าทางสบายๆผมเลยค่อยโล่งใจหน่อย

"ขอบคุณมากเลยนะ รับรองผมกวนไม่นานหรอก มา ผมตักข้าวต้มไว้แล้ว ลองชิมดูนะว่าถูกปากไหม" ผมยื่นชามข้าวต้มที่โรยผัก กระเทียมเจียวกับพริกไทยนิดหน่อยไปตรงหน้ายู มันสวยงามและดูน่ากินสุดๆไปเลย อันนี้ผมไม่ได้หลงตัวเองนะ

"ขอบคุณครับ น่ากินมาก คุณทำอาหารเก่งเหรอ" ยูรับชามข้าวต้มไปแล้วหันมาชื่นชมจนผมอยากจะยิ้มให้แก้มแตก แต่ไม่ได้ๆ ต้องตีหน้าซื่อๆเขินๆเข้าไว้

"ก็..พอดีฝึกมาจากคุณแม่น่ะ ลองชิมดูก่อนนะ" ผมไม่ได้ตอบว่าเก่งหรือเปล่า แต่แซ่บไม่แซ่บต้องให้เจ้าตัวลองชิมเอง ไม่ใช่แค่อาหารนะแต่รวมถึงตัวผมด้วย อร๊ายยย

ยูใช้ช้อนตัวข้าวต้มขึ้นมาชิมตามคำชวนของผมง่ายๆ ผมมองเขาเคี้ยวช้าๆอย่างโคตรลุ้น...มันต้องอร่อยดิวะ ถ้าแฟนที่ผ่านๆ มาของผมไม่ได้หลอกลวง ฝีมือผมมันต้องดีพอตัวเลยแหละ

"อืม อร่อยมาก ว่างๆสอนผมทำบ้างสิ" อุ๊ย ผู้ชายให้สอนทำอาหาร บ้าบอ

"ได้สิ ถือว่าตอบแทนที่ให้มารบกวนสองสามวันนี้ แต่เห็นวัตถุดิบเยอะแยะนึกว่าทำอาหารเก่งแล้วซะอีก" 

 

"เปล่า ผมเอามาหัดทำน่ะ พอดีคนที่ผมชอบเขากินข้าวนอกบ้านไม่ได้เพราะเขาแพ้อาหารหลายอย่าง ผมเลยจะหัดทำอาหารไว้ดูแลเขา" เอเคซึ้ง จึ้งเลยไหมล่ะ ที่แท้เขาจะหัดทำอาหารเพื่อพี่หมอเยลนี่เอง...น่าอิจฉาพี่หมอเยลจัง

"ได้สิ ผมทำเป็นหลายอย่าง รับรองอร่อย อิจฉาคนที่คุณไปชอบจัง" ผมทำเนียนตามน้ำไป ทำเป็นไม่รู้เรื่องคนที่ยูชอบว่าเป็นใคร ปั้นหน้าตาใสซื่อใส่เขา

"อืม แต่เขายังไม่ชอบผมนะ ผมว่าจะพยายามไปเรื่อยๆ" 

"ดีแล้วแหละ ความพยายามอยู่ที่ไหนความพยายามอยู่ที่นั่น เอ๊ย ความสำเร็จอยู่ที่นั่น" เว้ย ผมพูดอะไรไปเนี่ย เพราะไม่อยากคุยเรื่องนี้ต่อผมเลยทำเป็นก้มหน้าก้มตากินข้าวต้มต่อ ยูเองก็เริ่มกินข้าวอย่างมีมารยาทไม่ได้ชวนผมคุยอีก กินเสร็จผมก็อาสาเป็นคนล้างจานให้ ยูเลยขอตัวไปเรียนก่อน แต่ก็ไม่ลืมทิ้งคีย์การ์ดสำรองไว้ให้ผม เสียดายที่ห้องนี้ไม่ใช้กุญแจไม่อย่างนั้นจะได้แอบเอาไปปั๊ม เผื่อวันหลังจะได้แอบมาลวนลามยูได้ คริ คริ

 

พอยูไปแล้วผมเลยได้ฤกษ์กลับห้องตัวเองสักที เดิมทีผมไม่ได้อยู่คอนโดนี้หรอกครับ แต่ไปเช่าหอพักอยู่ใกล้ๆมหาวิทยาลัย แพงพอสมควรแต่ก็ไม่ได้หรูเท่าคอนโดนี้ ส่วนห้องพักที่คอนโดนี้ผมก็มาอาศัยเขาอยู่จริงๆนั่นแหละ และคนคนนั้นก็เป็นลูกของเพื่อนพ่อผมจริงๆ แต่ที่ผมไม่ได้มาอยู่กับเขาแต่แรกเพราะผมชอบอยู่คนเดียวมากกว่า

ติ๊งต่อง..ตึ๊งต่อง...ผมออดหน้าห้องสองครั้งแล้วยืนรอสักครู่ประตูก็เปิดออก พร้อมกับผู้ชายรูปร่างสูงใหญ่ผิวขาวสะอาดเกลี้ยงเกลา เขาเป็นคนที่เรียกว่าดูดีมากๆทีเดียว พอเขาเห็นผมยืนเท้าเอวยักคิ้วให้เขาสองจึกเขาก็คว้าตัวผมเข้าห้องทันทีจนตัวผมแทบปลิว

"ไปแรดที่ไหนมา!!!"

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว