ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

HUNT No.1 กระต่ายขาว

ชื่อตอน : HUNT No.1 กระต่ายขาว

คำค้น : Hunter ล่ารักร้าย

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.4k

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 02 พ.ค. 2564 17:33 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
HUNT No.1 กระต่ายขาว
แบบอักษร

แฮ่ก แฮ่ก แฮ่ก ผมวิ่ง วิ่งสุดชีวิต จากชั้น 15 ไปที่ชั้น 17 ลิฟต์ไม่ขึ้นหรอก เดี๋ยวเหงื่อไม่ออก เสื้อสีขาวตัวบางกับกางเกงบอกเซอร์ลายตารางสีชมพูสั้นจู๋ ก่อนออกมาจากห้อง ผมส่องกระจกดูแล้วนะ น่ารักตุ๊กติ๊กมุกมิกมากๆ ต่อให้ตายด้านแค่ไหนเห็นขาขาวอมชมพูเบอร์นี้ก็ต้องมีกลืนน้ำลายบ้างแหละ 

ก๊อก ก๊อก ก๊อก ผมเคาะประตูห้องอย่างเร่งร้อน...เงียบ ไม่มีเสียงตอบรับเลย แต่ผมรู้ว่ามีคนอยู่ที่ห้องแน่ๆ สายสืบผมยืนยันแบบนั้น แต่ให้ตายสิ เคาะจนมือแทบหักแล้วทำไมยังไม่มีคนเปิดประตูอีก 

ผมเริ่มละล้าละลัง มือผมบอบบางเหมือนมือผู้หญิงเพราะบำรุงอย่างดีจนนุ่มอย่างกับมือเด็ก ฮือ มือสวยๆที่น่าสงสาร จะให้เคาะนานขนาดนี้ไม่ได้นะ โชคดีที่กำลังว้าวุ่นใจอยู่ผมก็เหลือบไปเห็นกริ่งหน้าห้อง...อิเหี้ย ทำไมกูไม่กดกริ่งวะ เคาะให้เจ็บมือทำม้าย 

ผมกระโดดอีกสองครั้ง คิดถึงแมงมุมคิดว่ามันไต่แขนผม ผมกลัวมาก ใจเต้นแรงสุดๆ จากนั้นก็ไปกดกริ่งห้องแบบรัวๆ ฮือ น้ำตาคลอแล้วนะ ฮือ ฮือ ทำไมไม่มาเปิดประตู๊ 

แกร๊ก...ในที่สุดประตูก็เปิด พอร่างสูงกับผิวขาวใสสไตล์โอปป้าเกาหลีปรากฏตัวขึ้นผมก็โถมตัวเข้าไปกอดเอวเขาไว้แน่นทันที ว้าว..ตัวแน่นมาก หอมด้วย  

แค่แวบเดียวที่เห็นก็รู้เลยว่าไม่ผิดตัวแน่ เขาคือ'ยู' ยศพัฒน์ ยุววรรษ นักศึกษาแพทย์ปีหนึ่งมหาวิทยาลัยเอ เพื่อนร่วมรุ่นโรงเรียนเก่าและยังเป็นคนที่หล่อและฮอตที่สุดในโรงเรียน 

ใจผมเต้นตึกตัก ไม่เคยคิดเลยว่าจะมีวันนี้ วันที่ผมกล้าพอจะพุ่งเข้าใส่เขา เมื่อก่อนผมได้แต่มองเขาจากที่ไกลๆ ไม่เคยกล้าแม้แต่จะฝันถึงเขา ไม่เคยมีกล้าจะเข้าไปทักทายหรือยิ้มให้เขา...เพราะผมไม่ดีพอ 

ผมเคยเหลวแหลก ผ่านผู้ชายมามากมาย เคยใช้เซ็กซ์เป็นเครื่องระบายความกดดันจากครอบครัว ตัวผมสกปรกแล้วในตอนที่เจอเขาครั้งแรก...เราต่างกันเกินไป  

ความจริงแล้วสมัยก่อนผมขึ้นชื่อว่าเป็นนักล่า เวลาถูกใจใคร แค่ไปอ่อยไม่กี่ครั้งก็เสร็จผมไม่ยาก ไม่ว่าชายแท้ เกย์ หรือไบ ถ้าผมต้องการ อ่อยไม่กี่ทีก็เสร็จหมด ไม่มีใครเกินความสามารถของผม 

แต่ตอนนี้เมื่อผมทิ้งอดีตที่สกปรกของผมไว้ข้างหลัง แล้วเปลี่ยนตัวเองเป็นคนใหม่ ผมไม่ยุ่งกับใครมานานแล้ว ถึงอดีตจะลบล้างไม่ได้ แต่ผมเชื่อว่าตอนนี้ผมดีพอที่จะสัมผัสเขาได้ ถึงจะไม่ได้ครอบครอง แต่ก็อยากลองอยู่ใกล้ๆ ให้เขาเห็นผมในสายตาบ้างก็ยังดี 

"เฮ้ย..อะไรเนี่ย" เสียงทุ้มไพเราะเปล่งออกมาด้วยความตกใจ งือ ได้ยินเสียงก็แทบน้วย  

"ชะ..ช่วยด้วย" ผมส่งเสียงออกไปพยายามบังคับให้มันสั่นเครือน้อยๆ อย่างน่าสงสาร 

"เดี๋ยวคุณ ใจเย็นๆปล่อยผมก่อน" เขาพยายามดันตัวผมออก แต่ผมพยายามทำตัวสั่นแล้วเกาะเขาไว้แน่น  

"ขอผมเข้าไป ฮึก ขอเข้าไปหน่อยนะ ขอร้อง" ผมเปล่งเสียงออกไปเค้นอารมณ์โศกเข้าไปอีกหน่อย  

ผมรู้ว่าคนตัวโตรูปร่างสูงใหญ่แข็งแรงอย่างเขา หากตั้งใจจะผลักผมออกมันก็ทำได้ไม่ยาก แต่เขาทำเพียงถอนหายใจแล้วโอบเอวผมดึงเข้าห้องตามที่ผมขอร้องแล้วปิดประตูลง 

ฟู่ววว ผมพยายามตั้งสติ ผมรู้ว่ายูฉลาดมาก ไม่งั้นเขาคงเรียนหมอไม่ได้ ผมต้องงัดทุกสกิลการแสดงออกมาไม่งั้นเขาต้องรู้แน่ว่าผมโกหก  

พอเข้ามาในห้องได้ ยูก็ยังใจดีพอที่จะไม่ผลักผมออก แต่พูดกับผมอย่างใจเย็น 

"คุณ ใจเย็นๆนะครับ เข้ามาในห้องแล้ว ไม่ต้องกลัวนะ" 

เสียงทุ้มนุ่มดังใกล้หูจนกับลมหายใจแผ่วๆที่มากระทบทำเอาผมเคลิบเคลิ้ม ผมเก็บข่มหัวใจที่อ่อนเหลวเพราะความใกล้ชิด ผมพยายามทำหน้าตาให้น่าสงสารที่สุด น้ำตาคลอพอประมาณ กัดปากแรงๆสองทีให้มันแดงเรื่อฉ่ำวาว จนแน่ใจว่าทุกอย่างเป็นไปตามที่ต้องการแล้วผมเลยดันตัวออกมาจากยูช้าๆ 

พอตัวเราแยกจากกันมากพอที่จะเห็นหน้ากันชัดเจนผมก็อุทานออกไปเสียงดังอย่างแนบเนียน 

"ยู!!! ยูเองเหรอเนี่ย ตกใจหมดเลย ฮึก" 

ผมทำท่าตกใจพร้อมปล่อยให้น้ำตาไหลออกมาช้าๆ อย่างสวยงามที่สุด แล้วช้อนตามองยู 

"ฮันเตอร์" ยูหลุดเรียกชื่อผมออกมาเบาๆ ยูจำผมได้!!! 

แค่ได้ยินชื่อผมจากปากเขาน้ำตาผมก็ไหลพรูลงมาโดยไม่ต้องเสแสร้ง เหมือนฝันเลย..เมื่อก่อนไม่กล้าแม้จะไปอยู่ใกล้เขาเพราะกลัวเขารังเกียจ ไม่น่าเชื่อว่าเขาจะจำผมได้ 

"ยะ..ยูจำผมได้ด้วยเหรอ" ผมถามออกไปอย่างมีความหวัง 

"เพื่อนโรงเรียนเก่า อยู่โรงเรียนเดียวกันเป็นปีทำไมจะจำไม่ได้" จริงๆแล้วยูเพิ่งมาเข้าเรียนโรงเรียนผมตอนมอหก เหมือนเขาจะย้ายมาจากต่างประเทศไม่เกาหลีก็ญี่ปุ่นผมไม่แน่ใจนัก และใช่ เราเป็นเพื่อนโรงเรียนเดียวกันมาหนึ่งปี คนฉลาดอย่างเขาผมไม่แปลกใจเลยที่เขาบอกว่าจำผมได้ 

"อืม ผมก็จำยูได้ ฮึก ดีใจจังที่คนที่ช่วยผมไว้คือยู"  

คิ้วเข้มคลายขมวดลง สายตาคมกริบมองสำรวจตัวผมอย่างละเอียด คงสังเกตเห็นความน่ารักเซ็กซี่ของผมแล้วแหละ อิ อิ ตื่นเต้นจัง นี่เลือกตั้งนานเลยนะ ให้ดูหวานๆยั่วๆ แต่ไม่ดูแรดเกินไปนัก 

"มานั่งข้างในก่อนสิ เดี๋ยวผมหาน้ำให้ดื่ม"  

ผิดหวังนิดหน่อยที่สายตานั้นไม่ได้เปลี่ยนไปสักนิด เอาจริงๆผมไม่เคยรู้ว่ายูเป็นคนยังไงกันแน่ เพราะภายนอกเขาดูสุภาพ เป็นมิตร เป็นที่รักของครูและเพื่อนๆ เขาโดดเด่นแต่ต่างจากพี่เบตแฟนเก่าผม เพราะพี่เบตเขาจะดูร้ายๆ เรียนเก่ง ฉลาดครบเครื่องพ่วงความเจ้าชู้แพรวพราวหื่นกาม เอ่อ ละไว้ดีกว่าเรื่องหื่นกามผมจะไม่เล่า แต่ก็นั่นแหละยูในสายตาผมและทุกคนที่ไม่ได้ใกล้ชิดเขาดูเป็นสีขาวแบบไม่มีอะไรมาแต้ม ขาว สะอาด จนกลัวว่าตัวเองจะทำให้เขาแปดเปื้อน 

ผมเดินเข้าไปแอบกวาดตาสำรวจห้อง ห้องยูสะอาดเรียบร้อยมาก คอนโดนี้มีห้องหลายแบบแต่ห้องยูเป็นแบบหนึ่งห้องนอน แต่ดูจะกว้างกว่าปกติเพราะเป็นห้องมุม ตกแต่งแนวมินิมอลดูผู้ชายๆแต่เรียบร้อยมาก ที่เด่นสุดคือมุมอ่านหนังสือติดริมระเบียงกับตู้หนังสือใบใหญ่ดูสมเป็นนักศึกษาแพทย์มากๆ 

ผมเดินมานั่งทำหน้าตาน่าสงสาร เช็ดน้ำตาออกบางส่วน แต่ก็เหลือไว้บ้างเพื่อคงคอนเซ็ปกระต่ายขาวน่าสงสารไว้ ครู่หนึ่งยูก็หยิบแก้วน้ำมาวางให้พร้อมผ้าขนหนูชุบหน้าบิดหมาดหนึ่งผืน 

"ดื่มน้ำ เช็ดหน้าเช็ดตาก่อน" 

ผมพยักหน้าเบาๆ เหลือบมองยูนิดหนึ่งพอให้แน่ใจว่ายูเห็นน้ำตาผมแล้ว ผมสูดจมูกเบาๆเรียกความเห็นใจแล้วถึงค่อยเอาผ้าขนหนูผืนนิ่มมาซับตามใบหน้าช้าๆ พอรู้สึกสดชื่นดีแล้วก็ยกน้ำขึ้นมาจิบ 

"ขอบคุณนะที่ช่วย" ดื่มน้ำแล้วผมก็พูดขอบคุณพร้อมกับมองเขาอย่างซาบซึ้ง  

"เกิดอะไรขึ้นครับ" ถามตรงประเด็น 

"ผม..ผมถูกรูมเมทคุกคามน่ะ ฮึก ผม ผมเลยหนีออกมา แล้ว มาเจอยูนี่แหละ" ผมเล่าพร้อมกับน้ำตาที่เอ่อออกมาอีกรอบ 

ผมทำท่าฝืนเข้มแข็งอย่างน่าสงสาร มองสบตายูหวังจะเห็นความเห็นใจในนั้น...แต่เปล่าเลย สายตาว่างเปล่านั่นคืออะไร เขาเหมือนไม่รู้สึกสึกอะไรเลยกับการแสดงที่แม้แต่อาจารย์คลาสแอคติ้งยังต้องลุกขึ้นปรบมือให้ 

"โลกกลมจังนะ ห้องมีตั้งเยอะ ทำไมบังเอิญหนีมาเคาะห้องผม" จึ๊ก..ทำไมยูถามแบบนี้ล่ะ ในละครก็เยอะแยะไหม คนเป็นเนื้อคู่กันก็พบกันโดยบังเอิญทั้งนั้นแหละ ผมสะอื้นเบาๆอีกครั้ง ยูไม่เห็นเหรอว่าผมกำลังร้องไห้อย่างสวยงามอยู่ 

"เอ่อ..จริงๆผมวิ่งขึ้นบันไดมา กะจะหนีไปเรื่อยๆแต่กลัวเขาตามทัน พอดีห้องนี้เป็นห้องมุม ฮึก..โชคดีมากเลย เจอคนรู้จักพอดีด้วย" ถึงยูจะฉลาดและจับผิดเก่งแค่ไหน แต่ผมก็เตรียมบทมาอย่างดีแค่นี้ผมรับมือได้ 

"บังเอิญ...นั่นสินะ แต่แบบนี้มันเข้าข่ายข่มขืนเลยนะ ผมว่าคุณไปแจ้งความดีกว่า" ยูตอบกลับมาเสียงเรียบแต่โคตรจะจริงจัง เวรรรร แจ้งความเลยเหรอ จริงจังเบอร์นี้ 

"มะ ไม่เป็นไร พอดีคนที่ผมไปอยู่ด้วยเป็นลูกชายเพื่อนสนิทพ่อ ผม ผมไม่อยากมีปัญหากับเขา" ผมรีบตอบไปแบบกลัวใจเขามาก ยูดูเป็นคนดีแต่ก็จริงจังมาก กลัวว่าเขาจะพาไปแจ้งความจริงๆได้แผนแตกแน่ 

"ลูกชายเพื่อนสนิทพ่อแล้วไง เขาก็ไม่มีสิทธิ์ข่มเหงคนอื่นแบบนี้” 

"คือ...พ่อผมให้เขาช่วยคุมความประพฤติผมน่ะ ถ้าพี่คนนี้ไปบอกว่าผมทำอะไรไม่ดี ฮึก พ่อต้องเชื่อแน่ ผมกลัว..เพราะพ่อไม่อยากให้ผมเรียนนิเทศ ถ้าพี่เขาไปพูดอะไรไม่ดีกับพ่อ พ่อต้องให้ผมกลับไปสอบหมอแน่ๆ ฮึก" 

เรื่องที่เมื่อก่อนผมเตรียมตัวสอบเข้าคณะแพทย์ยูน่าจะรู้ เพราะเมื่อก่อนเรื่องคะแนนสอบต่างๆผมก็ติดท็อปทรีของโรงเรียนตลอด อีกอย่างค่ายเตรียมแพทย์ต่างๆที่ยูไปผมก็ไปทุกค่ายเพราะพ่อกับแม่บังคับ 

ยูจ้องผมนิ่งๆอยู่ครู่ใหญ่เหมือนใช้ความคิด ผมนั่งสูดน้ำมูกเบาๆแบบโคตรลุ้น เอาจริงๆผมมองยูไกลๆรู้ว่าเขาหล่อ ฉลาด สุภาพ แต่พอได้มาสัมผัสผมว่าเขาฉลาดเกินไป ดูนิ่งจนไม่รู้ว่าเขาคิดอะไรอยู่กันแน่ 

"แล้วคุณจะทำยังไงต่อไป" มาแล้ววว คำถามเด็ด ใจผมเต้นตึกตัก..แต่ก็พยายามตั้งสมาธิไว้ ช้อนตาเศร้าๆขึ้นไปมองสบตายู 

"ผม..ผมขออยู่ด้วยสองสามวันได้ไหม ฮึก ให้ผมพอมีเวลาหาที่อยู่ใหม่ ผม ผมนอนโซฟานี่ก็ได้" 

ยูนิ่งไปอีกครั้ง คงไม่คิดว่าผมจะขอมาอยู่ด้วยทื่อๆแบบนี้ นานจนผมแทบอยากจะกรี๊ดในที่สุดยูก็พูดออกมา 

"อืม..ก็ได้แหละ แล้วเสื้อผ้าข้าวของคุณจะทำยังไง" ฟู่ว..ในที่สุดก็สำเร็จ ฮือ ฮือ ฮือ จะร้องห้ายย 

"ขอบคุณนะ ขอบคุณมากๆเลย เดี๋ยวพรุ่งนี้ผมแอบไปขนของออกมา อืม ไม่รบกวนเยอะหรอก" ผมบอกยูอย่างเจียมตัว เหมือนเกรงอกเกรงใจเต็มที่  

"ไม่เป็นไรหรอก ยังไงก็เป็นเพื่อนโรงเรียนเดียวกัน เอางี้คุณเข้าไปพักผ่อนในห้อง นอนบนเตียงได้ตามสบาย ส่วนผม ผมชอบอ่านหนังสือจนดึกเดี๋ยวผมนอนข้างนอกสะดวกกว่า" 

 "ไม่ได้สิ นี่ห้องยูนะ เอ่อ ไม่อย่างนั้นยูนอนด้วยกันบนเตียงก็ได้นี่ผู้ชายด้วยกันไม่เห็นเป็นไรเลย" ผมยื่นข้อเสนอตาใส ทำตัวเป็นกระต่ายขาวไม่มีพิษมีภัย 

"ไม่ต้องเกรงใจ ปกติผมก็ชอบนอนข้างนอกอยู่แล้ว คุณไปพักผ่อนเถอะ" ยูยืนยันเสียงเรียบ ผมเลยไปต่อไม่ถูกเท่าไหร่ 

"งั้น...ขอบคุณมากนะครับ ผม..ขอตัวก่อน" 

ผมลุกขึ้นอย่างเก้ๆกังๆ ยูตัวจริงให้ความรู้สึกเหมือนกับเวลามองอยู่ห่างๆ ดูห่างเหินและจับต้องไม่ได้ สายตาเขาเวลามองผมมันไม่เปลี่ยนไปสักนิด เหมือนกับว่าเห็นผมเป็นก้อนหินก้อนหนึ่ง ไม่มีความเซ็กซี่น่าขยำขยี้ใดๆ  

จะบอกว่ายูไม่ได้ชอบผู้ชายก็ไม่น่าใช่ เพราะว่าเขาชอบพี่หมอเยล และถ้าเขาชอบผู้ชายแต่มองผมด้วยสายตาเดียวกับที่ใช้มองก้อนหินแล้วละก็แปลได้อีกอย่างว่าเขาไม่เห็นผมในสายตา ไม่อยู่ในขอบข่ายของคนที่เขาจะชอบได้ 

ผมเดินเข้าไปในห้องยู ห้องเรียบร้อยสะอาดสะอ้าน ในห้องไม่มีทีวี แต่ยังมีเหมือนมุมอ่านหนังสือเล็กๆในห้อง  

น่าเบื่อ...ถ้าเป็นห้องผู้ชายคนอื่นผมคงคิดแบบนั้น แต่นี่เป็นห้องของยูเลยนะ เพราะฉะนั้นอะไรๆก็ดูดีงามไปหมด ผมล้มตัวลงนอนบนเตียงสีขาว กลิ่นหอมสะอาดปนกลิ่นเฉพาะตัวของยูบางๆเล่นเอาผมใจสั่น 

นี่ห้องของยู นี่เตียงของยู...คิก..เหมือนฝันไปเลย 

ผมทบทวนแผนการตัวเอง จนถึงตอนนี้ก็นับว่าราบรื่นดี อย่างน้อยผมก็ได้เข้ามาอยู่ในห้องยู แต่ที่ผิดแผนนิดหน่อยก็คือการตอบสนองของยูที่มีต่อผม มันช่างเฉยชาจนน่าปวดใจ 

ตลอดชีวิตของนักล่าผู้ชายอย่างผม ทุกครั้งที่ผมเอาตัวเป็นเหยื่อล่อ ไม่เคยเลยสักครั้งที่เป้าหมายจะไม่แสดงอาการสนใจไยดีอะไรกับเนื้อหนังมังสาผม ไม่ว่าจะเป็นสีหน้า แววตา การหายใจ หรือการกลืนน้ำลาย ผมสังเกตทุกอย่าง พยายามมองหาสัญญาณว่ายูก็รู้สึกหวั่นไหวกับสิ่งที่ผมเอามาล่อ 

แต่มันช่างน่าเศร้า เพราะแม้แผนการดีแค่ไหนแต่ถ้าเหยื่อที่ใช้ไม่ไม่ใช่สิ่งที่เป้าหมายสนใจ ผลลัพธ์ก็มีอยู่ทางเดียวคืออดกับอด 

ผมหลับตาซึมซับความรู้สึกหอมหวานบนเตียงนุ่ม ถึงแม้ว่าแผนการผมจะไม่สำเร็จแต่อย่างน้อยผมก็ได้ซึมซับความสุขจากการได้นอนบนเตียงของคนที่ผมแอบปลื้ม  

เสียดายอย่างเดียวที่ไม่มีโอกาสได้สัมผัสเขา กลืนกินเขา หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับเขา แถมอาจจะยังต้องโดนพี่เบตด่าที่เรื่องแค่นี้กลับทำให้เขาไม่สำเร็จ  

เฮ้อ..แต่ไม่สิ ผมจะยังไม่รีบยอมแพ้หรอก ทีเด็ดผมยังมีอีกมาก อ่อยแล้วไม่สนใจขั้นต่อไปก็ต้องรุก ก็ผมน่ะหน้าตาก็ดีลีลาก็เด็ด ขอแค่ได้ลองลิ้มชิมรส รับรองจะร้องซี้ด...จนติดใจไปไหนไม่รอด 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว